มองปราดเดียว นางก็รู้ว่าเจี่ยหงไม่ได้ตายด้วยโรคลำไส้อุดตันส่วนจะตายด้วยสาเหตุใดนั้น ต้องตรวจดูอย่างละเอียดอีกทีกู้หว่านเยว่ถอดเสื้อผ้าส่วนบนของเจี่ยหงออก หลังจากนางได้เห็นผิวหนังของเจี่ยหงที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ม่านตาหดตัวอย่างรุนแรงรอยแผลเหล่านี้ เห็นได้ชัดว่าเกิดขึ้นก่อนตาย แผลใหม่แผลเก่าผสมกัน อนาถจนทนดูไม่ได้กู้หว่านเยว่อดกลั้นต่ออาการสั่นเทา ถอดเสื้อผ้าส่วนล่างของเจี่ยหงออกเป็นไปตามคาด พบเห็นร่องรอยการถูกทารุณกรรมบนร่างกายของนางในนั้น ตรงท้องน้อยยังมีอาการฟกช้ำที่รุนแรงกู้หว่านเยว่ยื่นมือไปจับดู แล้วลองกดดู“หาสาเหตุการตายของพี่สาวเจ้าได้แล้ว”นางสวมเสื้อผ้ากลับไปให้เจี่ยหง แล้วเดินออกมาจากด้านใน ใบหน้าเผยความสงสาร“ถูกเตะจนตาย มีอาการม้ามแตก ภายในท้องเต็มไปด้วยเลือดคั่ง”จินตนาการได้ยากมาก ว่าก่อนตายเจี่ยหงถูกทารุณกรรมอย่างไรสายตาเยือกเย็นของกู้หว่านเยว่กวาดมองหลี่เหวินคนที่ทำร้ายเจี่ยหงจนมีสภาพเช่นนี้ ทั่วทั้งสกุลหลี่คงมีแต่หลี่เหวินคนเดียวไอ้คนซ้อมเมียที่สมควรตาย!“พี่หญิง” เจี่ยอวิ๋นขอบตาแดงก่ำ “นางถูกเตะจนตายทั้งเป็นหรือ?”เขาหันหลังด้วยใบหน้าที่โกรธแ
กู้หว่านเยว่ที่ยืนอยู่ด้านข้างไม่คิดขัดขวางขณะนี้เด็กน้อยสองคนด้านหลังที่ตกใจมาก จู่ๆ ร้องไห้เสียงดัง“ท่านแม่ถูกตีจนตาย” หลี่เจาตี้ร้องไห้พร้อมเอ่ยขึ้นนางอายุห้าขวบแล้ว จึงพอรู้เรื่องรู้ราวอยู่บ้างสายตาโกรธแค้นมองไปที่หลี่เหวิน“ท่านพ่อ ท่านพ่อเป็นคนทำร้ายทุบตีท่านแม่ เตะท่านแม่จนตาย”นางชี้ไปที่หลี่เหวินแล้วตะโกนเสียงดัง“เจ้าลูกชั่ว เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไรกัน?”หลี่เหวินแทบอยากจะเข้าไปบีบคอหลี่เจาตี้ให้ตาย ส่วนฮูหยินผู้เฒ่าหลี่กลับตบหน้าหลี่เจาตี้อย่างแรง“แกมันนางของขาดทุน พูดจาเหลวไหลอะไรกัน? อยากให้พ่อเจ้าตายหรือ? เป็นเด็กผู้หญิงมันเนรคุณจริงๆ เลี้ยงเสียข้าวสุก”“เจาตี้!”เจี่ยอวิ๋นรีบไปปกป้องเด็กน้อยเอาไว้ “เจ้าไม่เป็นไรนะ?”เมื่อเห็นเด็กน้อยถูกตีจนเลือดกำเดาไหล เขาสงสารจับใจ“ท่านน้า ท่านแม่ของข้าตายแล้ว ต่อไปข้าไม่มีท่านแม่อีกแล้ว”หลี่เจาตี้ร้องไห้เสียใจ น้องสาวที่อยู่ข้างกันก็ร้องไห้ตาม“อย่าร้องไห้ น้าจะปกป้องพวกเจ้าเอง”เจี่ยอวิ๋นกัดฟัน แล้วหันหลัง จากนั้นสาวหมัดใส่หน้าหลี่เหวินทีละหมัดชกจนฟันในปากของเขาร่วงออกมาเป็นแถว“เจ้าฆ่าพี่สาวข้า ข้าจะให้เจ้าชด
กู้หว่านเยว่กับซูจิ่งสิงอ่านจบ รู้สึกเย็นเยือกไปทั่วร่างเพื่อให้ชนะสงคราม มู่หรงถิงถึงขนาดส่งคนไปเจรจาเงื่อนไขกับทูเจวี๋ยรับปากทูเจวี๋ย ขอเพียงทูเจวี๋ยส่งทหารฝีมือดีมาเมื่อใดที่สถานการณ์พลิกผัน ทุกเมืองที่ยึดคืนมาจากซูจิ่งสิงทหารทูเจวี๋ยสามารถยกทัพเข้าเมือง หรือฆ่าล้างเมือง หรือเผาฆ่าปล้นสะดมภ์ ล้วนได้ทั้งสิ้นสายตาซูจิ่งสิงเย็นเยียบ “สำหรับทหารที่วนเวียนอยู่บนคมดาบแล้ว การฆ่าล้างเมืองหลังจบศึกคือรางวัลอันยิ่งใหญ่”ปล่อยให้ทหารฆ่าล้างเมืองได้ตามใจชอบ เพื่อให้พวกเขาได้ระบาย กระทั่งให้พวกเขาปล้นสะดมภ์ ยิ่งทำให้พวกเขาหวั่นไหว“เหอะเหอะ ฮ่องเต้ชั่วคงจะหมดสิ้นหนทางแล้วสินะ”กู้หว่านเยว่เหน็บแนม“ประเด็นคือเรื่องนี้หรือ?”เกาเจี้ยนรีบเอ่ยขึ้นทันใด“เหตุใดสีหน้าของพวกท่านสองสามีภรรยาจึงยังเรียบเฉยนัก? เพื่อชนะสงคราม ฮ่องเต้ชั่วถึงขนาดรับปากพวกทูเจวี๋ยเช่นนี้เมื่อใดที่ทูเจวี๋ยตกลง ไม่ว่าพวกเขาจะชนะหรือไม่ คนที่ทุกข์ร้อนก็คือประชาชน”ใจเขาร้อนดั่งไฟเผากู้หว่านเยว่กลับหัวเราะ “ทูเจวี๋ยไม่ตกลงหรอก”ไม่ตกลง?เกาเจี้ยนเบิกตาโตทูเจวี๋ยจ้องจะขย้ำต้าฉีอยุ่ตลอดเวลาเว้นแต่สมองพ
“ครั้งนี้ฮ่องเต้ชั่วหาผิดคนซะแล้ว”เกาเจี้ยนหัวเราะเสียงดัง“ไม่รู้ว่าเฟิ่งอู๋ชีเป็นอย่างไรบ้างแล้ว”แววตากู้หว่านเยว่กังวลเล็กน้อยนางมักรู้สึกว่าครั้งนี้ทางเฟิ่งอู๋ชีไม่ราบรื่นนัก“พวกเราต้องออกจากเมืองจางโจวแล้ว”ซูจิ่งสิงเอ่ยขึ้นพวกเขาอยู่ในเมืองจางโจวมานานมากแล้ว ช่วงที่ผ่านมาหนานหยางอ๋องได้นำทัพใหญ่เดินทางมุ่งหน้าไปเมืองต่อไปแล้ววันนี้ ทางโน้นส่งสารเร็วมารายงาน บอกว่าหนานหยางอ๋องยึดเมืองแห่งนั้นได้แล้วแม้ในมิติของกู้หว่านเยว่จะมียุ้งฉางจำนวนหมื่นล้านแต่การทำศึกให้ความสำคัญที่จบศึกอย่างรวดเร็ว ซูจิ่งสิงวางแผนไว้แล้ว ภายในหนึ่งปีต้องยกทัพไปถึงเมืองหลวง“ได้”นอกจากหลิ่วเพียวเพียว ในเมืองจางโจวไม่มีสิ่งใดให้กู้หว่านเยว่เป็นห่วงหลิวชวี่รับปากแล้ว จะช่วยดูแลหลิ่วเพียวเพียวและเจี่ยอวิ๋นอย่างดีหลังหลิ่วเพียวเพียวคลอดลูก จะให้คนส่งพวกเขากลับเมืองเหยากู้หว่านเยว่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงพวกเขาส่วนน้องสาวของหลิวชวี่ หลังจากรักษาตามวิธีของกู้หว่านเยว่ อาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดอีกไม่นาน คงหายดีเป็นปลิดทิ้งคนสกุลฟ่านที่รังแกคุณหนูหลิว ถูกหลิวชวี่หาข้ออ้างแล้วจัดการทีเด
“จะว่าไปองค์ชายของพวกเราก็ช่างโหดเหี้ยมอำมหิตยิ่งนัก จับจุดอ่อนขององค์ชายอู๋ชีได้อยู่หมัด”“หากไม่ใช่เพราะจับจุดอ่อนของเขาได้ องค์ชายของพวกเราคงจะสิ้นพระชนม์ไปนานแล้ว เจ้าและข้าก็คงตายไปนานแล้ว รีบหุบปากเสียเถอะ อย่ามัวแต่ยืนงงว่าใครเป็นนายของตนเองอยู่เลย”เสียงปริศนาเสียงหนึ่งดังขยายมาจากนอกจวนดูเหมือนว่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่มาลาดตระเวนจะได้ยินเสียงกระซิบกระซาบของทหารเฝ้ารักษาการณ์ทั้งสองคน จึงรีบตำหนิพวกเขา“เจ็บ!”“เจ็บยิ่งนัก!”เสียงของเฟิ่งอู๋ชีที่อยู่ด้านในยังคงดังออกมาอย่างไม่ขาดสายแต่ในเวลานี้เอง องค์หญิงหนานเจียงที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายกับเขากำลังนั่งหัวเราะเยาะอยู่ภายในตำหนักพระมเหสี“น้องชายของข้าช่างไร้ความสามารถยิ่งนัก เสด็จแม่บอกข้าเรื่องอาการป่วยของเขาตั้งนานแล้ว คิดจะบีบบังคับเขา ไม่ใช่เรื่องง่ายนักหรอก”นางหัวเราะเยาะเบา ๆ พลางเล่นกับเล็บสีแดงสดราวกับไม่มีใครอยู่ตรงนั้นอายุสามสิบกว่าปี แต่ใบหน้ายังคงคล้ายกับเด็กสาววัยยี่สิบกว่าปีสาเหตุที่นางตกลงร่วมมือกับฮ่องเต้ชั่วในครั้งนี้ด้วยการยกทัพไปต้าฉี ช่วยฮ่องเต้ชั่วออกมานั้นเพราะพระมเหสีหนานหลีม่านได้ให้สูตรค
“ให้นางกำนัลสักสองสามคนไปยกถังน้ำเข้ามา ล้างพื้นที่นางยืนเมื่อครู่ให้เกลี้ยง ลากเก้าอี้ที่นางเคยนั่งออกมาทุบทิ้งทำเป็นฟืนเสีย”นางกำนัลที่คอยรับใช้อยู่ด้านในต่างมองหน้ากัน แต่ถึงอย่างไรก็เคยชินกับเหตุการณ์เช่นนี้แล้วหลังจากเข้าวังมานางก็คล้ายกับเป็นโรคกลัวเชื้อโรค ไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาในตำหนักของนาง แม้ว่าฮ่องเต้จะสิ้นพระชนม์ไปแล้ว แต่นางก็ยังสั่งให้คนทำความสะอาดทั้งราชวังอยู่เสมอ“ข้าน้อยจะไปเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”นางกำนัลเหล่านั้นไม่กล้าคัดค้าน รีบเดินออกไป ให้คนยกอ่างน้ำเข้ามาทำความสะอาดราชวังพระมเหสีเดินเข้าไปภายในตำหนักอย่างเหม่อลอยนางเปิดลิ้นชักโต๊ะประทินโฉม หยิบกุญแจรูปหัวใจออกมาจากด้านล่างสุดของลิ้นชักโต๊ะประโฉมครั้นเห็นกุญแจรูปหัวใจดอกนั้น ใบหน้าของพระมเหสีก็แสดงความรู้สึกบางอย่างที่น้อยนักจะได้เห็น“เพียงพริบตาเดียวก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ท่านพี่ ท่านอยู่โลกนั้นสบายดีหรือไม่เจ้าคะ?”นางลูบกุญแจรูปหัวใจดอกนั้นอย่างเบามือ ราวกับว่ากำลังลูบสิ่งของที่มีมูลค่าที่สุดในโลก“คำสาบานที่ข้าให้ไว้ต่อหน้าหลุมศพของท่านกำลังจะเป็นความจริงแล้วนะเจ้าคะ”นางพึมพำด้วยอย่างผ่อนคลาย“ข้า
ซูจิ่งสิงส่ายหน้าเกาเจี้ยนมีความกล้าหาญก็จริง แต่ขาดสติปัญญาเมืองหลวงในตอนนี้เป็นแหล่งรวมของคนต่างถิ่น หากเขาไปที่นั้น เกรงว่าจะกลับออกมาไม่ได้“ข้าจะส่งคนอื่นไปดู”ซูจิ่งสิงและกู้หว่านเยว่กำลังคิดหาคนที่เหมาะสม ทันทีที่ลั่วยางได้ยิน ก็รีบเสนอตัวอย่างรวดเร็ว“ให้ข้าไปเถิด”นางให้เหตุผลว่า“ข้ารู้จักเมืองหลวงเป็นอย่างดี ในตอนที่ข้าช่วยงานของมู่หรงอวี้ ข้ามักจะไปเมืองหลวงอยู่บ่อยครั้ง”“ไม่ค่อยมีคนรู้จักข้านัก โดยส่วนใหญ่ไม่มีทางรู้ว่าข้ากับพวกท่านติดต่อกันหรอกเจ้าค่ะ”“ข้าเป็นหมอ หมอทำการอันใดย่อมราบรื่น ข้ามีหน้ากากหนังมนุษย์ที่ท่านอาจารย์ให้ข้าไว้ เปลี่ยนรูปลักษณ์ก็ไม่มีปัญหาแล้ว”ทันทีที่เกาเจี้ยนได้ยินก็ตื่นตกใจ เขาจะให้แก้วตาดวงใจไปเสี่ยงได้อย่างไร?“ไม่ได้ อันตรายเกินไป”เขารู้ว่าลั่วยางเป็นคนที่มีความคิดเป็นของตัวเอง จึงไม่กล้าพูดเด็ดขาดนัก เพราะกลัวว่าจะทำให้เกิดความไม่พอใจ“ไม่อันตรายหรอก ท่านพูดเองไม่ใช่หรือว่าเฟิ่งอู๋ชีกำลังป่วยหนัก”ลั่วยางแสดงสีหน้าจริงจัง“ข้ามีทักษะการแพทย์ ให้ข้าไปไม่แน่ว่าอาจจะมีประโยชน์ก็ได้เจ้าค่ะ”พี่หว่านเยว่ ให้ข้าช่วยท่านเถอะ” น้
ตอนแรกซูจิ่งสิงยกกองทัพเจดีย์หนิงกู่ไปก่อการกบฏ ต่อมาหนานหยางอ่องก็ฟื้นคืนชีพ ทำให้ลั่วยางต้องโบกธงขาวยอมจำนนจากนั้นเขตซีเป่ยและเหอตงต่างก็ยอมจำนนต่อกองทัพเจดีย์หนิงกู่เมืองหลวงของพวกเขาถูกล้อม้าไว้ทุกทิศทางหัวเดียวกระเทียมลีบ บัดนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว กองทัพหนานเจียงยกทัพมาใกล้ถึงแล้ว มู่หรงถิงต้องใช้ยาแก้ปวดคอยบรรเทาติดต่อกันหลายวัน กว่าจะออกราชกิจได้ลึก ๆ ในใจเขารู้ดีว่าเก้าอี้มังกรไม่มั่งคงอีกต่อไป พลังหยินหยางภายในร่างกายก็อ่อนแอลงทุกวัน กระทั่งองค์หญิงหนานเจียงกลับมาพร้อมกับข่าวดี กองทัพหนานเจียงเชี่ยวชาญด้านวิชาหนอนพิษ ดังนั้นการสู้กับศัตรูซึ่ง ๆ หน้าอาจไม่ใช่วิธีการที่ดีนัก แต่การลอบกัดด้านหลัง ร้ายกาจยิ่งกว่า“นี่คือผลงานของพระมเหสีเจ้าค่ะ”มู่หรงถิงภูมิใจมากในตอนที่เขาไปเยือนจวนหนานหลีอ๋องนั้น เขาก็ตกหลุมรักหนานหลีม่านตั้งแต่แรกเห็น เพื่อจะได้ตัวนาง เขายอมแลกทุกอย่างอย่างไม่เสียดายในตอนที่หนานหลี่ม่านขึ้นเป็นพระมเหสีนั้น เหล่าขุนนางทั้งบุ๋นและบู๊ต่างพยายามขัดขวาง บัดนี้ เขารู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากหลังจากที่ทุกข์ทรมานมาอย่างยาวนานขุนนางช
ตอนแรกซูจิ่งสิงยกกองทัพเจดีย์หนิงกู่ไปก่อการกบฏ ต่อมาหนานหยางอ่องก็ฟื้นคืนชีพ ทำให้ลั่วยางต้องโบกธงขาวยอมจำนนจากนั้นเขตซีเป่ยและเหอตงต่างก็ยอมจำนนต่อกองทัพเจดีย์หนิงกู่เมืองหลวงของพวกเขาถูกล้อม้าไว้ทุกทิศทางหัวเดียวกระเทียมลีบ บัดนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว กองทัพหนานเจียงยกทัพมาใกล้ถึงแล้ว มู่หรงถิงต้องใช้ยาแก้ปวดคอยบรรเทาติดต่อกันหลายวัน กว่าจะออกราชกิจได้ลึก ๆ ในใจเขารู้ดีว่าเก้าอี้มังกรไม่มั่งคงอีกต่อไป พลังหยินหยางภายในร่างกายก็อ่อนแอลงทุกวัน กระทั่งองค์หญิงหนานเจียงกลับมาพร้อมกับข่าวดี กองทัพหนานเจียงเชี่ยวชาญด้านวิชาหนอนพิษ ดังนั้นการสู้กับศัตรูซึ่ง ๆ หน้าอาจไม่ใช่วิธีการที่ดีนัก แต่การลอบกัดด้านหลัง ร้ายกาจยิ่งกว่า“นี่คือผลงานของพระมเหสีเจ้าค่ะ”มู่หรงถิงภูมิใจมากในตอนที่เขาไปเยือนจวนหนานหลีอ๋องนั้น เขาก็ตกหลุมรักหนานหลีม่านตั้งแต่แรกเห็น เพื่อจะได้ตัวนาง เขายอมแลกทุกอย่างอย่างไม่เสียดายในตอนที่หนานหลี่ม่านขึ้นเป็นพระมเหสีนั้น เหล่าขุนนางทั้งบุ๋นและบู๊ต่างพยายามขัดขวาง บัดนี้ เขารู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากหลังจากที่ทุกข์ทรมานมาอย่างยาวนานขุนนางช
ซูจิ่งสิงส่ายหน้าเกาเจี้ยนมีความกล้าหาญก็จริง แต่ขาดสติปัญญาเมืองหลวงในตอนนี้เป็นแหล่งรวมของคนต่างถิ่น หากเขาไปที่นั้น เกรงว่าจะกลับออกมาไม่ได้“ข้าจะส่งคนอื่นไปดู”ซูจิ่งสิงและกู้หว่านเยว่กำลังคิดหาคนที่เหมาะสม ทันทีที่ลั่วยางได้ยิน ก็รีบเสนอตัวอย่างรวดเร็ว“ให้ข้าไปเถิด”นางให้เหตุผลว่า“ข้ารู้จักเมืองหลวงเป็นอย่างดี ในตอนที่ข้าช่วยงานของมู่หรงอวี้ ข้ามักจะไปเมืองหลวงอยู่บ่อยครั้ง”“ไม่ค่อยมีคนรู้จักข้านัก โดยส่วนใหญ่ไม่มีทางรู้ว่าข้ากับพวกท่านติดต่อกันหรอกเจ้าค่ะ”“ข้าเป็นหมอ หมอทำการอันใดย่อมราบรื่น ข้ามีหน้ากากหนังมนุษย์ที่ท่านอาจารย์ให้ข้าไว้ เปลี่ยนรูปลักษณ์ก็ไม่มีปัญหาแล้ว”ทันทีที่เกาเจี้ยนได้ยินก็ตื่นตกใจ เขาจะให้แก้วตาดวงใจไปเสี่ยงได้อย่างไร?“ไม่ได้ อันตรายเกินไป”เขารู้ว่าลั่วยางเป็นคนที่มีความคิดเป็นของตัวเอง จึงไม่กล้าพูดเด็ดขาดนัก เพราะกลัวว่าจะทำให้เกิดความไม่พอใจ“ไม่อันตรายหรอก ท่านพูดเองไม่ใช่หรือว่าเฟิ่งอู๋ชีกำลังป่วยหนัก”ลั่วยางแสดงสีหน้าจริงจัง“ข้ามีทักษะการแพทย์ ให้ข้าไปไม่แน่ว่าอาจจะมีประโยชน์ก็ได้เจ้าค่ะ”พี่หว่านเยว่ ให้ข้าช่วยท่านเถอะ” น้
“ให้นางกำนัลสักสองสามคนไปยกถังน้ำเข้ามา ล้างพื้นที่นางยืนเมื่อครู่ให้เกลี้ยง ลากเก้าอี้ที่นางเคยนั่งออกมาทุบทิ้งทำเป็นฟืนเสีย”นางกำนัลที่คอยรับใช้อยู่ด้านในต่างมองหน้ากัน แต่ถึงอย่างไรก็เคยชินกับเหตุการณ์เช่นนี้แล้วหลังจากเข้าวังมานางก็คล้ายกับเป็นโรคกลัวเชื้อโรค ไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาในตำหนักของนาง แม้ว่าฮ่องเต้จะสิ้นพระชนม์ไปแล้ว แต่นางก็ยังสั่งให้คนทำความสะอาดทั้งราชวังอยู่เสมอ“ข้าน้อยจะไปเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”นางกำนัลเหล่านั้นไม่กล้าคัดค้าน รีบเดินออกไป ให้คนยกอ่างน้ำเข้ามาทำความสะอาดราชวังพระมเหสีเดินเข้าไปภายในตำหนักอย่างเหม่อลอยนางเปิดลิ้นชักโต๊ะประทินโฉม หยิบกุญแจรูปหัวใจออกมาจากด้านล่างสุดของลิ้นชักโต๊ะประโฉมครั้นเห็นกุญแจรูปหัวใจดอกนั้น ใบหน้าของพระมเหสีก็แสดงความรู้สึกบางอย่างที่น้อยนักจะได้เห็น“เพียงพริบตาเดียวก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ท่านพี่ ท่านอยู่โลกนั้นสบายดีหรือไม่เจ้าคะ?”นางลูบกุญแจรูปหัวใจดอกนั้นอย่างเบามือ ราวกับว่ากำลังลูบสิ่งของที่มีมูลค่าที่สุดในโลก“คำสาบานที่ข้าให้ไว้ต่อหน้าหลุมศพของท่านกำลังจะเป็นความจริงแล้วนะเจ้าคะ”นางพึมพำด้วยอย่างผ่อนคลาย“ข้า
“จะว่าไปองค์ชายของพวกเราก็ช่างโหดเหี้ยมอำมหิตยิ่งนัก จับจุดอ่อนขององค์ชายอู๋ชีได้อยู่หมัด”“หากไม่ใช่เพราะจับจุดอ่อนของเขาได้ องค์ชายของพวกเราคงจะสิ้นพระชนม์ไปนานแล้ว เจ้าและข้าก็คงตายไปนานแล้ว รีบหุบปากเสียเถอะ อย่ามัวแต่ยืนงงว่าใครเป็นนายของตนเองอยู่เลย”เสียงปริศนาเสียงหนึ่งดังขยายมาจากนอกจวนดูเหมือนว่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่มาลาดตระเวนจะได้ยินเสียงกระซิบกระซาบของทหารเฝ้ารักษาการณ์ทั้งสองคน จึงรีบตำหนิพวกเขา“เจ็บ!”“เจ็บยิ่งนัก!”เสียงของเฟิ่งอู๋ชีที่อยู่ด้านในยังคงดังออกมาอย่างไม่ขาดสายแต่ในเวลานี้เอง องค์หญิงหนานเจียงที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายกับเขากำลังนั่งหัวเราะเยาะอยู่ภายในตำหนักพระมเหสี“น้องชายของข้าช่างไร้ความสามารถยิ่งนัก เสด็จแม่บอกข้าเรื่องอาการป่วยของเขาตั้งนานแล้ว คิดจะบีบบังคับเขา ไม่ใช่เรื่องง่ายนักหรอก”นางหัวเราะเยาะเบา ๆ พลางเล่นกับเล็บสีแดงสดราวกับไม่มีใครอยู่ตรงนั้นอายุสามสิบกว่าปี แต่ใบหน้ายังคงคล้ายกับเด็กสาววัยยี่สิบกว่าปีสาเหตุที่นางตกลงร่วมมือกับฮ่องเต้ชั่วในครั้งนี้ด้วยการยกทัพไปต้าฉี ช่วยฮ่องเต้ชั่วออกมานั้นเพราะพระมเหสีหนานหลีม่านได้ให้สูตรค
“ครั้งนี้ฮ่องเต้ชั่วหาผิดคนซะแล้ว”เกาเจี้ยนหัวเราะเสียงดัง“ไม่รู้ว่าเฟิ่งอู๋ชีเป็นอย่างไรบ้างแล้ว”แววตากู้หว่านเยว่กังวลเล็กน้อยนางมักรู้สึกว่าครั้งนี้ทางเฟิ่งอู๋ชีไม่ราบรื่นนัก“พวกเราต้องออกจากเมืองจางโจวแล้ว”ซูจิ่งสิงเอ่ยขึ้นพวกเขาอยู่ในเมืองจางโจวมานานมากแล้ว ช่วงที่ผ่านมาหนานหยางอ๋องได้นำทัพใหญ่เดินทางมุ่งหน้าไปเมืองต่อไปแล้ววันนี้ ทางโน้นส่งสารเร็วมารายงาน บอกว่าหนานหยางอ๋องยึดเมืองแห่งนั้นได้แล้วแม้ในมิติของกู้หว่านเยว่จะมียุ้งฉางจำนวนหมื่นล้านแต่การทำศึกให้ความสำคัญที่จบศึกอย่างรวดเร็ว ซูจิ่งสิงวางแผนไว้แล้ว ภายในหนึ่งปีต้องยกทัพไปถึงเมืองหลวง“ได้”นอกจากหลิ่วเพียวเพียว ในเมืองจางโจวไม่มีสิ่งใดให้กู้หว่านเยว่เป็นห่วงหลิวชวี่รับปากแล้ว จะช่วยดูแลหลิ่วเพียวเพียวและเจี่ยอวิ๋นอย่างดีหลังหลิ่วเพียวเพียวคลอดลูก จะให้คนส่งพวกเขากลับเมืองเหยากู้หว่านเยว่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงพวกเขาส่วนน้องสาวของหลิวชวี่ หลังจากรักษาตามวิธีของกู้หว่านเยว่ อาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดอีกไม่นาน คงหายดีเป็นปลิดทิ้งคนสกุลฟ่านที่รังแกคุณหนูหลิว ถูกหลิวชวี่หาข้ออ้างแล้วจัดการทีเด
กู้หว่านเยว่กับซูจิ่งสิงอ่านจบ รู้สึกเย็นเยือกไปทั่วร่างเพื่อให้ชนะสงคราม มู่หรงถิงถึงขนาดส่งคนไปเจรจาเงื่อนไขกับทูเจวี๋ยรับปากทูเจวี๋ย ขอเพียงทูเจวี๋ยส่งทหารฝีมือดีมาเมื่อใดที่สถานการณ์พลิกผัน ทุกเมืองที่ยึดคืนมาจากซูจิ่งสิงทหารทูเจวี๋ยสามารถยกทัพเข้าเมือง หรือฆ่าล้างเมือง หรือเผาฆ่าปล้นสะดมภ์ ล้วนได้ทั้งสิ้นสายตาซูจิ่งสิงเย็นเยียบ “สำหรับทหารที่วนเวียนอยู่บนคมดาบแล้ว การฆ่าล้างเมืองหลังจบศึกคือรางวัลอันยิ่งใหญ่”ปล่อยให้ทหารฆ่าล้างเมืองได้ตามใจชอบ เพื่อให้พวกเขาได้ระบาย กระทั่งให้พวกเขาปล้นสะดมภ์ ยิ่งทำให้พวกเขาหวั่นไหว“เหอะเหอะ ฮ่องเต้ชั่วคงจะหมดสิ้นหนทางแล้วสินะ”กู้หว่านเยว่เหน็บแนม“ประเด็นคือเรื่องนี้หรือ?”เกาเจี้ยนรีบเอ่ยขึ้นทันใด“เหตุใดสีหน้าของพวกท่านสองสามีภรรยาจึงยังเรียบเฉยนัก? เพื่อชนะสงคราม ฮ่องเต้ชั่วถึงขนาดรับปากพวกทูเจวี๋ยเช่นนี้เมื่อใดที่ทูเจวี๋ยตกลง ไม่ว่าพวกเขาจะชนะหรือไม่ คนที่ทุกข์ร้อนก็คือประชาชน”ใจเขาร้อนดั่งไฟเผากู้หว่านเยว่กลับหัวเราะ “ทูเจวี๋ยไม่ตกลงหรอก”ไม่ตกลง?เกาเจี้ยนเบิกตาโตทูเจวี๋ยจ้องจะขย้ำต้าฉีอยุ่ตลอดเวลาเว้นแต่สมองพ
กู้หว่านเยว่ที่ยืนอยู่ด้านข้างไม่คิดขัดขวางขณะนี้เด็กน้อยสองคนด้านหลังที่ตกใจมาก จู่ๆ ร้องไห้เสียงดัง“ท่านแม่ถูกตีจนตาย” หลี่เจาตี้ร้องไห้พร้อมเอ่ยขึ้นนางอายุห้าขวบแล้ว จึงพอรู้เรื่องรู้ราวอยู่บ้างสายตาโกรธแค้นมองไปที่หลี่เหวิน“ท่านพ่อ ท่านพ่อเป็นคนทำร้ายทุบตีท่านแม่ เตะท่านแม่จนตาย”นางชี้ไปที่หลี่เหวินแล้วตะโกนเสียงดัง“เจ้าลูกชั่ว เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไรกัน?”หลี่เหวินแทบอยากจะเข้าไปบีบคอหลี่เจาตี้ให้ตาย ส่วนฮูหยินผู้เฒ่าหลี่กลับตบหน้าหลี่เจาตี้อย่างแรง“แกมันนางของขาดทุน พูดจาเหลวไหลอะไรกัน? อยากให้พ่อเจ้าตายหรือ? เป็นเด็กผู้หญิงมันเนรคุณจริงๆ เลี้ยงเสียข้าวสุก”“เจาตี้!”เจี่ยอวิ๋นรีบไปปกป้องเด็กน้อยเอาไว้ “เจ้าไม่เป็นไรนะ?”เมื่อเห็นเด็กน้อยถูกตีจนเลือดกำเดาไหล เขาสงสารจับใจ“ท่านน้า ท่านแม่ของข้าตายแล้ว ต่อไปข้าไม่มีท่านแม่อีกแล้ว”หลี่เจาตี้ร้องไห้เสียใจ น้องสาวที่อยู่ข้างกันก็ร้องไห้ตาม“อย่าร้องไห้ น้าจะปกป้องพวกเจ้าเอง”เจี่ยอวิ๋นกัดฟัน แล้วหันหลัง จากนั้นสาวหมัดใส่หน้าหลี่เหวินทีละหมัดชกจนฟันในปากของเขาร่วงออกมาเป็นแถว“เจ้าฆ่าพี่สาวข้า ข้าจะให้เจ้าชด
มองปราดเดียว นางก็รู้ว่าเจี่ยหงไม่ได้ตายด้วยโรคลำไส้อุดตันส่วนจะตายด้วยสาเหตุใดนั้น ต้องตรวจดูอย่างละเอียดอีกทีกู้หว่านเยว่ถอดเสื้อผ้าส่วนบนของเจี่ยหงออก หลังจากนางได้เห็นผิวหนังของเจี่ยหงที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ม่านตาหดตัวอย่างรุนแรงรอยแผลเหล่านี้ เห็นได้ชัดว่าเกิดขึ้นก่อนตาย แผลใหม่แผลเก่าผสมกัน อนาถจนทนดูไม่ได้กู้หว่านเยว่อดกลั้นต่ออาการสั่นเทา ถอดเสื้อผ้าส่วนล่างของเจี่ยหงออกเป็นไปตามคาด พบเห็นร่องรอยการถูกทารุณกรรมบนร่างกายของนางในนั้น ตรงท้องน้อยยังมีอาการฟกช้ำที่รุนแรงกู้หว่านเยว่ยื่นมือไปจับดู แล้วลองกดดู“หาสาเหตุการตายของพี่สาวเจ้าได้แล้ว”นางสวมเสื้อผ้ากลับไปให้เจี่ยหง แล้วเดินออกมาจากด้านใน ใบหน้าเผยความสงสาร“ถูกเตะจนตาย มีอาการม้ามแตก ภายในท้องเต็มไปด้วยเลือดคั่ง”จินตนาการได้ยากมาก ว่าก่อนตายเจี่ยหงถูกทารุณกรรมอย่างไรสายตาเยือกเย็นของกู้หว่านเยว่กวาดมองหลี่เหวินคนที่ทำร้ายเจี่ยหงจนมีสภาพเช่นนี้ ทั่วทั้งสกุลหลี่คงมีแต่หลี่เหวินคนเดียวไอ้คนซ้อมเมียที่สมควรตาย!“พี่หญิง” เจี่ยอวิ๋นขอบตาแดงก่ำ “นางถูกเตะจนตายทั้งเป็นหรือ?”เขาหันหลังด้วยใบหน้าที่โกรธแ
ด้านหลังตามมาด้วยฮูหยินผู้เฒ่าหลี่และหลี่เหวินที่ด่าทอไม่หยุด“รีบวางศพลงเดี๋ยวนี้”“พวกเจ้ากำลังขโมยศพ ยังเคารพกฏหมายกันอยู่หรือไม่?”“รีบวางศพลูกสะใภ้ข้าลงเดี๋ยวนี้”ทั้งสองคนร้อนใจมาก จึงพูดออกไปวิธีที่ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่คิดเป็นวิธีที่ดี จุดไฟเผาศพของเจี่ยหง ถึงตอนนั้นค่อยบอกว่าไม่ระวังจึงเกิดเพลิงไหม้อย่างไรก็ไม่มีหลักฐานแต่ใครจะไปคิด จู่ๆ มีคนชุดดำสองคนบุกเข้ามา แล้วแบกศพหนีไปทันทีความเร็วนั้นรวดเร็วราวกับลมพัดผ่านตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่และหลี่เหวินจึงลนลานมากรีบกุลีกุจอตามไป แต่กลับถูกกู้หว่านเยว่ถีบจนกระเด็ดออกไป“ทหาร สองคนนี้คิดจะลอบสังหารท่านอ๋อง จับตัวพวกเขาเอาไว้”ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้ตั้งตัว กู้หว่านเยว่ออกคำสั่ง ทหารที่อยู่ด้านหลังรีบกรูกันเข้ามา แล้วจับทั้งสองกดลงกับพื้นซูจิ่งสิงเกือบจะหัวเราะออกมา น้องหญิงของเขาช่างมีไหวพริบ ชิงลงมือก่อน“รีบปล่อยข้า ข้าไม่ได้คิดจะลอบสังหารท่านอ๋อง”หลี่เหวินถูกกดไว้กับพื้น ยังคงร้องตะโกนเสียงดัง“คืนศพของเมียข้ามาเดี๋ยวนี้ พวกเจ้าบุกเข้าจวนโดยพลการ ข้าจะไปแจ้งทางการ”เขาดิ้นรนขัดขืนแทบอยากจะทำลายศพของเจี่ยหงต