ผมไม่ได้แคร์ว่าเพื่อนในวงเหล้าจะรอ ไว้ค่อยแชทไปบอกก็ได้ว่าปลีกตัวออกมากับพี่หมี่แล้ว พวกมันคงไม่กล้าแย้งอะไรหรอก
ก็ลองแย้งดู เดี๋ยวก็จะได้รู้ว่าจะได้เจอกับอะไร ทุกคนบนโลกถ้าไม่ใช่พี่หมี่ ผมก็ไม่แคร์ทั้งนั้น
ผมประคองร่างบางมาที่รถฮอนด้าซีวิคสีแดงที่พี่หมี่เคยบ่นว่าอยากได้แล้วก็ซื้อมันมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองสำเร็จ เงินเดือนเธอแม่งเยอะกว่าเงินเดือนที่ผมขอพ่อแม่ไปวันๆ เพราะเขาอยากให้ผมเรียนให้จบก่อน จะไปตีรันฟันแทงกับใครก็ได้ แต่ขอแค่เรียนให้จบ
พ่อกับแม่ไม่ได้คาดหวังกับคนอย่างผมมาก เพราะเขารู้ว่าผมแอบชอบพี่สาวข้างบ้านที่เป็นถึงแพทย์หญิงดีเด่นและรายได้เป็นแสน ครอบครัวพี่หมี่ก็หมอทั้งบ้าน ผมเลยต้องพยายามทำตัวเองให้ดีเพื่อให้เหมาะสมกับเธออยู่แล้ว
ไม่รู้พี่เค้าจะเอาผมมั้ย แต่ผมคิดไว้ก่อนเลยไง
พี่หมี่ถูกผมประคองร่างอรชรเข้าไปที่ที่นั่งข้างคนขับ เธอโอบรอบคอผมไว้เพื่อกันสะดุด และปล่อยให้ผมเป็นคนนำพาเธอ หน้าอกหน้าใจที่ใหญ่โตเกินตัวล้นออกมานอกเกาะอกสีชมพูที่เหมือนกับสีผมของเธอยามเมื่อเธอเอนหัวมาพิงขอบประตูรถด้วยความเมา
ผมกลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อก
ให้ตาย ใหญ่อะไรขนาดนี้วะ แม่ง
“พี่หมี่ นั่งดีๆ หน่อย” ผมพยายามหักห้ามอารมณ์ส่วนตัวที่พลุ้งพล่านจนแทบบ้า พร้อมกับปรับเบาะให้เอนลง มองจากมุมนั้นก็เห็นเป็นภูเขาสองลูกที่ตั้งตระหง่านและกระสับกระส่ายไปตามแรงส่ง ยิ่งทำให้ห้ามใจยากขึ้น
ผมเอื้อมเข็มขัดไปรัดโดยเลี่ยงภูเขาสองลูกนั้น แล้วปิดประตูหักดิบตัวเอง ก่อนที่จะเดินอ้อมไปฝั่งคนขับ สตาร์ทรถ แล้วขับออกไป
หัวใจเต้นแรงตลอดทางที่รู้สึกว่าคนตัวเล็กที่เบาะข้างๆ ขยับตัว เธอหันหน้าไปทางกระจกรถ พาลทำให้เวลาเหลือบตาไปมอง ก็เห็นต้นคอขาวผ่องที่ไม่มีริ้วรอยอะไรเด่นชัดมากขึ้น มันขาว และเนียนตาไปซะทุกส่วน
เวรเอ้ย
ผมกัดฟันแน่น และอดทนไปถึงคอนโดของเธอ
พอมาถึงก็ต้องรับหน้าที่อุ้มเธอขึ้นไปบนห้อง จนผมแอบรู้สึกเหมือนตัวเองโรคจิตหน่อยๆ ที่รู้ได้แม้กระทั้งเลขชั้นและเลขห้องที่เธออยู่ ผมอุ้มพี่บะหมี่ในท่าผู้หญิง พยายามไม่มองไม่สนใจผิวสัมผัสนุ่มๆ และกลิ่นหอมของเธอ ในขณะที่จะไปยืนอยู่หน้าประตูห้อง
“พี่หมี่ครับ กุญแจห้อง” ผมเรียกชื่อคนในอ้อมแขน เธอปรือตาขึ้นมา ไม่ได้ตื่นที่อยู่ในอ้อมแขนของผม แต่กลับล้วงกุญแจห้องออกมาจากกระเป๋าถือส่งให้ผมอย่างว่าง่าย
ไว้ใจผมมากไปรึเปล่า
เอาตรงๆ ปะ ตอนนี้ผมแม่งคิดไม่ดีเลยนะ
จนเปิดประตูเข้าไปในห้องที่มืดสนิท ผมถือวิสาสะควานหาสวิตช์ไฟ แล้วปิดประตูด้วยมือข้างที่ว่าง ก็อย่างว่า พี่หมี่ทั้งตัวเล็กเลยตัวเบายังกับขนนก อุ้มด้วยมือข้างเดียวก็ได้แล้ว
ผมเดินเข้าไปวางร่างอวบอัดลงบนเตียงนอนในห้องของเธอ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามาในห้องของพี่หมี่ ผมเลยกวาดสายตาไปมองรอบๆ เพื่อเก็บรายละเอียด ห้องนี้ตกแต่งด้วยสีม่วงอมชมพู มีโต๊ะเครื่องแป้ง เตียงที่ดูเป็นทรงผู้หญิง กับตู้เสื้อผ้า และของแค่ไม่กี่อย่าง
โคตรตื่นเต้น แม้ว่าภายนอกจะทำหน้านิ่งแค่ไหน
ห้องเธอแม่ง... บรรยากาศเหมาะที่จะมีเซ็กซ์โคตรๆ
“ขาล...” เสียงหวานดังขึ้นตอนที่ผมยืนตัวใหญ่กวาดสายตามองรอบห้องเธออยู่ ผมหลุบตาลงมอง ก่อนที่จะรู้สึกตัวว่าข้อมือหนาโดนคว้า
“พี่?” ผมเรียกชื่อเธอ พร้อมกับมือหนาที่ถูกฝ่ามือเล็กบีบแน่น ร่างอรชรที่นอนอยู่บนเตียงเงยหน้าขึ้นมองผม แววตาของเธอหยาดเยิ้ม ก่อนที่จะทันรู้สึกตัว พี่หมี่ก็ยันตัวลุกขึ้นมา แล้วรั้งชายเสื้อผมฉุดให้เข้ามาใกล้ๆ เธอ
“ขาล ขาลรู้มั้ย” เธอกระซิบชิดกับหน้าท้องหนาที่ถูกกั้นด้วยเสื้อยืดสีเทาของผม เรือนร่างยั่วยวนชิดใกล้กับหน้าท้องแกร่งจนผมใจเต้นไม่เป็นส่ำ “พี่โดนบอกเลิกอีกแล้ว”
“ครับ?” ผมเลิกคิ้วถาม ไม่เข้าใจว่าเธอจะสื่ออะไร แล้วร่างบางก็เม้มริมฝีปากแน่น
“พี่รู้สึกว่าตัวเองไม่เคยเข้ากับใครได้เลย” เธอเริ่มน้ำตาคลอต่อหน้าผม พึมพำปรับทุกข์ไม่รู้เรื่อง ทั้งๆ ที่ร่างกายอวบอัดนั่นยังแนบชิดในท่าที่อันตราย “พี่ไม่อยากมีแฟนตอนนี้ พี่ไม่อยากจริงจัง ทำไมไม่มีใครเข้าใจพี่เลย ทำไมไม่มีใครรอพี่ได้เลย ทำไมต้องทำเหมือนพี่เป็นผู้หญิงง่ายๆ”
“...”
“ทำไม... ทั้งที่พี่ยังไม่พร้อมมีใคร แค่อยากคุยไปเรื่อยๆ เท่านั้นเอง”
เธอคงหมายถึงผู้ชายที่เธอคุยๆ ด้วยใช่มั้ยวะ
พอรู้แบบนี้ก็เจ็บดี แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยรู้ว่าพี่หมี่ต้องการอะไร เธอเลยไม่มีแฟนสักที แต่ผมมันก็แค่คนโง่ดักดานคนนึง ที่เจ็บแล้วไม่เสือกจำ
“ผมไม่รู้ว่าทำไมพี่ถึงไม่อยากจริงจังกับใครตอนนี้เหมือนกัน” ผมโพล่งออกไป พร้อมกับคว้าไหล่ขาวจัดนั่นเข้ามาแนบตัวด้วยฝ่ามือแกร่ง “เอาจริงๆ มั้ย ผมเดาใจพี่ไม่เคยออก”
“...”
“แต่ถ้าเป็นผม ผมรอพี่ได้นะ” ผมเลือกที่จะโพล่งมันออกไป ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมแสดงออกว่าชอบเธอ โคตรชอบพี่หมี่จนแทบคลั่ง แม้ว่าเธอจะไม่เคยให้คำตอบ ไม่เคยทำอะไรไปมากกว่ากอดกับผมในฐานะน้องชาย “ผมรอพี่ได้ตลอดแหละว่ะ ถ้าพี่ต้องการอะไร ขอแค่บอกผมมา”
“...”
“แค่มองผมเป็นผู้ชายคนนึงก็พอ” แววตาสีน้ำตาลอ่อนช้อนขึ้นมองหน้าผมที่กลืนน้ำลายลงคอจนลูกกระเดือกสั่นขึ้นลง แม่งเป็นครั้งแรกที่ผมเอาแต่ใจกับพี่หมี่ เพราะผมไม่อยากให้เธอจำกัดผม แล้วทำมันแค่กอดในสถานะแค่นั้น
ผมอยากทำมากกว่านั้นกับเธอ ไม่ว่าเธอจะมองผมเป็นแค่ของเล่นก็ตาม
“ขาล” เธอเรียกชื่อผม มือเล็กๆ ค่อยๆ สอดเข้าไปใต้ชายเสื้อยืด ลูบไล้ที่ซิกแพคหนาของผมใต้เสื้ออย่างอ้อยอิ่ง ซึ่งนั่นทำให้ผมโคตรตื่นเต้น “เธอแน่ใจเหรอ”
“ผมแน่ใจ” ผมตอบกลับไปทันควัน ใช่ เพราะผมไม่อยากทำแค่กอดแล้วว่ะ ผมไม่อยากเป็นแค่น้องชายที่เอาแต่รอเธอไปวันๆ แล้วหมาก็คาบไปแดก อะไรที่เป็นโอกาส ผมจะเอาตัวเองเข้าไปแทนที่แม้ว่าแม่งจะเสี่ยง และไม่ได้เหี้ยอะไรกลับมา
“แล้ว...” เธอเลื่อนมือขึ้นไต่สูงกว่าเดิม จนชายเสื้อของผมเลิกขึ้นมาด้วย ซิกแพคเป็นลอนหนาโผล่ออกมา ริมฝีปากบางกดจูบเบาๆ ที่กล้ามหน้าท้องของผมด้วยความมึนเมา พร้อมกับคำพูดที่ออกมาจากความคิดชั่ววูบของเธอ “ถ้าพี่อยากมีเซ็กซ์กับขาลตอนนี้เลยล่ะ”
“...”
“ขาลจะยอมพี่มั้ยคะ”
ท่ามกลางความเงียบสงัดภายในห้องนอนที่น่ารักของฉัน ฉันที่เมาจนประคองสติได้ไม่มากนักโพล่งขึ้นมาหลังจากที่รับรู้ได้ว่าผู้ชายตรงหน้าพร้อมที่จะเป็นของเล่นของฉันมากกว่าใครฉันรู้ดี รู้มาโดยตลอดว่าน้องขาลชอบฉันมากจนแทบเรียกได้ว่าคลั่งฉันรู้ดี ว่าน้องขาลตามฉันไปที่คลับทุกคืนวันเสาร์ที่ฉันไม่มีงานเพราะรู้ก็เลยจงใจชนแก้วกับผู้ชายคนนั้น เพื่อให้เด็กตัวใหญ่คนนั้นเดินเข้ามาหาด้วยความหึงหวง และเชิญชวนให้น้องขาลไปส่งฉันที่ห้องก็เพราะน้องขาลน่ะฮอตมากเลยน่ะสิ ทั้งร่างกายกำยำติดคล้ำนิดๆ ตัวสูงใหญ่เหมือนหมีป่า ซิกแพคเป็นลอนหนาที่ยั่วยวน กับรอยสักเต็มทั้งตัว เหมือนเขาจะรู้ดีว่าฉันชอบแบบนี้ ลุคเถื่อนๆ แบบนี้แต่ท่าทางว่านอนสอนง่ายเหมือนหมาน้อยเชื่องๆ ที่รักแค่เจ้าของเพียงคนเดียวถ้าอยากจะขออะไรที่เห็นแก่ตัว อย่างเช่นวันไนท์กับน้องขาลสักครั้ง เพื่อปลดปล่อยความเครียดเกี่ยวกับงานที่ทำอยู่ทั้งหมด และปล่อยตัวปล่อยใจไปกับร่างสูงใหญ่ตรงหน้าสักครั้ง เขาจะว่ามั้ยนะใบหน้าคมกร้าวนิ่งไปเมื่อได้ยินคำขอที่เห็นแก่ได้ของฉัน ใช่ เพราะฉันรู้ดีว่าตัวเองยังไม่พร้อมมีใครในตอนนี้ งานที่ทำอยู่ทำให้ฉันไม่ค่อยมีเวลาที่จะไปใส่ใจ
[พาร์ท : ขาล]ผมเคยมีแฟน และมีเซ็กซ์กับแฟนอยู่สองสามคนที่มีตอนนั้นก็เพราะพยายามจะตัดใจจากพี่หมี่เพราะรู้ดีว่าระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้ พี่หมี่ไม่เคยมองเห็นผมเป็นมากกว่าน้องชายข้างบ้านของเธอ แม้ว่าผมจะพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองมากแค่ไหน พยายามเป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งมากมาย แต่เธอก็ยังทำเหมือนผมเป็นแค่น้องในสายตาผมมันก็แค่ไอ้โง่งี่เง่า ที่ตัดพี่หมี่ไม่ขาด มีแฟนมาสามคน มีเซ็กซ์กับกี่คน สุดท้ายก็ต้องโดนทิ้ง เพราะลมหายใจเข้าออกของผมมีแต่พี่หมี่เท่านั้น จนคนที่คบอยู่ไม่โอเคกับสิ่งที่ผมเป็นแต่ผมไม่ได้แคร์เหมือนกัน ไม่ว่าจะมีแฟนหรือไม่มีก็ไม่ต่างกัน ในความคิดของผมมีแต่พี่หมี่ และใช้คนที่คบด้วยเป็นตัวแทนเวลามีเซ็กซ์กับเธอเห็นแก่ตัวดีใช่ปะ เออ ผมรู้ แต่ผมเปลี่ยนตัวเองไม่ได้พี่หมี่เองก็รู้ดีว่าผมทำไม่ได้ เธอเลยยังอยู่ตรงนี้ ให้ความหวังป้อนความหมายในการมีชีวิตต่อของผมไปวันๆ แต่ไม่คิดที่จะทำอะไรมากกว่านั้น แม้ว่าในบางครั้งผมจะรู้สึกโมโห อยากตัดใจกับความสัมพันธ์ที่คลุมเครือสัสๆ นี่ แต่พอแม่งทำไม่ได้ ก็เลยเหมือนเดินอยู่ในเขาวงกตเขาวงกตที่ผมจงใจจะตายอยู่ในนั้น และเชื่อมั่นในพระเจ้าว่าสักวันพระองค์ต้
ตึกตัก ตึกตักฉันใจเต้นหนักเมื่อเด็กผู้ชายที่ฉันเคยภาวนากับตัวเองว่าจะไม่หวั่นไหวกับเขากำลังนั่งคุกเข่า ร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยรอยสัก ซิกแพคเป็นลอนหนาเย้ายวน พร้อมกับความผงาดใต้กางเกงยีนส์ที่กะจากระยะสายตาตรงนี้ว่ามันคงใหญ่ยาวเอาเรื่องขาลเคยเป็นเพียงแค่เด็กตัวเล็กๆ คนนึง เป็นน้องชายที่ฉันเอ็นดู เพราะเขาว่านอนสอนง่าย เชื่อฟังฉันเหมือนสุนัขเชื่องๆ และพร้อมจะทำทุกอย่างตามที่ฉันขอจนวันนี้ขาลกำลังรุกฉันในคืนที่ฉันเสียการควบคุม น้องชายตัวน้อยที่ฉันเคยเอ็นดู บัดนี้กลายเป็นเพียงชายหนุ่มกลัดมันที่เร่าร้อนคนนึงเท่านั้นฉันเม้มริมฝีปากแน่น หน้าอกอวบสะท้อนตามแรงหายใจ มันเปลือยเปล่าจนเห็นยอดอกสีชมพู และร่างกายขาวจัดที่ไม่เคยเปิดเผยให้กับผู้ชายคนไหนมาก่อนที่บอกว่าฉันเวอร์จิ้นน่ะ เรื่องจริงนะฉันเคยจูบกับแฟนเก่า แต่นั่นก็นานมาแล้ว อีกอย่างฉันก็ไม่ได้เป็นฝ่ายรุกจูบก่อนด้วย นั่นก็เพราะฉันจูบไม่เก่งดูเหมือนว่าฉันเซ็กซี่ แต่งตัววาบหวิว และขี้อ่อยใครต่อใคร แต่เอาจริงๆ มั้ย ฉันไม่เคยถูกใครดูดหน้าอก ไม่เคยถูกจูบได้ดูดดื่มขนาดนี้ รวมถึงความใกล้ชิดที่อุ่นร้อนนี่ด้วยฉันแค่พยายามสร้างลุคยั่วยวนเพื่อป้องก
[พาร์ท : ขาล]ผมตื่นขึ้นมาในเช้าวันถัดไป ในห้องของตัวเองยันตัวลุกขึ้นมาจากเตียงพร้อมกับขยี้ผมยาวๆ อย่างงัวเงีย เสียงคนทำอาหารข้างล่างดังเป็นระลอก เลยรู้ว่า ‘ขิม’ มันกำลังทำอาหารเช้าเตรียมเอาไว้ให้อีกแล้วผมออกไปยืนสูบบุหรี่ที่นอกระเบียง พร้อมกับหวนนึกถึงเรื่องเมื่อคืนหลังจากที่ตกลงกันว่าผมจะไม่มีเซ็กซ์กับพี่หมี่จนกว่าเธอจะพร้อม ผมก็รอให้เธอเมาหลับไป รอจนกว่าพี่หมี่จะหลับสนิทจริงๆ ถึงได้ปลีกตัวกลับมา ปลดปล่อยความใคร่และนึกถึงหน้าอกอวบขาวกับยอดทับทิมสีชมพูอยู่คนเดียว ใช้อุ้งมือพาตัวเองไปจนถึงจุดสุดยอดในห้องนอนถ้าไปเล่าให้เพื่อนฟัง แม่งคงบอกว่าไม่คุ้มแต่สำหรับผม มันคุ้มผมพ่นควันบุหรี่ออกมาในขณะที่ร่างกายแกร่งเปลือยเปล่า มือข้างขวากดโทรศัพท์ส่องหน้าไอจีของพี่หมี่ เห็นว่าเธอลงรูปเซลฟี่ที่โรงพยาบาล พอเสหน้าไปมองนาฬิกาก็เห็นว่าตอนนี้มันจะเที่ยงแล้วผมมีเรียนตอนบ่ายสอง แวะไปหาดีมั้ยวะก็นะ แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของสักหน่อย ถึงพี่หมี่จะไม่ชอบ แต่ผมก็ต้องแน่ใจที่สุดว่าครั้งแรกเธอจะเสียให้กับผมหมับผมชะงักเมื่อใจลอยคิดอะไรเงียบๆ ก็ถูกวงแขนเล็กกอดรัดอย่างแนบแน่น พอเหลือบไปมองก็เห็นว่าเป็น
“ขาล คือเมื่อคืน...” เธอพูดเสียงแผ่ว จ้องมองริมฝีปากผมที่หยัดยิ้มอย่างอ้อยอิ่ง “พี่ทำอะไรน่าอายลงไปเยอะเลย ขอโทษนะคะ”“แต่ผมกลับชอบที่พี่ทำแบบนั้นนะ” ผมโพล่งขึ้นมาอย่างไม่แคร์ความรู้สึกผิดจากแววตาคู่สวยที่หวานซึ้ง ผมรู้ว่าในใจลึกๆ ของเธอกำลังกระหายใคร่รู้ในตัวตนที่ซ่อนอยู่ของผม แต่เธอแค่ยังกลัวกับขนบธรรมเนียมเก่าๆ “แล้ววันนี้”“...”“พี่จะให้ผมแวะไปหาที่ห้องอีกรึเปล่า?”“หยุดก่อนเลยนะ” พอเห็นว่าผมเริ่มเข้ามาประชิดตัว พี่หมี่ที่เสียเปรียบเพราะเธอตัวเล็กกว่าก็เลยพยายามดันแผงอกผมออกไป “เหมือนน้องขาลจะลืมไปว่าที่นี่คือโรงพยาบาล”“ผมไม่สน” ผมสวนกลับทันที ก่อนที่จะเบี่ยงหน้าไปกระซิบข้างกกหูขาว “ผมอยาก ที่มาหาพี่ก็เพราะอยาก”“... แต่พี่ยังไม่พร้อมนะ” เธอเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อผมใช้ฝ่ามือหนาเกลี่ยปอยผมยาวๆ สีชมพูอ่อนที่ปรกหน้าเธอจนเห็นพวงแก้มนวลเชื่อมต่อไปจนถึงใบหูที่ขึ้นสีจัดจากสิ่งที่ผมทำ ผมเลยขบหูเธอเบาๆ “อ๊ะ ขาล ฟังพี่ด้วย”แปลกดี ปากห้ามผมแทบตาย แต่กลับไม่ผลักผมออกสักทีพี่หมี่กำลังท้าทายผมอ้อมๆ โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว“เมื่อคืนผมยังไม่เสร็จ พี่ก็ไม่เสร็จไม่ใช่เหรอ” ผมพูดเย้าแหย่ข้างกกหูตอ
คนตัวใหญ่ปลดชุดแซกแขนกุดของฉันออกจนเห็นลาดไหล่ขาวนวล เขากลืนน้ำลายลงคอ ในขณะที่จะโน้มใบหน้าเข้ามาพรมจูบไปตามลาดไหล่ของฉันที่นั่งตัวแข็งทำไมไม่ห้ามเขาล่ะ ทำไมไม่ผลักออก?ได้แต่ถามตัวเองแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไร นอกจากความรู้สึกแสบเล็กๆ เพราะขาลกำลังดูดเม้มที่ไหปลาร้าเหมือนคนที่กำลังมัวเมากับของหวาน“ผมชอบพี่จัง พี่หมี่” จนเขากระซิบชิดลาดไหล่เปลือยเปล่าของฉัน พร้อมๆ กับปลายนิ้วสากที่เริ่มเกี่ยวสายชั้นในของฉันจนตกลงไปที่แขน“...”“ชอบจนแทบบ้าเลย”ตึกตักหัวใจฉันเต้นแรงเมื่อได้ยินคำบอกชอบจากร่างสูงใหญ่ที่พยายามทำลายความสัมพันธ์ที่มีช่องว่างของเราลง ฉันเคยคิดว่าขาลคือเด็กน้อยที่เชื่องและไม่มีประสบการณ์ เขาก็แค่เด็กวัยรุ่นเลือดร้อนทั่วไปแต่พอฉันพลาดพลั้งเปิดทางให้เขาไปครั้งเดียวเท่านั้น ก็เหมือนกับว่าขาลพร้อมที่จะพุ่งตรงเข้ามาแบบไม่คิดชีวิตฉันได้รู้ธาตุแท้ของน้องชายข้างบ้านวันนี้เอง ว่าเขาไม่ใช่สุนัขที่เชื่องและเชื่อฟังคน แต่จริงๆ แล้วเขาคือหมาล่าเนื้อที่รอเจ้าของตายใจ และพร้อมที่จะเข้ามาขย้ำอย่างรุนแรงได้ทุกเมื่อฉันได้ทำลายเส้นกั้นระหว่างเราไปแล้ว และน้องขาลคงจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ จนกว
ร่างสูงกำยำพร้อมกับรอยสักเต็มทั้งสองแขนนั่งถือไม้ทีกระดิกเท้าอยู่หน้าห้องตรวจ คนไข้ พยาบาล รวมถึงผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างมองมาทางชายหนุ่มร่างใหญ่เป็นตาเดียว นั่นเพราะที่ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลฟกช้ำ เสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูกับเสื้อกล้ามขาวด้านในเปรอะเลือดจนดูไม่ออกว่าเป็นเลือดจากปากแผลของเขา หรือเลือดของใครกันแน่เขาคือ ‘ขาล’ หัวโจก ปวส. เทคนิคเครื่องกล เจ้าของใบหน้าดุดันกับทรงผมไถข้างมัดจุกสุดเท่ ขาลเป็นผู้ชายที่บ้าดีเดือด กล้าได้กล้าเสีย และเป็นคนหัวรุนแรงพอสมควร เขามีเรื่องตีกับวิทยาลัยอื่นเป็นประจำ และเข้าออกโรงพยาบาลเป็นบ้านหลังที่สองแต่แรงจูงใจที่ทำให้คนที่เกลียดโรงพยาบาลเข้าใส้ตั้งแต่เด็กอย่างขาลเลือกที่จะมาที่นี่ ก็มีอยู่อย่างเดียว“คุณขาล ปริชาพิพัฒน์ คุณหมอเรียกพบค่ะ”พยาบาลสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มขานชื่อของเขาหลังจากที่ร่างสูงรอมายี่สิบนาที ขาลในสภาพสะบักสะบอมหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง เขาผิวปากอย่างอารมณ์ดีซึ่งขัดกับบาดแผลภายนอกที่ออกจะหนักหน่วงเอาเรื่อง ก่อนที่จะกระตุกยิ้มให้พยาบาลที่ขานเรียกชื่อเขาแต่ถึงแม้ว่าพยาบาลคนนั้นจะน่ารักแค่ไหน ก็สู้พี่สาวของเขาไม่ได้คนตัว
[พาร์ท : ขาล]ย้อนไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อนผมกระดกเหล้าอยู่ในคลับ ที่ปลายหางคิ้วแตกเพราะมีปัญหากับเทคนิกวิทยาลัยตรงข้ามนิดหน่อย เรามีปัญหากันเรื่องแหวนรุ่นที่ออกแบบคล้ายกันโดยบังเอิญ แน่นอนว่าอีกฝ่ายเป็นพวกอีโก้จัดไม่ชอบเหมือนใคร เลยยกพวกมาตะลุมบอนระหว่างที่ผมกับเพื่อนขึ้นรถเมล์ด้วยเรื่องปัญญาอ่อนแค่นั้นแต่ก็อย่างว่า ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายมันสูงเหมือนตึก ขนาดแค่มองหน้ากันยังไม่พอใจจนแทบฆ่ากันตาย นับประสาอะไรกับแหวนรุ่นที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แทนศักดิ์ศรีฆ่าได้แต่หยามไม่ได้ของเด็กช่างแต่ถ้าถามว่าเรื่องนั้นเป็นหนึ่งในเรื่องที่ทำให้ผมให้ความสำคัญจนถึงขั้นมานั่งก๊งเหล้ากับเพื่อนทั้งที่ปกติจะนอนอยู่บ้านมั้ยไม่ว่ะ ผมไม่ใส่ใจผมก็แค่อกหัก แล้วก็กำลังหาที่พึ่งทางใจที่ไม่ใช่การจีบผู้หญิงคนใหม่ และมันก็มาลงตัวที่น้ำเมามากกว่า“พี่หมี่อายุยี่สิบห้าแล้ว ก็ไม่แปลกมั้ยวะที่จะมีคนคุย” เพื่อนในกลุ่มเดียวกันเริ่มเข้าประเด็นที่จี้ใจมาตลอดขึ้นในขณะที่นั่งกระดิกตีนชงเหล้าอยู่อีกฝั่ง ผมนั่งเงียบ ก่อนที่จะเสยผมยาวๆ ของตัวเองขึ้นอย่างหัวเสีย“กูรู้ ไม่ต้องย้ำ” เสียงที่เปล่งออกไปห้วนจัดซะจนเพื่อนต้องเงียบกันทั้ง
คนตัวใหญ่ปลดชุดแซกแขนกุดของฉันออกจนเห็นลาดไหล่ขาวนวล เขากลืนน้ำลายลงคอ ในขณะที่จะโน้มใบหน้าเข้ามาพรมจูบไปตามลาดไหล่ของฉันที่นั่งตัวแข็งทำไมไม่ห้ามเขาล่ะ ทำไมไม่ผลักออก?ได้แต่ถามตัวเองแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไร นอกจากความรู้สึกแสบเล็กๆ เพราะขาลกำลังดูดเม้มที่ไหปลาร้าเหมือนคนที่กำลังมัวเมากับของหวาน“ผมชอบพี่จัง พี่หมี่” จนเขากระซิบชิดลาดไหล่เปลือยเปล่าของฉัน พร้อมๆ กับปลายนิ้วสากที่เริ่มเกี่ยวสายชั้นในของฉันจนตกลงไปที่แขน“...”“ชอบจนแทบบ้าเลย”ตึกตักหัวใจฉันเต้นแรงเมื่อได้ยินคำบอกชอบจากร่างสูงใหญ่ที่พยายามทำลายความสัมพันธ์ที่มีช่องว่างของเราลง ฉันเคยคิดว่าขาลคือเด็กน้อยที่เชื่องและไม่มีประสบการณ์ เขาก็แค่เด็กวัยรุ่นเลือดร้อนทั่วไปแต่พอฉันพลาดพลั้งเปิดทางให้เขาไปครั้งเดียวเท่านั้น ก็เหมือนกับว่าขาลพร้อมที่จะพุ่งตรงเข้ามาแบบไม่คิดชีวิตฉันได้รู้ธาตุแท้ของน้องชายข้างบ้านวันนี้เอง ว่าเขาไม่ใช่สุนัขที่เชื่องและเชื่อฟังคน แต่จริงๆ แล้วเขาคือหมาล่าเนื้อที่รอเจ้าของตายใจ และพร้อมที่จะเข้ามาขย้ำอย่างรุนแรงได้ทุกเมื่อฉันได้ทำลายเส้นกั้นระหว่างเราไปแล้ว และน้องขาลคงจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ จนกว
“ขาล คือเมื่อคืน...” เธอพูดเสียงแผ่ว จ้องมองริมฝีปากผมที่หยัดยิ้มอย่างอ้อยอิ่ง “พี่ทำอะไรน่าอายลงไปเยอะเลย ขอโทษนะคะ”“แต่ผมกลับชอบที่พี่ทำแบบนั้นนะ” ผมโพล่งขึ้นมาอย่างไม่แคร์ความรู้สึกผิดจากแววตาคู่สวยที่หวานซึ้ง ผมรู้ว่าในใจลึกๆ ของเธอกำลังกระหายใคร่รู้ในตัวตนที่ซ่อนอยู่ของผม แต่เธอแค่ยังกลัวกับขนบธรรมเนียมเก่าๆ “แล้ววันนี้”“...”“พี่จะให้ผมแวะไปหาที่ห้องอีกรึเปล่า?”“หยุดก่อนเลยนะ” พอเห็นว่าผมเริ่มเข้ามาประชิดตัว พี่หมี่ที่เสียเปรียบเพราะเธอตัวเล็กกว่าก็เลยพยายามดันแผงอกผมออกไป “เหมือนน้องขาลจะลืมไปว่าที่นี่คือโรงพยาบาล”“ผมไม่สน” ผมสวนกลับทันที ก่อนที่จะเบี่ยงหน้าไปกระซิบข้างกกหูขาว “ผมอยาก ที่มาหาพี่ก็เพราะอยาก”“... แต่พี่ยังไม่พร้อมนะ” เธอเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อผมใช้ฝ่ามือหนาเกลี่ยปอยผมยาวๆ สีชมพูอ่อนที่ปรกหน้าเธอจนเห็นพวงแก้มนวลเชื่อมต่อไปจนถึงใบหูที่ขึ้นสีจัดจากสิ่งที่ผมทำ ผมเลยขบหูเธอเบาๆ “อ๊ะ ขาล ฟังพี่ด้วย”แปลกดี ปากห้ามผมแทบตาย แต่กลับไม่ผลักผมออกสักทีพี่หมี่กำลังท้าทายผมอ้อมๆ โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว“เมื่อคืนผมยังไม่เสร็จ พี่ก็ไม่เสร็จไม่ใช่เหรอ” ผมพูดเย้าแหย่ข้างกกหูตอ
[พาร์ท : ขาล]ผมตื่นขึ้นมาในเช้าวันถัดไป ในห้องของตัวเองยันตัวลุกขึ้นมาจากเตียงพร้อมกับขยี้ผมยาวๆ อย่างงัวเงีย เสียงคนทำอาหารข้างล่างดังเป็นระลอก เลยรู้ว่า ‘ขิม’ มันกำลังทำอาหารเช้าเตรียมเอาไว้ให้อีกแล้วผมออกไปยืนสูบบุหรี่ที่นอกระเบียง พร้อมกับหวนนึกถึงเรื่องเมื่อคืนหลังจากที่ตกลงกันว่าผมจะไม่มีเซ็กซ์กับพี่หมี่จนกว่าเธอจะพร้อม ผมก็รอให้เธอเมาหลับไป รอจนกว่าพี่หมี่จะหลับสนิทจริงๆ ถึงได้ปลีกตัวกลับมา ปลดปล่อยความใคร่และนึกถึงหน้าอกอวบขาวกับยอดทับทิมสีชมพูอยู่คนเดียว ใช้อุ้งมือพาตัวเองไปจนถึงจุดสุดยอดในห้องนอนถ้าไปเล่าให้เพื่อนฟัง แม่งคงบอกว่าไม่คุ้มแต่สำหรับผม มันคุ้มผมพ่นควันบุหรี่ออกมาในขณะที่ร่างกายแกร่งเปลือยเปล่า มือข้างขวากดโทรศัพท์ส่องหน้าไอจีของพี่หมี่ เห็นว่าเธอลงรูปเซลฟี่ที่โรงพยาบาล พอเสหน้าไปมองนาฬิกาก็เห็นว่าตอนนี้มันจะเที่ยงแล้วผมมีเรียนตอนบ่ายสอง แวะไปหาดีมั้ยวะก็นะ แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของสักหน่อย ถึงพี่หมี่จะไม่ชอบ แต่ผมก็ต้องแน่ใจที่สุดว่าครั้งแรกเธอจะเสียให้กับผมหมับผมชะงักเมื่อใจลอยคิดอะไรเงียบๆ ก็ถูกวงแขนเล็กกอดรัดอย่างแนบแน่น พอเหลือบไปมองก็เห็นว่าเป็น
ตึกตัก ตึกตักฉันใจเต้นหนักเมื่อเด็กผู้ชายที่ฉันเคยภาวนากับตัวเองว่าจะไม่หวั่นไหวกับเขากำลังนั่งคุกเข่า ร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยรอยสัก ซิกแพคเป็นลอนหนาเย้ายวน พร้อมกับความผงาดใต้กางเกงยีนส์ที่กะจากระยะสายตาตรงนี้ว่ามันคงใหญ่ยาวเอาเรื่องขาลเคยเป็นเพียงแค่เด็กตัวเล็กๆ คนนึง เป็นน้องชายที่ฉันเอ็นดู เพราะเขาว่านอนสอนง่าย เชื่อฟังฉันเหมือนสุนัขเชื่องๆ และพร้อมจะทำทุกอย่างตามที่ฉันขอจนวันนี้ขาลกำลังรุกฉันในคืนที่ฉันเสียการควบคุม น้องชายตัวน้อยที่ฉันเคยเอ็นดู บัดนี้กลายเป็นเพียงชายหนุ่มกลัดมันที่เร่าร้อนคนนึงเท่านั้นฉันเม้มริมฝีปากแน่น หน้าอกอวบสะท้อนตามแรงหายใจ มันเปลือยเปล่าจนเห็นยอดอกสีชมพู และร่างกายขาวจัดที่ไม่เคยเปิดเผยให้กับผู้ชายคนไหนมาก่อนที่บอกว่าฉันเวอร์จิ้นน่ะ เรื่องจริงนะฉันเคยจูบกับแฟนเก่า แต่นั่นก็นานมาแล้ว อีกอย่างฉันก็ไม่ได้เป็นฝ่ายรุกจูบก่อนด้วย นั่นก็เพราะฉันจูบไม่เก่งดูเหมือนว่าฉันเซ็กซี่ แต่งตัววาบหวิว และขี้อ่อยใครต่อใคร แต่เอาจริงๆ มั้ย ฉันไม่เคยถูกใครดูดหน้าอก ไม่เคยถูกจูบได้ดูดดื่มขนาดนี้ รวมถึงความใกล้ชิดที่อุ่นร้อนนี่ด้วยฉันแค่พยายามสร้างลุคยั่วยวนเพื่อป้องก
[พาร์ท : ขาล]ผมเคยมีแฟน และมีเซ็กซ์กับแฟนอยู่สองสามคนที่มีตอนนั้นก็เพราะพยายามจะตัดใจจากพี่หมี่เพราะรู้ดีว่าระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้ พี่หมี่ไม่เคยมองเห็นผมเป็นมากกว่าน้องชายข้างบ้านของเธอ แม้ว่าผมจะพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองมากแค่ไหน พยายามเป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งมากมาย แต่เธอก็ยังทำเหมือนผมเป็นแค่น้องในสายตาผมมันก็แค่ไอ้โง่งี่เง่า ที่ตัดพี่หมี่ไม่ขาด มีแฟนมาสามคน มีเซ็กซ์กับกี่คน สุดท้ายก็ต้องโดนทิ้ง เพราะลมหายใจเข้าออกของผมมีแต่พี่หมี่เท่านั้น จนคนที่คบอยู่ไม่โอเคกับสิ่งที่ผมเป็นแต่ผมไม่ได้แคร์เหมือนกัน ไม่ว่าจะมีแฟนหรือไม่มีก็ไม่ต่างกัน ในความคิดของผมมีแต่พี่หมี่ และใช้คนที่คบด้วยเป็นตัวแทนเวลามีเซ็กซ์กับเธอเห็นแก่ตัวดีใช่ปะ เออ ผมรู้ แต่ผมเปลี่ยนตัวเองไม่ได้พี่หมี่เองก็รู้ดีว่าผมทำไม่ได้ เธอเลยยังอยู่ตรงนี้ ให้ความหวังป้อนความหมายในการมีชีวิตต่อของผมไปวันๆ แต่ไม่คิดที่จะทำอะไรมากกว่านั้น แม้ว่าในบางครั้งผมจะรู้สึกโมโห อยากตัดใจกับความสัมพันธ์ที่คลุมเครือสัสๆ นี่ แต่พอแม่งทำไม่ได้ ก็เลยเหมือนเดินอยู่ในเขาวงกตเขาวงกตที่ผมจงใจจะตายอยู่ในนั้น และเชื่อมั่นในพระเจ้าว่าสักวันพระองค์ต้
ท่ามกลางความเงียบสงัดภายในห้องนอนที่น่ารักของฉัน ฉันที่เมาจนประคองสติได้ไม่มากนักโพล่งขึ้นมาหลังจากที่รับรู้ได้ว่าผู้ชายตรงหน้าพร้อมที่จะเป็นของเล่นของฉันมากกว่าใครฉันรู้ดี รู้มาโดยตลอดว่าน้องขาลชอบฉันมากจนแทบเรียกได้ว่าคลั่งฉันรู้ดี ว่าน้องขาลตามฉันไปที่คลับทุกคืนวันเสาร์ที่ฉันไม่มีงานเพราะรู้ก็เลยจงใจชนแก้วกับผู้ชายคนนั้น เพื่อให้เด็กตัวใหญ่คนนั้นเดินเข้ามาหาด้วยความหึงหวง และเชิญชวนให้น้องขาลไปส่งฉันที่ห้องก็เพราะน้องขาลน่ะฮอตมากเลยน่ะสิ ทั้งร่างกายกำยำติดคล้ำนิดๆ ตัวสูงใหญ่เหมือนหมีป่า ซิกแพคเป็นลอนหนาที่ยั่วยวน กับรอยสักเต็มทั้งตัว เหมือนเขาจะรู้ดีว่าฉันชอบแบบนี้ ลุคเถื่อนๆ แบบนี้แต่ท่าทางว่านอนสอนง่ายเหมือนหมาน้อยเชื่องๆ ที่รักแค่เจ้าของเพียงคนเดียวถ้าอยากจะขออะไรที่เห็นแก่ตัว อย่างเช่นวันไนท์กับน้องขาลสักครั้ง เพื่อปลดปล่อยความเครียดเกี่ยวกับงานที่ทำอยู่ทั้งหมด และปล่อยตัวปล่อยใจไปกับร่างสูงใหญ่ตรงหน้าสักครั้ง เขาจะว่ามั้ยนะใบหน้าคมกร้าวนิ่งไปเมื่อได้ยินคำขอที่เห็นแก่ได้ของฉัน ใช่ เพราะฉันรู้ดีว่าตัวเองยังไม่พร้อมมีใครในตอนนี้ งานที่ทำอยู่ทำให้ฉันไม่ค่อยมีเวลาที่จะไปใส่ใจ
ผมไม่ได้แคร์ว่าเพื่อนในวงเหล้าจะรอ ไว้ค่อยแชทไปบอกก็ได้ว่าปลีกตัวออกมากับพี่หมี่แล้ว พวกมันคงไม่กล้าแย้งอะไรหรอกก็ลองแย้งดู เดี๋ยวก็จะได้รู้ว่าจะได้เจอกับอะไร ทุกคนบนโลกถ้าไม่ใช่พี่หมี่ ผมก็ไม่แคร์ทั้งนั้นผมประคองร่างบางมาที่รถฮอนด้าซีวิคสีแดงที่พี่หมี่เคยบ่นว่าอยากได้แล้วก็ซื้อมันมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองสำเร็จ เงินเดือนเธอแม่งเยอะกว่าเงินเดือนที่ผมขอพ่อแม่ไปวันๆ เพราะเขาอยากให้ผมเรียนให้จบก่อน จะไปตีรันฟันแทงกับใครก็ได้ แต่ขอแค่เรียนให้จบพ่อกับแม่ไม่ได้คาดหวังกับคนอย่างผมมาก เพราะเขารู้ว่าผมแอบชอบพี่สาวข้างบ้านที่เป็นถึงแพทย์หญิงดีเด่นและรายได้เป็นแสน ครอบครัวพี่หมี่ก็หมอทั้งบ้าน ผมเลยต้องพยายามทำตัวเองให้ดีเพื่อให้เหมาะสมกับเธออยู่แล้วไม่รู้พี่เค้าจะเอาผมมั้ย แต่ผมคิดไว้ก่อนเลยไงพี่หมี่ถูกผมประคองร่างอรชรเข้าไปที่ที่นั่งข้างคนขับ เธอโอบรอบคอผมไว้เพื่อกันสะดุด และปล่อยให้ผมเป็นคนนำพาเธอ หน้าอกหน้าใจที่ใหญ่โตเกินตัวล้นออกมานอกเกาะอกสีชมพูที่เหมือนกับสีผมของเธอยามเมื่อเธอเอนหัวมาพิงขอบประตูรถด้วยความเมาผมกลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อกให้ตาย ใหญ่อะไรขนาดนี้วะ แม่ง“พี่หมี่ นั่งดีๆ หน
[พาร์ท : ขาล]ย้อนไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อนผมกระดกเหล้าอยู่ในคลับ ที่ปลายหางคิ้วแตกเพราะมีปัญหากับเทคนิกวิทยาลัยตรงข้ามนิดหน่อย เรามีปัญหากันเรื่องแหวนรุ่นที่ออกแบบคล้ายกันโดยบังเอิญ แน่นอนว่าอีกฝ่ายเป็นพวกอีโก้จัดไม่ชอบเหมือนใคร เลยยกพวกมาตะลุมบอนระหว่างที่ผมกับเพื่อนขึ้นรถเมล์ด้วยเรื่องปัญญาอ่อนแค่นั้นแต่ก็อย่างว่า ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายมันสูงเหมือนตึก ขนาดแค่มองหน้ากันยังไม่พอใจจนแทบฆ่ากันตาย นับประสาอะไรกับแหวนรุ่นที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แทนศักดิ์ศรีฆ่าได้แต่หยามไม่ได้ของเด็กช่างแต่ถ้าถามว่าเรื่องนั้นเป็นหนึ่งในเรื่องที่ทำให้ผมให้ความสำคัญจนถึงขั้นมานั่งก๊งเหล้ากับเพื่อนทั้งที่ปกติจะนอนอยู่บ้านมั้ยไม่ว่ะ ผมไม่ใส่ใจผมก็แค่อกหัก แล้วก็กำลังหาที่พึ่งทางใจที่ไม่ใช่การจีบผู้หญิงคนใหม่ และมันก็มาลงตัวที่น้ำเมามากกว่า“พี่หมี่อายุยี่สิบห้าแล้ว ก็ไม่แปลกมั้ยวะที่จะมีคนคุย” เพื่อนในกลุ่มเดียวกันเริ่มเข้าประเด็นที่จี้ใจมาตลอดขึ้นในขณะที่นั่งกระดิกตีนชงเหล้าอยู่อีกฝั่ง ผมนั่งเงียบ ก่อนที่จะเสยผมยาวๆ ของตัวเองขึ้นอย่างหัวเสีย“กูรู้ ไม่ต้องย้ำ” เสียงที่เปล่งออกไปห้วนจัดซะจนเพื่อนต้องเงียบกันทั้ง
ร่างสูงกำยำพร้อมกับรอยสักเต็มทั้งสองแขนนั่งถือไม้ทีกระดิกเท้าอยู่หน้าห้องตรวจ คนไข้ พยาบาล รวมถึงผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างมองมาทางชายหนุ่มร่างใหญ่เป็นตาเดียว นั่นเพราะที่ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลฟกช้ำ เสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูกับเสื้อกล้ามขาวด้านในเปรอะเลือดจนดูไม่ออกว่าเป็นเลือดจากปากแผลของเขา หรือเลือดของใครกันแน่เขาคือ ‘ขาล’ หัวโจก ปวส. เทคนิคเครื่องกล เจ้าของใบหน้าดุดันกับทรงผมไถข้างมัดจุกสุดเท่ ขาลเป็นผู้ชายที่บ้าดีเดือด กล้าได้กล้าเสีย และเป็นคนหัวรุนแรงพอสมควร เขามีเรื่องตีกับวิทยาลัยอื่นเป็นประจำ และเข้าออกโรงพยาบาลเป็นบ้านหลังที่สองแต่แรงจูงใจที่ทำให้คนที่เกลียดโรงพยาบาลเข้าใส้ตั้งแต่เด็กอย่างขาลเลือกที่จะมาที่นี่ ก็มีอยู่อย่างเดียว“คุณขาล ปริชาพิพัฒน์ คุณหมอเรียกพบค่ะ”พยาบาลสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มขานชื่อของเขาหลังจากที่ร่างสูงรอมายี่สิบนาที ขาลในสภาพสะบักสะบอมหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง เขาผิวปากอย่างอารมณ์ดีซึ่งขัดกับบาดแผลภายนอกที่ออกจะหนักหน่วงเอาเรื่อง ก่อนที่จะกระตุกยิ้มให้พยาบาลที่ขานเรียกชื่อเขาแต่ถึงแม้ว่าพยาบาลคนนั้นจะน่ารักแค่ไหน ก็สู้พี่สาวของเขาไม่ได้คนตัว