หยางหมิงเซียนลุกขึ้นไปจัดการดูแลตัวเองที่ห้องของเขา ก่อนที่จะกลับมายังห้องนอนของจินเฟยเทียนพร้อมกับอ่างใส่น้ำและผ้าสะอาด ดีที่ในยามนี้เสี่ยวเปากับเสี่ยวปิงยังอยู่ช่วยงานที่เรือนใหญ่ ไม่อย่างนั้นทั้งสองคน...คงได้มาเห็นสภาพที่ไม่น่าดูของผู้เป็นนายของพวกเขาในยามนี้เป็นแน่
หยางหมิงเซียนเดินเข้าไปวางอ่างใส่น้ำที่โต๊ะข้างเตียง จากนั้นเขาก็ค่อยๆ ลงมือเช็ดใบหน้าให้กับคนเมา...ที่ในยามนี้กำลังหลับไหลไม่ได้สติอยู่บนเตียง เขาไล่เช็ดตามกรอบหน้าของอีกฝ่ายมาจนถึงบริเวณริมฝีปาก...แล้วเขาก็เผลอจ้องมองริมฝีปากสีแดงระเรื่อนั้นอย่างลืมตัว ก่อนที่เขาจะรีบสะบัดหน้าเพื่อขับไล่ความคิดบางอย่างของตัวเองออกไป แล้วรีบลงมือเช็ดหน้าและเปลี่ยนชุดคลุมให้กับอีกฝ่ายต่อจนเสร็จ ก่อนที่ตัวเขาจะขึ้นไปนอนข้างอีกฝ่ายเหมือนเช่นทุกคืน แต่ในคืนนี้...หยางหมิงเซียนเลือกที่จะนอนหันหลังให้กับจินเฟยเทียน...โดยไม่หันกลับไปนอนกอดอีกฝ่ายเหมือนเช่นทุกคืนที่ผ่านมา
‘โอ้ย! ปวดหัวจังแฮะ ทำไมทั้งปวด...ทั้งหนักหัวอย่างนี้
“หึ! ตามมาเร็วดีนี่...หมิงเซียน” ชิงหลวนคุนหันไปทักคนที่รีบกลับมายังเรือนพักของตัวเอง ด้วยเพราะก่อนที่เขาจะเข้ามาพบกับจินเฟยเทียนที่นี่ เขาได้เข้าไปถามหาอีกฝ่ายที่เรือนสมุนไพร และดูจากท่าทางของหยางหมิงเซียนในยามนี้แล้ว พออีกฝ่ายรู้ว่าเขามาก็คงจะรีบกลับมาที่นี่ทันทีเลย “อืม” หยางหมิงเซียนตอบรับคำพูดของอีกฝ่ายพร้อมกับก้มลงไปคำนับให้กับสหายผู้สูงศักดิ์ ก่อนจะหันไปถามอาการของจินเฟยเทียน “เฟยเกอเป็นอย่างไรบ้างขอรับ?” “ดีขึ้นมากแล้ว” “องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ” ซงหยวนเอ่ยเรียกผู้เป็นนายเพื่อหวังเตือนสิ่งที่อีกฝ่ายต้องไปทำ “เข้าใจแล้ว” ชิงหลวนคุนหันไปตอบรับคำของซงหยวน ก่อนจะหันกลับมาเอ่ยลาสหายทั้งสองคนของตัวเอง “เฟยเทียนหมิงเซียน วันนี้ข้าคงต้องขอตัวก่อนนะ เดี๋ยวถ้าว่างข้าจะแวะมาหาพวกเจ้าใหม่” “ได้ ขอบใจเจ้ามากนะหลวนคุน” จินเฟยเทียนตอบรับคำของชิงหลวนคุ
“อือ...อืออ...โอ้ยย...” “หมิงเซียน! หยางหมิงเซียนตื่น!!” จินเฟยเทียนพยายามทั้งดิ้นและทั้งดันคนที่กำลังนอนทับตัวเขาอยู่ตอนนี้ จนในที่สุดปากล่างของเขาก็เป็นอิสระจากฟันของเจ้าตัวกัดปาก จากนั้นเขาจึงรีบปลุกเจ้าตัวกัดปากให้ตื่นทันที “เฟยเกอ!” หยางหมิงเซียนลืมตาตื่นขึ้นมา และจ้องมองคนที่นอนอยู่ใต้ร่างตัวเอง...ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ‘เมื่อครู่ข้าฝันไปอย่างนั้นหรือ?’ หยางหมิงเซียนตัดพ้อกับตัวเองในใจ “ใช่! ข้าเอง... หมิงเซียนเจ้าลงไปจากตัวข้าก่อนได้หรือไม่?” “ได้ขอรับ” หยางหมิงเซียนรีบลุกขึ้นมานั่งบนเตียงพร้อมกับก้มหน้าลงไปหลบสายตาของอีกฝ่าย “ข้า...ข้าขอโทษขอรับเฟยเกอ” “อืม...ไม่เป็นไร ว่าแต่...เมื่อครู่เจ้าฝันอะไร? เหตุใดถึงลุกขึ้นมากัดปากข้าแบบนี้!” “ข้า...ข้าฝัน...ข้าฝันว่ากำลังกินบะหมี่อยู
“บะหมี่เจ้าค่ะ ท่านหมอฟางคุณชายหยาง” จงผิงนำบะหมี่มาให้จินเฟยเทียนกับหยางหมิงเซียน โดยหลังจากที่นางวางชามบะหมี่ของทั้งสองคนลงบนโต๊ะแล้ว นางก็ถอยออกมายืนมองจินเฟยเทียนที่กำลังถอดหมวกสานออก ด้วยเพราะนางอยากจะอยู่พูดคุยกับผู้มีพระคุณ เพราะอีกฝ่ายเคยช่วยชีวิตนางไว้ในยามที่นางกำลังป่วยหนัก และอีกอย่างนางก็ชอบมองใบหน้าที่หวานล้ำยิ่งกว่าสตรีของอีกฝ่ายด้วย “อาผิง เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?” จินเฟยเทียนเอ่ยทักหญิงสาวที่เคยเป็นคนป่วยของตัวเอง “ข้าน้อยสบายดีเจ้าค่ะ ท่านหมอฟางกับคุณชายหยางมาทำธุระแถวนี้หรือเจ้าคะ?” “ใช่ พวกข้าว่าจะย้ายมาเปิดโรงหมอแถวนี้น่ะ เลยออกมาเดินหาร้านค้าที่กำลังถูกปล่อยขาย เจ้าพอจะมีที่ไหนแนะนำพวกข้าบ้างหรือไม่?” “มีเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะพาท่านหมอฟางกับคุณชายหยางไปดูนะเจ้าคะ” “คงไม่ต้องลำบากถึงขั้นให้แม่นางเดินพาพวกข้าไปดูหรอก เพียงแค่แม่นางบอกตำแหน่งร้านนั้นมา เดี๋ยวข้ากับเฟยเกอจะเดินไปดูเอง” หยางหมิงเซียนยอมทนนั่
“อาปิง แล้วหมิงเซียนล่ะ?” จินเฟยเทียนเดินมาหาหยางหมิงเซียนที่ห้องปรุงยา แต่กลับไม่เจออีกฝ่ายก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกแปลกใจมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากปกติยามนี้หยางหมิงเซียนจะต้องไปหาเขาที่ห้องพักแล้ว เขาจึงเอ่ยถามหาหยางหมิงเซียนกับเสี่ยวปิง “คุณชายหยางตากสมุนไพรอยู่ด้านหลังเรือนขอรับคุณชายฟาง” “ขอบใจนะอาปิง” “หมิงเซียนปากเจ้าเป็นอะไรหรือ?” จินเฟยเทียนเมื่อเดินมาถึงลานตากสมุนไพร เขาก็เห็นหยางหมิงเซียนกำลังนั่งเช็ดปากกับแขนของตัวเองอยู่ “เปล่าขอรับ” หยางหมิงเซียนรีบเอาแขนลงทันที “แต่ปากเจ้าดูแดง ๆ นะหมิงเซียน” “ปากข้าไม่ได้เป็นอะไรขอรับเฟยเกอ” ‘ทำไมเฟยเกอต้องมาเห็นตอนข้ากำลังฝึกจุมพิตอยู่ด้วยเนี้ย!’ หยางหมิงเซียนโอดครวญในใจเบาๆ “เฟยเกอขอรับ หากเปิดโรงหมอสำเร็จแล้วท่านอยากทำอะไรต่อหรือขอรับ?” หยางหมิงเซียนรีบพาอีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่องทันที
“คุณชายฟางเฟยเทียน” เกาเล่อเห็นชายหนุ่มสองคนที่เดินตามชายหนุ่มคนที่พาเขากับน้องชายมาไว้ที่นี่... เขาก็จำชายหนุ่มทั้งสองคนได้ในทันที “เจ้าเป็นอย่างไรบ้างเด็กน้อย?” จินเฟยเทียนเดินเข้าไปหาเกาเล่อที่มีบาดแผลฟกช้ำเต็มตัว และพอเขามองขึ้นไปที่เตียงคนป่วยเขาก็เจอกับเกาเผิงที่ยังคงนอนไม่ได้สติ ด้วยสภาพร่างกายที่บอบช้ำไม่ต่างจากเกาเล่อก็ทำให้เขารู้สึกปวดใจยิ่งนัก “ข้าไม่เป็นอะไรขอรับ แต่น้องชายของข้า…” เกาเล่อตอบคำถามของจินเฟยเทียนด้วยจิตใจที่ปวดร้าว เพราะชีวิตของเขาในตอนนี้เหลือเพียงแค่น้องชายที่ยังคงหลับไหลไม่ได้สติอยู่ตรงหน้าเท่านั้น “ท่านหมอขอรับ เด็กคนนี้เป็นอย่างไรบ้างหรือขอรับ?” จินเฟยเทียนหันไปถามหมอที่ยืนจัดยาอยู่มุมห้อง “ร่างกายภายในค่อนข้างจะบอบช้ำหนักเอาการเลยขอรับ คงต้องให้ยาและเฝ้าดูอาการไปสักพักขอรับ” “ขอบคุณมากนะขอรับท่านหมอ ยังไงข้ารบกวนฝากเด็กสองคนนี้ด้วยนะขอรับ” ใจจริงจินเฟยเทียนอยากจะพาเด็กชา
“เฟยเทียน” “หลวนคุน!” จินเฟยเทียนเงยหน้าขึ้นมาก็เจอกับชิงหลวนคุนที่ยืนอยู่หน้าห้องพักในเรือนสมุนไพรของตัวเอง “เฟยเทียน หมอที่ข้าฝากให้ดูแลเด็กสองคนนั้นส่งคนมาแจ้งว่า...เมื่อคืนเกาเผิงอาการแย่ลงข้าเลยแวะเข้ามาบอกเจ้า เผื่อเจ้าจะอยากไปดูอาการของเด็กคนนั้นพร้อมกันกับข้าเลย พอดีข้ามีจะเข้าไปคุยงานกับสหายแถวนั้น” “ได้...ข้าจะไปพร้อมกันกับเจ้า งั้นเจ้ารอข้าที่ห้องนี้สักครู่ได้หรือไม่? ข้าขอไปบอกหมิงเซียนก่อน” “ได้สิ” “ขอบใจเจ้ามากนะหลวนคุน” ชิงหลวนคุนพยักหน้ารับพร้อมส่งยิ้มให้กับคนตรงหน้า “อาเปา เจ้าช่วยกลับไปหยิบยาบนโต๊ะข้างเตียงที่เรือนพักมาให้ข้าทีนะ และเจ้าก็เตรียมตัวไปกับข้าด้วย” จินเฟยเทียนหันไปสั่งงานเสี่ยวเปา ก่อนจะเดินออกจากห้องพักเพื่อไปหาหยางหมิงเซียนที่ห้องปรุงยา “ได้ขอรับ” &n
“เฟยเทียน ข้าขอถามเจ้าได้หรือไม่ว่าเจ้ารู้จักกับเด็กสองคนนี้ได้อย่างไร? เพราะเท่าที่ข้าให้คนไปสืบมา ครอบครัวของเด็กสองคนนี้เป็น...” ชิงหลวนคุนเอ่ยถามจินเฟยเทียน ระหว่างที่คนทั้งสองพากันเดินออกมาจากโรงหมอ “ข้ารู้...” จินเฟยเทียนกล่าวตอบชิงหลวนคุนทันที โดยไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ พร้อมกับบอกเล่าเรื่องราวที่เขาได้เจอกับครอบครัวของเกาเล่อครั้งแรกให้อีกฝ่ายฟัง หลังจากเห็นแววตาคาดคั้นของชิงหลวนคุน “ในเมื่อเจ้ารู้แบบนี้แล้ว...เจ้ายังยินดีจะให้เด็กสองคนนี้ไปอยู่กับเจ้าที่จวนอีกหรือ?” ชิงหลวนคุนหลังจากได้รับฟังเรื่องราวจากจินเฟยเทียน เขาก็ยิ่งไม่เข้าใจ...ในเมื่ออีกฝ่ายก็รู้ว่าเด็กสองคนนี้ถูกมารดาสั่งสอนให้เป็นขโมยตั้งแต่เด็ก แล้วเหตุใดถึงยังคิดจะรับเด็กสองคนนี้ไปอยู่ด้วยอีก “ข้าเชื่อว่า...ไม่มีใครอยากที่จะเป็นคนไม่ดีหรอก หากเลือกได้เด็กสองคนนี้ก็คงไม่อยากทำในสิ่งที่ไม่ดีเช่นกัน” “อืม... แต่ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นทีหลัง เจ้าบอกข้าได้เลยนะเฟยเทียน”
หยางหมิงเซียนตามจินเฟยเทียนมาจนถึงโรงหมอที่เกาเผิงรักษาตัวอยู่ แต่เขากลับไม่เจออีกฝ่าย เขาจึงถามคนของชิงหลวนคุนที่อีกฝ่ายทิ้งไว้เฝ้าดูแลความปลอดภัยให้กับเด็กสองคนนั้น จนได้รู้ว่า...ชิงหลวนคุนพาคนของเขาไปรับสำรับเย็นที่โรงเตี๊ยม “เฟยเกออยู่ไหน?” หยางหมิงเซียนเดินเข้าไปถามหาจินเฟยเทียนจากชิงหลวนคุนทันที เมื่อเห็นอีกฝ่ายมายืนอยู่หน้าโรงเตี๊ยมคนเดียว “เฟยเทียน พักอยู่บนห้องรับรอง” ชิงหลวนคุนตอบคำถามหยางหมิงเซียน แล้วเดินนำอีกฝ่ายไปยังห้องรับรองที่เขาเปิดให้จินเฟยเทียนพัก ชิงหลวนคุนหลังจากกลับเข้าไปคุยงานกับพวกจินเฟยหลงเสร็จ เขาก็ออกมายืนรอรถม้าหน้าโรงเตี๊ยมพร้อมกับพวกจินเฟยหลงเลย เพราะเขาไม่อยากให้ใครรู้เรื่องจินเฟยเทียนที่พักอยู่อีกห้องหนึ่ง เขารอจนเห็นพวกจินเฟยหลงนั่งรถม้าของตัวเองออกไปจนหมด เขาจึงคิดจะกลับขึ้นไปปลุกจินเฟยเทียน แต่...ยังไม่ทันจะได้กลับเข้าไป เขาก็เจอกับหยางหมิงเซียน...ที่ตามพวกเขามาจนถึงที่นี่แล้ว  
หยางหมิงเซียนเมื่อเดินกลับเข้ามาในห้องนอน หลังจากที่เขาเดินออกไปส่งพวกจินเฟยหมิงที่หน้าเรือนพัก แล้วเขาก็เห็นว่ายามนี้จินเฟยเทียนได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว เขาจึงเดินเข้าไปนั่งที่เตียงเพื่อเฝ้ามองคนตรงหน้า ยามนี้หยางหมิงเซียนรู้สึกมีความสุขยิ่งนักที่เขาได้จินเฟยเทียนกลับคืนมาและคนตรงหน้าก็ไม่รังเกียจเขา ไม่ขับไล่เขาและไม่ขอถอยห่างออกไปจากชีวิตเขา ทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายก็ได้รับรู้ถึงเรื่องราวที่มารดาเขาเคยทำเอาไว้... แล้วเมื่อหยางหมิงเซียนคิดไปถึงเรื่องที่คนตรงหน้าพูดและสิ่งที่คนตรงหน้าทำ...ก่อนที่คนในครอบครัวของอีกฝ่ายจะมา... เขาก็เผลอยกมือขึ้นมาจับที่ริมฝีปากของตัวเองอย่างลืมตัว “อ่ะ!” ความร้อนจากยานวดส่งผลกับริมฝีปากและกลิ่นของสมุนไพรก็ตีขึ้นจมูกของหยางหมิงเซียนทันที หยางหมิงเซียนจึงรีบลุกขึ้นจากเตียงเพื่อเดินออกไปล้างหน้า จินเฟยเทียนเมื่อเห็นหยางหมิงเซียนลุกเดินออกจากห้องไปแล้ว เขาก็ลืมตาของตัวเองขึ้นมามองตามหลังของอีกฝ่ายไป ตอนแรกเ
ยังไม่ทันที่จินเฟยเทียนกับหยางหมิงเซียนจะได้พูดอะไรกันต่อ ก็มีเสียงการเคลื่อนไหวดังขึ้นจากอีกฝั่งของประตูห้องนอน หยางหมิงเซียนจึงรีบรวบรวมสติของตัวเองก่อนที่จะลุกขึ้นไปเปิดประตู... และเมื่อประตูห้องนอนถูกเปิดออกจินเฟยหลงก็ประคองจินเฟยหมิงเดินเข้ามาหาจินเฟยเทียนในห้องทันที โดยมีจินเฟยฮวาเดินตามเข้ามาในห้องด้วย “ท่านพ่อ! เฟยหลง! เฟยฮวา...” จินเฟยเทียนเมื่อเห็นผู้เป็นบิดารวมทั้งน้องสาวและน้องชายเดินเข้ามาในห้อง เขาก็พยายามที่จะลุกขึ้นยืนและตั้งใจจะเดินเข้าไปหาทุกคน โดยลืมนึกถึงสภาพร่างกายของตัวเองจึงทำให้เขาเกือบที่จะล้มลงไปกองกับพื้น แต่ดีที่หยางหมิงเซียนเข้าไปช่วยประคองเอาไว้ได้ทัน “เฟยเทียน! เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?” จินเฟยหมิงเมื่อได้เห็นสภาพของจินเฟยเทียนมันก็ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดใจยิ่งนัก “ข้าไม่เป็นอะไรมากแล้วขอรับท่านพ่อ แล้วท่านพ่อล่ะขอรับ เป็นเช่นไรบ้าง” จินเฟยเทียนพูดพร้อมกับมองสำรวจร่างกายของผู้เป็นบิดาไปด้วย
หยางหมิงเซียนเมื่อกลับมาถึงเรือนของตัวเองแล้ว เขาก็พาจินเฟยเทียนเข้ามานั่งบนเตียงในห้องนอนของเขา แล้วเขาก็สังเกตเห็นชุดที่จินเฟยเทียนกำลังใส่อยู่ตอนนี้...มันก็ทำให้เขานึกไปถึงเจ้าของชุดและแววตาที่เจ้าของชุดใช้มองมายังคนของเขา “เฟยเกอขอรับ ข้าขอทำแผลใส่ยาให้เฟยเกอใหม่ได้หรือไม่ขอรับ? เฟยเกอจะให้ข้าช่วยเช็ดตัวและเปลี่ยนชุดให้ท่านด้วยเลยดีหรือไม่ขอรับ ท่านลุงกับท่านป้ามีให้คนจัดเตรียมชุดและของใช้ของเฟยเกอมาไว้ที่นี่ให้ด้วยนะขอรับ” หยางหมิงเซียนพูดพร้อมกับเดินเข้าไปหยิบชุดของจินเฟยเทียนออกมาให้เจ้าตัวดู... “ได้ แต่...ข้าขอไปอาบน้ำและเปลี่ยนชุดเองเลยดีกว่า หมิงเซียนเจ้าช่วยบอกให้อาเล่อเข้าไปเตรียมเก้าอี้ไว้ในห้องอาบน้ำให้ข้าได้หรือไม่?” “ได้ขอรับ” หยางหมิงเซียนรับคำของอีกฝ่ายแล้วเดินออกไปสั่งงานเกาเล่อ ก่อนจะกลับเข้ามาอุ้มจินเฟยเทียนด้วยท่าเจ้าสาวอีกครั้ง “หมิงเซียน...เจ้าแค่ช่วยประคองข้าเดินดีหรือไม่?” “ไม่
จินเฟยเทียนหันกลับไปมองตามเสียงเรียก...เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่เขากำลังคิดถึงอยู่ ยามนี้ได้มายืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว “คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าข้ายามนี้คือเฟยเกอจริงๆ ใช่ไหมขอรับ ข้าไม่ได้ฝันอยู่ใช่ไหมขอรับตอนนี้” หยางหมิงเซียนเอ่ยขึ้นพร้อมกับก้าวเข้าไปหาคนตรงหน้า หลังจากที่เขาใช้วิชาตัวเบาข้ามรั้วเข้ามายังบริเวณเรือนของเจียงเสียน “หมิงเซียน... อ่ะ!” หยางหมิงเซียนเมื่อได้ยินคนตรงหน้าเอ่ยเรียกชื่อเขา เขาก็โถมตัวลงไปกอดอีกฝ่ายไว้ทันที แต่เมื่อเขาได้ยินเสียงร้องของจินเฟยเทียน หยางหมิงเซียนก็รีบคลายอ้อมกอดของตัวเองออก จากนั้นเขาจึงถอยออกมายืนมองคนตรงหน้าด้วยความคิดถึง และเมื่อเขาเห็นรอยช้ำที่หน้าผากของอีกฝ่าย เขาก็รีบเอ่ยคำขอโทษพร้อมกับเอ่ยถามอาการของคนตรงหน้าทันที “เฟยเกอข้าขอโทษนะขอรับ เฟยเกอเป็นอย่างไรบ้างขอรับ...เฟยเกอบาดเจ็บตรงไหนบ้าง? แล้วทำไมเฟยเกอมาถึงมาอยู่ที่นี่ได้ขอรับ?” “
จินเฟยเทียนหลังจากรับสำรับเย็นและเข้าไปจัดการดูแลตัวเองจนเรียบร้อยแล้ว เขาก็ได้พาตัวเขาออกมานั่งรับลมอยู่ที่ด้านหน้าเรือน... แต่ว่าด้วยเรื่องอาบน้ำของจินเฟยเทียน...ร่างกายที่แทบจะไม่ได้โดนน้ำเลยมาเป็นเวลาสองเดือน เพราะซานมู่เล่าว่า...ร่างกายของเขาตอนที่พวกซานมู่เจอในตอนแรกนั้น ทั้งบอบช้ำและเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์หลายจุด ท่านหมอที่มารักษาให้เขาจึงห้ามไม่ให้บาดแผลของเขาโดนน้ำ พวกซานมู่จึงทำได้เพียงเช็ดหน้าและเช็ดทำความสะอาดตามบาดแผลให้เท่านั้น ในตอนที่จินเฟยเทียนบอกกับคนทั้งสองเรื่องที่เขาจะขอไปอาบน้ำ คนทั้งสองจึงเอ่ยค้านเขาอย่างหนัก จนเขาต้องงัดหาเหตุผลและอ้างเอาความเป็นหมอขึ้นมาใช้ ไช่ผิงกับซานมู่ถึงยินยอมให้เขาเข้าไปอาบน้ำ... จินเฟยเทียนที่นั่งหน้าเรือนมาได้สักพัก เขาก็เห็นซานมู่เดินเข้ามา...พร้อมกับแบกฟืนกองใหญ่มากองไว้ด้านหน้าเรือนด้วย “ข้าน้อยกำลังจะก่อกองไฟขอรับ อากาศยามนี้เริ่มเย็นแล้ว หากได้นั่งผิงไฟก่อนเข้านอน...ก็น่าจะดีนะขอรับ” ซานมู่หันไปพูดกับจิ
จินเฟยเทียนที่ฟื้นขึ้นมา...วันนี้ก็เป็นวันที่สองแล้ว ที่ตัวเขาต้องนอนนิ่งๆ อยู่บนเตียงให้ซานมู่และไช่ผิงคอยดูแล เนื่องจากสภาพร่างกายที่ยังคงเต็มไปด้วยบาดแผลของเขา แต่ในยามนี้...จินเฟยเทียนรู้สึกว่าร่างกายของเขาเริ่มฟื้นตัวมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว และด้วยกลัวว่าหากเขายังไม่ยอมฝืนขยับร่างกายของตัวเองในตอนนี้...แล้วรอจนแผลแห้ง ยามนั้นทั้งเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อของเขามันก็อาจจะยึดติดกัน จนทำให้เขาไม่สามารถขยับหรือลุกขึ้นยืนด้วยขาของตัวเองได้อีกเลย จินเฟยเทียนจึงลองขยับทั้งแขนและขาของเขา และเมื่อเขาลองขยับ...ความเจ็บปวดก็พากันวิ่งไปทั่วทั้งร่างกายของเขา ยิ่งบริเวณที่แผลยังไม่แห้งดี ยามนี้ก็ดูเหมือนว่าจะเริ่มมีเลือดไหลซึมออกมาให้เห็นบ้างเล็กน้อย แต่ความเจ็บปวดที่จินเฟยเทียนได้รับในยามนี้มันเป็นความเจ็บปวดที่เขายังพอทนรับได้ เขาจึงพยายามดันร่างกายของตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่ง และเมื่อเขาลุกขึ้นมานั่งได้แล้ว เขาก็มองไปรอบๆ ห้อง เพื่อมองหาของที่ตัวเขาสามารถนำมาใช้ค้ำยัน...แล้วจินเฟยเทียนก็มองเห็นไม้ง่ามอันหนึ่งที่วางอยู่ด้านข้างเตียงของเขา เข
“คุณชาย...ท่านฟื้นแล้ว!” จินเฟยเทียนลืมตาขึ้นมาเขาก็ได้เห็นว่า...ตอนนี้ตัวเขากำลังนอนอยู่บนเตียงในห้องเล็กๆ ห้องหนึ่ง จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเรียกของบุรุษ ดังขึ้นมาจากข้างเตียง...เขาจึงหันไปมองตามเสียงนั้น แล้วเขาก็ได้เห็นว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังมองมาที่เขา “อย่าเพิ่งลุกขอรับ” ซานมู่รีบเข้าไปประคองคนเจ็บ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะลุกขึ้นจากเตียง “เอ่อ...ที่นี่ที่ไหนหรือขอรับ? แล้ว...ตัวข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรหรือขอรับ?” จินเฟยเทียนเอ่ยถามเมื่อมองไปรอบๆ แล้ว เริ่มรู้สึกไม่แน่ใจ... ‘นี่ข้าได้กลับมาเป็นจินเฟยเทียนหรือไม่นะ?’ “ที่นี่คือเรือนพักกลางป่าของพวกข้าน้อยเองเจ้าค่ะ พวกข้าน้อยเจอคุณชายนอนไม่ได้สติอยู่ที่ริมแม่น้ำ...เลยพาคุณชายเข้าไปรักษาตัวที่โรงหมอในหมู่บ้าน จากนั้นก็พาคุณชายกลับมารักษาตัวต่อที่เรือนไม้หลังนี้เจ้าค่ะ แต่ในระหว่างที่คุณชายมารักษาตัวอ
จนเวลาล่วงเลยผ่านมาแล้วถึงสองเดือน...ที่พวกเขายังคงตามหาจินเฟยเทียนไม่พบ แม้หยางหมิงเซียนจะยังคงออกตามหาจินเฟยเทียนทั้งกลางวันและกลางคืนเหมือนเดิม โดยมีชิงหลวนคุน จินเฟยหลงและราชครูหลงจิ้นสิงที่คอยส่งคนออกมาช่วยตามหา และถ้าเมื่อใดที่พวกเขาว่าง...พวกเขาก็จะลงมาช่วยตามหาจินเฟยเทียนด้วยตัวเองทุกครั้งก็ตาม ส่วนจินเฟยหมิง...อาการจากการถูกลอบวางยาพิษถึงจะดีขึ้นมากแล้ว แต่ลมปราณและวรยุทธของเขากลับถูกยาพิษของหานเฟิงทำลายจนไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้เหมือนเดิม เขาจึงทำเรื่องทูลขอต่อฮ่องเต้ เพื่อส่งมอบตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ของแคว้น...ไปให้กับผู้ที่เหมาะสมนั่นก็คือจินเฟยหลง ให้ขึ้นรับตำแหน่งนี้แทนเขาทันที และหลังจากที่พวกเขาจัดการกับพิธีศพของชิงจิวซิน และจัดการกับพิธีส่งมอบตำแหน่งให้จินเฟยหลงเสร็จแล้ว จินเฟยหมิงและจินเฟยฮวาก็ย้ายตัวเองมาอยู่ที่ค่ายทหารแถบชายแดนทันที... จินเฟยเทียนที่กำลังเผชิญหน้าอยู่กับความว่างเปล่า ด้วยเพราะรอบกายเขาในยามนี้ มันไม่มีอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว
หยางหมิงเซียนที่แยกออกไปจัดการดูแลตัวเองจนเรียบร้อย เขาได้เดินกลับออกมา...พร้อมกับยื่นชุดเก่าของผู้เป็นบิดา ไปทางชิงหลวนคุนกับคนที่ติดตามพวกเขามาด้วย “บ่อน้ำด้านหลังเรือนยังใช้ได้อยู่ ส่วนของในเรือนพวกเจ้าสามารถหยิบใช้ได้ตามสบาย” หยางหมิงเซียนพูดจบก็คิดจะเดินออกจากเรือนทันที “หมิงเซียนเจ้าอยู่รอทำแผลของตัวเองและอยู่รอพวกข้าก่อน เดี๋ยวพวกเราค่อยออกไปตามหาเฟยเทียนต่อพร้อมกัน ตอนนี้เฟยหลงกำลังกลับไปเอายาและของที่พวกเราต้องใช้ในคืนนี้อยู่” ชิงหลวนคุนเอ่ยรั้งหยางหมิงเซียนเอาไว้ เพราะบาดแผลตามร่างกายของอีกฝ่ายยังไม่ได้รับการรักษา โดยเฉพาะบาดแผลที่มารดาของอีกฝ่ายได้ลงมือฝากเอาไว้ ยามนี้...มันยังคงมีเลือดไหลซึมออกมาให้เห็น “ข้าไม่เป็นไร พวกเจ้าจัดการดูแลตัวเองเสร็จ ค่อยตามข้าออกไปแล้วกัน” “หมิงเซียนหากเจ้าไม่ดูแลตัวเอง และรีบร้อนจนเป็นอะไรไปอีกคน ยามนั้นมันจะไม่ยิ่งแย่ไปกว่านี้หรือ?” “แต่ตอนนี้เฟยเกออยู่ด้านนอกนั้นคนเดียว! แ