“ไม่แรงไปหน่อยเหรอครับน้องทิพย์กับคำนั้น ตอนอยู่ในโรงหนังพี่ว่าก็พูดแรงเหมือนกันนะ”“ไม่หรอกค่ะพี่ไฟ คนแบบนั้นแค่คำว่าเสือกคำเดียวมันไม่มีผลอะไรกับเขาหรอกค่ะ”ฉันตอบพี่ไฟไปแบบไม่ต้องคิด จะด้วยความที่ฉันไม่พอใจนายเหนือนทีด้วยก็ได้ ฉันถึงได้พูดออกไปแบบนั้น มีอย่างที่ไหนเลิกกันแล้วยังมาตามก้อร่อก้อติกอยู่ได้ มันโคตรจะน่ารำคาญเลยฉันว่าฉันก็พูดไปชัดเจนแล้วนะว่าเลิก เลิก เลิก อย่าเข้ามาก้องเกี่ยวในชีวิตฉันอีก แต่ดูสิ่งที่เขาทำสิมันใช่ไหม ทุกอย่างล้วนตรงข้ามกับคำพูดของฉันทั้งสิ้นผู้ชายแบบเขามันไม่สนใจความรู้สึกของใครจริง ๆ นอกจากความรู้สึกของตัวเองนี่ยังไม่รวมเรื่องที่อยู่ในโรงหนังอีกนะ ก็รู้อยู่หรอกว่าเขามันคนหน้าหนาแต่ไม่ได้คิดว่าจะขนาดนี้ มารยาทที่ควรมีก็หายไปหมด ยังมีหน้ามาไม่พอใจพี่ไฟอีก มันควรจะเป็นพี่ไฟรึเปล่าที่ต้องไม่พอใจอ้อ สายตาที่เขามองฉันระหว่างที่หนังฉายไม่ใช่ว่าฉันไม่รู้นะ ฉันรู้แถมยังอึดอัดด้วย จึงต้องหันไปสบตาเขาเพื่อที่จะให้เขารู้ว่าฉันไม่พอใจ แต่นี่อะไรนอกจากจะเมินสายตาฉันแล้วยังกล้าที่จะส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ฉันอีกสายตาที่แสดงถึงความคิดถึงและรู้สึกผิดนั่นมันช้าไปหรือไม่
“อะนี่อันนี้สุกแล้ว กินเยอะ ๆ”“ขอบคุณค่ะพี่ไฟ” ฉันพูดขอบคุณพี่ไฟเมื่อเขาคีบเนื้อที่สุกแล้วใส่ถ้วยให้ อีกคนที่เป็นส่วนเกินก็ได้แต่มองฉันตาปริบ ๆฉันยังคงตั้งใจกินอย่างต่อเนื่อง ในหัวคิดเพียงแค่ว่าอิ่มไวก็กลับไว แล้วก็จะได้ไม่ต้องทนเห็นหน้าคนที่ไม่อยากเห็น เพราะฉะนั้นต้องรีบกินรีบอิ่ม“นี่ครับ พี่คีบให้ กินเยอะ ๆ นะ พี่เป็นห่วง” ฉันชะงักกับชิ้นเนื้อที่เขาคีบมาให้ ก่อนจะคีบส่งไปให้พี่ไฟกินแทน“พี่ไฟคะ รบกวนกินแทนด้วยนะคะ จะทิ้งก็เสียดายไหน ๆ ก็สั่งมาแล้ว”“หืม ได้เลยครับ แหมเนื้อชิ้นนี้นี่อร่อยจริง ๆ สงสัยเป็นเพราะทิพย์คีบให้พี่แน่เลย” ฉันมองหน้าพี่ไฟขำ ๆ กับความเล่นใหญ่ของพี่เขา ซึ่งเขาก็ขยิบตาส่งกลับมาให้ฉันเช่นกันส่วนคนที่เป็นเจ้าของชิ้นเนื้อที่หวังดีคีบให้ฉันตอนแรก ตอนนี้นั่งกำตะเกียบอย่างอดกลั้นอารมณ์พร้อมกับมองฉันและพี่ไฟที่หยอกล้อกันด้วยความน้อยใจ“อุ๊ย! บังเอิญจังเลยนะคะ สวัสดีค่ะพี่เหนือ พี่ทิพย์ แล้วเอ่อคุณ...”“อัคคีครับ” พี่ไฟตอบ“ให้ตายเถอะ! วันนี้ฉันก้าวเท้าไหนออกจากคอนโดเนี่ยทำไมมีแต่เจ้ากรรมนายเวรมาขอส่วนบุญ เอ๊ะ แต่ดูเหมือนว่ารอบนี้จะเป็นสัมภเวสีมากกว่านะ อืม สงสัยต้อง
“ไงมึง เรียกพวกกูมาหาที่ร้านแบบนี้ คงมีเรื่องไม่สบายใจอีกอะดิ”ไอ้วินพูดออกมาราวกับมันเข้ามานั่งอยู่ในใจผมถึงได้เดาเรื่องราวได้อย่างแม่นยำถูกแล้ว วันนี้ผมนัดพวกมันมาเพราะความไม่สบายใจของตัวเอง จึงอยากระบายให้พวกมันได้ฟังเผื่อความรู้สึกของผมมันจะดีขึ้น“เหอะ มึงก็ไม่ควรพูดนะไอ้วิน ทั้ง ๆ ที่ก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าอะไรหรือใครที่ทำให้มันเป็นแบบนี้” ไม่พอ ไอ้ดินก็พยายามย้ำเข้ามาอีก พวกเพื่อนผมนี่ช่างเข้าอกเข้าใจผมเหลือเกินเมื่อเห็นว่าพวกมันต่างรู้เรื่องเป็นอย่างดี ผมจึงไม่ได้พูดอะไรออกมามากนัก มือผมหยิบแก้วเหล้าเข้ามาดื่มเอา ๆ เป็นว่าเล่น หลายแก้วติด ๆ กันเวลาไหลผ่านไปเรื่อย ๆ ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา แต่ดูเหมือนว่าไอ้วินจะทนไม่ได้จึงเป็นฝ่ายเปิดปากพูดขึ้นก่อน“นี่ไอ้เหนือ มึงจะกินให้ตายเลยรึไง ไม่คิดจะพูดจะเล่าหรือระบายให้พวกกูฟังบ้างเลยรึ”“มึงไม่ต้องไปถามมันหรอกไอ้วิน เดี๋ยวมันได้ที่มันก็พูดเองนั่นแหละ มึงก็รู้นิสัยเพื่อนตัวเองดีว่าถ้าเหล้าไม่เข้าปาก หรือไม่สุดจะทนจริง ๆ จะไม่มีทางเอ่ยปากพูด” ผมพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของไอ้ดิน ซึ่งไอ้วินก็เบ้ปากใส่ผม ก่อนที่มันจะหันไปมองไอ้พายุที่ตั้งแต่ม
“อืม น้องเขาก็พูดถูก มึงหน้าด้านจริง” ไอ้พายุพูด“แล้วการที่มึงมานั่งกินเหล้ามันจะทำให้มึงดีขึ้น” ไอ้วินพูด“ใช่ อย่างน้อยมันก็ทำให้กูลืมถ้อยคำเสียดแทงพวกนั้น” ผมตอบเศร้า ๆ“เหอะ กูว่ามึงไม่มีทางลืมหรอก คิดจะมานั่งทำตัวเป็นพระเอกเอ็มวีดื่มให้ลืมเธอ ไอ้เหนือ นี่มันชีวิตจริง”“กูรู้ไอ้วิน แล้วจะให้กูทำไงก็กูคิดไม่ออก กูเจ็บ มึงได้ยินไหมว่ากูเจ็บ แค่กูหลับตากูก็ได้ยินคำพูดพวกนั้น ไหนจะกิริยาสายตาของเธออีก มันติดหูติดตากูไม่เสื่อมคลาย มึงคิดว่ากูอยากมานั่งกินเหล้าโง่ ๆ อยู่แบบนี้หรือไง”ผมตอบกลับไอ้วินอย่างคนที่ไม่รู้จะทำยังไงต่อไป“ไอ้ควาย! ไอ้เหนือมึงนี่โง่จริง ๆ ก่อนที่มึงจะไปขอโอกาสจากเขา มึงจัดการตัวมึงเองก่อนไหม วันนี้มึงชัดเจนพอรึยัง”“ไอ้ยุแล้วกูไม่ชัดเจนตรงไหน กูก็รักแค่เธอปะวะ”“ไอ้เหนือถ้ามึงไม่ใช่เพื่อนกู กูคงกระทืบมึงไปแล้ว มึงบอกว่ามึงรักน้องทิพย์ มึงบอกว่ามึงชัดเจน แต่รอบตัวมึงยังมีเด็กข้างบ้านที่ชื่อดารินวนเวียนอยู่ ในเมื่อถ้ามึงไม่ได้คิดอะไรกับเด็กคนนั้นมึงก็ควรไปพูดให้มันชัดเจน เว้นระยะห่าง ทำทุกอย่างให้ทิพย์รู้ว่ามึงมีแค่เธอ รู้สึกแค่เธอ มึงเข้าใจที่กูพูดไหม”“...” ผมเง
“นี่ยายน้องดา ช่วงนี้เป็นไง”“อะไรเป็นไง”“อ้าว ก็พี่เหนือสุดหล่อไงล่ะคะ ไม่เห็นมารับมาส่งเธอเหมือนทุกทีเลย เอ้... หรือว่า”“หรือว่าอะไร”“คิกคิก หรือว่าพี่เหนือเขากลับไปหาแฟนเขากันนะ”“ไม่มีทาง พี่เหนือเลิกกับพี่ทิพย์แล้ว”“อุ๊ยตาย! นี่ไปอยู่ที่ไหนมาจ๊ะ หรือว่าทำเป็นปิดหูปิดตา แล้วมโนว่าเขารักเธอและเป็นของเธอ หืม”“พี่เหนือเป็นของฉัน”“ฮะฮะฮ่า เธอนี่สุดยอดของความคิดเองเออเองเลย ฉันจะบอกอะไรให้เอาบุญนะ พี่เหนือที่เธอคิดว่าเขาเลิกกับแฟนและหันมาเอาอกเอาใจเธออะ แท้จริงแล้วเขากำลังตามง้อพี่น้ำทิพย์จ้า”“ไม่จริง!!”“จริง! พี่เหนือเขารักพี่ทิพย์จริง ๆ เขาก็แค่หลงเชื่อคนเสแสร้งอย่างเธอเท่านั้นแหละ ตอนนี้เขาตาสว่างแล้วว่าเธอไม่ได้ใสซื่ออย่างที่คิด เขาก็เลยตีตัวออกห่างเธอไงล่ะ”“แล้วไง มันเกี่ยวอะไรกับเธอไม่ทราบ คงอิจฉาฉันสินะ หึ!”“มันไม่เกี่ยวกับฉันหรอกนะ แต่ฉันอยากจะบอกเธอว่าอะไรที่มันไม่ใช่ของเธอ ต่อให้พยายามแค่ไหนมันก็ไม่ใช่ และที่สำคัญฉันไม่จำเป็นต้องอิจฉาใครโดยเฉพาะคนอย่างเธอ เข้าใจนะ”“แก!”“อ้อ อีกอย่าง เลิกมโนว่าพี่เหนือเขารักเธอซะที เขาแค่เอ็นดูเด็กข้างบ้านอย่างเธอเท่านั้นแหละ มันไม
ฉันรู้จักกับพี่เหนือเพราะฉันย้ายไปอยู่ข้างบ้านของเขา เลยทำให้เรารู้จักกัน และนั่นทำให้ฉันรู้ว่าพี่เหนืออยากมีน้องสาวมากแค่ไหนแต่เขาก็ไม่มี นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันมีวิธีเข้าหาฉันได้แน่นอนทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ฉันตั้งใจ!แต่การที่ฉันย้ายบ้านมาอยู่ข้างบ้านเขาเรื่องนี้มันบังเอิญจริง ๆ นะ ตอนนั้นที่ฉันย้ายเข้าไปอยู่แรก ๆ ฉันก็เห็นเขาเลย และก็รู้สึกตกหลุมรักเขาขึ้นมาทันที หลังจากนั้นแผนการต่าง ๆ ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างจนทำให้ฉันเข้าใกล้เขาได้ในที่สุดแม้ว่าสถานะที่ฉันได้รับมาจะเป็นเพียงแค่น้องสาวข้างบ้านที่เขาเอ็นดูก็ตามตอนนั้นเป็นได้แค่นั้นก็ถือว่าดีแค่ไหนแล้ว ความสัมพันธ์ย่อมพัฒนาได้ฉันเชื่อมาตลอด และวันนี้ก็ยังคงเชื่ออยู่ ยิ่งเมื่อได้เห็นเขาเอาอกเอาใจและเชื่อฟังฉันทุกอย่าง ฉันก็ยิ่งแน่ใจว่าเขาก็ต้องคิดอะไรกับฉันมากกว่าคำว่าน้องสาวแน่นอนต้องขอบคุณงานวันเกิดของคุณแม่พี่เหนือนะที่ทำให้ฉันกับเขากลับมาติดต่อกันอีกครั้ง เรื่องนี้คงต้องย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ถึงฉันจะสนิทกับพี่เขาจนได้สถานะน้องสาวก็จริง แต่เราก็ไม่ได้มีช่องทางการติดต่อของกันเลยจึงทำให้ขาดการติดต่อไปยิ
“โอ๊ย! ทำไมมึนหัวขนาดนี้วะเนี่ย”ผมพูดกับตัวเองหลังจากตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกปวดมึนที่หัว พลางขบคิดว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้างแต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก จำได้แค่ผมระบายเรื่องที่อัดอั้นตันใจกับเพื่อน ๆ และนั่งดื่มเหล้ากัน นอกจากนั้นผมก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย“นี่เราเมาเหรอวะ ถึงได้จำอะไรไม่ได้เลย” พูดพร้อมกับเอามือนวดขมับไปด้วย“ซี๊ด ต้นคอก็ปวดนี่กูไปโดนอะไรมาวะเนี่ย” พอเริ่มขยับผมก็รู้สึกได้ว่าบริเวณต้นคอผมรู้สึกปวดเล็กน้อย ดวงตากลอกกลิ้งไปมาหัวสมองครุ่นคิดว่าเมื่อคืนผมทำอะไรลงไปบ้าง แต่ไม่ว่าจะพยายามคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกเมื่อพิจารณาแล้วผมคงไม่สามารถรับรู้ได้จริง ๆ จึงตัดสินใจเข้าไปอาบน้ำจัดการตัวเองให้มันเรียบร้อย ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนเพื่อที่จะไปหาอะไรกินรองท้องที่ห้องครัว เผื่อว่าการแฮงก์เหล้าจะทุเลาลงบ้างแต่เมื่อเปิดประตูห้องนอนออกไปก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นไอ้วินมันนั่งหน้าบูดอยู่ที่โซฟาพร้อมจ้องมาที่ผมเขม็ง“ไงมึง ตื่นแล้ว” มันทักผม ผมจึงพยักหน้าให้มันก่อนจะพูดออกไป“อืม ตื่นแล้ว ว่าแต่มึงเถอะทำไมถึงยังอยู่ที่ห้องกูวะ ไม่กลับไปหาน้องพิ้งค์หรือไง” พร้อมกับตั้งคำถามที่ผมสงสัยกลับไปด้วย“
“ดาคิดกับพี่มากกว่าพี่ชายใช่ไหมครับ”“พี่เหนือ!” เหมือนเธอจะตกใจที่ผมพูดออกมาโต้ง ๆ แบบนี้ แล้วเธอก็ก้มหน้าหลบสายตาผมอีกครั้ง“ว่าไงครับ น้องดาคิดเกินเลยกับพี่ใช่ไหม”รอบนี้ผมถามด้วยท่าทีจริงจัง ก่อนที่เธอจะเงยหน้ามองสบตากับผมและยิ้มก่อนจะพยักหน้าขึ้นลงเบา ๆเมื่อเห็นแบบนั้นผมก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะตัดสินใจพูดออกไปตรง ๆ เพื่อที่จะให้เธอตัดใจซะ เพราะไม่ว่ายังไงเรื่องของผมกับเธอมันก็เป็นไปไม่ได้“ดาเลิกชอบพี่เถอะครับ”“ทำไมล่ะคะพี่เหนือ น้องดาชอบพี่เหนือมากนะคะ เผลอ ๆ มันไม่ใช่แค่ชอบ แต่น้องดารักพี่เหนือ รักมานานแล้ว”“ดาครับ เรื่องของเราไม่มีทางเป็นไปได้”“เป็นไปได้สิคะ ถ้าพี่เหนือให้โอกาสน้องดา” เธอพูดยิ้ม ๆ พร้อมกับสายตาแห่งความหวัง“มันเป็นไปไม่ได้ครับ เพราะมีไม่เคยรักดาแบบนั้น” หลังจากที่ผมพูดประโยคนี้ออกไป เธอก็หน้าเสียทันที“พี่ขอบคุณนะครับที่ดารู้สึกดี ๆ กับพี่ แต่พี่ตอบรับความรู้สึกนั้นของดาไม่ได้จริง ๆ”“ทำไมคะ หรือเป็นเพราะมัน”“ดา! อย่าเรียกน้ำทิพย์ว่ามัน” ผมขึ้นเสียงด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นเธอเรียกน้ำทิพย์แบบนั้น“ทำไมคะ ดาไม่ดีตรงไหน หน้าตาดาก็สวย ที่สำคัญดามาก่อน และดาก็รั
ฉันผละออกจากอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของพี่เหนือ ก่อนจะเช็ดน้ำตาของตัวเองแล้วยิ้มให้เขาอย่างมีความสุขที่สุดตอนแรกที่เขาบอกว่าอย่าร้อง ฉันก็กะว่าจะไม่ร้องไห้นั่นแหละ แต่ใครมันจะไปอดทนได้เล่า ในเมื่อเขาน่ารักขนาดนี้คิดดูสิบรรยากาศภายในร้าน และอะไรต่าง ๆ ที่เขาทำวันนี้เป็นสิ่งที่ฉันคาดไม่ถึงทั้งสิ้นว่าเขาจะทำ เพราะสิ่งที่เขาทำวันนี้มันตรงกันข้ามกับเขาอย่างสิ้นเชิญพี่เหนือไม่ใช่คนที่โรแมนติก เขาค่อนข้างที่จะเป็นคนที่มีนิสัยไม่ยอมคน สายเอาแต่ใจ ที่สำคัญเขาหื่นมาก เพราะฉะนั้นการจัดตกแต่งร้านแบบน่ารัก ๆ ที่ฉันเห็นนี่มันสวนทางกับพี่เหนืออย่างสิ้นเชิงตั้งแต่ที่ฉันเดินลงจากรถและเดินเข้ามา สองข้างทางล้วนประดับประดาไปด้วยหลอดไฟเล็ก ๆ น่ารัก ๆ หน้าประตูถูกประดับไปด้วยดอกไม้ที่ฉันชื่นชอบ ยิ่งเปิดประตูเข้ามาในร้าน ฉันยิ่งรู้สึกประทับใจ เพราะมันเต็มไปด้วยดอกไม้ ลูกโป่ง และรูปของเรา ที่ขาดไม่ได้เลยคือป้ายคำว่า‘Anniversary 2 years’หลังจากที่เห็นทุกอย่างแล้ว และคิดถึงนิสัยของเขามันเลยทำให้ฉันตื้นตันใจจนอยากร้องออกมาแต่ก็ต้องกลั้นไว้เมื่อเขาห้าม แต่พอฟังเขาพูดประโยคพวกนั้นจบฉันก็ไม่สามารถกักเก็บความรู้สึ
“พี่เหนือ นี่จะพาทิพย์ไปไหนคะ ไม่เห็นบอกเลยอยู่ดี ๆ ก็บอกให้แต่งตัว”น้ำทิพย์ถามผม เพราะวันนี้เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของเรา ผมจึงจะพาเธอไปยังที่แห่งหนึ่งซึ่งตอนนี้เราอยู่ที่คอนโดครับ ผมกับน้ำทิพย์กลับมาจากบ้านสวนได้หนึ่งอาทิตย์แล้ว กลับมากรุงเทพเราก็ใช้ชีวิตไปตามปกติอ้อ ผมไม่ได้อยู่กับเธอตลอดเวลานะครับ เพื่อเป็นการให้เกียรติเธอและทางครอบครัว ผมจะมานอนกับเธอที่ห้องหรือให้เธอไปนอนที่ห้องกับผมแค่อาทิตย์ละสามวันเท่านั้นนอกจากนี้ผมยังให้คุณแม่ของผมคุยเรื่องการหมั้นหมายของผมกับเธอไปคร่าว ๆ ทางโทรศัพท์กับคุณพ่อคุณแม่ของเธอแล้วด้วยก่อนผมจะกลับกรุงเทพนั่นเองซึ่งผลจากการที่ผู้ใหญ่คุยกันเรื่องนี้นั้นได้ข้อสรุปว่า หลังจากที่คุณพ่อคุณแม่กลับกรุงเทพแล้ว พวกท่านจะคุยเรื่องนี้และข้อตกลงกันต่าง ๆ กันอีกที ซึ่งผมและน้ำทิพย์ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเพราะถือว่าได้บอกความต้องการของตัวเองออกไปแล้ว ต่อไปก็ให้เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่เขาคุยและตกลงกัน“อ้าวพี่เหนือถามไม่ได้ยินเหรอคะ จะไปไหน” น้ำทิพย์ถามผมหน้ายุ่ง“พาไปที่ที่สำคัญของเราสองคนไงครับ”ผมตอบเธอพร้อมกับยิ้ม น้ำทิพย์ย่นคิ้วคิดเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมาว่า“จะพา
ระหว่างทาผมก็ถามพนักงานชายไปด้วยว่าทำแบบนี้ทำไม ซึ่งคำตอบที่ได้รับทำให้ผมตาโตด้วยความไม่เชื่อ เพราะพนักงานคนนั้นบอกว่าถ้าทาแป้งและขี้เถ้าแล้วมดแดงมันจะไม่กัด เป็นความเชื่อที่คนโบราณทำสืบต่อกันมา ซึ่งพอเวลาผ่านไปการทำแบบนี้ก็เริ่มไม่มีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าพนักงานของที่นี่เขาค่อนข้างจะเชื่อคำคนโบราณจึงได้เอามาทำที่ไร่นี้ พอว่าที่พ่อตามาเห็นและรู้ว่าได้ผลจึงไม่ได้ห้ามตอนแรกผมก็ไม่เชื่อหรอกว่ามันจะได้ผลจริง แต่พอขึ้นไปบนต้นมะม่วงแล้วก็ต้องชะงัก เพราะสิ่งที่ผมไม่เชื่อกลับสามารถได้ผลดี แต่ใช่ว่าจะไม่โดนกัดเลย มันก็มีกัดบ้างแต่ไม่เท่ากับสามต้นแรกที่ผมไม่ได้ทาพวกมันแล้วขึ้นไปเก็บเรื่องนี้ก็นับว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่วิจารณญาณส่วนบุคคล สำหรับผมแล้วผมเชื่อครับเพราะมันใช้ได้จริงหลังจากเก็บมะม่วงสองต้นสุดท้ายเสร็จแล้วผมกับว่าที่พ่อตาก็กลับมาอาบน้ำที่บ้านก่อนจะมานั่งทานข้าวที่ถูกเตรียมไว้แล้วมื้ออาหารกลางวันเป็นไปด้วยความเรียบง่าย ไม่มีเสียงกระทบกระทั่งกันไปมาของผมและคุณพ่อของน้ำทิพย์ถึงผมจะค่อนข้างแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร เพราะไม่ต้องการจุดฉนวนให้ตัวเองโดนเล่นง
หลังจากที่เมื่อวานได้เปิดอกเปิดใจคุยกับคุณพ่อของน้ำทิพย์แล้ว วันนี้ผมก็ต้องมาทำงานใช้แรงงาน เพราะว่าที่พ่อตาท่านบอกว่าจะมานั่งกินนอนกินไม่ได้ จะมาอยู่ก็ต้องมาช่วยกันทำงาน แม้ว่าที่บ้านสวนจะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของพวกท่านก็ตามแต่พวกท่านก็ไม่ได้พักอย่างที่ใครคิด การพักผ่อนของพวกท่านคือการใช้ชีวิตชาวสวน วันนี้ผมจึงต้องมายืนสอยมะม่วงบ้าง ปีนต้นมะม่วงจนมดแดงกัดอยู่แบบนี้ไงครับ“ใช่ ๆ พวงนั้นแหละ ลูกมันดก ขนาดกำลังกิน”เสียงของว่าที่พ่อตาตะโกนส่งมาไม่ขาดสาย ในขณะที่ผมทั้งตัดพวงมะม่วง ทั้งปัดป่ายมดแดงที่ขึ้นอยู่ตามตัวและก็ไอ้มดแดงที่กำลังกัดผมอยู่นี่แหละ ที่ผมกินไข่ของพวกมันเมื่อวานนี้เห็นแบบนี้ก็อดยอมรับนับถือคนงานไม่ได้ที่ต้องมายืนแหงนคอสอยรังของมดแดง เพื่อที่จะนำไข่ของมันไปประกอบอาหารขนาดผมปีนต้นไม้เพื่อเก็บมะม่วงยังโดนกัดขนาดนี้ ไม่อยากจะคิดภาพเลยว่ากว่าพวกเขาจะสอยได้แต่ละรังกว่าจะได้ไข่มาต้องลำบากกันขนาดไหน“มัวคิดอะไรอยู่ บอกเอาพวงนั้น พวงนั้น”“ผมก็ตัดอยู่นี่ไงครับว่าที่พ่อตา อย่าเร่งสิครับ มดมันกัดผมอยู่” ผมตะโกนโต้กลับกับคนที่ยืนชี้นิ้วสั่งผมอยู่ด้านล่าง“ผิวหนังด้าน ๆ อย่าง
บ้านสวนของน้ำทิพย์มีคนอยู่ไม่มากนัก จะมีแค่คุณพ่อคุณแม่ของเธอที่จะมาพักผ่อนหย่อนใจตามเวลาที่สะดวก มีน้ำทิพย์ และคนสวนที่ดูแลที่นี่เพียงสองคน คนดูแลบ้านอีกสองคน หลัก ๆ แล้วคนที่อยู่ที่นี่แค่สี่คนเท่านั้น ส่วนลุงเชิดกับป้าชมนั้นเป็นสามีภรรยากัน ลุงเชิดเป็นคนขับรถส่วนป้าชมเป็นหัวหน้าแม่บ้านและเป็นคนสนิทของคุณแม่ของน้ำทิพย์ด้วยเช่นกันอ้อ ผมลืมบอกไปที่เรียกว่าบ้านสวน เพราะบริเวณรอบบ้านของเธอล้วนปลูกผักผลไม้ทั้งสิ้น ยิ่งถ้าเป็นที่ดินด้านหลังบ้านที่ถัดออกไปอีกไม่ไกล มีเพียงคลองส่งน้ำเล็ก ๆ ขวางกั้นเท่านั้นเพียงก้าวข้าวสะพานไม้ที่ทำไว้ก็จะเจอกับสวนมะม่วงที่ให้คนงานลงปลูกไว้ขึ้นเต็มไปหมดผมโชคดีที่หน้านี้มะม่วงกำลังติดลูก คิดว่าคงจะได้เดินไปชมสวนของบ้านเธอแน่ ๆ ครับ เพราะนอกจากจะปลูกไว้กินแล้วเนี่ย ทางบ้านของน้ำทิพย์ยังส่งมะม่วงให้ตลาดในตัวอำเภอเพื่อขายอีกด้วย“เหม่ออะไรอยู่ ไปได้แล้วลูกเมียฉันรอ ไร้มารยาทจริง”ผมหลุดจากความนึกคิดของตัวเองแล้วเขม่นตามองว่าที่พ่อตาที่เดินนำออกไปไกลแล้ว จึงตัดสินใจลุกขึ้นเดินตามท่านไปบ้าง“ขอโทษที่มาช้าครับ” ผมรีบพูดทันที เพราะคุณแม่ของน้ำทิพย์กำลังนั่งรออยู่จ
“เจ้าบ้านเขาไม่ต้อนรับก็ยังจะหน้าด้านอยู่อีก” คำกล่าวทักทายแรกหลังจากที่ออกมาจากห้องพัก ก็โดนพ่อตากระแหนะกระแหนใส่ซะแล้ว“คุณพ่อครับ ถ้าไม่เต็มใจต้อนรับผมจะได้พักที่ห้องข้าง ๆ ทิพย์เหรอครับ”“ใครพ่อแก!”“อา... ลืมไปว่าไม่ใช่ งั้นคงต้องเรียกว่า...”“ว่าอะไร”“พ่อตา”“ไอ้เหนือ!”ผมพูดเสร็จก็รีบพาตัวเองเดินลงมายังชั้นล่างของบ้านทันที โดยไม่สนใจคนที่กำลังทำหน้าราวกับจะฆ่าคนของคุณพ่อตาสักนิด แถมยังมียิ้มให้ก่อนจะเดินออกมาด้วย“คุณนทีเป็นอะไรคะ เสียงดังมาถึงข้างล่าง” คุณแม่ของน้ำทิพย์เดินมาชะเง้อขอถามตรงตีนบันได ซึ่งสวนกับที่ผมเดินลงไปพอดีผมยิ้มให้ท่านแล้วเดินจากมา แต่พอมาถึงโซฟาก็เจอน้ำทิพย์ยืนกอดอกขมวดคิ้วอยู่“เป็นอะไรครับ ทำไมทำหน้าแบบนั้น”“ทิพย์ต่างหากที่ควรถามพี่เหนือว่าเป็นอะไรถึงได้กวนคุณพ่อ จนคุณพ่อเสียงดังแบบนี้”“พี่เปล่าทำอะไรสักหน่อยนะครับ” ผมตีหน้าซื่อตาใสไม่ยอมรับ“พี่เหนือ เราคบกันอยู่แล้วทำไมทิพย์จะไม่รู้สันดาน เอ๊ย!นิสัยของพี่เหนือล่ะคะ เลี่ยงได้ก็เลี่ยงหน่อยสิคะ”“โธ่... ที่รักก็คุณพ่อของทิพย์ท่านชอบว่าพี่นี่”“แต่ถ้าพี่เหนือยอมท่านปล่อยเวลาไปสักพัก ให้ท่านได้มีเวลายอมร
ปัง!“กรี๊ดดด! หยุดค่ะคุณพ่อ หยุดก่อน”ปัง!“แกหลบไปยายทิพย์ หลบไปก่อนพ่อจะเอาเลือดหัวมันออก”“ถ้าเอาแค่เลือดหัวผมออกไม่ต้องใช้ปืนก็ได้ครับ เอาเป็นไม้หรืออย่างอื่นก็ได้ เป็นปืนแบบนี้ถ้าคุณพ่อพลาดยิงผมตายขึ้นมานอกจากจะติดคุกแล้ว น้ำทิพย์ยังจะเสียใจอีกนะครับ”“ฮึ่ม ไม่โว้ย ลูกสาวฉันไม่เสียใจนานหรอก เดี๋ยวฉันหาผู้ชายคนใหม่มาดามใจให้เอง แล้วก็นะฉันไม่ใช่พ่อแก!”คุณพ่อของน้ำทิพย์พูดก่อนจะทำท่ายกปืนเล็กอีกครั้ง แต่มีหรือที่ผมจะยอม ผมรีบเอาตัวน้ำทิพย์เข้ามาบังตัวผมไว้ แล้วโผล่หน้าไปท้าทายท่านอีกครั้ง“พี่เหนือ ทิพย์บอกแล้วไงว่าอย่าไปตีรวนท่าน”“ก็ดูคุณพ่อทิพย์สิ มาถึงยังไม่ทันจะได้เข้าบ้านก็เอาปืนมาไล่ยิงกันซะแล้ว แบบนี้จะให้พี่อยู่เฉย ๆ ได้ไงครับ” ผมพูดอย่างไม่ยินยอม พร้อมกับหลบอยู่หลังเธอใช่แล้วล่ะครับ ตั้งแต่มาถึงและลงจากรถขณะที่ผมกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปในตัวบ้าน คุณพ่อของน้ำทิพย์ก็วิ่งออกมาพร้อมปืนยาวหนึ่งกระบอกและยิงทันทียิงแบบไม่สนใจด้วยว่าจะถูกหรือเปล่า แต่ผมคิดว่าท่านคงไม่กล้ายิงตรง ๆ นอกจากยิงขู่ ผมถึงได้กล้าตีฝีปากกับท่านนั่นเอง“มึง! ไอ้เหนือ ตายซะเถอะ”“โอ๊ย หยุดได้แล้วค่ะคุณ พอไ
“บอกคุณพ่อคุณแม่ด้วยครับว่าพี่ขอไปด้วย” “พี่เหนือจะไปทำไมคะ” ทันทีที่เธอได้ยินคำพูดของผม น้ำทิพย์ก็ถามกลับมาทันที พร้อมมองผมขึ้น ๆ ลง ๆ“จะไปบ้านเมีย”“พี่เหนือ”“ก็พี่อยากไปด้วยนี่ พี่อยากเจอคุณพ่อคุณแม่ของทิพย์นี่ครับ ทิพย์ก็ได้เจอคุณพ่อคุณแม่พี่แล้ว ให้พี่ไปเจอพวกท่านบ้างสิเราจะได้เท่าเทียมกัน”“แต่คุณพ่อของทิพย์ไม่ชอบพี่เหนือ”“ก็ยิ่งไม่ชอบนั่นแหละครับ พี่ถึงต้องไป”ผมพูดออกมาด้วยความจริงจัง และใช่ครับ คุณพ่อของเธอไม่ค่อยชอบผม ย้อนกลับไปสามวันที่แล้ว ที่ผมพาน้ำทิพย์และคนอื่น ๆ ไปเที่ยวน้ำตกวันที่สองของการอยู่ที่นั่น คุณพ่อของเธอก็โทรเข้ามา แต่บังเอิญว่าน้ำทิพย์หลับอยู่ และผมก็อยู่ตรงนั้นพอดี จึงได้ถือวิสาสะรับสายท่านไป แค่ท่านได้ยินเสียงผม ก็โวยวายออกมายกใหญ่เลยครับผมก็ไม่ยอมเหมือนกัน แต่ผมไม่ได้ต่อว่าท่านกลับหรอกนะครับ ผมยังคงรู้จักมารยาท แต่ว่าการตอบกลับของผมค่อนข้างที่จะรวนท่านนิดหน่อยจนเดือดร้อนให้คุณแม่ของเธอเข้ามาห้ามปรามและรับโทรศัพท์ไปคุยเอง เราถึงพูดกันรู้เรื่อง ความว่าคุณแม่และพ่อของเธอไม่ได้อยู่กรุงเทพ แต่เดินทางไปบ้านสวน ให้น้ำทิพย์ตามไปที่นั่นเพื่อพักผ่อน เพราะเห็
“แค่ก แค่ก กดหัวทำไมหายใจไม่ออก” ฉันไอหน้าดำหน้าแดง ส่วนคนที่ถูกต่อว่าก็ทำเพียงแค่ส่งสายตาสำนึกผิดมาให้“ขอโทษครับ”“เหอะ” ฉันส่งเสียงอย่างไม่พอใจ แล้วทำท่าจะลุกหนี“ไปไหนครับ” เขาคว้าจับแขนฉันไว้ โดยมีสายตาไม่พอใจของฉันจับจ้องอยู่“เสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ ก็ไปอาบน้ำสิ ถามมาได้” ฉันที่ไม่พอใจกับการที่ถูกเขากระแทกน้องชายเข้าปากอยู่แล้วก็ตอบกลับเขาไปอย่างอารมณ์เสีย“หืม ใครบอก เมื่อกี้แค่ยกแรกครับ เขาเรียกว่าของกินเล่น จากนี้ต่างหากของจริง”“ไม่”“ไม่ทันแล้วครับ ยังไงวันนี้ทิพย์ก็หนีไม่รอด”“ไม่นะพี่เหนือ มะ อื้อ”ฉันตกใจตาเบิกโพลง คำพูดที่ฉันจะพูดไม่ถูกพูดออกมาด้วยซ้ำ เพราะพี่เหนือที่ไม่รู้เอาเรี่ยวแรงมาจากไหน อยู่ดี ๆ ก็จับฉันนั่งตักและแทงน้องชายของเขาเข้ามาทีเดียวมิดโคนตอนนี้ฉันทั้งเสียว ทั้งจุก ทำได้แค่กอดเขาแน่น ๆ เท่านั้นเพื่อหวังว่ามันจะระบายอาการพวกนี้ออกไปได้บ้างพี่เหนือก็เหมือนรู้ เขาไม่ได้ขยับตัว แต่กลับยกมือขึ้นลูบไล้แผ่นหลังปลอบโยนฉันอยู่เรานั่งกันแบบนั้นอยู่ราว ๆ สองนาที ก่อนที่พี่เหนือจะเริ่มขยับตัว มือที่ลูบไล้แผ่นหลังบางของฉันทีแรกก็กลับกลายเป็นบีบขยำเนื้อหนังด้านหลัง ก่