ชาวบ้านทุกคนรวมตัวกันมุ่งหน้ามาที่เขตประตูวังหลวง คำนับคุกเข่าร้องเรียกความยุติธรรมให้กับผู้สูญหาย " ฝ่าบาทได้โปรดช่วยพวกหม่อมฉันด้วย นี่ก็ผ่านมาตั้ง20 กว่าปี ไม่มีวี่แววของฆาตกร เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร"ตำหนักโบตั๋นในขณะนั้นเฝิงเส้าเฟิงเดินทางมาถึงตำหนัก โดยมีชงหยุนยืนรออย่างกระวนกระวาย ชงหยุน" องค์ชายเกิดเรื่องใหญ่แล้ว " (เฝิงเส้าเฟิงกับซุนอี้ยังไม่ได้ลงจากม้าก็มีเรื่องให้ต้องแก้ไข )เฝิงเส้าเฟิง" มีเรื่องอะไร ค่อยๆพูด "ชงหยุน" ชาวบ้านรวมตัวกันเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่คนหายให้หาฆาตกรให้เจอ"เฝิงเส้าเฟิง" อืม ข้าจะไปเจรจาเอง "ซุนอี้" ข้าไปด้วยได้หรือไม่ " เฝิงเส้าเฟิง" เจ้านั่งตั้งนานไม่ยอมลง แล้วจะให้ข้าว่าเช่นไร " ( ซุนอี้ยิ้มแฉ่งอย่างน่าเอ็นดู)ซุนอี้" นั้นสิเพคะ ไปรีบไปเถิด" เขตหน้าประตูวังหลวงเมื่อเดินทางมาถึงแล้วสีหน้าที่เคร่งเครียดราวกับถูกบีบคั้นเม้มปากด้วยความอัดอั้นตันใจ ของครอบครัวผู้สูญเสียกว่าหลายร้อยคน เห็นชาวบ้านทุกข์ใจมากเช่นนี้ เฝิงเส้าเฟิงให้คำมั่นสัญญา ว่าจะหาตัวผู้ร้ายมาให้ได้เฝิงเส้าเฟิง" ข้าให้สัญญา ว่าข้าจะหาฆาตกรมาลงโทษ เพลานี้พวกท่านควรระวังตัวให้มา
ยังไม่ทันหายใจได้อ้าปากพูดมาก เฝิงเส้าเฟิงสั่งให้ชงหยุนกับซุนอี้ไปจัดการเรื่องแม่ครัวและอาหาร แบ่งแม่ครัวทำกับข้าวไปยังหมู่บ้านแถบป่าทึบไว้ให้ทหารได้กินอิ่มท้อง เฝิงเส้าเฟิง" หากเข้าใจที่ข้าสั่งแล้ว รีบไปเสีย " ( ซุนอี้ไม่รอข้ารีบพาชงหยุนไปห้องครัวใหญ่ )ห้องครัวใหญ่ตั้งแต่ได้แม่ครัวและผู้ช่วยมา อาหารการกินไม่มีการขัดแย้งกันภายในครัว แต่ว่าผู้ช่วยนั้นเป็นคนของหลี่ซิ่นทั้งหมด งานนี้มาดูกันว่าซุนอี้จะรับมือเช่นไรเสียงสับๆบนเขียง ดังมาเป็นระยะให้ได้ยินซุนอี้" แม่ครัวกับผู้ช่วยท่าทางจะสามคีกันดี "( หลังจากนั้นนางค่อย ๆ เปิดประตูออกอย่างช้าๆ จนทุกคนที่อยู่ข้างในหยุดมีดลงแล้วหันมามองนางด้วยสายตาไม่เป็นมิตร )แม่ครัว" คำนับองค์หญิง " ( ก้มคำนับอย่างไม่เต็มใจ)ซุนอี้" ข้าต้องการแม่ครัว 2 คน ผู้ช่วย อีก2 คน ไปให้ทำอาหารที่หมู่บ้านป่าทึบให้ทหาร20000 นาย " ( ทุกคนสีหน้าเมินเฉย แล้วสับหมูต่อไป)ชงหยุน" พวกเจ้าไม่ได้ยินที่นายข้าสั่งรึ "แม่ครัว" นายเจ้า ไม่ใช่นายข้าเหตุใดพวกข้าต้องฟัง รึ " ซุนอี้" พวกเจ้าคงเป็นคนของหลี่ซิ่นสินะ งั้นก็เตรียมตัวไสหัวออกจากห้องครัวได้เลย"แม่ครัว" หึ เป็นแค่อง
ตำหนักหลิวซินเนียน13:12 00ใบพัดประจำตัววี่ใบหน้าอย่างไร้อารมณ์เครียด ทอดสายตาไปยังตำหนักที่กำลังถูกซ่อมแซมอย่างระมัดระวัง หลิวซินเนียน" ไปชงชามาให้ข้าใหม่ " (นางอ่านหนังสือและคอยเฝ้ามองตำหนักอยู่ห่างๆ)เพคะ หลี่ซิ่นเดินเข้ามาอย่างเงียบๆด้วยสีหน้าหวั่นกลัวเล็กน้อย" ท่านแม่ " ( หลิวซินเนียนตกใจจนสะดุ้งตัวเล็กน้อย ลุกขึ้นยืนอย่างพรวดพราด)หลิวซินเนียน" ลูกแม่ แม่หัวใจจะวาย มาเงียบๆเช่นนี้" หลี่ซิ่น" ท่านแม่รู้หรือไม่ว่าท่านพ่อมอบอำนาจให้เฝิงเส้าเฟิงเป็นผู้คุมเมืองและออกคำสั่ง แทนท่านพ่อ "( นางพับใบพัดเคาะเก็บเข้าที่เดิม ร้อนใจเร่งเดินทางไปยังตำหนักถานเจี้ยนซื่อ )ตำหนักถานเจี้ยนซื่อแต่พอไปถึงกลับไม่ได้เข้าเฝ้าดั่งใจหวังนางเลยตะโกน กล่าวถามอยู่ด้านนอกตำหนัก หลิวซินเนียน" ท่านคิดอะไรอยู่ถึงได้ให้เฝิงเส้าเฟิง ทำการรักษาบ้านเมืองแทนท่าน " ( ถานเจี้ยนซื่อรำคาญเสียงดัง ของนางเลยเดินออกมาพบยังมาประตูตำหนัก)ถานเจี้ยนซื่อ" เจ้าอย่าเข้ามาวุ่นวายได้หรือไม่ " หลิวซินเนียน" เหตุใด ท่านก็อธิบายให้ข้าฟังไม่ได้รึ "ถานเจี้ยนซื่อ" เจ้ามัวแต่อยู่ในตำหนักเคยรู้เรื่องราวบ้านเมืองหรือไม่ "หลิวซิน
หลี่ซิ่นโกรธจนหน้าสั่นสายตากระฟึดกระฟัดเหวี่ยงใบหน้าเอียงมองด้วยสายตาที่เกลียดชังในขณะที่ท้องฟ้าปกคลุมด้วยเมฆสีเทาทะมึนแผ่กระจายไปทั่วแคว้นเฉิ่งฮั่น ซุนอี้" เจ้าแค้นใจข้า จะไปมีประโยชน์อะไร "หลี่ซิ่น" เพราะข้าชั่งน้ำหน้าเจ้ายิ่งนัก " (นางเอ่ยด้วยความโกรธเคือง)ซุนอี้" กลับตำหนักเจ้าไปเสียเถิด ฝนฟ้ายังอยากไล่เจ้าออกจากเรือนข้า เลยมืดครึ้มมาเป็นพยาน ( พูดพรางๆมองไปยังหน้าต่างที่มืดครึ้มพร้อมมองหลี่ซิ่นด้วยความเอือมระอา)หลี่ซิ่น" มาอาศัยอยู่ต่างบ้านต่างเมืองกลับทำตัวเยี่ยงเจ้าของทั้งๆที่ มันไม่ใช่ "(นางค่อยๆย่างก้าวเขม่นตาจ้องซุนอี้ ฝ่ามือไขว้หลัง เมื่อซุนอี้เผลอจึงยกแขนออกที่ถือแจกันพร้อมฟาดไปที่ศีรษะอย่างรวดเร็ว.... แต่ซุนอี้นั้นรู้ทัน โดนศีรษะแค่เฉียดๆมีเลือดออกเล็กน้อย )ซุนอี้" มันจะมากเกินไปแล้ว องค์หญิงหลี่ซิ่น "( นางหลบได้เล็กน้อยแล้วจับศีรษะหลี่ซิ่น ทุบเข้ากับกำแพง จนเลือดหลั่งไหลไม่หยุด)หลี่ซิ่น" เลือด! ชั่วช้า! "( นางชี้หน้าขวิดสายตาด้วยอาฆาต )ซุนอี้" เจ้าทำตัวเองทั้งนั้น"( นางถือแจกันเดินวนรอบหลี่ซิ่นอย่างใจเย็น )บ่าวรับใช้ รีบพยุงนางขึ้นมาก่อนจะออกจากตำหนัก หลี่ซิ่นห
ชงหยุนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มืดทมิฬเกรงว่าจะไปไม่ถึงหมู่บ้านป่าทึบ มีลางสังหรณ์อยู่ในใจยังบอกไม่ถูก ชงหยุน" องค์ชายข้ารู้สึกว่าเพลานี้ไม่ควรเดินทางฟ้ามืดครึ้มไม่รู้ว่าฝนจะตกมาตอนเพลาใด " ( นางเตือนเฝิงเส้าเฟิง )เฝิงเส้าเฟิง" คงยังไม่ตกตอนนี้หรอกอาจจะช่วงดึกๆ อย่าได้กังวลใจไปเจ้าไปนั่งข้าง ๆ นายหญิงของเจ้าข้าจะควบคุมม้าเอง" ( ชงหยุนส่ายหน้าลังเล )เวลา 17:00อย่างที่คาดไว้ไม่มีผิดฝนเริ่มตกปรอยๆชำเลืองมองออกไปยังหน้าต่างแหงนหน้านางนิ่งไม่กี่อึดใจก็เอ่ยปาก ชงหยุน" องค์หญิงฝนเริ่มลงเม็ดแล้ว องค์ชายคงจะหนาวหากตากฝนนานๆ" (สายฝนกระหน่ำไม่ขาดสายจนเบื้องหน้ากลายเป็นภาพพร่ามัว )ซุนอี้ตะโกนบอกให้เฝิงเส้าเฟิงหยุดรถม้าหาที่พักหลบฝน" ท่านหยุดวิ่งม้าเถิด ฝนตกหนักเช่นนี้จะไม่สบายเอาได้ " ( เฝิงเส้าเฟิงได้ยินที่ซุนอี้บอกจึงรีบหาที่พัก )ระหว่างทางมีศาลาเพียงหลังเดียวหากไปไกลมากกว่านี้อาจจะไม่เจอที่หลบฝน เฝิงเส้าเฟิงจึงตัดสินใจ หลบฝนที่ศาลาแห่งนี้ แม้ตนรู้สึกไม่ชอบมาพากล โชคดีที่ศาลาหลังนี้ใหญ่พอให้รถม้าสองเชือก เข้าไปด้านในด้วยหลังคาที่ปกคลุมรอบทิศทั้งสี่ เนื้อตัวเปียกอากาศหนาวๆเย็นๆเริ่มเข้ามา
หยดน้ำฝนกลมๆใสๆ เริ่มหยุดทยอยหล่นลงมาจากฝากฟ้าเสียงแมลงร้องลั่นอย่างกังวานไปทั่วป่า สัญชาตญาณนักล่ารับรู้ได้ถึงการมาของมนุษย์ แต่เหตุใดพวกมันไม่จู่โจมไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เล่าลือ หรือเป็นเพียงนิทานขู่ขวัญ เฝิงเส้าเฟิง" เงียบมาก ไหนละหมาป่าที่ว่า ดุร้าย "โจร" ข้าแค่ฟังจากชาวบ้านเล่าต่อไปกันมา "เฝิงเส้าเฟิง" เงียบ ข้าได้ยินเสียง....! (หลังจากนั้นเฝิงเส้าเฟิง พยายามเดินตามหาเสียง )โจร" นั้น ! หมาป่า มันถูกกับดักออกมาไม่ได้ พวกของมันเฝ้าอยู่เหมือนมันต้องการความช่วยเหลือ !"เฝิงเส้าเฟิงเห็นแววตาหมาป่าที่เรีบยเฉยมองมาอย่างคาดเดาไม่ได้ ตนจึงตัดสินใจที่จะช่วยเหลือฝูงของมัน ให้รอดพ้น ย่างเท้าเบาๆพร้อมเอ่ยไปพลางๆ" ข้ามาช่วยฝูงของเจ้า อย่าได้คิดจะตลบหลังข้าเชียว "ในที่สุดเฝิงเส้าเฟิงก็เข้าใกล้กรงขังหมาป่า 5 ตัว ได้สำเร็จโดยมีสายตาข่มขู่จ้องมองตลอดเวลา เฝิงเส้าเฟิงค่อยๆแก้กับดักจนสำเร็จ เฝิงเส้าเฟิงเดินกลับมายังที่จุดเดิมเพื่อให้หมาป่าทั้งห้าออกมาอย่างไม่ต้องหวาดระแวงมนุษย์ แต่ว่ามีหมาป่าอีกตัวที่บาดเจ็บที่หลังและขา มันนอนโทรมรอใกล้ตายแต่เฝิงเส้าเฟิงอยากเข้าไปรักษามันเฝิงเส้าเฟิง" ข้าจะช่
หมู่บ้านป่าทึบ หน้าทางเข้า เวลา 19.03 น.นซุนอี้" ทหารมาถึงกันแล้ว" (นางเอื้อนเอ่ยด้วยความเหนื่อยล้า)เฝิงเส้าเฟิง" ข้าจะหาที่พักให้เจ้าที่ที่ปลอดภัย " ( โอบไหล่เป็นตัวนางมากอดแนบชิด )รถม้าวิ่งผ่านชุลมุนในหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยทหารทุกคนต่างช่วยกันต้อนรับและจัดเตรียมที่พักให้ทหารเป็นอย่างดี เมื่อวิ่งไปอีกหน่อยก็เจอกับรถม้าอีกเชือก ชงหยุนยืนรอพร้อมกับโบกมือให้เข้ามาเส้นทางนี้ ชงหยุน" ทางนี้ ข้าอยู่ทางนี้ " ( ข้อเท้าเล็กๆยืนขึ้นตะโกนอย่างสุดเสียง)เฝิงเส้าเฟิง" เจ้าหาที่พักได้แล้วรึ " (ขมวดคิ้วตึงหน้าถามบ่าวรับใช้)ชงหยุน" ได้แล้วเพคะ "เฝิงเส้าเฟิง" ผู้ใดหาให้เจ้า" ชงหยุน" หัวหน้าหมู่บ้านเพคะ "เฝิงเส้าเฟิง" นำทางข้าไป ตอนนี้นายหญิงของเจ้าไม่ค่อยสบาย "ชงหยุน " ข้าเกือบใจหายนึกว่า องค์หญิงจะไม่รอด " เฝิวเส้าเฟิง" เรื่องไว้คุยกันทีหลัง "ชงหยุน" เพคะ ข้าจะสั่งให้ทหารนำทางตอนนี้เลย "ลักษณะบ้านที่ซุนอี้ที่อาศัยนั้นปลอดภัยมากๆ และยังมีลำธารหลังเรือนสีใสเขียวมรกต ซุนอี้กวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างต้องตา ซุนอี้" ที่นี้หน้าอยู่มาก " เฝิงเส้าเฟิง " ทหารนำข้าวของ ภรรยาข้าขึ้นไปบนเรือน "
เช้า 6:00 หมู่บ้านป่าทึบเช้าวันใหม่ที่แสนสดใส ตั้งแต่มีทหารเข้ามาเฝ้าชาวบ้านทุกคนต่างเอ็นดูเหมือนลูกหลาน เด็กๆในหมู่บ้านกล้าออกมาเล่นกลางแจ้งไม่เว้นแม้แต่วัยหนุ่มสาว จากสีหน้าที่ตึงเครียดเริ่มส่งยิ้มกำลังใจให้กันและกัน ส่งสารความเบิกบานใจเปล่งปลั่งด้วยความสุขที่เปิดเผยดวงตาฉายแววมีชีวิตชีวา ลูกเล็กเด็กแดงกระทืบเท้าเบาด้วยความตื่นเต้นวิ่งเหยาะๆอย่างกระปรี้กระเปร่า เรือนซุนอี้เสียงหายใจพลั้งพุเป็นจังหวะลำตัวโอบกอดไว้อย่างรัดแน่น มองนั่งเมียที่นอนหลับอย่างเหนื่อยล้าเขยื้อนสายตามองเมียของตนด้วยความเสน่หา หมายนางไว้ว่าหญิงผู้นี้เป็นเมียตน เฝิงเส้าเฟิงเขย่าตัวซุนอี้เบา ๆพร้อกระซิบข้างหู เฝิงเส้าเฟิง" ตื่นได้แล้ว "( หลังจากนั้นนางเริ่มรู้สึกตัว เงยหน้ามามองสามีเผลอตกใจรีบเอาผ้าห่มมาคุมตัว )เฝิงเส้าเฟิง" เรื่องเมื่อคืน ข้า .....? (นางรีบตัดบท ลุกขึ้นจากเตียง )ซุนอี้" ท่านมีแข่งธนูมิใช่รึ ข้าจะรีบไปอาบน้ำ "( นางหันตัวอย่างเร่งรีบ กลบความเขินอายเอาไว้ )เวลาผ่านไปได้สักพัก เฝิงเส้าเฟิงมายืนรอเมียอยู่ด้านล่างของเรือน พร้อมรถม้าและชงหยุนชงหยุน" เหตุใดวันนี้องค์หญิงถึงตื่นสายเชียว คงจะเหนื
ตำหนักหลี่ซิ่น หมอหลวง" องค์หญิงสิ้นใจแล้วขอรับ "หลิวซินเนียน" ไม่จริง...ฮือๆ ลูกแม่เจ้าตื่นขึ่นมาเถิดหนา "ตนนั้นทำใจไม่ได้และกล่าวหาหมอหลวงว่าไม่มีความสามรถ...ร้องไห้คร่ำครวญกอดลูกสาวไม่ยอมปล่อย...หันมากล่าวโทษทุกคนที่ยืนดูอยู่หลิวซินเนียน" เป็นเพราะพวกเจ้า พวกเจ้าทำลายชีวิตของของข้า " ฉางอัน" เจ้าทำตัวเองทั้งนั้น จะโทษผู้อื่นเหตุใดไม่โทษตัวเอง " หลิวซินเนียน" ผู้ใดถามเจ้า ข้าชังน้ำหน้าเจ้านัก "ฉางอัน" พอเถิดเจ้าหมดหนทางแล้ว เตรียมตัวเข้าไปชดใช้กรรมในคุกเถิด" ได้ยินคำว่าคุก นางจึงยิบมีดออกมาข่มขู่ทุกคนก่อนจะตายนางได้เอ่ยทิ้งท้าย หลิวซินเนียน" จ้าไม่มีวันยอมเข้าคุก ข้ายอมตายเสียดีกว่า " หลังจากนั้นตนได้ใช้มีดแทงตัวเองจนสิ้นใจตามลูกสาวทิ้งตัวนอนลงข้างกายลูกของตน และหลังจากนั้นศพสองแม่ลูกนั้นได้ถูกเผาไม่มีการทำพิธีใดๆไปทั้งสิ้น เมื่อข่าวนี้แพร่งพรายออกไปทั่วเฉิ่งฮั่น ต่างคนต่างเชื่อในปาฏิหาริย์และรับรู้ว่าต่อจากนี้เมืองเฉิ่งฮั่นจะกลับมามีความสุขดังเฉกเช่นเมื่อก่อนในเมื่อทุกอย่างถูกคลี่คลายเฝิงเส้าเฟิงตอบตกลงทำการค้ากับแคว้นเฉิงฮั่นโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ส่วนซุนอี้ได้พบกับแม่ที่แท้
เจ็ดวันถัดมา เวลา 8.00ณ . ท้องพระโรงในที่สุดวันนี้ก็มาถึงได้เวลาเปิดโปงความจริงทุกอย่าง หลักฐานพร้อมพยานพร้อม ทุกคนในท้องพระโรงต่างรอพระมเหสีหลิวซินเนียนและองค์หญิงซุนอี้ บรรยากาศในท้องพระโรงเริ่มรี่เสียงลงอวยหน้าหันไปยังหน้าประตูบานใหญ่ที่กำลังเปิดออก พระมเหสีหลิวซินเนียนมาแล้ว แต่มาด้วยใบหน้าที่ใส่หน้ากากปิดบังรอยบาดแผลไว้ เหลือให้เห็นแค่ดวงตาทั้งสองข้าง ถานเจี้ยนซื่อ " ในเมื่อมากันครบแล้ว....เฝิงเส้าเฟิงเริ่มได้เลย " เฝิงเส้าเฟิง " เข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน หัวหน้ากรมตุลาการ หูจวินได้ทำความผิด ข้อหาโยนความผิดให้ผู้บริสุทธิ์ปิดบังเรื่องการหายตัวของชาวบ้านตั้งยี่สิบกว่าปี นักโทษที่จับมานั้นล้วนเป็นคนดีทั้งหมดและเรื่องนี้มีผู้อยู่เบื้องหลังคอยหนุนหลังหูจวินมาตลอด "หลิวซินเนียนเริ่มออกอาการทำตัวไม่ถูกตนนั้นกลัวจะถูกเปิดโปง เลยขอตัวกลับตำหนักอ้างว่าตนนั้นไม่สบายหลิวซินเนียน" ฝ่าบาทข้าปวดหัวมาก ข้าขอกลับไปพักผ่อนที่ตำหนัก " เฝิงเส้าเฟิง" ท่านยังไปไหนไม่ได้ " หลิวซินเนียน " บังอาจกล้ามาก้าวร้าวใส่ข้า " เฝิงเส้าเฟิง " ฝ่าบาทขอรับผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ก็คือ พระมเหสีหลิวซินเนียนข
ทรมารจากบาดแผลจนร้องไห้ออกมาผ่านบาดแผลที่แก้มทั้งแสบทั้งแค้นใจจนนางสลบลงไปในที่สุด สภาพนางตอนนี้ไม่ต่างจากหมาเร่ร่อนเลยสักนิด กลายเป็นผู้ที่มีหน้าตาอัปลักษณ์จนนางกำนัลไม่กล้าเข้าไปพยุง ในขณะหลี่ซิ่นได้ผ่านมาทางหน้าตำหนักโบตั๋นเห็นนางกำนัลยืนวงล้อมดูท่าวุ่นวายกันมาก ส่วนชงหยุน/หนิงเหอ ได้รีบกลับเข้าตำหนักไปเก็บข้าวของเตรียมหนีกลับแคว้นสิบและพาลี่ถังไปด้วยหนิงเหอ " เหตุใดถึงต้องหนี "ชงหยุน " องค์ชายเคยบอกข้าไว้ล่วงหน้า ว่าถ้าหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ให้ข้ารีบกลับแคว้นสิบอย่าอยู่ที่นี่ "หนิงเหอ"แล้วองค์ชายละ จะเป็นเช่นไร องค์หญิงก็เช่นกัน "ชงหยุน " เรื่องนี้เจ้าอย่าได้ขวัญเสียไป องค์ชายข้าเก่งฉลาดกว่าที่เจ้าคิดเสียอีก รีบเก็บของแล้วไปตำหนักท่านลี่ถัง " หน้าตำหนักโบตั๋นเพลานี้เหล่าขุนนางต่างเรียกให้ทหารนำตัวนางไปรักษา ส่วนนางกำนัลโดนหลี่ซิ่นลงโทษ อย่างหนัก ที่ลานกลางเรือนหลี่ซิ่น แซ่ประจำตัวนางไม่ได้ใช้มานานเพลานี้สมควรนำมันออกมาใช้เสียที แค่เห็นแซ่ในมือนาง นางกำนัลคนเก่าๆที่อยู่มานานยังกลัวไม่ต่างจากนางกำนัลคนใหม่ หลี่ซิ่นจับมวยผมจนจำศีรษะลากนางกำนัลถูพื้นจนขาถลอก มือชั่วช้าได้จับผม
เช้าวันใหม่ 6.00 สองสามีภรรยาตื่นเช้าเตรียมตัวออกตามหานักสืบที่อยู่ในรายชื่อทั้งหมด ที่แรกที่ต้องไปคือหมู่บ้านเล็กๆในแถบนอกเมือง ที่นั้นมีนักสืบซ่อนตัวอยู่เพื่อหลบซ่อนผู้หวังจะทำร้าย เมื่อทั้งสองได้เดินทางมายังหมู่บ้าน ก้าวแรกที่เข้ามาก็เป็นที่หมายตาของชาวบ้านเสียแล้ว ชาวบ้าน " พวกเจ้าทั้งสองมาทำอะไร "เฝิงเส้าเฟิง " ข้ามาตามหาชายที่ชื่อว่า ห่าวซวน " ชายแก่เดินวนรอบ ๆ กายทั้งสอง ใช้ไม้เท้าเคาะตามตัวเพื่อหาสิ่งของ ว่าแอบนำอะไรเข้ามา มองตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่เว้นแม้กระทั่งม้าที่ตนขี่มา วนมองดูหนึ่งรอบไม่พอยังมีรอบที่สอง " ใส่ชุดคลุมหนาเช่นนี้ตอนถอด คงให้ภรรยาซ่วยละสิ ละดูรองเท้าเจ้าสิหนาอย่างกับกากมะพร้าว รอยแผลตามตัวมีแต่แผลเก่าเต็มไปหมด หน้าตาก็ดี รูปร่างใช้ได้ ดูมีฐานะแต่เหตุใดต้องใส่เสื้อผ้าโสโครกเช่นนี้ ผมเผ้ารกรุงรังไปหมด ไปตัดออกบ้าง ไม่เหนื่อยรึปลอมตัวมาเช่นนี้ " เฝิงเส้าเฟิง " ท่านรู้ได้เช่นไร " " ดูภรรยาเจ้าสิผิวพรรณนวลผ่องดังน้ำนมข้าว รูปร่างหน้าตาไม่เป็นสองรองใคร สงบเสงี่ยมเหมือนคนโดนเชือกมัดปากไว้ไม่ยอมพูดจา เนื้อตัวมีกลิ่นเครื่องหอมพุ่งเข้ามาเตะจมูกข้า สาวชาวบ้านธรรมดา
ในระหว่างเดินทางกลับ นางชำเลืองมองไปเห็นชายร่างกายสูงใหญ่หน้าตาหน้ากลัวกำลังอารมณ์เสียเหมือนผิดหวังอะไรมาสักอย่าง แววตารังสีอำมหิตร้อนแรงแผ่ออกกระจายมาทั่วร่างกาย นางสูดหายใจเข้าลึกๆ เบิกตากว้างมองชายผู้นั้นอย่างตื่นตะลึ่ง แต่เมื่อวิ่งรถม้าผ่านชายผู้นั้นไปนางจึงนึกได้ว่าจะหาใครมาทำงานให้นาง จึงสั่งทหารให้เลี้ยวรถม้ากลับทันที "." เงินก็ไม่มีไปเล่นการพนันยังถูกโกง หึ สงสัยข้าต้องขายวัวทิ้งจะได้กลับไปแก้แค้นให้ได้เงินกลับมาเป็นหลายเท่า "{ ตนเดินบ่นไม่พอใจหงุดหงิดใจมองไปทางไหนก็ไม่สบอารมณ์ จนได้ยินเสียงรถม้าวิ่งมาจอดดักหน้าตน สิ่งแรกที่สังเกตเห็นได้คือทหารผู้นี้มาจากในวังและตนยังได้กลิ่นเครื่องหอมของสตรีพุ่งออกมา ตนชะเง้อมองผ้าม่านสีเทาที่กำลังเลื่อนออกอย่างช้าๆ } หลิวซินเนียน " เจ้าอยากมีงานทำหรือไม่ " " ท่านเป็นใคร " หิวซินเนียน" ข้าคือพระมเหสีหลิวซินเนียน " [เมื่อตนรู้ความจริงถึงกับยืนอ้าปากค้างตัวแข็งเหมือนหุ่น }หลิวซินเนียน " ไม่ต้องกลัว สนใจทำงานให้ข้าหรือไม่ ข้าตอบแทนของเจ้าจะทำให้เจ้าสบายไปทั้งชาติ " " งานอะไร ขอรับถึงได้เงินมากมายถึงเพียงนี้ " หลิวซินเนียน " ลักพาตัว
ระเบิดหลายลูกกำลังเตรียมการเล็งเป้าหมายมาที่หมู่บ้าน ชายทั้งห้าจะไปหยุดพวกมันทันหรือไม่ เมื่อเห็นว่าทางเฉิ่งฮั่นไม่มีการตอบโต้ยิ่งทำให้ได้ใจหลงระเริงคิดว่าฝั่งตนนั้นเหนือกว่าทุกอย่าง ในที่หลบบนเนินเขาไม่แปลกใจที่หาพวกมันไม่เจอหนำซ้ำฝั่งเฉิ่งฮั่นเสียเปรีบยอยู่ไม่น้อย บัดนี้เจ้าหมาป่าได้เดินดมกลิ่นไปเรื่อยๆ จนมันเริ่มเหาเบาๆเพื่อบอกชายทั้งห้าเดินทางขึ่นไปยังหุบเขาโดยใช้ทางเดินที่ทุกคนต่างก็รู้ว่ามันเป็นทางตัน" เจ้าหมาป่า ทางนั้นมันเป็นทางตัน " เจ้าหมาป่าไม่สนใจวิ่งนำหน้าชายทั้งห้าเข้าไปอย่างรวดเร็ว " ตามเจ้าหมาป่าไป " เมื่อเดินทางมาถึงยังที่หมายกลับเป็นทางตันจริงๆ " เจ้าหมาป่าข้าบอกเจ้าแล้วว่ามันเป็นทางตัน " { ตนย้ำด้วยเสียงที่มั่นใจและไม่หลบสายตา} เจ้าหมาป่าไม่เชื่อเพราะกลิ่นจมูกของมันไม่มีทางคาดการผิดพลาด มันจึงดมกลิ่นรอบๆจนเจอกับโพรงหญ้าที่มีหลุมใต้ดินเป็นทางลัดเดินลงไป โฮ่งๆ...... มันคาบชายกระโปรงเพื่อให้ทุกคนเข้ามาดูในที่มันเจอ " ใจเย็น ข้าจะไปดู " เมื่อชายทั้งห้าเปิดโพรงหญ้าที่หนาทึบและมีหนามคมเต็มไปหมด " ห๊ะ ทางลัดใต้ดิน พวกมันขุดเตรียมการไว้ลวงหน้าก่อนจะเปิดสงคราม " {
" สัญลักษณ์แคว้นหกรึ หมาลอบกัด "ตนยิบป้ายมองมันอย่างแค้นใจที่กล้ามาทำร้ายลูกน้องของตน จึงนำป้ายเก็บไว้เพื่อจะจะเป็นประโยชน์ในวันข้างหน้า " เจ้าหมาป่าออกจากที่นี้กันเถิด " เมื่อเจ้าหมาป่าได้ยินคำสั่งมันจึงให้หัวหน้าทหารเดินนำก่อนหน้ามันจะเดินตามหลังเพื่อปกป้องตามสัญชาตญาณ กรมกลาโหมเมื่อเฝิงเส้าเฟิงทราบข่าวตนวิ่งขี่ม้าเร็วมาที่กรมกลาโหม ก่อนจะเข้าประตูตนได้มองไปยังวังหลวงที่ควันไฟลอยกระจายไปทั่ววังหลวง" เฝิงเส้าเฟิง " มันเปิดการโจมตีอย่างเปิดเผยเช่นนี้ คงอยากให้ฝั่งเราเดินตามเกมส์หากตอบโต้กลับชาวบ้านจะเดือดร้อน "เฉินต้าหนิง" ต้องรอให้ถึงพรุ่งนี้เลยรึ ข้าว่าพวกมันยังไงก็เล่นไม่ซื่อ " เฝิงเส้าเฟิง " หากข้าตอบโต้เจ้าคิดว่าจะเป็นเช่นไร " เฉินต้าหนิง" คงวุ่นวายไปทั่วแคว้น "เฝิงเส้าเฟิง" ข้าเปลี่ยนใจแล้ว เจ้าเป็นผู้บัญชาการทหาร จึงสั่งให้เหล่าทหารพร้อมรบตั้งแต่เพลานี้เป็นต้นไป" เฉินต้าหนิง " ขอรับองค์ชาย " เสียงระฆังดังลั่นทุกคนวางอาวุตหยุดฝึกซ้อมกะทันหัน ทหารมากกว่า หนึ่งล้านเจ็ดแสนนายพร้อมใจกันรวมตัวเฉินต้าหนิง" ฟังข้าให้ดี นับตั้งแต่เพลานี้เป็นต้นไป เฉิ่งฮั่นจะทำสงครามเพื่อปก
ลานประชุมกรมกลาโหมผ่านมาแล้วหกวัน อีกหนึ่งวันก็จะครบกำหนดการเปิดสงครามกับแคว้นหกอย่างเต็มรูปแบบ เวลาชั่งเร็วเหลือเกิน วันนี้ทั้งหกคนต้องแบ่งหน้าที่ของตัวเองเฝิงเส้าเฟิง เป็นผู้วางแผนการทำศึก/ ออกรบ เฉินต้าหนิง คือผู้บัญชาการทหารสูงสุดและคือผู้นำกองทัพซุนอี้ ค่อยคุมทหารในแต่ละหมู่บ้าน ทั้งหมดในเฉิงฮั่น เพื่อแคว้นหกเล่นตุกติกหวนกลับมาทำร้ายชาวบ้านลี่ถัง" เป็นหมอประจำการ หากมีทหารบาดเจ็บ จะได้รักษาทันในช่วงเวลาที่ทำศึก หนิงเหอ/ชงหยุน " ดูแลเด็กๆอย่าให้ออกไปข้างในพื้นที่ที่เสี่ยงอันตราย " เฝิงเส้าเฟิง " ท่านเฉินต้าหนิง อาวุตที่จะใช้โจมตี มีกี่ประเภทรึ ตนกำลังเลือกดาบที่เหมาะกับตัวเองในขณะที่เฝิงเส้าเฟิงรอคำตอบนั้นอยู่ เฉินต้าหนิงหันลำตัวกลับมามองสบตาทุกคน ด้วยรูปลักษณ์ที่น่าเกรงขามในชุดเกราะที่เฝิงเส้าเฟิงนั้นออกแบบให้ เฉินต้าหนิง" ที่นี้มีดินระเบิด ธนูไร้หัว ธนูไฟ เฝิงเส้าเฟิง " ตั้งแต่เจ้าสวมชุดเกราะตัวนี้ดูรูปงามมากนัก " เฉินต้าหนิง" ข้ายังหาเมียไม่ได้เลย " เฝิงเส้าเฟิง" เอาไว้จบศึกครั้งนี้ข้าจะประทานเมียให้เจ้า " เฉินต้าหนิง" ฮ่าๆ องค์ชาย ท่านพูดเล่นรึ " เฝิงเส้าเฟิง
หลิวซินเนียน" เอามือสกปกของเจ้าออกไป" นางใช้ใบพัดตีเข้าที่หัวและมือจนสุดแรงซุนอี้ถึงกับทนไม่ได้ แต่ก่อนที่ซุนอี้จะเข้าไปช่วย ลี่ถังนั้นได้กระแชะหลิวซินเนียนอย่างเงียบๆลี่ถัง" เพราะท่านไม่มีอะไรให้หน้ายกย่อง ท่านเองก็สกปกมาก ๆ ในเฉิงฮั่น "หลิวซินเนียนได้ฟังแล้วยิ่งทำให้นางโกรธมากยิ่งขึ่น นางหันไปเห็นไม้ท่อนแข็งๆขนาดใหญ่ปานกลางยื่นแขนและลำตัวก้มลงไปยิบขึ่นมาเพื่อจะทำร้ายลี่ถัง หลิวซินเนียน" เจ้าไม่หยุดใช่ไหม " ซุนอี้" หยุดนะ กิริยาเลวทรามเช่นนี้อย่ามาใช้ให้ทหารไม่เคารพ"นางกระชากไม้ออกจากมือหลิวซินเนียนใช้แขนอีกข้างผลักตัวนางเวี่ยงเข้าถังขยะเศษกองสมุนไพรจนเปื้อนไปหมดหลิงซินเนียน" บังอาจนัก " { โกรธจนปากสั่น สีหน้าไร้ความสดใสมีแต่ความอาฆาต }ซุนอี้ " ทหารส่งพระมเหสีกลับตำหนัก " หลิวซินเนียน" พวกทหารชั้นต่ำ อย่ามาโดนตัวข้า หลิวซินเนียนนิ่งด่าทอทหารในสภาพที่เลอะเทอะไม่ยอมลุกออกจากกองเศษสมุนไพร ด้วยตัวเองหลิวซินเนียน" นางบ่าวไพร่ มาพยุงข้าสิ ยืนมองข้าอยู่ได้ "นางกำนัลรีบไปเข้าไปพยุงนางลุกขึ่นมาแต่พอลุกขึ่นมาได้ ก็สั่งสอนนางกำนัลด้วยการใช้นิ้วจี้ไปที่หน้าผากพูดจาดูถูกเยี่ยงสัตว์ตั