บทที่2.สิ่งที่ต้องเลือก
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากเมื่อคืนวราพิชชาหนีออกมาจากห้องโดมินิค วราพิชชาตื่นขึ้นมาด้วยความอ่อนเพลีย กว่าจะได้นอนก็เกือบตีหนึ่ง เนื่องจากความที่โมโหจนทำให้นอนพลิกตัวกลับไปมา กว่าจะหลับลงได้ต้องใช้เวลานานมากขึ้นกว่าปกติ เธอจำใจลุกขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวันก่อนจะแต่งกายเพื่อจะไปทำงานตามปกติ เมื่อเดินทางไปถึงร.ร Grand Hotels.เธอนำของใช้ส่วนตัวไปเก็บที่ล็อกเกอร์แล้วก็ตรงไปที่ร้านขายอาหารพนักงานในบริเวณที่โรงแรมจัดไว้ให้ เพื่อรับประทานอาหารเช้าก่อนที่จะเริ่มงาน
“ทางนี้ ...จ้ะวรา” เสียงหวานของนิสาเพื่อนสนิท ดังมาจากหน้าร้านขายน้ำดื่ม
“ทำไมวันนี้มาแต่เช้าเลยละ ทุกทีนิสามาเกือบแปดโมงไม่ใช่เหรอ” วราพิชชาถามกลับ
“แหม...วันนี้นิสารีบมารอถามวรานะสิ ว่าไงล่ะคุณโดมินิคหล่อหรือเปล่า ตัวจิรงเป็นๆ นะหล่อ มากกว่ารูปถ่ายตามหน้าหนังสือไหม”
“วรา ...ไม่อยากพูดถึงอีตานั่นเลย ขอไม่พูดถึงได้ไหม”
“แอ๋... ทำไมละหรือว่าขี้เหร่จนวราไม่อยากพูดถึง”
“เปล่าไม่ใช่อย่างนั้น คุณโดมินิคเขาก็หน้าตาดีเหมือนในรูปนั้นแหละ”
“อ้าว...แล้วทำไม วราไม่อยากพูดถึงละ เขาทำอะไรวราหรือไง!!!”
“อืม... เมื่อคืน จะเล่ายังไงดีนะ คือคุณโดมินิคเขาขอให้วราค้างคืนด้วยน่ะ เขาถามว่าอยากได้เงินเท่าไร ถ้าต้องนอนกับเขา วราโมโหก็เลยหนีออกมาจากห้อง แล้วก็ตรงกลับบ้านเลย”
“แล้วเขาไม่โกรธวราเหรอ!!! ได้ข่าวว่าเอาแต่ใจ แล้วก็ขี้โมโหนี่นา”
“ไม่รู้สิ เขาบอกวราเสร็จแล้วก็เดินเข้าห้อง วราก็เลยรีบหนีกลับบ้านจ้ะ”
“คงจะโมโหน่าดูเลยเนอะ แต่ว่าเขามาขอให้วราค้างด้วยทำไม คู่ขาเขาตามข่าวก็เยอะแยะมีให้เลือกนับไม่หมดเลย จะมาสนใจกับคนระดับเราๆ ทำไมให้เสียเวลา”
“ไม่รู้สิ วราไม่อยากคิด รกสมองเปล่าๆ”
“อืม...กลางวันวรามารอนิสาที่นี่นะ นิสาจะไปสืบมาให้ว่าคุณโดมินิคโกรธวราหรือเปล่า”
“โกรธก็ช่างเขาซสิ วราไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ไม่เห็นต้องกลัว”
“นั้นสิเนอะ งั้นเราสองคนไปทำงานกันดีกว่า เจอกันตอนเที่ยงนะจ๊ะ”
“จ้ะ... เจอกันตอนเที่ยง” วราพิชชารับคำและแยกย้ายกันไปทำงานตามหน้าที่ตัวเอง
โดมินิคนั่งอ่านเอกสารในมือที่การ์ดของเขาออกไปเสาะหามาทั้งคืนด้วยสีหน้าเคร่งเคียด นางสาว วราพิชชา มโนสา เกิดและโตในบ้านเด็กกำพร้า สถานเลี้ยงเด็ก ‘อุ้มรัก’ โดยอยู่ในความอุปการะของบ้าน ’อุ้มรัก’ ตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน เรียนจบปริญญาตรีจากมหาลัยของรัฐบาลด้วยทุนนักศึกษายากจนแต่เรียนดี เริ่มทำงานที่โรงแรม Grand Hotels. ได้ปีกว่าๆ ในตำแหน่งแม่บ้านทำความสะอาด ยากจนต่ำต้อย ไม่มีอะไรโดดเด่นหน้าตาก็งั้นๆ ไม่ได้สวยโดดเด่นมากมาย ก็แค่ตัวเล็ก ตาโต ปากนิด จมูกหน่อย ดูโดยรวมแล้วก็น่ารักดี
“มีแค่นี้เองเหรอ ประวัติส่วนตัวไม่เห็นบอกอะไรเลย มีแค่ที่อยู่อาศัย กับอยู่กับใคร”
“ครับ เธออาศัยอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ‘อุ้มรัก’ ไม่มีญาติพี่น้อง ไม่มีใครครับ”
“แค่นี้...”
“ครับ”
“มันน่าจะมีมากกว่านี้นะ ความสามารถขนาดนายหาได้แค่นี้เองหรือไง...แซม”
“เออ... แต่ที่ดินที่สถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’ ติดจำนองธนาคารอยู่ครับ เป็นเงินจำนวนมากพอสมควร”
“ครับ”
“อย่างนั้นเหรอ”
“ครับ”
“อืม... คงรู้นะว่าต้องทำยังไง ฉันให้เวลาสองวัน ทุกอย่างต้องเรียบร้อย”
โดมินิคสั่งงานเรียบร้อยก็เดินผิวปากอย่างอารมณ์ดีกลับเข้าห้องนอน เพื่อไปทำธุระสวนตัว
“ฉันจะรอดูสิ เธอจะหนีฉันยังไง ถ้าต้องเลือกระหว่างยอมเป็นนางบำเรอของฉัน กับความกตัญญู เธอจะเลือกอะไรล่ะแม่สาวน้อย จะทิ้งให้ทุกคนต้องผจญกับปัญหา หรือว่าจะแบกรับไว้คนเดียวดี”
โดมินิคอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยก็ออกมาจากห้องพักตรงไปที่ทำงาน ในวันนี้มีประชุมบอร์ดบริหารเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยขององค์กร เหมือนกับที่เขาทำมาในหลายๆ ประเทศ ทุกประเทศจะมีตัวแทนคอยทำงานอยู่แล้ว แค่ไปตรวจดูความเรียบร้อย และแก้ปัญหาบางประเภทที่มันเกินอำนาจตัดสินใจของทีมผู้บริหาร เขาและผู้ติดตามจึงต้องเดินทางไปทุกประเทศที่มีสาขาของ รร.Grand Hotels. ความที่เดวิดถ่ายโอนอำนาจให้โดมินิคเริ่มทำงานตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ สองคนตายายก็พากันไปเที่ยวพักผ่อนตามประสาคนแก่กันสองคน ปล่อยให้โดมินิคมุมานะบริหาร จนสามารถขยายสาขาออกไปในหลายๆ ประเทศเพิ่มมากขึ้นมากกว่าตอนสมัยที่เดวิดสร้างไว้ หนุ่มโสดหล่อและรวย ทำให้ชีวิตของโดมินิคไม่เคยขาดคนข้างกาย จึงทำให้อดโมโห วราพิชชาไม่ได้ หล่อนไม่ใช่คนดังมาจากครอบครัวที่ร่ำรวย ดารานางแบบบางคนแค่ได้ควงเขาก็แทบจะสมยอมฟรีๆ โดมินิคเสนอเงินให้แล้ววราพิชชายังเล่นตัว เขายอมลดตัวไปมีความสัมพันธ์ด้วยก็น่าจะยินดี ไม่ได้ดูถูกนะ ในชีวิตนี้วราพิชชาไม่น่าจะหาผู้ชายที่ดีเลิศกว่าตัวโดมินิคเองได้
ผู้บริหารรายอื่นๆ นึกแปลกใจไปตามๆ กัน วันนี้โดมินิคอารมณ์ดีนั่งฟังหัวหน้าฝ่ายแต่ละฝ่ายรายงาน โดยไม่มีข้อโต้แย้ง แถมยังฟังไปยิ้มไป นานๆ จะได้เห็นโดมินิคในมาดแบบนี้กันสักที ธรรมดานี่ซักถามทุกๆ คำรายงานจนหัวหน้าฝ่ายเหงื่อตกไปตามๆ กัน การประชุมราบเรียบ เมื่อประธานไร้ข้อกังขา หลังจากเสร็จสิ้นการรายงาน และปรึกษาหารือเกี่ยวกับงานเสร็จเรียบร้อย โดมินิคและผู้ติดตามจึงพากันเดินออกจากห้องประชุมไป
“มีงานที่ไหนต่ออีกเหรอเปล่า” โดมินิคถามแซมเสียงเรียบ ทันทีที่เดินพ้นประตูห้องประชุม
“ไม่มีแล้วครับ ถ้ามีก็ตอนเย็น คุณต้องไปงานเปิดตัวรถยนต์ที่คุณพนาเชิญไว้ครับ” แซมเปิดสมุดนัดหมายก่อนรีบรายงานออกไป
“ตอนนี้ก็ว่างแล้วใช่ไหม” โดมินิคถามต่อ พยักหน้าหงึกหงัก
“ครับ...”
“ยัยนั่นทำงานชั้นไหนละ” โดมินิคหยุดคิดนิดหนึ่ง ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบเหมือนเดิม
“ใครครับ ยัยคนไหนครับ”
“ก็ยัยแม่บ้านนะสิ ฉันอยากไปดูเขาทำงานนะ”
“อ๋อ... คุณวราเธอทำอยู่ชั้นสองครับ”
โดมินิคมองแซมตาคว่ำด้วยความหมั่นไส้ คนสนิทของเขามีหรือจะไม่รู้ความต้องการ แซมก็แค่แสร้งทำเป็นไม่รู้ เพื่อกวนอารมณ์เขาเท่านั้นเอง
“นำฉันไปสิ” โดมินิคกลบเกลื่อนความอายด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ
“ครับ...” แซมและการ์ดพากันเดินนำด้วยสีหน้าที่กลั้นยิ้มไว้สุดความสามารถ
แซมออกเดินนำหน้า เพื่อที่จะพาโดมินิคไปยังจุดหมายที่ต้องการทันที แซมอดแปลกใจในตัวเจ้านายไม่ได้ แค่พนักงานระดับล่างคนหนึ่งไม่มีความสำคัญอะไรมากมาย แค่ตรวจสอบประวัติความเป็นมามันก็มากเกินพอ แล้วนี่ยังจะไปคอยจับตามองอย่างใกล้ชิด ถึงขั้นตามดูห่างๆ ว่าทำอะไร อยู่ตรงไหน แค่คิดก็อ่อนใจ แทนผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ ไม่รู้ว่าเธอต้องเจอกับอะไรบ้าง ยิ่งเจ้านายเป็นคนที่ชอบเอาชนะ ต้องเป็นที่หนึ่ง อยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่มีคำว่าไม่ได้อย่างโดมินิคด้วย แซมเริ่มนึกหวั่นใจแทนสาวน้อยที่หลงผ่านมาและไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรเลย
เมื่อถึงยังจุดหมายที่ต้องการ โดมินิคพยายามมองหาเป้าหมายของตัวเอง และเผลอเดินนำการ์ดไปด้วยความใจร้อนโดยไม่รักษาอาการ รีบด้วยความลืมตัว แซมแอบอมยิ้มขำๆ เจ้านายคงไม่รู้ตัว กลัวว่าจะไม่เจอผู้หญิง เพราะนี่ก็ใกล้เวลาพักเที่ยง คงกลัวว่าเธอจะหนีไปพักก่อน พอเดินเลี้ยวพ้นมุมตึกไป ก็เจอรถอุปกรณ์ทำความสะอาดจอดอยู่พอดี โดมินิครีบสาวเท้าเดินตรงไปโดยไม่สนใจบรรดาการ์ดที่เดินตาม ก่อนจะหันกลับมาปรามด้วยแววตาเฉยชา เหมือนเป็นการบอกใบ้ว่าไม่ต้องตามมา แซมและการ์ดคนอื่นๆ หยุดมองอยู่ห่างๆ พวกเขาเห็นเจ้านายตัวเอง ทำทีเดินเอื่อยๆ ตรงไป เหมือนมาตรวจงานตามปกติ ผิดกับตอนก่อนหน้านี้ที่รีบเดินจนพวกเขาเองเดินตามแทบไม่ทัน
“อีตาเศรษฐีบ้านี่มาแถวนี้ทำไมนะ...สงสัยจะว่างงาน“
วราพิชชาบ่นเบาๆ ออกมาเมื่อเห็นโดมินิคเดินตรงมายังบริเวณที่ตัวเองทำงานอยู่ เขาเดินเอื่อยๆ ก็จริง แต่มองก็รู้ว่าจุดมุ่งหมายอยู่ที่เธอเอง เมื่อเห็นดังนั้น วราพิชชาจึงรีบเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดในที่เก็บ ก่อนจะปัดฝุ่นที่เสื้อผ้าเบาๆ เตรียมตัวไปหาอาหารกลางวันกิน ไม่อย่างนั้นวันนี้คงไม่ได้พักแน่ เพราะดูจากท่าทางการเดินตรงมาของโดมินิค คงต้องมาหาเรื่องตัวเองแน่นอน
โดมินิคเดินมาถึงก็เมียงๆ มองๆ อยู่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นแบบไหน ทุกทีมีแต่สาวๆ วิ่งเข้าหาไม่เคยเลยที่ต้องมาเริ่มต้นเจรจาเอง แต่เห็นหล่อนพยายามเก็บของ ก็เลยต้องตัดสินใจเด็ดขาด เมื่อมาถึงที่แล้ว เป็นไงเป็นกันสิ
“งานหนักจะตายไม่เหนื่อยแย่เหรอ สนใจจะทำงานสบายๆ มีเงินใช้ไม่ขาดไหมละ” เสียงทุ้มๆ เปรยลอยๆ ไม่ได้เจาะจงว่าพูดกับใคร
วราพิชชาเงยหน้าขึ้น และมองตรงไปยังโดมินิคก่อนจะถาม
“คุณ...พูดกับดิฉันใช่ไหมคะ”
“ก็อยู่กันสองคน...ไม่พูดกับเธอจะพูดกับใครล่ะ ถามมาได้” โดมินิคตอบเสียงห้วน
“ดิฉันไม่คิดว่าจะมีใครมาถามคำถามแบบนี้กับดิฉันนะคะ ในเมื่อคุณกล้าถาม ดิฉันก็จะตอบ ดิฉันพอใจกับการทำงานในหน้าที่ๆ ทำอยู่ตอนนี้ ถึงมันจะหนัก ถึงมันจะเหนื่อย พอได้พักมันก็หายเหนื่อยแล้วค่ะ ส่วนเรื่องเงิน ทุกวันนี้ดิฉันก็มีพอใช้ ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ คุณช่างเป็นเจ้านายที่ใจดีมาก อุตส่าห์เป็นห่วงลูกจ้าง ถึงขนาดลงมาดูด้วยตัวเอง ต้องขอบคุณแทนพนักงานทุกๆ คนจริงๆ ค่ะ” วราพิชชาอดแดกดันโดมินิคไม่ได้ เมื่อได้ยินคำพูดที่ดูเหมือนจะแฝงคำดูถูกเหยียดหยามเอาไว้ จนคนฟังหน้าชาไปกับคำดูถูกแบบนั้น
“ฉันหวังดีกับเธอนะ ทำงานแบบนี้มันจะได้เงินเดือนเท่าไหรกัน อุตส่าห์เสนอเงื่อนไขให้เธอได้มีโอกาสเลือก แต่ถ้าเธอไม่สนใจล่ะ ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก อย่ามาว่าฉันใจร้ายทีหลังไม่ได้นะ” โดมินิคกระซิบลอดไรฟัน พร้อมทั้งข่มขู่ไปในตัว เมื่อสาวเจ้าย้อนคำเสียแสบสันต์
โดมินิคพูดจบก็หันกลับ พร้อมกับพูดเปรยๆ กับการ์ดที่รออยู่ พร้อมกับชำเลืองมองวราพิชชาในขณะที่พูดด้วยแววตาวาววับ
“ฉันอยากได้ที่สักแปลง อยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่หรอก ไม่ต้องกว้างนักซักประมาณ3-4ไร่ เอาไว้ปลูกบ้านหลังเล็กๆ เวลามาตรวจงานที่เมืองไทย ฉันไม่อยากนอนร.ร.หาให้ฉันด่วน!!! ฉันเห็นอยู่แปลงหนึ่งตรงข้างที่นี่ หน้าสนใจดีนะ ไปเจรจาให้หน่อย ฉันใจร้อนอยากรู้ผลไวๆ”
วราพิชชาขมวดคิ้ว ไม่ค่อยเข้าใจคำพูดของเขาหรอก คนร่ำรวยเอาแต่ใจ อยากได้อะไรก็ไม่รอช้า เธอส่ายหน้าทำงานต่อ แอบไหวไหล่หมั่นไส้เจ้านายจอมยโสไม่ได้
“อีตาเศรษฐีบ้านี่ต้องการอะไรนะ ชักสงสัยแล้ว... ไม่รู้ว่าจะแกล้งอะไรเราอีกหรือเปล่าสิ... ไม่สนใจแล้ว ไปกินข้าวดีกว่า ป่านนี้นิสารอนานแล้ว เดี๋ยวจะโดนบ่นอีก”
วราพิชชารบ่นงึมงำออกมาเบาๆ ตามหลังโดมินิค ก่อนจะรีบไปหาเพื่อนที่นัดกันไปทานอาหารกลางวัน ส่วนชายหนุ่มก็มองตามสาวน้อยไปจนลับสายตา
“พวกนายคงรู้นะว่าฉันต้องการอะไร ฉันให้เวลา สามวัน ไม่สิสองวันก็พอ งานง่ายๆ แค่นี้เอง”
บอกจบโดมินิคก็เดินกลับไปทางเดิม เพื่อจะไปรับประทานอาหารกลางวันเหมือนกันกับวราพิชชา “ฉันจะไปกินอาหารกลางวันในส่วนบริเวณที่จัดให้พนักงานดีไหม พวกนายเห็นว่าไง เป็นการกระชับความสัมพันธ์กับพนักงาน... ดีเหรอเปล่า”
“คงจะไม่ดีมั้งครับ เดี๋ยวจะพนักงานแตกตื่นกันพอดี เจ้านายไม่เคยลงไปที่นั่นเลย เกรงว่าพนักงานจะทำตัวไม่ถูกกันนะครับ”
“ทำไม ...ฉันอยากให้ความเป็นกันเองกับพนักงานบ้าง ไม่ดีเหรอไง” โดมินิคแย้งเสียงหลง
“ครับ”
“ไปได้แล้ว มัวแต่โอ้เอ้ ฉันหิวแล้ว เดี๋ยวก็หมดเวลาพักกันพอดี”
โดมินิคก็รีบเดินตรงไปยังบริเวณที่จัดไว้ให้พนักงานรับประทานอาหารทันที โดยไม่ฟังคำทัดทานของแซมหรือว่าการ์ดคนอื่นๆ แซมส่ายศีรษะอย่างอ่อนใจ เจ้านายนึกอยากจะทำอะไรปุบปับก็ทำเลย ตามกันแทบไม่ทัน นี่ก็คงตามไปหาเรื่องวราพิชชาอีกนั่นแหละ ไม่รู้ติดใจอะไรหนักหนา แค่สาวน้อยไม่ตามใจ ไม่รู้ไปพูดอะไรมองหน้ายังไม่ยอมมอง สงสารแต่คนไม่รู้อีโหน่อีเหน่จะต้องมาพลอยเดือดร้อนไปด้วย คงมีอีกหลายๆ คนที่ต้องโดนผลกระทบ จนกว่าโดมินิคจะสมหวังในสิ่งที่ต้องการ แซมจัดการสั่งงานการ์ดคนอื่นๆ ก่อนจะให้แยกย้ายกันไปพักผ่อน ถ้าให้ตามไปทั้งหมดคงแตกตื่นกันทั้งโรงอาหาร นานๆ ทีที่ผู้บริหารระดับสูงลงไปนั่งรับประทานอาหารด้วย เมื่อมาถึงยังแคนทีนโดมินิคกวาดตามองหาวรพิชชาทันที เมื่อเห็นว่าอยู่บริเวณไหนก็เดินตรงไป
“แซมฉันอยากรู้ว่าร้านค้าที่นี่ ขายอาหารแพงไหม รสชาติเป็นอย่างไร ถูกหลักโภชนาการไหม จัดมาซสักหนึ่งชุดนะ ฉันจะรออยู่ที่นี่” โดมินิคเปรยลอยๆ ท่าทางเอางานเอาการ เคร่งเครียดแล้วทรุดตัวลงนั่ง
เขานั่งลงใกล้กับที่วราพิชชาและนิสานั่งอยู่ แสร้งวางหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ในขณะที่พนักงานหลายคนที่เห็นต่างชะเง้อมอง คนที่รู้ว่าโดมินิคเป็นใคร มีตำแหน่งอะไรก็สะกิดเพื่อน บอกต่อๆ กันไป แล้วก็รีบจัดการอาหารตรงหน้า รีบแยกย้ายกันไปทำงาน ที่ไม่รู้ก็พากันแอบซุบซิบ โดยเฉพาะพนักงานสาวๆ ต่างทิ้งสายตาทอดสะพานกันเต็มที่ ก็โดมินิคหน้าตาจัดอยู่ในโหมดหน้าตาดีมาก จึงไม่แปลกถ้าสาวๆ จะหันมามองอย่างสนใจ โดมินิควางสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วก็หันมาทักทายกับวราพิชชา
“อ้าว...เธอนั่นเอง มากินข้าวที่นี่หรือ ฉันไม่ยักเห็น วันนี้ฉันอยากทานอาหารร่วมกับพนักงานบ้างน่ะหวังว่าคงไม่ทำให้ใครอึดอัดและลำบากใจนะ” โดมินิคหันมาทักทายวราพิชชาที่กำลังมองมา ด้วยท่วงท่าสบายๆจนวราพิชชาอดหมั่นไส้ไม่ได้
“อุ้ย... “ นิสาเผลอตัวอุทานออกมาอย่างตกใจ
“ไม่ค่ะ จะมีก็แต่รู้สึกดีที่ผู้บริหารในระดับสูง ไม่รังเกียจที่จะรับประทานอาหารพื้นๆ ร่วมกับพนักงานค่ะ” วราพิชชาตอบ พร้อมทั้งแดกดันไปในตัว แล้วก็ก้มหน้ากินอาหารตรงหน้าต่อ ไม่ใส่ใจโดมินิคเท่าที่ควรเป็น
“ดี กลัวแต่ว่าใครบางคนจะกินอะไรไม่ลงสิ ไม่ต้องห่วง ฉันไม่รบกวนใครหรอกนะ”
แซมสั่งอาหารมาให้เจ้านายตัวเอง พร้อมกับยืนสำรวมอยู่ข้างๆ เพื่อรอคำสั่งอื่นๆ ที่อาจจะตามมาก่อนอมยิ้ม เมื่อโดมินิคมองอาหารกลางวันของตังเองงงๆ ร้านขายอาหารให้พนักงานมีแต่อาหารธรรมดา แซมเลือกอาหารง่ายๆ ที่เจ้านายจะพอกินได้มาแล้วนะ แซนต์วิชมาให้ก็คิดว่าเจ้านายคงจะกินลงไปได้
โดมินิคชำเลืองมองวราพิชชา หล่อนกำลังกินอะไรอยู่นะ เขาเผลอตัวแบบไม่รู้ตัว เขาลุกไปนั่งบนเก้าอี้ตัวข้างๆ ที่วราพิชชานั่งอยู่
“แลกกันนะ ฉันกินอันที่เธอกำลังกินดีกว่า อาหารจานนี้ฉันยกให้เธอแล้วกัน”
โดมินิคดึงจานข้าวที่วราพิชชากำลังกินค้างอยู่ มากินต่อหน้าตาเฉย วรพิชชาจึงได้แต่มองแบบอึ้งๆ เธอนึกไม่ถึงตาเศรษฐีบ้านี่มาแย่งจานอาหารที่เธอกำลังกินอยู่ไปหน้าตาเฉย แล้วท่าทางเขาชวนปวดหัว เขากินอาการอย่างเอร็ดอร่อย เหมือนกับว่าไม่เคยลิ้มรสมาก่อน แต่ว่า...เขาคงไม่เคยกินจริงๆ นั่นแหละเพราะคงเคยกินแต่อาหารหรูๆ คงไม่เคยกินข้าวราดแกงข้างทางมาก่อน
“นี่เรียกว่าอะไรนะอร่อยดีนะ” โดมินิคเงยหน้าขึ้นจากจานข้าวที่กำลังกินอยู่พลางถามถึงอาหารที่กินเข้าไป
“ต้มจืดฟักกับไก่ คุณคงไม่เคยทานสินะคะ” วราพิชชาตอบเรียบๆ พยายามจะไม่โมโหเมื่อเห็นท่าทางยียวนของโดมินิค
“ฉันไม่เคยกินมาก่อนทำยากไหม ไว้ฉันจะให้แม่ครัวที่บ้านทำให้กินอีกสักครั้ง” โดมินิคพยักหน้าเมื่อเข้าใจ เขาส่งยิ้มหวานจ๋อยให้วราพิชชาหวังทำคะแนน จนนิสาที่กำลังมองอยู่ตาพร่าไปกับรอยยิ้มบาดใจแบบนั้น
“ไม่ยากค่ะ...กับข้าวพื้นๆ แม่ครัวของคุณคงทำได้” วราพิชชาหลุบเปลือกตาลงปิดกั้นจากรอยยิ้มละลายหัวใจ เธอก้มหน้าลงหลบให้พ้นจากสายตาของโดมินิค ไม่สนใจจะแตะต้องอาหารที่โดมินิคนำมาแลกไว้จนชายหนุ่มเริ่มเดือดปุดๆ
วราพิชชาพลิกข้อมือขึ้นดูเวลาจากนาฬิกาเรือนเล็ก แล้วก็จะจัดการเก็บของที่อยู่ตรงหน้าตัวเองจนเรียบร้อย จึงหันมาชวนนิสาเพื่อกลับไปทำงาน เมื่อเห็นใกล้จะหมดเวลาพัก
“ขออนุญาตไปทำงานนะคะ หมดเวลาพักแล้ว เชิญคุณทานและคนของคุณตามสบาย” วราพิชชาหันมากล่าวลาตามมารยาทและเตรียมลุกขึ้นจากที่นั่ง
“เธออิ่มแล้วเหรอ”
“ค่ะ... ไปก่อนนะคะ” วราพิชชาตัดบท รีบชักชวนนิสาเดินออกจากบริเวณที่นั่งทานอาหาร
“วรา ...คุณโดมินิคนี่หน้าตาดีมากเลยนะ นิสาจะเป็นลม คนอะไรหล่อเป็นบ้าเลย นี่ถ้าวราไม่บอกก่อนนะว่านิสัยไม่ดี นิสาก็ยังชื่นชมเขาอยู่ดี” นิสากระซิบเบาๆ เมื่อเดินพ้นออกมาจากบริเวณที่นั่งอยู่
“คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจหรอกนิสา เขาอยู่ในสังคมแบบนั้นจะไปว่าเขาก็ไม่ถูก รอบๆ เขามีแต่คนที่เห็นแก่ตัว เห็นแก่เงิน วงจรของเขาคงมีแต่การแข่งขัน เขาก็เลยเป็นคนแบบนั้น” วราพิชชาพูดถึงโดมินิคอย่างปลงๆ และคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีก คนสองคนที่แตกต่างกันมากเกินไป เหมือนฟ้าที่อยู่สูงสุด กับเหวที่อยู่ต่ำชั้น แค่เวียนมาเจอกันได้ มันก็เหนือความคาดหมาย คงเป็นแค่เพียงครั้งเดียวที่มีโอกาสได้เจอะเจอกัน
ลมหายใจแผ่วๆ ที่ปล่อยออกมาจากช่องจมูก หลังจากกลั้นไว้นาน เธอเดินไปตามทางของตัวเอง แยกออกจากทางที่โดมินิคต้องเดิน
โดมินิคมองตามด้านหลังของวราพิชาจนหายลับไปจากสายตา เขาหมายมาดอยู่ในใจเงียบๆ ปล่อยให้สาวน้อยนึกลำพองใจไปก่อน หล่อนคงไม่รู้ตัวว่าได้ทำการหยามน้ำหน้าโดมินิคได้สำเร็จ คนต่ำชั้นที่บังอาจปฏิเสธของเสนอของคนอย่างเขาได้ ถ้าปล่อยให้ลอยนวลไปง่ายๆ มันจะเป็นการเสียหน้าเป็นอย่างมาก มุมปากของโดมินิคยกยิ้มขึ้น เมื่อนึกถึงอนาคตที่วราพิชชาจะต้องมาสยบอยู่ในอุ้งมือของตัวเอง
บทที่3.ตอบแทนบุญคุณวราพิชชาเดินเข้ามาในบริเวณสถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’ เมื่อกลับจากที่ทำงาน เธอมองรถยนต์ที่จอดอยู่หน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ‘อุ้มรัก’ อย่างสนใจ คะเนจากสายตาแล้วก็รู้ว่ารถลักษณะแบบนี้น่าจะราคาแพงมาก นานๆ จะมีคนใจบุญกระเป๋าหนักเข้ามาบริจาคให้สถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’ พวกเขาคงมีฐานะร่ำรวยมาก ทุกวันนี้ทุกคนในสถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’ ช่วยกันหาคนมาบริจาค ทั้งทำของใช้เล็กๆ น้อยๆ ไปฝากตามร้านค้า ทำขนมกินเล่นไปฝากขาย เพื่อจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งบรรดาเด็กที่โตพอจะทำงานได้ ช่วยกันทำงานรวมทั้งตัว วราพิชชาเองที่นำเงินเดือนมามอบให้ทุกๆ เดือน แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับรายจ่ายที่ต้องจ่ายออกไป เนื่องจากเด็กที่ถูกทิ้งมีจำนวนมากขึ้น แต่รายได้ที่รัฐจ่ายให้ยังคงเท่าเดิม ผอ.ชลธิชา ซึ่งเป็นผู้ดูแลจึงพยามทำทุกๆ ทางเพื่อจะไม่ให้สถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’แห่งนี้ปิดตัวลง วราพิชชายกมือขึ้นพนมไหว้ศาลพระภูมิ ที่อยู่ในบริเวณบ้าน’อุ้มรัก’“สาธุ... ขอไห้มีคนใจบุญมาบริจาค กันเยอะๆ ทีเถอะค่ะ พวกน้องๆ จะได้ไม่ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น”ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ข้าวของราคาแพงขึ้นทุกวัน นับวันมีแต่รายจ่ายที่เพิ่มขึ้
บทที่4. วันคืนแสนโหดร้ายก็มาถึงโดมินิคเริ่มต้นวันใหม่อย่างอารมณ์ดี วันนี้แล้วสินะ วันที่ทุกอย่างจะเป็นตามความต้องการของตัวเอง วันนี้โดมินิคจะได้พิสูจน์ให้ผู้หญิงคนนั้นได้รู้ว่า เงินมีอำนาจขนาดไหน ไม่ว่าอะไร แพงแค่ไหนก็ซื้อได้หมดแม้แต่คนที่ปฏิเสธเขาเสียงแข็งเพียงใด ก็ยังต้องพ่ายแพ้ต่ออำนาจเงินตรา วิธีการถึงจะต่ำช้าก็ช่างโดมินิคไม่สนใจ อะไรที่โดมินิคต้องการต้องได้เสมอ โดมินิคยกข้อมือขึ้นเพื่อดูเวลาที่นาฬิกาเรือนหรูที่คาดอยู่บนข้อมือใหญ่ นี่ก็ผ่านไปนานจนเวลาถึง 11.00น.เข้าไปแล้ว เจ้าหล่อนทำอะไรอยู่ จนป่านนี้ยังไม่มาสักที ชายหนุ่มเริ่มกระวนกระวาย คิ้วขมวดชนกันจนแซมและการ์ด เริ่มแปลกใจ“แซม... นายนัดเขาไว้เวลาเท่าไร ป่านนี้แล้วทำไมยังมาไม่ถึงอีก” “นัดใครที่ไหนครับ กำหนดงานวันนี้หมดแค่นี้แล้วครับ หรือว่าเจ้านายมีนัดนอกเหนือจากนี้ที่ยังไม่บอกผมอีก”“แล้วที่ฉันให้นายไปทำนะ เวลาสิ้นสุดคือวันนี้ไม่ใช่เหรอ จนป่านนี้เขายังไม่ติดต่อมาอีกหรือไง จะต้องให้รอจนถึงเมื่อไรวะ” โดมินิคพูดเสียงขุ่นผสมความหงุดหงิด “อ๋อเรื่องนั้นนั่นเอง เวลาสิ้นสุดวันนี้ครับ ถึงเวลาเขาจะติดต่อมาเอง นี่ก
บทที่5.เสร็จโจรโดมินิคบรรจงอาบน้ำ เขาขัดถูเนื้อตัวอย่างอารมณ์ดี วันนี้เขาจะได้ปราบพยศผู้หญิงสุดหยิ่งที่รออยู่ด้านนอก อยากรู้เหมือนกันวราพิชชาจะหาทางเอาตัวรอดได้อย่างไร โดมินิคเองไม่ได้อดอยากและขาดแคลนผู้หญิงจนต้องมาหาวิธีบีบบังคับเอากับวราพิชชา เขาก็แค่อยากเอาชนะก็แค่นั้น ผู้หญิงสำหรับโดมินิคเองมีมากมายจนไม่อยากจะจำ มีแต่มาเสนอตัว หน้าตาธรรมดาแบบวราพิชชาโดมินิคเจอมาจนนับไม่ถ้วน สวยระดับดารา นางแบบโดมินิคก็ควงมาแล้วทั้งนั้น ทุกคนรู้ข้อตกลงดี หากมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน จบกันด้วยดีทุกคน โดมินิคไม่เคยเอาเปรียบใคร ทุกคนที่คบกับโดมินิคจะได้ผลตอบแทนคุ้มค่า จนไม่มีใครโวยวายเมื่อโดมินิคตัดความสัมพันธ์ จนโดมินิคมาเจอกับวราพิชชา และเพิ่งโดนปฏิเสธเป็นครั้งแรก ทุกๆ ครั้งที่ต้องการผู้หญิงแค่พูดปาก ไม่เคยมีใครปฏิเสธมาก่อนสักราย มีแต่จะขอเวลาเพิ่มในกรณีที่โดมินิคตัดความสัมพันธ์เสียงน้ำหยุดไหลได้สักพักหนึ่ง ก่อนที่โดมินิคที่เดินออกมา กลิ่นหอมของสบู่หลังอาบน้ำโชยมาแตะจมูกจน วราพิชชาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามอง เธอได้แต่ก้มหน้ามองพื้นอย่างไม่รู้ตัวว่าจะต้องทำตัวอย่างไ
บทที่1.จุดกำเนิดของเรื่องวราพิชา มโนสา สาวน้อยวัยใสเติบโตขึ้นในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ‘อุ้มรัก’ และเพิ่งเรียนจบจากรั้วมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง กำลังพยายามหางานทำอย่างสุดความสามารถ เพื่อที่จะแบ่งเบาภาระของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เธอได้อาศัยอยู่และเติบโตขึ้นมา วราพิชชาเติบโตขึ้นมาโดยไม่รู้ว่าใครเป็นทั้งพ่อและแม่ เพราะเธอถูกทิ้งไว้ในโรงพยาบาล หลังจากแม่ผู้ให้กำเนิดคลอดเธอออกมา และถูกส่งต่อมาอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็ก ‘อุ้มรัก’ จนกระทั่งเติบโต อยู่ในความดูแลของสถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’ แห่งนี้โดย ผอ.ชลธิชา ที่ขออุปการะไว้โดยที่วราพิชชาไม่โดนส่งไปอยู่ที่อื่นหลังจากโตเป็นสาว เหมือนเด็กคนอื่นๆ หรือเมื่อมีคนมาขอไปอุปการะ ความที่วราพิชชาว่าง่ายไม่เกี่ยงงาน เธออาสาช่วยงานทุกอย่างเท่าที่สามารถทำได้ จนเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของทุกๆ คนที่ทำงานอยู่ในบ้าน ’อุ้มรัก’ มีพนักงานอยู่เพียงไม่กี่คน ดั่งเช่น ป้าพิมพ์แม่ครัว ครูน้อย ครูเก๋ และก็ลุงชด รปภ.และก็ครูผู้ช่วยอีก2-3คน จนเธอสมัครงานได้งานที่ ร.ร Grand Hotels.แห่งนี้ เนื่องจากคุณอุษาที่เป็นหัวหน้าแม่บ้านอยู่ที่ร.ร Grand Hotels เป็นเพื่อนกับป้าพิมพ์ๆ จึงฝากฝัง
บทที่5.เสร็จโจรโดมินิคบรรจงอาบน้ำ เขาขัดถูเนื้อตัวอย่างอารมณ์ดี วันนี้เขาจะได้ปราบพยศผู้หญิงสุดหยิ่งที่รออยู่ด้านนอก อยากรู้เหมือนกันวราพิชชาจะหาทางเอาตัวรอดได้อย่างไร โดมินิคเองไม่ได้อดอยากและขาดแคลนผู้หญิงจนต้องมาหาวิธีบีบบังคับเอากับวราพิชชา เขาก็แค่อยากเอาชนะก็แค่นั้น ผู้หญิงสำหรับโดมินิคเองมีมากมายจนไม่อยากจะจำ มีแต่มาเสนอตัว หน้าตาธรรมดาแบบวราพิชชาโดมินิคเจอมาจนนับไม่ถ้วน สวยระดับดารา นางแบบโดมินิคก็ควงมาแล้วทั้งนั้น ทุกคนรู้ข้อตกลงดี หากมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน จบกันด้วยดีทุกคน โดมินิคไม่เคยเอาเปรียบใคร ทุกคนที่คบกับโดมินิคจะได้ผลตอบแทนคุ้มค่า จนไม่มีใครโวยวายเมื่อโดมินิคตัดความสัมพันธ์ จนโดมินิคมาเจอกับวราพิชชา และเพิ่งโดนปฏิเสธเป็นครั้งแรก ทุกๆ ครั้งที่ต้องการผู้หญิงแค่พูดปาก ไม่เคยมีใครปฏิเสธมาก่อนสักราย มีแต่จะขอเวลาเพิ่มในกรณีที่โดมินิคตัดความสัมพันธ์เสียงน้ำหยุดไหลได้สักพักหนึ่ง ก่อนที่โดมินิคที่เดินออกมา กลิ่นหอมของสบู่หลังอาบน้ำโชยมาแตะจมูกจน วราพิชชาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามอง เธอได้แต่ก้มหน้ามองพื้นอย่างไม่รู้ตัวว่าจะต้องทำตัวอย่างไ
บทที่4. วันคืนแสนโหดร้ายก็มาถึงโดมินิคเริ่มต้นวันใหม่อย่างอารมณ์ดี วันนี้แล้วสินะ วันที่ทุกอย่างจะเป็นตามความต้องการของตัวเอง วันนี้โดมินิคจะได้พิสูจน์ให้ผู้หญิงคนนั้นได้รู้ว่า เงินมีอำนาจขนาดไหน ไม่ว่าอะไร แพงแค่ไหนก็ซื้อได้หมดแม้แต่คนที่ปฏิเสธเขาเสียงแข็งเพียงใด ก็ยังต้องพ่ายแพ้ต่ออำนาจเงินตรา วิธีการถึงจะต่ำช้าก็ช่างโดมินิคไม่สนใจ อะไรที่โดมินิคต้องการต้องได้เสมอ โดมินิคยกข้อมือขึ้นเพื่อดูเวลาที่นาฬิกาเรือนหรูที่คาดอยู่บนข้อมือใหญ่ นี่ก็ผ่านไปนานจนเวลาถึง 11.00น.เข้าไปแล้ว เจ้าหล่อนทำอะไรอยู่ จนป่านนี้ยังไม่มาสักที ชายหนุ่มเริ่มกระวนกระวาย คิ้วขมวดชนกันจนแซมและการ์ด เริ่มแปลกใจ“แซม... นายนัดเขาไว้เวลาเท่าไร ป่านนี้แล้วทำไมยังมาไม่ถึงอีก” “นัดใครที่ไหนครับ กำหนดงานวันนี้หมดแค่นี้แล้วครับ หรือว่าเจ้านายมีนัดนอกเหนือจากนี้ที่ยังไม่บอกผมอีก”“แล้วที่ฉันให้นายไปทำนะ เวลาสิ้นสุดคือวันนี้ไม่ใช่เหรอ จนป่านนี้เขายังไม่ติดต่อมาอีกหรือไง จะต้องให้รอจนถึงเมื่อไรวะ” โดมินิคพูดเสียงขุ่นผสมความหงุดหงิด “อ๋อเรื่องนั้นนั่นเอง เวลาสิ้นสุดวันนี้ครับ ถึงเวลาเขาจะติดต่อมาเอง นี่ก
บทที่3.ตอบแทนบุญคุณวราพิชชาเดินเข้ามาในบริเวณสถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’ เมื่อกลับจากที่ทำงาน เธอมองรถยนต์ที่จอดอยู่หน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ‘อุ้มรัก’ อย่างสนใจ คะเนจากสายตาแล้วก็รู้ว่ารถลักษณะแบบนี้น่าจะราคาแพงมาก นานๆ จะมีคนใจบุญกระเป๋าหนักเข้ามาบริจาคให้สถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’ พวกเขาคงมีฐานะร่ำรวยมาก ทุกวันนี้ทุกคนในสถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’ ช่วยกันหาคนมาบริจาค ทั้งทำของใช้เล็กๆ น้อยๆ ไปฝากตามร้านค้า ทำขนมกินเล่นไปฝากขาย เพื่อจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งบรรดาเด็กที่โตพอจะทำงานได้ ช่วยกันทำงานรวมทั้งตัว วราพิชชาเองที่นำเงินเดือนมามอบให้ทุกๆ เดือน แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับรายจ่ายที่ต้องจ่ายออกไป เนื่องจากเด็กที่ถูกทิ้งมีจำนวนมากขึ้น แต่รายได้ที่รัฐจ่ายให้ยังคงเท่าเดิม ผอ.ชลธิชา ซึ่งเป็นผู้ดูแลจึงพยามทำทุกๆ ทางเพื่อจะไม่ให้สถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’แห่งนี้ปิดตัวลง วราพิชชายกมือขึ้นพนมไหว้ศาลพระภูมิ ที่อยู่ในบริเวณบ้าน’อุ้มรัก’“สาธุ... ขอไห้มีคนใจบุญมาบริจาค กันเยอะๆ ทีเถอะค่ะ พวกน้องๆ จะได้ไม่ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น”ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ข้าวของราคาแพงขึ้นทุกวัน นับวันมีแต่รายจ่ายที่เพิ่มขึ้
บทที่2.สิ่งที่ต้องเลือกเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากเมื่อคืนวราพิชชาหนีออกมาจากห้องโดมินิค วราพิชชาตื่นขึ้นมาด้วยความอ่อนเพลีย กว่าจะได้นอนก็เกือบตีหนึ่ง เนื่องจากความที่โมโหจนทำให้นอนพลิกตัวกลับไปมา กว่าจะหลับลงได้ต้องใช้เวลานานมากขึ้นกว่าปกติ เธอจำใจลุกขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวันก่อนจะแต่งกายเพื่อจะไปทำงานตามปกติ เมื่อเดินทางไปถึงร.ร Grand Hotels.เธอนำของใช้ส่วนตัวไปเก็บที่ล็อกเกอร์แล้วก็ตรงไปที่ร้านขายอาหารพนักงานในบริเวณที่โรงแรมจัดไว้ให้ เพื่อรับประทานอาหารเช้าก่อนที่จะเริ่มงาน “ทางนี้ ...จ้ะวรา” เสียงหวานของนิสาเพื่อนสนิท ดังมาจากหน้าร้านขายน้ำดื่ม“ทำไมวันนี้มาแต่เช้าเลยละ ทุกทีนิสามาเกือบแปดโมงไม่ใช่เหรอ” วราพิชชาถามกลับ“แหม...วันนี้นิสารีบมารอถามวรานะสิ ว่าไงล่ะคุณโดมินิคหล่อหรือเปล่า ตัวจิรงเป็นๆ นะหล่อ มากกว่ารูปถ่ายตามหน้าหนังสือไหม”“วรา ...ไม่อยากพูดถึงอีตานั่นเลย ขอไม่พูดถึงได้ไหม”“แอ๋... ทำไมละหรือว่าขี้เหร่จนวราไม่อยากพูดถึง”“เปล่าไม่ใช่อย่างนั้น คุณโดมินิคเขาก็หน้าตาดีเหมือนในรูปนั้นแหละ”“อ้าว...แล้วทำไม วราไม่อยากพูดถึงละ เขาทำอะไรวราหรือไง!!!”“อืม... เมื่อคืน
บทที่1.จุดกำเนิดของเรื่องวราพิชา มโนสา สาวน้อยวัยใสเติบโตขึ้นในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ‘อุ้มรัก’ และเพิ่งเรียนจบจากรั้วมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง กำลังพยายามหางานทำอย่างสุดความสามารถ เพื่อที่จะแบ่งเบาภาระของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เธอได้อาศัยอยู่และเติบโตขึ้นมา วราพิชชาเติบโตขึ้นมาโดยไม่รู้ว่าใครเป็นทั้งพ่อและแม่ เพราะเธอถูกทิ้งไว้ในโรงพยาบาล หลังจากแม่ผู้ให้กำเนิดคลอดเธอออกมา และถูกส่งต่อมาอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็ก ‘อุ้มรัก’ จนกระทั่งเติบโต อยู่ในความดูแลของสถานเลี้ยงเด็ก ’อุ้มรัก’ แห่งนี้โดย ผอ.ชลธิชา ที่ขออุปการะไว้โดยที่วราพิชชาไม่โดนส่งไปอยู่ที่อื่นหลังจากโตเป็นสาว เหมือนเด็กคนอื่นๆ หรือเมื่อมีคนมาขอไปอุปการะ ความที่วราพิชชาว่าง่ายไม่เกี่ยงงาน เธออาสาช่วยงานทุกอย่างเท่าที่สามารถทำได้ จนเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของทุกๆ คนที่ทำงานอยู่ในบ้าน ’อุ้มรัก’ มีพนักงานอยู่เพียงไม่กี่คน ดั่งเช่น ป้าพิมพ์แม่ครัว ครูน้อย ครูเก๋ และก็ลุงชด รปภ.และก็ครูผู้ช่วยอีก2-3คน จนเธอสมัครงานได้งานที่ ร.ร Grand Hotels.แห่งนี้ เนื่องจากคุณอุษาที่เป็นหัวหน้าแม่บ้านอยู่ที่ร.ร Grand Hotels เป็นเพื่อนกับป้าพิมพ์ๆ จึงฝากฝัง