“เจ้าเห็นเฟยเกอหรือไม่?” หยางหมิงเซียนเอ่ยถามบ่าวชายในห้องผู้ป่วย เนื่องจากเขาเข้าไปหาจินเฟยเทียนที่ห้องพักของอีกฝ่ายแล้ว แต่กลับไม่เจอเจ้าตัวเขาเลยลองเดินเข้ามาดูที่ห้องนี้
“คุณชายฟางไปรักษาแม่นมหมิงที่เรือนใหญ่ขอรับคุณชายหยาง” บ่าวชายคนนั้นเอ่ยตอบผู้เป็นนาย
หยางหมิงเซียนได้ยินดังนั้นก็รีบหันหลังแล้วเดินออกจากเรือนสมุนไพรไปยังเรือนใหญ่ทันที โดยมีเสี่ยวปิงเดินตามผู้เป็นนายไปด้วย
“อาปิง ทำไมเฟยเกอต้องไปรักษาแม่นมหมิงด้วย! ไม่รู้หรืออย่างไรว่ากว่าข้าจะ...” หยางหมิงเซียนหันไปบ่นกับเสี่ยวปิง แต่เมื่อเห็นว่ายามนี้ไม่ได้มีเพียงแค่พวกตนเขาจึงหยุดสิ่งที่เขากำลังจะพูดทันที
“แม่นมหมิง เท่าที่ข้าตรวจดูอาการที่ท่านเป็นอยู่ในยามนี้ ท่านหาใช่เป็นโรคติดต่อ...ท่านเพียงแค่เกิดอาการแพ้อะไรบางอย่างขึ้นมาอย่างรุนแรงเท่านั้นเอง อาจจะเกิดจากการแพ้อาหารบางอย่างหรือสมุนไพรบางตัวก็เป็นได้ แต่ถ้าหากท่านดูแลตัวเองดีๆ และทำตามที่
“เฟยเกอจะรักษาให้คนแบบนั้นทำไมขอรับ ท่านจำไม่ได้หรือขอรับ...ว่าคนผู้นั้นทำอะไรกับท่านไว้บ้าง!” หยางหมิงเซียนหันมาพูดกับจินเฟยเทียนทันที หลังจากที่พวกเขาเดินเข้ามาในศาลาท้ายจวน ที่ตอนนี้มีเพียงแค่พวกเขา และด้านนอกก็ยังมีเสี่ยวเปากับเสี่ยวปิงที่ยืนกันผู้อื่นอยู่หน้าศาลาให้พวกเขาด้วย “จำได้” “แล้วท่านจะไปรักษาให้คนผู้นั้นทำไมขอรับ?” “หมิงเซียน ข้าเป็นหมอ...หมอมีหน้าที่รักษาคนป่วย และตอนนี้แม่นมหมิงก็กำลังป่วย” “แต่...” “หมิงเซียน ฟังข้านะ...ข้าหาใช่พ่อพระ สิ่งที่แม่นมหมิงเคยทำกับข้า...ข้ายอมต้องจำได้ แต่เรื่องในตอนนั้นท่านลุงก็ได้ลงโทษแม่นมหมิงไปแล้ว แค่โทษในตอนนั้น...ข้าก็ถือว่าหนักหนาพอควรแล้วสำหรับแม่นมหมิง อีกอย่างตอนนี้แม่นมหมิงก็กำลังป่วย และท่านป้าก็ใกล้คลอด...ท่านป้าคงไม่สามารถมารักษาแม่นมหมิงได้ ดังนั้น...ก็เหลือเพียงแต่ข้าที่เป็นหมอและข้าเองก็ไม่สามารถทิ้งคนป่วยเพราะความแค้นเคืองส่วนตัวได้”
หลังจากสงบศึกกันไปได้สักพัก พวกจินเฟยเทียนที่กำลังยืนรอน้ำตาลปั้นอยู่ ก็เห็นกลุ่มคนที่ยืนเลือกของอยู่ที่ร้านข้างๆ พากันกระซิบกระซาบและชี้ชวนดูชายหนุ่มสองคนที่กำลังจะเดินผ่านหน้าพวกเขาไป และพอชายหนุ่มทั้งสองคนนั้น...เดินเลยระยะของการได้ยินไปแล้ว คนพวกนั้นก็เปลี่ยนจากการกระซิบกระซาบกลายเป็นจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างเปิดเผยทันที ‘พวกเจ้านั่นมันคุณชายหลี่กับคุณชายมู่นี่นา ข้าได้ยินข่าวมาว่า...คุณชายทั้งสองกำลังจะเข้าพิธีสมรสกันในต้นเดือนหน้านี้แล้วนะ’ ‘จริงหรือ?’ ‘จริงสิ ข้าเองก็ได้ยินมาแบบนั้นเช่นกัน!’ ‘แล้วผู้ใดเป็นคนแต่งเข้าล่ะ?” ‘น่าจะคุณชายมู่แต่งเข้าตระกูลหลี่นะ’ ‘จริงหรือ...งั้นทั้งสองตระกูลก็คงจะไม่ได้ทายาทไว้สืบสกุลจากคุณชายทั้งสองท่านนี้แล้วล่ะสิ!’ &nb
อุแว้...แง้...แง้… “นายท่านขอรับ…นั่นเสียงคุณชาย! คุณชายน้อยคลอดแล้วขอรับ!! ” พ่อบ้านหลี่หันมาพูดกับผู้เป็นนายและเผลอแสดงอาการตื่นเต้นออกมา...จนเสียอาการ ด้วยเพราะพ่อบ้านหลี่รอคอยวันนี้มานาน...วันที่ผู้เป็นนายทั้งสองจะมีคุณชายหรือคุณหนูตัวน้อยๆ มาให้เขาได้ช่วยเลี้ยง “อืม...ข้าได้ยินแล้ว” ราชครูหลงจิ้นสิงพอได้ยินเสียงร้องไห้ของบุตรชาย เขาเองก็รู้สึกดีใจและอาจจะดีใจมากกว่าผู้อื่นเสียด้วยซ้ำ แต่อาจจะเป็นเพราะว่า...เขาในยามนี้ยังมีความรู้สึกเป็นห่วงผู้เป็นภรรยา ด้วยเพราะเมื่อครู่เสียงร้องของนาง...มันทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดและรู้สึกทรมานใจ จนเขาในยามนี้...อยากจะเข้าไปในห้อง เพื่อดูให้เห็นกับตาว่า...นางยังคงปลอดภัยดี “คุณชายน้อยเกิดมาแข็งแรงสมบูรณ์ดีเจ้าค่ะ” หมอตำแยเปิดประตูออกมาพร้อมกับมีคุณชายตัวน้อยอยู่ในอ้อมแขนของนาง “แล้วฮูหยินของข้าล่ะ...นางเป็นเช่นใดบ้าง?” “หลงฮูหยินปลอดภัยดีเจ้าค่ะ”
เมื่อถึงวันงาน ระหว่างที่มีคนมาแสดงความยินดีเรื่องหลงจิ้นเปียว ราชครูหลงจิ้นสิงก็จะคอยพยายามเรียกหาหลานชายทั้งสองให้มาอยู่ข้างๆ ตัวเขากับผู้เป็นภรรยาและหลงจิ้นเปียวด้วย เพื่อที่เขาจะได้แนะนำหลานชายทั้งสองของเขาให้กับสหายและคนที่มาร่วมงานได้รู้จัก แต่หลานชายทั้งสองของเขากลับไม่ยอมให้ความร่วมมือกับเขาเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะจินเฟยเทียนที่คอยแต่จะพยายามหาทางเลี่ยงออกจากงานเลี้ยง โดยการอ้างว่า...จะไปช่วยดูแลอาหารที่นำมาใช้ต้อนรับแขกที่มาร่วมงาน ส่วนหยางหมิงเซียนก็คอยเอาแต่ตามติดจินเฟยเทียนไม่ยอมห่าง และหยางหมิงเซียนก็มักจะแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาทุกครั้ง ยามที่มีคุณหนูหรือคุณชายจวนอื่นเข้ามาทักทายหรือพยายามจะเข้ามาทำความรู้จักกับตัวเองและจินเฟยเทียน เมื่อราชครูหลงจิ้นสิงเห็นดังนั้นก็เริ่มทำใจและตัดใจปล่อยให้หลานชายทั้งสองได้ทำตามในสิ่งที่เจ้าตัวต้องการ จินเฟยเทียนเมื่อเห็นว่าราชครูหลงจิ้นสิงเริ่มหยุดเรียกหาเขาและหยางหมิงเซียนให้ออกไปช่วยรับแขกที่มาร่วมในงานเลี้ยงแล้ว เขาก็คิดที่เอาตัวเองออกมาจากงานเลี้ยงนั้นทันที ก่อ
‘องค์ชายสิบสอง’ “ไม่เป็นไร พวกท่านลุกขึ้นเถอะ...ไม่ต้องมากพิธี” ชิงหลวนคุนเอ่ยปากบอกทุกคนในงานเลี้ยงพร้อมกับเดินเข้าไปหาเจ้าของจวนทั้งสอง “ขอบพระทัยองค์ชายสิบสองที่ทรงเสด็จมานะพ่ะย่ะค่ะ” ราชครูหลงจิ้นสิงเอ่ยต้อนรับลูกศิษย์ผู้สูงศักดิ์ของตัวเอง “อย่าได้เกรงใจข้าเลยท่านอาจารย์ ข้านำของมาแสดงความยินดีกับพวกท่านด้วย และมีของจากเสด็จแม่ที่ฝากมาแสดงความยินดีกับพวกท่านด้วยนะ” ชิงหลวนคุนหันไปส่งสัญญาณให้คนของเขาส่งมอบของให้กับเจ้าของจวนทั้งสอง “ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ และกระหม่อมขอฝากขอบพระทัยพระสนมด้วยนะพ่ะย่ะค่ะ” “ได้ เดี๋ยวกลับไปข้าจะบอกเสด็จแม่ให้” “นี่คือ…บุตรชายของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ มีนามว่า...หลงจิ้นเปียว” “อืม...หน้าตาน่าเอ็นดูยิ่งนัก” ชิงหลวนคุนก้มหน้าลงไปดูเจ้าตัวเล็ก...ที่อยู่ในอ้อมแขนของจางเลี่ยงซูพร้อมกับเอื้อมมือเข้าไปสัมผัสมือเล็กๆ ที่
“จริงหรือ? งั้นข้าขอลองดื่มดูสักจอกนะ” “เฟยเกอขอรับ แต่…” หยางหมิงเซียนรู้สึกไม่เห็นด้วยกับความคิดของอีกฝ่าย เพราะการที่จินเฟยเทียนดื่มสุราไม่เป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว อีกอย่างสุราก็ให้โทษกับร่างกายมากกว่าประโยชน์ที่อีกฝ่ายพูดมาเสียอีก เขาจึงคิดจะเอ่ยขัดคนตรงหน้า แต่ถูกจินเฟยเทียนพูดขัดขึ้นมาเสียก่อน “ให้ข้าลองดื่มดูสักจอกก่อนนะหมิงเซียน ข้าแค่อยากลองดื่มดูสักครั้งเท่านั้น อีกอย่างยามนี้พวกเราก็อยู่ที่จวนด้วย หากข้าเกิดเมาแล้วทำอะไรที่ไม่สมควรก็มีเพียงแค่พวกเจ้าเท่านั้นที่เห็น และข้าก็หวังว่า...พวกเจ้าคงจะไม่ถือสาตัวข้ายามเมาใช่หรือไม่?” จินเฟยเทียนให้เหตุผลของการขอลองดื่มสุราครั้งแรกกับหยางหมิงเซียน ก่อนจะส่งแววตาอ้อนวอนให้กับสองหนุ่มข้างกาย... “ก็ได้ขอรับ ข้ายอมให้เฟยเกอลองดื่มสุราดูก็ได้ขอรับ” หยางหมิงเซียนเห็นแววตาอ้อนขอลองดื่มสุราของคนตรงหน้าก็ให้ใจอ่อน ใครบอกว่ามีแต่คนตรงหน้าแพ้แววตาเขายามอ้อน...เขาขอเถียงขาดใจ เพราะตัวเขาเองก็แพ้สายตาของอีกฝ่ายไม่ต่างก
หยางหมิงเซียนลุกขึ้นไปจัดการดูแลตัวเองที่ห้องของเขา ก่อนที่จะกลับมายังห้องนอนของจินเฟยเทียนพร้อมกับอ่างใส่น้ำและผ้าสะอาด ดีที่ในยามนี้เสี่ยวเปากับเสี่ยวปิงยังอยู่ช่วยงานที่เรือนใหญ่ ไม่อย่างนั้นทั้งสองคน...คงได้มาเห็นสภาพที่ไม่น่าดูของผู้เป็นนายของพวกเขาในยามนี้เป็นแน่ หยางหมิงเซียนเดินเข้าไปวางอ่างใส่น้ำที่โต๊ะข้างเตียง จากนั้นเขาก็ค่อยๆ ลงมือเช็ดใบหน้าให้กับคนเมา...ที่ในยามนี้กำลังหลับไหลไม่ได้สติอยู่บนเตียง เขาไล่เช็ดตามกรอบหน้าของอีกฝ่ายมาจนถึงบริเวณริมฝีปาก...แล้วเขาก็เผลอจ้องมองริมฝีปากสีแดงระเรื่อนั้นอย่างลืมตัว ก่อนที่เขาจะรีบสะบัดหน้าเพื่อขับไล่ความคิดบางอย่างของตัวเองออกไป แล้วรีบลงมือเช็ดหน้าและเปลี่ยนชุดคลุมให้กับอีกฝ่ายต่อจนเสร็จ ก่อนที่ตัวเขาจะขึ้นไปนอนข้างอีกฝ่ายเหมือนเช่นทุกคืน แต่ในคืนนี้...หยางหมิงเซียนเลือกที่จะนอนหันหลังให้กับจินเฟยเทียน...โดยไม่หันกลับไปนอนกอดอีกฝ่ายเหมือนเช่นทุกคืนที่ผ่านมา ‘โอ้ย! ปวดหัวจังแฮะ ทำไมทั้งปวด...ทั้งหนักหัวอย่างนี้
“หึ! ตามมาเร็วดีนี่...หมิงเซียน” ชิงหลวนคุนหันไปทักคนที่รีบกลับมายังเรือนพักของตัวเอง ด้วยเพราะก่อนที่เขาจะเข้ามาพบกับจินเฟยเทียนที่นี่ เขาได้เข้าไปถามหาอีกฝ่ายที่เรือนสมุนไพร และดูจากท่าทางของหยางหมิงเซียนในยามนี้แล้ว พออีกฝ่ายรู้ว่าเขามาก็คงจะรีบกลับมาที่นี่ทันทีเลย “อืม” หยางหมิงเซียนตอบรับคำพูดของอีกฝ่ายพร้อมกับก้มลงไปคำนับให้กับสหายผู้สูงศักดิ์ ก่อนจะหันไปถามอาการของจินเฟยเทียน “เฟยเกอเป็นอย่างไรบ้างขอรับ?” “ดีขึ้นมากแล้ว” “องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ” ซงหยวนเอ่ยเรียกผู้เป็นนายเพื่อหวังเตือนสิ่งที่อีกฝ่ายต้องไปทำ “เข้าใจแล้ว” ชิงหลวนคุนหันไปตอบรับคำของซงหยวน ก่อนจะหันกลับมาเอ่ยลาสหายทั้งสองคนของตัวเอง “เฟยเทียนหมิงเซียน วันนี้ข้าคงต้องขอตัวก่อนนะ เดี๋ยวถ้าว่างข้าจะแวะมาหาพวกเจ้าใหม่” “ได้ ขอบใจเจ้ามากนะหลวนคุน” จินเฟยเทียนตอบรับคำของชิงหลวนคุ
หยางหมิงเซียนเมื่อเดินกลับเข้ามาในห้องนอน หลังจากที่เขาเดินออกไปส่งพวกจินเฟยหมิงที่หน้าเรือนพัก แล้วเขาก็เห็นว่ายามนี้จินเฟยเทียนได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว เขาจึงเดินเข้าไปนั่งที่เตียงเพื่อเฝ้ามองคนตรงหน้า ยามนี้หยางหมิงเซียนรู้สึกมีความสุขยิ่งนักที่เขาได้จินเฟยเทียนกลับคืนมาและคนตรงหน้าก็ไม่รังเกียจเขา ไม่ขับไล่เขาและไม่ขอถอยห่างออกไปจากชีวิตเขา ทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายก็ได้รับรู้ถึงเรื่องราวที่มารดาเขาเคยทำเอาไว้... แล้วเมื่อหยางหมิงเซียนคิดไปถึงเรื่องที่คนตรงหน้าพูดและสิ่งที่คนตรงหน้าทำ...ก่อนที่คนในครอบครัวของอีกฝ่ายจะมา... เขาก็เผลอยกมือขึ้นมาจับที่ริมฝีปากของตัวเองอย่างลืมตัว “อ่ะ!” ความร้อนจากยานวดส่งผลกับริมฝีปากและกลิ่นของสมุนไพรก็ตีขึ้นจมูกของหยางหมิงเซียนทันที หยางหมิงเซียนจึงรีบลุกขึ้นจากเตียงเพื่อเดินออกไปล้างหน้า จินเฟยเทียนเมื่อเห็นหยางหมิงเซียนลุกเดินออกจากห้องไปแล้ว เขาก็ลืมตาของตัวเองขึ้นมามองตามหลังของอีกฝ่ายไป ตอนแรกเ
ยังไม่ทันที่จินเฟยเทียนกับหยางหมิงเซียนจะได้พูดอะไรกันต่อ ก็มีเสียงการเคลื่อนไหวดังขึ้นจากอีกฝั่งของประตูห้องนอน หยางหมิงเซียนจึงรีบรวบรวมสติของตัวเองก่อนที่จะลุกขึ้นไปเปิดประตู... และเมื่อประตูห้องนอนถูกเปิดออกจินเฟยหลงก็ประคองจินเฟยหมิงเดินเข้ามาหาจินเฟยเทียนในห้องทันที โดยมีจินเฟยฮวาเดินตามเข้ามาในห้องด้วย “ท่านพ่อ! เฟยหลง! เฟยฮวา...” จินเฟยเทียนเมื่อเห็นผู้เป็นบิดารวมทั้งน้องสาวและน้องชายเดินเข้ามาในห้อง เขาก็พยายามที่จะลุกขึ้นยืนและตั้งใจจะเดินเข้าไปหาทุกคน โดยลืมนึกถึงสภาพร่างกายของตัวเองจึงทำให้เขาเกือบที่จะล้มลงไปกองกับพื้น แต่ดีที่หยางหมิงเซียนเข้าไปช่วยประคองเอาไว้ได้ทัน “เฟยเทียน! เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?” จินเฟยหมิงเมื่อได้เห็นสภาพของจินเฟยเทียนมันก็ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดใจยิ่งนัก “ข้าไม่เป็นอะไรมากแล้วขอรับท่านพ่อ แล้วท่านพ่อล่ะขอรับ เป็นเช่นไรบ้าง” จินเฟยเทียนพูดพร้อมกับมองสำรวจร่างกายของผู้เป็นบิดาไปด้วย
หยางหมิงเซียนเมื่อกลับมาถึงเรือนของตัวเองแล้ว เขาก็พาจินเฟยเทียนเข้ามานั่งบนเตียงในห้องนอนของเขา แล้วเขาก็สังเกตเห็นชุดที่จินเฟยเทียนกำลังใส่อยู่ตอนนี้...มันก็ทำให้เขานึกไปถึงเจ้าของชุดและแววตาที่เจ้าของชุดใช้มองมายังคนของเขา “เฟยเกอขอรับ ข้าขอทำแผลใส่ยาให้เฟยเกอใหม่ได้หรือไม่ขอรับ? เฟยเกอจะให้ข้าช่วยเช็ดตัวและเปลี่ยนชุดให้ท่านด้วยเลยดีหรือไม่ขอรับ ท่านลุงกับท่านป้ามีให้คนจัดเตรียมชุดและของใช้ของเฟยเกอมาไว้ที่นี่ให้ด้วยนะขอรับ” หยางหมิงเซียนพูดพร้อมกับเดินเข้าไปหยิบชุดของจินเฟยเทียนออกมาให้เจ้าตัวดู... “ได้ แต่...ข้าขอไปอาบน้ำและเปลี่ยนชุดเองเลยดีกว่า หมิงเซียนเจ้าช่วยบอกให้อาเล่อเข้าไปเตรียมเก้าอี้ไว้ในห้องอาบน้ำให้ข้าได้หรือไม่?” “ได้ขอรับ” หยางหมิงเซียนรับคำของอีกฝ่ายแล้วเดินออกไปสั่งงานเกาเล่อ ก่อนจะกลับเข้ามาอุ้มจินเฟยเทียนด้วยท่าเจ้าสาวอีกครั้ง “หมิงเซียน...เจ้าแค่ช่วยประคองข้าเดินดีหรือไม่?” “ไม่
จินเฟยเทียนหันกลับไปมองตามเสียงเรียก...เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่เขากำลังคิดถึงอยู่ ยามนี้ได้มายืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว “คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าข้ายามนี้คือเฟยเกอจริงๆ ใช่ไหมขอรับ ข้าไม่ได้ฝันอยู่ใช่ไหมขอรับตอนนี้” หยางหมิงเซียนเอ่ยขึ้นพร้อมกับก้าวเข้าไปหาคนตรงหน้า หลังจากที่เขาใช้วิชาตัวเบาข้ามรั้วเข้ามายังบริเวณเรือนของเจียงเสียน “หมิงเซียน... อ่ะ!” หยางหมิงเซียนเมื่อได้ยินคนตรงหน้าเอ่ยเรียกชื่อเขา เขาก็โถมตัวลงไปกอดอีกฝ่ายไว้ทันที แต่เมื่อเขาได้ยินเสียงร้องของจินเฟยเทียน หยางหมิงเซียนก็รีบคลายอ้อมกอดของตัวเองออก จากนั้นเขาจึงถอยออกมายืนมองคนตรงหน้าด้วยความคิดถึง และเมื่อเขาเห็นรอยช้ำที่หน้าผากของอีกฝ่าย เขาก็รีบเอ่ยคำขอโทษพร้อมกับเอ่ยถามอาการของคนตรงหน้าทันที “เฟยเกอข้าขอโทษนะขอรับ เฟยเกอเป็นอย่างไรบ้างขอรับ...เฟยเกอบาดเจ็บตรงไหนบ้าง? แล้วทำไมเฟยเกอมาถึงมาอยู่ที่นี่ได้ขอรับ?” “
จินเฟยเทียนหลังจากรับสำรับเย็นและเข้าไปจัดการดูแลตัวเองจนเรียบร้อยแล้ว เขาก็ได้พาตัวเขาออกมานั่งรับลมอยู่ที่ด้านหน้าเรือน... แต่ว่าด้วยเรื่องอาบน้ำของจินเฟยเทียน...ร่างกายที่แทบจะไม่ได้โดนน้ำเลยมาเป็นเวลาสองเดือน เพราะซานมู่เล่าว่า...ร่างกายของเขาตอนที่พวกซานมู่เจอในตอนแรกนั้น ทั้งบอบช้ำและเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์หลายจุด ท่านหมอที่มารักษาให้เขาจึงห้ามไม่ให้บาดแผลของเขาโดนน้ำ พวกซานมู่จึงทำได้เพียงเช็ดหน้าและเช็ดทำความสะอาดตามบาดแผลให้เท่านั้น ในตอนที่จินเฟยเทียนบอกกับคนทั้งสองเรื่องที่เขาจะขอไปอาบน้ำ คนทั้งสองจึงเอ่ยค้านเขาอย่างหนัก จนเขาต้องงัดหาเหตุผลและอ้างเอาความเป็นหมอขึ้นมาใช้ ไช่ผิงกับซานมู่ถึงยินยอมให้เขาเข้าไปอาบน้ำ... จินเฟยเทียนที่นั่งหน้าเรือนมาได้สักพัก เขาก็เห็นซานมู่เดินเข้ามา...พร้อมกับแบกฟืนกองใหญ่มากองไว้ด้านหน้าเรือนด้วย “ข้าน้อยกำลังจะก่อกองไฟขอรับ อากาศยามนี้เริ่มเย็นแล้ว หากได้นั่งผิงไฟก่อนเข้านอน...ก็น่าจะดีนะขอรับ” ซานมู่หันไปพูดกับจิ
จินเฟยเทียนที่ฟื้นขึ้นมา...วันนี้ก็เป็นวันที่สองแล้ว ที่ตัวเขาต้องนอนนิ่งๆ อยู่บนเตียงให้ซานมู่และไช่ผิงคอยดูแล เนื่องจากสภาพร่างกายที่ยังคงเต็มไปด้วยบาดแผลของเขา แต่ในยามนี้...จินเฟยเทียนรู้สึกว่าร่างกายของเขาเริ่มฟื้นตัวมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว และด้วยกลัวว่าหากเขายังไม่ยอมฝืนขยับร่างกายของตัวเองในตอนนี้...แล้วรอจนแผลแห้ง ยามนั้นทั้งเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อของเขามันก็อาจจะยึดติดกัน จนทำให้เขาไม่สามารถขยับหรือลุกขึ้นยืนด้วยขาของตัวเองได้อีกเลย จินเฟยเทียนจึงลองขยับทั้งแขนและขาของเขา และเมื่อเขาลองขยับ...ความเจ็บปวดก็พากันวิ่งไปทั่วทั้งร่างกายของเขา ยิ่งบริเวณที่แผลยังไม่แห้งดี ยามนี้ก็ดูเหมือนว่าจะเริ่มมีเลือดไหลซึมออกมาให้เห็นบ้างเล็กน้อย แต่ความเจ็บปวดที่จินเฟยเทียนได้รับในยามนี้มันเป็นความเจ็บปวดที่เขายังพอทนรับได้ เขาจึงพยายามดันร่างกายของตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่ง และเมื่อเขาลุกขึ้นมานั่งได้แล้ว เขาก็มองไปรอบๆ ห้อง เพื่อมองหาของที่ตัวเขาสามารถนำมาใช้ค้ำยัน...แล้วจินเฟยเทียนก็มองเห็นไม้ง่ามอันหนึ่งที่วางอยู่ด้านข้างเตียงของเขา เข
“คุณชาย...ท่านฟื้นแล้ว!” จินเฟยเทียนลืมตาขึ้นมาเขาก็ได้เห็นว่า...ตอนนี้ตัวเขากำลังนอนอยู่บนเตียงในห้องเล็กๆ ห้องหนึ่ง จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเรียกของบุรุษ ดังขึ้นมาจากข้างเตียง...เขาจึงหันไปมองตามเสียงนั้น แล้วเขาก็ได้เห็นว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังมองมาที่เขา “อย่าเพิ่งลุกขอรับ” ซานมู่รีบเข้าไปประคองคนเจ็บ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะลุกขึ้นจากเตียง “เอ่อ...ที่นี่ที่ไหนหรือขอรับ? แล้ว...ตัวข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรหรือขอรับ?” จินเฟยเทียนเอ่ยถามเมื่อมองไปรอบๆ แล้ว เริ่มรู้สึกไม่แน่ใจ... ‘นี่ข้าได้กลับมาเป็นจินเฟยเทียนหรือไม่นะ?’ “ที่นี่คือเรือนพักกลางป่าของพวกข้าน้อยเองเจ้าค่ะ พวกข้าน้อยเจอคุณชายนอนไม่ได้สติอยู่ที่ริมแม่น้ำ...เลยพาคุณชายเข้าไปรักษาตัวที่โรงหมอในหมู่บ้าน จากนั้นก็พาคุณชายกลับมารักษาตัวต่อที่เรือนไม้หลังนี้เจ้าค่ะ แต่ในระหว่างที่คุณชายมารักษาตัวอ
จนเวลาล่วงเลยผ่านมาแล้วถึงสองเดือน...ที่พวกเขายังคงตามหาจินเฟยเทียนไม่พบ แม้หยางหมิงเซียนจะยังคงออกตามหาจินเฟยเทียนทั้งกลางวันและกลางคืนเหมือนเดิม โดยมีชิงหลวนคุน จินเฟยหลงและราชครูหลงจิ้นสิงที่คอยส่งคนออกมาช่วยตามหา และถ้าเมื่อใดที่พวกเขาว่าง...พวกเขาก็จะลงมาช่วยตามหาจินเฟยเทียนด้วยตัวเองทุกครั้งก็ตาม ส่วนจินเฟยหมิง...อาการจากการถูกลอบวางยาพิษถึงจะดีขึ้นมากแล้ว แต่ลมปราณและวรยุทธของเขากลับถูกยาพิษของหานเฟิงทำลายจนไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้เหมือนเดิม เขาจึงทำเรื่องทูลขอต่อฮ่องเต้ เพื่อส่งมอบตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ของแคว้น...ไปให้กับผู้ที่เหมาะสมนั่นก็คือจินเฟยหลง ให้ขึ้นรับตำแหน่งนี้แทนเขาทันที และหลังจากที่พวกเขาจัดการกับพิธีศพของชิงจิวซิน และจัดการกับพิธีส่งมอบตำแหน่งให้จินเฟยหลงเสร็จแล้ว จินเฟยหมิงและจินเฟยฮวาก็ย้ายตัวเองมาอยู่ที่ค่ายทหารแถบชายแดนทันที... จินเฟยเทียนที่กำลังเผชิญหน้าอยู่กับความว่างเปล่า ด้วยเพราะรอบกายเขาในยามนี้ มันไม่มีอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว
หยางหมิงเซียนที่แยกออกไปจัดการดูแลตัวเองจนเรียบร้อย เขาได้เดินกลับออกมา...พร้อมกับยื่นชุดเก่าของผู้เป็นบิดา ไปทางชิงหลวนคุนกับคนที่ติดตามพวกเขามาด้วย “บ่อน้ำด้านหลังเรือนยังใช้ได้อยู่ ส่วนของในเรือนพวกเจ้าสามารถหยิบใช้ได้ตามสบาย” หยางหมิงเซียนพูดจบก็คิดจะเดินออกจากเรือนทันที “หมิงเซียนเจ้าอยู่รอทำแผลของตัวเองและอยู่รอพวกข้าก่อน เดี๋ยวพวกเราค่อยออกไปตามหาเฟยเทียนต่อพร้อมกัน ตอนนี้เฟยหลงกำลังกลับไปเอายาและของที่พวกเราต้องใช้ในคืนนี้อยู่” ชิงหลวนคุนเอ่ยรั้งหยางหมิงเซียนเอาไว้ เพราะบาดแผลตามร่างกายของอีกฝ่ายยังไม่ได้รับการรักษา โดยเฉพาะบาดแผลที่มารดาของอีกฝ่ายได้ลงมือฝากเอาไว้ ยามนี้...มันยังคงมีเลือดไหลซึมออกมาให้เห็น “ข้าไม่เป็นไร พวกเจ้าจัดการดูแลตัวเองเสร็จ ค่อยตามข้าออกไปแล้วกัน” “หมิงเซียนหากเจ้าไม่ดูแลตัวเอง และรีบร้อนจนเป็นอะไรไปอีกคน ยามนั้นมันจะไม่ยิ่งแย่ไปกว่านี้หรือ?” “แต่ตอนนี้เฟยเกออยู่ด้านนอกนั้นคนเดียว! แ