หากเขาไม่มา ผลลัพธ์ก็จะลดลงมากมิใช่หรือ?“ไม่กระมัง?” เถียนเจียวเจียวรู้สึกประหลาดใจ “งานสำคัญถึงเพียงนี้ ฉู่อ๋องไม่น่าจะไม่มาร่วมงาน”ฉินซวงซวงหันมองทางหลินจือเยว่โดยไม่รู้ตัว นางพบว่านับตั้งแต่ซ่งรั่วเจินมาแล้ว หลินจือเยว่คล้ายมองไปทางนั้นโดยไม่รู้ตัว“จือเยว่ ท่านกำลังมองอะไร? หรือท่านยังไม่ลืมไมตรีเก่าก่อนที่มีต่อซ่งรั่วเจินกระนั้น?”หลินจือเยว่ได้เห็นสตรีในชุดแดงคนนั้นอยู่ไกลๆ ก็อึ้งงันไป ที่ผ่านมาคิดเพียงว่าซ่งรั่วเจินหัวโบราณ มองดูแล้วเรียบร้อย แท้จริงแล้วกลับน่าเบื่อไม่มีความน่าสนใจหลังกลับถึงเมืองหลวง เขาพบว่าซ่งรั่วเจินแตกต่างจากภายในความทรงจำของเขาอย่างสมบูรณ์ ทั้งๆ ที่ผ่านไปแล้วสองปี แต่นางมองดูแล้วงดงามมีเสน่ห์ยิ่งกว่าตอนแรกคำพูดของมารดาดังก้องอยู่ภายในสมองของเขาไม่หยุด ชนิดที่ว่าวันนี้ยามได้พบซ่งรั่วเจินอีกครั้ง ภายในสมองของเขาก็คิดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ว่าหากคนที่ตนแต่งงานด้วยเป็นนาง คล้ายก็ไม่เลว...เมื่อครู่แม้แต่องค์ชายรองก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน มองออกว่าซ่งรั่วเจินงดงามมากเพียงใด ไม่แน่ว่าวันนี้ทุกคนล้วนอิจฉาตนเองที่มีภรรยางดงามคนหนึ่ง มิใช่อย่างตอนนี้...“จะเป็
ฉู่จวินถิงผินมองฉู่เทียนเช่อนิ่งๆ แวบหนึ่ง ฝ่ายหลังเผยรอยยิ้มมีเมตตา “น้องสาม วันนี้ในพิธีล่าสัตว์จะต้องแสดงออกดีๆ เล่า แต่ไหนแต่ไรมาเจ้าขี่ม้ายิงธนูได้โดดเด่นเหนือกว่าพวกเรามากนัก”“เสด็จพี่โปรดวางใจ ข้าจะออมมือให้อย่างแน่นอน” ฉู่จวินถิงยกมุมปากเบาๆ ราวกับไม่คิดปกปิดท่าทีหยิ่งทะนงสีหน้าฉู่เทียนเช่อดำทะมึน เขามิอาจทนต่อท่าทีเย่อหยิ่งโอหังเช่นนี้ของฉู่จวินถิงได้อย่างที่สุด ทั้งๆ ที่อายุน้อยกว่าเขา แต่อาศัยว่าเกิดจากครรภ์ฮองเฮา ไม่เคยเห็นเขาอยู่ในสายตามาโดยตลอดพูดเรื่องขี่ม้ายิงธนู เขาเองก็พยายามมากมาโดยตลอด เจ้าคนผู้นี้ช่างเย่อหยิ่งโอหังยิ่งนัก!ถังเสวี่ยหนิงเห็นฉู่อ๋องปรากฏตัว ทั้งๆ ที่ภายในงานมิได้มีเขาเป็นองค์ชายคนเดียว ทว่านับตั้งแต่เขาปรากฏตัวออกมา นางก็คล้ายถูกดึงดูดความสนใจไปจนหมด ไม่เห็นคนอื่นอยู่ในสายตาหากฉู่อ๋องกลายเป็นสามีของนาง จะมีคนมากน้อยเพียงใดอิจฉานางกันเล่า!นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ทั้งหมดก็จะกลายเป็นจริง!ใบหน้าถังเสวี่ยหนิงเผยรอยยิ้มต้องได้ดั่งใจหวัง กลับมองเห็นฉู่จวินถิงเดินออกมาแล้วก็เดินไปทิศทางที่ซ่งรั่วเจินอยู่ รอยยิ้มหายไปจนหมดสิ้น“เมื่อครู่เห็นเจ้ากำ
เรื่องเถียนเจียวเจียวตกน้ำถูกเปิดโปงในวันนั้น มีคนรู้ไม่น้อย ทว่าเรื่องเพิ่งเงียบไป วันนี้ก็ถูกเอ่ยถึงอีกครั้ง ตอกย้ำความทรงจำได้อย่างลึกซึ้งเถียนเจียวเจียวชี้หน้าซ่งรั่วเจิน ใกล้จะระเบิดเต็มที แต่ไหนแต่ไรมานางไม่เคยพบสตรีฝีปากคมกริบเช่นนี้มาก่อนทั้งๆ ที่คนขายหน้าตอนนี้คือซ่งรั่วเจิน ปรากฏว่าทำให้นางขายหน้ายิ่งกว่า!“เจ้าทำตัวสูงส่งอะไรกัน ฉู่อ๋องเองก็ไม่สนใจเจ้าเฉกเดียวกันมิใช่หรือ?” เถียนเจียวเจียวพูดอย่างโมโหฉู่จวินถิงมอบหมายงานให้ฉู่อวิ๋นกุยกลับมาแล้วก็ได้ยินถ้อยคำนี้ ขมวดคิ้วมุ่น “ใครพูดว่าข้าไม่สนใจรั่วเจิน?”เถียนเจียวเจียวตกตะลึง เผชิญหน้ากับสายตาเย็นชาของฝ่ายชาย รู้สึกเพียงร้อนตัว ครู่ต่อมาอธิบาย “ท่าน...ท่านอ๋อง เป็นซ่งรั่วเจินพูดว่าพิธีล่าสัตว์วันนี้ท่านจะพานางไปด้วยกัน เดิมทีนางก็พูดจาเหลวไหล...”“นางพูดความจริง มีปัญหาอะไร?” ฉู่จวินถิงพูดเสียงเรียบ“อะ...อะไรนะ?” เถียนเจียวเจียวตกตะลึง“เรื่องของข้าต้องอธิบายกับเจ้าด้วยหรือ? เรื่องของผู้อื่นเกี่ยวอันใดกับเจ้า แม้แต่ที่ว่าการยังไม่ใส่ใจได้เท่าเจ้า!”พูดไป ฉู่จวินถิงก็เหลือบมองใต้เท้าเถียนที่กำลังรีบเดินเข้ามาจาก
สี่พี่น้องชายฉกรรจ์ของสกุลซ่งขึ้นขี่ม้าท่วงท่าหล่อเหลาสง่างามเตรียมออกไปล่าสัตว์ สายตาตกลงบนตัวน้องหญิงห้าของตน เดิมทียังแย่งชิงกันว่าใครจะพาน้องหญิงห้าไป แต่ได้เห็นฉู่จวินถิงที่อยู่ข้างกายแล้ว ทันใดนั้นรู้ว่าการแย่งชิงก่อนหน้านี้ล้วนเสียเปล่า“รอหม่อมฉันสักครู่นะเพคะ” ซ่งรั่วเจินพูดกับฉู่จวินถิงฉู่จวินถิงพยักหน้า ยกมุมปากเผยความอารมณ์ดี แม้รู้ว่าซ่งรั่วเจินไม่มีวันขอร่วมทางกับเขาโดยไม่มีสาเหตุ แต่ขอเพียงสามารถร่วมทางกันได้ นั่นก็เพียงพอแล้ว“พี่ชายทุกท่าน อีกเดี๋ยวพวกท่านก็ไปตามทิศทางที่ข้าพูดไว้ เข้าใจหรือไม่?”“ข้าจำได้แล้ว น้องหญิงห้า เจ้าวางใจเถอะ”ซ่งจืออวี้พยักหน้า แม้เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดอยู่ดีๆ น้องหญิงห้าก็ให้เขาไปที่นั่น แต่น้องหญิงห้าพูด เขาเชื่อฟังก็พอซ่งอี้อันรู้น้องหญิงห้าจัดแจงเช่นนี้จะต้องมีความนัยลึกซึ้ง เอ่ยว่า “มีเรื่องใดให้พวกเราต้องระวังหรือไม่?”“ความมั่งคั่งมหาศาลในวันนี้ พวกท่านจะต้องคว้ามันให้ได้” ซ่งรั่วเจินพูดยิ้มๆซ่งเยี่ยนโจวแปลกใจมาก “มั่งคั่งอะไรหรือ? คงไม่ใช่ว่าทางฝั่งนั้นมีสัตว์ร้ายอยู่หรอกนะ?”“อีกเดี๋ยวตอนขึ้นเขามีนักฆ่าซุ่มโจมตี เป้าหมา
ฉู่จวินถิงมองซ่งรั่วเจินพูดจนจบอยู่ไกลๆ สีหน้าท่าทางตกตะลึงของพี่น้องชายฉกรรจ์ทั้งสี่ของสกุลซ่ง ทำให้ภายในสายตาสะท้อนแววนึกสนุกความลับบนตัวซ่งรั่วเจิน...ช่างพิเศษจริงๆจากนั้นซ่งรั่วเจินขึ้นม้าอย่างคล่องแคล่ว ควบม้าเข้าป่าพร้อมฉู่จวินถิงในตอนนี้ ซ่งรั่วเจินสังเกตทิศทางที่องค์ชายใหญ่จากไป จนกระทั่งเข้าป่าลึกแล้ว ซ่งรั่วเจินถึงได้เห็นเองกับตาว่าธนูของฉู่จวินถิงไม่เคยพลาดเป้าทั้งๆ ที่สัตว์ป่าวิ่งว่องไวมาก ยามอยู่ต่อหน้าเขากลับไม่มีแรงให้หลบหนีธนูถูกปล่อยออกไป เพียงโจมตีก็ถึงแก่ชีวิตฉู่จวินถิงเห็นสายตาตกตะลึงของซ่งรั่วเจิน แววตาเจือรอยยิ้ม “วันนี้ชอบข้าขึ้นบ้างหรือไม่?”ซ่งรั่วเจิน “???”ถามตรงไปตรงมาเช่นนี้จะให้คนตอบเยี่ยงไร?“ท่านอ๋อง ปกติท่านเกี้ยวพาสตรีก็เป็นเช่นนี้หรือ?” ซ่งรั่วเจินถามกลับ“ไม่ใช่” ฉู่จวินถิงส่ายหน้า “ข้าไม่เคยเกี้ยวพาสตรีคนอื่นมาก่อน คนเดียวที่ชอบมีเพียงเจ้า”ซ่งรั่วเจินได้ยินคำพูดชวนให้คนหวั่นไหวเช่นนี้ สายตาหันมองเขาโดยไม่รู้ตัว “พูดจาคล่องแคล่วถึงเพียงนี้กลับไม่คล้ายไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน”“พูดเช่นนี้แล้ว เจ้าไม่ชอบให้ข้าพูดจาคล่องแคล่ว? มิสู้เจ
ฉู่จวินถิงจับจ้องซ่งรั่วเจินแวบหนึ่ง คนฉลาดเยี่ยงเขา เดาได้หลายส่วนแล้ว เพียงแต่...เขากลับไม่รู้ว่าซ่งรั่วเจินเองก็รู้เรื่องการแย่งชิงระหว่างองค์ชายด้วย?“เจ้าอยากหลอกล่อเสด็จพี่ใหญ่ไป?”ซ่งรั่วเจินพยักหน้า “หม่อมฉันวางแผนเช่นนี้จริง แต่ก่อนหน้านั้น หม่อมฉันต้องถามท่านก่อน”อิงตามที่หนังสือเขียนไว้ ฉู่จวินถิงไม่มีความยึดมั่นต่อตำแหน่งฮ่องเต้ ยิ่งไปกว่านั้นเขาและองค์ชายใหญ่ยังมีความสัมพันธ์กันไม่เลว แต่ตัวเอกของหนังสือเล่มนี้คือฉินซวงซวงและหลินจือเยว่ เรื่องภายในราชสำนักที่อธิบายไว้ก็ล้วนเป็นหลินจือเยว่เลื่อนตำแหน่งมั่งคั่งเยี่ยงไรบุญคุณความแค้นระหว่างองค์ชาย เปิดเผยออกมาเพียงบางส่วน ไม่สามารถยืนยันได้“หากข้าและเสด็จพี่ใหญ่มีความสัมพันธ์อันดี เจ้าคิดจะทำเช่นไร? หากความสัมพันธ์ไม่ดี เจ้าคิดจะทำเช่นไร?”ฉู่จวินถิงจับจ้องคนตรงหน้า สัญชาตญาณอ่อนไหวสังเกตได้ว่าสาเหตุที่ซ่งรั่วเจินถามเขา ก็เพราะคำตอบของเขาสำคัญต่อนางมากพูดอีกอย่าง แผนของนางขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างตนและเสด็จพี่ใหญ่จึงจะตัดสินใจเป็นครั้งสุดท้ายกระนั้นรึ?นึกถึงตรงนี้ มุมปากฉู่จวินถิงก็ยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดูท่าแล
ฉู่จวินถิงสืบเท้าขึ้นมาหนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ที่ใกล้กันอยู่แล้วก็ใกล้กันมากยิ่งขึ้นครู่ต่อมาซ่งรั่วเจินขยับถอยหลังหนึ่งก้าว ร่างกายแนบติดต้นไม้ทางข้างหลังโดยไม่รู้ตัว ศีรษะกลับกระแทกเข้ากับฝ่ามือนุ่มของฝ่ายชายเขากลัวศีรษะนางกระแทก ดังนั้นจึงวางฝ่ามือไว้ข้างหลังก่อนล่วงหน้ากลิ่นอายของฝ่ายชายปกคลุมนางไว้ในทันใด แสงแดดจ้าถูกเขาบดบังไว้ ซ่อนซ่งรั่วเจินไว้ใต้เงามืดผืนหนึ่งครู่ต่อมานางเงยหน้า ใบหน้าหล่อเหลาของฝ่ายชายใกล้เพียงแค่เอื้อม ทำให้นางกลั้นหายใจ กลับมองเห็นดวงตาทอประกายระยับของฝ่ายชาย เจิดจ้ายิ่งกว่าแสงแดดเสียอีก“อะ...อะไร?”ฉู่จวินถึงเห็นดวงตากลมโตของฝ่ายหญิง กลีบปากแดงเผยอน้อยๆ ใบหน้าเรียวเล็กงดงามว้าวุ่นไม่รู้ต้องรับมือเยี่ยงไร สายตาแทบละลายกลายเป็นสายน้ำ“แผนของเจ้า...กำลังคิดเพื่อข้า”ฉู่จวินถิงหัวเราะเบาๆ ทีหนึ่ง ไม่ต้องถามอีก ก็รู้คำตอบแล้วซ่งรั่วเจินได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วเบามีความสุขดังขึ้นในโสตก็ว้าวุ่น ยื่นมือออกไปดันฉู่จวินถิงเล็กน้อย ครู่ต่อมากวาดตามอง“วางใจเถอะ เมื่อครู่ข้าสำรวจมาก่อนแล้ว รอบข้างไม่มีคนอื่น” ฉู่จวินถิงอธิบายซ่งรั่วเจินถอนหายใ
“คารวะเซียวอ๋อง”ซ่งรั่วเจินทำความเคารพ ใบหน้างดงามประดับยิ้มน้อย กลับสะท้อนความห่างเหิน“ไม่ขอปิดบัง วันนี้หม่อมฉันมาพบเซียวอ๋อง เพราะต้องการมอบคำทำนายให้องค์ชาย”ได้ยินดังนั้น ฉู่อี้ชวนเก็บธนูในมือ พลิกตัวลงจากหลังม้า คล้ายกำลังตื่นเต้น“ก่อนหน้านี้ข้าเคยได้ยินข่าวว่าศาสตร์ลี้ลับของแม่นางซ่งยอดเยี่ยมมาก หากทำนายออกมา ก็จะสามารถรู้ผลได้ แต่ยังไม่เคยเห็นมาก่อนคิดไม่ถึงวันนี้จะมาส่งมอบคำทำนายให้ข้า ไม่รู้ว่าทำนายอะไรได้เล่า?”“เซียวอ๋อง โปรดอภัยที่หม่อมฉันพูดอย่างตรงไปตรงมา วันนี้จุดอิ้นถังของท่านดำมืด จะต้องประสบโชคร้ายเพคะ” ซ่งรั่วเจินพูดตรงประเด็นเพียงถ้อยคำนี้พูดออกไป สีหน้าฉู่อี้ชวนยิ่งดำทึบทึมหลายปีมานี้ ไม่มีใครขวัญกล้าพูดกับเขาเช่นนี้ “เจ้าอยากจะบอกว่าข้าไม่มีวันได้รับคะแนนดีในพิธีล่าสัตว์หรือ?”“หากเพียงแค่นี้ วันนี้หม่อมฉันก็ไม่ตั้งใจมาแจ้งพระองค์เป็นพิเศษ”ซ่งรั่วเจินยกมุมปากน้อยๆ เห็นได้ชัดว่ากำลังยิ้ม ยามตกอยู่ภายในสายตาของฉู่อี้ชวนกลับสะท้อนความรู้สึกลึกลับยากเกินหยั่งอย่างบอกไม่ถูกเปลี่ยนเป็นแม่นางคนอื่นขวัญกล้าพูดกับเขาเช่นนี้ เขาจะต้องโมโหไปตั้งนานแล้ว แต
พี่ใหญ่ถูกลอบโจมตีจนเกือบไม่รอดชีวิตกลับมา หลังกลับมาแล้วขาทั้งสองข้างยังพิการ ท่านพ่อก็ไม่ได้กลับมาอีกเลยถ้ามีคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้...“ส่วนจิ่งเซิน เขาได้ทำการค้าบ่อยๆ เชี่ยวชาญการติดต่อสัมพันธ์กับผู้คน พวกเจ้าเดินไปทางไปด้วยกันสามารถปลอมเป็นกลุ่มพ่อค้าที่ไปค้าขาย ผู้คนจะได้ไม่สงสัยโดยง่าย” ซ่งเยี่ยนโจวกล่าวซ่งจิ่งเซินพยักหน้ารัวๆ “ใช่แล้ว มีข้าอยู่ด้วย สามารถตัดความยุ่งยากไปได้มากที่สุดแล้ว!”ทุกคนล้วนเข้าใจเรื่องนี้ดี ยามออกไปข้างนอก การมีไหวพริบในการจัดการเรื่องราวเฉพาะหน้าสามารถลดปัญหาได้ นอกจากนี้ ซ่งจิ่งเซินก็ยังมีประสบการณ์ พวกเขาไม่จำเป็นต้องแสดงละครด้วยซ้ำ แค่นำกลุ่มพ่อค้าออกเดินทางก็สามารถตบตาผู้คนได้อย่างง่ายดายกู้หรูเยียนได้ยินดังนั้นก็รู้สึกว่าปลอดภัยขึ้นมากจึงกล่าวว่า “เจินเอ๋อร์ ทำตามที่พี่ใหญ่เจ้าพูดเถอะนะ? เช่นนี้พวกข้าจะได้คลายใจ”ซ่งรั่วเจินเหลือบมองพวกซ่งจืออวี้สองฝาแฝดก็เห็นพวกเขาพยักหน้าเป็นบ้าเป็นหลังเหมือนลูกไก่จิกข้าวสารกระนั้น นางกล่าวยิ้มๆ ว่า “เจ้าค่ะ งั้นประเดี๋ยวค่อยมาดูกันว่าต้องเตรียมสิ่งใดไปบ้าง”“น้องหญิงห้า เรื่องนี้เจ้ายกให้เป็นหน้าที
ซ่งรั่วเจินตัดสินใจไปรับบิดากลับมา ก่อนออกเดินทางย่อมต้องเตรียมสิ่งของมากมาย แต่ก่อนหน้านั้นยังต้องบอกคนในครอบครัวเสียก่อนหลังนางบอกเรื่องที่จะเดินทางไปชายแดน คนในจวนล้วนอึ้งตกใจกันหมด“เจินเอ๋อร์ เจ้าว่าอะไรนะ? เจ้าจะไปชายแดนด้วยตัวเอง?” กู้หรูเยียนมีสีหน้าตกตะลึง “ก่อนนี้ไม่เคยได้ยินเจ้าพูดถึงมาก่อนเลย”“น้องหญิงห้า ถ้าเจ้าเป็นห่วงความปลอดภัยของท่านพ่อก็ให้พี่ชายอย่างพวกข้าไปดีกว่า ผู้หญิงแบบเจ้าไปสถานที่ห่างไกลปานนั้นจะอันตรายเกินไปแล้ว” ซ่งจืออวี้เอ่ยอย่างร้อนใจซ่งจิ่งเซินพยักหน้า “ใช่แล้ว พวกเขารับราชการอาจไม่สะดวก ข้ามีประสบการณ์เดินทางโชกโชน ให้ข้าไปดีกว่า!”“ความจริงสาเหตุที่ข้าจะเดินทางไปเป็นเพราะข้าทำนายดวงชะตาให้ท่านพ่อ”เมื่อซ่งรั่วเจินเอ่ยวาจาประโยคนี้ออกมา สีหน้าทุกคนในห้องล้วนเคร่งเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด หรือว่าจะเกิดปัญหาอันใด?“ก่อนนี้ข้าก็เคยทำนายเหมือนกัน ดวงชะตาของท่านพ่อปลอดภัยไร้อันตราย สามารถกลับมาได้อย่างราบรื่น แต่ช่วงนี้เกิดเหตุเปลี่ยนแปลงขึ้น น่าจะเป็นเพราะได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอก”“ถ้าไม่ไป ข้ากังวลว่าอาจมีอันตราย ดังนั้นจึงคิดว่าจะไปด้วยตั
“ฝ่ายตรงข้ามไม่ทันได้ค้นตัวไต้ซือเทียนจีใช่หรือไม่?” ซ่งรั่วเจินถามซ่งเยี่ยนโจวพยักหน้า “ก่อนหน้านี้คนผู้นั้นรีบร้อนเกินไป พวกข้าไม่เปิดโอกาสให้เขา แต่ว่ากันตามปกติแล้ว ของที่มีค่ามากมักจะไม่พกติดตัวไว้”“สิ่งสำคัญที่สุดมักไม่พกติดตัวก็จริง แต่คนในวงการพวกข้า โดยเฉพาะคนชั่วร้ายอย่างเขา จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเก็บจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้ามเอาไว้ข่มขู่อย่างแน่นอน”คิ้วบางของซ่งรั่วเจินเลิกขึ้นน้อยๆ ต่อให้เคยเจอไต้ซือเทียนจีเพียงครั้งเดียว แต่ก็ทราบว่าเป็นจิ้งจอกเฒ่าผู้หนึ่งกระทำเรื่องชั่วช้ามาหลายปีขนาดนี้แต่ก็ยังอยู่รอดปลอดภัย แล้วจะไม่มีวิธีปกป้องตัวเองเลยได้อย่างไร?กู้ชิงฉือได้ยินเช่นนั้นก็รีบวิ่งไปข้างกายไต้ซือเทียนจีแล้วเริ่มค้นหาอย่างละเอียด การค้นตัวครั้งนี้พบว่านอกจากยันต์ที่อ่านไม่ออกพวกนั้นแล้วยังมียาลูกกลอนอีกสองเม็ด“ไม่มีของอย่างอื่น แต่มีหินก้อนหนึ่ง นี่คือหยิบติดตัวมาด้วยงั้นรึ?”กู้ชิงฉือมองก้อนหินในมือ หินก้อนนี้แม้พอจะนับได้ว่ามนเกลี้ยง แต่ก็ดูแตกต่างจากก้อนหินที่พบเห็นได้ทั่วไปบริเวณริมแม่น้ำมากเกินไป“ข้าขอดูหน่อย”ซ่งรั่วเจินก้าวเร็วๆ เข้ามาหา มองก้อนหินในมือแ
เมื่อซ่งเยี่ยนโจวเอ่ยปากสอบถาม สายตาทุกคนก็ต่างจับจ้องมายังซ่งรั่วเจิน พวกเขาในตอนนี้ไม่กล้าบุ่มบ่ามรบกวนแล้วฉู่จวินถิงก็เป็นห่วงดุจเดียวกัน เขารู้ว่าวิชาแพทย์ของรั่วเจินนั้นไม่ธรรมดา เก่งกาจกว่าหมอหลวงในวังหลวงมากนัก ถ้านางบอกว่าช่วยไม่ได้ก็แสดงว่าหมดหนทางแล้วจริงๆ“ยังช่วยได้”ซ่งรั่วเจินพูดโดยที่มือยังเคลื่อนไหวไม่หยุด นางลังเลไปชั่วครู่ก็หยิบยาลูกกลอนเม็ดหนึ่งออกมายัดเข้าไปในปากของชายผู้นั้นซ่งเยี่ยนโจว “...” อีกแล้ว?ซ่งรั่วเจินรู้ว่าตนเองนำสิ่งของมากมายติดตัวมาเช่นนี้จะทำให้คนสงสัย แต่ช่วยชีวิตคนสำคัญกว่า อย่างไรเสียแค่พูดจาส่งเดชไม่กี่ประโยคก็สามารถกลบเกลื่อนเรื่องนี้ได้แล้วตั้งแต่นางทะลุมิติมาก็มีมิติขนาดเล็กเป็นของตัวเอง ยาเอย ยันต์เอย ยามปกติล้วนเก็บไว้ในนั้น นับว่าสะดวกมากทีเดียวหลังจากชายหนุ่มที่มีท่าทางอ่อนแอสุดขีดกลืนยาเม็ดนั้นลงไปก็รู้สึกว่าความเจ็บปวดแต่เดิมบรรเทาลงบ้าง การหายใจก็ไม่ได้ยากลำบากถึงเพียงนั้นอีกแล้ว“ส่งคนไปหารถม้าหรือยัง?” ฉู่จวินถิงถามจ้าวเจียงพยักหน้า “เรียนท่านอ๋อง ส่งคนไปจัดการแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้ข้าฟัง
“หม่อมฉันได้ยินมาว่าบนบัญชีรายชื่อมีอยู่สิบกว่าคน ไม่รู้อาการของคนอื่นร้ายแรงหรือไม่?” ซ่งรั่วเจินเอ่ยถาม“ในหมู่คนเหล่านั้นมีลูกสะใภ้ไม่เคารพแม่สามี คนแก่อายุมากแล้ว คนจึงตายไป แต่มากที่สุดยังเป็นความขัดแย้งของอนุภรรยาและภรรยาเอก”“คนส่วนใหญ่ล้วนคล้ายพระชายาเซียงอ๋อง ตกอยู่ในฝันร้าย ยังป่วยหนักอีกด้วย อนุอวิ๋นนับว่าลงทุนลงแรงมากทีเดียว” ฉู่จวินถิงพูด“อนุอวิ๋นเป็นคนโหดเหี้ยมไม่ผิดไปดังคาด แต่ยังเสแสร้งใจดีมีเมตตา ปรากฎว่ามีเพียงใต้เท้าอวิ๋นตัวโง่งมคนนี้ถึงจะหลงเชื่อ”ซ่งรั่วเจินไม่แปลกใจ ความยากในการเลี้ยงดูผีทวงชีวิตนั้นมากกว่าผีน้อยตนอื่นมาก แม้ว่าไต้ซือเทียนจีมีความสามารถอยู่บ้าง กลับไม่สามารถเลี้ยงผีทวงชีวิตหลายตนได้ตนนี้เป็นเขาใส่ใจเลี้ยงดู ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่จึงสนิทสนมกันมากจากนั้นยามทั้งคู่เดินผ่านอุโมงค์ไปจนถึงฝั่งหนึ่ง กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นสายหนึ่งชำแรกจมูกพวกซ่งเยี่ยนโจวยืนอยู่ข้างหน้า สีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างมาก ส่วนซ่งรั่วเจินเองก็สังเกตเห็นศพแต่ละร่างใต้พื้น หนึ่งในนั้นมีนักพรตเต๋าคนหนึ่ง เห็นชัดว่าคือไต้ซือเทียนจี“นี่คือ...ตายทั้งหมดแล้ว?”“เดิมที
“ไปเส้นทางใต้ดิน”ไต้ซือเทียนจีไม่คิดมากนัก พาทุกคนไปยังเส้นทางใต้ดิน“ไต้ซือ เส้นทางไต้ดินนี้ไม่สามารถเดินทางตามสะดวกได้!”ทุกคนมองเส้นทางใต้ดิน ใบหน้าเผยความลังเล ก่อนหน้านี้เคยพูดมาก่อนหากไม่แจ้ง จะไม่สามารถใช้เส้นทางใต้ดินนี้ได้เด็ดขาด ยิ่งไปกว่านั้นจะปล่อยให้ถูกคนพบไม่ได้!“บัดนี้หมดหนทางแล้ว ฉู่อ๋องเป็นคนเช่นไร? ในเมื่อเขาแน่ใจว่าพวกเราอยู่ในพื้นที่นี้ จะต้องแจ้งคนอื่นให้เข้ามาปิดล้อมแน่”“หากพวกเราไม่หนี ก็มีเพียงต้องตายเท่านั้น!”สีหน้าไต้ซือเทียนจีเคร่งขรึม เขาย่อมรู้ว่าเส้นทางใต้ดินนี้หมายความว่าอะไร แต่ตอนนี้นอกจากตัวเลือกนี้แล้ว ก็ไม่มีตัวเลือกอื่นอีก!ทุกคนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจ ไปอาจไม่ตาย แต่ไม่ไปจะต้องตายแน่!“ไป!”ครู่ต่อมา พวกซ่งเยี่ยนโจวมองเห็นกิ่งไม้หยุดหน้าห้องหนึ่ง จากนั้นเสียงประตูใหญ่ถูกเปิดออกดัง “แอ๊ด” ภายในสายตาเปี่ยมความตกตะลึงพรึงเพริด“กิ่งไม้นี้ถึงขั้นสามารถเปิดประตูได้?”จ้าวเจียงอ้าปากกว้าง คิดเพียงว่าหลังจากวันนี้ผ่านพ้นไปไม่ว่าคนอื่นพูดเรื่องเหลือจะเชื่อมากเพียงใดเขาก็ไม่รู้สึกแปลกใจอีกแล้ว!เพราะเรื่องแปลกประหลาดที่สุดถูกเขาพบแล้ว!
นางหยิบกิ่งไม้หนึ่งกิ่งขึ้นมาจากพื้น จากนั้นทุกคนได้เห็นกิ่งไม้นั้นลอยขึ้นกลางอากาศ ยิ่งไปกว่านั้นยังหันไปที่ทิศทางหนึ่ง ทันใดนั้นเบิกตากว้าง“เยี่ยนโจว พวกเราดีชั่วอย่างไรก็รู้จักกันมานานหลายปีถึงเพียงนี้ ที่ผ่านมาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าน้องสาวของท่านยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้!”จ้าวเจียงเผยสีหน้าตกตะลึง ก่อนหน้านี้ได้ยินก็คิดว่าเร้นลับเหลือเกิน จนกระทั่งได้เห็นเองกับตาวันนี้ กลับรู้สึกตกตะลึงพรึงเพริดฝีมือนี้ช่างมหัศจรรย์โดยแท้!ซ่งเยี่ยนโจว “...” จะให้พูดได้อย่างไรว่าแท้จริงแล้วเขาก็เคยเห็นเป็นครั้งแรก?ที่ผ่านมาใช่ว่าไม่เคยเห็นน้องหญิงห้าแสดงฝีมือมาก่อน แต่นั่นก็แค่เขียนยันต์ไม่กี่ใบเท่านั้น ยามได้เห็นน้องหญิงห้าช่วยอนุอวิ๋นกำจัดความชั่วร้าย ก็เห็นเพียงเผายันต์หนึ่งใบ!ได้เห็นฉากนี้ รู้ว่าแตกต่างจากที่เคยได้เห็นก่อนหน้านี้นี่...นับเป็นการเคลื่อนที่กลางอากาศหรือไม่?“ไล่ตามไป!”กิ่งไม้ขยับไปข้างหน้าไม่นับว่าช้า ฉู่จวินถิงรีบเอ่ยเตือนทุกคนให้ไล่ตามพวกซ่งเยี่ยนโจวไม่กล้ารอช้า ใช้ความเร็วที่สุดไล่ตามไป การไล่ตามไปครั้งนี้กลับพบความมหัศจรรย์ กิ่งไม้นั้นคล้ายมีตา ยิ่งไปกว่านั้นยังหน
ฉู่จวินถิงเลื่อนสายตาไปอย่างแปลกใจ ก็ได้เห็นดวงตาทอประกายระยับของแม่นางคนนี้ที่กำลังเดินมาหยุดต่อหน้าตน ภายในไม่มีความกลัวหรือรังเกียจเลยสักเศษเสี้ยว มีเพียงความตกตะลึงระคนเลื่อมใส“ท่านอ๋อง วิชาตัวเบาของท่านยอดเยี่ยมมาก ภายภาคหน้าสามารถสอนหม่อมฉันได้หรือไม่?”ฉู่จวินถิงหลุดหัวเราะออกมา ภายในสายตากลับเปล่งประกาย “ได้”บรรยากาศตึงเครียดรอบกายเปลี่ยนไปตามคำพูดของซ่งรั่วเจิน ทุกคนหัวเราะเบาๆ อย่างอดไม่ได้ แม่นางคนนี้น่าสนใจมาก กล้าหาญไม่ธรรมดาหากได้อยู่กับท่านอ๋อง นี่จะต้องเหมาะสมไม่ธรรมดาแน่!“คนหนีไปหมดแล้ว”ซ่งเยี่ยนโจวขมวดคิ้วแน่น อีกฝ่ายเห็นว่าพวกเขามาแล้วก็หนีไปในทันที เมื่อครู่ไม่ทันได้ไล่ตาม บัดนี้ต้องตามรอยเบาะแสใหม่อีกครั้งแล้ว“วันนี้ไต้ซือเทียนจีหนีไม่รอดหรอกเจ้าค่ะ!”ใบหน้าซ่งรั่วเจินเผยแววมั่นใจในตนเอง นางหยิบยันต์ออกมาหนึ่งปึกมอบให้ฉู่จวินถิง “ท่านอ๋อง ท่านให้ทุกคนพกยันต์ไว้ให้ดี จะได้ไม่ถูกวิชาพรางตาหลอกอีก”ซ่งเยี่ยนโจวเห็นเวลาเพียงชั่วพริบตาน้องสาวก็นำยันต์ออกมามากถึงเพียงนี้ ใบหน้าหล่อเหลาเปี่ยมความสงสัย ตกลงนางใส่ของเหล่านี้ไว้ที่ใด?เพียงออกจากบ้านก็นำของมา
“ชิ้ง!”กู้ชิงฉือสัมผัสได้ว่ากระบี่คมสายหนึ่งผ่านข้างกายตนไป ไรผมช่อหนึ่งถูกตัด ตกตะลึงพรึงเพริดภายในใจ“นี่ให้เจ้า”ฉู่จวินถิงลังเลไปครู่หนึ่ง ยัดยันต์คุ้มภัยใส่มือกู้ชิงฉือ“เก็บไว้ให้ดีแทนข้าด้วย!”ครู่ต่อมา กู้ชิงฉือก็มองเห็นคู่ต่อสู้เบื้องหน้า ภายในสายตาสั่นสะท้าน ก้มหน้ามองดู นี่คือกระดาษยันต์สีเหลืองหนึ่งใบ“ท่านอ๋อง ท่านยกให้ข้า เช่นนั้นท่านจะทำเยี่ยงไร!”ไต้ซือเทียนจีเห็นฉู่จวินถิงมอบยันต์ให้กู้ชิงฉือ ภายในสายตาสะท้อนแววตกตะลึง ฉู่อ๋องอยู่ภายนอกได้ชื่อว่าโหดเหี้ยมอำมหิต ฆ่าคนไม่กะพริบตา ถึงขั้นมอบของป้องกันชีวิตให้ผู้อื่น?คนผู้นี้...มีภูมิหลังเช่นไร?“ไม่ต้องห่วงข้า”ฉู่จวินถิงหลับตาลง ได้ยินเสียงฝ่าอากาศรอบด้าน แยกแยะตำแหน่ง“ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง!”พลังอันแข็งแกร่งปะทุออกมา ฉู่จวินถิงเคลื่อนไหวอย่างว่องไว ราวกับมังกรเคลื่อนไหวก็มิปาน หลบหลีกการโจมตีที่พุ่งเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนที่ดาบในมือจะพุ่งแทงออกไปอย่างฉับพลัน“อ๊าก!”เสียงแผดร้องสายหนึ่งดังขึ้น ศพร่างหนึ่งปรากฏต่อหน้าทุกคน“ไอ้พวกชั่ว!”ภายในสายตาฉู่จวินถิงสะท้อนความอำมหิต คนผ่านเข้าไปกลางตรอกเล็ก ทั้งๆ