เพราะว่าอยู่ใกล้กันมากลมหายใจของนางเขายังสัมผัสได้ ใบหูของเว่ยหยางเริ่มจะแดงขึ้นมา เมื่อเขาก้มหน้าลงจือลู่ก็จับหน้าเข้าไว้ให้เงยขึ้น มือนางที่สัมผัสใบหน้าทำให้เว่ยหยางภายในอกสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมา"อีกประเดี๋ยวเดียว ท่านอยู่นิ่งๆหน่อย" เพราะนางต้องลงรองพื้นหลายตัว จือลู่จึงไปยกเก้าอี้มานั่งอยู่ด้านหน้าของเว่ยหยาง ขาทั้งสองข้างของนางจึงอยู่ติดกับขาของเขา ดวงตาของนางจับจองแค่เพียงผิวหน้าของเว่ยหยางที่ต้องการให้เป็นไปตามใจของนาง เว่ยหยางแทบต้องกลั้นหายใจเพราะขาทั้งสองข้างที่สัมผัสกับขาของจือลู่ หน้าของนางที่ใกล้ชิดกับใบหน้าของเขา เว่ยหยางเผลอกลืนน้ำลายอยู่หลายครั้ง "กระหายน้ำหรือ" จือลู่เอ่ยถามขึ้น"มะ ไม่ต้อง" เขาเอ่ยรั้งนางไว้ก่อนที่นางจะเรียกให้สาวใช้หาน้ำมาให้เว่ยหยาง"ใกล้แล้ว ท่านอดทนอีกประเดี๋ยวเดียว" จือลู่คิดว่าเขาหิวน้ำ และร้อนจึงเอ่ยขึ้นเว่ยหยางก็ร้อนจริงเช่นที่นางคิด แต่ไม่ใช่เพราะอากาศแต่เป็นเพราะได้ใกล้ชิดกับจือลู่มากเกินไป เขาที่ทั้งชีวิตทุ่มเทให้กับการฝึกวรยุทธและสนามรบก็ไม่เคยได้ใกล้ชิดกับสตรีเช่นนี้ แม้สหายจะชวนไปเที่ยวหอนางโลมตัวเขาที่ไม่ชอบกลิ่นฉุนจากเครื่องหอ
หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันเว่ยหยางก็มาพบสองพี่น้องที่จวน เพื่อบอกว่าชินอ๋องกำลังเดินทางจากเป่ยโจวเขตแดนเหนือมาที่เป่ยหานเพื่อพบสองพี่น้องจือลู่ตบบ่าน้องชายเพื่อไม่ให้กังวลไปก่อน เพราะไม่รู้ว่าเมื่อเจอแล้วเรื่องราวจะเป็นเช่นไรค่อยคิดอ่านกันในภายหลัง สองพี่น้องยังใช้ชีวิตเช่นเดิมมิได้เปลี่ยนแปลงเมื่อรู้ว่าจะได้พบบิดาที่แท้จริงผ่านไปสิบกว่าวันหนิงเฉิงก้ได้เข้าร่วมสอบซิ่วไฉ ครั้งนี้จัดที่เมืองเป่ยหานเข้าจึงไม่ต้องเดินทางไปสอบที่เมืองอื่น จือลู่ไปส่งน้องชายที่สนามสอบด้วยตนเองเพราะต้องอยู่ในสนามสองถึงสามวัน จือลู่จึงจัดเตรียมสิ่งของที่จำเป็นให้กับหนิงเฉิงอย่างมากมาย แต่หนิงเฉิงก็หยิบออกเสียมากมายเช่นกัน"พี่หญิง ไม่ต้องห่วงข้า ข้าไปสอบนะขอรับ" นางย้ำเตือนพี่สาวว่านางไปสอบมิได้ไปออกรบ จือลู่จึงได้หยุดเติมของให้เขา"พี่หญิงท่านกลับจวนไปก่อนขอรับ ข้าจะเข้าไปด้านในแล้ว""สอบไม่ผ่านไม่เป็นไร เจ้ายังอายุน้อย ปีหน้าสอบใหม่ก็ยังได้" จือลู่ที่ดูจะเคร่งเครียดกว่าน้องชายเสียอีก ก็กำชับน้องชายอีกรอบ"ข้าเข้าใจแล้วขอรับ" หนิงเฉิงผลักพี่สาวให้ขึ้นไปบนรถม้า เพราะครั้งนี้นางไม่ได้สวมหมวดปิดบังใบหน้า ชาวบ
"พวกเจ้านามว่าจือลู่กับหนิงเฉิงหรือ" ชินอ๋องเอ่ยขึ้นเมื่อเข้ามานั่งแล้วต่างนิ่งเงียบไปนาน"เพคะ/พ่ะย่ะค่ะ" "พ่อขอโทษ ที่ทำให้พวกเจ้ากับแม่ของเจ้าลำบากเช่นนี้" ทั้งคู่หันไปมองชินอ๋องอย่างตกใจ เพราะน้ำเสียงที่สั่นเครือจากความรู้สึกผิดในใจหนิงเฉิงข่มไม่ให้น้ำตาไหลออกมาจนตาของเขาแดงก่ำ จือลู่ก็ก้มหน้าลงเมื่อนึกถึงความทรงจำเก่าที่ร่างเดิมได้รับหลังจากที่สิ้นมารดา เมื่อเห็นว่าสองคนพี่น้องต่างตกอยู่ในความคิดของตนเอง หมอโยวและเว่ยหยางจึงถอยออกจากห้องไป เพื่อให้พ่อลูกได้ปรับความเข้าใจกันชินอ๋องสอบถามเรื่องราวของจ้าวเหยียนจากบุตรทั้งสองเรื่องทั้งหมดของนาง จือลู่และหนิงเฉิงจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง เมื่อชินอ๋องได้ฟังเรื่องราวหลังจากที่จ้าวเหยียนเสียชีวิตลง สองพี่น้องถูกพี่ชายของจางเหล่ยรังแกเช่นใดก็ตบโต๊ะเสียงดัง เขาแทบอยากจะเดินทางไปฆ่าต้าอู๋กับนางกงซื่อประเดี๋ยวนี้หนิงเฉิงเล่าเรื่องที่พี่สาวถูกกักขังทุบตีจนวิญญาณหลุดออกจากร่างด้วยน้ำตานองหน้า เพราะแค้นใจที่ตนช่วยอันใดไม่ได้ แม้แต่สินเดิมที่ติดตัวมารดามาจากเมืองหลวงก็เหลือเพียงน้อยนิดเพราะทั้งคู่นำไปขายแลกเงิน โทสะของชินอ๋องพุ่งขึ้นถึงข
วันต่อมาจือลู่และหนิงเฉิงพาชินอ๋องไปที่หมู่บ้านเพื่อดูเรือนที่พวกเขาอยู่กับมารดา หัวหน้าหมู่บ้านเมื่อทราบเรื่องต่างก็มารอต้อนรับ ชินอ๋องยังตกรางวัลให้ท่านปู่ชุยและชาวบ้านที่ช่วยดูแลสองพี่น้องหลังจากที่จ้าวเหยียนเสียชีวิตลงสองพี่น้องยืนมองบิดาที่กำลังเดินสำรวจไปรอบๆเรือนอย่างเหม่อลอย คงเพราะไม่เคยคิดว่าสิบกว่าปีพระชายาที่ได้รับความสุขสบายมาทั้งชีวิตจะต้องมาอยู่ภายในเรือนที่เล็กเหมือนรังหนูเช่นนี้สองพี่น้องที่เห็นบิดาเศร้าสร้อยก็เดินเข้ามาจับแขนไว้ และเอ่ยปลอบประโลม"ท่านพ่อ ท่นาแม่มิได้รับความลำบากเช่นที่ท่านคิดขอรับ" หนิงเฉิงเอ่ยปลอบบิดาแล้วเล่าเรื่องที่จางเหล่ยล้วนลงมือทำทุกอย่างแทนมารดาที่จางเหล่ยต้องเสียชีวิตเพราะเขาไม่อยากให้พระชายานำสินเดิมออกมาขายจึงได้ขึ้นเขาล่าสัตว์หาสมุนไพรไปขายอยู่เสมอ จนวันหนึ่งระหว่างที่ลงจากเขาฝนเกิดตกขึ้นมาทำให้ทางลื่นจึงทำให้จางเหล่ยตกเขาจนเสียชีวิตชินอ๋องที่ได้ฟังเรื่องราวก็ไม่อาจโทษใครได้นอกจากโทษตัวเขาเอง เมื่อสำรวจเรือนอยู่นานหัวหน้าหมู่บ้านก็พาทั้งหมดไปที่หลุมฝั่งร่างของจ้าวเหยียน ชินอ๋องคุกเข่าลงลูบดินบนหลุมศพ ชาวบ้านที่ติดตามมาจนถึงองครักษ์ข
หลังจากนั้นสองวันจือลู่ก็จัดการเรื่องร้านอ้านเสิ่นโดยนางให้ผู้ดูแลส่งบัญชีของร้านให้นางทุกสามเดือน และนางได้คืนใบซื้อขายทาสให้กับคนตระกูลตู้และหญิงสาวในร้านอ้ายเสิ่นทั้งหกคน แต่ทุกคนก็ล้วนแล้วแต่จะทำงานที่นางต่อ นางจึงจ่ายเงินค่าจ้างเช่นทุกเดือนตามปกติครอบครัวของพ่อบ้านฉินติดตามจือลู่ไปอยู่ที่เป่ยโจว รวมถึงคนตระกูลตู้ทั้งหมดด้วย จือลู่จึงให้เสี่ยวอีขึ้นมาดูแลสำนักขายข่าวที่เมืองเป่ยหานเต็มตัว เพราะหนานกงจะเป็นคนไปดูแลสำนักซื้อขายข่าวที่เมืองเป่ยโจวให้นาง ต่อไปสามหัวเมืองที่ท่านพ่อนางดูแลนางก็จะเปิดสำนักซื้อขายข่าวด้วยขบวนเดินทางของชินอ๋องพร้อมบุตรทั้งสองมีผู้ติดตามเกือบร้อยคน ท่านปู่ชุยยังพาชาวบ้านมาส่งพวกเขาที่หน้าประตูเมืองอีกด้วย "ลู่เออร์จากกันครั้งนี้ไม่รู้จะได้พบพวกเจ้าหรือไม่ ย่าหวังว่าพวกเจ้าสองพี่น้องจะใช้ชีวิตอย่างดี" ท่านย่าชุยจับมือสองพี่น้องบอกลาทั้งน้ำตาจือลู่กล่าวขอบคุณและบอกลาทุกคนก่อนจะขึ้นรถม้าพร้อมหนิงเฉิงแล้วเริ่มออกเดินทาง เมื่อขบวนเริ่มออกเดินทางนางเปิดผ้าม่านหันกลับไปมองเมืองที่นางทะลุมิติมาครั้งแรกแล้วถอนหายใจ เพราะไม่รู้ว่าเมืองเป่ยโจวจะเกิดเรื่องราวอันใด
ชินอ๋องที่กลับจวนมาพร้อมกับหนิงเฉิงที่ทั้งคู่ออกไปค่ายทหารด้วยกันก็พบจือลู่นั่งดื่มชารออยู่ในห้องโถงเรือนหลัก"ลู่เออร์เหตุใดวันนี้เจ้าถึงได้กลับถึงเรือนก่อนพ่อเล่า" ชินอ๋องเมื่อนั่งลงแล้วก็เอ่ยถามบุตรีขึ้น"ข้าไปพบเจอเรื่องน่าสนใจมาเจ้าค่ะ" ชินอ๋องกับหนิงเฉิงที่เห็นรอยยิ้มน่ากลัวพร้อมกับสายตาของจือลู่ก็อดที่จะขนลุกไม่ได้จือลู่เล่าเรื่องที่คุณหนูเจียประกาศต่อหน้านางเรื่องชินอ๋องจะรับนางเข้าเป็นพระชายาคนใหม่ หนิงเฉิงหันไปมองบิดาเพื่อรอคำตอบว่าจริงเท็จหรือไม่"ผายลม ข้าไม่เคยพูดคุยกับนางเลยสักครั้ง" ชินอ๋องมีโทสะขึ้นทันที"หากท่านอยากแต่งพระชายาคนใหม่ ข้ากับเฉิงเออร์ก็ไม่คิดจะห้ามท่านเจ้าค่ะท่านพ่อ" จือลู่พูดออกมาจากใจ วัยของชินอ๋องเพียงสามสิบกว่าหนาวเท่านั้น แม้แต่สาวใช้ข้างห้องยังไม่มี นางก็อดที่จะเห็นใจผู้เป็นบิดาไม่ได้"อย่าริอาจเป็นแม่สื่อให้พ่อเด็ดขาด" ชินอ๋องชี้หน้าจือลู่ เพราะรู้ถึงความคิดนาง"ข้าไม่คิดจับคู่ให้ท่านแน่นอนท่านพ่อ แต่ท่านมิคิดหรือว่าคำพูดของคุณหนูเจีย ชาวเมืองเป่ยโจวคงเชื่อนางไปแล้ว" จือลู่เริ่มเข้าแผนการของนาง"เช่นนั้นท่านก็หาบุรุษที่เหมาะสมกับนางให้ออกเรือนดีห
รุ่งเช้าสามพ่อลูกจึงออกจากตำหนักมุ่งสู่ค่ายทหาร จือลู่กับอีอีที่อยู่ในชุดบุรุษแล้วยังแปลงโฉมทั้งคู่จึงเดินเข้าไปในค่ายโดยไม่มีสายตาของทหารคนใดที่สนใจ ชินอ๋องที่เห็นเช่นนั้นก็พยักหน้าอย่างชอบใจเมื่อจือลู่เดินเข้ามาภายในกระโจมทำงานของชินอ๋อง เว่ยหยางที่เรียกสายลับมารอต่างก็จ้องมองมาที่นางอย่างสนใจ ฝีมือของนางช่างทำให้คนที่พบเจออดตกตะลึงไม่ได้"เริ่มลงมือเถิด"ชินอ๋องสั่งขึ้น อีอีก็นำกล่องเครื่องสำอางมาวางบนโต๊ะ แล้วเริ่มหยิบของที่จือลู่ต้องใช้ออกมา "ให้ข้าลองแต่งคนใดขอรับ" จือลู่ดัดเสียงให้ต่ำลง"ข้าเองขอรับ"ก่อนที่ชินอ๋องจะชี้ไปที่หนึ่งในสายลับ เว่ยหยางก็เอ่ยเสนอตัวเสียก่อน เมื่อเห็นว่าชินอ๋องพยักหน้ายินยอมเว่ยหยางก็เดินไปนั่งด้านหน้าของจือลู่"ประเดี๋ยว" ชินอ๋องเอ่ยขัด เมื่อจือลู่กำลังจะจับใบหน้าของเว่ยหยางเพื่อทำความสะอาดคนในกระโจมหันไปมองที่ชินอ๋องที่ตะโกนขึ้นอย่างตกใจ จือลู่เลิกคิ้วเพื่อรอฟังว่าบิดาของนางจะพูดเรื่องอันใด"เฉิงเออร์ เจ้ามานั่งแทนรองแม่ทัพ" ชินอ๋องโบกมือไล่ให้เว่ยหยางลุกขึ้น ก่อนที่เขาจะจับจ้องรองแม่ทัพของตนอย่างพิจารณาจือลู่เมื่อเปลี่ยนเป็นเฉิงเออร์นางก็มิได้สนใจ
ทางแคว้นหนานกำลังเตรียมเสบียงเพื่อทำสงครามเป็นเรื่องจริง เช่นนั้นชายแดนเหนือก็นับว่าไม่ปลอดภัย ข่าวนี้จือลู่ก็ได้ยินมาจากคนของนางแล้ว นางได้กว้านซื้อเสบียงจากเมืองรอบด้านเก็บไว้ เพียงแต่ยังไม่ได้บอกชินอ๋อง เขาก็เรียกพวกนางเข้ามาพูดคุยเสียก่อน"ท่านพ่อคิดอ่านเช่นใดเจ้าคะ" "พ่อเป็นห่วงพวกเจ้าสองคน จึง" "ข้าจะอยู่ที่นี่ขอรับ" ชินอ๋องที่ยังพูดไม่จบก็ถูกหนิงเฉิงเอ่ยขึ้นอย่างจริงจังเสียก่อนจือลู่จึงเล่าเรื่องที่นางซื้อเสบียงเก็บไว้จากหลายๆเมืองแล้ว หากเสบียงจากเมืองหลวงมาไม่ทัน หรือจะใช้เสบียงเลี้ยงชาวบ้านที่อพยพก็ยังได้ "ท่านพ่อ ท่านอย่าได้กังวลเรื่องของข้ากับเฉิงเออร์ ท่านออกรบอย่างสบายใจได้เลยเจ้าค่ะ ข้าสองคนพี่น้องจะช่วยเหลือท่านอยู่แนวหลัง" ชินอ๋องมองบุตรทั้งคู่ที่ได้ยินว่าจะมีสงครามก็ยังไม่หวาดกลัว และยังช่วยเหลือตนได้อย่างมากอีกด้วย เมื่อคิดถึงภรรยาที่สิ้นไปก็นึกขอบคุณนางอยู่ในใจที่เลี้ยงบุตรทั้งสองออกมาได้อย่างดี"ข้าจะดูแลพี่หญิงอย่างดีท่านพ่ออย่าได้กังวล" จือลู่หันไปกลอกตามองน้องชาย ใครจะต้องดูแลใครก็ยังไม่รู้นอกจากจือลู่จะกว้านซื้อเสบียงแล้วนางยังให้หนานกงหาซื้อยาห้ามเลือดแ
ภายในคุกที่ว่าการเมืองเป่ยหาน ต้าอู๋และนางกงซื่อมิรู้ว่าพวกตนถูกจับมาได้อย่างไร ชินอ๋องที่ยืนมองทั้งคู่อยู่ภายนอก ก็เดินปรากฏตัวเขาไปด้านในต้าอู๋และกงซื่อเมื่อรู้ว่าผู้มาเยือนคนใหม่คือชินอ๋องสามีที่แท้จริงของจ้าวเหยียนก็รีบคุกเข่าโขกศีรษะอย่างร้อนตัวชินอ๋องพูดเรื่องที่ทั้งคู่ทุบตีจือลู่และหนิงเฉิงทั้งยังจะยกจือลู่ให้พ่อหม้ายจง ต้าอู๋กับนางกงซื่อเงยหน้ามองชินอ๋องอย่างแปลกใจ แม้นางกงซื่อจะเคยคิดเช่นที่ชินอ๋องพูด แต่นางก็ไม่ได้ทำและไม่เคยมีผู้ใดล่วงรู้มาก่อนชินอ๋องมิรอฟังคำแก้ตัวของต้าอู๋และนางกงซื่อ เขาสั่งให้ทหารโบยทั้งคู่คนละสามสิบไม้ก่อนจะเนรเทศไปใช้แรงงานที่เหมืองทางตอนใต้ของแคว้นขบวนเดินทางของชินอ๋องเสียเวลาอยู่ที่เมืองเป่ยหานเพียงห้าวันเท่านั้น นอกจากที่เขาจัดการเรื่องของต้าอู๋และนางกงซื่อแล้ว ยังให้จือลู่จัดการเรื่องร้านค้าของนาง และเติมสินค้าอย่างเต็มที่หลังจากออกเดินทางจากเมืองเป่ยหานมาได้ห้าวันก็ถึงเมืองเป่ยโจว จือลู่นางต้องไปอยู่ที่จวนของเว่ยหยาง แต่เพราะต้องปรับปรุงจวนเสียใหม่นางกับเว่ยหยางจึงอาศัยอยู่ในตำหนักเสียก่อนผ่านมาได้ครึ่งปีเรื่องมงคลของตำหนักอ๋องก็มีมาเยือน เ
วันต่อมา จือลู่ถูกปลุกตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง จ้าวเหยียนก็มาที่เรือนของนางเพื่อช่วยนางแต่งตัว วันงานจือลู่มิได้แต่งหน้าเอง แต่คนที่แต่งให้ก็เป็นมือหนึ่งในร้านอ้ายเสิ่นของนาง นับว่าฝีมือที่แต่งออกมาใกล้เคียงกับของจือลู่ยิ่งนักจ้าวเหยียนเป็นคนหวีผลให้จือลู่และสวมผ้าคลุมหน้าให้นาง จ้าวเหยียนหันไปปาดน้ำตา เพราะเป็นงานมงคลไม่อาจหลั่งน้ำตาออกมาได้"ลู่เออร์ ไม่ว่าเจ้าจะออกเรือนไปแล้ว อย่างไรก็เป็นลูกของข้าอยู่เสมอ" จือลู่เงยหน้ามองจ้าวเหยียนที่ดวงตาแดงก่ำจากการกลั้นน้ำตาไว้"ท่านแม่ ท่านก็คือมารดาของข้าเช่นกันเจ้าค่ะ" คำพูดของนางหากคนนอกฟังอาจจะดูแปลกๆ แต่สองคนแม่ลูกล้วนเข้าใจกันอย่างดี จือลู่กอดเอวของจ้าวเหยียนแน่น ก่อนจะปล่อยให้นางได้ออกไปจัดการเรื่องด้านหน้าตำหนักเสียงฆ้องดังมาแต่ไกล ขบวนเจ้าบ่าวที่มารับเจ้าสาวยาวเหยียดจะมองไม่เห็นท้ายขบวน สินเดิมของเจ้าสาวที่กองไว้เพื่อนำออกจากตำหนักก็มากมายเสียทำให้คนอิจฉาตาร้อนเว่ยหยางพาจือลู่คำนับชินอ๋องกับจ้าวเหยียนก่อนจะพานางออกไปจากตำหนัก หนิงเฉิงแบกพี่สาวไปส่งที่เกี้ยวแปดคนหามหลังงาม จ้าวเหยียนยืนมองส่งจือลู่ด้วยดวงตาที่เอ่อไปด้วยน้ำตา ชินอ๋องจึ
ชินอ๋องเมื่อเห็นจ้าวเหยียนปลอดภัยแล้ว นางเพียงหลับไปเพราะอ่อนเพลียจึงได้ออกมาดูบุตรทั้งสาม ก็เห็นว่าจือลู่และหนิงเฉิงเฝ้าน้องของพวกเขาอยู่"ท่านพ่อ ดูน้องของข้า เหตุใดถึงได้น่าเกลียดเช่นนี้ขอรับ" หนิงเฉิงใช้นิ้วจิ้มไปที่หน้าน้องสาวคนเล็กเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ส่วนน้องชายทั้งสองล้วนแล้วแต่น่าเกลียดในสายตาของเขา"ตอนเจ้าเกิดเจ้าก็น่าเกลียดเช่นนี้" จือลู่หยอกเย้าน้องชายของตน นางก็กำลังเขี่ยแก้มของเด็กแฝดทั้งสามชินอ๋องมองลูกทั้งสามที่นอนหลับอยู่อย่างรักใคร่ ก่อนที่เขาจะอุ้มบุตรสาวคนเล็กขึ้นมา "ฉีซิงเยียน""ซิงเยียน น้องต้องงดงามกว่าพี่หญิงแน่นอนขอรับ" หนิงเฉิงพูดขึ้น จือลู่หันไปมองสองพ่อลูกที่เห่อน้องสาวคนเล็กของบ้านอย่างเอือมๆแฝดคนโตชื่อ หนิงเทียน คนรองชื่อหนิงหวง ทั้งคู่มีคำว่าหนิงเช่นเดียวกับพี่ชายของเขา"ท่านพี่ ลูกเล่าเจ้าคะ" กว่าจ้าวเหยียนจะตื่นก็เข้าสู่อีกวันแล้ว นางลืมตาก็ถามหาบุตรทั้งสามที่นางเพิ่งคลอด เพราะก่อนที่จะหมดสติไปนางรู้เพียงว่าเด็กทั้งสามล้วนแล้วแต่แข็งแรงดีชินอ๋องให้แม่นมพาบุตรทั้งสามเข้ามาให้จ้าวเหยียนได้ดู และบอกนางถึงชื่อที่เขาตั้งให้บุตรทั้งสาม"เจ้าพักผ่อนเสียให้
เว่ยหยางรีบกลับจวนพร้อมนำข่าวไปแจ้งให้บิดามารดาส่งแม่สื่อไปที่ตำหนักอ๋องข่าวเรื่องที่ตระกูลเว่ยส่งแม่สื่อล่วงรู้ไปถึงองค์ชายรอง ก่อนที่เขาจะออกจากวังไปจัดการกับเว่ยหยางก็โดนฮ่องเต้เรียกตัวเข้าพบ"เจ้ารอง เจ้ามั่นใจมากเพียงใดที่จะจัดการกับแม่ทัพเว่ย" ฮ่องเต้ยกชาขึ้นดื่มอย่างใจเย็น เหมือนเรื่องที่พระองค์ถามบุตรเป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศ"เสด็จพ่อ ท่านพระราชทานสมรสให้ลูกได้" เขาเอ่ยขึ้นอย่างเอาแต่ใจ"เจ้ากล้ามีเรื่องกับชินอ๋องใช่หรือไม่" ฮ่องเต้จ้องบุตรชายอย่างดุดัน"ลูก ลูก เสด็จพ่อเป็นถึงฮ่องเต้ ชินอ๋องจะมีอำนาจมากกว่าท่านได้อย่างไร""โง่เขลานัก" ฮ่องเต้ขว้างถ้วยน้ำชาลงพื้นอย่างมีโทสะ"หากน้องห้าต้องการบัลลังก์ เจ้าคิดหรือว่าเจิ้นจะได้นั่งเช่นทุกวันนี้" เพราะน้องชายของเขามิคิดจะขึ้นเป็นฮ่องเต้ และช่วยเหลือเขาจนได้นั่งบัลลังก์เช่นทุกวันนี้ เรื่องทุกเรื่องชินอ๋องไม่เคยยื่นมือเข้ามายุ่ง หากพระองค์เข้าไปจัดการเรื่องในตำหนักคงได้เกิดปัญหาแน่"หากเจ้ายังคิดว่าตนเองต่อกรได้ เจิ้นก็ไม่ห้าม ไม่ว่าเกิดอันใดขึ้นเจิ้นมิอาจช่วยเหลือเจ้าได้""เสด็จพ่อ" องค์ชายรองตกใจ เพราะไม่ว่าสิ่งใดเสด็จพ่อเสด็จแ
ฮองเฮาที่ต้องการผูกสัมพันธ์กับชินอ๋องจึงอยากได้จือลู่มาเป็นพระชายาให้กับองค์ชายรอง เพราะฮ่องเต้ย่อมถามความคิดเห็นของชินอ๋องเรื่องแต่งตั้งองค์รัชทายาทหากองค์ชายรองได้แต่งจือลู่ ชินอ๋องย่อมต้องเข้าข้างบุตรเขยของตนเพื่อให้บุตรสาวได้ขึ้นเป็นฮองเฮาในอนาคต เมื่อเห็นว่าชินอ๋องจะขอตัวกลับแล้ว ฮองเฮาจึงพูดเรื่องหมั้นหมายขึ้นมาอีกครั้ง"กระหม่อมยังมิคิดให้ลู่เออร์ออกเรือนพ่ะย่ะค่ะ" ชินอ๋องตัดบทด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา ก่อนจะพาจ้าวเหยียนและบุตรทั้งสองกลับตำหนัก"ท่านพี่ข้าคิดว่าฮองเฮาคงไม่ยอมหยุดเรื่องของลู่เออร์" จ้าวเหยียนเอ่ยด้วยความกังวล"มีข้าอยู่นางจะทำอันใดได้" ชินอ๋องกอดปลอบจ้าวเหยียน เขามองออกไปด้านนอกหน้าต่างรถม้าอย่างใช่ความคิดเว่ยหยางที่รู้เรื่องฮองเฮาต้องการทาบทามจือลู่ให้องค์ชายรองก็ร้อนใจจนมาที่ตำหนักอ๋องแต่เช้า"เปิ่นหวางไม่ได้เรียกเจ้ามิใช่หรือท่านแม่ทัพเว่ย" เขาปรายตามองบุรุษหน้าหนาที่ร้อนใจมาที่ตำหนักแต่เช้า"กระหม่อมมีเรื่องอยากทูลพระองค์พ่ะย่ะค่ะ" ชินอ๋องเดินนำเว่ยหยางไปที่ห้องตำรา เพราะเขารู้ดีว่าเว่ยหยางมาด้วยเรื่องอันใด"ว่ามา" ชินอ๋องนั่งลงแล้วเอ่ยถามโดยไม่ได้หันไปมองเว่ย
วิญญาณดวงใหม่เข้ามาแทนที่ ชินอ๋องจ้องมองภาพตรงหน้าอยากแปลกใจ เมื่อจือลู่ที่มาจากอีกภพลืมตาขึ้น สิ่งที่นางพึมพำออกมาชินอ๋องรู้ได้ทันทีว่านี่คือจือลู่ที่มาอีกภพหนึ่ง"ท่านพี่ ท่านพี่" เสียงเรียกของจ้าวเหยียนปลุกให้ชินอ๋องตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายของเขา"เหยียนเหยียน" ชินอ๋องลูบไปที่ใบหน้าของนาง ก่อนจะดึงนางเข้ามาสวมกอดแล้วร้องไห้เงียบๆ"ท่านเป็นอันใดไปเจ้าคะ ฝันเรื่องอันใดถึงได้เป็นเช่นนี้" จ้าวเหยียนมองชินอ๋องอย่างไม่เข้าใจ เพราะเขาทั้งร้องไห้ทั้งตะโกนจึงทำให้นางตื่นขึ้นมาชินอ๋องเล่าเรื่องความฝันของเขาให้จ้าวเหยียนฟัง พอถึงตอนที่ต้องเสียน้องและจือลู่เสียงของเขาสั่นขึ้นด้วยความหวาดกลัว กลัวว่าจะเป็นเรื่องจริง"ท่านพี่หากข้าบอกว่าเรื่องทั้งหมดที่ท่านฝันคือเรื่องจริงท่านจะเชื่อหรือไม่" จ้าวเหยียนจับใบหน้าของชินอ๋องแล้วจ้องมองเขาอย่างจริงจังนางเล่าเรื่องที่นางเสียชีวิตลง และได้ไปอยู่ที่ภพใหม่ แม้ชินอ๋องจะรู้แล้ว แต่เรื่องที่นางรู้ว่าเรื่องทั้งหมดของพวกเขาเป็นเพียงแค่นิยายเรื่องหนึ่งเท่านั้นแต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่นางจบชีวิตลงเป็นเช่นที่เขาเห็นความรันทดของบุตรทั้งสองเป็นเรื่องจริง ที่ครั้
เมื่อถึงห้องทรงอักษรของฮ่องเต้ หวังกงกงก็รีบพาชินอ๋องเข้าไปด้านใน ฮ่องเต้ที่เห็นน้องชายที่ไม่ได้พบหลายปีก็เรียกให้เข้าไปหาอย่างเร็ว แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะได้พูดคุยกัน เสียงร้องของเสียนเฟยที่ดังอยู่หน้าตำหนักก็ดังเข้ามาถึงด้านใน"พระองค์จะทำให้นางเงียบเสียงลงหรือให้กระหม่อมช่วยทำให้นางเงียบ" ชินอ๋องหมุนจอกน้ำชาเล่นแล้วถามด้วยเสียงเหนื่อยหน่าย"หวังกงกง" ฮ่องเต้รีบโบกมือให้หวังกงกงไปจัดการส่งเสียนเฟยกลับตำหนักและอย่าได้เสนอหน้ามาอีก"เกิดเรื่องอันใดขึ้นน้องห้า" ชินอ๋องเล่าเรื่องที่เสนาบดีเกาส่งมือสังหารไปลอบทำร้ายเขาและครอบครัวให้ฮ่องเต้ฟัง"เหอะ โง่เขลานัก" ฮ่องเต้สบถขึ้นเสียงดัง เพราะเหตุการณ์แย่งชิงบัลลังก์ทำให้เสนาบดีเการอดพ้นหายนะมาได้ แต่ดันหาเรื่องตายไม่เลิกฮ่องเต้เขียนพระราชโองการสั่งให้ประหารเสนาบดีเกา และยึดทรัพย์จวนเกาพร้อมทั้งเนรเทศคนในตระกูลทั้งหมด โทษฐานลอบสังหารเชื้อพระวงศ์เมื่อได้ยินราชโองการของฮ่องเต้ ชินอ๋องก็มีสีหน้าที่ดีขึ้น เขายังร่วมดื่มสุรากับพี่ชายอยู่นานสองนาน พูดคุยเรื่องที่ผ่านมาและเรื่องที่หาจ้าวเหยียนและบุตรทั้งสองพบกลับถึงตำหนักก็พบว่าจ้าวเหยียนนางเข้านอนเร
ชินอ๋องที่อยู่ด้านนอกก็คลายความกังวลลง และเปลี่ยนมาเป็นยินดีแทน เพราะเขาที่ชนะสงครามแล้วยังมีข่าวมงคลเกิดขึ้นอีก จึงให้กุนซือไปประกาศเมื่อกลับถึงค่ายทหารที่เมืองเป่ยโจว พระองค์จะเลี้ยงมื้อใหญ่ให้กับทหารทุกนายเพราะจ้าวเหยียนตั้งครรภ์ คนขับรถมาจำต้องระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น การเดินทางจากที่สองวันต้องถึงจึงช้าออกไปเป็นถึงในวันที่สาม จือลู่และหนิงเฉิงก็ได้ออกมารอรับบิดามารดาอยู่ที่หน้าประตูเมืองเมื่อทั้งคู่ได้รู้เรื่องที่มารดาตั้งครรภ์ก็รีบไปดูนางที่รถม้าด้วยความเป็นห่วง แต่เมื่อเห็นสีหน้าของมารดาที่ปกติต่างก็ถอนหายใจอย่างโล่งใจ"ท่านแม่ ท่านเรียกให้หมอมาจ่ายยาดีหรือไม่ขอรับ" หนิงเฉิงที่เป็นกังวลกลัวว่าน้องของตนจะไม่แข็งแรง"เฉิงเออร์เจ้าลืมไปหรือไร ว่าท่านแม่มียาของนางเอง" จือลู่เอ่ยขึ้น และเป็นเช่นที่นางพูด เพราะภายในกล่องของจ้าวเหยียนเวลานี้มียาบำรุงครรภ์ให้นางมากมาย"ข้าลืมไปขอรับ" เขาเกาหัวอย่างแก้เก้อ"ลู่เออร์ เฉิงเออร์ เจ้าพามารดากลับตำหนักไปเสียก่อน พ่อมีเรื่องที่ต้องหารือเพิ่มประเดี๋ยวตามพวกเจ้าไปทีหลัง" ชินอ๋องส่งลูกกับเมียกลับตำหนักก็ต้องมาหารือเรื่องที่ต้องเดินทางเข้าเมืองหลว
ชินอ๋องไม่รอคำตอบเขาดึงจ้าวเหยียนเข้ามาในอ้อมอก และชักกระบี่และฟันลงไปที่แขนของทหารที่ลอบเข้ามาทั้งสองข้าง เสียงร้องของทั้งสองคนเรียกให้คนอื่นรีบมาดู"ลากพวกมันไป" องครักษ์ของชินอ๋องเข้าไปถอดกรามก่อนที่ทั้งคู่จะกัดพิษในปากชินอ๋องพาจ้าวเหยียนไปส่งที่กระโจมและกำชับให้องครักษ์ของตนคอยดูแลนางที่หน้ากระโจมก่อนที่เขาจะไปสอบสวนสายลับของแคว้นหนานทั้งสองคนนับจากนั้นจ้าวเหยียนนอกจากมีพานเยว่ติดตามแล้วก็มีองครักษ์ของชินอ๋องอีกสองคนค่อยติดตามนาง เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชินอ๋องจึงเร่งออกรบเร็วขึ้น เรื่องเสบียงก็ไม่ต้องกังวล จือลู่นางส่งมาให้ไม่ขาด แถมยังมีของบิดามารดาและเว่ยหยางอีกสองคันรถด้วยจ้าวเหยียนเมื่อเห็นของที่จือลู่ส่งมาให้ก็หลุดหัวเราะออกมา เพราะนางส่งกันแดดและครีมบำรุงมาให้จ้าวเหยียนด้วยเสียมากมาย ชินอ๋องมองพระชายาของตนดูของที่บุตรีฝากมาให้อย่างมึนงง เมื่อรู้ว่าคือสิ่งใดเขาก็อดที่จะส่ายหัวไม่ได้แต่ที่เขาไม่พอใจคือนอกจากตนและจ้าวเหยียนจะได้ของจากจือลู่แล้ว เว่ยหยางก็ยังได้ด้วย เพียงแต่ของเว่ยหยางเป็นเสื้อกันหนาวและผ้าห่ม ชินอ๋องที่เห็นก็แทบจะเข้าไปแย่งมาเก็บไว้แต่ก็โดนจ้าวเหยียนดึงรั