บทที่4. วันคืนแสนโหดร้ายก็มาถึง
โดมินิคเริ่มต้นวันใหม่อย่างอารมณ์ดี วันนี้แล้วสินะ วันที่ทุกอย่างจะเป็นตามความต้องการของตัวเอง วันนี้โดมินิคจะได้พิสูจน์ให้ผู้หญิงคนนั้นได้รู้ว่า เงินมีอำนาจขนาดไหน ไม่ว่าอะไร แพงแค่ไหนก็ซื้อได้หมดแม้แต่คนที่ปฏิเสธเขาเสียงแข็งเพียงใด ก็ยังต้องพ่ายแพ้ต่ออำนาจเงินตรา วิธีการถึงจะต่ำช้าก็ช่างโดมินิคไม่สนใจ อะไรที่โดมินิคต้องการต้องได้เสมอ โดมินิคยกข้อมือขึ้นเพื่อดูเวลาที่นาฬิกาเรือนหรูที่คาดอยู่บนข้อมือใหญ่ นี่ก็ผ่านไปนานจนเวลาถึง 11.00น.เข้าไปแล้ว เจ้าหล่อนทำอะไรอยู่ จนป่านนี้ยังไม่มาสักที ชายหนุ่มเริ่มกระวนกระวาย คิ้วขมวดชนกันจนแซมและการ์ด เริ่มแปลกใจ
“แซม... นายนัดเขาไว้เวลาเท่าไร ป่านนี้แล้วทำไมยังมาไม่ถึงอีก”
“นัดใครที่ไหนครับ กำหนดงานวันนี้หมดแค่นี้แล้วครับ หรือว่าเจ้านายมีนัดนอกเหนือจากนี้ที่ยังไม่บอกผมอีก”
“แล้วที่ฉันให้นายไปทำนะ เวลาสิ้นสุดคือวันนี้ไม่ใช่เหรอ จนป่านนี้เขายังไม่ติดต่อมาอีกหรือไง จะต้องให้รอจนถึงเมื่อไรวะ” โดมินิคพูดเสียงขุ่นผสมความหงุดหงิด
“อ๋อเรื่องนั้นนั่นเอง เวลาสิ้นสุดวันนี้ครับ ถึงเวลาเขาจะติดต่อมาเอง นี่ก็ยังเช้าอยู่เลยครับ คงประมาณเย็นโน้นแหละครับ คงต้องรอให้หมดเวลาทำงานของคุณวราก่อนครับ”
แซมอดอมยิ้มไม่ได้ นี่ก็คงรออยู่ว่าเมื่อไรวราพิชชาจะติดต่อมา แซมไม่เคยเห็นมาก่อนว่าโดมินิคจะอดทนจะต้องรอใครได้ นานๆ จะมีคนขัดใจสักที นี่ก็คงอยากเอาชนะเต็มที่ แต่คงจะลืมไปว่าทุกๆ คนก็มีหัวใจ ถ้าจะเล่นกับหัวใจคน งานนี้ไม่ตัวเจ้านายก็สาวน้อยคนนั้น ไม่ใครก็ใครคงต้องเสียใจและเจ็บช้ำกันบ้าง แซมจึงแอบถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้ม
ด้านวราพิชชาทำงานอย่างเหม่อลอย เธอแอบเช็ดน้ำตาบ่อยๆ ตลอดทั้งวัน แต่เพื่อความอยู่รอดของทุกคน เธอจำเป็นต้องทำเวลาแค่ หนึ่งปี ไม่นานเดี๋ยวก็ผ่านไป นับแต่นี้ทุกคนจะได้มีความสุขไม่ต้องหวาดระแวง มีที่หลับที่นอน ได้เรียนหนังสือ มีอนาคต วราพิชชาล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบนามบัตรซึ่งมีเบอร์โทรศัพท์ของเจ้าของที่คนใหม่ขึ้นมามอง วันนี้วราพิชชาต้องไปพบเขาเพื่อตกลงรายละเอียดที่ทางฝ่ายนั้นกำหนดขึ้นมา วราพิชชาอยากรู้นักเขาเป็นคนเช่นไร ทำไมถึงต้องการให้เธอไปอยู่ด้วย แม้ไม่ระบุมา วราพิชชาก็รู้ว่าฝ่ายนั้นต้องการอะไร เวลาทุกนาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว จากนาทีเป็นชั่วโมง เผลอแปบเดียวก็หมดเวลาทำงานนี่คงถึงเวลาแล้วจริงๆ วราพิชชาล้วงโทรศัพท์ราคาปานกลางที่ใช้ประจำขึ้นมาถือไว้ เธอกลั้นใจกดเบอร์ที่อยู่ในนามบัตร อย่างจำใจ
เสียงโทรศัพท์ของแซมดังขึ้นมา โดมินิคจึงเสหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน ทำทีเหมือนไม่สนใจ แต่ก็คอยแอบฟังว่าแซมจะคุยอะไร จนได้ยินเสียงแซมถามขึ้นว่า
“จะไปพบเธอเลยเหรอเปล่าครับ”
“หืม ...ว่าไงนะ”
“คนที่นัดไว้ จะมาพบคุณในอีกห้านาทีที่จะถึงนี้ จะให้เธอมาเลยไหมครับ”
“อืม... ให้ไปรอที่นัดไว้นะ ฉันทำงานเสร็จจะไปพบเอง”
โดมินิคทำทีเหมือนงานยุ่งขึ้นมา ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันตั้งแต่เช้า ท่าทางกระวนกระวายของเขามีการ์ดคนไหนไม่เห็นบ้าง พอตกบ่ายก็นั่งฮึดฮัดจนถึงตอนนี้
“พาไปห้องที่จองไว้เลย สักพักเจ้านายจะตามไป” แซมกดวางโทรศัพท์ แล้วมองสบตาโดมินิค
“ผมสั่งอาหารเย็นไว้ให้แล้ว ถึงเวลาเขาจะไปเสิร์ฟ ถ้ามีอะไรโทรตามผมได้ตลอด ผมจะอยู่แถวๆ นี้ครับ”
“ไม่มีอะไรแล้ว ก็กลับไปทั้งหมดนั่นแหละ คืนนี้ฉันจะค้างที่นี่ พวกนายกลับกันได้เลย”
โดมินิคสั่งงานทั้งที่ยังไม่ยอมวางหนังสือที่อยู่ในมือลง เขาทำเหมือนสนใจหนังสือตรงหน้าเต็มประดา ทั้งที่ยังไม่ได้อ่านอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย เมื่อลดหนังสือลงก็ไม่เหลือใครในห้องแล้ว พอมองไปรอบๆ ไม่มีใครจึงได้ลุกขึ้นยืนอย่างกระปรี้กระเปร่า เพื่อจะไปยังจุดหมายที่ตั้งตารอ
วราพิชชานั่งรอภายในห้องๆ หนึ่งของโรงแรมแห่งนี้ เธอนึกแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมทนายความคนนั้นบอกให้รออยู่ที่ทำงาน เมื่อตอนที่วราพิชชาติดต่อไป จนได้มานั่งรออยู่ที่ห้องนี้ วราพิชชารออย่างกระวนกระวาย เหงื่อในอุ้งมือซึมออกมาตลอดเวลา จนต้องคอยเช็ดครบความเปียกชื้นกับกระโปงที่สวมใส่บ่อยๆ บีบมือเรียวจนเจ็บเพื่อระบายความตื่นเต้น จนเมื่อเวลาผ่านไป การได้อยู่คนเดียวเงียบๆ เธออดคิดด้วยความสงสัยไม่ได้ เธอเองไม่ได้สวยมากมายอะไร ทำไมคนที่ต้องการเธอ ถึงได้ทุ่มเงินจำนวนมาก เพื่อให้เธอมาอยู่ด้วย แลกกับจำนวนเงินที่ต้องเสียไปคิดยังไงก็ไม่คุ้ม เสียงประตูเปิด และปิดลงในเวลาไล่เลี่ยกัน เสียงรองเท้าหนักๆ ย่ำลงพื้นพรมดังกึกๆ สักพักเสียงเดินก็มาหยุดลงใกล้ๆ กับที่วราพิชชานั่งรออยู่
วราพิชชาอยากจะเงยหน้าดูแต่ก็ใจไม่กล้าพอ เธอก้มมองพื้นด้วยความเกรงกลัว ถ้าเขาเป็นคนหน้าตาอัปลักษ์ แก่ พิกลพิการจะทำอย่างไร แต่เมื่อตัดสินใจแล้ว อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด วราพิชชาไล่มองตั้งแต่ปลายรองเท้า ไล่ขึ้นมาจนถึงชายกางเกง ดูจากเนื้อผ้าแล้วคงจะแพงน่าดู เนื้อผ้าเป็นมันเรียบกริบค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาทรงกางเกงเป็นแบบสมัยใหม่ รูปแบบใหม่คงไม่ใช่ชายสูงอายุ ชายเสื้อสอดอยู่ในกางเกงคาดเข็มขัดหนังเงาวับดูมีราคา เนื้อผ้าแนบติดลำตัวดูแล้วคงรักษาสุขภาพน่าดู ลำคอใหญ่ดูแข็งแรง
“รูปร่างของผมถูกใจเธอเหรอเปล่า มีอะไรต้องแก้ไข หรือเพิ่มเติมอีกไหม”
วราพิชชาผงะ รีบเงยหน้ามองด้วยควมตกใจ เสียงที่ได้ยินมันคุ้นหูจนไม่อยากจะคาดเดา เธอตกใจจนเกือบสิ้นสติ เธอน่าจะรู้และไม่มีข้อสงสัยเลยสักนิด ทำไมกันล่ะ ทำไมเจ้าของที่คนใหม่ถึงเจาะจงและระบุเธอ
“คุณนี่เอง วรานึกว่าใครที่ไหน วราไม่แปลกใจแล้วละว่าทำไมต้องเป็นวราเท่านั้น” น้ำเสียงหวานแหลมแฝงแววหดหู่แกมเย้ยหยันดังออกมาจากปากอิ่ม
โดมินิคแปลกใจ บรรยกาศในห้องนี้รู้สึกหดหู่และหม่นหมอง แต่ในขณะที่เธอเงยหน้ามามองเขาบรรยากาศเปลี่ยนไปทันที รู้สึกได้ถึงความกดดัน ปนเหยียดหยาม โดมินิคนึกละอายใจเหมือนกัน เขาไม่เคยใช้วิธีต่ำทรามเช่นนี้เพื่อกดดันใครมาก่อน แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้ วราพิชชาซิจะต้องจำนนต่อเขาสิ ไม่ใช่มองเขาด้วยแววตาอาฆาต
“เรามาคุยรายละเอียดกันดีกว่านะ เพื่อไม่ให้เสียเวลา” โดมินิครีบสลัดความรู้สึกกวนใจทิ้ง
“...” วราพิชชานิ่งฟังอย่างสงบ
“เธอเสนอมาได้เลย ต้องการอะไรเป็นพิเศษนอกเหนือที่ระบุในสัญญาอีกหรือเปล่า” โดมินิคเสนอ อย่างใจป้ำ
“ขอบคุณค่ะ ดิฉันคงไม่ต้องการอะไรเพิ่ม แค่อยากรู้ว่าดิฉันมีสิทธิทำอะไรได้บ้าง นับจากวันนี้เป็นต้นไปค่ะ” วราพิชชาขอบคุณเบาๆ และเงยหน้าขึ้นมาสบนัยน์ตากับโดมินิคอย่างไม่เกรงกลัว
“เธอหมายถึงอะไร เช่น...” โดมินิคเลิกคิ้วขึ้นสูง และถามอย่างสงสัยในคำตอบ
“ดิฉันสามารถทำงานอื่นได้ไหมคะ แล้วงานใหม่นี่ เวลาเข้างานเวลาเท่าไร เลิกงานเวลาเท่าไรคะ”วราพิชชาอธิบายและสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับหน้าที่ๆ ใหม่ เธอต้องทำอะไรบ้าง
“ได้สิ...ตามสบาย งานไม่ยากเกินกว่าที่เธอจะทำได้สาวน้อย แต่ถ้าเธออยากไปทำงานในตำแหน่งที่เคยทำอยู่ก็ตามใจ ฉันไม่ชอบบังคับใครหรอก ตามแต่เธอจะสะดวกก็แล้วกัน”
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
“ส่วนเวลาทำงานก็แล้วแต่เธอ จะสะดวกผมยังไงก็ได้ทั้งนั้น”
“ค่ะ”
“ส่วนเวลาเลิกงาน ฉันไม่สามารถบอกได้แฮะ...มันกำหนดไม่ได้เสียด้วยนี่สิ” โดมินิคจบคำถามที่วราพิชชาถามมาด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม
ปรากฏรอยน้ำตาในนัยน์ตาสาวน้อยตรงหน้าเพียงแวบเดียว ก่อนจะจางหายไป วราพิชชาเชิดหน้าขึ้นถามจนโดมินิคได้แต่อึ้งตอบแทบไม่ทัน จากผู้หญิงที่กำลังอยู่ในห้วงทุกข์ กลายเป็นสาวกร้านโลกเข้มแข็งขึ้นมาดื้อๆ เธอเปลี่ยนไปจนโดมินิคอดแปลกใจไม่ได้ ผู้หญิงตรงหน้ามีบุคลิกหลายอย่างไม่เหมือนใคร มีอะไรให้ติดตามได้ตลอดเวลา เธอพร้อมสู้ทุกอย่าง ไม่ยอมแพ้โชคชะตา แม้จะโดนบีบจนไม่มีทางเดิน ก็พร้อมสู้อย่างไม่ยอมจำนน
“ดิฉันอยากทราบว่างานที่ทำปัจจุบันนี้นะคะ ดิฉันต้องทำอะไรบ้าง”
“หน้าที่หลักของเธอเลยนะ ก็แค่ทำให้ผมพอใจ ส่วนงานที่ทำอยู่ ถ้ามีแรงเหลือทำไหวก็เชิญตามสบาย ผมไม่ห้าม”
วราพิชชาอดค้อนให้โดมินิคไม่ได้ แต่ก็ต้องหน้าแดงทันที ที่โดมินิคพูดจบ อีตานี่คิดจะใช้งานเธอไม่ให้พักผ่อนเลยเหรอ จะให้รับใช้จนหมดแรง ไม่มีเรี่ยวแรงเหลือทำอย่างอื่นเลยหรือไง
“ที่ถามว่าเริ่มงานเวลาไหนก็แล้วแต่เธอสะดวก บอกได้เลยว่าเวลาไหนผมว่างตลอด ส่วนที่พักผมมีแล้ว ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไร เธอต้องพักกับผม จนกว่าจะครบกำหนดเวลาที่ระบุไว้”
“ดิฉันขอไห้ปิดเป็นความลับได้ใหมคะ เกรงว่าจะทำให้คุณเสียภาพพจน์ และอาจไม่ดีต่อชื่อเสียงของโรงแรมค่ะ”
“ตามใจผมยังไงก็ได้ วันนี้ผมเหนื่อยมาก ช่วยนวดไหล่ให้หน่อยแล้วกัน รู้สึกปวดต้นคอเหมือนจะหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ ผมอาบน้ำก่อนนะ เธอก็เตรียมตัวรอเถอะ ผมอาบน้ำไม่นานหรอก”
“เออ...”` วราพิชชามองตามโดมินิคที่หันหลังเดินไปทางห้องอาบน้ำอย่างอึ้งๆ นับจากนี้ วงจรชีวิตของเธอต้องเปลี่ยนไป ต้องทำหน้าที่ๆ น่าอดสู แต่สถานะการแบบนี้จำให้เธอต้องทน เวลาแค่หนึ่งปีไม่นานก็จริง แต่กว่าที่วราพิชชาจะได้อิสรภาพคืนมามันคงนานพอดู นับจากนี้ไปคงต้องก้มหน้าจำทน จนกว่าทุกอย่างจะจบลง และจนกว่าโดมินิคจะพอใจยินยอมปล่อยวราพิชชาไปตามทางของเธอ โดยไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวหรือเกี่ยวข้องกัน
บทที่5.เสร็จโจรโดมินิคบรรจงอาบน้ำ เขาขัดถูเนื้อตัวอย่างอารมณ์ดี วันนี้เขาจะได้ปราบพยศผู้หญิงสุดหยิ่งที่รออยู่ด้านนอก อยากรู้เหมือนกันวราพิชชาจะหาทางเอาตัวรอดได้อย่างไร โดมินิคเองไม่ได้อดอยากและขาดแคลนผู้หญิงจนต้องมาหาวิธีบีบบังคับเอากับวราพิชชา เขาก็แค่อยากเอาชนะก็แค่นั้น ผู้หญิงสำหรับโดมินิคเองมีมากมายจนไม่อยากจะจำ มีแต่มาเสนอตัว หน้าตาธรรมดาแบบวราพิชชาโดมินิคเจอมาจนนับไม่ถ้วน สวยระดับดารา นางแบบโดมินิคก็ควงมาแล้วทั้งนั้น ทุกคนรู้ข้อตกลงดี หากมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน จบกันด้วยดีทุกคน โดมินิคไม่เคยเอาเปรียบใคร ทุกคนที่คบกับโดมินิคจะได้ผลตอบแทนคุ้มค่า จนไม่มีใครโวยวายเมื่อโดมินิคตัดความสัมพันธ์ จนโดมินิคมาเจอกับวราพิชชา และเพิ่งโดนปฏิเสธเป็นครั้งแรก ทุกๆ ครั้งที่ต้องการผู้หญิงแค่พูดปาก ไม่เคยมีใครปฏิเสธมาก่อนสักราย มีแต่จะขอเวลาเพิ่มในกรณีที่โดมินิคตัดความสัมพันธ์เสียงน้ำหยุดไหลได้สักพักหนึ่ง ก่อนที่โดมินิคที่เดินออกมา กลิ่นหอมของสบู่หลังอาบน้ำโชยมาแตะจมูกจน วราพิชชาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามอง เธอได้แต่ก้มหน้ามองพื้นอย่างไม่รู้ตัวว่าจะต้องทำตัวอย่างไ
บทที่1.จุดกำเนิดของเรื่องวราพิชา มโนสา สาวน้อยวัยใสเติบโตขึ้นในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ‘อุ้มรัก’ และเพิ่งเรียนจบจากรั้วมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง กำลังพยายามหางานทำอย่างสุดความสามารถ เพื่อที่จะแบ่งเบาภาระของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เธอได้อาศัยอยู่และเติบโตขึ้นมา วราพิชชาเติบโตขึ้นมาโดยไม่รู้ว่าใครเป็นทั้งพ่อและแม่ เพราะเธอถูกทิ้งไว้ในโรงพยาบาล หลังจากแม่ผู้ให้กำเนิดคลอดเธอออกมา และถูกส่งต่อมาอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็ก ‘อุ้มรัก’ จนกระทั่งเติบโต อยู่ในความดูแลของสถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’ แห่งนี้โดย ผอ.ชลธิชา ที่ขออุปการะไว้โดยที่วราพิชชาไม่โดนส่งไปอยู่ที่อื่นหลังจากโตเป็นสาว เหมือนเด็กคนอื่นๆ หรือเมื่อมีคนมาขอไปอุปการะ ความที่วราพิชชาว่าง่ายไม่เกี่ยงงาน เธออาสาช่วยงานทุกอย่างเท่าที่สามารถทำได้ จนเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของทุกๆ คนที่ทำงานอยู่ในบ้าน ’อุ้มรัก’ มีพนักงานอยู่เพียงไม่กี่คน ดั่งเช่น ป้าพิมพ์แม่ครัว ครูน้อย ครูเก๋ และก็ลุงชด รปภ.และก็ครูผู้ช่วยอีก2-3คน จนเธอสมัครงานได้งานที่ ร.ร Grand Hotels.แห่งนี้ เนื่องจากคุณอุษาที่เป็นหัวหน้าแม่บ้านอยู่ที่ร.ร Grand Hotels เป็นเพื่อนกับป้าพิมพ์ๆ จึงฝากฝัง
บทที่2.สิ่งที่ต้องเลือกเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากเมื่อคืนวราพิชชาหนีออกมาจากห้องโดมินิค วราพิชชาตื่นขึ้นมาด้วยความอ่อนเพลีย กว่าจะได้นอนก็เกือบตีหนึ่ง เนื่องจากความที่โมโหจนทำให้นอนพลิกตัวกลับไปมา กว่าจะหลับลงได้ต้องใช้เวลานานมากขึ้นกว่าปกติ เธอจำใจลุกขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวันก่อนจะแต่งกายเพื่อจะไปทำงานตามปกติ เมื่อเดินทางไปถึงร.ร Grand Hotels.เธอนำของใช้ส่วนตัวไปเก็บที่ล็อกเกอร์แล้วก็ตรงไปที่ร้านขายอาหารพนักงานในบริเวณที่โรงแรมจัดไว้ให้ เพื่อรับประทานอาหารเช้าก่อนที่จะเริ่มงาน “ทางนี้ ...จ้ะวรา” เสียงหวานของนิสาเพื่อนสนิท ดังมาจากหน้าร้านขายน้ำดื่ม“ทำไมวันนี้มาแต่เช้าเลยละ ทุกทีนิสามาเกือบแปดโมงไม่ใช่เหรอ” วราพิชชาถามกลับ“แหม...วันนี้นิสารีบมารอถามวรานะสิ ว่าไงล่ะคุณโดมินิคหล่อหรือเปล่า ตัวจิรงเป็นๆ นะหล่อ มากกว่ารูปถ่ายตามหน้าหนังสือไหม”“วรา ...ไม่อยากพูดถึงอีตานั่นเลย ขอไม่พูดถึงได้ไหม”“แอ๋... ทำไมละหรือว่าขี้เหร่จนวราไม่อยากพูดถึง”“เปล่าไม่ใช่อย่างนั้น คุณโดมินิคเขาก็หน้าตาดีเหมือนในรูปนั้นแหละ”“อ้าว...แล้วทำไม วราไม่อยากพูดถึงละ เขาทำอะไรวราหรือไง!!!”“อืม... เมื่อคืน
บทที่3.ตอบแทนบุญคุณวราพิชชาเดินเข้ามาในบริเวณสถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’ เมื่อกลับจากที่ทำงาน เธอมองรถยนต์ที่จอดอยู่หน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ‘อุ้มรัก’ อย่างสนใจ คะเนจากสายตาแล้วก็รู้ว่ารถลักษณะแบบนี้น่าจะราคาแพงมาก นานๆ จะมีคนใจบุญกระเป๋าหนักเข้ามาบริจาคให้สถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’ พวกเขาคงมีฐานะร่ำรวยมาก ทุกวันนี้ทุกคนในสถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’ ช่วยกันหาคนมาบริจาค ทั้งทำของใช้เล็กๆ น้อยๆ ไปฝากตามร้านค้า ทำขนมกินเล่นไปฝากขาย เพื่อจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งบรรดาเด็กที่โตพอจะทำงานได้ ช่วยกันทำงานรวมทั้งตัว วราพิชชาเองที่นำเงินเดือนมามอบให้ทุกๆ เดือน แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับรายจ่ายที่ต้องจ่ายออกไป เนื่องจากเด็กที่ถูกทิ้งมีจำนวนมากขึ้น แต่รายได้ที่รัฐจ่ายให้ยังคงเท่าเดิม ผอ.ชลธิชา ซึ่งเป็นผู้ดูแลจึงพยามทำทุกๆ ทางเพื่อจะไม่ให้สถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’แห่งนี้ปิดตัวลง วราพิชชายกมือขึ้นพนมไหว้ศาลพระภูมิ ที่อยู่ในบริเวณบ้าน’อุ้มรัก’“สาธุ... ขอไห้มีคนใจบุญมาบริจาค กันเยอะๆ ทีเถอะค่ะ พวกน้องๆ จะได้ไม่ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น”ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ข้าวของราคาแพงขึ้นทุกวัน นับวันมีแต่รายจ่ายที่เพิ่มขึ้
บทที่5.เสร็จโจรโดมินิคบรรจงอาบน้ำ เขาขัดถูเนื้อตัวอย่างอารมณ์ดี วันนี้เขาจะได้ปราบพยศผู้หญิงสุดหยิ่งที่รออยู่ด้านนอก อยากรู้เหมือนกันวราพิชชาจะหาทางเอาตัวรอดได้อย่างไร โดมินิคเองไม่ได้อดอยากและขาดแคลนผู้หญิงจนต้องมาหาวิธีบีบบังคับเอากับวราพิชชา เขาก็แค่อยากเอาชนะก็แค่นั้น ผู้หญิงสำหรับโดมินิคเองมีมากมายจนไม่อยากจะจำ มีแต่มาเสนอตัว หน้าตาธรรมดาแบบวราพิชชาโดมินิคเจอมาจนนับไม่ถ้วน สวยระดับดารา นางแบบโดมินิคก็ควงมาแล้วทั้งนั้น ทุกคนรู้ข้อตกลงดี หากมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน จบกันด้วยดีทุกคน โดมินิคไม่เคยเอาเปรียบใคร ทุกคนที่คบกับโดมินิคจะได้ผลตอบแทนคุ้มค่า จนไม่มีใครโวยวายเมื่อโดมินิคตัดความสัมพันธ์ จนโดมินิคมาเจอกับวราพิชชา และเพิ่งโดนปฏิเสธเป็นครั้งแรก ทุกๆ ครั้งที่ต้องการผู้หญิงแค่พูดปาก ไม่เคยมีใครปฏิเสธมาก่อนสักราย มีแต่จะขอเวลาเพิ่มในกรณีที่โดมินิคตัดความสัมพันธ์เสียงน้ำหยุดไหลได้สักพักหนึ่ง ก่อนที่โดมินิคที่เดินออกมา กลิ่นหอมของสบู่หลังอาบน้ำโชยมาแตะจมูกจน วราพิชชาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามอง เธอได้แต่ก้มหน้ามองพื้นอย่างไม่รู้ตัวว่าจะต้องทำตัวอย่างไ
บทที่4. วันคืนแสนโหดร้ายก็มาถึงโดมินิคเริ่มต้นวันใหม่อย่างอารมณ์ดี วันนี้แล้วสินะ วันที่ทุกอย่างจะเป็นตามความต้องการของตัวเอง วันนี้โดมินิคจะได้พิสูจน์ให้ผู้หญิงคนนั้นได้รู้ว่า เงินมีอำนาจขนาดไหน ไม่ว่าอะไร แพงแค่ไหนก็ซื้อได้หมดแม้แต่คนที่ปฏิเสธเขาเสียงแข็งเพียงใด ก็ยังต้องพ่ายแพ้ต่ออำนาจเงินตรา วิธีการถึงจะต่ำช้าก็ช่างโดมินิคไม่สนใจ อะไรที่โดมินิคต้องการต้องได้เสมอ โดมินิคยกข้อมือขึ้นเพื่อดูเวลาที่นาฬิกาเรือนหรูที่คาดอยู่บนข้อมือใหญ่ นี่ก็ผ่านไปนานจนเวลาถึง 11.00น.เข้าไปแล้ว เจ้าหล่อนทำอะไรอยู่ จนป่านนี้ยังไม่มาสักที ชายหนุ่มเริ่มกระวนกระวาย คิ้วขมวดชนกันจนแซมและการ์ด เริ่มแปลกใจ“แซม... นายนัดเขาไว้เวลาเท่าไร ป่านนี้แล้วทำไมยังมาไม่ถึงอีก” “นัดใครที่ไหนครับ กำหนดงานวันนี้หมดแค่นี้แล้วครับ หรือว่าเจ้านายมีนัดนอกเหนือจากนี้ที่ยังไม่บอกผมอีก”“แล้วที่ฉันให้นายไปทำนะ เวลาสิ้นสุดคือวันนี้ไม่ใช่เหรอ จนป่านนี้เขายังไม่ติดต่อมาอีกหรือไง จะต้องให้รอจนถึงเมื่อไรวะ” โดมินิคพูดเสียงขุ่นผสมความหงุดหงิด “อ๋อเรื่องนั้นนั่นเอง เวลาสิ้นสุดวันนี้ครับ ถึงเวลาเขาจะติดต่อมาเอง นี่ก
บทที่3.ตอบแทนบุญคุณวราพิชชาเดินเข้ามาในบริเวณสถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’ เมื่อกลับจากที่ทำงาน เธอมองรถยนต์ที่จอดอยู่หน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ‘อุ้มรัก’ อย่างสนใจ คะเนจากสายตาแล้วก็รู้ว่ารถลักษณะแบบนี้น่าจะราคาแพงมาก นานๆ จะมีคนใจบุญกระเป๋าหนักเข้ามาบริจาคให้สถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’ พวกเขาคงมีฐานะร่ำรวยมาก ทุกวันนี้ทุกคนในสถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’ ช่วยกันหาคนมาบริจาค ทั้งทำของใช้เล็กๆ น้อยๆ ไปฝากตามร้านค้า ทำขนมกินเล่นไปฝากขาย เพื่อจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งบรรดาเด็กที่โตพอจะทำงานได้ ช่วยกันทำงานรวมทั้งตัว วราพิชชาเองที่นำเงินเดือนมามอบให้ทุกๆ เดือน แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับรายจ่ายที่ต้องจ่ายออกไป เนื่องจากเด็กที่ถูกทิ้งมีจำนวนมากขึ้น แต่รายได้ที่รัฐจ่ายให้ยังคงเท่าเดิม ผอ.ชลธิชา ซึ่งเป็นผู้ดูแลจึงพยามทำทุกๆ ทางเพื่อจะไม่ให้สถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’แห่งนี้ปิดตัวลง วราพิชชายกมือขึ้นพนมไหว้ศาลพระภูมิ ที่อยู่ในบริเวณบ้าน’อุ้มรัก’“สาธุ... ขอไห้มีคนใจบุญมาบริจาค กันเยอะๆ ทีเถอะค่ะ พวกน้องๆ จะได้ไม่ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น”ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ข้าวของราคาแพงขึ้นทุกวัน นับวันมีแต่รายจ่ายที่เพิ่มขึ้
บทที่2.สิ่งที่ต้องเลือกเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากเมื่อคืนวราพิชชาหนีออกมาจากห้องโดมินิค วราพิชชาตื่นขึ้นมาด้วยความอ่อนเพลีย กว่าจะได้นอนก็เกือบตีหนึ่ง เนื่องจากความที่โมโหจนทำให้นอนพลิกตัวกลับไปมา กว่าจะหลับลงได้ต้องใช้เวลานานมากขึ้นกว่าปกติ เธอจำใจลุกขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวันก่อนจะแต่งกายเพื่อจะไปทำงานตามปกติ เมื่อเดินทางไปถึงร.ร Grand Hotels.เธอนำของใช้ส่วนตัวไปเก็บที่ล็อกเกอร์แล้วก็ตรงไปที่ร้านขายอาหารพนักงานในบริเวณที่โรงแรมจัดไว้ให้ เพื่อรับประทานอาหารเช้าก่อนที่จะเริ่มงาน “ทางนี้ ...จ้ะวรา” เสียงหวานของนิสาเพื่อนสนิท ดังมาจากหน้าร้านขายน้ำดื่ม“ทำไมวันนี้มาแต่เช้าเลยละ ทุกทีนิสามาเกือบแปดโมงไม่ใช่เหรอ” วราพิชชาถามกลับ“แหม...วันนี้นิสารีบมารอถามวรานะสิ ว่าไงล่ะคุณโดมินิคหล่อหรือเปล่า ตัวจิรงเป็นๆ นะหล่อ มากกว่ารูปถ่ายตามหน้าหนังสือไหม”“วรา ...ไม่อยากพูดถึงอีตานั่นเลย ขอไม่พูดถึงได้ไหม”“แอ๋... ทำไมละหรือว่าขี้เหร่จนวราไม่อยากพูดถึง”“เปล่าไม่ใช่อย่างนั้น คุณโดมินิคเขาก็หน้าตาดีเหมือนในรูปนั้นแหละ”“อ้าว...แล้วทำไม วราไม่อยากพูดถึงละ เขาทำอะไรวราหรือไง!!!”“อืม... เมื่อคืน
บทที่1.จุดกำเนิดของเรื่องวราพิชา มโนสา สาวน้อยวัยใสเติบโตขึ้นในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ‘อุ้มรัก’ และเพิ่งเรียนจบจากรั้วมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง กำลังพยายามหางานทำอย่างสุดความสามารถ เพื่อที่จะแบ่งเบาภาระของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เธอได้อาศัยอยู่และเติบโตขึ้นมา วราพิชชาเติบโตขึ้นมาโดยไม่รู้ว่าใครเป็นทั้งพ่อและแม่ เพราะเธอถูกทิ้งไว้ในโรงพยาบาล หลังจากแม่ผู้ให้กำเนิดคลอดเธอออกมา และถูกส่งต่อมาอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็ก ‘อุ้มรัก’ จนกระทั่งเติบโต อยู่ในความดูแลของสถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’ แห่งนี้โดย ผอ.ชลธิชา ที่ขออุปการะไว้โดยที่วราพิชชาไม่โดนส่งไปอยู่ที่อื่นหลังจากโตเป็นสาว เหมือนเด็กคนอื่นๆ หรือเมื่อมีคนมาขอไปอุปการะ ความที่วราพิชชาว่าง่ายไม่เกี่ยงงาน เธออาสาช่วยงานทุกอย่างเท่าที่สามารถทำได้ จนเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของทุกๆ คนที่ทำงานอยู่ในบ้าน ’อุ้มรัก’ มีพนักงานอยู่เพียงไม่กี่คน ดั่งเช่น ป้าพิมพ์แม่ครัว ครูน้อย ครูเก๋ และก็ลุงชด รปภ.และก็ครูผู้ช่วยอีก2-3คน จนเธอสมัครงานได้งานที่ ร.ร Grand Hotels.แห่งนี้ เนื่องจากคุณอุษาที่เป็นหัวหน้าแม่บ้านอยู่ที่ร.ร Grand Hotels เป็นเพื่อนกับป้าพิมพ์ๆ จึงฝากฝัง