“คารวะเซียวอ๋อง”ซ่งรั่วเจินทำความเคารพ ใบหน้างดงามประดับยิ้มน้อย กลับสะท้อนความห่างเหิน“ไม่ขอปิดบัง วันนี้หม่อมฉันมาพบเซียวอ๋อง เพราะต้องการมอบคำทำนายให้องค์ชาย”ได้ยินดังนั้น ฉู่อี้ชวนเก็บธนูในมือ พลิกตัวลงจากหลังม้า คล้ายกำลังตื่นเต้น“ก่อนหน้านี้ข้าเคยได้ยินข่าวว่าศาสตร์ลี้ลับของแม่นางซ่งยอดเยี่ยมมาก หากทำนายออกมา ก็จะสามารถรู้ผลได้ แต่ยังไม่เคยเห็นมาก่อนคิดไม่ถึงวันนี้จะมาส่งมอบคำทำนายให้ข้า ไม่รู้ว่าทำนายอะไรได้เล่า?”“เซียวอ๋อง โปรดอภัยที่หม่อมฉันพูดอย่างตรงไปตรงมา วันนี้จุดอิ้นถังของท่านดำมืด จะต้องประสบโชคร้ายเพคะ” ซ่งรั่วเจินพูดตรงประเด็นเพียงถ้อยคำนี้พูดออกไป สีหน้าฉู่อี้ชวนยิ่งดำทึบทึมหลายปีมานี้ ไม่มีใครขวัญกล้าพูดกับเขาเช่นนี้ “เจ้าอยากจะบอกว่าข้าไม่มีวันได้รับคะแนนดีในพิธีล่าสัตว์หรือ?”“หากเพียงแค่นี้ วันนี้หม่อมฉันก็ไม่ตั้งใจมาแจ้งพระองค์เป็นพิเศษ”ซ่งรั่วเจินยกมุมปากน้อยๆ เห็นได้ชัดว่ากำลังยิ้ม ยามตกอยู่ภายในสายตาของฉู่อี้ชวนกลับสะท้อนความรู้สึกลึกลับยากเกินหยั่งอย่างบอกไม่ถูกเปลี่ยนเป็นแม่นางคนอื่นขวัญกล้าพูดกับเขาเช่นนี้ เขาจะต้องโมโหไปตั้งนานแล้ว แต
อีกด้านหนึ่งสี่พี่น้องสกุลซ่งทำตามคำสั่งของน้องสาวตน ไปถึงที่หมายเร็วขึ้นเล็กน้อยทว่าระหว่างทางพวกเขาเองก็ฆ่าเหยื่อไว้บางส่วน อย่างไรเสียน้องหญิงห้าก็คำนวณเวลาออกมาแล้ว พวกเขามีเวลาเตรียมตัวมากเพียงพอไม่มีเหยื่อเลยย่อมไม่ได้ หาไม่แล้วถึงตอนนั้นต่อให้ช่วยองค์ชายทั้งสองท่านได้ ทุกคนก็ต้องแปลกใจเหตุใดสี่คนเข้าป่าพร้อมกัน แต่ไม่มีเหยื่อแม้ตัวเดียว?ในเมื่อแสดงละครแล้วก็ต้องทำให้สมจริง สี่พี่น้องจัดเตรียมไว้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ไม่มีวันถูกคนจับพิรุธได้“ใกล้ถึงเวลาแล้ว พวกเรารออยู่ละแวกใกล้เคียงนี้เถอะ” ซ่งเยี่ยนโจวเลือกสถานที่ค่อนข้างมิดชิดแห่งหนึ่ง หลังมั่นใจว่ารอบข้างไม่มีคน ก็พูดขึ้นพวกซ่งอี้อันทั้งสองคนพยักหน้า ตรงข้ามกันกลับคาดหวังอยู่มากวันแห่งความมั่งคั่งนี้ จะต้องตกเป็นของพวกเขา!ในขณะเดียวกันฉินซวงซวงและหลินจือเยว่ที่มีความคิดนี้เฉกเดียวกัน เพียงคิดว่ารออีกครู่หนึ่งก็สามารถช่วยคนได้ ทั้งสองคนเกิดความดีใจอย่างบอกไม่ถูก“ซวงซวง ถึงตอนนั้นข้าจะขอฝ่าบาทคืนตำแหน่งขุนนางให้ข้า เจ้าเองก็สามารถมีชีวิตที่ดีได้แล้ว”ใบหน้าหลินจือเยว่ไม่สามารถปกปิดความดีใจเอาไว้ได้ วันนี้ตอน
ซ่งรั่วเจินยกมุมปากเบาๆ “เช่นนั้นก็ได้ ใครตามข้ามาคนนั้นเป็นหมา”ฉินซวงซวงเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน รู้สึกสงสัยภายในใจมายิ่งขึ้น ซ่งรั่วเจินคงไม่รู้ว่าพวกเขากำลังจะไปที่ใดจึงตั้งใจมาหรอกกระมัง? หาไม่แล้วไฉนเลยจะบังเอิญถึงเพียงนี้?เดิมทีนางก็สงสัยว่าซ่งรั่วเจินกลับชาติมาเกิดหรือไม่ ต่อมาเกิดเรื่องมากมาย นางกลับคิดว่าไม่คล้ายนั่นเพราะ...ชาติก่อนซ่งรั่วเจินชอบจือเยว่ถึงเพียงนั้น ต่อให้กลับชาติมาเกิดใหม่ ก็ไม่สามารถไร้เยื่อใยถึงเพียงนี้ได้“เดิมทีพวกเราก็จะไปเส้นทางนี้ ถือสิทธิ์อะไรเจ้าได้เลือกก่อน” ฉินซวงซวงก้าวเท้าฉับไวขึ้นไป “เจ้าไปที่อื่น พวกเราจะไปทางนี้”“ถือสิทธิ์อะไร? ที่นี่ไม่ใช่บ้านเจ้าเสียหน่อย ข้าเลือกทางก่อน เจ้าช่างเผด็จการโดยแท้”ซ่งรั่วเจินมองออกว่าพวกฉินซวงซวงกำลังร้อนใจ นางไม่รีบร้อนไม่ลนลาน ตรงข้ามกันเป้าหมายที่นางมาที่นี่ก็เพื่อขัดขวางสองคนนี้พวกพี่ชายน่าจะไปถึงที่หมายแล้ว พวกฉินซวงซวงสองคนไปตอนนี้ก็จะส่งผลกระทบต่อแผนการของพวกเขา สามารถยื้อเวลาได้ครู่หนึ่งก็ครู่หนึ่งเถอะ“ข้าเผด็จการแล้วอย่างไร? ซ่งรั่วเจิน อย่าคิดว่าเจ้าเก่งกาจอะไร ต่อให้เป็นคุณหนูของสกุลซ่งแล้วอย
“ท่านอ๋อง กระหม่อมรับรองว่าต่อไปซวงซวงไม่กล้าอีกแล้ว ขอท่านอ๋องโปรดยั้งมือไว้ไมตรีด้วย!”หลินจือเยว่พลันหน้าถอดสี รีบดึงฉินซวงซวงโขกศีรษะขอร้องถึงตอนนี้ฉินซวงซวงค่อยได้สติคืนมา ไม่กล้าเอาลิ้นของตัวเองมาเดิมพัน นางตื่นตระหนกจนโขกศีรษะติดต่อกันหลายครั้ง “ต่อไปหม่อมฉันไม่กล้าอีกแล้ว ท่านอ๋องโปรดอภัยให้ด้วยเพคะ!”ทว่าโขกศีรษะหลายครั้งติดต่อกัน ฉู่จวินถิงก็ยังคงไร้ปฏิกิริยาตั้งแต่ต้นจนจบฉินซวงซวงเห็นสายตาฉู่จวินถิงตกลงบนร่างซ่งรั่วเจินโดยไม่มองนางแม้แต่แวบเดียว นางได้แต่หันไปโขกศีรษะขอขมาซ่งรั่วเจินอย่างไร้ทางเลือก“แม่นางซ่ง เมื่อครู่นี้ข้าพูดไม่คิด ข้าผิดเอง ข้าขออภัยเจ้าด้วย เจ้ายกโทษให้ข้าสักครั้งเถอะนะ!”แม้ฉินซวงซวงจะไม่ยินยอมพร้อมใจแค่ไหน แต่นี่เป็นเพียงวิธีเดียวในตอนนี้ ต่อให้ซ่งรั่วเจินรังเกียจนาง แต่ต่อหน้าท่านอ๋อง อีกฝ่ายคงจะยอมแกล้งทำเป็นอ่อนโยนรู้ความสักหน่อยกระมังแต่เห็นได้ชัดว่าซ่งรั่วเจินไม่คิดเช่นนั้น“ยามนี้พ่อข้าไม่รู้เป็นหรือตาย แต่ก็ไม่มีใครกล้ายืนยันว่าเขาตายไปแล้ว”“พ่อข้าเป็นขุนนางที่มีความชอบ เจ้ากลับพร่ำดูถูกดูแคลนเขา ถ้าข้ายกโทษให้เจ้าทั้งอย่างนี้ จะมิ
สี่พี่น้องตระกูลซ่งร่วมมือกันล่าสัตว์มีประสิทธิภาพรวดเร็วอย่างยิ่ง ผ่านไปไม่นานก็ล่าสัตว์ได้ไม่น้อย หลังจากนั้นคนทั้งสี่ก็ซ่อนตัวอย่างใจเย็นแม้จะต้องแสร้งเป็นไปเจอโดยบังเอิญ แต่บริเวณใกล้เคียงมีคนซุ่มรออยู่ จำต้องพรางตัวอย่างแนบเนียน มิฉะนั้นแผนการวันนี้คงคว้าน้ำเหลว“ไม่รู้ว่าแผนการของน้องหญิงห้าจะสำเร็จหรือไม่ คิดจะชักนำองค์ชายใหญ่มาที่นี่คงไม่ใช่เรื่องง่าย” ซ่งจิ่งเซินกล่าวอย่างเป็นกังวลแม้เขาจะเป็นคนทำการค้า ไม่เคยคบหากับองค์ชายใหญ่มาก่อน แต่ดูจากขุนนางคนอื่นๆ ก็พอจะทำความเข้าใจลักษณะนิสัยขององค์ชายแต่ละคนได้องค์ชายใหญ่เป็นคนสุขุมรอบคอบ ทั้งยังมีความคิดของตัวเอง ไม่มีทางถูกใครหลอกได้ง่ายๆ นับประสาอะไรกับที่น้องหญิงห้ายังไม่รู้จักองค์ชายใหญ่ สองฝ่ายไม่เคยคบค้ากันมาก่อน คิดจะโน้มน้าวคงไม่ง่ายดายถึงเพียงนั้น“เจ้าไม่รู้อะไร ในเมื่อน้องหญิงห้าพูดว่าทำได้ก็แสดงว่าทำได้แน่นอน ไม่ต้องกังวล”ซ่งจืออวี้โบกมือเบาๆ ตอนนี้คำพูดของคนทั้งครอบครัว เขาเชื่อคำพูดน้องหญิงห้ามากที่สุดแล้วขอเพียงน้องหญิงห้าบอกว่าทำได้ก็จะต้องทำได้แน่นอนซ่งเยี่ยนโจวกับซ่งอี้อันก็พยักหน้าเหมือนกัน ความสามาร
ดูเหมือนองค์ชายรองจะไล่ล่าสัตว์มาจนถึงที่นี่โดยไม่ได้ตระหนักถึงอันตรายบริเวณนี้เลยสักนิดพี่น้องตระกูลซ่งสบตากันพลางเฝ้ารอโอกาสอย่างเงียบๆพวกมือสังหารเห็นว่ามีองค์ชายรองคนเดียว รอบด้านไม่มีคนอื่นก็บุกเข้ามาทันที“ลงมือ!”ฉู่เทียนเช่อกำลังตามล่าสัตว์อย่างคึกคัก ทันใดนั้นเห็นคนชุดดำกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามาหาตนเอง ใบหน้าพลันฉายแววตกใจ“บังอาจ! พวกเจ้าเป็นใคร!”หัวหน้ามือสังหารแค่นหัวเราะ “คนที่จะมาเอาชีวิตเจ้า!”ฉู่เทียนเช่อรีบถอยหนี หากจนใจที่เมื่อครู่เขาทิ้งม้าไว้ข้างหลังเพราะไม่ต้องการให้สัตว์ที่ล่าไหวตัวทัน ชั่วขณะนี้จึงได้แต่พึ่งสองขาวิ่งหนีเอาเท่านั้น“พวกเราลงมือตอนนี้เลยไหม?”ซ่งจิ่งเซินมองสถานการณ์ตรงหน้า ต่อให้ในมือองค์ชายรองมีเกาทัณฑ์ มือสังหารมากมายขนาดนั้นก็คงรับมือได้ไม่นานอยู่ดีทว่าพวกซ่งเยี่ยนโจวกลับมองสถานการณ์ตรงหน้าโดยไม่ขยับเขยื้อน ท่าทีหนักแน่นยิ่งนัก“น้องหญิงห้าบอกแล้ว องค์ชายใหญ่จะมา พวกเรารอไปก่อน” ซ่งอี้อันกล่าวซ่งจืออวี้พยักหน้า “ในเมื่อน้องหญิงห้าบอกไว้ว่าจะชักนำองค์ชายใหญ่มา พวกเราก็ต้องรอไปก่อน”“นอกจากนี้ พวกเราลงมือเร็วขนาดนี้ น้ำใจที่ช่วยชีวิตจะ
เหล่ามือสังหารอึ้งไปชั่วเวลาสั้นๆ ก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว“รนหาที่ตายอีกคน งั้นก็จัดการไปด้วยกันนี่แหละ!”อาชาพันธุ์ดีถูกแทงบาดเจ็บจึงส่งเสียงร้องแหลมวิ่งเตลิดหนี ส่วนฉู่อี้ชวนก็ถูกบังคับให้ต้องกระโดดลงมาจากม้า ตกอยู่ในวงล้อมมือสังหารด้วยกันกับฉู่เทียนเช่อ“น้องรอง นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?” ฉู่อี้ชวนขมวดคิ้วมุ่น สายตาสำรวจไปรอบด้านไม่หยุด คิดว่าต้องทำอย่างไรจึงจะสามารถออกไปจากที่นี่จะว่าไปก็ประหลาดนัก ทั่วเขตล่าสัตว์หลวงมีคนไม่น้อย แต่ระหว่างทางมาเขากลับพบว่าบริเวณนี้มีคนน้อยยิ่งนักยามนี้เกิดความวุ่นวายใหญ่โตแบบนี้ รอบด้านกลับไม่มีคนปรากฏตัว หากจะรอให้มีคนมาช่วยเหลือพวกเขา ความเป็นไปได้คงมีน้อยมากความสับสนวาบผ่านแววตาฉู่เทียนเช่อ สีหน้ายังคงตื่นตระหนกลนลานดุจเดิม“ข้าล่าสัตว์มาแถวนี้พอดีจึงถูกพวกเขาทำร้ายบาดเจ็บ เสด็จพี่ ท่านรีบหนีไปเถอะ ครั้งนี้เป้าหมายของพวกเขาคือข้า!”ฉู่อี้ชวนนึกทอดถอนใจ สถานการณ์ตอนนี้เขาไม่อยากหนีเสียที่ไหน แต่เป็นเพราะหนีไม่พ้นต่างหากเล่า!“ยันไว้ได้เท่าไรก็เท่านั้น รอจนสบโอกาสค่อยหาทางหนีออกไป”“เคร้ง ๆ ๆ!”เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้น เหล่ามือสังหารล
เมื่อซ่งเยี่ยนโจวกับซ่งจืออวี้ลงมือโดยมีซ่งอี้อันกับซ่งจิ่งเซินคอยช่วยเหลืออยู่ข้างๆ ในไม่ช้าก็สังหารไปได้หลายคน ขณะเดียวกันก็เหลือผู้รอดชีวิตไว้สองคน มีสองคนที่หนีไปได้ฉู่เทียนเช่อถูกแทงที่อกหนึ่งกระบี่ เลือดไหลย้อมอาภรณ์ สุดท้ายก็ทนไม่ไหวหมดสติล้มลงไปอาการของฉู่อี้ชวนดีกว่าบ้าง แต่ก็ได้แผลน้อยใหญ่มาไม่น้อย สีหน้าเผือดขาวในเวลาเดียวกันนั้น ซ่งรั่วเจินกับฉู่จวินถิงก็มาถึงบริเวณใกล้เคียงแล้วเมื่อมาเห็นภาพนี้ ทั้งคู่ก็ ‘ประหลาดใจ’ อย่างมากฉู่จวินถิงตามไปจับสองคนที่หนีไปได้อย่างรวดเร็ว ซ่งรั่วเจินส่งเชือกให้อย่างเอาใจใส่“ต้องเก็บคนเป็นๆ เอาไว้ กลับไปเค้นหาตัวการเบื้องหลัง”“เจ้าพูดถูก” ฉู่จวินถิงพยักหน้าอย่างเห็นพ้องคนทั้งสองคุมตัวมือสังหารเดินมาทางนี้ก็เห็นฉู่เทียนเช่อหมดสติ ฉู่อี้ชวนก็แลดูอ่อนแออย่างมาก“องค์ชายใหญ่ ท่านไม่เป็นไรกระมัง? พวกกระหม่อมจะส่งท่านกลับไปเดี๋ยวนี้” ซ่งเยี่ยนโจวกล่าวด้วยสีหน้าเป็นกังวลฉู่อี้ชวนมองสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยตรงหน้าก็ไม่รู้เลยว่าควรพูดอย่างไรดี แค้นใจนักที่ไม่สามารถจัดการพวกคนตรงหน้าหนักๆ สักยก!แล้วมองซ่งรั่วเจินกับน้องสามของตนเอง ทันใ
“ข้าว่าเรื่องนี้ก็เลิกแล้วต่อกันเพียงเท่านี้จะดีกว่า ถือเสียว่าไม่เคยเกิดขึ้น ไม่จำเป็นต้องไปเชิญเช่ออ๋องมาแล้วละ”หลังนางกลับบ้านเดิม เช่ออ๋องก็มารับนางเป็นการเฉพาะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีขึ้นอย่างหาได้ยากถ้าเช่ออ๋องรู้ว่าตนเองมาหาเรื่องถึงตระกูลซ่งจะต้องพิโรธมากเป็นแน่!“นั่นจะได้อย่างไรกัน?” ฉู่จวินถิงเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ “พี่สะใภ้ถึงขั้นตั้งใจมาคาดคั้นถึงตระกูลซ่ง เห็นได้ชัดว่าเข้าใจผิดมากเพียงใด ถ้าข้าไม่มาเห็นเข้าพอดี เกรงว่าป่านนี้ซ่งรั่วเจินคงรักษาชีวิตไว้ไม่ได้แล้ว”“นอกจากนี้ อีกสองวันข้าก็จะลงใต้แล้ว ถ้าไม่อธิบายเรื่องเข้าใจผิดกันให้ชัดเจน พอข้ากลับมาก็ไม่ได้เห็นซ่งรั่วเจินแล้วน่ะสิ?”ซ่งรั่วเจินพยักหน้าติดต่อกัน กล่าวด้วยสีหน้าเจ็บช้ำใจว่า “ท่านอ๋องพูดถูกเพคะ หม่อมฉันหวาดกลัวยิ่งนัก!”ซ่งจืออวี้เห็นน้องสาวของตนเองแสดงละครร่วมกับฉู่อ๋อง ใบหน้าพระชายาเช่ออ๋องเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีดำ เปลี่ยนจากสีดำเป็นสีแดงแล้วเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีขาว จนเขาอดตะลึงไม่ได้ความเร็วในการเปลี่ยนสีหน้านี้ช่างรวดเร็วมากจริงๆ!หลังจากอวิ๋นหยางไปเชิญเช่ออ๋อง พระชายาเช่ออ๋องก็กระวนกระวายอย่างเห็
น้ำเสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้คนทั้งสองภายในห้องต่างนิ่งอึ้งไป ซ่งรั่วเจินเห็นฉู่จวินถิงที่เดินเข้ามาในห้องอย่างแช่มช้า ดวงตางามก็ฉายแววตกใจเขามาถึงตั้งแต่เมื่อไร?คงไม่ได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของตนเองหรอกนะ?ซ่งจืออวี้อ่านสายตาน้องสาวตนเองออกจึงเหยียดริมฝีปากอย่างอ่อนใจ หัวใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ของซ่งรั่วเจินจึงหยุดเต้นไปในที่สุดได้ยินแล้วจริงๆ ด้วย!ชั่วขณะที่พระชายาเช่ออ๋องเห็นว่าฉู่อ๋องมาแล้ว ใบหน้าก็พลันถอดสี คิดไม่ถึงว่าจะบังเอิญถึงเพียงนี้!ความลนลานวาบผ่านดวงตานาง แต่ก็กลับไปเป็นปกติอย่างรวดเร็ว นางเอ่ยว่า “ที่แท้ก็ฉู่อ๋องมานี่เอง”“ข้าเพิ่งมาถึงก็ได้ยินว่าพี่สะใภ้กำลังข่มขู่คนอยู่ ไม่ทราบว่าเกิดเรื่องใดขึ้นหรือถึงได้มาขู่เอาชีวิตคนในจวนสกุลซ่งเช่นนี้?”ใบหน้าหล่อเหลาของฉู่จวินถิงมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ใดๆ เลยสักนิด น้ำเสียงผ่อนคลายเรียบเรื่อยราวกับเป็นการถามไถ่ธรรมดาทั่วไป ทว่าความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาทั่วร่างรวมถึงสายตาเย็นเฉียบทำให้คนเข้าใจว่า เขามีโทสะแล้ว“ซ่งรั่วเจินไม่เคารพข้า...”พระชายาเช่ออ๋องยังพูดไม่จบ ฉู่จวินถิงก็กล่าวขึ้นว่า “อ้อ? พี่สะใภ้มาถึงตระก
“ซ่งรั่วเจิน เจ้าอย่าทำตัวไม่รู้ดีชั่วเช่นนี้ วันนี้ข้าให้โอกาสเจ้ารักษาก็คือให้เกียรติเจ้า!”“ถ้าฉู่อ๋องรู้ว่าเจ้าไปยั่วยวนเช่ออ๋องลับหลังเขา เจ้าคิดว่าฉู่อ๋องยังจะชอบเจ้าอยู่งั้นรึ?”ซ่งรั่วเจินได้ยินอย่างนั้นก็แทบจะหัวเราะออกมา นางยั่วยวนเช่ออ๋อง?“พระชายาเช่ออ๋อง ท่านคิดว่าหม่อมฉันสมองไม่ดีหรือสายตามีปัญหาหรือเพคะ?”“ฉู่อ๋องยังไม่แต่งงาน กล้าหาญชาญศึกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นบุรุษรูปงามของเมืองหลวง ไยหม่อมฉันจะต้องปล่อยมือจากฉู่อ๋องไปยั่วยวนเช่ออ๋องด้วยเพคะ?”เมื่อซ่งจืออวี้มาหาน้องหญิงห้าเป็นเพื่อนฉู่อ๋อง ยังไม่ทันเข้าไปใกล้ก็ได้ยินคำพูดเช่นนี้ดังออกมาจากข้างใน เขาเบิกตากว้างอย่างอดไม่อยู่เหตุใดสตรีวิปลาสผู้นี้จึงมาใส่ร้ายน้องหญิงห้าส่งเดชเช่นนี้!“เช่ออ๋องไม่ดีตรงไหน? ฉู่อ๋องเย็นชาเสียขนาดนั้น เหมือนก้อนหินไม่มีผิด ถ้าไม่ระวังก็อาจเสียชีวิตเอาได้ ไหนเลยจะอ่อนโยนเหมือนเช่ออ๋อง?”พระชายาเช่ออ๋องแย้งกลับมาอีกประโยค “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าเจ้ามันไม่รู้จักพอ!”“ฉู่อ๋องหน้าตาหล่อเหลาปานนั้น ถึงเขาจะตีหน้าเย็นชาทั้งวันแต่ก็เป็นชายรูปงามที่หาได้ยากนักในโลกนี้ ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่
ซ่งรั่วเจินเพิ่งมาถึงโถงหน้าก็เห็นพระชายาเช่ออ๋องที่แต่งกายอย่างหรูหราอาภรณ์สีชมพูตัดเย็บจากผ้าแพรชั้นดี คลุมทับด้วยเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกสีขาว รูปโฉมนางเหมือนสาวน้อยที่งดงามน่ารัก ผิวพรรณขาวบริสุทธิ์ ดวงตาชั้นเดียวเชิดขึ้นเล็กน้อยทอประกายคมกริบแม่นมสี่คนกับสาวใช้สี่คนยืนอยู่ข้างกาย กล่าวได้ว่าวางมาดใหญ่โตยิ่งนัก“คารวะพระชายาเช่ออ๋องเพคะ”ซ่งรั่วเจินแสดงคารวะ นางรู้สึกว่าฝ่ายตรงข้ามจับจ้องตนเองตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว แต่การจ้องมองเช่นนี้...แสดงท่าทีของผู้เหนือกว่าอย่างชัดเจน ในใจก็เข้าใจขึ้นมาหลายส่วนเห็นที...จะไม่ได้มาดีสินะ!“เจ้าก็คือซ่งรั่วเจิน?”พระชายาเช่ออ๋องมองประเมินซ่งรั่วเจิน ก่อนหน้านี้ได้ยินว่าแม่นางผู้นี้เป็นหญิงงามผู้หนึ่ง ไม่อย่างนั้นก็คงไม่สามารถอาศัยสถานะหญิงที่เคยถอนหมั้นไปเข้าตาฉู่อ๋องได้แล้วสายตาฉู่อ๋องสูงส่งมาแต่ไหนแต่ไร หลายปีมานี้ไม่เคยต้องตาแม่นางคนใดมาก่อน แต่กลับถูกนางล่อลวงจนลุ่มหลงหัวปักหัวปำ ชั่วขณะนี้เมื่อได้เห็นแล้วก็จำต้องยอมรับว่างดงามจริงดังกล่าว“เพคะ” ซ่งรั่วเจินตอบรับ “ไม่ทราบว่าพระชายาเช่ออ๋องมาหาหม่อมฉันด้วยธุระอันใดหรือเพคะ?”“ข้าไ
พี่ใหญ่ถูกลอบโจมตีจนเกือบไม่รอดชีวิตกลับมา หลังกลับมาแล้วขาทั้งสองข้างยังพิการ ท่านพ่อก็ไม่ได้กลับมาอีกเลยถ้ามีคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้...“ส่วนจิ่งเซิน เขาได้ทำการค้าบ่อยๆ เชี่ยวชาญการติดต่อสัมพันธ์กับผู้คน พวกเจ้าเดินไปทางไปด้วยกันสามารถปลอมเป็นกลุ่มพ่อค้าที่ไปค้าขาย ผู้คนจะได้ไม่สงสัยโดยง่าย” ซ่งเยี่ยนโจวกล่าวซ่งจิ่งเซินพยักหน้ารัวๆ “ใช่แล้ว มีข้าอยู่ด้วย สามารถตัดความยุ่งยากไปได้มากที่สุดแล้ว!”ทุกคนล้วนเข้าใจเรื่องนี้ดี ยามออกไปข้างนอก การมีไหวพริบในการจัดการเรื่องราวเฉพาะหน้าสามารถลดปัญหาได้ นอกจากนี้ ซ่งจิ่งเซินก็ยังมีประสบการณ์ พวกเขาไม่จำเป็นต้องแสดงละครด้วยซ้ำ แค่นำกลุ่มพ่อค้าออกเดินทางก็สามารถตบตาผู้คนได้อย่างง่ายดายกู้หรูเยียนได้ยินดังนั้นก็รู้สึกว่าปลอดภัยขึ้นมากจึงกล่าวว่า “เจินเอ๋อร์ ทำตามที่พี่ใหญ่เจ้าพูดเถอะนะ? เช่นนี้พวกข้าจะได้คลายใจ”ซ่งรั่วเจินเหลือบมองพวกซ่งจืออวี้สองฝาแฝดก็เห็นพวกเขาพยักหน้าเป็นบ้าเป็นหลังเหมือนลูกไก่จิกข้าวสารกระนั้น นางกล่าวยิ้มๆ ว่า “เจ้าค่ะ งั้นประเดี๋ยวค่อยมาดูกันว่าต้องเตรียมสิ่งใดไปบ้าง”“น้องหญิงห้า เรื่องนี้เจ้ายกให้เป็นหน้าที
ซ่งรั่วเจินตัดสินใจไปรับบิดากลับมา ก่อนออกเดินทางย่อมต้องเตรียมสิ่งของมากมาย แต่ก่อนหน้านั้นยังต้องบอกคนในครอบครัวเสียก่อนหลังนางบอกเรื่องที่จะเดินทางไปชายแดน คนในจวนล้วนอึ้งตกใจกันหมด“เจินเอ๋อร์ เจ้าว่าอะไรนะ? เจ้าจะไปชายแดนด้วยตัวเอง?” กู้หรูเยียนมีสีหน้าตกตะลึง “ก่อนนี้ไม่เคยได้ยินเจ้าพูดถึงมาก่อนเลย”“น้องหญิงห้า ถ้าเจ้าเป็นห่วงความปลอดภัยของท่านพ่อก็ให้พี่ชายอย่างพวกข้าไปดีกว่า ผู้หญิงแบบเจ้าไปสถานที่ห่างไกลปานนั้นจะอันตรายเกินไปแล้ว” ซ่งจืออวี้เอ่ยอย่างร้อนใจซ่งจิ่งเซินพยักหน้า “ใช่แล้ว พวกเขารับราชการอาจไม่สะดวก ข้ามีประสบการณ์เดินทางโชกโชน ให้ข้าไปดีกว่า!”“ความจริงสาเหตุที่ข้าจะเดินทางไปเป็นเพราะข้าทำนายดวงชะตาให้ท่านพ่อ”เมื่อซ่งรั่วเจินเอ่ยวาจาประโยคนี้ออกมา สีหน้าทุกคนในห้องล้วนเคร่งเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด หรือว่าจะเกิดปัญหาอันใด?“ก่อนนี้ข้าก็เคยทำนายเหมือนกัน ดวงชะตาของท่านพ่อปลอดภัยไร้อันตราย สามารถกลับมาได้อย่างราบรื่น แต่ช่วงนี้เกิดเหตุเปลี่ยนแปลงขึ้น น่าจะเป็นเพราะได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอก”“ถ้าไม่ไป ข้ากังวลว่าอาจมีอันตราย ดังนั้นจึงคิดว่าจะไปด้วยตั
“ฝ่ายตรงข้ามไม่ทันได้ค้นตัวไต้ซือเทียนจีใช่หรือไม่?” ซ่งรั่วเจินถามซ่งเยี่ยนโจวพยักหน้า “ก่อนหน้านี้คนผู้นั้นรีบร้อนเกินไป พวกข้าไม่เปิดโอกาสให้เขา แต่ว่ากันตามปกติแล้ว ของที่มีค่ามากมักจะไม่พกติดตัวไว้”“สิ่งสำคัญที่สุดมักไม่พกติดตัวก็จริง แต่คนในวงการพวกข้า โดยเฉพาะคนชั่วร้ายอย่างเขา จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเก็บจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้ามเอาไว้ข่มขู่อย่างแน่นอน”คิ้วบางของซ่งรั่วเจินเลิกขึ้นน้อยๆ ต่อให้เคยเจอไต้ซือเทียนจีเพียงครั้งเดียว แต่ก็ทราบว่าเป็นจิ้งจอกเฒ่าผู้หนึ่งกระทำเรื่องชั่วช้ามาหลายปีขนาดนี้แต่ก็ยังอยู่รอดปลอดภัย แล้วจะไม่มีวิธีปกป้องตัวเองเลยได้อย่างไร?กู้ชิงฉือได้ยินเช่นนั้นก็รีบวิ่งไปข้างกายไต้ซือเทียนจีแล้วเริ่มค้นหาอย่างละเอียด การค้นตัวครั้งนี้พบว่านอกจากยันต์ที่อ่านไม่ออกพวกนั้นแล้วยังมียาลูกกลอนอีกสองเม็ด“ไม่มีของอย่างอื่น แต่มีหินก้อนหนึ่ง นี่คือหยิบติดตัวมาด้วยงั้นรึ?”กู้ชิงฉือมองก้อนหินในมือ หินก้อนนี้แม้พอจะนับได้ว่ามนเกลี้ยง แต่ก็ดูแตกต่างจากก้อนหินที่พบเห็นได้ทั่วไปบริเวณริมแม่น้ำมากเกินไป“ข้าขอดูหน่อย”ซ่งรั่วเจินก้าวเร็วๆ เข้ามาหา มองก้อนหินในมือแ
เมื่อซ่งเยี่ยนโจวเอ่ยปากสอบถาม สายตาทุกคนก็ต่างจับจ้องมายังซ่งรั่วเจิน พวกเขาในตอนนี้ไม่กล้าบุ่มบ่ามรบกวนแล้วฉู่จวินถิงก็เป็นห่วงดุจเดียวกัน เขารู้ว่าวิชาแพทย์ของรั่วเจินนั้นไม่ธรรมดา เก่งกาจกว่าหมอหลวงในวังหลวงมากนัก ถ้านางบอกว่าช่วยไม่ได้ก็แสดงว่าหมดหนทางแล้วจริงๆ“ยังช่วยได้”ซ่งรั่วเจินพูดโดยที่มือยังเคลื่อนไหวไม่หยุด นางลังเลไปชั่วครู่ก็หยิบยาลูกกลอนเม็ดหนึ่งออกมายัดเข้าไปในปากของชายผู้นั้นซ่งเยี่ยนโจว “...” อีกแล้ว?ซ่งรั่วเจินรู้ว่าตนเองนำสิ่งของมากมายติดตัวมาเช่นนี้จะทำให้คนสงสัย แต่ช่วยชีวิตคนสำคัญกว่า อย่างไรเสียแค่พูดจาส่งเดชไม่กี่ประโยคก็สามารถกลบเกลื่อนเรื่องนี้ได้แล้วตั้งแต่นางทะลุมิติมาก็มีมิติขนาดเล็กเป็นของตัวเอง ยาเอย ยันต์เอย ยามปกติล้วนเก็บไว้ในนั้น นับว่าสะดวกมากทีเดียวหลังจากชายหนุ่มที่มีท่าทางอ่อนแอสุดขีดกลืนยาเม็ดนั้นลงไปก็รู้สึกว่าความเจ็บปวดแต่เดิมบรรเทาลงบ้าง การหายใจก็ไม่ได้ยากลำบากถึงเพียงนั้นอีกแล้ว“ส่งคนไปหารถม้าหรือยัง?” ฉู่จวินถิงถามจ้าวเจียงพยักหน้า “เรียนท่านอ๋อง ส่งคนไปจัดการแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้ข้าฟัง
“หม่อมฉันได้ยินมาว่าบนบัญชีรายชื่อมีอยู่สิบกว่าคน ไม่รู้อาการของคนอื่นร้ายแรงหรือไม่?” ซ่งรั่วเจินเอ่ยถาม“ในหมู่คนเหล่านั้นมีลูกสะใภ้ไม่เคารพแม่สามี คนแก่อายุมากแล้ว คนจึงตายไป แต่มากที่สุดยังเป็นความขัดแย้งของอนุภรรยาและภรรยาเอก”“คนส่วนใหญ่ล้วนคล้ายพระชายาเซียงอ๋อง ตกอยู่ในฝันร้าย ยังป่วยหนักอีกด้วย อนุอวิ๋นนับว่าลงทุนลงแรงมากทีเดียว” ฉู่จวินถิงพูด“อนุอวิ๋นเป็นคนโหดเหี้ยมไม่ผิดไปดังคาด แต่ยังเสแสร้งใจดีมีเมตตา ปรากฎว่ามีเพียงใต้เท้าอวิ๋นตัวโง่งมคนนี้ถึงจะหลงเชื่อ”ซ่งรั่วเจินไม่แปลกใจ ความยากในการเลี้ยงดูผีทวงชีวิตนั้นมากกว่าผีน้อยตนอื่นมาก แม้ว่าไต้ซือเทียนจีมีความสามารถอยู่บ้าง กลับไม่สามารถเลี้ยงผีทวงชีวิตหลายตนได้ตนนี้เป็นเขาใส่ใจเลี้ยงดู ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่จึงสนิทสนมกันมากจากนั้นยามทั้งคู่เดินผ่านอุโมงค์ไปจนถึงฝั่งหนึ่ง กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นสายหนึ่งชำแรกจมูกพวกซ่งเยี่ยนโจวยืนอยู่ข้างหน้า สีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างมาก ส่วนซ่งรั่วเจินเองก็สังเกตเห็นศพแต่ละร่างใต้พื้น หนึ่งในนั้นมีนักพรตเต๋าคนหนึ่ง เห็นชัดว่าคือไต้ซือเทียนจี“นี่คือ...ตายทั้งหมดแล้ว?”“เดิมที