[พาร์ท : ขาล]
ผมตื่นขึ้นมาในเช้าวันถัดไป ในห้องของตัวเอง
ยันตัวลุกขึ้นมาจากเตียงพร้อมกับขยี้ผมยาวๆ อย่างงัวเงีย เสียงคนทำอาหารข้างล่างดังเป็นระลอก เลยรู้ว่า ‘ขิม’ มันกำลังทำอาหารเช้าเตรียมเอาไว้ให้อีกแล้ว
ผมออกไปยืนสูบบุหรี่ที่นอกระเบียง พร้อมกับหวนนึกถึงเรื่องเมื่อคืน
หลังจากที่ตกลงกันว่าผมจะไม่มีเซ็กซ์กับพี่หมี่จนกว่าเธอจะพร้อม ผมก็รอให้เธอเมาหลับไป รอจนกว่าพี่หมี่จะหลับสนิทจริงๆ ถึงได้ปลีกตัวกลับมา ปลดปล่อยความใคร่และนึกถึงหน้าอกอวบขาวกับยอดทับทิมสีชมพูอยู่คนเดียว ใช้อุ้งมือพาตัวเองไปจนถึงจุดสุดยอดในห้องนอน
ถ้าไปเล่าให้เพื่อนฟัง แม่งคงบอกว่าไม่คุ้ม
แต่สำหรับผม มันคุ้ม
ผมพ่นควันบุหรี่ออกมาในขณะที่ร่างกายแกร่งเปลือยเปล่า มือข้างขวากดโทรศัพท์ส่องหน้าไอจีของพี่หมี่ เห็นว่าเธอลงรูปเซลฟี่ที่โรงพยาบาล พอเสหน้าไปมองนาฬิกาก็เห็นว่าตอนนี้มันจะเที่ยงแล้ว
ผมมีเรียนตอนบ่ายสอง แวะไปหาดีมั้ยวะ
ก็นะ แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของสักหน่อย ถึงพี่หมี่จะไม่ชอบ แต่ผมก็ต้องแน่ใจที่สุดว่าครั้งแรกเธอจะเสียให้กับผม
หมับ
ผมชะงักเมื่อใจลอยคิดอะไรเงียบๆ ก็ถูกวงแขนเล็กกอดรัดอย่างแนบแน่น พอเหลือบไปมองก็เห็นว่าเป็นน้องสาวตัวเล็ก ไอ้ขิมในชุดนักเรียน ม.ปลาย กับผ้ากันเปื้อนสีขาวเงยหน้าขึ้นยิ้มแป้นแล้นให้ผม
“ตื่นแล้วเหรอคะพี่ขาล”
“เออ” ผมตอบสั้นๆ ก่อนที่จะขยี้ก้นบุหรี่ที่ติดไฟกับราวระเบียง “บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเข้ามาตอนที่กูสูบบุหรี่”
“แหม ไม่เหม็นสักหน่อย” เธอย่นจมูกพร้อมกับกระโดดมายืนตัวตรง ผมเลยพ่นลมหายใจหนักกับความดื้อรั้นของมัน
ผมกับขิมเป็นพี่น้องฝาแฝดที่แยกมาอยู่กันสองคน เพราะพ่อแม่พวกเราทำงานธุรกิจสีเทาอยู่ต่างประเทศและเลี้ยงผมกับมันมาแบบลูกฝรั่ง ท่านทั้งคู่เป็นคนที่น่ากลัว ดุ แต่ก็ใจดีในบางเรื่อง อย่างเช่นเวลาขอเงิน แค่เอ่ยปาก เงินก็เข้าบัญชีทันที
พ่อกับแม่ผมเป็นคนแปลกๆ คือชอบให้ผมกับน้องย้ายออกไปใช้ชีวิตเองตั้งแต่ตอนที่ผมอายุสิบห้า พ่อซื้อบ้านหลังหนึ่งที่ติดกับบ้านพี่หมี่ให้โดยที่ไม่รู้เหตุผล และผมก็รู้จักเธอในฐานะพี่สาวข้างบ้าน ที่ชอบมาเล่นด้วยและคอยดูแลเราสองพี่น้อง เพราะเธอเหมือนเป็นพี่สาวที่อายุมากกว่า จนนานวันเข้าผมก็ยึดติดกับความใจดีที่เธอมีให้ จนปัจจุบันก็คลั่งรักเธออย่างเต็มรูปแบบ
ผมมีเธอเป็นต้นแบบสเป็คผู้หญิง ตอนแรกที่พยายามมีแฟน เพราะผมคิดว่ามันก็แค่ต้นแบบ ไม่จำเป็นต้องได้ครอบครอง
แต่พอได้มีใครต่อใครผมถึงได้รู้ ผมไม่ได้เห็นเธอเป็นแค่ต้นแบบ แต่ผมอยากเห็นเธอกลายมาเป็นเมียผมจริงๆ ด้วย
ผมใช้ชีวิตเหมือนเด็กฝรั่ง ที่พออายุสิบเจ็ดก็โตเกินวัย แต่ก็เสพติดสังคมแบบเด็กช่างที่ดิบเถื่อนอยู่บ้าง ยาเสพติดก็ลอง บุหรี่ก็สูบจัด เหล้าก็ติดหนัก
ก็ที่ต่างประเทศกัญชามันถูกกฎหมาย และความคิดผมสำหรับยาเสพติดก็คือ... เรื่องทั่วไป
ผมกลายมาเป็นผู้ชายที่แตกต่างจากผมในตอนอายุสิบห้าที่เธอเจอครั้งแรก เวลาผ่านไปแค่สองสามปี ผมก็โตขึ้นมากจนพี่หมี่เริ่มห่างเหินเพราะความเป็นชายฉกรรจ์ของผม
ผมเคยช้ำและไม่เข้าใจ คิดว่าเธอไม่อยากอยู่กับผม เธอคงไม่ชอบผมที่ผมกลายมาเป็นผู้ชายที่เธอเคยบอกในอดีตว่าเธอชอบแบบนี้ทั้งๆ ที่เธอมองผมเป็นแค่น้องชาย เธอคงผิดหวังที่ผมชอบเธอ
แต่ผมเพิ่งมารู้เมื่อคืนนี้เอง
เธอไม่ได้เกลียด แต่เธอแค่ไม่เคย
ผมแค่นยิ้ม แล้วท่าทางเซ็กซี่ที่ผ่านมา ก็แค่สร้างมันขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเองจากใครบางคน คราวนี้ผมเลยเข้าใจอย่างถ่องแท้
คนคนนั้นที่เธออยากป้องกัน คือผมรึเปล่า
“เมื่อคืนไปห้องเจ้หมี่มาใช่มั้ย”
ผมผงกหัวขึ้นมา หลังจากที่น้องสาวฝาแฝดในทรงผมสั้นม้าเต่อถามขึ้นในระหว่างที่กินข้าวเช้า น้องสาวผมทำอาหารเก่ง และเพราะผมไม่ชอบทำอาหาร เลยโยนมันมาให้ขิมทำบ่อย และขิมก็เป็นทั้งน้องสาวที่ทั้งน่าหมั่นไส้และกวนประสาทไปพร้อมๆ กัน
เพราะพอผมไม่ชอบอาหารเช้า มันก็จะลุกขึ้นมาขยันทำอาหารเช้าทุกวัน
อะไรที่ผมไม่อยากให้รู้ มันก็จะไปสืบให้รู้มาจนได้
“เสือก” ผมตอบมันสั้นๆ ก่อนที่ไอ้ตัวแสบจะฉีกยิ้ม
“มีไรกันยัง” แทบจะสำลักข้าวตอนที่มันถามซะตรงเผงสัสๆ “เมื่อคืนพี่เตเล่าให้ฟังว่าพี่หึงเจ้หมี่ เลยอุ้มเธอกลับห้องไปปู้ยี่ปู้ยำ”
ผมแทบจะหักตะเกียบ ไอ้เหี้ยเต ปากสว่างอีกตามเคย
ถ้ามันไม่มีซัมติงอะไรกับไอ้ขิม คงไม่มาพูดให้รู้กันขนาดนี้หรอก
“มึงกับมันเป็นผัวเมียกันเหรอขิม เห็นกี่ทีรู้จากไอ้เตตลอด” พอถามคำถามที่รู้ว่าน้องผมมันต้องตอบไม่ได้ ไอ้ขิมก็สะอึก
“เสือก” มันย้อนผมกลับ ไอ้เด็กเวร
“กูไม่กินล่ะ” หมดรมณ์ อีกอย่างไม่ชอบข้าวเช้าอยู่แล้วด้วย
“พี่จะไปไหน ไม่ไปส่งหนูที่โรงเรียนเหรอ” ไอ้ตัวเล็กถามหลังจากที่เห็นว่าผมรวบผมขึ้นมัดจุกหลวมๆ แล้วสะพายกระเป๋าแฟบๆ ที่มีแต่รอยลิควิดแล้วจะก้าวออกนอกประตู
“มีตีนก็ไปเองดิ เงินพ่อก็ส่งให้”
“ทำตัวเป็นพี่ชายที่แสนดีเหมือนที่ทำตัวเป็นน้องชายที่ภักดีกับเจ้หมี่หน่อยดิ”
“ไม่สะดวกใจ”
ผมตอบแค่นั้นอย่างไม่แคร์ คาบบุหรี่มวนที่สองของเช้านี้ จุดไฟแช็คแล้วเดินออกไปจากประตู ทิ้งให้มันกินข้าวเช้าที่ชอบกินนักหนาคนเดียวไป เพราะยังไงก็เจอหน้ากันทุกวัน อีกอย่างไอ้ขิมมันดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว
ก็ตามที่บอก ถ้าไม่ใช่พี่หมี่ ผมก็ไม่ได้สนเหี้ยอะไร
แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นน้องแท้ๆ ก็ตาม
ผมแวะมาที่โรงพยาบาล เพราะถ้าจะแวะมาหาพี่หมี่ ก็ต้องมาที่นี่เท่านั้น
โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังใจกลางเมืองหลวงที่พ่อของพี่หมี่เป็นผู้บริหาร ลูกสาวจะกลายเป็นหมอที่สมบูรณ์แบบขนาดนั้นก็ไม่แปลก
ใช่ ผมชอบที่เธอดูเซ็กซี่และสง่างามแบบนั้น แต่กลับมีความลับอันย้อนแย้งขัดกับบุคลิกภายนอกที่เพิ่งรู้เมื่อคืน เอาเป็นว่าผมพอใจมากกับความลับนี้
และจะใช้มันให้เป็นประโยชน์ที่สุด
ผมตรงเข้าไปที่โซนประชาสัมพันธ์ เพราะคนที่นี่รู้จักผมในฐานะลูกชายนักธุรกิจสีเทาคู่ผัวเมียที่เติบโตในต่างประเทศ อีกอย่างก็เป็นหุ้นส่วนกับพ่อของพี่หมี่ด้วย
แทบไม่มีอะไรที่เราสองคนจะไม่เข้ากัน แต่มีแค่พี่หมี่ที่ยังไม่อยากมีใครเท่านั้น
ถ้าผมทำให้เธอหลงได้ การได้เธอมาเป็นเมียมันก็ไม่ยากอะไร เพราะชีวิตผมมันมีครบทุกอย่าง
พนักงานประชาสัมพันธ์แจ้งห้องพักของพี่หมี่ วันนี้คนไข้น้อยเธอเลยได้พักหายใจบ้าง เห็นบอกว่าพี่หมี่ดูมีอาการแฮงก์เหล้า แต่ก็ยังทำงานได้ดี ที่คอมีรอยเหมือนยุงกัด เหมือนว่าเธอจะป่วย
ผมกระตุกยิ้ม พยาบาลที่นี่ช่างซื่อจริงๆ เพราะไอ้รอยยุงกัดนั่นน่ะ เป็นรอยที่ผมทำมันด้วยตัวเองไงล่ะ
ผมเลื่อนบานประตูกระจกมัวออกไปอย่างถือวิสาสะ เพราะผมแวะเวียนมาหาพี่หมี่ที่นี่ประจำในเวลาว่างจนพยาบาลทุกคนรู้จักผม และดูเหมือนพวกเธอจะคลั่งไคล้ผมอยู่เหมือนกัน แต่ผมกลับแสดงออกแบบนั้นกับพี่หมี่แค่คนเดียว
ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนช้อนขึ้นมาสบสายตาผม เธอในชุดกาวน์ที่ขาวสะอาดกลับดูเซ็กซี่เพราะหุ่นอวบอัดภายใต้ชุดแซกทรงสวย ผมเผลอจินตนาการถึงเรื่องเมื่อคืนและเรือนร่างใต้ผ้าของเธอ และก็ดูเหมือนว่าพี่หมี่จะจำมันได้เหมือนกัน เธอผุดลุกขึ้นจากโต๊ะขาวที่มีเครื่องคอมและเอกสาร ในขณะที่ผมเลื่อนประตูปิดอย่างเงียบเชียล
“ขาล คือเมื่อคืน...” เธอพูดเสียงแผ่ว จ้องมองริมฝีปากผมที่หยัดยิ้มอย่างอ้อยอิ่ง “พี่ทำอะไรน่าอายลงไปเยอะเลย ขอโทษนะคะ”
“แต่ผมกลับชอบที่พี่ทำแบบนั้นนะ” ผมโพล่งขึ้นมาอย่างไม่แคร์ความรู้สึกผิดจากแววตาคู่สวยที่หวานซึ้ง ผมรู้ว่าในใจลึกๆ ของเธอกำลังกระหายใคร่รู้ในตัวตนที่ซ่อนอยู่ของผม แต่เธอแค่ยังกลัวกับขนบธรรมเนียมเก่าๆ “แล้ววันนี้”
“...”
“พี่จะให้ผมแวะไปหาที่ห้องอีกรึเปล่า?”
“ขาล คือเมื่อคืน...” เธอพูดเสียงแผ่ว จ้องมองริมฝีปากผมที่หยัดยิ้มอย่างอ้อยอิ่ง “พี่ทำอะไรน่าอายลงไปเยอะเลย ขอโทษนะคะ”“แต่ผมกลับชอบที่พี่ทำแบบนั้นนะ” ผมโพล่งขึ้นมาอย่างไม่แคร์ความรู้สึกผิดจากแววตาคู่สวยที่หวานซึ้ง ผมรู้ว่าในใจลึกๆ ของเธอกำลังกระหายใคร่รู้ในตัวตนที่ซ่อนอยู่ของผม แต่เธอแค่ยังกลัวกับขนบธรรมเนียมเก่าๆ “แล้ววันนี้”“...”“พี่จะให้ผมแวะไปหาที่ห้องอีกรึเปล่า?”“หยุดก่อนเลยนะ” พอเห็นว่าผมเริ่มเข้ามาประชิดตัว พี่หมี่ที่เสียเปรียบเพราะเธอตัวเล็กกว่าก็เลยพยายามดันแผงอกผมออกไป “เหมือนน้องขาลจะลืมไปว่าที่นี่คือโรงพยาบาล”“ผมไม่สน” ผมสวนกลับทันที ก่อนที่จะเบี่ยงหน้าไปกระซิบข้างกกหูขาว “ผมอยาก ที่มาหาพี่ก็เพราะอยาก”“... แต่พี่ยังไม่พร้อมนะ” เธอเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อผมใช้ฝ่ามือหนาเกลี่ยปอยผมยาวๆ สีชมพูอ่อนที่ปรกหน้าเธอจนเห็นพวงแก้มนวลเชื่อมต่อไปจนถึงใบหูที่ขึ้นสีจัดจากสิ่งที่ผมทำ ผมเลยขบหูเธอเบาๆ “อ๊ะ ขาล ฟังพี่ด้วย”แปลกดี ปากห้ามผมแทบตาย แต่กลับไม่ผลักผมออกสักทีพี่หมี่กำลังท้าทายผมอ้อมๆ โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว“เมื่อคืนผมยังไม่เสร็จ พี่ก็ไม่เสร็จไม่ใช่เหรอ” ผมพูดเย้าแหย่ข้างกกหูตอ
คนตัวใหญ่ปลดชุดแซกแขนกุดของฉันออกจนเห็นลาดไหล่ขาวนวล เขากลืนน้ำลายลงคอ ในขณะที่จะโน้มใบหน้าเข้ามาพรมจูบไปตามลาดไหล่ของฉันที่นั่งตัวแข็งทำไมไม่ห้ามเขาล่ะ ทำไมไม่ผลักออก?ได้แต่ถามตัวเองแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไร นอกจากความรู้สึกแสบเล็กๆ เพราะขาลกำลังดูดเม้มที่ไหปลาร้าเหมือนคนที่กำลังมัวเมากับของหวาน“ผมชอบพี่จัง พี่หมี่” จนเขากระซิบชิดลาดไหล่เปลือยเปล่าของฉัน พร้อมๆ กับปลายนิ้วสากที่เริ่มเกี่ยวสายชั้นในของฉันจนตกลงไปที่แขน“...”“ชอบจนแทบบ้าเลย”ตึกตักหัวใจฉันเต้นแรงเมื่อได้ยินคำบอกชอบจากร่างสูงใหญ่ที่พยายามทำลายความสัมพันธ์ที่มีช่องว่างของเราลง ฉันเคยคิดว่าขาลคือเด็กน้อยที่เชื่องและไม่มีประสบการณ์ เขาก็แค่เด็กวัยรุ่นเลือดร้อนทั่วไปแต่พอฉันพลาดพลั้งเปิดทางให้เขาไปครั้งเดียวเท่านั้น ก็เหมือนกับว่าขาลพร้อมที่จะพุ่งตรงเข้ามาแบบไม่คิดชีวิตฉันได้รู้ธาตุแท้ของน้องชายข้างบ้านวันนี้เอง ว่าเขาไม่ใช่สุนัขที่เชื่องและเชื่อฟังคน แต่จริงๆ แล้วเขาคือหมาล่าเนื้อที่รอเจ้าของตายใจ และพร้อมที่จะเข้ามาขย้ำอย่างรุนแรงได้ทุกเมื่อฉันได้ทำลายเส้นกั้นระหว่างเราไปแล้ว และน้องขาลคงจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ จนกว
ร่างสูงกำยำพร้อมกับรอยสักเต็มทั้งสองแขนนั่งถือไม้ทีกระดิกเท้าอยู่หน้าห้องตรวจ คนไข้ พยาบาล รวมถึงผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างมองมาทางชายหนุ่มร่างใหญ่เป็นตาเดียว นั่นเพราะที่ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลฟกช้ำ เสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูกับเสื้อกล้ามขาวด้านในเปรอะเลือดจนดูไม่ออกว่าเป็นเลือดจากปากแผลของเขา หรือเลือดของใครกันแน่เขาคือ ‘ขาล’ หัวโจก ปวส. เทคนิคเครื่องกล เจ้าของใบหน้าดุดันกับทรงผมไถข้างมัดจุกสุดเท่ ขาลเป็นผู้ชายที่บ้าดีเดือด กล้าได้กล้าเสีย และเป็นคนหัวรุนแรงพอสมควร เขามีเรื่องตีกับวิทยาลัยอื่นเป็นประจำ และเข้าออกโรงพยาบาลเป็นบ้านหลังที่สองแต่แรงจูงใจที่ทำให้คนที่เกลียดโรงพยาบาลเข้าใส้ตั้งแต่เด็กอย่างขาลเลือกที่จะมาที่นี่ ก็มีอยู่อย่างเดียว“คุณขาล ปริชาพิพัฒน์ คุณหมอเรียกพบค่ะ”พยาบาลสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มขานชื่อของเขาหลังจากที่ร่างสูงรอมายี่สิบนาที ขาลในสภาพสะบักสะบอมหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง เขาผิวปากอย่างอารมณ์ดีซึ่งขัดกับบาดแผลภายนอกที่ออกจะหนักหน่วงเอาเรื่อง ก่อนที่จะกระตุกยิ้มให้พยาบาลที่ขานเรียกชื่อเขาแต่ถึงแม้ว่าพยาบาลคนนั้นจะน่ารักแค่ไหน ก็สู้พี่สาวของเขาไม่ได้คนตัว
[พาร์ท : ขาล]ย้อนไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อนผมกระดกเหล้าอยู่ในคลับ ที่ปลายหางคิ้วแตกเพราะมีปัญหากับเทคนิกวิทยาลัยตรงข้ามนิดหน่อย เรามีปัญหากันเรื่องแหวนรุ่นที่ออกแบบคล้ายกันโดยบังเอิญ แน่นอนว่าอีกฝ่ายเป็นพวกอีโก้จัดไม่ชอบเหมือนใคร เลยยกพวกมาตะลุมบอนระหว่างที่ผมกับเพื่อนขึ้นรถเมล์ด้วยเรื่องปัญญาอ่อนแค่นั้นแต่ก็อย่างว่า ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายมันสูงเหมือนตึก ขนาดแค่มองหน้ากันยังไม่พอใจจนแทบฆ่ากันตาย นับประสาอะไรกับแหวนรุ่นที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แทนศักดิ์ศรีฆ่าได้แต่หยามไม่ได้ของเด็กช่างแต่ถ้าถามว่าเรื่องนั้นเป็นหนึ่งในเรื่องที่ทำให้ผมให้ความสำคัญจนถึงขั้นมานั่งก๊งเหล้ากับเพื่อนทั้งที่ปกติจะนอนอยู่บ้านมั้ยไม่ว่ะ ผมไม่ใส่ใจผมก็แค่อกหัก แล้วก็กำลังหาที่พึ่งทางใจที่ไม่ใช่การจีบผู้หญิงคนใหม่ และมันก็มาลงตัวที่น้ำเมามากกว่า“พี่หมี่อายุยี่สิบห้าแล้ว ก็ไม่แปลกมั้ยวะที่จะมีคนคุย” เพื่อนในกลุ่มเดียวกันเริ่มเข้าประเด็นที่จี้ใจมาตลอดขึ้นในขณะที่นั่งกระดิกตีนชงเหล้าอยู่อีกฝั่ง ผมนั่งเงียบ ก่อนที่จะเสยผมยาวๆ ของตัวเองขึ้นอย่างหัวเสีย“กูรู้ ไม่ต้องย้ำ” เสียงที่เปล่งออกไปห้วนจัดซะจนเพื่อนต้องเงียบกันทั้ง
ผมไม่ได้แคร์ว่าเพื่อนในวงเหล้าจะรอ ไว้ค่อยแชทไปบอกก็ได้ว่าปลีกตัวออกมากับพี่หมี่แล้ว พวกมันคงไม่กล้าแย้งอะไรหรอกก็ลองแย้งดู เดี๋ยวก็จะได้รู้ว่าจะได้เจอกับอะไร ทุกคนบนโลกถ้าไม่ใช่พี่หมี่ ผมก็ไม่แคร์ทั้งนั้นผมประคองร่างบางมาที่รถฮอนด้าซีวิคสีแดงที่พี่หมี่เคยบ่นว่าอยากได้แล้วก็ซื้อมันมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองสำเร็จ เงินเดือนเธอแม่งเยอะกว่าเงินเดือนที่ผมขอพ่อแม่ไปวันๆ เพราะเขาอยากให้ผมเรียนให้จบก่อน จะไปตีรันฟันแทงกับใครก็ได้ แต่ขอแค่เรียนให้จบพ่อกับแม่ไม่ได้คาดหวังกับคนอย่างผมมาก เพราะเขารู้ว่าผมแอบชอบพี่สาวข้างบ้านที่เป็นถึงแพทย์หญิงดีเด่นและรายได้เป็นแสน ครอบครัวพี่หมี่ก็หมอทั้งบ้าน ผมเลยต้องพยายามทำตัวเองให้ดีเพื่อให้เหมาะสมกับเธออยู่แล้วไม่รู้พี่เค้าจะเอาผมมั้ย แต่ผมคิดไว้ก่อนเลยไงพี่หมี่ถูกผมประคองร่างอรชรเข้าไปที่ที่นั่งข้างคนขับ เธอโอบรอบคอผมไว้เพื่อกันสะดุด และปล่อยให้ผมเป็นคนนำพาเธอ หน้าอกหน้าใจที่ใหญ่โตเกินตัวล้นออกมานอกเกาะอกสีชมพูที่เหมือนกับสีผมของเธอยามเมื่อเธอเอนหัวมาพิงขอบประตูรถด้วยความเมาผมกลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อกให้ตาย ใหญ่อะไรขนาดนี้วะ แม่ง“พี่หมี่ นั่งดีๆ หน
ท่ามกลางความเงียบสงัดภายในห้องนอนที่น่ารักของฉัน ฉันที่เมาจนประคองสติได้ไม่มากนักโพล่งขึ้นมาหลังจากที่รับรู้ได้ว่าผู้ชายตรงหน้าพร้อมที่จะเป็นของเล่นของฉันมากกว่าใครฉันรู้ดี รู้มาโดยตลอดว่าน้องขาลชอบฉันมากจนแทบเรียกได้ว่าคลั่งฉันรู้ดี ว่าน้องขาลตามฉันไปที่คลับทุกคืนวันเสาร์ที่ฉันไม่มีงานเพราะรู้ก็เลยจงใจชนแก้วกับผู้ชายคนนั้น เพื่อให้เด็กตัวใหญ่คนนั้นเดินเข้ามาหาด้วยความหึงหวง และเชิญชวนให้น้องขาลไปส่งฉันที่ห้องก็เพราะน้องขาลน่ะฮอตมากเลยน่ะสิ ทั้งร่างกายกำยำติดคล้ำนิดๆ ตัวสูงใหญ่เหมือนหมีป่า ซิกแพคเป็นลอนหนาที่ยั่วยวน กับรอยสักเต็มทั้งตัว เหมือนเขาจะรู้ดีว่าฉันชอบแบบนี้ ลุคเถื่อนๆ แบบนี้แต่ท่าทางว่านอนสอนง่ายเหมือนหมาน้อยเชื่องๆ ที่รักแค่เจ้าของเพียงคนเดียวถ้าอยากจะขออะไรที่เห็นแก่ตัว อย่างเช่นวันไนท์กับน้องขาลสักครั้ง เพื่อปลดปล่อยความเครียดเกี่ยวกับงานที่ทำอยู่ทั้งหมด และปล่อยตัวปล่อยใจไปกับร่างสูงใหญ่ตรงหน้าสักครั้ง เขาจะว่ามั้ยนะใบหน้าคมกร้าวนิ่งไปเมื่อได้ยินคำขอที่เห็นแก่ได้ของฉัน ใช่ เพราะฉันรู้ดีว่าตัวเองยังไม่พร้อมมีใครในตอนนี้ งานที่ทำอยู่ทำให้ฉันไม่ค่อยมีเวลาที่จะไปใส่ใจ
[พาร์ท : ขาล]ผมเคยมีแฟน และมีเซ็กซ์กับแฟนอยู่สองสามคนที่มีตอนนั้นก็เพราะพยายามจะตัดใจจากพี่หมี่เพราะรู้ดีว่าระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้ พี่หมี่ไม่เคยมองเห็นผมเป็นมากกว่าน้องชายข้างบ้านของเธอ แม้ว่าผมจะพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองมากแค่ไหน พยายามเป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งมากมาย แต่เธอก็ยังทำเหมือนผมเป็นแค่น้องในสายตาผมมันก็แค่ไอ้โง่งี่เง่า ที่ตัดพี่หมี่ไม่ขาด มีแฟนมาสามคน มีเซ็กซ์กับกี่คน สุดท้ายก็ต้องโดนทิ้ง เพราะลมหายใจเข้าออกของผมมีแต่พี่หมี่เท่านั้น จนคนที่คบอยู่ไม่โอเคกับสิ่งที่ผมเป็นแต่ผมไม่ได้แคร์เหมือนกัน ไม่ว่าจะมีแฟนหรือไม่มีก็ไม่ต่างกัน ในความคิดของผมมีแต่พี่หมี่ และใช้คนที่คบด้วยเป็นตัวแทนเวลามีเซ็กซ์กับเธอเห็นแก่ตัวดีใช่ปะ เออ ผมรู้ แต่ผมเปลี่ยนตัวเองไม่ได้พี่หมี่เองก็รู้ดีว่าผมทำไม่ได้ เธอเลยยังอยู่ตรงนี้ ให้ความหวังป้อนความหมายในการมีชีวิตต่อของผมไปวันๆ แต่ไม่คิดที่จะทำอะไรมากกว่านั้น แม้ว่าในบางครั้งผมจะรู้สึกโมโห อยากตัดใจกับความสัมพันธ์ที่คลุมเครือสัสๆ นี่ แต่พอแม่งทำไม่ได้ ก็เลยเหมือนเดินอยู่ในเขาวงกตเขาวงกตที่ผมจงใจจะตายอยู่ในนั้น และเชื่อมั่นในพระเจ้าว่าสักวันพระองค์ต้
ตึกตัก ตึกตักฉันใจเต้นหนักเมื่อเด็กผู้ชายที่ฉันเคยภาวนากับตัวเองว่าจะไม่หวั่นไหวกับเขากำลังนั่งคุกเข่า ร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยรอยสัก ซิกแพคเป็นลอนหนาเย้ายวน พร้อมกับความผงาดใต้กางเกงยีนส์ที่กะจากระยะสายตาตรงนี้ว่ามันคงใหญ่ยาวเอาเรื่องขาลเคยเป็นเพียงแค่เด็กตัวเล็กๆ คนนึง เป็นน้องชายที่ฉันเอ็นดู เพราะเขาว่านอนสอนง่าย เชื่อฟังฉันเหมือนสุนัขเชื่องๆ และพร้อมจะทำทุกอย่างตามที่ฉันขอจนวันนี้ขาลกำลังรุกฉันในคืนที่ฉันเสียการควบคุม น้องชายตัวน้อยที่ฉันเคยเอ็นดู บัดนี้กลายเป็นเพียงชายหนุ่มกลัดมันที่เร่าร้อนคนนึงเท่านั้นฉันเม้มริมฝีปากแน่น หน้าอกอวบสะท้อนตามแรงหายใจ มันเปลือยเปล่าจนเห็นยอดอกสีชมพู และร่างกายขาวจัดที่ไม่เคยเปิดเผยให้กับผู้ชายคนไหนมาก่อนที่บอกว่าฉันเวอร์จิ้นน่ะ เรื่องจริงนะฉันเคยจูบกับแฟนเก่า แต่นั่นก็นานมาแล้ว อีกอย่างฉันก็ไม่ได้เป็นฝ่ายรุกจูบก่อนด้วย นั่นก็เพราะฉันจูบไม่เก่งดูเหมือนว่าฉันเซ็กซี่ แต่งตัววาบหวิว และขี้อ่อยใครต่อใคร แต่เอาจริงๆ มั้ย ฉันไม่เคยถูกใครดูดหน้าอก ไม่เคยถูกจูบได้ดูดดื่มขนาดนี้ รวมถึงความใกล้ชิดที่อุ่นร้อนนี่ด้วยฉันแค่พยายามสร้างลุคยั่วยวนเพื่อป้องก
คนตัวใหญ่ปลดชุดแซกแขนกุดของฉันออกจนเห็นลาดไหล่ขาวนวล เขากลืนน้ำลายลงคอ ในขณะที่จะโน้มใบหน้าเข้ามาพรมจูบไปตามลาดไหล่ของฉันที่นั่งตัวแข็งทำไมไม่ห้ามเขาล่ะ ทำไมไม่ผลักออก?ได้แต่ถามตัวเองแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไร นอกจากความรู้สึกแสบเล็กๆ เพราะขาลกำลังดูดเม้มที่ไหปลาร้าเหมือนคนที่กำลังมัวเมากับของหวาน“ผมชอบพี่จัง พี่หมี่” จนเขากระซิบชิดลาดไหล่เปลือยเปล่าของฉัน พร้อมๆ กับปลายนิ้วสากที่เริ่มเกี่ยวสายชั้นในของฉันจนตกลงไปที่แขน“...”“ชอบจนแทบบ้าเลย”ตึกตักหัวใจฉันเต้นแรงเมื่อได้ยินคำบอกชอบจากร่างสูงใหญ่ที่พยายามทำลายความสัมพันธ์ที่มีช่องว่างของเราลง ฉันเคยคิดว่าขาลคือเด็กน้อยที่เชื่องและไม่มีประสบการณ์ เขาก็แค่เด็กวัยรุ่นเลือดร้อนทั่วไปแต่พอฉันพลาดพลั้งเปิดทางให้เขาไปครั้งเดียวเท่านั้น ก็เหมือนกับว่าขาลพร้อมที่จะพุ่งตรงเข้ามาแบบไม่คิดชีวิตฉันได้รู้ธาตุแท้ของน้องชายข้างบ้านวันนี้เอง ว่าเขาไม่ใช่สุนัขที่เชื่องและเชื่อฟังคน แต่จริงๆ แล้วเขาคือหมาล่าเนื้อที่รอเจ้าของตายใจ และพร้อมที่จะเข้ามาขย้ำอย่างรุนแรงได้ทุกเมื่อฉันได้ทำลายเส้นกั้นระหว่างเราไปแล้ว และน้องขาลคงจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ จนกว
“ขาล คือเมื่อคืน...” เธอพูดเสียงแผ่ว จ้องมองริมฝีปากผมที่หยัดยิ้มอย่างอ้อยอิ่ง “พี่ทำอะไรน่าอายลงไปเยอะเลย ขอโทษนะคะ”“แต่ผมกลับชอบที่พี่ทำแบบนั้นนะ” ผมโพล่งขึ้นมาอย่างไม่แคร์ความรู้สึกผิดจากแววตาคู่สวยที่หวานซึ้ง ผมรู้ว่าในใจลึกๆ ของเธอกำลังกระหายใคร่รู้ในตัวตนที่ซ่อนอยู่ของผม แต่เธอแค่ยังกลัวกับขนบธรรมเนียมเก่าๆ “แล้ววันนี้”“...”“พี่จะให้ผมแวะไปหาที่ห้องอีกรึเปล่า?”“หยุดก่อนเลยนะ” พอเห็นว่าผมเริ่มเข้ามาประชิดตัว พี่หมี่ที่เสียเปรียบเพราะเธอตัวเล็กกว่าก็เลยพยายามดันแผงอกผมออกไป “เหมือนน้องขาลจะลืมไปว่าที่นี่คือโรงพยาบาล”“ผมไม่สน” ผมสวนกลับทันที ก่อนที่จะเบี่ยงหน้าไปกระซิบข้างกกหูขาว “ผมอยาก ที่มาหาพี่ก็เพราะอยาก”“... แต่พี่ยังไม่พร้อมนะ” เธอเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อผมใช้ฝ่ามือหนาเกลี่ยปอยผมยาวๆ สีชมพูอ่อนที่ปรกหน้าเธอจนเห็นพวงแก้มนวลเชื่อมต่อไปจนถึงใบหูที่ขึ้นสีจัดจากสิ่งที่ผมทำ ผมเลยขบหูเธอเบาๆ “อ๊ะ ขาล ฟังพี่ด้วย”แปลกดี ปากห้ามผมแทบตาย แต่กลับไม่ผลักผมออกสักทีพี่หมี่กำลังท้าทายผมอ้อมๆ โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว“เมื่อคืนผมยังไม่เสร็จ พี่ก็ไม่เสร็จไม่ใช่เหรอ” ผมพูดเย้าแหย่ข้างกกหูตอ
[พาร์ท : ขาล]ผมตื่นขึ้นมาในเช้าวันถัดไป ในห้องของตัวเองยันตัวลุกขึ้นมาจากเตียงพร้อมกับขยี้ผมยาวๆ อย่างงัวเงีย เสียงคนทำอาหารข้างล่างดังเป็นระลอก เลยรู้ว่า ‘ขิม’ มันกำลังทำอาหารเช้าเตรียมเอาไว้ให้อีกแล้วผมออกไปยืนสูบบุหรี่ที่นอกระเบียง พร้อมกับหวนนึกถึงเรื่องเมื่อคืนหลังจากที่ตกลงกันว่าผมจะไม่มีเซ็กซ์กับพี่หมี่จนกว่าเธอจะพร้อม ผมก็รอให้เธอเมาหลับไป รอจนกว่าพี่หมี่จะหลับสนิทจริงๆ ถึงได้ปลีกตัวกลับมา ปลดปล่อยความใคร่และนึกถึงหน้าอกอวบขาวกับยอดทับทิมสีชมพูอยู่คนเดียว ใช้อุ้งมือพาตัวเองไปจนถึงจุดสุดยอดในห้องนอนถ้าไปเล่าให้เพื่อนฟัง แม่งคงบอกว่าไม่คุ้มแต่สำหรับผม มันคุ้มผมพ่นควันบุหรี่ออกมาในขณะที่ร่างกายแกร่งเปลือยเปล่า มือข้างขวากดโทรศัพท์ส่องหน้าไอจีของพี่หมี่ เห็นว่าเธอลงรูปเซลฟี่ที่โรงพยาบาล พอเสหน้าไปมองนาฬิกาก็เห็นว่าตอนนี้มันจะเที่ยงแล้วผมมีเรียนตอนบ่ายสอง แวะไปหาดีมั้ยวะก็นะ แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของสักหน่อย ถึงพี่หมี่จะไม่ชอบ แต่ผมก็ต้องแน่ใจที่สุดว่าครั้งแรกเธอจะเสียให้กับผมหมับผมชะงักเมื่อใจลอยคิดอะไรเงียบๆ ก็ถูกวงแขนเล็กกอดรัดอย่างแนบแน่น พอเหลือบไปมองก็เห็นว่าเป็น
ตึกตัก ตึกตักฉันใจเต้นหนักเมื่อเด็กผู้ชายที่ฉันเคยภาวนากับตัวเองว่าจะไม่หวั่นไหวกับเขากำลังนั่งคุกเข่า ร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยรอยสัก ซิกแพคเป็นลอนหนาเย้ายวน พร้อมกับความผงาดใต้กางเกงยีนส์ที่กะจากระยะสายตาตรงนี้ว่ามันคงใหญ่ยาวเอาเรื่องขาลเคยเป็นเพียงแค่เด็กตัวเล็กๆ คนนึง เป็นน้องชายที่ฉันเอ็นดู เพราะเขาว่านอนสอนง่าย เชื่อฟังฉันเหมือนสุนัขเชื่องๆ และพร้อมจะทำทุกอย่างตามที่ฉันขอจนวันนี้ขาลกำลังรุกฉันในคืนที่ฉันเสียการควบคุม น้องชายตัวน้อยที่ฉันเคยเอ็นดู บัดนี้กลายเป็นเพียงชายหนุ่มกลัดมันที่เร่าร้อนคนนึงเท่านั้นฉันเม้มริมฝีปากแน่น หน้าอกอวบสะท้อนตามแรงหายใจ มันเปลือยเปล่าจนเห็นยอดอกสีชมพู และร่างกายขาวจัดที่ไม่เคยเปิดเผยให้กับผู้ชายคนไหนมาก่อนที่บอกว่าฉันเวอร์จิ้นน่ะ เรื่องจริงนะฉันเคยจูบกับแฟนเก่า แต่นั่นก็นานมาแล้ว อีกอย่างฉันก็ไม่ได้เป็นฝ่ายรุกจูบก่อนด้วย นั่นก็เพราะฉันจูบไม่เก่งดูเหมือนว่าฉันเซ็กซี่ แต่งตัววาบหวิว และขี้อ่อยใครต่อใคร แต่เอาจริงๆ มั้ย ฉันไม่เคยถูกใครดูดหน้าอก ไม่เคยถูกจูบได้ดูดดื่มขนาดนี้ รวมถึงความใกล้ชิดที่อุ่นร้อนนี่ด้วยฉันแค่พยายามสร้างลุคยั่วยวนเพื่อป้องก
[พาร์ท : ขาล]ผมเคยมีแฟน และมีเซ็กซ์กับแฟนอยู่สองสามคนที่มีตอนนั้นก็เพราะพยายามจะตัดใจจากพี่หมี่เพราะรู้ดีว่าระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้ พี่หมี่ไม่เคยมองเห็นผมเป็นมากกว่าน้องชายข้างบ้านของเธอ แม้ว่าผมจะพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองมากแค่ไหน พยายามเป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งมากมาย แต่เธอก็ยังทำเหมือนผมเป็นแค่น้องในสายตาผมมันก็แค่ไอ้โง่งี่เง่า ที่ตัดพี่หมี่ไม่ขาด มีแฟนมาสามคน มีเซ็กซ์กับกี่คน สุดท้ายก็ต้องโดนทิ้ง เพราะลมหายใจเข้าออกของผมมีแต่พี่หมี่เท่านั้น จนคนที่คบอยู่ไม่โอเคกับสิ่งที่ผมเป็นแต่ผมไม่ได้แคร์เหมือนกัน ไม่ว่าจะมีแฟนหรือไม่มีก็ไม่ต่างกัน ในความคิดของผมมีแต่พี่หมี่ และใช้คนที่คบด้วยเป็นตัวแทนเวลามีเซ็กซ์กับเธอเห็นแก่ตัวดีใช่ปะ เออ ผมรู้ แต่ผมเปลี่ยนตัวเองไม่ได้พี่หมี่เองก็รู้ดีว่าผมทำไม่ได้ เธอเลยยังอยู่ตรงนี้ ให้ความหวังป้อนความหมายในการมีชีวิตต่อของผมไปวันๆ แต่ไม่คิดที่จะทำอะไรมากกว่านั้น แม้ว่าในบางครั้งผมจะรู้สึกโมโห อยากตัดใจกับความสัมพันธ์ที่คลุมเครือสัสๆ นี่ แต่พอแม่งทำไม่ได้ ก็เลยเหมือนเดินอยู่ในเขาวงกตเขาวงกตที่ผมจงใจจะตายอยู่ในนั้น และเชื่อมั่นในพระเจ้าว่าสักวันพระองค์ต้
ท่ามกลางความเงียบสงัดภายในห้องนอนที่น่ารักของฉัน ฉันที่เมาจนประคองสติได้ไม่มากนักโพล่งขึ้นมาหลังจากที่รับรู้ได้ว่าผู้ชายตรงหน้าพร้อมที่จะเป็นของเล่นของฉันมากกว่าใครฉันรู้ดี รู้มาโดยตลอดว่าน้องขาลชอบฉันมากจนแทบเรียกได้ว่าคลั่งฉันรู้ดี ว่าน้องขาลตามฉันไปที่คลับทุกคืนวันเสาร์ที่ฉันไม่มีงานเพราะรู้ก็เลยจงใจชนแก้วกับผู้ชายคนนั้น เพื่อให้เด็กตัวใหญ่คนนั้นเดินเข้ามาหาด้วยความหึงหวง และเชิญชวนให้น้องขาลไปส่งฉันที่ห้องก็เพราะน้องขาลน่ะฮอตมากเลยน่ะสิ ทั้งร่างกายกำยำติดคล้ำนิดๆ ตัวสูงใหญ่เหมือนหมีป่า ซิกแพคเป็นลอนหนาที่ยั่วยวน กับรอยสักเต็มทั้งตัว เหมือนเขาจะรู้ดีว่าฉันชอบแบบนี้ ลุคเถื่อนๆ แบบนี้แต่ท่าทางว่านอนสอนง่ายเหมือนหมาน้อยเชื่องๆ ที่รักแค่เจ้าของเพียงคนเดียวถ้าอยากจะขออะไรที่เห็นแก่ตัว อย่างเช่นวันไนท์กับน้องขาลสักครั้ง เพื่อปลดปล่อยความเครียดเกี่ยวกับงานที่ทำอยู่ทั้งหมด และปล่อยตัวปล่อยใจไปกับร่างสูงใหญ่ตรงหน้าสักครั้ง เขาจะว่ามั้ยนะใบหน้าคมกร้าวนิ่งไปเมื่อได้ยินคำขอที่เห็นแก่ได้ของฉัน ใช่ เพราะฉันรู้ดีว่าตัวเองยังไม่พร้อมมีใครในตอนนี้ งานที่ทำอยู่ทำให้ฉันไม่ค่อยมีเวลาที่จะไปใส่ใจ
ผมไม่ได้แคร์ว่าเพื่อนในวงเหล้าจะรอ ไว้ค่อยแชทไปบอกก็ได้ว่าปลีกตัวออกมากับพี่หมี่แล้ว พวกมันคงไม่กล้าแย้งอะไรหรอกก็ลองแย้งดู เดี๋ยวก็จะได้รู้ว่าจะได้เจอกับอะไร ทุกคนบนโลกถ้าไม่ใช่พี่หมี่ ผมก็ไม่แคร์ทั้งนั้นผมประคองร่างบางมาที่รถฮอนด้าซีวิคสีแดงที่พี่หมี่เคยบ่นว่าอยากได้แล้วก็ซื้อมันมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองสำเร็จ เงินเดือนเธอแม่งเยอะกว่าเงินเดือนที่ผมขอพ่อแม่ไปวันๆ เพราะเขาอยากให้ผมเรียนให้จบก่อน จะไปตีรันฟันแทงกับใครก็ได้ แต่ขอแค่เรียนให้จบพ่อกับแม่ไม่ได้คาดหวังกับคนอย่างผมมาก เพราะเขารู้ว่าผมแอบชอบพี่สาวข้างบ้านที่เป็นถึงแพทย์หญิงดีเด่นและรายได้เป็นแสน ครอบครัวพี่หมี่ก็หมอทั้งบ้าน ผมเลยต้องพยายามทำตัวเองให้ดีเพื่อให้เหมาะสมกับเธออยู่แล้วไม่รู้พี่เค้าจะเอาผมมั้ย แต่ผมคิดไว้ก่อนเลยไงพี่หมี่ถูกผมประคองร่างอรชรเข้าไปที่ที่นั่งข้างคนขับ เธอโอบรอบคอผมไว้เพื่อกันสะดุด และปล่อยให้ผมเป็นคนนำพาเธอ หน้าอกหน้าใจที่ใหญ่โตเกินตัวล้นออกมานอกเกาะอกสีชมพูที่เหมือนกับสีผมของเธอยามเมื่อเธอเอนหัวมาพิงขอบประตูรถด้วยความเมาผมกลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อกให้ตาย ใหญ่อะไรขนาดนี้วะ แม่ง“พี่หมี่ นั่งดีๆ หน
[พาร์ท : ขาล]ย้อนไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อนผมกระดกเหล้าอยู่ในคลับ ที่ปลายหางคิ้วแตกเพราะมีปัญหากับเทคนิกวิทยาลัยตรงข้ามนิดหน่อย เรามีปัญหากันเรื่องแหวนรุ่นที่ออกแบบคล้ายกันโดยบังเอิญ แน่นอนว่าอีกฝ่ายเป็นพวกอีโก้จัดไม่ชอบเหมือนใคร เลยยกพวกมาตะลุมบอนระหว่างที่ผมกับเพื่อนขึ้นรถเมล์ด้วยเรื่องปัญญาอ่อนแค่นั้นแต่ก็อย่างว่า ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายมันสูงเหมือนตึก ขนาดแค่มองหน้ากันยังไม่พอใจจนแทบฆ่ากันตาย นับประสาอะไรกับแหวนรุ่นที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แทนศักดิ์ศรีฆ่าได้แต่หยามไม่ได้ของเด็กช่างแต่ถ้าถามว่าเรื่องนั้นเป็นหนึ่งในเรื่องที่ทำให้ผมให้ความสำคัญจนถึงขั้นมานั่งก๊งเหล้ากับเพื่อนทั้งที่ปกติจะนอนอยู่บ้านมั้ยไม่ว่ะ ผมไม่ใส่ใจผมก็แค่อกหัก แล้วก็กำลังหาที่พึ่งทางใจที่ไม่ใช่การจีบผู้หญิงคนใหม่ และมันก็มาลงตัวที่น้ำเมามากกว่า“พี่หมี่อายุยี่สิบห้าแล้ว ก็ไม่แปลกมั้ยวะที่จะมีคนคุย” เพื่อนในกลุ่มเดียวกันเริ่มเข้าประเด็นที่จี้ใจมาตลอดขึ้นในขณะที่นั่งกระดิกตีนชงเหล้าอยู่อีกฝั่ง ผมนั่งเงียบ ก่อนที่จะเสยผมยาวๆ ของตัวเองขึ้นอย่างหัวเสีย“กูรู้ ไม่ต้องย้ำ” เสียงที่เปล่งออกไปห้วนจัดซะจนเพื่อนต้องเงียบกันทั้ง
ร่างสูงกำยำพร้อมกับรอยสักเต็มทั้งสองแขนนั่งถือไม้ทีกระดิกเท้าอยู่หน้าห้องตรวจ คนไข้ พยาบาล รวมถึงผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างมองมาทางชายหนุ่มร่างใหญ่เป็นตาเดียว นั่นเพราะที่ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลฟกช้ำ เสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูกับเสื้อกล้ามขาวด้านในเปรอะเลือดจนดูไม่ออกว่าเป็นเลือดจากปากแผลของเขา หรือเลือดของใครกันแน่เขาคือ ‘ขาล’ หัวโจก ปวส. เทคนิคเครื่องกล เจ้าของใบหน้าดุดันกับทรงผมไถข้างมัดจุกสุดเท่ ขาลเป็นผู้ชายที่บ้าดีเดือด กล้าได้กล้าเสีย และเป็นคนหัวรุนแรงพอสมควร เขามีเรื่องตีกับวิทยาลัยอื่นเป็นประจำ และเข้าออกโรงพยาบาลเป็นบ้านหลังที่สองแต่แรงจูงใจที่ทำให้คนที่เกลียดโรงพยาบาลเข้าใส้ตั้งแต่เด็กอย่างขาลเลือกที่จะมาที่นี่ ก็มีอยู่อย่างเดียว“คุณขาล ปริชาพิพัฒน์ คุณหมอเรียกพบค่ะ”พยาบาลสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มขานชื่อของเขาหลังจากที่ร่างสูงรอมายี่สิบนาที ขาลในสภาพสะบักสะบอมหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง เขาผิวปากอย่างอารมณ์ดีซึ่งขัดกับบาดแผลภายนอกที่ออกจะหนักหน่วงเอาเรื่อง ก่อนที่จะกระตุกยิ้มให้พยาบาลที่ขานเรียกชื่อเขาแต่ถึงแม้ว่าพยาบาลคนนั้นจะน่ารักแค่ไหน ก็สู้พี่สาวของเขาไม่ได้คนตัว