บทที่5.เสร็จโจร
โดมินิคบรรจงอาบน้ำ เขาขัดถูเนื้อตัวอย่างอารมณ์ดี วันนี้เขาจะได้ปราบพยศผู้หญิงสุดหยิ่งที่รออยู่ด้านนอก อยากรู้เหมือนกันวราพิชชาจะหาทางเอาตัวรอดได้อย่างไร โดมินิคเองไม่ได้อดอยากและขาดแคลนผู้หญิงจนต้องมาหาวิธีบีบบังคับเอากับวราพิชชา เขาก็แค่อยากเอาชนะก็แค่นั้น ผู้หญิงสำหรับโดมินิคเองมีมากมายจนไม่อยากจะจำ มีแต่มาเสนอตัว หน้าตาธรรมดาแบบวราพิชชาโดมินิคเจอมาจนนับไม่ถ้วน สวยระดับดารา นางแบบโดมินิคก็ควงมาแล้วทั้งนั้น ทุกคนรู้ข้อตกลงดี หากมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน จบกันด้วยดีทุกคน โดมินิคไม่เคยเอาเปรียบใคร ทุกคนที่คบกับโดมินิคจะได้ผลตอบแทนคุ้มค่า จนไม่มีใครโวยวายเมื่อโดมินิคตัดความสัมพันธ์ จนโดมินิคมาเจอกับวราพิชชา และเพิ่งโดนปฏิเสธเป็นครั้งแรก ทุกๆ ครั้งที่ต้องการผู้หญิงแค่พูดปาก ไม่เคยมีใครปฏิเสธมาก่อนสักราย มีแต่จะขอเวลาเพิ่มในกรณีที่โดมินิคตัดความสัมพันธ์
เสียงน้ำหยุดไหลได้สักพักหนึ่ง ก่อนที่โดมินิคที่เดินออกมา กลิ่นหอมของสบู่หลังอาบน้ำโชยมาแตะจมูกจน วราพิชชาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามอง เธอได้แต่ก้มหน้ามองพื้นอย่างไม่รู้ตัวว่าจะต้องทำตัวอย่างไร โดมินิคเดินเฉียดผ่านวราพิชชาไปจนชายผ้าเช็ดตัวโดนแขนของวราพิชชา เธอสะดุ้งโหย่งแล้วรีบบีบตัวเองทำเหมือนจะให้ตัวเองนั้นเล็กลีบลงได้อีก
เขาแอบยิ้มขำๆ นี่ถ้าเงยหน้ามาเห็นเขานุ่งแต่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวไม่เป็นลมเป็นแล้งไปเลยเหรอ โดมินิคเดินตรงไปยังเตียงนอนกลางห้อง เขาทิ้งตัวนอนรอบนเตียง แล้วตบลงบนที่นอนเบาๆ
“ฉันนอนรอบนที่นอนนะ ถ้าพร้อมก็เริ่มได้ทันที แต่อย่านานล่ะ ฉันไม่ใช่คนที่มีความอดทนรออะไรเท่าไร”
วราพิชชาพึมพำด่าอยู่ในใจ ‘อีตาบ้า’ ทำเป็นรอนานไม่ได้จะไม่ให้เธอทำใจเลยเหรอไง ไม่ใช่หมอนวดสักหน่อย แล้วไม่รู้จักสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อยทำผลุ๊บๆ โผล่ๆ น่าหวาดเสียว เสียงโดมินิคเร่งมาอีกแล้ว วราพิชชา จึงตัดสินใจทำตามที่โดมินิคสั่งอย่างอ่อนล้า เธอเก้ๆ กังๆ อยู่ข้างเตียงพักใหญ่เชียวล่ะ
“จะให้เริ่ม จากตรงไหนก่อนละคะ”
“นวดขาก่อนก็ได้ มันเมื่อยล้าบริเวณนั้นแหละ...อืม...ตรงต้นขานะ”
โดมินิคบอกแล้วก็ซ่อนยิ้มไว้แทบไม่ทัน เขาอยากจะเห็นหน้า อยากจะรู้ว่าวราพิชชาจะมีสีหน้าแบบไหน แต่ก็ต้องอดใจไว้เวลายังมีอีกเยอะ เขาจะได้เห็นในทุกสีหน้า ท่าทาง ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ก่อนจะสะดุ้งไปทั้งตัว ทั้งคนโดนนวดและคนเป็นคนนวด มันเหมือนมีกระแสไฟอ่อนๆ แล่นจากปลายนิ้วของวราพิชชามาที่ขาของโดมินิค เหมือนมีกระแสไฟช๊อตเบาๆ มือแม้ไม่นุ่มนวลเท่ากับสาวๆ ที่เขาเคยผ่านมา เธอแตะเบาๆ ทำเอาไฟแทบลุกนี่เกิดอะไรขึ้น!!! โดมินิคแทบจะดึงเธอมากอด แล้วกดเธอลงบนเตียงทำอะไรๆ ที่อยากทำให้รู้แล้วรู้รอด ไม่น่าเชื่อว่าแค่แตะนิดเดียวจะทำให้โดมินิคแทบหมดความอดทน โดมินิคกัดฟันบอกออกไปหลังจากข่มกลั้นความรู้สึกเอาไว้ได้
“ขึ้นมาข้างบนเตียงสิจะได้ทำถนัดๆ ไม่ต้องกลัวว่าผมจะเจ็บหรอก ทำเหมือนกลัวว่ามันจะกัดอย่างนั้นแหละ”
วราพิชชาแอบเบ้หน้าและค้อนโดมินิคอย่างอดไม่ได้ เธอรีบปีนขึ้นไปนั่งบนเตียงอย่างทุลักทุเล ก็โดมินิคนอนขว้างเตียงจนเธอต้องอ้อมไปอีกทาง ไม่อย่างนั้นก็ต้องข้ามตัวของโดมินิคไป วราพิชชาสะดุดปลายผ้าเช็ดตัวแล้วล้มลงบนเตียงทับลงบนตัวของโดมินิคพอดี เธอหลับตาปี๋ไม่กล้าลืมตามอง รู้แค่ว่าในขณะทีล้มลงโดมินิคพลิกตัวกลับมาพอดี เท่ากับว่าในขณะนี้ วราพิชชาตกอยู่ในอ้อมแขนของโดมินิคพอดิบพอดี วราพิชชาได้ยินเสียงใจเต้นตุ๊บๆ อยู่ข้างหู ไม่รู้ว่าเสียงดังกระหึ่มนั่นเป็นของใคร ตลอดลำเธอนั้นแนบชิดกันจนแทบจะเป็นเนื้อเดียว วราพิชชาขยับตัวอย่างอึดอัด เธอดิ้นยุกยิกจนโดมินิคต้องขู่ออกมา วราพิชชาจึงหยุดดิ้นลงได้
“อย่าดิ้นสิ... เดี๋ยวก็ผ้าก็หลุดกันพอดี”
“คุณก็ปล่อยวราสิคะ จะได้นวดต่อ แบบนี้มันทำไม่ถนัดนะคะ”
“แต่ผมชอบแบบนี้มากกว่านะ”
“เออ...แต่…” เสียงพูดเงียบไปทันทีที่โดมินิคก้มลงมาปิดปากวราพิชชาด้วยปากอุ่นร้อนของเขาเอง แค่ริมฝีปากแตะเบาๆ ก่อนจะไล้ไปรอบๆ เรียวปากอิ่ม หยุดอยู่สักครู่หนึ่ง แล้วก็กดย้ำลงมาบนกลีบปากอ่อนนุ่มของวราพิชชา จนวราพิชชาตกตะลึง และหยุดดิ้นรน เธอกำลังจะอ้าปากเพื่อห้ามปราม เป็นจังหวะเดียวกับที่โดมินิคส่งปลายลิ้นของเขามาภายในปากพอดี เขาไล้ปลายลิ้นไปตามไรฟัน เกียวพันกับลิ้นของวราพิชชา เธอลืมที่จะห้ามปราม ความรู้สึกไหววาบเหมือนจะหายใจไม่ออก ไม่รู้ว่าต้องทำตัวอย่างไร จะห้ามก็ไม่มีแรงขัดขืน โดมินิคกดจูบย้ำๆ จนพอใจ แล้วค่อยเลื่อนริมฝีปากต่ำลงมา มือก็ลูบไล้ไปตามลำตัว สำรวจผิวนวลไปทั่วอย่างพึงพอใจ เห็นตัวเล็กๆ แต่เท่าที่แตะดูก็เต็มไม้เต็มมือไม่เล็กเหมือนที่ตาเห็น
“ปล่อยวราก่อนค่ะ ...ขอเวลาให้วราทำใจก่อนได้มั้ยคะ” วราพิชชาวิงวอนเสียงอ่อนระโหย
“เธอตกลงแล้วไม่ใช่เหรอ” โดมินิคถามเสียงงึมงำ เขากำลังติดพันกับลำคอเรียวหอมกรุ่น
“วรายังไม่พร้อมค่ะ”
“พูดเพราะๆ สิ เผื่อฉันจะใจอ่อน” โดมินิคกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม ก่อนจะกดย้ำลงมาอีกครั้ง
“วรา...”
“ไม่ ...เธอแทนตัวเองว่า วรา... กับคนอื่นไม่ใช่เหรอ” โดมินิคดันกายขึ้นมองหน้าวราพิชชาและคร่อมเธอไว้ในอ้อมแขน พร้อมทั้งมองสบนัยน์ตางดงาม
“วรา ...ยังไม่พร้อมค่ะ” วราพิชชาเบนหน้าหลบพร้อมทั้งกระซิบตอบ
“เธอไม่เป็นห่วงทุกๆ คนหรือไง” น้ำเสียงแหบพร่าที่พยายามกลั้นความรู้สึกปั่นป่วนไว้เต็มที่
วราพิชชาหลับตาลงหลังจากโดมินิคถาม เธอรู้ชะตากรรมของตัวเองดี ไม่ว่าวันนี้หรือวันหน้า เธอก็ต้องตกเป็นของเขาอยู่ดี ถ้าเริ่มตอนนี้มันจะได้จบเร็วขึ้น
โดมินิคมองอย่างสำรวจผิวเนื้อแม้จะไม่ขาวจัด แต่ก็ไม่ดำคล้ำจนเกินไป พอลองสัมผัสลูบไล้แล้วนุ่มมือดีเหมือนกัน ให้ความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายได้ มือที่ออกจะสั่นนิดๆ เอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อออก เขาเห็นเธอสะดุ้งเบาๆ ก่อนจะตะลึงมอง ผิวเธอคล้ำนิดๆ แต่เนียนละเอียด อกอวบขนาดพอดีมือใต้กรวยผ้าสีหวานจนทำให้อยากจะดึงทิ้ง อยากจะรู้ว่าใต้ผืนผ้าจะมีสิ่งสวยงามเพียงใดซ่อนอยู่ วราพิชชายกมือขึ้นมาบังไว้ตามสัญชาตญาณ แต่ก็โดนปัดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
โดมินิคสอดมือไปทางด้านหลังเพื่อปลดตะขอบราเซียออก แค่แตะโดนตัวก็เห็นว่าวราพิชชาสะดุ้งโหย่ง เธอรีบยกมือขึ้นมากอดอก โดมินิคจึงปัดออกไปอีก เขาตะลึงไปทันทีที่บราเซียสีสวยหลุดออกไป ทรวงงามตรงหน้าสั่นไหวเพราะแรงหอบหายใจ โดมินิครู้สึกว่าลำคอแห้งเป็นผงเหมือนขาดน้ำมานานมาก จนกระหายเมื่อเห็นบ่อน้ำตรงหน้า จึงรีบก้มลงดื่มกินอย่างหิวโหย เขาดูดดื่มแล้วดื่มอีกเหมือนอดอยากมานานแสนนาน มือเรียวๆ ของวราพิชชาตะปบจิกผ้าปูเตียงจนยับยุ่ง เธอรู้สึกซาบซ่าน ตัวเบาลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ ในหัวหมุนติ้วๆ อยากห้ามปราม แต่ก็ปากหนักอ้าไม่ออก ถ้าเผยอปากออกมาก็เกรงว่าจะมีเสียงหน้าอายหลุดรอดออกมา จึงเม้มปากไว้ หลับตาไม่กล้าสู้หน้ากับโดมินิค มือแกร่งลูบไล้อกอิ่มกอบกุมและบีบเคล้นเบาๆ ก่อนทวีความรุนแรงขึ้นตามอารมณ์ที่พุ่งทะยานขึ้นตามลำดับ
“หวาน ...หวานไปทั้งตัวเลยนะ”
“อือ...” เสียงครางแผ่วเบาหลุดรอดออกมาจากปากวราพิชชาได้ในที่สุด ทำให้โดมินิคฮึกเหิมรีบปลุกเร้ามากขึ้น อีกมือก็สอดเข้าไปใต้กระโปรงผ้า ใช้ปลายนิ้วเกี่ยวซับในตัวน้อย รั้งลงมาจนถึงเรียวขางามที่พยายามเกร็งตัวแน่นขวางไว้
“อย่าค่ะ...ได้โปรด”
วราพิชชาดึงมือของโดมินิคไว้ พยายามปรามอย่างอ่อนล้า โดมินิคไม่สนใจสัดนิด ความพยายามของเธอไม่มากพอจะห้ามเขาได้ พอดึงซับในออกมาได้ก็เหวี่ยงไปอย่างไม่สนใจทิศทางว่าจะไปตกอยู่ตรงไหน มืออีกข้างก็จับมือของเธอกดไว้ ป้องกันการขัดขืน วราพิชชาสะดุ้งสุดตัว เมื่อมือแกร่งลูบไล้วนไปวนมาจนหัวหมุนเดี๋ยวตรงนั้น เดี๋ยวตรงนี้ปัดป้องไม่ทันทุกการจู่โจม โดมินิคกระชากเสื้อผ้าของตัวเองเหวี่ยงทิ้งไปอย่างไม่ใยดีก่อนจะโน้มตัวลงมาคุลกเคล้าอกอิ่มอย่างต้องปลุกปั่นอารมณ์ดิบ มือหนาชันเรียวขางามขึ้นตั้งชัน ก่อนจะแทรกกายแกร่งลงไป
“อื้อ เจ็บ...เจ็บนะ เอาออกไปได้โปรด...” วราพิชชาอ้อนวอนด้วยเสียงสั่นเคลือ
“เจ็บแปบเดียวน่า อย่าดิ้นสิมันจะทำให้เธอเจ็บมากขึ้นนะ” โดมินิคกระซิบปลอบโยนเขาก็แทบจะทนไม่ไหว อยากจะโจนจ้วงอย่างสุดกำลัง แต่ก็อดสงสารคนใต้ร่างไม่ได้ เมื่อสาวแรกแย้มแบบวราพิชชาคงเจ็บปวดทรมานกับการมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งครั้งแรก ช่องทางสวาทสาวคับแน่นจนแทบขยับเขยื้อนเนื้อตัวไม่ได้ มันบีบรัดและนุ่มอุ่นจนโดมินิคแทบแตกกระจาย
วราพิชชากรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะเงียบลงเพราะโดมินิคก้มลงมาปิดปากของเธอไว้ เขาดูดซับเสียงครางแผ่วๆ หายไปในลำคอแกร่งของชายหนุ่ม มือหนาลูบไล้ไปทั่ว เพื่อปลอบประโลมให้คลายความเจ็บปวด วราพิชชาจิกปลายนิ้วกับที่นอนจนยับยู่ยี่ สัมผัสและความอ่อนโยนของโดมินิคช่วยคลายความเจ็บปวดลงได้บ้าง และวราพิชชาเริ่มคลายอาการหวั่นเกรงลง
โดมินิคจึงเริ่มเดินหน้าอย่างช้าๆ เมื่อโดมินิคถอนจูบ วราพิชชาจึงปรือตามองด้วยความมึนงง ดวงตาเธอหม่นมัวไปด้วยไฟพิศวาส
“วรา ...เธอเป็นของผม เป็นของผมคนเดียว”
โดมินิคกระซิบบอกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเคลื่อนไหวร่างกายอย่างหนัก และทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับ
“โดมินิค...” เสียงหวานๆ กระซิบแผ่วๆ อย่างสุดแสนทรมาน
“โดม เรียกฉันว่า โดม” โดมินิคกระซิบชิดอกอิ่ม และก้มลงดื่มกินอย่างหลงใหล
“โดม…”
โดมินิคท้าวแขนทั้งสองข้างๆ ลำตัววราพิชชา ระหว่างเคลื่อนไหวร่างกายอย่างไม่ยอมหยุด จังหวะรักเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ชายหนุมโจนจ้วงกายแกร่งอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จนวราพิชชาจิกปลายนิ้วกับแขนของชายหนุ่มเพื่อผ่อนคลายความร้อนแรง
“อื้อ…” เสียงหวานครวญครางแผ่ว ทุกจังหวะที่เขาทะยานเข้าใส่ เธอหยัดกายเข้าหาตอบสนองทุกถ่วงท่าแบบเงอะๆ งะๆ
พายุสวาทที่กำลังก่อตัวทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะสงบลงเมื่อวราพิชชา กรีดเสียงร้องออกมาอย่างสุดเสียง วราพิชชารีบซุกหน้าเข้าใต้หมอนเพื่อลดเสียงที่ดังออกมาจากปากอิ่ม กายสาวกระตุกถี่ๆ สะท้านขึ้นลงเป็นจังหวะ พอดีกับที่โดมินิคครางเสียงแหบห้าว ร่างหนาหนักซวนซบลงบนอกอิ่ม กายแกร่งกระตุกแรงๆ สองสามครั้งก่อนสงบลง วราพิชชาหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะหลับใหลไปด้วยความอ่อนเพลีย
โดมินิคพลิกตัวลงมาด้านข้าง แล้วหันไปมองหน้าสาวน้อยข้างตัวเอง แม้เขาจะใช้กำลังบังคับมาในทีแรก แต่ก็แน่ใจว่าความสาวที่วราพิชชามอบให้เขามานั้น เธอเต็มใจให้เขามาจริงๆ
เขาเอนกายลงนอนใกล้ๆ และรั้งร่างบอบบางเข้าสู่วงแขน วราพิชชาพลิกตัวกลับเมื่อรู้สึกถึงความอบอุ่นที่รายล้อมอยู่รอบๆ ตัว เธอแนบหน้ากับอกกว้างและพริ้มเปลือกตาหลับต่อ ปล่อยให้คนที่มองอยู่นอนมองอย่างค้างคา ติดตรงที่ว่าไม่อยากรังแกผู้หญิงตรงหน้าให้ชอกช้ำเพิ่มขึ้น จึงพยายามข่มใจหลับตาเข้าสู่นิทราเหมือนกับวราพิชชาที่หลับไปก่อนหน้านั้น
กลางดึกสงัด วราพิชชาพยายามปัดบางสิ่งที่กำลังยุ่มย่ามอยู่บนเนื้อเธออกไป
อกอวบอิ่มถูกขบเม้ม และดื่มชิมเมื่อโดมินิคตื่นขึ้นมาในกลางดึก เขาไม่สามารถกลั้นความรู้สึกที่อยากครอบครองร่างบอบบางที่นอนเคียงอยู่ข้างๆ อีกครั้งไว้ได้ จึงแอบชิมอกอิ่มที่ลอยยั่วยวนอยู่ใกล้อย่างห้ามใจไว้ไม่อยู่
“อื่อ...” เสียงหวานครางแผ่วๆ ออกมาเมื่อถูกรุกราน ดวงตากลมโตกะพริบปริบๆ เมื่อเริ่มรู้สึกตัวจากการรุกรานจากเบื้องล่าง
โดมินิคกอบกุมอกอิ่มไว้ในอุ้งมือ ยกขึ้นจรดปากและดื่มชิมอย่างไม่รู้จักพอ บีบเคล้นเบาๆ กระตุ้นให้คนขี้เซาตื่นขึ้นมาเต็มตา วราพิชชาลืมตาขึ้นมาเต็มๆ เมื่อถูกก่อกวนอย่างหนัก ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง มือไม้โดมินิคยุมย่ามเหมือนกับมีสักสิบมือ เขาจับตรงนั้น จับตรงนี้ จนปัดป้องไม่ทัน ได้แต่นอนอ่อนระทวยรอรับการกระทำอย่างจำยอม
เขาหยัดกายขึ้นมาเสมอดวงหน้างดงาม ก้มหน้าลงมาสบนัยน์ตากับวราพิชชาแบบใกล้ชิด ดวงตาคมวาวเปล่งประกายเรียกร้อง และเว้าวอนจนวราพิชชาสะเทิ้นอย่างเอียงอาย ดวงตางามพริ้มตาหลับให้พ้นจากสายตาเรียกร้อง จนโดมินิคต้องละมือจากอกอิ่มที่เกาะกุมอยู่ หันมาเชยปลายคางเธอบังคับให้วงหน้างดงามนั้นหันกลับมามองตนเอง
มันเป็นความเอาแต่ใจที่แสนเร้าใจ เมื่อโดมินิคก้มหน้าลงมาจุมพิตปากอิ่มด้วยการทาบปากที่อุ่นและเร่าร้อนลงมาอีกครั้ง เรียวปากสีเข้มเบียดบดลงมา เริ่มเคล้าคลึงตามใจเรียกร้อง จนวราพิชชาหลงไปกับจุมพิตร้อนๆ เนิ่นนาน โดมินิคเลื่อนตัวลงมาฝังจมูกกับซอกคอหอมกรุ่นที่หมายตาไว้ เขาเลาะเล็มกักเก็บความหอมหวานไว้อย่างที่ใจปรารถนา โดมินิคคิดว่าเรือนกายของวราพิชชาหอมกรุ่น เต็มไปด้วยกลิ่นไอที่โดมินิคชื่นชอบ กลิ่นหอมอ่อนๆ ชื่นใจผิดกลับกลิ่นน้ำหอมทั่วๆไปที่เคยได้กลิ่นเป็นประจำ
“หอม...หอมจังวรา ใช้น้ำหอมอะไรเหรอ ทำไมหอมจังเลย” เสียงพำพึมชมดังไม่ขาดปาก ใบหน้าเขาชิดซอกคอของวราพิชชา จนวราพิชชาต้องย่นคอหนีการรุกรานที่วาบหวามใจ
“เปล่านะคะ...วราไม่ได้ใช้น้ำหอม” เสียงสั่นๆ ตอบตะกุกตะกัก และเบนตัวออกห่างเมื่อโดมินิคเริ่มรุกหนักขึ้น
โดมินิคผละออกจากซอกคอหอมกรุ่น ละเรื่อยไปยังสิ่งที่ปรารถนามากกว่า เขาก้มลงจรดริมฝีปากลงบนอกอวบอิ่ม สองมือใหญ่ประคองเต้าอวบขึ้นมาดื่มกินอย่างละเมียดละไม เสียงหวานๆ เปล่งเสียงครางครวญจากสัมผัสที่เร้าร้อน
“โดม...” ปากอิ่มพร่ำละเมอเรียกชื่อของโดมินิค เมื่อริมฝีปากร้อนๆ ครอบครองปลายถันงดงามและดูดดื่มจนร่างบางสะท้านเยือก
สัมผัสของโดมินิคสามารถเรียกเสียงครวญครางจากวราพิชชาได้ ทำให้โดมินิครู้สึกฮึกเหิมลำพองและอยากมอบสัมผัสที่สามารถเรียกเสียงครวญครางที่ดังขึ้นกว่าเดิม ริมฝีปากที่คลอเคลียยอดอกอิ่มจึงเร่งจังหวะให้หนักหน่วงขึ้นจนวราพิชชาปล่อยเสียงครวญครางดังขึ้นอีกตามที่โดมินิคหวังไว้
มือใหญ่เลื่อนไปเกาะกุมเนินเนื้อนุ่มเบื้องล่าง และบีบเคล้นเบาๆ จนร่างสาวสะท้านสะเทือนปล่อยเสียงครางครวญไม่หยุดหย่อน ปลายนิ้วแข็งแรงสอดลึกเลาะเล็มปลุกปั่น จนวราพิชชาเสียวสยิว เธอยกมือขึ้นเกาะเกี่ยวบ่าของเขาไว้เมื่อสุดจะทานทน
“ได้โปรด...” เสียงหวานวิงวอนขอโดมินิคอย่างไม่รู้สึกตัว เธออ้อนวอนขออย่างลืมอาย เมื่อความปั่นป่วนบริเวณช่องท้องลามทั่วตัว จากการกระทำของโดมินิค
“วราอยากได้อะไรล่ะ...บอกผมสิ ถ้าผมทำได้ ผมยอมทำให้ทุกอย่างเลย” เสียงกระซิบดังขึ้นจากปากคมที่ผละออกห่างจากอกอิ่มที่กำลังดูดดื่มชั่วครู่
“วรา...วรา...” เธอสะท้านสะเทือนพูดตะกุกตะกัก เมื่อโดมินิคดื่มชิมอกอิ่มอย่างหนักหน่วง และไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองต้องการอะไร
“วราต้องการผมใช่ไหม...” โดมินิคผละออกจากอกอิ่มที่ครอบครอง เขาเลื่อนตัวขึ้นมามองนัยน์ตางามอย่างต้องการพิสูจน์
“วรา...” วราพิชชาไม่เป็นตัวของตัวเองเลย ประสบการณ์แปลกใหม่ที่เกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ และยังไม่คุ้นเคยจนตัวเองสับสน
“วราไม่รู้...” เสียงหวานสั่นๆ กระซิบตอบเสียงแผ่วเบา
“บอกสิว่าวราต้องการผม...” โดมินิคกระซิบคาดคั้น เขามองสบนัยน์ตาหวานอย่างรอคอยคำตอบ
“วรา...ต้องการคุณ” วราพิชชาตัดสินใจตอบอย่างจนใจ เมื่อรู้สึกแทบจะขาดใจและต้องการเติมเต็มที่ยังไม่รู้ว่าคืออะไรเหมือนกัน
โดมินิคยกยิ้มมุมปากอย่างสมใจ พร้อมทั้งขยับกายคลึงเคล้ากับร่างงดงามเบื้องล่าง จนวราพิชชาปล่อยเสียงครวญออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ มือใหญ่ชันขาเรียวงามขึ้นตั้ง เขาแทรกกายใหญ่ลงไปกึ่งกลางร่างกายเย้ายวน วราพิชชาส่ายสะบัดหน้าไปมาบนที่นอนกว้างอย่างทรมาน ก่ำกึ่งกันระหว่างความสุขสมและความทรมานอันแสนเย้ายวน ความคับตึงจากส่วนที่ถูกแทรกลึกทำให้วราพิชชาหน้าตาเหยเก แม้มันจะไม่เจ็บปวดเหมือนครั้งแรก แต่ก็ยังไม่คุ้นชินจึงขยับกายกระถดหนีการรุกรานตามสัญชาติญานดิบในตัวเอง ร่างบอบบางที่ส่ายไหวอยู่เบื้องล่างแทบทำให้โดมินิคขึ้นสู่วิมานฉิมพลี แต่ก็ต้องอดกลั้นไว้เมื่อเห็นว่าวราพิชชายังไปไม่ถึงไหน มือใหญ่เอื้อมมาฉุดรั้งเอวบางให้หยุดการเคลื่อนไหว พร้อมทั้งกระซิบบอกเสียงแหบห้าว
“วรา...หยุดก่อนผมจะไม่ไหวแล้ว” เสียงแหบพร่าสั่นไหวกระซิบเบาๆ อย่างอดกลั้นไว้ไม่อยู่
วราพิชาหยุดการเคื่อนไหวร่างกาย พลางมองดวงหน้าคมที่อยู่ด้านบนอย่างงงงัน โดมินิคกัดกรามจนแน่นเพื่อกลั้นอาการเสียดเสียวที่เกิดจากการเคลือนไหวร่างกายของวราพิชชา โดมินิคจับมือของวราพิชชาให้เกาะบ่ากว้างเอาไว้ เมื่อวราพิชชาคลายจากการเกร็งตัว เขาเริ่มขยับตัวอย่างช้าๆ การเสียดสีที่สุดทรมาน สร้างความรู้แปลกใหม่ให้กับวราพิชชาอย่างที่สุด เรือนร่างเธอไหวสะท้านตามแรงกระทั้นที่โดมินิคโหมเข้าใส่ รสชาติของคามเจ็บปวดคละเคล้าไปด้วยความทรมานที่แสนหวาน จนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้
โดมินิคเร่งจังหวะขึ้น เมื่อแน่ใจว่าวราพิชชาคลายจากการเจ็บปวดของการหล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียวกันลง มันจะมีแต่ความกระสันซ่านจากรสสัมผัสที่โดมินิคจงใจมอบให้
“หายเจ็บแล้วใช่ไหม” เสียงทุ้มๆ กระซิบถาม ก่อนจะเร่งจังหวะรักให้รุนแรงขึ้น เมื่อวราพิชชาพยักหน้างึกงักตอบ
“อื้อ...” เสียงหวานๆ ที่ดังขึ้นจากการที่โดมินิคขยับกายรัวเร็ว จังหวะรักเร่าร้อนจนวราพิชชาเห็นโค้งรุ้งพร่างพราวที่อยู่ไม่ไกล เธอแอ่นตัวตอบโต้จังหวะที่โดมินิคโหมเข้าใส่อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ดวงหน้าหวานบิดเบี้ยวและเกร็งตัว ใกล้จะถึงจุดแตกดับเข้าไปทุกที
“ช่วย...ช่วยวราด้วย” วราพิชชาวิงวอนขอโดมินิค นัยน์ตางามปรือมองโดมินิคและแววตาเต็มไปด้วยฤทธิ์เสน่หา ร่างงามก็ส่ายรับสัมผัสของโดมินิคอย่างเร่าร้อน
เสียงกรีดร้องยาวนานหลุดออกจากปากอิ่ม เมื่อเดินทางไปถึงวิมานฉิมพลีล่วงหน้าโดมินิคไปก้าวหนึ่ง โดมินิคจึงขยับกายให้แรงและเร็วขึ้น จนสามารถก้าวตามวราพิชชาได้ทัน พร้อมทั้งเปล่งเสียงครางออกมาอย่างเนิ่นนาน เขาซวนซบร่างลงมาแนบอกอิ่ม พร้อมทั้งเป่าลมหายใจหอบโยนรดบนตัวของวราพิชชา ลมหายใจร้อนๆ เป่ารดยอดอกจนวราพิชชาต้องดันตัวของโดมินิคออกอย่างประท้วง
“ไม่ไหวแล้วนะ...วราสูบแรงผมแทบหมด ถ้าอีกครั้งผมคงขาดใจตาย” เสียงโดมินิคพูดหยอกขึ้นเมื่อวราพิชชาพยายามดันร่างใหญ่โตลงจากกายเธอ สิ่งที่ได้รับหลังจากนั้นก็คือเสียงดังตุ๊บที่เกิดจากการที่วราพิชชาทุบอกกว้างประท้วงอย่างเอียงอาย
ร่างใหญ่พลิกลงนอนด้านข้างพร้อมทั้งรั้งร่างบอบบางเข้ามาอยู่ในวงแขน เขาจัดท่าทางให้เธอนอนสบายขึ้น ก่อนหลับตาเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างอ่อนเพลีย
บทที่1.จุดกำเนิดของเรื่องวราพิชา มโนสา สาวน้อยวัยใสเติบโตขึ้นในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ‘อุ้มรัก’ และเพิ่งเรียนจบจากรั้วมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง กำลังพยายามหางานทำอย่างสุดความสามารถ เพื่อที่จะแบ่งเบาภาระของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เธอได้อาศัยอยู่และเติบโตขึ้นมา วราพิชชาเติบโตขึ้นมาโดยไม่รู้ว่าใครเป็นทั้งพ่อและแม่ เพราะเธอถูกทิ้งไว้ในโรงพยาบาล หลังจากแม่ผู้ให้กำเนิดคลอดเธอออกมา และถูกส่งต่อมาอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็ก ‘อุ้มรัก’ จนกระทั่งเติบโต อยู่ในความดูแลของสถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’ แห่งนี้โดย ผอ.ชลธิชา ที่ขออุปการะไว้โดยที่วราพิชชาไม่โดนส่งไปอยู่ที่อื่นหลังจากโตเป็นสาว เหมือนเด็กคนอื่นๆ หรือเมื่อมีคนมาขอไปอุปการะ ความที่วราพิชชาว่าง่ายไม่เกี่ยงงาน เธออาสาช่วยงานทุกอย่างเท่าที่สามารถทำได้ จนเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของทุกๆ คนที่ทำงานอยู่ในบ้าน ’อุ้มรัก’ มีพนักงานอยู่เพียงไม่กี่คน ดั่งเช่น ป้าพิมพ์แม่ครัว ครูน้อย ครูเก๋ และก็ลุงชด รปภ.และก็ครูผู้ช่วยอีก2-3คน จนเธอสมัครงานได้งานที่ ร.ร Grand Hotels.แห่งนี้ เนื่องจากคุณอุษาที่เป็นหัวหน้าแม่บ้านอยู่ที่ร.ร Grand Hotels เป็นเพื่อนกับป้าพิมพ์ๆ จึงฝากฝัง
บทที่2.สิ่งที่ต้องเลือกเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากเมื่อคืนวราพิชชาหนีออกมาจากห้องโดมินิค วราพิชชาตื่นขึ้นมาด้วยความอ่อนเพลีย กว่าจะได้นอนก็เกือบตีหนึ่ง เนื่องจากความที่โมโหจนทำให้นอนพลิกตัวกลับไปมา กว่าจะหลับลงได้ต้องใช้เวลานานมากขึ้นกว่าปกติ เธอจำใจลุกขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวันก่อนจะแต่งกายเพื่อจะไปทำงานตามปกติ เมื่อเดินทางไปถึงร.ร Grand Hotels.เธอนำของใช้ส่วนตัวไปเก็บที่ล็อกเกอร์แล้วก็ตรงไปที่ร้านขายอาหารพนักงานในบริเวณที่โรงแรมจัดไว้ให้ เพื่อรับประทานอาหารเช้าก่อนที่จะเริ่มงาน “ทางนี้ ...จ้ะวรา” เสียงหวานของนิสาเพื่อนสนิท ดังมาจากหน้าร้านขายน้ำดื่ม“ทำไมวันนี้มาแต่เช้าเลยละ ทุกทีนิสามาเกือบแปดโมงไม่ใช่เหรอ” วราพิชชาถามกลับ“แหม...วันนี้นิสารีบมารอถามวรานะสิ ว่าไงล่ะคุณโดมินิคหล่อหรือเปล่า ตัวจิรงเป็นๆ นะหล่อ มากกว่ารูปถ่ายตามหน้าหนังสือไหม”“วรา ...ไม่อยากพูดถึงอีตานั่นเลย ขอไม่พูดถึงได้ไหม”“แอ๋... ทำไมละหรือว่าขี้เหร่จนวราไม่อยากพูดถึง”“เปล่าไม่ใช่อย่างนั้น คุณโดมินิคเขาก็หน้าตาดีเหมือนในรูปนั้นแหละ”“อ้าว...แล้วทำไม วราไม่อยากพูดถึงละ เขาทำอะไรวราหรือไง!!!”“อืม... เมื่อคืน
บทที่3.ตอบแทนบุญคุณวราพิชชาเดินเข้ามาในบริเวณสถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’ เมื่อกลับจากที่ทำงาน เธอมองรถยนต์ที่จอดอยู่หน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ‘อุ้มรัก’ อย่างสนใจ คะเนจากสายตาแล้วก็รู้ว่ารถลักษณะแบบนี้น่าจะราคาแพงมาก นานๆ จะมีคนใจบุญกระเป๋าหนักเข้ามาบริจาคให้สถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’ พวกเขาคงมีฐานะร่ำรวยมาก ทุกวันนี้ทุกคนในสถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’ ช่วยกันหาคนมาบริจาค ทั้งทำของใช้เล็กๆ น้อยๆ ไปฝากตามร้านค้า ทำขนมกินเล่นไปฝากขาย เพื่อจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งบรรดาเด็กที่โตพอจะทำงานได้ ช่วยกันทำงานรวมทั้งตัว วราพิชชาเองที่นำเงินเดือนมามอบให้ทุกๆ เดือน แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับรายจ่ายที่ต้องจ่ายออกไป เนื่องจากเด็กที่ถูกทิ้งมีจำนวนมากขึ้น แต่รายได้ที่รัฐจ่ายให้ยังคงเท่าเดิม ผอ.ชลธิชา ซึ่งเป็นผู้ดูแลจึงพยามทำทุกๆ ทางเพื่อจะไม่ให้สถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’แห่งนี้ปิดตัวลง วราพิชชายกมือขึ้นพนมไหว้ศาลพระภูมิ ที่อยู่ในบริเวณบ้าน’อุ้มรัก’“สาธุ... ขอไห้มีคนใจบุญมาบริจาค กันเยอะๆ ทีเถอะค่ะ พวกน้องๆ จะได้ไม่ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น”ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ข้าวของราคาแพงขึ้นทุกวัน นับวันมีแต่รายจ่ายที่เพิ่มขึ้
บทที่4. วันคืนแสนโหดร้ายก็มาถึงโดมินิคเริ่มต้นวันใหม่อย่างอารมณ์ดี วันนี้แล้วสินะ วันที่ทุกอย่างจะเป็นตามความต้องการของตัวเอง วันนี้โดมินิคจะได้พิสูจน์ให้ผู้หญิงคนนั้นได้รู้ว่า เงินมีอำนาจขนาดไหน ไม่ว่าอะไร แพงแค่ไหนก็ซื้อได้หมดแม้แต่คนที่ปฏิเสธเขาเสียงแข็งเพียงใด ก็ยังต้องพ่ายแพ้ต่ออำนาจเงินตรา วิธีการถึงจะต่ำช้าก็ช่างโดมินิคไม่สนใจ อะไรที่โดมินิคต้องการต้องได้เสมอ โดมินิคยกข้อมือขึ้นเพื่อดูเวลาที่นาฬิกาเรือนหรูที่คาดอยู่บนข้อมือใหญ่ นี่ก็ผ่านไปนานจนเวลาถึง 11.00น.เข้าไปแล้ว เจ้าหล่อนทำอะไรอยู่ จนป่านนี้ยังไม่มาสักที ชายหนุ่มเริ่มกระวนกระวาย คิ้วขมวดชนกันจนแซมและการ์ด เริ่มแปลกใจ“แซม... นายนัดเขาไว้เวลาเท่าไร ป่านนี้แล้วทำไมยังมาไม่ถึงอีก” “นัดใครที่ไหนครับ กำหนดงานวันนี้หมดแค่นี้แล้วครับ หรือว่าเจ้านายมีนัดนอกเหนือจากนี้ที่ยังไม่บอกผมอีก”“แล้วที่ฉันให้นายไปทำนะ เวลาสิ้นสุดคือวันนี้ไม่ใช่เหรอ จนป่านนี้เขายังไม่ติดต่อมาอีกหรือไง จะต้องให้รอจนถึงเมื่อไรวะ” โดมินิคพูดเสียงขุ่นผสมความหงุดหงิด “อ๋อเรื่องนั้นนั่นเอง เวลาสิ้นสุดวันนี้ครับ ถึงเวลาเขาจะติดต่อมาเอง นี่ก
บทที่5.เสร็จโจรโดมินิคบรรจงอาบน้ำ เขาขัดถูเนื้อตัวอย่างอารมณ์ดี วันนี้เขาจะได้ปราบพยศผู้หญิงสุดหยิ่งที่รออยู่ด้านนอก อยากรู้เหมือนกันวราพิชชาจะหาทางเอาตัวรอดได้อย่างไร โดมินิคเองไม่ได้อดอยากและขาดแคลนผู้หญิงจนต้องมาหาวิธีบีบบังคับเอากับวราพิชชา เขาก็แค่อยากเอาชนะก็แค่นั้น ผู้หญิงสำหรับโดมินิคเองมีมากมายจนไม่อยากจะจำ มีแต่มาเสนอตัว หน้าตาธรรมดาแบบวราพิชชาโดมินิคเจอมาจนนับไม่ถ้วน สวยระดับดารา นางแบบโดมินิคก็ควงมาแล้วทั้งนั้น ทุกคนรู้ข้อตกลงดี หากมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน จบกันด้วยดีทุกคน โดมินิคไม่เคยเอาเปรียบใคร ทุกคนที่คบกับโดมินิคจะได้ผลตอบแทนคุ้มค่า จนไม่มีใครโวยวายเมื่อโดมินิคตัดความสัมพันธ์ จนโดมินิคมาเจอกับวราพิชชา และเพิ่งโดนปฏิเสธเป็นครั้งแรก ทุกๆ ครั้งที่ต้องการผู้หญิงแค่พูดปาก ไม่เคยมีใครปฏิเสธมาก่อนสักราย มีแต่จะขอเวลาเพิ่มในกรณีที่โดมินิคตัดความสัมพันธ์เสียงน้ำหยุดไหลได้สักพักหนึ่ง ก่อนที่โดมินิคที่เดินออกมา กลิ่นหอมของสบู่หลังอาบน้ำโชยมาแตะจมูกจน วราพิชชาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามอง เธอได้แต่ก้มหน้ามองพื้นอย่างไม่รู้ตัวว่าจะต้องทำตัวอย่างไ
บทที่4. วันคืนแสนโหดร้ายก็มาถึงโดมินิคเริ่มต้นวันใหม่อย่างอารมณ์ดี วันนี้แล้วสินะ วันที่ทุกอย่างจะเป็นตามความต้องการของตัวเอง วันนี้โดมินิคจะได้พิสูจน์ให้ผู้หญิงคนนั้นได้รู้ว่า เงินมีอำนาจขนาดไหน ไม่ว่าอะไร แพงแค่ไหนก็ซื้อได้หมดแม้แต่คนที่ปฏิเสธเขาเสียงแข็งเพียงใด ก็ยังต้องพ่ายแพ้ต่ออำนาจเงินตรา วิธีการถึงจะต่ำช้าก็ช่างโดมินิคไม่สนใจ อะไรที่โดมินิคต้องการต้องได้เสมอ โดมินิคยกข้อมือขึ้นเพื่อดูเวลาที่นาฬิกาเรือนหรูที่คาดอยู่บนข้อมือใหญ่ นี่ก็ผ่านไปนานจนเวลาถึง 11.00น.เข้าไปแล้ว เจ้าหล่อนทำอะไรอยู่ จนป่านนี้ยังไม่มาสักที ชายหนุ่มเริ่มกระวนกระวาย คิ้วขมวดชนกันจนแซมและการ์ด เริ่มแปลกใจ“แซม... นายนัดเขาไว้เวลาเท่าไร ป่านนี้แล้วทำไมยังมาไม่ถึงอีก” “นัดใครที่ไหนครับ กำหนดงานวันนี้หมดแค่นี้แล้วครับ หรือว่าเจ้านายมีนัดนอกเหนือจากนี้ที่ยังไม่บอกผมอีก”“แล้วที่ฉันให้นายไปทำนะ เวลาสิ้นสุดคือวันนี้ไม่ใช่เหรอ จนป่านนี้เขายังไม่ติดต่อมาอีกหรือไง จะต้องให้รอจนถึงเมื่อไรวะ” โดมินิคพูดเสียงขุ่นผสมความหงุดหงิด “อ๋อเรื่องนั้นนั่นเอง เวลาสิ้นสุดวันนี้ครับ ถึงเวลาเขาจะติดต่อมาเอง นี่ก
บทที่3.ตอบแทนบุญคุณวราพิชชาเดินเข้ามาในบริเวณสถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’ เมื่อกลับจากที่ทำงาน เธอมองรถยนต์ที่จอดอยู่หน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ‘อุ้มรัก’ อย่างสนใจ คะเนจากสายตาแล้วก็รู้ว่ารถลักษณะแบบนี้น่าจะราคาแพงมาก นานๆ จะมีคนใจบุญกระเป๋าหนักเข้ามาบริจาคให้สถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’ พวกเขาคงมีฐานะร่ำรวยมาก ทุกวันนี้ทุกคนในสถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’ ช่วยกันหาคนมาบริจาค ทั้งทำของใช้เล็กๆ น้อยๆ ไปฝากตามร้านค้า ทำขนมกินเล่นไปฝากขาย เพื่อจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งบรรดาเด็กที่โตพอจะทำงานได้ ช่วยกันทำงานรวมทั้งตัว วราพิชชาเองที่นำเงินเดือนมามอบให้ทุกๆ เดือน แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับรายจ่ายที่ต้องจ่ายออกไป เนื่องจากเด็กที่ถูกทิ้งมีจำนวนมากขึ้น แต่รายได้ที่รัฐจ่ายให้ยังคงเท่าเดิม ผอ.ชลธิชา ซึ่งเป็นผู้ดูแลจึงพยามทำทุกๆ ทางเพื่อจะไม่ให้สถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’แห่งนี้ปิดตัวลง วราพิชชายกมือขึ้นพนมไหว้ศาลพระภูมิ ที่อยู่ในบริเวณบ้าน’อุ้มรัก’“สาธุ... ขอไห้มีคนใจบุญมาบริจาค กันเยอะๆ ทีเถอะค่ะ พวกน้องๆ จะได้ไม่ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น”ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ข้าวของราคาแพงขึ้นทุกวัน นับวันมีแต่รายจ่ายที่เพิ่มขึ้
บทที่2.สิ่งที่ต้องเลือกเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากเมื่อคืนวราพิชชาหนีออกมาจากห้องโดมินิค วราพิชชาตื่นขึ้นมาด้วยความอ่อนเพลีย กว่าจะได้นอนก็เกือบตีหนึ่ง เนื่องจากความที่โมโหจนทำให้นอนพลิกตัวกลับไปมา กว่าจะหลับลงได้ต้องใช้เวลานานมากขึ้นกว่าปกติ เธอจำใจลุกขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวันก่อนจะแต่งกายเพื่อจะไปทำงานตามปกติ เมื่อเดินทางไปถึงร.ร Grand Hotels.เธอนำของใช้ส่วนตัวไปเก็บที่ล็อกเกอร์แล้วก็ตรงไปที่ร้านขายอาหารพนักงานในบริเวณที่โรงแรมจัดไว้ให้ เพื่อรับประทานอาหารเช้าก่อนที่จะเริ่มงาน “ทางนี้ ...จ้ะวรา” เสียงหวานของนิสาเพื่อนสนิท ดังมาจากหน้าร้านขายน้ำดื่ม“ทำไมวันนี้มาแต่เช้าเลยละ ทุกทีนิสามาเกือบแปดโมงไม่ใช่เหรอ” วราพิชชาถามกลับ“แหม...วันนี้นิสารีบมารอถามวรานะสิ ว่าไงล่ะคุณโดมินิคหล่อหรือเปล่า ตัวจิรงเป็นๆ นะหล่อ มากกว่ารูปถ่ายตามหน้าหนังสือไหม”“วรา ...ไม่อยากพูดถึงอีตานั่นเลย ขอไม่พูดถึงได้ไหม”“แอ๋... ทำไมละหรือว่าขี้เหร่จนวราไม่อยากพูดถึง”“เปล่าไม่ใช่อย่างนั้น คุณโดมินิคเขาก็หน้าตาดีเหมือนในรูปนั้นแหละ”“อ้าว...แล้วทำไม วราไม่อยากพูดถึงละ เขาทำอะไรวราหรือไง!!!”“อืม... เมื่อคืน
บทที่1.จุดกำเนิดของเรื่องวราพิชา มโนสา สาวน้อยวัยใสเติบโตขึ้นในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ‘อุ้มรัก’ และเพิ่งเรียนจบจากรั้วมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง กำลังพยายามหางานทำอย่างสุดความสามารถ เพื่อที่จะแบ่งเบาภาระของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เธอได้อาศัยอยู่และเติบโตขึ้นมา วราพิชชาเติบโตขึ้นมาโดยไม่รู้ว่าใครเป็นทั้งพ่อและแม่ เพราะเธอถูกทิ้งไว้ในโรงพยาบาล หลังจากแม่ผู้ให้กำเนิดคลอดเธอออกมา และถูกส่งต่อมาอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็ก ‘อุ้มรัก’ จนกระทั่งเติบโต อยู่ในความดูแลของสถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’ แห่งนี้โดย ผอ.ชลธิชา ที่ขออุปการะไว้โดยที่วราพิชชาไม่โดนส่งไปอยู่ที่อื่นหลังจากโตเป็นสาว เหมือนเด็กคนอื่นๆ หรือเมื่อมีคนมาขอไปอุปการะ ความที่วราพิชชาว่าง่ายไม่เกี่ยงงาน เธออาสาช่วยงานทุกอย่างเท่าที่สามารถทำได้ จนเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของทุกๆ คนที่ทำงานอยู่ในบ้าน ’อุ้มรัก’ มีพนักงานอยู่เพียงไม่กี่คน ดั่งเช่น ป้าพิมพ์แม่ครัว ครูน้อย ครูเก๋ และก็ลุงชด รปภ.และก็ครูผู้ช่วยอีก2-3คน จนเธอสมัครงานได้งานที่ ร.ร Grand Hotels.แห่งนี้ เนื่องจากคุณอุษาที่เป็นหัวหน้าแม่บ้านอยู่ที่ร.ร Grand Hotels เป็นเพื่อนกับป้าพิมพ์ๆ จึงฝากฝัง