หลินอี้เฉิงไม่รู้ว่าทำไมอยู่แล้วจี้ซูเหยียนพูดต่อ “คืนนี้มีงานประมูลการกุศล เธอไปกับฉัน?”หลินอี้เฉิงถามขึ้น “พูดถึงหยางอวี่ถงอยู่ไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงเปลี่ยนเรื่องแล้วล่ะ”จี้ซูเหยียนตอบกลับอย่างมีลับลมคมใน “ถึงเวลาเธอก็จะรู้เอง แต่ว่าก่อนไปงานเลี้ยงคืนนี้ เธอมาที่บ้านฉันก่อน ฉันจะให้คนแต่งหน้าทำผมให้เธอ”วันนี้หลินอี้เฉิงไม่มีผ่าตัด ตอนบ่ายจึงลาหนึ่งชั่วโมง แล้วไปบ้านของจี้ซูเหยียนหลังมาถึงก็ถูกจี้ซูเหยียนกดลงตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง และเริ่มแต่งหน้าให้กับเธอช่างแต่งหน้าเป็นช่างที่มีชื่อเสียงในวงการ เคยแต่งหน้าให้กับดาราชั้นนำมาไม่น้อยเธอพูดขึ้นว่า “ผิวของคุณหลินดีจริง ๆ นี่สิถึงจะเป็นผิวเนียนนุ่มน่าถนอมของจริง อีกอย่างใบหน้าของคุณ ไม่เข้าวงการบันเทิงช่างน่าเสียดายจริง ๆ”หลินอี้เฉิงตอบ “ฉันทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ขืนไปก็คงเป็นได้แค่แจกัน”“บางคนน่ะ อยากจะเป็นแจกันยังเป็นไม่ได้เลยค่ะ”ช่างแต่งหน้าพูดคุยกับเธอไปด้วย พลางแต่งหน้าเบา ๆ ที่เหมาะกับสภาพผิวและบุคลิกของเธอไปด้วยชุด เมคอัพ ทรงผม ต่างจัดการเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลินอี้เฉิงลุกขึ้น แววตาของจี้ซูเหยียนเต็มไปด้วยความตกตะลึ
ลู่ซานเหอไม่ชอบหลินอี้เฉิงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตอนนี้เมื่อเห็นเธอพูดคุยอย่างเป็นกันเองขนาดนั้นกับผู้ชายคนอื่น เดาว่าคงยิ่งเกลียดเธอมากกว่าเดิมสินะ?หยางอวี่ถงพูดต่ออีกว่า “หมอหลินนี่เก่งจริง ๆ เลยนะคะ ไม่ว่ากับใครก็คุยดีด้วยได้หมด เหมือนฉันจะโง่มาก ไม่เคยกล้าคุยกับคนแปลกหน้าเลย โดยเฉพาะกับผู้ชาย...”ยังไม่ทันพูดจบ เธอก็ทอดถอนใจออกมาเสียงหนึ่งฝีเท้าของลู่ซานเหอยิ่งฉีกกว้างขึ้นกว่าเดิม ถูลู่ถูกังพาเธอเดินไปเบื้องหน้าเธอสวมรองเท้าส้นสูง แถมกระโปรงก็ไม่เอื้อกับการก้าวยาว ลู่ซานเหอไม่ได้สนใจความรู้สึกของเธอเลยสักนิด แทบจะลากเธอเดินไปข้างหน้าด้วยซ้ำหยางอวี่ถงต้องวิ่งเหยาะถึงจะตามเขาทัน สนใจความสง่าสูงส่งอะไรไหวเสียที่ไหนกันทั้งตัวเธอเหลือเพียงความกระอักกระอ่วนราวกับสายตาของทุกคนจับจ้องมาบนตัวเธอกระทั่งเธอยังได้ยินว่ามีคนกำลังแอบกระซิบกระซาบกัน“นั่นคือผู้ช่วยของประธานลู่? เห็นชุดราตรีที่เธอใส่นั่นไหม? ฉันเองก็ไปนิทรรศการภาพวาดก่อนหน้านี้มาเหมือนกัน เหมือนว่าหลินอี้เฉิงจะเคยใส่แบบเดียวกันเป๊ะ”“ใช่ เหมือนกันเป๊ะ ๆ จริง ๆ แต่ว่า ต้องดูว่าใครใส่ ไม่พูดไม่ได้ หลินอี้เฉิงใส่อะไรก็ส
หลินอี้เฉิงกลับมาในที่จัดงานประมูล เจียงจี้เชินประมูลสร้อยคอฝังเพชรอีกเส้นให้จี้ซูเหยียนแล้วส่วนลู่ซานเหอและหยางอวี่ถง ไม่ได้กลับมาอีกหลังการประมูลจบลง เจียงจี้เชินจะลากพวกเธอทั้งสองคนไปบาร์ให้ได้อันที่จริงไปบาร์ก็ดื่มไม่ได้อยู่ดี เพราะวันรุ่งขึ้นเธอกับเจียงจี้เชินต้องไปทำงานสุดท้ายเมื่อมาถึงบาร์ จี้ซูเหยียนได้รับสายจากลูกค้าสายหนึ่ง จากนั้นก็รีบลุกลี้ลุกลนออกไปเลยเจียงจี้เชินลากหลินอี้เฉิงมาดื่มน้ำผลไม้ ดูคนอื่นเต้นรำ หลินอี้เฉิงดื่มจนอยากอาเจียน ทว่าเขายังไม่อยากไปสุดท้ายหลินอี้เฉิงก็ทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ “พี่ดื่มไปคนเดียวเถอะ ฉันขอตัวก่อน”ในตอนนี้เองเจียงจี้เชินถึงได้ลุกขึ้น บอกว่าจะไปส่งเธอกลับบ้านหลินอี้เฉิงมองออกว่าเขามีเรื่องในใจ เป็นอย่างที่คิด เมื่อถึงที่หมายเขาก็ดับรถ ทว่าไม่ยอมให้หลินอี้เฉิงลงจากรถ“ว่ามาสิ เป็นอะไรกันแน่” หลินอี้เฉิงเอ่ยขึ้น “พี่เป็นคนเงียบขรึมตั้งแต่เมื่อไร?”ตอนอยู่ที่บาร์ ไม่ว่าจะถามยังไงเขาก็ไม่ตอบเจียงจี้เชินเบือนตัวมองมา “หลินอี้เฉิง สามปีแล้ว เธอยังทนรับไม่พออีกเหรอ?”หลินอี้เฉิงมองไปนอกหน้าต่าง “ถ้าพี่ไม่เป็นอะไร ฉันก็จะกลับบ้านแล้
เสียงคุ้นหูเป็นอย่างมาก เป็นหยางอวี่ถง?ลู่ซานเหอเดินไปตามเสียง ก่อนจะผลักประตูทั้งสองบานของทางหนีไฟออกโดยตรง“ซานเหอ!”ลู่ซานเหอก้มหน้ามองไป จากนั้นเป็นอันต้องขมวดคิ้วเป็นปมแน่นหลินอี้เฉิงหกล้มอยู่บนพื้น ใบหน้าน้อย ๆ ขาวผ่องเต็มไปด้วยสีหน้าของความเจ็บปวดเธอใช้มือจับข้อเท้าเอาไว้ กำลังเงยหน้ามองขึ้นมาพอดีลู่ซานเหอรู้มาโดยตลอดว่า หน้าตาของหลินอี้เฉิงงดงามเป็นอย่างมากทว่าสำหรับเขา การตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอกเป็นการประเมินค่าความงามที่ต่ำที่สุดทว่าในวินาทีนี้ ดวงตาที่แยกตาดำตาขาวชัดเจนของหลินอี้เฉิงทั้งสองกะพริบตามองมาปริบ ๆ ในดวงตาแฝงไปด้วยหยาดน้ำตาโปร่งใสดุจคริสตัล ลู่ซานเหอพลันตกตะลึงไปในทันใด“ซานเหอ!”หยางอวี่ถงเรียกอีกครั้งทั้ง ๆ ที่เธอก็หกล้มอยู่ข้างหลินอี้เฉิง ทำไมสายตาของลู่ซานเหอถึงตกไปที่ตัวหลินอี้เฉิงคนเดียวล่ะ?เสียงของหยางอวี่ถงดึงสติของลู่ซานเหอกลับมาเขารีบมองไปที่หยางอวี่ถง จากนั้นก็เดินอาด ๆ ลงบันไดไป แล้วคุกเข่าลงข้างกายเธอ “เกิดอะไรขึ้น?”หยางอวี่ถงมองเขาทั้งน้ำตาที่กำลังหยดลงมา “ซานเหอ ฉันไม่ได้คิดจะยั่วโมโหพี่อี้เฉิงจริง ๆ แต่ฉันไม่รู้ว่าทำไมพี่
หลินอี้เฉิงอึ้งจนทำอะไรไม่ถูกเจียงจี้เชินคนนี้ แม้ปกติจะดูปากคอเราะร้ายความคิดสุดโต่ง ทว่าตอนที่เขาทำงาน ความจริงแล้วตั้งใจและเคร่งครัดเป็นอย่างมาก ไม่อย่างนั้นคงไม่มีหมอสาวพยาบาลสาวถูกภาพลักษณ์ไม่ยุ่งเรื่องผู้หญิงและสุภาพจอมปลอมของเขาตกหรอกเมื่อพูดถึงลู่ซานเหอ นั่นยิ่งเป็นจ้าวแห่งความเฉยเมยเคร่งขรึม ต่อให้ภูเขาไท่ซานถล่มตรงหน้าก็ไม่เปลี่ยนสีหน้าเจียงจี้เชินต่อยตีขึ้นมาก็น่าประหลาดใจอยู่แล้ว ทำไมลู่ซานเหอถึงลงไม้ลงมือด้วยล่ะ?เห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนล้วนเป็นคนที่ฝึกการต่อสู้ หมัดทีเท้าที เกิดเสียงลมพรึ่บ ๆกระบวนท่าหนึ่งการเคลื่อนไหวหนึ่ง มีมามีกลับหลินอี้เฉิงกระวนกระวาย ทว่าจะขยับก็ไม่ได้ “เลิกต่อยกันได้แล้ว! พวกคุณเลิกต่อยกันได้แล้ว! เจียงจี้เชิน! ลู่ซานเหอ! หยุดนะ!”หลินอี้เฉิงเดือดดาลแทบแย่ และเมื่อเห็นเจียงจี้เชินกำลังจะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เธอก็ยิ่งร้อนใจเธอรู้ว่าลู่ซานเหอไม่มีทางฟังเธอแน่ จึงได้แต่เรียกเจียงจี้เชิน “อาเชิน! พี่จะทำให้ฉันโมโหจนตายเลยหรือไง? เลิกต่อยกันได้แล้ว รีบมาเร็ว!”“อาเชิน! พี่เชื่อฟังสิ! เลิกต่อยกันได้แล้ว!”“เจียงจี้เชิน!”“เชื่อไหมว่าฉันจะต
หลินอี้เฉิงไม่กล้าเชื่อหูตัวเองลู่ซานเหอว่าอะไรนะ?เขาเป็นสัตว์เดรัจฉานเหรอ?เธอเป็นถึงขนาดนี้แล้ว ไม่คิดเลยว่าเขายังคิดเรื่องอย่างว่าอีก?เมื่อเห็นใบหน้าของหลินอี้เฉิงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ลู่ซานเหอก็ถอดเสื้อเชิ้ตออก “ไม่ต้องให้คุณขยับเลย”ใบหน้าน้อย ๆ ของหลินอี้เฉิง เห็นได้ชัดว่ายิ่งสดใสมีชีวิตชีวามากขึ้นเนื่องจากเดือดดาลเธอมองลู่ซานเหอทั้งเดือดเป็นฟืนเป็นไฟ “คุณ...มันเดรัจฉาน!”ลู่ซานเหอกดลงไป และยันพนักพิงโซฟาด้วยมือข้างเดียว แล้วเข้าใกล้เธอทีละนิด ๆ “ถ้าไม่เป็นเดรัจฉาน แล้วจะทำให้คุณพอใจได้ยังไง? คุณนายน้อยลู่ คุณเลือกเองสิ จะกลับห้องนอน หรือว่า...ตรงนี้?”หลินอี้เฉิงผละเขาออกไป “ลู่ซานเหอ คุณกล้าเหรอ!”“ทำไมผมจะไม่กล้าล่ะ?” ลู่ซานเหอกุมข้อมือของเธอเอาไว้ “คุณเป็นคนพูดเองนะว่าไม่ให้ผมแตะต้องคนอื่น งั้นคุณคิดว่า ผมควรทำยังไงล่ะ?”หลินอี้เฉิงอับอายจนเกรี้ยวกราด “คุณอย่าคิดก็สิ้นเรื่องแล้ว!”“ผมเป็นผู้ชาย จะไม่ให้คิดเรื่องพรรค์นี้ได้ยังไง” ลู่ซานเหอหัวเราะเบา ๆ ในเสียงหัวเราะแฝงไปด้วยความเย็นชา “หลินอี้เฉิง ถ้าคุณไม่ไหว งั้นผมไปหา...”หลินอี้เฉิงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เฮ
หลินอี้เฉิงถามเขา “เป็นอะไรไป?”“เรื่องโรงพยาบาลน่ะ” เจียงจี้เชินพูดต่อ “มีคนใช้เส้นสาย อยากจะเข้าแผนกเรา”“หมอ?”เจียงจี้เชินตอบ “ยังไม่สอบกระทั่งใบรับรอง นับเป็นหมออะไรกัน? ฉันดูข้อมูลของเขา ช่าง...ฉันให้เธอดูดีกว่า”เจียงจี้เชินล้วงโทรศัพท์ออกมาแล้วส่งให้หลินอี้เฉิงเลยหลินอี้เฉิงไม่ทันได้ดูข้อมูล ก็เห็นรูปที่อยู่ตรงมุมขวาบนของเรซูเม่เสียก่อนหยางเจียหาว?พอมาดูชื่อ เป็นชื่อนี้อย่างที่คิดจริง ๆหลินอี้เฉิงไม่ดูแล้ว เธอถามขึ้นโดยตรงเลยว่า “เขาเข้ามาโดยผ่านขั้นตอนการรับสมัครปกติเหรอ?”“จะเป็นไปได้ยังไง” เจียงจี้เชินพูดต่อ “เงื่อนไขพรรค์นี้ ถูกปัดตกตั้งแต่รอบแรกแล้ว มีคนมาหาหัวหน้าหลี่โดยตรง เธอเองก็รู้ ด้านบุคคลกรของแผนกเรา ฉันเป็นคนรับผิดชอบมาตลอด”“จัดการตามหลักการเถอะ” หลินอี้เฉิงพูดอีกว่า “เลิกโมโหได้แล้ว”“ที่ฉันโมโหคือ ตอนนี้คนพวกนี้ไม่คิดหาวิธียกระดับตัวเอง รู้จักแต่รีบร้อนจะหาผลประโยชน์ คนแบบนี้จะรักษาโรคช่วยคนดี ๆ ได้เหรอ?”ปากเจียงจี้เชินก็พูดไป มือก็ไม่ปล่อยให้ว่าง จัดการอาหารเช้าให้หลินอี้เฉิงอย่างช่ำชองหลังกินข้าวเช้า เจียงจี้เชินก็พูดขึ้นอีกว่า “เรื่องที่โร
คำพูดล้อเล่นของเธอเมื่อกี้ เขา...ได้ยินหรือเปล่า?ทั้งเนื้อตัวของเจียงจี้เชินเองก็ไม่เป็นตัวเองไปหมด ไม่ว่าจะพูดยังไง ที่นี่ก็เป็นอาณาเขตของตระกูลลู่เขาเองก็ไม่อยากให้หลินอี้เฉิงลำบาก จึงลุกขึ้นเลย “เธอก็รักษาตัวดี ๆ กินข้าวดี ๆ นะ ฉันขอตัวก่อน”หลินอี้เฉิงชักสายตากลับ แล้วมองไปที่เจียงจี้เชินด้วยความจริงใจสองสามส่วน “อาเชิน ขอบคุณพี่มากนะ”เจียงจี้เชินเข้าใจความหมายของเธอ ไม่มีอะไรมากไปกว่าไม่ให้เขากระทบกระทั่งกับลู่ซานเหอเจียงจี้เชินพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะสาวเท้าก้าวยาวเดินไปทางลู่ซานเหอโดยตรงกลัวว่าทั้งสองคนจะแลกหมัดกันขึ้นมาอีก หลินอี้เฉิงกำลังคิดจะเปล่งเสียง ก็เห็นเจียงจี้เชินชนไหล่ลู่ซานเหออย่างแรงตรงทางเข้า จากนั้นก็เปิดประตูเดินออกไป สายตาของลู่ซานเหอไม่ได้มองไปที่เจียงจี้เชินแม้แต่น้อยเขาจ้องหลินอี้เฉิงเขม็งหลินอี้เฉิงรับหน้ากับสายตาของเขา “ทำไมถึงกลับมาในเวลานี้ได้ล่ะ? กินข้าวหรือยัง?”ลู่ซานเหอเดินเข้ามาทีละก้าว ๆ สายตาเคร่งขรึมเย็นเยียบเขาใช้ชีวิตด้วยฐานะสูงส่งมานาน บุคลิกน่าเกรงขาม ทรงอิทธิพลเป็นอย่างมากทว่าหลินอี้เฉิงกลับไม่กลัวเลยสักนิดเขายืนอยู่ข้า
ในตอนนี้เองหลินอี้เฉิงถึงพูดขึ้นว่า “แสดงว่าคุณฟู่ไม่ได้มีความทุกข์ใจจากการถูกครอบครัวบีบให้แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์สินะคะ”“ถูกบีบ? ทุกข์ใจ?” ฟู่ซือหนานตกตะลึงเป็นอย่างมาก “ถ้าคนที่ผมต้องแต่งงานด้วยเป็นนางฟ้าเหมือนอย่างเฉิงเฉิง จะมีความทุกข์ใจได้ยังไงกัน นี่มันของหวานที่ฟ้าประทานให้ชัด ๆ ผมคงสะดุ้งตื่นจากฝันเพราะยิ้มไม่หยุดด้วยซ้ำ!”ครั้งนี้หลินอี้เฉิงถูกเขาหยอกล้อจนโพล่งขำออกมาจริง ๆขณะลู่ซานเหอเข้ามา สิ่งที่เห็นก็คือหลินอี้เฉิงหัวเราะจนไหล่สั่นใส่ฟู่ซือหนานครั้งนี้มาปาร์ตี้รวมตัวกันที่นี่ เนื่องจากหลินอี้เฉิงเกิดอุบัติเหตุ ปาร์ตี้รวมตัวเองก็จบไปทั้งแบบนั้นเช่นกันธุระในเรื่องงานของเขาก็ใกล้จะจบลงแล้ว บรรดาเพื่อน ๆ จึงชวนให้เขามารวมตัวที่นี่อีกครั้งไม่คิดเลยว่าจะเจอหลินอี้เฉิงอีกครั้งครั้งนี้เธอกลับไม่ได้ตกอยู่ในอันตราย แต่เธอนั่งอยู่ตรงข้ามผู้ชายคนอื่น ปั้นหน้าฉีกยิ้มหวานแหวว ยิ่งขัดหูขัดตาเข้าไปใหญ่!ลู่ซานเหอทิ้งหยางอวี่ถงกับเพื่อนคนอื่น ๆ ไปเลย จากนั้นก็เดินอาด ๆ ไปทางหลินอี้เฉิงหยางอวี่ถงคิดจะตามไป ทว่าซือฉางไห่รั้งเธอเอาไว้ พร้อมส่ายหน้าใส่เธอหยางอวี่ถงพลันปั้นหน้า
เมื่อจี้ซูเหยียนออกมา ลู่ซานเหอกับหยางอวี่ถงก็ออกไปแล้วจี้ซูเหยียนเห็นหลินอี้เฉิง ก็รีบถามขึ้นทันที “เฉิงเฉิง ทำไมเธอถึงชูป้าย?”ขณะดำเนินการเรื่องเอกสาร จี้ซูเหยียนไม่รู้ว่าฝ่ายผู้ซื้อเป็นใคร และเธอเองก็ไม่ได้ยินคนที่เสนอราคา เป็นลู่ซานเหอหลินอี้เฉิงฉีกยิ้มพลางตอบ “แน่นอนว่าเพราะชอบไงล่ะ ฉันคิดว่ามันคู่ควรกับราคานั้น”ที่หลินอี้เฉิงพูดเป็นความจริง เธอชอบชุดนี้จริง ๆ ฉะนั้นจึงไม่อยากให้มันไปอยู่บนตัวหยางอวี่ถงทว่าในท้ายที่สุด ลู่ซานเหอก็เป็นคนประมูลชุดไปการมาท่องเที่ยวต่างประเทศครั้งนี้ นับว่าเป็นจุดสิ้นสุดแล้วจี้ซูเหยียนไม่รู้ว่าหลินอี้เฉิงไปเจอเหตุการณ์น่าหวาดผวาอะไรนอกบาร์มา ยังไม่ได้ดูการแสดงเนกไท เธอยังอยากไปอีกเธออารมณ์ดีมาก ๆ หลินอี้เฉิงไม่อยากทำให้ผิดหวัง ทั้งสองคนจึงมุ่งหน้าไปที่นั่นเลยเพียงแต่ หลินอี้เฉิงคิดไม่ถึงว่า จะเจอฟู่ซือหนานที่บาร์เมื่อฟู่ซือหนานเห็นพวกเธอ ทั้งใบหน้าก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ “เฉิงเฉิง? พวกคุณก็มาเที่ยวเล่นที่นี่ด้วยเหรอ?”นับตั้งแต่ครั้งก่อนหลินอี้เฉิงพูดไปแล้ว พยายามสวมเขาให้ลู่ซานเหอ เมื่อดูฟู่ซือหนาน จี้ซูเหยียนรู้สึกว่าถูกชะตาที
ชุดชุดนี้ ตกลงราคาประมูลในท้ายที่สุดที่สิบล้านเมื่อเดินออกมาจากที่จัดงานประมูล หลินอี้เฉิงก็ไปห้องน้ำ และฉวยโอกาสรอจี้ซูเหยียนไปดำเนินการเรื่องด้วยเธอออกมาจากห้องน้ำ ก็เห็นหยางอวี่ถงเติมเครื่องสำอางอยู่ด้านนอก“พี่อี้เฉิง” เธอเห็นหลินอี้เฉิงก็รีบฉีกยิ้มสดใสใส่ “คุณก็มาด้วยเหรอคะ งั้นคุณก็น่าจะรู้ว่าซานเหอประมูลเสื้อผ้าของคุณจี้ชุดนั้นมาให้ฉันแล้วใช่ไหมคะ?”หลินอี้เฉิงเอ่ยขึ้นชืด ๆ “ยินดีด้วยนะ”“ก็ไม่ได้มีอะไร ฉันบอกแล้วว่าไม่เอา ซานเหอก็จะประมูลมาให้ฉันให้ได้”หลินอี้เฉิงนึกถึงอะไรบางอย่าง ก็พลันขำออกมา ก่อนจะถามว่า “ลู่ซานเหอซื้อแค่หยกให้คุณเหรอ? คุณไม่ได้ให้เขาซื้ออย่างอื่นให้?”เธอขอแล้ว แต่ลู่ซานเหอไม่ฟังเธอเลยตอนนี้หยางอวี่ถงยังไม่รู้ว่าทำไมหลินอี้เฉิงถึงเอาแต่จับประเด็นนี้ไม่ปล่อย ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ ๆหยางอวี่ถงไม่ยอมให้ตัวเองเผยความอ่อนแอต่อหน้าเธอเป็นอันขาด หยางอวี่ถงจึงพูดขึ้นว่า “แน่นอนว่ามีอยู่แล้ว ฉันอยากได้อะไร ซานเหอก็จะซื้อให้ฉัน”หลินอี้เฉิงตอบกลับ “งั้นก็ดีแล้ว แต่ว่า คุณเคยคิดบ้างหรือเปล่า ของที่ลู่ซานเหอซื้อให้คุณ ใช้สินสมรสที่มีร่วมกันของสามีภรร
ก่อนหน้านี้ที่จี้ซูเหยียนออกแบบเสื้อผ้าแค่เล่น ๆ เท่านั้นที่บ้านเธอมีเงิน ไม่จำเป็นต้องหาเลี้ยงชีพด้วยสิ่งยี้ เป็นแค่งานอดิเรกที่สนใจเท่านั้นทว่าเธอมีพรสวรรค์ในด้านนี้จริง ๆตอนหกขวบก็เข้าร่วมการแข่งขันออกแบบเสื้อผ้าระดับโลก ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นด้วยชุดราตรีสไตล์จีนที่ผสมผสานระหว่างยุคโบราณและสมัยใหม่เข้าด้วยกันทว่าหลังจากนั้นเธอก็หายไปจากสายตาของโลกการออกแบบเสื้อผ้า คนที่ไม่รู้เหตุการณ์ภายในมากมาย ยังบอกว่าเธอพรสวรรค์ถดถอย ไร้ความสามารถจึงไม่ได้รับความสนใจแต่ไม่รู้เลยว่า ตอนนั้นจี้ซูเหยียนใช้เวลามาเรียนมากขึ้นความคิดของเธอเรียบง่าย เสื้อผ้าที่ออกแบบออกมาราวกับก็แฝงความชัดเจนของความงามที่ชวนให้คนตาลุกวาวชุดราตรีในครั้งนี้ เรียบง่ายเป็นอย่างยิ่ง ทว่าความล้ำค่าและงดงามเด่นชัดมาจากรายละเอียดขณะประมูล เมื่อนางแบบออกมา คนที่ชูป้ายก็มีไม่หยุดหย่อนตามปกติ หากชุดชุดหนึ่งไม่ฝังอัญมณีที่ราคาค่อนข้างสูงลิ่ว ประมูลถึงราคาหลักหลายแสนหรือหลักล้าน ก็นับว่าเป็นราคาที่ดีมากแล้วหากตกแต่งด้วยอัญมณี ประมูลถึงหลายล้าน ก็มีให้เห็นมากมายทว่าชุดนี้ของจี้ซูเหยียน ไม่ได้ตกแต่งด้วยอัญม
เดี๋ยวก็ช่วยเธอ เดี๋ยวก็ใส่ยาให้เธอลู่ซานเหอยกเท้าของเธอขึ้นช้า ๆ แล้วมองเฝือกที่ข้อเท้าเธอ “ผมบอกไปแล้วว่า ไม่มีเรื่องสมควรอะไรทั้งนั้น เพราะงั้น...คุณนายน้อยลู่ต้องพิจารณาสักหน่อยหรือเปล่า ว่าจะตอบแทนบุญคุณผมยังไง?”“อะไรนะ?” หลินอี้เฉิงอึ้ง “ตอบแทนบุญคุณอะไร?”“เขาว่ากันว่า บุญคุณช่วยชีวิต เอาอะไรมาตอบแทนไม่ได้...ข้างหลังว่ายังไงต่อแล้วนะ?”หลินอี้เฉิงตอบ “บุญคุณช่วยชีวิต เอาอะไรมาตอบแทนไม่ได้ ชาติหน้าเป็นทาสรับใช้ ตอบแทนบุญคุณประธานลู่ ได้ไหม?”ลู่ซานเหอยกมือขึ้นตีเธอ “หลินอี้เฉิง คุณตั้งใจหรือเปล่า?”หลินอี้เฉิงเตะเท้าออกไป “ถูกความใคร่ครอบงำ!”เธอก็ว่า ทำไมลู่ซานเหอถึงดีกับเธอขนาดนี้ที่แท้ก็มีเจตนาแอบแฝงนี่เอง“ธรรมชาติของมนุษย์คือเรื่องกินและเรื่องเพศ” ลู่ซานเหอคว้าเท้าน้อย ๆ ที่เตะคนของเธอข้างนั้นเอาไว้ ก่อนจะจูบลงบนหลังเท้าเล็กเรียวของเธอทีหนึ่ง “คุณนายน้อยลู่ ควรทำหน้าที่ของคุณได้แล้ว”หลินอี้เฉิงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง “แล้วหลายคืนมานี้ ไปนอนที่ไหนมา?”“หลินอี้เฉิง” ลู่ซานเหอยกเท้าของเธอพลางจูบไล่ขึ้นมาตามข้อเท้าของเธอ “คุณถามแบบนี้ เหมือนกำลังหึงอยู่เลยนะ”“
หลินอี้เฉิงคิดเอาไว้แล้วว่า ถึงเวลานั้นถ้าคนเหล่านั้นมีตาแต่ไร้แวว ไม่เข้าใจความดีของเสื้อผ้าจี้ซูเหยียน เธอก็จะแอบประมูลมาลู่ซานเหอพูดเอาไว้แล้วไม่ใช่เหรอ เงินที่เขาหามาได้ เธอเองก็ใช้ได้ตัดใจจ่ายเงินก้อนโตซื้อเครื่องประดับหยกให้ชู้ได้ เธอแค่ซื้อเสื้อผ้า ไม่เกินไปหรอกใช่ไหม?หลินอี้เฉิงตัดสินใจแล้ว พยายามใช้ราคาที่สูงที่สุด ประมูลเสื้อผ้าของจี้ซูเหยียนมาอีกอย่าง ชุดนั้นเธอก็ชอบจริง ๆถ้าไม่ได้เป็นเพราะข้อเท้าเธอได้รับบาดเจ็บ กระทั่งจี้ซูเหยียนยังคิดเอาไว้ว่า จะให้เธอขึ้นเวทีไปเป็นนางแบบจี้ซูเหยียนยังต้องแก้จุดรายละเอียดบางอย่าง หลินอี้เฉิงคิดจะลอบจัดการแผลด้วยตัวเอง จึงคิดจะไปห้องน้ำเดิมทีทั้งสองคนไม่ได้พักด้วยกัน ทว่าลู่ซานเหอไม่กลับมา จี้ซูเหยียนกลัวจะไม่มีใครดูแลหลินอี้เฉิง ฉะนั้นจึงให้หลินอี้เฉิงมาพักด้วยกันเธอกำลังคิดจะขยับ ก็ได้ยินเสียงประตูถูกเคาะดังขึ้นเธอเดินไปเปิดประตู พบว่าลู่ซานเหอยืนอยู่นอกห้องจี้ซูเหยียนถาม “ใคร?”“ลู่ซานเหอ” หลินอี้เฉิงตอบกลับประโยคหนึ่ง “ฉันออกไปเอง”พูดจบเธอก็ออกจากห้องไป แล้วปิดประตู“มีธุระอะไร?”ลู่ซานเหอเอาแต่มองเธอ ไม่ตอบอะไ
ซือฉางไห่ยืนอยู่ข้าง ๆ ฉีกยิ้มอย่างมีเจตนาไม่แน่ชัดลู่ซานเหอไม่พูดพร่ำทำเพลง อุ้มหลินอี้เฉิงลงมาแล้ววางเธอลงบนวีลแชร์เลยลู่ซานเหอกำลังคิดจะไปเข็น ทว่าหยางอวี่ถงรีบเดินเข้ามา “ฉันเข็นเองค่ะ”เธอเข็นวีลแชร์ไปพลางพูดกับลู่ซานเหอขึ้นว่า “เดี๋ยวฉันไปส่งพี่อี้เฉิงเองค่ะ พี่รอฉันอยู่ที่โถง โอเคไหมคะ?”หลินอี้เฉิงเหนื่อยจนไม่อยากพูดอะไร แล้วแต่พวกเขาจะทำยังไงลู่ซานเหอมองหลินอี้เฉิงทีหนึ่ง ก่อนจะอืมออกมาหยางอวี่ถงเข็นหลินอี้เฉิงเข้าไปในลิฟต์หยางอวี่ถงรีบเอ่ยขึ้นว่า “พี่อี้เฉิง ฉันหวังว่าคุณจะไม่คิดมากนะ ซานเหอเป็นคนซื่อตรงยึดมั่นในความเป็นธรรมอยู่แล้ว เขาช่วยคุณ ไม่ได้แปลว่าเขาจะมีความรู้สึกกับคุณ”หลินอี้เฉิงแสยะยิ้มเสียงหนึ่ง “คุณเป็นชู้ แต่ยังมาทำตัวอยู่เหนือกว่าอีกเนี่ยนะ”สีหน้าของหยางอวี่ถงไม่ค่อยสู้ดีนัก เธอสูดลมหายใจเข้าลึกทีหนึ่งถึงเอ่ยขึ้นว่า “ฉันจะแต่งงานกับซานเหอ ฉันจะรอเขา”หลินอี้เฉิงหลับตาลงหยางอวี่ถงพูดต่อว่า “ที่งานประมูลสองวันก่อน เขาประมูลเครื่องประดับหยกให้ฉันชุดหนึ่ง คุณรู้ไหมว่าเท่าไร?”หลินอี้เฉิงลืมตาขึ้นมา ก็เห็นความสะใจและความโอ้อวดในแววตาของหยางอวี่ถ
หลินอี้เฉิงตอบ “ฉันรอเหยียนเหยียนอยู่”ลู่ซานเหอถามขึ้นอย่างเดือดดาลว่า “เธอไปไหน? เธอทิ้งคุณไว้ที่นี่คนเดียว?”หลินอี้เฉิงรู้ว่าลู่ซานเหอมีเจตนาจะพาลใส่จี้ซูเหยียนแต่เรื่องพรรค์นี้ โทษจี้ซูเหยียนไม่ได้อยู่แล้วเมื่อลู่ซานเหอเห็นเธอไม่ตอบ ก็หมุนวีลแชร์เลย “กลับไป!”บอกตามตรง ตอนนี้หลินอี้เฉิงยังนึกกลัวในภายหลังอยู่มาต่างประเทศ ความรู้สึกปลอดภัยไม่ได้มีมากมายเท่ากับในประเทศตัวเองอยู่แล้วแถมยังเกิดเรื่องแบบเมื่อครู่อีกเมื่อเห็นสีหน้าหลินอี้เฉิงซีดเผือด ลู่ซานเหอเองก็ไม่ได้พูดอะไรอีกขณะที่หลินอี้เฉิงส่งข้อความหาจี้ซูเหยียน ปลายก็นิ้วยังสั่นเทาอยู่ลู่ซานเหอเข็นวีลแชร์อยู่ ทีแรกสีหน้าหยางอวี่ถงไร้อารมณ์ จากนั้นเธอก็มาควงแขนของลู่ซานเหอ แล้วถามเขาว่า “คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ? บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”ลู่ซานเหอส่ายหน้า “ผมไม่เป็นไร ทำให้คุณเป็นห่วงแล้ว”ซือฉางไห่เองก็ตามไปด้วยส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ แม้เขาจะไม่เห็น แต่ก็พอจะคาดเดาได้คงเป็นเพราะใบหน้านั้นของหลินอี้เฉิง ล่อเสือล่อจระเข้เข้ามาซือฉางไห่แสยะยิ้มอยู่ด้านหลังเสียงหนึ่งแม้เจอเรื่องแบบนี้ ต่อให้เป็นคนแป
ฉะนั้นพวกเขาจึงไม่เห็นลู่ซานเหออยู่ในสายตาอยู่แล้วสุดท้ายก็ถูกเตะกระเด็นออกไปคนอื่นอีกสองสามคนเมื่อเห็นดังนั้น ก็เข้ามาห้อมล้อมทันที เหลือเพียงคนที่เข็นวีลแชร์หลินอี้เฉิงนั่น“ฉันแนะนำว่าแกแส่หาเรื่องให้มันน้อย ๆ หน่อยจะดีกว่า” คนที่เป็นหัวหน้าเอ่ยขึ้น “ไม่อย่างนั้น ก็รับผิดชอบผลที่ตามมาเอง!”“ปล่อยเธอ!” สายตาของลู่ซานเหอเย็นเยียบ นัยน์ตาแฝงความเป็นกังวลที่ถูกคนสังเกตเห็นไม่ได้ง่าย ๆคนที่เป็นหัวหน้าทำสัญญาณมือไปทางวีลแชร์ คนที่เข็นวีลแชร์รีบเข็นหลินอี้เฉิงออกไปอย่างรวดเร็วลู่ซานเหอยอมให้เขาไปเสียที่ไหน ลู่ซานเหอก้าวเท้าเตรียมจะตามไป ทว่าถูกสองสามคนนี้รัดเอาไว้“หยุดนะ!” หลินอี้เฉิงกลัวจนใจเต้นรัว กลัวว่าสองสามคนนั้นจะทำให้ลู่ซานเหอบาดเจ็บ และกลัวว่าจะมีคนชักปืนออกมาถึงยังไงข่าวแบบนี้ก็พบเห็นอยู่บ่อยครั้งตอนอยู่ในประเทศทว่าคนคนนั้นกลับเข็นเธอออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ ในใจของหลินอี้เฉิงตึงเครียด เธอกัดฟันแน่น แล้วกระโดดลงจากวีลแชร์โดยไม่สนใจอาการบาดเจ็บที่ขาของตัวเองเลยเห็นได้ชัดว่าคนคนนั้นก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่า เธอจะกลิ้งลงไปจากวีลแชร์ เขาอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ ทว่าปฏิกิริยา