อาจจะเป็นเพราะแววตาของเด็กน้อยทั้งคู่ทำให้นางอดสะท้านในใจไม่ได้ จือลู่จึงได้ซื้อคนทั้งหมดกลับจวนไปด้วยในวันนั้น นางยังให้พ่อบ้านฉินกับท่านป้าจูจัดการเรื่องเครื่องใช้เสื้อผ้าที่อยู่ให้ทุกคนด้วยทั้งหมดสิบห้าชีวิตรวมถึงเด็กน้อยทั้งสอง มิคิดว่าตนเจ้านายคนใหม่จะซื้อพวกตนทั้งหมด และยังให้ที่พัก รวมถึงเครื่องนอน เสื้อผ้าใหม่ทั้งหมดแก่พวกเขาเมื่อกลับถึงจวนนางก็ไม่ได้เรียกพวกเขาให้เขามาพบ เพียงให้พวกเขาแยกย้ายไปพักตามที่ป้าจูจัดให้"อีกสองวันค่อยมาพบข้า หากมีใครที่เจ็บป่วยให้รีบแจ้งพ่อบ้านฉินหรือพี่เทียนทันทีนะเจ้าค่ะ" ก่อนที่นางจะให้พวกเขาแยกย้ายไปจัดแจงเรื่องของตนนางก็ให้พวกเขาไปกินข้าวเสียก่อน โดยให้ภรรยาของหัวหน้าใช้ของในครัวได้เต็มที่ "พวกท่านกินข้าวเสียก่อน พี่สาวท่านทำอาหารได้ใช่หรือไม่""ได้เจ้าค่ะ" ภรรยาหัวหน้าผู้คุ้มกันภัยเอ่ยกับจือลู่"ของในครัวไม่ว่าจะข้าว หรือเนื้อท่านใช้ได้เต็มที่ ข้าไม่หวงของกิน" เมื่อกล่าวจบ จือลู่ก็เรียกเด็กน้อยทั้งสองไว้ และส่งของว่างของนางให้ทั้งคู่ได้กิน"ท่านไปทำอาหารเถิด ปล่อยให้พวกเขาอยู่เล่นเป็นเพื่อนข้าก่อน" จือลู่บอกกับมารดาของเด็กน้อย"พวกเจ้ามีน
สาวใช้มิได้พูดอันใด นางพาจือลู่ไปยังห้องรับรองที่ใช้แต่งหน้า"มาแล้วหรือ แม่นางเสิ่น เจ้าพบอาหยางแล้วหรือยัง" ฮูหยินท่านเจ้าเมืองที่นั่งรออยู่ภายในห้องก็เอ่ยถามขึ้น"เพียงมองจากด้านนอกเท่านั้นเจ้าค่ะ" จือลู่ตอบตามความจริง"ข้าอยากให้เจ้าช่วยหาภรรยาที่เหมาะสมกับอาหยางให้" จือลู่จึงพยักหน้ารับว่านางเข้าใจแล้วอาหยางที่ฮูหยินท่านเจ้าเมืองเรียกคือ หลานชายของนางที่มาจากเมืองหลวง ท่านแม่ของเว่ยหยาง เป็นน้องสาวของฮูหยินท่านเจ้าเมือง มารดาของเขากังวลเรื่องที่บุตรชายไม่ยอมหาลูกสะใภ้ให้นาง พอนางจัดงานเลี้ยงน้ำชาเพื่อดูตัวบุตรชายก็ปฏิเสธเสียทุกครั้งจึงจนใจไม่รู้จะจัดการเช่นใด เมื่อเว่ยหยางต้องเดินทางมาเรื่องงานที่เมืองเป่ยหาน และได้รู้จากพี่สาวว่ามีแม่สื่อมือทองที่เมืองเป่ยหาน นางจึงฝากจดหมายมาให้ฮูหยินท่านเจ้าเมืองช่วยเหลือ"เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ แล้วนิสัยของคุณชายเว่ยเป็นเช่นไรเจ้าคะ"ฮูหยินท่านเจ้าเมืองถอนหายใจก่อนจะเล่าเรื่องหลานชายให้จือลู่ฟัง เว่ยหยาง บุรุษหนุ่มวัยยี่สิบสี่หนาว สนใจเพียงเรื่องตำราและวรยุทธ แม้แต่สตรีที่งามล่มเมืองก็ยังไม่ปรายตามองเมื่อฟังจบจือลู่ก็ขมวดคิ้ว "มีเพียงเท่านี้หรื
"คุณหนูมีเรื่องอันใดหรือขอรับ หรือมีคนลอบติดตามท่าน" หนานซงถามขึ้นอย่างกังวล"ข้าไม่รู้พี่ซง เพียงแค่ป้องกันไว้ก่อน" หนานซงรีบขับรถม้าไปที่ร้านอ้ายเสิ่นทันที"คุณหนูมีคนตามท่านมาขอรับ" หนานซงที่หางตาของเขาเห็นคนใช้วิชาตัวเบาติดตามรถม้ามาจึงเอ่ยขึ้น"ขับไปเช่นปกติ อย่าแสดงพิรุธ" เมื่อถึงหลังร้าน จือลู่ก็ลงจากรถม้าแล้วเข้าไปข้างในทันที หนานซงก็ขับรถม้าไปวนรอบเมืองตามที่จือลู่บอก แต่คนที่ติดตามไม่ได้ตามเขามา เขาจึงรีบเร่งกลับไปแจ้งให้หนานกงไปหาจือลู่ที่ร้านทันทีจือลู่เมื่อเข้าไปในร้านนางก็เข้าไปที่ห้องพักของนางแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ แต่งหน้าใหม่โดยครั้งนี้นางเปิดใบหน้าทำทีเหมือนเป็นหญิงสาวที่มาใช้บริการที่ร้านอ้ายเสิ่นเดินออกจากร้านไป เสี่ยวจินที่รอว่าจือลู่จะออกมาหรือไม่ พอเห็นว่าร้านปิดแล้วนางไม่ได้กลับออกมาอีก จึงรีบกลับไปแจ้งเว่ยหยางว่าจือลู่นางพักอยู่ที่ร้าน"คุณชาย แม่นางเสิ่นพักที่ร้านขอรับ" เว่ยหยางที่ได้ยินก็เคาะนิ้วกับโต๊ะอย่างใช้ความคิด"มีผู้ใดออกจากร้านหรือไม่" เว่ยหยางเงียบไปนานก่อนที่จะถามขึ้น"มีคุณหนูหลายท่านที่ออกมาจากร้าน แต่ก่อนที่ร้านจะปิดมีท่านหนึ่งเดินออกมาจา
เว่ยหยางที่หันมาสบตาตอนที่จือลู่กำลังมองน้องชายอย่างชื่นชมพอดี เมื่อจือลู่หันไปเห็นเช่นนั้นนางก็เผลอถลึงตาใส่เว่ยหยาง พอเห็นสายตาของเว่ยหยางเปลี่ยนไปนางก็รีบหันหน้าหนีทันที"ข้าต้องเห็นหยกอีกชิ้นก่อนถึงจะบอกพวกเจ้าได้" เว่ยหยางหันกลับมาสนใจหนิงเฉิง"ข้าขอบอกท่านตามตรง สินเดิมที่ติดตัวท่านแม่มา ท่านลุงใหญ่กับท่านป้าสะใภ้ล้วนแล้วแต่เก็บไปเสียหมด ข้าไม่รู้ว่านางขายไปแล้วหรือยัง" เว่ยหยางที่ได้ยินเช่นนั้นก็เกิดความตึงเครียดขึ้นมา หากไม่มีหยกอีกชิ้นก็ไม่อาจยืนยันอันใดได้"เช่นนั้นพวกเจ้าพาข้าไปพบท่านลุงของพวกเจ้าได้หรือไม่" "ไม่ได้" ก่อนที่หนิงเฉิงจะพูดอันใด จือลู่ก็เอ่ยแทรกออกมา"พวกข้าทำหนังสือตัดขาดกับท่านลุงแล้ว อีกอย่างหากใครไปวุ่นวายกับอีกฝ่ายต้องเสียเงินสองร้อยตำลึง ข้าไม่อยากจ่าย" ความจริงคือจือลู่ไม่อยากไปตามหาหยกที่ไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่ หากพวกเขาอยากหาก็ให้ไปหากันเอง"เช่นนั้นเจ้าบอกเรือนของท่านลุงเจ้ากับข้า" หนิงเฉิงจึงอาสาพาไป แต่เขาจะรออยู่ที่เรือนของท่านปู่ชุย จือลู่มองค้อนน้องชายที่ยุ่งไม่เข้าเรื่อง น้องชายนางไปแล้วนางจะไม่ไปได้อย่างไร ทั้งหมดจึงนัดกันว่าจะไปพรุ่งนี้แทน
"ข้าขออภัย ไม่คิดว่านางจะกล้าทุบตีเจ้า" เมื่อเขาขอโทษนางจึงไม่พูดอันใดอีก อีอีที่ประคองคุณหนูของตนก็จ้องมองนางกงซื่ออย่างโกรธแค้น"หยกพกชิ้นนั้นเป็นของข้า" เว่ยหยางหันไปมองนางกงซื่อและพูดขึ้นด้วยเสียงเหยียบเย็น"จะเป็นไปได้อย่างไร นี่มันของในเรือนข้า" นางกงซื่อเถียงอย่างไม่ยอม ต้าอู๋ที่อยู่ข้างภรรยาก็พยักหน้าเห็นด้วย"เช่นนั้นก็ต้องค้นเรือนของเจ้า หากว่าในเรือนของเจ้ามีหยกเช่นนี้จริงก็นับว่าเจ้าใส่ร้ายคุณหนูจ้าวว่าเป็นขโมยแล้ว" เว่ยหยางที่เห็นว่าเรื่องเป็นไปอย่างที่ตนคิดก็สั่งให้คนของตนที่พามาด้วยเข้าค้นเรือนตระกูลจางทันที เพียงแต่เรื่องที่นางกงซื่อทุบตีจือลู่ไม่ได้อยู่ในแผนการของเขาเพียงไม่นานเสี่ยวจินก็ยกหีบใบใหญ่ออกมาว่างต่อหน้าทุกคน เมื่อเปิดออกดู หนิงเฉิงก็เดินไปที่หีบทันที เพราะของภายในหีบเป็นของมารดาที่ไม่เคยได้นำออกมาใช้ เพียงแต่ให้พวกเขาสองพี่น้องได้ดูเท่านั้นเขาถึงจดจำได้"สินเดิมท่านแม่ข้า" จือลู่ก็จดจำของบางอย่างในหีบได้เช่นกัน"เจ้าจะว่าเช่นใดต้าอู๋ นางกงซื่อ หมู่บ้านของข้าไม่ยอมให้มีโจรแน่นอน" ผู้นำหมู่บ้านตวาดเสียงดัง เพราะนางที่ยึดสินเดิมที่ควรจะเป็นของสองพี่น้องไว้น
เมื่อจบเรื่องแล้ว หมอโยวกับเว่ยหยางก็กล่าวลาท่านหัวหน้าหมู่บ้านและพาสองพี่น้องกลับไปที่จวนในเมือง ตลอดทางทั้งคู่ต่างตกอยู่ในความคิดของตนเองในหัวของจือลู่มีแต่ เป็นไปได้อย่างไร แล้วทำไมถึงเชื่อว่าศพที่เห็นเป็นเมียกับลูกตัวเองส่วนหนิงเฉิงก็ไม่เข้าใจว่าคนที่เขาคิดมาตลอดว่าเป็นบิดา แต่กับเป็นเพียงทหารในปกครองของบิดาที่แท้จริงเท่านั้น หากทั้งคู่นึกถึงความทรงจำเก่าๆให้ดีก็จะพบว่ามารดาของตนมิได้ร่วมห้องนอนเดียวกับจางเหล่ยถึงภายนอกจะบอกทุกคนว่าเป็นสามีภรรยา แต่ในความเป็นจริงจางเหล่ยก็ให้ความเคารพจ้าวเหยียนอยู่ตลอดเวลา ครั้งที่จางเหล่ยตกเขาเสียชีวิตจ้าวเหยียนเพียงแค่เสียใจแต่มิได้หลั่งน้ำตาออกมา หลังจากนั้นที่สองพี่น้องคิดว่ามารดาตรอมใจ ความจริงแล้วจ้าวเหยียนป่วยเรื้อรังจากตอนที่นางหนีมือสังหารจนมาคลอดหนิงเฉิงทำให้ร่างกายของนางบอบช้ำจนไม่อาจรักษาได้แล้วพ่อบ้านฉินกับป้าจูยืนรอรับสองพี่น้องหน้าจวน เมื่อเห็นทั้งคู่กลับมาถึงด้วยสีหน้าหมองคล้ำต่างก็เข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง"คุณหนู คุณชาย บ่าวเตรียมอาหารไว้เรียบร้อยแล้วให้ขึ้นโต๊ะเลยหรือไม่เจ้าคะ" จือลู่พยักหน้ารับ"คุณชายเว่ยกับท่านหมอจะทานข้าว
เว่ยหยางคิ้วกระตุกเมื่อได้ยินว่าข่าวดี แต่เขาก็มิคิดว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตนเพราะนางรับปากแล้วว่าจะไม่เข้ามายุ่งเรื่องการแต่งงานของเขา"ท่านป้า" เว่ยหยางเข้าไปพบฮูหยินท่านเจ้าเมืองที่สั่งบ่าวไว้ว่าหากเขากลับมาให้มาพบนางทันที"มานั่งใกล้ๆ ป้าเร็วอาหยาง" เว่ยหยางเดินไปนั่งที่นั่งติดกับท่านป้าของตน"อีกสองวันป้าจะจัดงานเลี้ยงน้ำชา เจ้าอย่าได้ปฏิเสธเชี่ยว" เว่ยหยางอดขนลุกไม่ได้เมื่อเห็นสายตาของท่านป้าที่มองมา"ได้ขอรับ" เขาจำต้องรับปาก เพราะครั้งที่แล้วตนก็ไม่ยอมเข้าร่วมงานเลี้ยง"เช่นนั้นเจ้าก็ไปพักเสียเถิด ป้าไม่รบกวนเจ้าแล้ว" "เสี่ยวจินเจ้าไปสืบเสียหน่อยว่าท่านหญิงมาพบท่านป้าข้าด้วยเรื่องอันใด" เพราะเขาสังหรณ์ใจว่าเรื่องที่นางในครั้งนี้ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเขาแน่"คุณชายไม่มีบ่าวคนใดทราบเลยขอรับ ฮูหยินปิดประตูเรือนพูดคุยกับท่านหญิงเพียงลำพังขอรับ" เว่ยหยางแทบอยากจะถีบบ่าวสนิทที่ไม่อาจสืบเรื่องอันใดมาได้เลยสองวันต่อมาจือลู่ก็ไปแต่งหน้าให้คุณหนูสวีที่จวนของนางทั้งยังจัดเต็มดูแลเสื้อผ้าเครื่องประดับให้นางจนถูกใจ มอบเงินรางวัลให้จือลู่มากมายถึงห้าร้อยตำลึง"แม่นางเสิ่นท่านต
เพราะว่าอยู่ใกล้กันมากลมหายใจของนางเขายังสัมผัสได้ ใบหูของเว่ยหยางเริ่มจะแดงขึ้นมา เมื่อเขาก้มหน้าลงจือลู่ก็จับหน้าเข้าไว้ให้เงยขึ้น มือนางที่สัมผัสใบหน้าทำให้เว่ยหยางภายในอกสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมา"อีกประเดี๋ยวเดียว ท่านอยู่นิ่งๆหน่อย" เพราะนางต้องลงรองพื้นหลายตัว จือลู่จึงไปยกเก้าอี้มานั่งอยู่ด้านหน้าของเว่ยหยาง ขาทั้งสองข้างของนางจึงอยู่ติดกับขาของเขา ดวงตาของนางจับจองแค่เพียงผิวหน้าของเว่ยหยางที่ต้องการให้เป็นไปตามใจของนาง เว่ยหยางแทบต้องกลั้นหายใจเพราะขาทั้งสองข้างที่สัมผัสกับขาของจือลู่ หน้าของนางที่ใกล้ชิดกับใบหน้าของเขา เว่ยหยางเผลอกลืนน้ำลายอยู่หลายครั้ง "กระหายน้ำหรือ" จือลู่เอ่ยถามขึ้น"มะ ไม่ต้อง" เขาเอ่ยรั้งนางไว้ก่อนที่นางจะเรียกให้สาวใช้หาน้ำมาให้เว่ยหยาง"ใกล้แล้ว ท่านอดทนอีกประเดี๋ยวเดียว" จือลู่คิดว่าเขาหิวน้ำ และร้อนจึงเอ่ยขึ้นเว่ยหยางก็ร้อนจริงเช่นที่นางคิด แต่ไม่ใช่เพราะอากาศแต่เป็นเพราะได้ใกล้ชิดกับจือลู่มากเกินไป เขาที่ทั้งชีวิตทุ่มเทให้กับการฝึกวรยุทธและสนามรบก็ไม่เคยได้ใกล้ชิดกับสตรีเช่นนี้ แม้สหายจะชวนไปเที่ยวหอนางโลมตัวเขาที่ไม่ชอบกลิ่นฉุนจากเครื่องหอ
ภายในคุกที่ว่าการเมืองเป่ยหาน ต้าอู๋และนางกงซื่อมิรู้ว่าพวกตนถูกจับมาได้อย่างไร ชินอ๋องที่ยืนมองทั้งคู่อยู่ภายนอก ก็เดินปรากฏตัวเขาไปด้านในต้าอู๋และกงซื่อเมื่อรู้ว่าผู้มาเยือนคนใหม่คือชินอ๋องสามีที่แท้จริงของจ้าวเหยียนก็รีบคุกเข่าโขกศีรษะอย่างร้อนตัวชินอ๋องพูดเรื่องที่ทั้งคู่ทุบตีจือลู่และหนิงเฉิงทั้งยังจะยกจือลู่ให้พ่อหม้ายจง ต้าอู๋กับนางกงซื่อเงยหน้ามองชินอ๋องอย่างแปลกใจ แม้นางกงซื่อจะเคยคิดเช่นที่ชินอ๋องพูด แต่นางก็ไม่ได้ทำและไม่เคยมีผู้ใดล่วงรู้มาก่อนชินอ๋องมิรอฟังคำแก้ตัวของต้าอู๋และนางกงซื่อ เขาสั่งให้ทหารโบยทั้งคู่คนละสามสิบไม้ก่อนจะเนรเทศไปใช้แรงงานที่เหมืองทางตอนใต้ของแคว้นขบวนเดินทางของชินอ๋องเสียเวลาอยู่ที่เมืองเป่ยหานเพียงห้าวันเท่านั้น นอกจากที่เขาจัดการเรื่องของต้าอู๋และนางกงซื่อแล้ว ยังให้จือลู่จัดการเรื่องร้านค้าของนาง และเติมสินค้าอย่างเต็มที่หลังจากออกเดินทางจากเมืองเป่ยหานมาได้ห้าวันก็ถึงเมืองเป่ยโจว จือลู่นางต้องไปอยู่ที่จวนของเว่ยหยาง แต่เพราะต้องปรับปรุงจวนเสียใหม่นางกับเว่ยหยางจึงอาศัยอยู่ในตำหนักเสียก่อนผ่านมาได้ครึ่งปีเรื่องมงคลของตำหนักอ๋องก็มีมาเยือน เ
วันต่อมา จือลู่ถูกปลุกตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง จ้าวเหยียนก็มาที่เรือนของนางเพื่อช่วยนางแต่งตัว วันงานจือลู่มิได้แต่งหน้าเอง แต่คนที่แต่งให้ก็เป็นมือหนึ่งในร้านอ้ายเสิ่นของนาง นับว่าฝีมือที่แต่งออกมาใกล้เคียงกับของจือลู่ยิ่งนักจ้าวเหยียนเป็นคนหวีผลให้จือลู่และสวมผ้าคลุมหน้าให้นาง จ้าวเหยียนหันไปปาดน้ำตา เพราะเป็นงานมงคลไม่อาจหลั่งน้ำตาออกมาได้"ลู่เออร์ ไม่ว่าเจ้าจะออกเรือนไปแล้ว อย่างไรก็เป็นลูกของข้าอยู่เสมอ" จือลู่เงยหน้ามองจ้าวเหยียนที่ดวงตาแดงก่ำจากการกลั้นน้ำตาไว้"ท่านแม่ ท่านก็คือมารดาของข้าเช่นกันเจ้าค่ะ" คำพูดของนางหากคนนอกฟังอาจจะดูแปลกๆ แต่สองคนแม่ลูกล้วนเข้าใจกันอย่างดี จือลู่กอดเอวของจ้าวเหยียนแน่น ก่อนจะปล่อยให้นางได้ออกไปจัดการเรื่องด้านหน้าตำหนักเสียงฆ้องดังมาแต่ไกล ขบวนเจ้าบ่าวที่มารับเจ้าสาวยาวเหยียดจะมองไม่เห็นท้ายขบวน สินเดิมของเจ้าสาวที่กองไว้เพื่อนำออกจากตำหนักก็มากมายเสียทำให้คนอิจฉาตาร้อนเว่ยหยางพาจือลู่คำนับชินอ๋องกับจ้าวเหยียนก่อนจะพานางออกไปจากตำหนัก หนิงเฉิงแบกพี่สาวไปส่งที่เกี้ยวแปดคนหามหลังงาม จ้าวเหยียนยืนมองส่งจือลู่ด้วยดวงตาที่เอ่อไปด้วยน้ำตา ชินอ๋องจึ
ชินอ๋องเมื่อเห็นจ้าวเหยียนปลอดภัยแล้ว นางเพียงหลับไปเพราะอ่อนเพลียจึงได้ออกมาดูบุตรทั้งสาม ก็เห็นว่าจือลู่และหนิงเฉิงเฝ้าน้องของพวกเขาอยู่"ท่านพ่อ ดูน้องของข้า เหตุใดถึงได้น่าเกลียดเช่นนี้ขอรับ" หนิงเฉิงใช้นิ้วจิ้มไปที่หน้าน้องสาวคนเล็กเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ส่วนน้องชายทั้งสองล้วนแล้วแต่น่าเกลียดในสายตาของเขา"ตอนเจ้าเกิดเจ้าก็น่าเกลียดเช่นนี้" จือลู่หยอกเย้าน้องชายของตน นางก็กำลังเขี่ยแก้มของเด็กแฝดทั้งสามชินอ๋องมองลูกทั้งสามที่นอนหลับอยู่อย่างรักใคร่ ก่อนที่เขาจะอุ้มบุตรสาวคนเล็กขึ้นมา "ฉีซิงเยียน""ซิงเยียน น้องต้องงดงามกว่าพี่หญิงแน่นอนขอรับ" หนิงเฉิงพูดขึ้น จือลู่หันไปมองสองพ่อลูกที่เห่อน้องสาวคนเล็กของบ้านอย่างเอือมๆแฝดคนโตชื่อ หนิงเทียน คนรองชื่อหนิงหวง ทั้งคู่มีคำว่าหนิงเช่นเดียวกับพี่ชายของเขา"ท่านพี่ ลูกเล่าเจ้าคะ" กว่าจ้าวเหยียนจะตื่นก็เข้าสู่อีกวันแล้ว นางลืมตาก็ถามหาบุตรทั้งสามที่นางเพิ่งคลอด เพราะก่อนที่จะหมดสติไปนางรู้เพียงว่าเด็กทั้งสามล้วนแล้วแต่แข็งแรงดีชินอ๋องให้แม่นมพาบุตรทั้งสามเข้ามาให้จ้าวเหยียนได้ดู และบอกนางถึงชื่อที่เขาตั้งให้บุตรทั้งสาม"เจ้าพักผ่อนเสียให้
เว่ยหยางรีบกลับจวนพร้อมนำข่าวไปแจ้งให้บิดามารดาส่งแม่สื่อไปที่ตำหนักอ๋องข่าวเรื่องที่ตระกูลเว่ยส่งแม่สื่อล่วงรู้ไปถึงองค์ชายรอง ก่อนที่เขาจะออกจากวังไปจัดการกับเว่ยหยางก็โดนฮ่องเต้เรียกตัวเข้าพบ"เจ้ารอง เจ้ามั่นใจมากเพียงใดที่จะจัดการกับแม่ทัพเว่ย" ฮ่องเต้ยกชาขึ้นดื่มอย่างใจเย็น เหมือนเรื่องที่พระองค์ถามบุตรเป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศ"เสด็จพ่อ ท่านพระราชทานสมรสให้ลูกได้" เขาเอ่ยขึ้นอย่างเอาแต่ใจ"เจ้ากล้ามีเรื่องกับชินอ๋องใช่หรือไม่" ฮ่องเต้จ้องบุตรชายอย่างดุดัน"ลูก ลูก เสด็จพ่อเป็นถึงฮ่องเต้ ชินอ๋องจะมีอำนาจมากกว่าท่านได้อย่างไร""โง่เขลานัก" ฮ่องเต้ขว้างถ้วยน้ำชาลงพื้นอย่างมีโทสะ"หากน้องห้าต้องการบัลลังก์ เจ้าคิดหรือว่าเจิ้นจะได้นั่งเช่นทุกวันนี้" เพราะน้องชายของเขามิคิดจะขึ้นเป็นฮ่องเต้ และช่วยเหลือเขาจนได้นั่งบัลลังก์เช่นทุกวันนี้ เรื่องทุกเรื่องชินอ๋องไม่เคยยื่นมือเข้ามายุ่ง หากพระองค์เข้าไปจัดการเรื่องในตำหนักคงได้เกิดปัญหาแน่"หากเจ้ายังคิดว่าตนเองต่อกรได้ เจิ้นก็ไม่ห้าม ไม่ว่าเกิดอันใดขึ้นเจิ้นมิอาจช่วยเหลือเจ้าได้""เสด็จพ่อ" องค์ชายรองตกใจ เพราะไม่ว่าสิ่งใดเสด็จพ่อเสด็จแ
ฮองเฮาที่ต้องการผูกสัมพันธ์กับชินอ๋องจึงอยากได้จือลู่มาเป็นพระชายาให้กับองค์ชายรอง เพราะฮ่องเต้ย่อมถามความคิดเห็นของชินอ๋องเรื่องแต่งตั้งองค์รัชทายาทหากองค์ชายรองได้แต่งจือลู่ ชินอ๋องย่อมต้องเข้าข้างบุตรเขยของตนเพื่อให้บุตรสาวได้ขึ้นเป็นฮองเฮาในอนาคต เมื่อเห็นว่าชินอ๋องจะขอตัวกลับแล้ว ฮองเฮาจึงพูดเรื่องหมั้นหมายขึ้นมาอีกครั้ง"กระหม่อมยังมิคิดให้ลู่เออร์ออกเรือนพ่ะย่ะค่ะ" ชินอ๋องตัดบทด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา ก่อนจะพาจ้าวเหยียนและบุตรทั้งสองกลับตำหนัก"ท่านพี่ข้าคิดว่าฮองเฮาคงไม่ยอมหยุดเรื่องของลู่เออร์" จ้าวเหยียนเอ่ยด้วยความกังวล"มีข้าอยู่นางจะทำอันใดได้" ชินอ๋องกอดปลอบจ้าวเหยียน เขามองออกไปด้านนอกหน้าต่างรถม้าอย่างใช่ความคิดเว่ยหยางที่รู้เรื่องฮองเฮาต้องการทาบทามจือลู่ให้องค์ชายรองก็ร้อนใจจนมาที่ตำหนักอ๋องแต่เช้า"เปิ่นหวางไม่ได้เรียกเจ้ามิใช่หรือท่านแม่ทัพเว่ย" เขาปรายตามองบุรุษหน้าหนาที่ร้อนใจมาที่ตำหนักแต่เช้า"กระหม่อมมีเรื่องอยากทูลพระองค์พ่ะย่ะค่ะ" ชินอ๋องเดินนำเว่ยหยางไปที่ห้องตำรา เพราะเขารู้ดีว่าเว่ยหยางมาด้วยเรื่องอันใด"ว่ามา" ชินอ๋องนั่งลงแล้วเอ่ยถามโดยไม่ได้หันไปมองเว่ย
วิญญาณดวงใหม่เข้ามาแทนที่ ชินอ๋องจ้องมองภาพตรงหน้าอยากแปลกใจ เมื่อจือลู่ที่มาจากอีกภพลืมตาขึ้น สิ่งที่นางพึมพำออกมาชินอ๋องรู้ได้ทันทีว่านี่คือจือลู่ที่มาอีกภพหนึ่ง"ท่านพี่ ท่านพี่" เสียงเรียกของจ้าวเหยียนปลุกให้ชินอ๋องตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายของเขา"เหยียนเหยียน" ชินอ๋องลูบไปที่ใบหน้าของนาง ก่อนจะดึงนางเข้ามาสวมกอดแล้วร้องไห้เงียบๆ"ท่านเป็นอันใดไปเจ้าคะ ฝันเรื่องอันใดถึงได้เป็นเช่นนี้" จ้าวเหยียนมองชินอ๋องอย่างไม่เข้าใจ เพราะเขาทั้งร้องไห้ทั้งตะโกนจึงทำให้นางตื่นขึ้นมาชินอ๋องเล่าเรื่องความฝันของเขาให้จ้าวเหยียนฟัง พอถึงตอนที่ต้องเสียน้องและจือลู่เสียงของเขาสั่นขึ้นด้วยความหวาดกลัว กลัวว่าจะเป็นเรื่องจริง"ท่านพี่หากข้าบอกว่าเรื่องทั้งหมดที่ท่านฝันคือเรื่องจริงท่านจะเชื่อหรือไม่" จ้าวเหยียนจับใบหน้าของชินอ๋องแล้วจ้องมองเขาอย่างจริงจังนางเล่าเรื่องที่นางเสียชีวิตลง และได้ไปอยู่ที่ภพใหม่ แม้ชินอ๋องจะรู้แล้ว แต่เรื่องที่นางรู้ว่าเรื่องทั้งหมดของพวกเขาเป็นเพียงแค่นิยายเรื่องหนึ่งเท่านั้นแต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่นางจบชีวิตลงเป็นเช่นที่เขาเห็นความรันทดของบุตรทั้งสองเป็นเรื่องจริง ที่ครั้
เมื่อถึงห้องทรงอักษรของฮ่องเต้ หวังกงกงก็รีบพาชินอ๋องเข้าไปด้านใน ฮ่องเต้ที่เห็นน้องชายที่ไม่ได้พบหลายปีก็เรียกให้เข้าไปหาอย่างเร็ว แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะได้พูดคุยกัน เสียงร้องของเสียนเฟยที่ดังอยู่หน้าตำหนักก็ดังเข้ามาถึงด้านใน"พระองค์จะทำให้นางเงียบเสียงลงหรือให้กระหม่อมช่วยทำให้นางเงียบ" ชินอ๋องหมุนจอกน้ำชาเล่นแล้วถามด้วยเสียงเหนื่อยหน่าย"หวังกงกง" ฮ่องเต้รีบโบกมือให้หวังกงกงไปจัดการส่งเสียนเฟยกลับตำหนักและอย่าได้เสนอหน้ามาอีก"เกิดเรื่องอันใดขึ้นน้องห้า" ชินอ๋องเล่าเรื่องที่เสนาบดีเกาส่งมือสังหารไปลอบทำร้ายเขาและครอบครัวให้ฮ่องเต้ฟัง"เหอะ โง่เขลานัก" ฮ่องเต้สบถขึ้นเสียงดัง เพราะเหตุการณ์แย่งชิงบัลลังก์ทำให้เสนาบดีเการอดพ้นหายนะมาได้ แต่ดันหาเรื่องตายไม่เลิกฮ่องเต้เขียนพระราชโองการสั่งให้ประหารเสนาบดีเกา และยึดทรัพย์จวนเกาพร้อมทั้งเนรเทศคนในตระกูลทั้งหมด โทษฐานลอบสังหารเชื้อพระวงศ์เมื่อได้ยินราชโองการของฮ่องเต้ ชินอ๋องก็มีสีหน้าที่ดีขึ้น เขายังร่วมดื่มสุรากับพี่ชายอยู่นานสองนาน พูดคุยเรื่องที่ผ่านมาและเรื่องที่หาจ้าวเหยียนและบุตรทั้งสองพบกลับถึงตำหนักก็พบว่าจ้าวเหยียนนางเข้านอนเร
ชินอ๋องที่อยู่ด้านนอกก็คลายความกังวลลง และเปลี่ยนมาเป็นยินดีแทน เพราะเขาที่ชนะสงครามแล้วยังมีข่าวมงคลเกิดขึ้นอีก จึงให้กุนซือไปประกาศเมื่อกลับถึงค่ายทหารที่เมืองเป่ยโจว พระองค์จะเลี้ยงมื้อใหญ่ให้กับทหารทุกนายเพราะจ้าวเหยียนตั้งครรภ์ คนขับรถมาจำต้องระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น การเดินทางจากที่สองวันต้องถึงจึงช้าออกไปเป็นถึงในวันที่สาม จือลู่และหนิงเฉิงก็ได้ออกมารอรับบิดามารดาอยู่ที่หน้าประตูเมืองเมื่อทั้งคู่ได้รู้เรื่องที่มารดาตั้งครรภ์ก็รีบไปดูนางที่รถม้าด้วยความเป็นห่วง แต่เมื่อเห็นสีหน้าของมารดาที่ปกติต่างก็ถอนหายใจอย่างโล่งใจ"ท่านแม่ ท่านเรียกให้หมอมาจ่ายยาดีหรือไม่ขอรับ" หนิงเฉิงที่เป็นกังวลกลัวว่าน้องของตนจะไม่แข็งแรง"เฉิงเออร์เจ้าลืมไปหรือไร ว่าท่านแม่มียาของนางเอง" จือลู่เอ่ยขึ้น และเป็นเช่นที่นางพูด เพราะภายในกล่องของจ้าวเหยียนเวลานี้มียาบำรุงครรภ์ให้นางมากมาย"ข้าลืมไปขอรับ" เขาเกาหัวอย่างแก้เก้อ"ลู่เออร์ เฉิงเออร์ เจ้าพามารดากลับตำหนักไปเสียก่อน พ่อมีเรื่องที่ต้องหารือเพิ่มประเดี๋ยวตามพวกเจ้าไปทีหลัง" ชินอ๋องส่งลูกกับเมียกลับตำหนักก็ต้องมาหารือเรื่องที่ต้องเดินทางเข้าเมืองหลว
ชินอ๋องไม่รอคำตอบเขาดึงจ้าวเหยียนเข้ามาในอ้อมอก และชักกระบี่และฟันลงไปที่แขนของทหารที่ลอบเข้ามาทั้งสองข้าง เสียงร้องของทั้งสองคนเรียกให้คนอื่นรีบมาดู"ลากพวกมันไป" องครักษ์ของชินอ๋องเข้าไปถอดกรามก่อนที่ทั้งคู่จะกัดพิษในปากชินอ๋องพาจ้าวเหยียนไปส่งที่กระโจมและกำชับให้องครักษ์ของตนคอยดูแลนางที่หน้ากระโจมก่อนที่เขาจะไปสอบสวนสายลับของแคว้นหนานทั้งสองคนนับจากนั้นจ้าวเหยียนนอกจากมีพานเยว่ติดตามแล้วก็มีองครักษ์ของชินอ๋องอีกสองคนค่อยติดตามนาง เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชินอ๋องจึงเร่งออกรบเร็วขึ้น เรื่องเสบียงก็ไม่ต้องกังวล จือลู่นางส่งมาให้ไม่ขาด แถมยังมีของบิดามารดาและเว่ยหยางอีกสองคันรถด้วยจ้าวเหยียนเมื่อเห็นของที่จือลู่ส่งมาให้ก็หลุดหัวเราะออกมา เพราะนางส่งกันแดดและครีมบำรุงมาให้จ้าวเหยียนด้วยเสียมากมาย ชินอ๋องมองพระชายาของตนดูของที่บุตรีฝากมาให้อย่างมึนงง เมื่อรู้ว่าคือสิ่งใดเขาก็อดที่จะส่ายหัวไม่ได้แต่ที่เขาไม่พอใจคือนอกจากตนและจ้าวเหยียนจะได้ของจากจือลู่แล้ว เว่ยหยางก็ยังได้ด้วย เพียงแต่ของเว่ยหยางเป็นเสื้อกันหนาวและผ้าห่ม ชินอ๋องที่เห็นก็แทบจะเข้าไปแย่งมาเก็บไว้แต่ก็โดนจ้าวเหยียนดึงรั