เช้ามาเหอเสี่ยวหงก็เก็บผักที่ดองเข้ามิติ ส่วนพวกเนื้อตากแห้งที่ยังไม่แห้งก็เอาออกมาตาก อันที่แห้งแล้วก็เก็บใส่กระปุกไว้ในมิติ
เช้านี้เหอเสี่ยวหงทำโจ๊กหมูก้อนมีกระเทียมจียวโรยหน้า แล้วก็กินพุทราล้างปาก ตามด้วยนมผงอัดเม็ดที่ลูก ๆ ของเธอต้องกินหลังอาหารมื้อเช้าและมื้อเย็น
วันนี้เหอเสี่ยวหงจะเข้าป่าโดยที่ไม่ให้ลูก ๆ เข้าไปด้วย วันนี้เธอจะเข้าป่าคนเดียว
“แม่อุ่นซาลาเปากับขนมจีบค้างไว้ในเตาให้มันจะร้อนตลอด เวลาหิวลูกก็ไปเอามาให้น้องกินด้วย” เหอเสี่ยวหงบอกโจวเอ้อร์นี
โจวเอ้อร์นีพยักหน้า
“ผลไม้แม่แช่พุทราและสาลี่ไว้ในชามเหล็กในห้อง เวลาอ่านหนังสือก็ไปเอามากินได้” เหอเสี่ยวหงว่าต่อ
“วันนี้มีน้ำแตงโมแม่คั้นใส่ขวดให้แล้วเวลาจะกินให้เปิดแก้วนี้ออก เทน้ำในแก้วดื่มหรือเททิ้งก็ได้แล้วเทน้ำแตงโมใส่มันจะทำให้เย็น”
โจวเอ้อร์นีพยักหน้าอีกรอบ
พุทราหลายลูกและสาลี่ที่ถูกหันแช่น้ำแข็งหลายลูก เหอเสี่ยวหงแช่ใส่น้ำแข็งที่ผสมน้ำนิดหน่อยในชามเหล็กมันจะทำให้ผลไม้กรอบและเย็น
ส่วนแตงโมเธอได้บีบคั้นจนได้น้ำมาขวดหนึ่ง
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเหอเสี่ยวหงขายสบู่มีรายได้มากกว่าหมื่นหยวน! ทั้งที่ให้โจวมี่ขายให้ ทั้งที่ออกไปขายที่ตลาดมืดเอง เรียกได้ว่าเธอเป็นเศรษฐีในยุคนี้เลยก็ว่าได้ ส่วนน้องสาวสามีก็ได้รับส่วนแบ่งไปเกือบพันหยวน ต่อชีวิตพวกเธอได้อีกหลายปีเลยทีเดียวช่วงนี้เข้าฤดูหนาวแล้วโชคดีจริง ๆ ที่เหอเสี่ยวหงเตรียมตัวมาตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะอากาศเย็นเร็วมาก ปกติปลายเดือนตุลาอากาศจะเย็นแต่ยังไม่มากเนื้อตากแห้งของเหอเสี่ยวหงมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู สามชั้น อกไก่ ยังมีกระดูกไก่ที่ถูกเหอเสี่ยวหงเลาะออกมาจากไก่ป่า 5 ตัวที่เหลือจากที่ได้มาจากป่าส่วนเห็ดหลินจือแดงกับโสมคนเหอเสี่ยวหงก็ยังไปหามาเรื่อย ๆ จนได้หลายร้อยชั่งทั้งสดและแห้ง เมื่อมันแห้งแล้วเหอเสี่ยวหงได้แบ่งออกมาหลายชั่งเพราะจะบดสมุนไพร นำเห็ดหลินจือแดงกับโสมคนไปคั่วในกระทะ จากนั้นนำไปบดให้เป็นผงเก็บไว้ในกระปุกเล็กที่เหอเสี่ยวหงได้มาจากคุณลุงคนนั้นอีกเป็นพันกระปุกและยังมีที่สั่งมาอีกหลายพันกระปุก นอกจากนี้ยังมีขิงด้วยที่เหอเสี่ยวหงจะทำไว้ชงในฤดูหนาวสองอาทิตย์ก่อนเริ่มมีลมหนาวเข้ามาเหอเสี่ยวหงได้ไปหาฟืนมาเพิ่มอีกเยอะมากเพราะกลัวว่าฟืนจะไม่พอ
หลังจากที่เก็บกวาดห้องให้สะอาดแล้วเหอเสี่ยวหงก็พาสะใภ้ใหญ่ขนส่วนผสม เข้าไปเก็บในห้องทำสบู่เลย เพราะห้องเย็บผ้าแน่นมากแล้ว“ไม่น่าเชื่อว่าจะผ่านมาหลายปีแล้ว” เหอเสี่ยวหงเอ่ยแผ่วเบา“ใช่” สะใภ้ใหญ่ตอบตรงหน้าพวกเธอคือต้นไม้ลานหน้าบ้านที่มีโต๊ะอยู่ แต่ก่อนเวลาเลิกงานทุกคนจะนั่งพักตรงนี้ จากนั้นผู้หญิงในบ้านกับพวกเธอสองคนจะเข้าครัว ส่วนผู้ชายก็จะอาบน้ำคนบ้านเหอที่จริงแล้วไม่ใช่คนของที่นี่ คุณปู่เคยเล่าให้ฟังว่าคุณปู่พาคุณลุงกับคุณพ่อของเธอเดินทางออกจากบ้านเกิด เพราะที่นั่นยากจนมาก ปลูกอะไรก็ไม่ได้ กินรากไม้กินหญ้าประทังชีวิต จนที่นั่นเหลือเพียงดินเปล่า หากมีคนตายก็จะถูกแล่เนื้อมาย่างกิน ตอนนั้นคุณย่าป่วยและอาการไม่ค่อยดีนักหลังจากคลอดคุณพ่อและคนที่รอให้คุณย่าตายเพื่อที่จะได้กินเนื้อก็จ้องมองอยู่ตลอดเวลา จึงพากันหนีออกมา ที่นั่นมันเป็นเมืองที่คนไม่สามารถอยู่ได้เลยด้วยซ้ำเพราะหากมีการคลอดลูกแล้วไม่ดูแลให้ดี วันดีคืนดีก็อาจถูกฉกไปย่างกินได้หลังออกมาจากเมืองนั่นแล้วคุณปู่ก็พาคุณย่ากับคุณลุง คุณพ่อเดินเท้ามาที่มณฑลนี้ โชคดีนักที่ตอนนั้นบ้านเหอได้ช่วยชีวิตคนหนึ่งไว้ และเขาก็ให้เงินมาก้อนหนึ
‘สะใภ้ใหญ่โจว!’‘สะใภ้โจว!’‘มีใครอยู่ไหม?’‘สะใภ้รอง!’‘บ้านโจวมีคนอยู่ไหม!’‘ไม่มีคนอยู่เหรอ?’เสียงเอะอะวุ่นวายหน้าประตูรั้วที่อยู่ห่างจากลานบ้านไม่ไกลดังขึ้นต่อเนื่อง ในขณะที่เหอเสี่ยวหงกับสะใภ้ใหญ่ที่กำลังจะเปลี่ยนจากถักไหมพรมมาเป็นเย็บผ้าต้องออกไปดู“มีอะไรกัน”เหอเสี่ยวหงเปิดประตูรั้วพลางยืนมองชาวบ้านเกือบสิบคนที่ยืนอยู่หน้าบ้าน“โอ้! โจวจือหยวนกลับมาแล้ว"“ลูกชายใหญ่บ้านรองโจวกลับมาแล้ว”“สามีเจ้ากลับมาแล้วสะใภ้ใหญ่โจว”“ใช่ ๆ”“อาจือหยวนกลับมาแล้ว”“เขาบาดเจ็บด้วยนะ!”“ใช่! ผ้าพันแผลเต็มเลย”“สามีฉันกลับมาแล้ว!” สะใภ้ใหญ่อุทานเรื่องที่สามีหล่อนบาดเจ็บไม่มีใครรู้มากนักเพราะนางหลี่ซือกลัวเสียหน้าจึงบอกให้ลูกสะใภ้กับหลานสาวเงียบปากไว้ แม้กระทั่งญาติผู้ใหญ่ในตระกูลโจวก็ยังไม่รู้เรื่องนี้ จึงมีหลายคนที่ไม่เข้าใจการกระทำของนางหลี่ซือ“ใช่”“เขาบาดเจ็บกลับมาด้วย”“แผลใหญ่มาก”“พี่ชายใหญ่โจวอยู่ที่ไหน” เหอเสี่ยวหงถามเพราะเรื่องที่พี่ชายใหญ่โจวบาดเจ็บบ้านโจวรู้จักกันหมดผ่านจดหมายของสหายพี่ชายใหญ่โจว ทำให้ไม่ได้แตกตื่นนักเพราะสหายพี่ชายใหญ่โจวบอกว่าไม่ร้ายแรงเท่าไร แต่ก็ไม่สามารถเข้
หิมะตกกลางดึกหลังจากที่พี่ชายใหญ่โจวกลับมาได้เพียงสี่วัน และเพราะพี่ชายใหญ่โจวบาดเจ็บทำให้ไม่สามารถมาช่วยในเรื่องอื่น ๆ ได้ เหอเสี่ยวหงกับสะใภ้ใหญ่ช่วยกันปัดหิมะออกจากหลังคาโดยใช้ไม้ช่วย ส่วนเด็ก ๆ ก็จะมีออกมาช่วยปัดลานหน้าบ้านเพราะอากาศหนาวจึงไม่อยากให้ออกมาข้างนอก“ปีนี้น่าจะหนาวมาก” สะใภ้ใหญ่เอ่ยขึ้นตอนนี้เหอเสี่ยวหงกับสะใภ้ใหญ่ช่วยกันปัดหิมะบนหลังคาออก หากมันทับถมมากไปจะทำให้หลังคาถล่มลงได้“ใช่” เหอเสี่ยวหงเห็นด้วย“ยังดีที่เราเตรียมฟืนไว้แล้ว” สะใภ้ใหญ่ยิ้มก่อนจะวางไม้ลงกับพื้นข้างบ้าน เอาไว้ปัดหิมะออกในครั้งต่อไป”นั่นสิ พี่ก็ดูฟืนให้พี่ชายใหญ่โจวด้วยนะคะ พี่ชายใหญ่โจวบาดเจ็บอยู่ร่างกายไม่แข็งแรง อาจป่วยหนัก” เหอเสี่ยวหงบอกเหอเสี่ยวหงไม่รู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาเพราะทั้งชีวิตยุคอนาคตกับยุคนี้เธอไม่มีความเกี่ยวข้องกับแพทย์เลย แต่ก็พอจะเดาอาการได้อยู่“ได้ ๆ พี่ดูตลอดเลย” สะใภ้ใหญ่พยักหน้า“เรื่องการกินพี่ก็ทำอาหารอ่อน ๆ ให้เถอะค่ะ” เหอเสี่ยงหงว่าพลางเดินเข้าห้องครัวเวลานี้เพิ่งจะเช้าและยังไม่ได้ทำกับข้าวอะไรกินเหอเสี่ยวหงจึงเลือกที่จะเข้าครัวมากกว่ากลับไปนอนต่อเพราะกวาดหิมะทั้
สามวันผ่านมานี้เหอเสี่ยวหงไม่ได้ทำอาหารที่มีเนื้อเลย วันนี้หิมะหยุดตกและคาดว่าจะตกหนักในตอนกลางคืน ตอนนี้มีเพียงลมหนาวเท่านั้น จึงคิดจะเข้าอำเภอเพื่อตบตาว่าไปซื้อของ“พี่สะใภ้ใหญ่ วันนี้ฉันจะเข้าอำเภอ” เหอเสี่ยวหงบอกในขณะที่กำลังเก็บถ้วยจานของบ้านรองให้ลูกสาวเอาไปล้าง“อากาศเย็นขนาดนี้ เธอยังจะไปอีกหรอ” สะใภ้ใหญ่ถามถึงแม้ว่าหิมะจะหยุดตกในช่วงเช้าแบบนี้มันไม่ได้หมายความว่าตอนบ่ายจะไม่ตก และตอนนี้ลมหนาวก็เย็นมาก“เด็ก ๆ ไม่ได้กินเนื้อเลยค่ะช่วงนี้” เหอเสี่ยวหงตอบ“มันจะมีเนื้อเหรอ” สะใภ้ใหญ่สงสัยเพราะช่วงนี้เป็นฤดูหนาวที่คนส่วนมากจะรวมตัวกันอยู่ภายในบ้านเพื่อที่จะลดอาการหนาว หากเป็นไปได้ไม่มีใครอยากออกไปข้างนอกหรอก“พอดีฉันจะให้สหายหาให้ค่ะ” เหอเสี่ยวหงกำพันผ้าพันคอไหมพรมที่เธอถักอยู่เอ่ยบอก“เธอพอจะสั่งเผื่อพี่ได้หรือเปล่า?” สะใภ้ใหญ่ยิ้มบ้านใหญ่ของหล่อนก็มีเนื้อตากแห้งเช่นกันเพียงแต่มีไม่กี่ชั่งผิดกับบ้านรองที่มีเป็นร้อย ๆ ชั่ง และหล่อนเห็นว่าเหอเสี่ยวหงจะไปอำเภอจึงฝากซื้อด้วย“ได้ค่ะ แต่น่าจะแพง” เหอเสี่ยวหงไม่ปฏิเสธราคาของในฤดูหนาวแพงกว่าในฤดูอื่น ๆ เกือบเท่าตัวของบางอย่างแพงกว่
เหอเสี่ยวหงรีบเปิดประตูก่อนจะกอดสามีพร้อมปล่อยโฮออกมา“ฮือ ๆ” เหอเสี่ยวหงร้องไห้หลายเดือนมานี้เธออยู่บ้านเลี้ยงลูก ยังต้องมาแท้งลูกอีกคนทำให้เธอเหนื่อยมากแต่ก็ทำได้เพียงเข้มแข็งเพราะสามียังไม่กลับมา เธอนึกว่าเขาจะทิ้งเธอไปแล้วซะอีก หรือจริง ๆ ก็เรียกได้ว่าหลายสิบปีเลยก็ว่าได้ที่เธอไม่ได้เจอหน้าเขา“อย่าร้องนะครับ” โจวเหวินหลงเช็ดน้ำตาให้ภรรยาก่อนจะปิดประตูรั้วบ้านเขาที่ลงจากรถไฟรีบเดินกลับมายังหมู่บ้านโดยที่ไม่ได้เปลี่ยนชุดอะไร มาถึงชาวบ้านก็รุมล้อมเพราะใส่ชุดตำรวจ ยังไม่ทันได้ถามก็รู้เรื่องราวหลายอย่างอย่างแรกภรรยาของเขาแท้งลูกหลังจากที่เขาถูกย้ายกลับไปประจำหน้าที่ อย่างที่สองภรรยาเขาแยกบ้านแล้วมาอยู่บ้านเหอ เขาที่จะมาก็มาไม่ได้เพราะมีญาติหลายคนที่ดึงไว้ เพราะหลายคนรู้ว่าเขาเป็นยาม ทั้งยังมีคนบอกว่าน้องสาวเขาหย่ากับสามีแล้ว“ฮึก...ฉันนึกว่าคุณจะไม่กลับมาแล้ว” เหอเสี่ยวหงบอกสะใภ้ใหญ่ที่กำลังจะออกมาตักน้ำไปต้มไว้ให้สามีใช้ก็มองเห็นเหอเสี่ยวหงกอดผู้ชายคนหนึ่งที่ใส่ชุดตำรวจ“ใครมาสะใภ้รอง”“โจวเหวินหลงกลับมาแล้วค่ะ!” เหอเสี่ยวหงยิ้มทั้งน้ำตา“โอ้ แล้วทำไมอารองถึงได้ใส่ชุดตำรวจ!” สะใภ
ช่วงเย็นเหอเสี่ยวหงลุกมาทำกับข้าว ส่วนโจวเหวินหลงเข้าไปคุยกับพี่ชาย เพราะโจวเหวินหลงกลับมาทำให้ต้องเพิ่มจำนวนหุงข้าวและจำนวนอาหาร อย่างปกติเหอเสี่ยวหงจะหุงข้าวครึ่งชั่ง วันนี้เหอเสี่ยวหงหุงข้าวเกือบสองชั่ง เหอเสี่ยวหงจะหุงข้าวกินกับผัดเนื้อหมูใส่มันฝรั่งหลังจากที่จุดไฟหุงข้าวแล้วเหอเสี่ยวหงก็ปอกเปลือกมันฝรั่งหลายลูก จากนั้นนำมาหั่นเป็นแว่น ๆ ก่อนจะหั่นเป็นตาราง มันจะได้เป็นชิ้นเล็ก ๆ นำไปล้างด้วยเกลือให้สะอาด แล้วนำไปต้มไม่ต้องต้มให้สุกมาก เพราะหากผัดแล้วมันจะไม่เละและสุกพอดี เอาหมูออกมาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำเกือบชั่งล้างด้วยเกลือก่อนจะหาอะไรมาปิดไว้ เพราะยังไม่ได้ผัดตอนแรกเหอเสี่ยวหงคิดจะทำอาหารจานเดียวก็เปลี่ยนใจ เธอหยิบหัวไชเท้ากับแครอทในห้องออกมาอย่างละห้าหัวก่อนจะปอกเปลือกออก ขูดเป็นฝอยเหมือนที่เคยเอาไปดองแต่รอบนี้จะนำมาผัด ขูดเสร็จก็ล้างแช่น้ำไว้ ตักมันฝรั่งที่ถูกต้มออกมาพักในน้ำเย็น กว่าข้าวจะสุกมันก็น่าจะพร้อมผัดแล้วแอ๊ดดดเหอเสี่ยวหงหันไปมองประตูที่ถูกเปิดออกก่อนจะเรียกสะใภ้ใหญ่เข้ามาในครัว“จะทำกับข้าวเหรอ เข้ามาสิเตาว่างพอดีค่ะ” เหอเสี่ยวหงบอกสะใภ้ใหญ่เพราะสามีของเธอเข้าไปค
เหอเสี่ยวหงรู้สึกตัวตื่นขึ้นบนเตียงเตาที่ไม่รู้ว่าขึ้นมานอนตอนไหนในเวลาเช้าแล้ว ตอนนี้เธอก็ไม่เห็นโจวเหวินหลงไม่รู้ว่าเขาออกไปตอนไหน เหอเสี่ยวหงลุกขึ้นพับผ้านวมก่อนจะเดินออกจากห้องไปล้างหน้า อีกสักพักจะได้ไปทำกับข้าว วันนี้เธอตื่นสายกว่าปกติ สะใภ้ใหญ่กำลังทำกับข้าวอยู่จึงทำให้เตาไม่ว่าง“เห็นโจวเหวินหลงไหมคะ” เหอเสี่ยวหงถามสะใภ้ใหญ่ที่กำลังเปิดประตูครัว“เห็นออกไปข้างนอกนะ” สะใภ้ใหญ่ว่าก่อนจะถือหม้อออกจากบ้านไป‘ไปไหนนะ’ เหอเสี่ยวหงคิดในใจ‘ช่างเขาเถอะ ไปหาทำกับข้าวดีกว่า' เหอเสี่ยวหงตอบตัวเองในใจก่อนหยิบหม้อในครัวไปตักข้าวใส่ในห้อง เหอเสี่ยวหงจะหุงข้าวเพราะสะใภ้ใหญ่เพิ่งทำกับข้าว ที่เตายังมีไฟอยู่เหอเสี่ยวหงเลยไม่ต้องจุดเองเหมือนทุกวัน เหอเสี่ยวหงนำข้าวไปล้างก่อนจะนำมาหุง จากนั้นก็เอาผักกวางตุ้งดองไปล้าง นำมาสับให้ละเอียด เหอเสี่ยวหงจะต้มใส่กับกระดูกหมูที่มีในมิติสะใภ้ใหญ่เอาหม้ออีกใบเข้ามาไว้พอดี เหอเสี่ยวหงเลยตักน้ำใส่หม้อเกือบครึ่งแล้วนำมาตั้งบนเตา เติมเกลือลงนิดหน่อยแล้วนำกระดูกที่เคยสับไว้ในมิติมาใส่ตาม ปิดฝาไว้รอสุกค่อยมาดู เหอเสี่ยวหงที่ไม่มีอะไรต้องทำแล้วในครัวก็ไปเอาตะกร้า
เรื่องราวของหยาดฟ้าที่เหอเสี่ยวหงคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญอะไรทั้งนั้นหยาดฟ้าในวัยสิบสองขวบเป็นเด็กสาวที่น่าสงสารคนหนึ่ง ตั้งแต่เด็กจนโตเธอไม่เคยเห็นหน้าผู้เป็นพ่อสักครั้ง แม่ให้เหตุผลว่าเลิกกันก่อนที่เธอจะลืมตาดูโลก และเล่าให้ฟังว่าพ่อติดเหล้าหนักมาก และชอบทุบตีแม่ที่กำลังท้องเธอเกือบห้าเดือน สุดท้ายแม่ทนไม่ไหวก็เลยเก็บเงินที่ซ่อนไว้หนีมาบ้านเกิดผู้เป็นยายและยายของเธอก็เป็นเพื่อนวัยเด็กของคุณย่าเหอ คุณย่าเหอที่สงสารก็เลยรับแม่ของเธอมาเป็นคนสนิท จนกระทั่งเธออายุสิบสองขวบก็เกิดข่าวร้ายแม่ของเธอมีร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงหลังจากที่คลอดเธอออกมา และไม่ยอมเข้ารักษาอาการป่วยจนเกิดเรื้อรัง สุดท้ายจึงจากเธอไปวันนั้นหยาดฟ้าจำได้ดี เธอร้องไห้แทบใจขาดเมื่อคนที่อยู่กับเธอมาตลอดจากไป และเป็นวันเดียวกันที่มีคนเข้ามาช่วยพยุงเธอเอาไว้ นั่นก็คือคุณย่าเหอกับเหอเสี่ยวหง เพื่อนสนิทสาวพ่วงตำแหน่งเจ้านายของเธอ ถึงคุณย่าเหอกับเหอเสี่ยวหงไม่ได้เจ้ากี้เจ้าการกับตำแหน่ง และเธอก็ถือว่าเป็นหลานบุญธรรมของท่านแล้ว แต่เธอก็รู้ตัวดีว่าไม่ควรเอาตัวเองไปเทียบกับเหอเสี่ยวหงคุณย่าเหอเ
เหอเสี่ยวหงรู้สึกว่าช่วงนี้ดวงของสามีตกมาก เมื่อได้ที่ดินคืนมาแล้วทั้งโจวเหวินหลงกับพี่ชายใหญ่ก็จะพากันกลับ แต่ก็เกิดเรื่องอีกครั้งโจวกว่างโมโหที่ผู้เป็นพ่อยกบ้านและที่ดินให้กับพี่ชาย จึงลงมือกับคนเป็นแม่ด้วยอาการมึนเมา มีคนเข้าไปช่วยทันแต่อาการนางหลี่ซื่อก็หนักมาก เพราะไม่มีเงินไปหาหมอโจวเหวินหลงรับรู้และเขาก็ยังกลับฉงชิ่งไม่ได้ การกลับบ้านจึงต้องเลื่อนออกไปอีกหลายวัน ถึงนางหลี่ซื่อไม่ใช่แม่แท้ ๆ ของโจวเหวินหลง โจวจือหยวน และโจวมี่ แต่นางก็เลี้ยงโจวมี่มา โจวมี่เลยมาขอร้องพี่ชายให้พานางหลี่ซื่อไปโรงพยาบาล“ถ้าคุณพานางไป ก็ไม่ต้องกลับมา” เหอเสี่ยวหงกล่าวเสียงเรียบในวันที่เธอแท้งลูก นางหลี่ซื่อไม่มีแม้แต่เชิญหมอมารักษาหรือพาเธอไปหาหมอ ปล่อยให้เธอแท้งลูกซ้ำยังบอกย่าโจวว่าเธอสะดุดขยะในห้องล้มอีก แม้นางหลี่ซื่อตายเธอก็ไม่เสียใจ‘ผมบอกพวกเขาแล้วครับ’มีไม่กี่เรื่องที่เหอเสี่ยวหงจะปฏิเสธสามี และครั้งนี้ต่อให้ใครมาขอร้องเหอเสี่ยวหงก็ไม่ยอม ลูกชายและลูกสะใภ้ หลานของนางก็ยังอยู่ ทำไมถึงต้องมาพึ่งสามีเธอด้วย อีกอย่างก่อนที่พวกเธอจะออกจากหมู่บ้าน นางหลี่ซื่อยังอยู่ในกลุ่มที่มาไล่พวกเธอเลย“ฉัน
เข้าสู่วันที่ห้าของการกลับบ้านของโจวเหวินหลง เหอเสี่ยวหงก็ได้รับข่าวร้าย สกุลโจวได้สิ้นผู้อาวุโวอย่างย่าโจวไปแล้ว นางจากไปด้วยโรคชราที่เป็นปัญหามาหลายปีเหอเสี่ยวหงส่ายหน้าเมื่อวางสายจากสามีไปหลังเขาติดต่อมา ในร้านน้ำชามีโทรศัพท์จึงไม่แปลกที่เหอเสี่ยวหงจะได้รับการติดต่อจากสามี ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาการย่าโจวทรุดหลังจากที่เธอพาครอบครัวกลับ“มีอะไรหรือเปล่าครับ”เป็นผู้จัดการหลงที่เก็บโต๊ะเสร็จถามเหอเสี่ยวหง เขาเห็นเจ้านายนั่งคุยกับปลายสายไม่นาน แต่ตอนนี้หล่อนกลับมีสีหน้าที่เคร่งเครียด“ไม่มีอะไรค่ะ เดี๋ยวถ้าเอาบัญชีร้านขึ้นไปบนห้อง ตามโจวต้านีให้ด้วยนะคะ” เหอเสี่ยวหงส่ายหน้า“ได้ครับ”โจวต้านียังไม่กลับมาทำงาน คงเพราะหลานสาวตัวน้อยของเธอป่วย อันที่จริงเธอก็บอกหล่อนแล้วว่าไม่ต้องมา แต่โจวต้านีก็รั้นมาจนได้“แม่คุยอะไรกับพ่อเหรอคะ”พอผู้จัดการหลงเดินออกจากร้านไป ก็เป็นซานนีที่ประจำร้านอยู่เอ่ยถาม หล่อนรู้แค่ว่ามารดาคุยกับใคร แต่จับใจความไม่ค่อยได้“ย่าโจวเสียแล้ว” เหอเสี่ยวหงถอนหายใจสำหรับเหอเสี่ยวหงแล้วเธอรู้สึกว่ามันผ่านไปเร็วมาก อีกอย่างเรื่องที่เธอแท้งเมื่อยี่สิบปีก่อนก็ยังไม่ได้บอกย่าโจ
เหอเสี่ยวหงมองหน้าหลานสาวตัวน้อยนามเฟยฮวาวัยห้าเดือนในอ้อมแขนแล้วถอนหายใจออกมา ไม่รู้ว่าสกุลเฟยตาบอดหรือยังไง ทำไมถึงมองไม่เห็นความน่ารักของหลานสาวตัวน้อยคิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเมื่อมองลูกสาวช่วยคนอื่นขนของโจวต้านีลงจากรถ หรือเพราะเธอไม่บังคับลูกสาวกันนะ ถึงไม่ได้มีหลานให้อุ้มแบบนี้ได้แต่อิจฉาสะใภ้ใหญ่ที่ได้ลูกเขยก่อนคนอื่น แล้วยังได้หลานก่อนคนอื่นอีก ยังดีที่สหายของเธอยังไม่มีหลาน เหอเสี่ยวหงจึงไม่ต้องทนฟังเสียงอวดหลาน“ให้ฉันอุ้มหลานบ้างสิ”สะใภ้ใหญ่เดินเข้ามาหาผู้เป็นน้องสะใภ้และน้องสาว ตั้งแต่ที่ลูกสาวอุ้มหลานสาวลงรถมา นางก็ยังไม่ได้อุ้มหลานเลย มีแต่เหอเสี่ยวหงที่อุ้มหลานแล้วไม่ยอมปล่อยให้ใครอุ้มต่อ“เดี๋ยวพี่ก็ได้อุ้มแล้ว” เหอเสี่ยวหงแย้งอย่างไม่จริงจังนักโจวต้านีขอเข้าทำงานพร้อมสามีในร้านผู้เป็นอากับอาสะใภ้ โดยที่แม่ของหล่อนยินดีที่จะดูแลหลานระหว่างที่พ่อกับแม่ของหลานทำงานแบบไม่เอาเงินสักเฟิน“หลับแล้ว” สะใภ้ใหญ่บอก“อืม”เหอเสี่ยวหงส่งหลานสาวให้ผู้เป็นยายแท้ ๆ อุ้ม แล้วตัวเองก็ออกมาช่วยทุกคนขนของเข้าบ้านตึกแถว ยังไงโจวต้านีก็แต่งออกแล้วจะให้ไปอยู่รวมกับครอบครัวก็ไม่ใช่ อีกอย
จากที่จะกลับไปพักผ่อนอยู่บ้านเกิดในช่วงปิดเทอมตามคำขอของสาว ๆ บ้านรองโจวก็ต้องกลับมาอยู่ที่ฉงชิ่ง เหอเสี่ยวหงเอ่ยขอโทษลูกสาวกับหลานสาวที่ต้องพากลับกระทันหัน ยิ่งกับอาสามแล้วเหอเสี่ยวหงยิ่งเอ่ยขอโทษอยู่หลายครั้งเหอเสี่ยวหงรู้ว่าอาสามอยากอยู่ที่บ้านเหอ แต่พอเหอเสี่ยวหงจะกลับเขาก็ไม่สามารถอยู่ต่อได้ เป็นห่วงหลาน ๆ หากปล่อยให้มาด้วยกัน“เอาไว้เรียนจบแม่ค่อยพากลับไปดีกว่า” เหอเสี่ยวหงบอกลูกสาวอีกตั้งหลายปีที่เด็ก ๆ จะเรียนจบ ทุกคนในหมู่บ้านก็คงจะลืมไปแล้ว อีกอย่างทุกคนก็รู้กฎหมายกันอย่างดี เหอเสี่ยวหงจึงไม่กลัวที่จะกลับไป แต่ครั้งนี้มันตั้งตัวไม่ทัน“ไม่กลับก็ได้ค่ะ อยู่นี่ก็ดีแล้ว” เอ้อร์นีเอ่ยตอบเป็นคนแรกหล่อนอยากกลับไปที่บ้านเกิดก็จริง แต่หล่อนกลัวเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นอีก ลึก ๆ แล้วหล่อนรู้ว่าแม่ของหล่อนเป็นห่วงเรื่องการบังคับแต่งงาน เอ้อร์นีไม่ใช่คนโง่ หล่อนถูกมารดาเลี้ยงมาอย่างดีแต่ก็ไม่ได้เลี้ยงให้โง่เขลา แม่ของหล่อนไม่ชอบการบังคับ หล่อนก็ไม่ชอบการบังคับเช่นเดียวกัน“ใช่ค่ะ ไม่กลับไปแล้วก็ได้” ลิ่วนีเอ่ยด้วยความหวาดกลัว หล่อนเป็นเด็กที่ตั้งแต่จำความได้ก็เติบโตมาในเมือง จึงไม่ร
เหอเสี่ยวหงเดินนำลูกสาวตามโจวเหวินหลงเข้าไปภายในบ้าน ชาวบ้านที่มามุงแหวกออกให้เข้าไป แต่พอเข้าไปแล้วก็กลับมามุงเหมือนเดิมครั้งก่อนอยู่เพียงนอกบ้าน แต่ครั้งนี้ที่ต้องเข้ามาในบ้านเพราะย่าโจวล้มป่วยอีกแล้ว ภายในบ้านที่ไม่ใหญ่จึงแคบลงถนัดตาเมื่อมีคนล้อมรอบ‘หลานสาวบ้านโจวแน่ ๆ’‘ฉันต้องทาบทามจากย่าโจวแล้ว’‘ฝันอยู่เหรอ บ้านรองโจวอยู่ในมือสะใภ้รองโจว คงจะให้ลูกสาวแต่งมาอยู่ชนบทหรอก!’‘ใครจะไปรู้ อีกอย่างสะใภ้ก็ต้องเชื่อฟังครอบครัวของสามี’‘ไม่ใช่ว่าแต่งงานกันแล้วรึ อายุขนาดนี้แล้ว’‘จริง ถ้ายังไม่แต่งคงจะไม่มีใครเอา’เหอเสี่ยวหงหันไปมองชาวบ้านที่นินทาลูกสาวของเธอ เรื่องที่ลูกสาวจะแต่งกับใครเหอเสี่ยวหงไม่ได้ห้าม ต่อให้ฝ่ายชายไม่มีเงินแต่ง ถ้าลูกสาวจะแต่งเธอก็ให้แต่ง สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ไม่เป็นไร แต่คนอื่นจะเดือดร้อนด้วยทำไม“ลูกสาวฉันไม่แต่งงานแล้วทำไม”ชาวบ้านที่ซุบซิบอยู่หน้าบ้านเงียบปากกันลงทันที เมื่อสะใภ้รองโจวพูดขึ้น ใคร ๆ ก็ไม่กล้าต่อปากต่อคำกับเหอเสี่ยวหง“นี่ย่าทวด เป็นย่าของพ่อเรา”เหอเสี่ยวหงแนะนำย่าโจวให้ลูกสาวทำความเคารพ ซึ่งเด็ก ๆ รู้จัก แต่นี่ก็ไม่ได้มาเจอกันนานแล้ว เธอจึง
สาว ๆ ปิดเทอมสองเดือนในภาคเรียนแรก ที่ปิดนานขนาดนี้เพราะเพิ่งเปิดปีแรก จึงต้องปรับเปลี่ยนอะไรหลายอย่างจึงหยุดนานทุกคนมาปรึกษากันดูแล้ว ลูกสาวอยากกลับไปดูบ้านเกิดกันมาก โจวเหวินหลงจึงจะพาไป แต่รถคันเดียวไม่สามารถไปกันได้หมด จึงต้องซื้ออีกคันเพราะถ้าไม่ซื้อก็ไปกันไม่หมดแน่ ลำพังแค่ของก็เต็มรถแล้วแต่ครั้งนี้ต่างออกไป อาสามเหอจะไปด้วย รถที่ซื้ออีกคันก็เป็นเขาขับ ส่วนอาสี่ยังกลับไม่ได้เพราะเดินเรื่องยังไม่เสร็จ ซึ่งอาสี่เศร้ามาก หลายเดือนจนจะปีแล้วการลาออกยังไม่ถึงไหนเลย เหมือนทางกองทัพจะรั้งเขาไว้ด้วย การลาออกจึงถูกสกัดไว้“เดี๋ยวหนูกับซานนีแล้วก็เสี่ยวยวี่จะไปนั่งกับตาสามเอง” เอ้อร์นีบอกเพราะรถมีสองคันจึงต้องแบ่งกันนั่ง อีกอย่างถ้าจะเบียดกันไปก็คงจะไม่ได้“ดีเลยค่ะ หนูอยากนั่งกับแม่” ลิ่วนีพยักหน้าเหอเสี่ยวหงส่ายหัวก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย เดินตรวจดูของพอเห็นว่าไม่ขาดอะไร ก็ไปสั่งงานผู้จัดการร้านไว้ “ฉันฝากร้านด้วยนะคะ ไม่มีกำหนดกลับ แต่ก่อนสาว ๆ จะเปิดเทอมแน่นอน” เหอเสี่ยวบอก“ได้ครับ คุณนายโจวไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจะจัดการให้” ผู้จัดการหลงพยักหน้า“ส่วนบัญชีส่งให้ดูหลังวันหยุดนะคะ”
เหอเสี่ยวหงอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่เช้าเพื่อมารอคุณลุงลี่โจวหูเอาใบชามาส่ง นี่ก็ผ่านมาสามวันตามที่เอ้อร์นีบอกว่าคุณลุงจะเป็นคนมาส่งใบชาเอง และเมื่อวานตอนเย็นคุณลุงติดต่อมาอีกครั้งว่ามาถึงฉงชิ่งแล้ว แต่เพราะมันมืดแล้วจึงจะพักกันก่อน พรุ่งนี้เช้าจึงจะมาส่งส่วนวันนี้โจวเหวินหลงไม่ได้ออกไปคุมช่าง เพราะวันนี้ทำแค่ความสะอาด และวันนี้เป็นวันที่อู๋นีบอกว่าจะกลับบ้านด้วย“ฉันลงไปรอข้างล่างนะคะ” เหอเสี่ยวหงบอกสามีที่แต่งตัวอยู่จริง ๆ เธอไม่ต้องเป็นคนรับของเองก็ได้ จะให้ผู้จัดการหลงรับเหมือนปกติก็ได้ แต่เนื่องจากครั้งนี้คุณลุงมาส่งเอง เหอเสี่ยวหงจึงต้องออกมาต้อนรับ“มากันครบแล้วเหรอ” เหอเสี่ยวหงถามพนักงาน“ครบแล้วค่ะ” เฟยหยางอิงตอบ“ไปทำความสะอาดที่เก็บใบชาเถอะ” เหอเสี่ยวหงพยักหน้าก่อนจะสั่งงาน“ได้ค่ะ”“ได้ครับ”ยังดีที่สามวันที่ผ่านมาลูกค้าที่จองห้องได้เข้าใช้ห้องครบทุกคิว เนื่องจากใบชามีเพียงพอต่อสองวัน และเมื่อวานก็เป็นวันหยุด ทุกคนไม่ได้ทำงานกัน วันนี้เหอเสี่ยวหงจึงต้องให้ทำความสะอาดห้องที่เก็บใบชา เวลาเก็บใบชาจะได้เก็บนาน ๆ อีกอย่างก็จะไม่ได้มีฝุ่นมาเกาะ“แม่!”เหอเสี่ยวหงสะดุ้งตกใจก่อนจะหัน
ตั้งแต่ที่ทำการซื้อขายใบชาจากไร่ชา เหอเสี่ยวหงซื้อใบชามาจากไร่ของคุณลุงลี่โจวหูคนเดียวเท่านั้น เพราะเธอได้เซ็นสัญญาเรื่องการซื้อขายเอาไว้ ปกติก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร คงจะมีแต่ช่วงนี้ที่มีปัญหา และใบชาก็ไม่ได้มาส่งเป็นเวลาสามวัน และคงไม่ถึงสองวันที่ใบชาที่มีจะหมดส่วนเรื่องผ้าผลตอบรับดีมาก ลูกค้าเก่าที่เคยซื้อแทบจะร้องไห้ออกมาเพราะอยากได้อีก บางคนก็ซื้อไปขายที่อื่นแต่เหอเสี่ยวหงก็ให้ราคาเต็ม ไม่ได้ลดราคาให้เพราะเธอไม่ได้ขายส่ง ส่วนจะเอาไปขายที่อื่นเธอก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเขาซื้อไปแล้วยังดีที่ผ้าปักลายมีมากถึงพันกว่าม้วน จึงไม่ทำให้ของขาดตลาดเท่าไร จะมีก็แต่บางลายเท่านั้นที่เหอเสี่ยวหงให้สหายปักเพิ่ม ในหนึ่งวันจะได้ผ้าปักลายเพียงห้าม้วน หรือบางวันก็มากกว่าสิบม้วน อย่างสามวันที่ผ่านมาก็ปักลายผ้าได้ยี่สิบเก้าม้วน เหอเสี่ยวหงเก็บมันเอาไว้แยกอีกที่หนึ่ง เอาไว้ของในร้านหมดค่อยเอามาเพิ่มตอนนี้ทุกคนพยายามช่วยกันติดต่อไร่ชา เพราะต้องสอบถามเรื่องใบชาแต่ไม่มีใครรับสายเลย ไม่รู้ว่าเพราะรู้ว่าเป็นพวกเธอหรือเปล่าจึงไม่ยอมรับ หรือไม่ก็พวกเขามีปัญหากันจริง ๆ“อย่างนี้เราแย่แน่ ๆ เลยครับ” ผู้จัดการหลงเอ่