คุณคนโปรดสุดที่ร้าย
ตอนที่ 5
ตัดไฟต้นลม
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
ริษาไม่ใช่คนขี้อาย อีกทั้งเป็นคนมีความมั่นใจสูง แต่วันนี้ความมั่นใจที่มีราวกับจะลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย กว่าค่อนชั่วโมงที่ผ่านมาเธอหมดเวลาไปกับการพูดจาฉอเลาะ ปั้นยิ้มปากแทบเป็นตะคริวกับผู้หลักผู้ใหญ่ ซ้ำร้ายยังมีสายตาของคนบางคนจดจ้องโดยเลี่ยงหลีกไม่ได้นี่ก็อีก
เฮงซวย! เฮงซวยจริง ๆ
หลังพิธีทางการสิ้นสุดแขกส่วนหนึ่งเริ่มทยอยกลับออกไปแต่ผู้จัดการของเธอก็ยังไม่มา ริษาจำใจต้องฉายเดี่ยวเดินหน้าเข้าพูดคุยโดยอาศัยตอนที่เป้าหมายสนทนาอยู่กับคนที่เธอเองก็รู้จัก ทว่าก็น่าหงุดหงิดที่ทุกคนต่างพากันดึงภูริให้เข้าร่วมวงแทบจะทุกครั้งไป
แม้เขาจะเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในแวดวงคนเบื้องหลัง ใครต่อใครต่างก็อยากทำความรู้จัก แต่ในสายตาเธอประธานหนุ่มดูจะอยู่ผิดที่ผิดทาง ท่าทางของเขาเฉยเมยต่อบรรยากาศรอบตัว ด้านหลังมีลูกน้องคนหนึ่งยืนกุมเป้าในทีท่าสงบ ส่วนเจ้านายก็ดูจะเบื่อหน่ายกับการอยู่ท่ามกลางฝูงชน
กระนั้นภูริคงเป็นปัญหาแค่กับริษาคนเดียว ไม่ว่าดาราสาวจะพยายามวางตัวให้เป็นธรรมชาติเพียงใด ปั้นแต่งคำพูดสวยหรูเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์สักเท่าไร แต่มีคนคนเดิมยืนจ้องทุกวงสนทนาแบบนี้จะเอาอะไรมาเนียน ไม่ว่าจะขยับตัวคุยกับใคร ก็จะได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของอดีตคนรักร่วมวงอยู่ด้วยทุกที
แม้อีกฝ่ายจะไม่เผยอารมณ์ผ่านสีหน้า กระทั่งไม่เอ่ยขัดตอนที่ริษาพูดประโยคซ้ำ ๆ เดิม ๆ กับทุกคนราวกับท่องจำมาเป็นอย่างดี แต่เขาคงฉลาดพอที่จะตีความ เวลาเดินหน้าผ่านไปนานเท่าไร ริษาก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดทรมานจนอยากจะอาเจียนให้รู้แล้วรู้รอด
“นี่คุณภู รู้จักกันไว้สิริษา”
“ค่ะ”
เป็นอีกครั้งที่ดาราสาวจำใจต้องตีหน้าเสแสร้งสวนทางกับอารมณ์ที่แท้จริง อดีตคนรักก็ดูจะอ่านอาการเธอออกแต่ก็ยังผงกศีรษะรับพอเป็นพิธีเหมือนที่ทำมาตลอดชั่วโมง
“คุณภูเคยเจอน้องริษามาก่อนไหมคะ?” ศรณีย์ ผู้จัดมากฝีมือตั้งคำถาม
“เจอกันแล้วครับ” เสียงทุ้มน่าฟังของคนตอบช่างระคายหูริษาเหลือเกิน จะไม่เจอได้อย่างไร เธอคุยกับใครก็จะมีเขายืนร่วมวงอยู่ด้วยทุกครั้งไป
“เจอแล้วค่ะ คุณภูรู้จักคนเยอะเลยนะคะ ริษาคุยกับใครทุกคนก็รู้จักคุณภูทั้งนั้น”
คิ้วของคนถูกพาดพิงกระตุกเล็ก ๆ ก่อนมุมปากได้รูปจะเผยยิ้มเย็นชา “ครับ คุณริษาก็รู้จักคนเยอะเหมือนกัน”
ริษานึกอยากจะวิ่งหนีไปให้ไกลเมื่อได้เจอเข้ากับสายตาที่ดูจะรู้เท่าทันไปหมดทุกอย่าง เป็นเธอเองที่ต้องเบือนหน้าหนี ยกแขนขึ้นกอดอกด้วยความหงุดหงิดใจ
“รายนี้นานทีถึงจะตอบรับคำเชิญมาออกงาน ใครก็อยากทำความรู้จักทั้งนั้น นอกจากจะเก่งแล้วยังหล่ออีกด้วย” เสียงบุคคลที่สามยังคงดัง ศรณีย์หันหาริษาราวกับจะขอความเห็นที่เธอไม่ได้อยากจะตอบนัก แต่ก็ทำได้เพียงฉีกยิ้มประจบ
“เห็นด้วยค่ะ คุณภูดูดีมาก” เจ้าของเสียงรื่นหูจงใจประจบประแจงคนหนึ่ง ทว่าก็จิกกัดอีกคนไปพร้อมกัน หากจะมีใครอ่านแววตากระด้างออกคงไม่พ้นร่างสูงตรงหน้า
ภูริไม่ปฏิเสธคำชมเชย ทั้งยังยิ้มรับไม่คิดถ่อมตัว ท่าทางของเขาทำให้ริษานึกหมั่นไส้อยู่ลึก ๆ ไม่ใช่ว่าไม่สามารถยินดีกับความก้าวหน้าของคนอื่น แต่ที่กำลังคันยุบยิบใจอยู่ในขณะนี้เป็นเพราะเขาเป็นแฟนเก่า แฟนเก่าที่เคยทิ้งเธอ
ความสัมพันธ์ที่ไม่ควรโคจรกลับมาเจอกันอีก แต่ต่างฝ่ายต่างต้องวางตัวเป็นปกติประหนึ่งไม่เคยมีอดีตร่วมกันช่างเป็นสถานการณ์พิลึกพิลั่นสิ้นดี
“ต้องขอบคุณคุณภูมากนะคะที่ตอบรับโปรเจกต์ใหม่ของทางเรา ไว้คุณภูว่างวันไหนไปออกรอบกันสักทีดีไหมคะ?”
“ผมจะให้เลขาแจ้งวันว่างอีกทีนะครับ” ภูริยิ้มรับคำเชิญของศรณีย์ แต่ยิ้มของเขากลับให้ความรู้สึกเข้าถึงยาก
ริษาเพิ่งมีโอกาสลอบสังเกตอดีตคนรักในเวอร์ชันที่เธอไม่เคยได้รู้จัก เวลานี้ภูริดูมีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก ท่าทางก็เปลี่ยนไปกว่าแต่ก่อนหลายส่วน ชุดสูทที่สวมใส่แค่มองด้วยตาก็รู้ว่าผ่านการตัดเย็บเป็นอย่างดี รองเท้าหนังที่เขาสวมถูกขัดจนเงาวับ เรือนผมซึ่งถูกจัดแต่งมีความเป็นทางการ ทั้งยังนาฬิกาบนข้อมือ ริษาเดาว่าคงไม่ต่ำกว่าเจ็ดหลักเลยทีเดียว
เขาไม่ได้เปลี่ยนไปเฉพาะภาพลักษณ์ภายนอก แต่รวมถึงการแสดงออกที่ราวกับจะมีกำแพงความเป็นส่วนตัวสูงลิบ แม้จะหาข้อมูลส่วนตัวเขามาแล้ว แต่เจอหน้าอีกทีริษาก็ยังคงประหลาดใจในการเปลี่ยนแปลงแทบไม่เหลือเค้าเดิม
พี่ภูในอดีตหายไปไหน ผู้ชายท่าทางถือดีคนนี้กลืนกินเขาเข้าไปหรืออย่างไร?
“แล้วนักแสดงที่ส่งให้ดูชอบคนไหนมากกว่ากันคะ?”
น่าเบื่อ…
น่าเบื่อจริง ๆ ที่ริษาต้องยืนโง่ ๆ ฟังการสนทนาของคนสองคนโดยที่เธอไม่สามารถมีส่วนร่วม ทว่าในจังหวะที่ตั้งท่าจะขอตัวผละจาก เสียงของภูริก็ทำให้ดาราสาวถึงกับหูผึ่งหันมอง
“คุณริษาก็ดูเข้ากับบทดีนะครับ”
“น้องริษาเหรอคะ?” ผู้จัดมือทองหันหาคนซึ่งถูกอ้างถึงทันที
พร้อมกันภูริก็เอ่ยต่อโดยไม่มีทีท่าติดขัด ทั้งแววตาเรียบเฉยยังคงเดิม “ผมได้อ่านบทคร่าว ๆ คิดว่าน่าจะเหมาะ รู้มาว่าคุณริษาว่ายน้ำเก่งทีเดียว”
“จริงเหรอจ๊ะ?” ศรณีย์แสดงสีหน้าประหลาดใจในเรื่องที่สองหนุ่มสาวดูจะรู้จักกันมากกว่าเพียงผิวเผิน
“ระ… ริษาพอว่ายน้ำได้ค่ะ แต่ไม่ได้เก่งอะไร” เจ้าของเสียงกระท่อนกระแท่นให้การตอบกลับทั้งแววตาสับสนงุนงงไม่แพ้กัน
ริษาไม่คิดว่าภูริจะเสนอชื่อเธอซึ่งหน้า ตลอดชั่วโมงที่ผ่านมาเขาไม่แม้แต่จะเปิดปากคุย ซ้ำยังวางท่าเฉยชาประหนึ่งคนไม่เคยรู้จักเกี่ยวดอง ทว่าตอนนี้กลับหยิบยื่นโอกาสให้เธอ?
แต่แล้วเสียงของศรณีย์ก็ดึงสติกระเจิดกระเจิงของดาราสาวให้กลับคืน “เป็นริษาก็น่าสนใจเหมือนกันนะคะ”
“ครับ น่าสนใจ” คนเสนอพยักหน้ารับ
ท่าทางของภูริผ่อนคลายทั้งสีหน้าและอารมณ์ ทว่ากลับทำให้ริษารู้สึกอึดอัดใกล้ขาดอากาศหายใจเต็มที คำถามมากมายเริ่มหลั่งไหลเข้าสู่กระแสความคิด ไม่แน่ใจนักว่าเป็นการคิดเข้าข้างตัวเองเกินไปหรือไม่ แต่อย่างไรก็อดคับข้องใจไม่ได้ ภูริทำแบบนี้มันมีความหมายว่าอย่างไร?
“ดูเหมือนว่าน้องริษาจะได้งานเพิ่มอีกงานแล้วสิเนี่ย” เสียงของศรณีย์ยังคงพูดต่อ และคำพูดดังกล่าวก็เรียกความสนใจของคนฟังได้เป็นอย่างดี
พลันรอยยิ้มยินดีก็ปรากฏบนใบหน้าของคนที่ร้อนทั้งงาน ร้อนทั้งเงิน หากสปอนเซอร์มีการเอ่ยปาก แน่นอนว่าชื่อที่ถูกเสนอจะได้รับการพิจารณาก่อนคนอื่น และมันก็ดูจะเป็นเช่นนั้น…
แม้ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ แต่เพราะเป็นโอกาสที่มีคนหยิบยื่นให้ ริษาก็จำใจต้องเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลา ก่อนจะค้อมศีรษะด้วยความสุภาพเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทเมื่อยังอยู่ในสายตาบุคคลที่สามอย่างศรณีย์
“ขอบคุณคุณภูมากค่ะ”
“ยินดีครับ” ภูริตอบรับในสีหน้าขรึมสงบ
แม้แววตาเรียบเฉยของเขาจะไม่บ่งบอกถึงความคิดอ่าน หากริษาก็รู้สึกแห้งผากไปทั้งลำคอ เป็นเธอเองที่ต้องหันมองไปอีกทาง ทั้งความอึดอัดสับสนแทรกเข้าเกาะกุมจิตใจ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
เรือนร่างผอมบางบนส้นสูงราคาแพงเร่งร้อนเดินเข้าหลบมุมที่ด้านนอกของห้องซึ่งใช้จัดงาน ริษาตั้งใจออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์หลังจากต้องอดทนกับสถานการณ์ด้านในต่อเนื่องยาวนานนับชั่วโมง รวมถึงต้องการความเป็นส่วนตัวเพื่อพูดคุยธุระส่วนตัวทางโทรศัพท์ด้วยอีกประการ
สายตาระแวดระวังหันมองรอบตัวก่อนจะกรอกเสียงใส่ปลายสายเมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ในบริเวณใกล้เคียง
“สวัสดีค่ะพี่แจ้”
(น้องริษาพี่เช็กกระเป๋าที่เธอส่งมาให้เสร็จพอดี)
“เป็นไงบ้างคะ? ได้เท่าไร?”
(ใบนี้ของเธอมันมีรอยเยอะนิดนึง…)
“ไม่น่าจะเยอะนะคะ” ดาราสาวกระซิบเสียงเถียง “ริษาแทบไม่ได้ใช้เลยด้วยซ้ำ”
(แหม คนใช้อาจจะมองไม่เห็นก็ได้นี่จ๊ะ)
ริษากลอกตามองบนกับคำตอบที่ได้ยิน รู้แน่ว่าปลายสายต้องการกดราคา “แล้วพี่แจ้ให้ได้เท่าไรคะ?”
(เห็นว่าเป็นคนกันเอง พี่ให้เธอพิเศษที่แสนเก้าแล้วกัน)
“อะไรนะคะ?” ตากลมเบิกโต ทั้งยังเผลอส่งเสียงดังเมื่อราคาที่ได้นั้นต่างจากที่คุยกันไว้ก่อนเธอจะส่งไปตรวจสภาพ “ทำไมหักเยอะแบบนั้นล่ะคะพี่แจ้!”
(แหม ก็รอยมันเยอะนี่ แถมพักหลังคนก็ปล่อยรุ่นนี้เยอะ พี่เห็นว่าเป็นเธอเลยรับไว้นะเนี่ย)
“แต่…”
(หรือจะวางขายไว้ก่อน แบบนั้นก็จะได้ราคาสูงขึ้น)
“พี่แจ้ก็รู้ว่าริษาร้อนเงิน”
(ก็มีแค่สองอย่างแหละ ถ้าจะขายเลยพี่ก็ให้ได้ราคานี้ แต่ถ้าจะวางไว้ก่อนเธอก็จะได้เยอะกว่า)
ปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างใช้ความคิด ริษารู้ว่าหากใช้วิธีฝากขายก็จะได้ราคาดีกว่า แต่ค่าใช้จ่ายของเธอมันรอได้ที่ไหนกัน
“ขออีกหน่อยไม่ได้เหรอพี่แจ้”
(นี่ก็ให้ราคาดีกว่าคนอื่นแล้วนะเธอ หรือจะลองเอาไปขายเองก่อนไหมล่ะ?)
“พี่แจ้ก็รู้ว่าริษาต้องคีปลุค” เสียงกระท่อนกระแท่นตอบกลับ จะให้เธอเร่ขายของไปทั่วได้อย่างไรในเมื่อทุกวันนี้เธอยังต้องแอ๊บว่ารวยเหมือนเมื่อก่อนตามคำแนะนำจากผู้ใหญ่ในวงการ
ทว่าปลายสายก็ถอนหายใจเสียงดัง ตอบกลับด้วยเสียงอ่อนอกอ่อนใจพอกัน (พี่ให้ได้เท่านี้แหละ)
“ขอริษาอีกนิดสิพี่แจ้~ ริษาก็ขายกับพี่แค่ร้านเดียวเนี่ย” แม้จะพยายามอ้อนเสียงสู้ แต่อีกฝ่ายก็ยังยืนยันในคำเดิม
(ได้เท่านี้จ้ะ แต่ถ้ามีกระเป๋าเข้าใหม่พี่จะส่งให้เธอดูคนแรกเลยเป็นไง?)
“แต่พี่แจ้…”
ริษายังคงพยายามต่อรองราคานานหลายนาที ทว่าคำตอบก็ไม่ต่างไปจากเดิม สุดท้ายคนร้อนเงินจึงทำได้เพียงหลับหูหลับตาพยักหน้าตกลง
“ก็ได้ค่ะพี่แจ้ บัญชีเดิมนะคะ ริษารีบใช้เงินนิดนึงรบกวนด้วยค่ะ”
(เดี๋ยวพี่โอนให้เธอเลยจ้ะ เท่านี้นะ)
“ขอบคุณมากค่ะ”
(จ้า)
ปลายสายวางไปแล้ว ร่างระหงเพรียวบางก็ก้มหน้าก้มตากดเครื่องคิดเลขคำนวณค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทว่าจังหวะที่หมุนตัวกลับร่างกายก็ปะทะชนเข้ากับใครคนหนึ่งโดยไม่ทันตั้งตัว
“ขอโทษค่ะ…” ท้ายเสียงของดาราสาวขาดหาย มือซึ่งกำลังกดเครื่องคิดเลขคำนวณพลันชะงักเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือใคร
ริษาตกใจจนเกือบปล่อยสมาร์ตโฟนร่วงจากมือ หากก็ได้ความมีน้ำใจของคนตรงหน้าฉวยคว้าไว้ได้ทัน ก่อนเขาจะทำการส่งคืน
ภูริมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน?
โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดนิ่งประหนึ่งซีนโรแมนติกในซีรีส์เกาหลีที่พระนางสบตากัน แม้กลิ่นหอมสะอาดของกายสูงกำยำรวมถึงใบหน้าคมคายจะเทียบเคียงได้กับพระเอกซีรีส์ ทว่าดาราสาวกลับรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรจุกอยู่ที่คอ เธอเครียดจนอยากอาเจียนมากกว่าที่จู่ ๆ อดีตคนรักก็โผล่มายืนตรงนี้
ริษาไม่รู้ว่าเขาได้ยินอะไรมากน้อยแค่ไหน แต่แน่นอนว่าเธอไม่อยากให้เขาได้ยินสถานการณ์ส่วนตัวที่ไม่ต้องสาธยายใครก็คงอ่านออกว่ากำลังร้อนเงิน
หลังจากสติกลับมาร่างบางก็ถอยห่างจากความชิดใกล้ รับเอาสมาร์ตโฟนที่จอยังคงค้างอยู่ที่หน้าเครื่องคิดเลขกลับคืน ก่อนจะตั้งท่าผละหนีทันที
“ขอโทษค่ะริษาเดินไม่ระวังเอง ขอตัวก่อนนะคะ”
“เดี๋ยว” แต่แล้วภูริกลับถือวิสาสะรั้งแขนบอบบางไว้
“มีอะไรคะ?” ริษาไม่สามารถตีหน้าเสแสร้งได้อีกต่อไป ความร้อนรนกลัวว่าเขาจะได้ยินเรื่องส่วนตัวส่งผลให้พลั้งเผลอชักสีหน้าทำเสียงแข็ง “รบกวนปล่อยแขนริษาด้วยค่ะ”
“โทษที”
ภูริยอมละสัมผัสก็จริงอยู่ ทว่าเขาไม่คิดขยับถอยเปิดทาง
ริษาเดินซ้ายเขาก็ขยับตาม ขวาก็ยังตาม!
“ขอทางด้วยค่ะ”
“ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ” เขาทำหูทวนลมเหมือนไม่ได้ยิน
“ต้องขอโทษท่านประธานด้วยนะคะ แต่ริษาไม่สะดวกค่ะ”
เสียงกระด้างจงใจเน้นย้ำคำว่า ท่านประธาน เพื่อสร้างระยะห่างระหว่างเขาและเธอ เหตุการณ์ที่ด้านในเมื่อชั่วโมงก่อนทำให้ริษาอยากขีดเส้นให้ชัด แม้พยายามจะฝืนทนเพื่องานและเงิน แต่ตอนนี้อีกความรู้สึกดันมีมากกว่า เธอรู้สึกอับอาย…
“เรื่องงานริษาต้องขอบคุณในความเมตตามากจริง ๆ แต่จะให้คุยนอกรอบคิดว่าคงไม่สะดวกค่ะ”
ดาราสาวจงใจเผยให้ได้เห็นถึงความยโสชนิดไม่คิดปิดบัง แต่ภูริก็ราวกับจะไม่แยแสต่อท่าทีที่ว่า เขาดูจะพอใจที่ได้เห็นการแสดงออกตรงไปตรงมาด้วยซ้ำไป
“คุณคงไม่ได้พูดจาแบบนี้กับคนอื่นบ่อย ๆ หรอกใช่ไหม?”
เขาตั้งคำถาม… คำถามที่ทำเอาคนฟังถึงกับหน้าชา
หากเป็นเมื่อก่อนคงปฏิเสธไม่ได้ว่าริษาเป็นคนเอาแต่ใจ หยิ่งยโส และกระด้างในบางครั้งกับบางคน ทว่าเมื่อโตขึ้นนิสัยแย่ ๆ เหล่านั้นก็ถูกขจัดออกไปแทบไม่เหลือ แต่อดีตคนรักอาจมีภาพจำของเธอในแง่นั้นอยู่เต็มซีรีบรัมของสมองกระมัง
“ที่นี่ก็คนเยอะดี” ราวกับภูริจะเล่นเกมจิตวิทยา สายตาซึ่งเลื่อนมองโดยรอบนั้นสื่อความหมายโดยนัย
ที่นี่เป็นที่สาธารณะ มีช่างภาพรวมถึงนักข่าวบันเทิงมากมาย ส่งผลให้เจ้าของท่าทางกร้าวแข็งจำต้องยอมอ่อนข้อลง ริษาตัดปัญหาด้วยการตั้งคำถามตามตรง
“ท่านประธานมีอะไรคะ?”
ภูริดูจะพอใจเมื่อได้อย่างใจต้องการ เขาหยิบยื่นบางอย่างส่งต่อให้เธอ “คราวก่อนคุณลืมเอานามบัตรผมไป”
“ไม่เป็นไรค่ะ ริษาคิดว่าไม่จำเป็น” ใบหน้าสวยเมินไม่สนใจ เธอไม่ได้ลืม แต่ไม่คิดจะข้องเกี่ยวกับเขาในภายภาคหน้าต่างหาก
“คุณแน่ใจใช่ไหม?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย สายตาราวกับจะรู้เท่าทันว่าริษานั้นน่าจะมีปัญหาทางการเงิน
ท่าทีของเขาทำให้ดาราสาวรู้สึกหน้าเสีย การพูดสายโทรศัพท์เมื่อครู่จะต้องตกอยู่ในการจับฟังของเขาอย่างแน่นอน จะไม่ให้อายได้อย่างไรในเมื่อคุณหนูริษาที่เคยชอปปิงเดือนละหลายแสนตอนนี้ตกต่ำถึงขั้นต้องเร่ขายของ ทั้งยังวิ่งวุ่นร้องของานจากคนอื่นไปทั่ว
แต่แม้จะอับอายเพียงใด ริษาก็จะไม่ให้เขารู้มากไปกว่านี้
อึดใจเดียวหลังจากผูกโยงเรื่องทั้งหมดในหัว ริมฝีปากอิ่มก็กระตุกยิ้มเย็นชา เธอคิดมาสักพักแล้วว่าการกระทำของอดีตคนรักอาจมีวัตถุประสงค์แอบแฝง และบางทีเธออาจต้องพูดให้เขาเข้าใจ
“เรื่องของเรามันจบไปนานแล้วนะคะ ดิฉันไม่ทราบคุณต้องการอะไร แต่ทำแบบนี้ไม่เหมาะสมเท่าไร” เครื่องหน้าสวยเฉี่ยวแสดงออกถึงความรู้สึกตามตรง
“ไม่เหมาะสม?” ทว่านัยน์ตาเข้มก็หรี่มองราวกับไม่เข้าใจ
“คุณพยายามทำอะไรก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ”
ภูริงงแต่ไม่แสดงออก เขายังคงนิ่งฟัง ด้วยอยากรู้ว่าอดีตคนคุ้นเคยจะพูดอะไร ถึงริษาเองก็หงุดหงิดเกินกว่าจะเก็บอารมณ์
“ที่คุณยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเรื่องงานโดยไม่จำเป็น ทั้งยังพยายามยื้อที่จะพูดคุยตั้งสองครั้งสองหน แบบนี้มันจะแปลเป็นอื่นได้อีกรึไงคะ?”
“คุณกำลังจะบอกว่าผมมีแผน?”
ภูริมีทีท่าเปลี่ยนไป อาการคล้ายจะปฏิเสธของเขาทำให้ริษาเริ่มไม่แน่ใจ แต่ถึงอย่างไรเธอก็พูดชัดขนาดนี้ พูดให้ชัดอีกนิดจะเป็นไรไป
“คุณคงไม่ได้อยากรื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างเราหรอกใช่ไหมคะ?”
“…”
“คุณ…”
พลันเสียงของดาราสาวก็ติดขัดทั้งอย่างนั้น เมื่อได้เห็นสีหน้าไร้แววขบขัน หรือกระทั่งว่าเสียเชิงของอีกฝ่าย สายตาของภูรินั้นราวกับว่าเขากำลังโดนปรักปรำ
แต่แม้จะเสี่ยงขายหน้าเพียงใด ริษาก็ดึงดันที่จะพูดต่อ
“ก็ถ้าคุณไม่คิดอะไรแล้วมาวอแวริษาทำไม?”
“ผมคิดว่าคุณน่าจะกำลังเข้าใจผิดไปไกล”
“เข้าใจผิดยังไงไม่ทราบคะ?”
ประธานหนุ่มมีสีหน้าเรียบเฉย เขาให้คำตอบที่ทำเอาคนฟังถึงกับไปไม่เป็น…
“เห็นคุณริษาแนะนำตัวกับผู้ใหญ่หลายคน ผมคิดว่าเราก็คนเคยรู้จัก อาจจะช่วยเหลือในบางเรื่องที่คุณต้องการได้” เขาหรี่ตามอง ก่อนจะเมินไปอีกทาง “แต่เห็นได้ชัดว่ามีคนคิดเข้าข้างตัวเอง”
“ริษาไม่ได้… ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเอง” แม้อยากฉอดปากเถียงใจจะขาด แต่เสียงเจ้าของข้อสันนิษฐานกลับกระท่อนกระแท่นอย่างน่าขัน
“ถ้าจะพูดให้เคลียร์คือคุณเองก็ได้ประโยชน์ แน่นอนว่าทำธุรกิจผมเองก็ได้ผลประโยชน์ ไม่ทราบว่ามีอะไรที่ทำให้คุณคิดไปในแง่นั้นได้”
สายตาที่อดีตคนรักมองนั้นประหนึ่งจะเปิดเผยให้ได้เห็นถึงความว่างเปล่า ไร้อารมณ์ ไม่มีความนัยน์แอบแฝง
และความเฉยชาที่ว่า ก็เริ่มทำให้ริษารู้สึกขายหน้าในความมั่นใจเกินร้อยเกินล้านของตัวเอง เธอนึกอยากจะเขย่าตัวภูริแรง ๆ ง้างปากให้เขาคายความคิดอ่านในใจออกมาสักที ทว่าก็ทำได้เพียงเชิดหน้าตั้งคำถาม
“จะไม่ให้ริษาคิดแบบนั้นได้ไงคะ? จู่ ๆ คุณก็ให้งาน แถมยังเอาแต่มอง ไหนจะเดินตามนี่ก็อีก”
ภูริพยักหน้าช้า ๆ กับข้อกังขาที่ว่า ก่อนเขาจะให้คำตอบทีละข้อด้วยน้ำเสียงมั่นคงในอารมณ์
“ข้อแรก ผมไม่ได้ให้งานคุณแค่คนเดียว”
“…” ริษาที่กำลังจะตั้งข้อสงสัยเพิ่มเติมพลันหุบปากลงโดยอัตโนมัติ
“ส่วนที่ต้องมอง เพราะคุณมาโผล่ตรงหน้าผมตลอดเวลาตอนอยู่ด้านใน”
“…” เธอไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย!
“ข้อสาม ผมไม่ได้เดินตาม แต่ผมกำลังจะกลับ และบังเอิญเห็นคุณพอดี”
ก็ราวกับจะมีคนช่วยยืนยันในคำพูด ลูกน้องของเขาซึ่งยืนเยื้องอยู่ทางด้านหลังขยับก้าวเข้าใกล้ เอ่ยย้ำข้อเท็จจริงของเจ้านาย
“รถรออยู่ที่ด้านล่างครับคุณภู”
“อืม” ประธานหนุ่มตอบรับในลำคอ สายตายังไม่ละจากการจดจ้องใบหน้าคู่สนทนาซึ่งเถือกแดงด้วยความอาย
อาการกอดอกตัวแข็งทื่อของดาราสาวบ่งบอกถึงการซ่อนอารมณ์กรุ่นโกรธไม่ต่างจากการกำหมัดหรือกัดฟัน เสียงกระด้างที่ตอบกลับก็ยิ่งบ่งชัดว่าเป็นเช่นนั้นจริง
“ถ้าอย่างนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในอนาคต รบกวนท่านประธานอย่าให้ความสนใจริษาจะดีกว่าค่ะ”
ภูริเงียบเสียงนานหลายวินาที ก่อนในที่สุดเขาจะพยักหน้ารับเช่นเดียวกัน “ผมก็คิดแบบนั้น”
ริษารู้สึกหัวร้อนกับการตอบสนองด้วยท่าทางเฉยชา แต่ก็ทำได้เพียงกดข่มอารมณ์เดือดดาลไว้ที่ข้างใน ขณะเดียวกันอีกฝ่ายก็กระชับสูทราคาแพง ตั้งท่าผละจากทั้งสีหน้าขรึมสงบยังคงเดิม
“ถ้าทำให้คุณเข้าใจผิด ต้องขอโทษจริง ๆ”
“…”
“ส่วนเรื่องวันนัดหมายทานอาหาร ผมคิดว่าสำหรับคุณคงไม่จำเป็น”
ริษาอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง ภูริคิดว่าเธอจะต้องงอนง้อเขาหรืออย่างไร ใบหน้าสวยเชิดมองไปทางอื่นอย่างระงับอารมณ์ “เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด ริษาก็คิดว่าคงต้องเป็นแบบนั้นค่ะ”
“…”
ภูริไม่ตอบ เขาไม่แม้แต่จะหันมอง
และในที่สุดร่างสูงก็เดินห่างออกไป พร้อมลูกน้องคนเดิมชำเลืองมองเธอด้วยสายตาว่างเปล่าพอกันกับเจ้านาย
ริษารู้สึกอายจนไม่รู้จะอายอย่างไร…
เธอเสียท่าเผยความคิดตื้นเขินให้ภูริได้เห็นว่าแย่แล้ว แต่นี่ยังมีบุคคลที่สามรับรู้เหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบก็ยิ่งทำให้ความอับอายเพิ่มขึ้นเป็นพูนทวี
อากาศรอบตัวไม่ได้ร้อนแม้แต่นิด ทว่าอุณหภูมิกายกลับร้อนรุ่มจนแทบจะระเบิด ทั้งยังรู้สึกใกล้จะเป็นโรคประสาทเต็มทีกับการบังเอิญต้องเข้าพัวพันในวงโคจรของแฟนเก่าที่กว่าจะผ่านพ้นจากความเสียใจได้น้ำตาก็แทบหมดตัว
ภูริเป็นฝ่ายทิ้งเธอ ชีวิตคนที่ดูจะก้าวหน้าในทุกด้านแบบเขา คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องกลับมารื้อฟื้นความทรงจำ แต่มาทำแบบนี้เป็นใครก็ต้องรู้สึก!
ทว่าก่อนดาราสาวจะสติแตก เสียงของใครอีกคนก็ดังขึ้นที่ทางด้านหนึ่ง เป็นผู้จัดการสาวสองที่กำลังเร่งรีบเดินเข้าหา
“เจ๊มาทันไหมเนี่ย?”
“ริษาจะกลับแล้วค่ะ ที่เหลือฝากเจ๊ด้วยแล้วกันนะคะ”
“อ้าว! เดี๋ยวสิ!”
เสียงของต้อยติ่งดังไล่หลัง ทว่าริษาไม่มีกะจิตกะใจจะอยู่ต่อ
ร่างเพรียวระหงบนส้นสูงสับเท้าเดินอย่างรวดเร็วชนิดไม่คิดหันมองกลับ นาทีนี้สิ่งเดียวที่ต้องการทำก็คือการกลับไปแช่น้ำอุ่นเปิดเพลงผ่อนคลายอารมณ์สงบจิตใจกับเหตุการณ์ล่าสุดที่เพิ่งเผชิญ
เธอไม่ชอบเสียหน้า…
ไม่ชอบให้ใครล่วงรู้ความเป็นไปในชีวิต ยิ่งคนที่เคยชิดใกล้ในวันวานอย่างภูริได้เห็นถึงความตกต่ำ คนซึ่งอดีตเคยหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีเหลือเกินอย่างริษาก็ยิ่งอาย…
คุณคนโปรดสุดที่ร้าย บทนำแม้จะเป็นฤดูร้อนแต่กลางดึกคืนนั้นกลับมีพายุฝนฟ้าคะนอง กระแสลมกระโชกแรงพัดผ่านจนต้นไม้ในซอยหักโค่นขวางทางกลางถนน มีเพียงรถเล็กเท่านั้นที่สามารถสัญจรตัดผ่าน มอเตอร์ไซค์ของ ภูริ เร่งเครื่องแล่นผ่านความมืดท่ามกลางสายฝนด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเวลานี้ชายหนุ่มร้อนใจอย่างถึงที่สุด อย่างไรเขาต้องไปให้ถึงจุดหมายปลายทางก่อนที่ใครต่อใครจะล่วงหน้าไปถึงก่อน ทันทีที่ดับเครื่องยนต์ลงหน้าบ้านสองชั้นหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่สุดซอยตัน ร่างชุ่มโชกเปียกไปทั้งตัวก็หันมองซ้ายขวาด้วยความระแวดระวังก่อนไขกุญแจเข้าสู่ด้านในด้วยความรู้สึกใจคอไม่ดียิ่งกว่าวันไหน ๆ“พี่วิศ!” เสียงร้อนรนตะโกนเรียกหาใครอีกคนซึ่งน่าจะอยู่ที่นี่เพราะมอเตอร์ไซค์อีกคันก็จอดอยู่ที่ด้านนอกเสียงรื้อค้นของในบ้านดังให้ได้ยิน แต่ต้นเสียงไม่ได้มาจากห้องที่คิดว่าพี่ชายจะอยู่ สองเท้าจึงเบี่ยงทิศเดินไปยังอีกห้องแทน และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็นำพาความรู้สึกตื่นตระหนกเข้าครอบครองจิตใจ ห้องหับคุ้นเคยสลัวรางด้วยแสงจากไฟดวงเล็ก ฉายให้ได้เห็นคราบเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วทุกมุมห้อง กลิ่นคาวคละคลุ้งจนต้
คุณคนโปรดสุดที่ร้าย ตอนที่ 1ถังแตกเจ็ดปีต่อมาคอนโดมิเนียม M แต๊ก แต๊ก แต๊ก แต๊ก… RISA. Wow, it tastes great!!@KIMURA Omakase Thonglorโพสต์แล้ว ภาพซูชิหน้าตาดูดีเหมาะสมกับวัตถุดิบคุณภาพดีราคาแพงบนหลังฝ่ามือเรียวสวย ประกอบกับฉากหลังติดขอบเคาน์เตอร์ปรุงอาหารของเชฟผู้รังสรรค์เมนูอาหารอย่างพิถีพิถัน ถูกโพสต์อัปเดตอินสตาแกรมของนักแสดงสาวที่มียอดผู้ติดตามเฉียดล้านในเวลาเดิมของทุกคืนราวกับเป็นกิจวัตรประจำวัน หากเลื่อนนิ้วปัดดูหน้าไทม์ไลน์จะได้เห็นรูปภาพซึ่งล้วนแล้วแต่บ่งบอกถึงไลฟ์สไตล์หรูหรามีอันจะกินของเจ้าของแอ็กเคานต์ สมกับฉายา นางร้ายหน้าสวยบ้านรวย ที่สื่อเคยตั้งให้ ทว่าความเป็นจริงเบื้องหลังม่านฉากสวยหรู คนซึ่งเป็นเจ้าของแอ็กเคานต์กำลังยกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้นซดน้ำซุปทั้งสีหน้าไร้อารมณ์เพียงลำพังที่คอนโดส่วนตัว แม้ภาพที่อัปเดตล่าสุดจะไม่ได้ขโมยมาจากอินเตอร์เน็ต แต่ก็เป็นภาพซึ่งถ่ายเก็บไว้เมื่อหลายเดือนก่อน ไม่ใช่ช่วงเวลาปัจจุบันแต่อย่างใดRrrrrrในระหว่างความสงัดเงียบ สายเรียกเข้าจากสมาร์ตโฟนก็ดังขึ้นดึงสายตาดาราสาวให้หั
คุณคนโปรดสุดที่ร้าย ตอนที่ 2ไม่คาดฝันภูริไม่ได้ตอบรับคำทักทาย เขาก้าวเท้าเดินไปยังด้านหลังของโต๊ะทำงาน ก่อนจะผายมือเชื้อเชิญแขกผู้มาเยือนให้นั่งลงฝั่งตรงข้ามกัน“เชิญครับ”“ค่ะ”ยิ้มของริษายังคงประดับบนใบหน้า ทั้งยังเดินเข้าหาด้วยความมั่นใจ แต่อีกฝ่ายคงไม่รู้เลยว่าภายใต้สีหน้าที่กำลังแสดงออกนั้นเกิดหลากความรู้สึกถาโถมเข้าใส่อย่างจังที่ข้างในการที่ภูริใช้สิทธิ์ผู้ออกทุนสร้างเลือกเธอเป็นหนึ่งในนักแสดงเห็นได้ชัดว่าจะต้องรู้อยู่แก่ใจว่าเธอเป็นฝ่ายนัดขอเข้าพบ เขาไม่มีทีท่าประหลาดใจไม่ใช่เรื่องน่าแปลก ตอนนี้คงมีแค่ริษาที่รู้สึกเหมือนจะบ้าเพียงคนเดียว ตากลมโตได้แต่จับมองตามการเคลื่อนไหวของคนซึ่งไม่ได้พบกันนานหลายปีด้วยความรู้สึกทึ่งระคนประหลาดใจ ร่างโปร่งสูงในชุดสูททางการสีเทาถ่านให้ความรู้สึกถึงบุคลิกเคร่งขรึมจริงจัง ประกอบกับเครื่องหน้าหล่อเหลาซึ่งแสดงสีหน้าเรียบเฉยยิ่งขับให้ภาพลักษณ์นักธุรกิจหนุ่มมองดูภูมิฐานน่ายำเกรงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของเขาเรียกได้ว่าดูดีทุกกระเบียดนิ้ว กายกำยำสูงสง่าอย่างคนสุขภาพดี เสื้อผ้าเรียบกริบไม่มีรอยยับเลยสักย่นบ่งบอกถึงอุปนิสัยเนี้ยบคลีน ไ
คุณคนโปรดสุดที่ร้าย ตอนที่ 3สวนทาง หลายชั่วโมงต่อมา คอนโดมิเนียม M กลับถึงคอนโดริษาก็ต่อสายหาต้อยติ่งขอข้อมูลของอดีตคนรักทันที ตลอดช่วงบ่ายจวบจนย่ำค่ำเธอหมดเวลาไปกับการนั่งอยู่ที่หน้าจอโน้ตบุ๊ก หัวคิ้วขมวดผูกแทบตลอดเวลา หันมองนอกหน้าต่างอีกทีก็พบว่าขณะนี้เป็นเวลาดึกแล้ว ร่างบางในสภาพชุดลำลองขนาดพอดีตัวพิงแผ่นหลังเข้ากับพนักเก้าอี้ ก่อนจะถอดแว่นกรอบบางโยนไว้บนโต๊ะในที่สุด ทว่าสายตายังจดจ้องนิ่งกับภาพถ่ายบุคคลบนหน้าเว็บเบราว์เซอร์ โดยปกติแล้วต้อยติ่งจะเป็นคนติดต่อดีลงาน รวมถึงรู้ข้อมูลของผู้ใหญ่ที่ต้องการติดต่อ ริษามีหน้าที่เพียงเข้าไปขอบคุณจึงไม่รู้ลึกถึงรายละเอียดต่าง ๆ แต่ไม่คิดว่าคนที่ตัวเธอเองเป็นฝ่ายขอเข้าพบจะเป็นแฟนเก่าที่เลิกรากันไป แม้ในอดีตภูริจะมีรูปลักษณ์ภายนอกดูดีไม่ต่างจากปัจจุบัน แต่ตอนนั้นฐานะเขาไม่ดีนัก ริษารับรู้มาโดยตลอดว่าอีกฝ่ายทำงานอย่างหนักเลี้ยงตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก ทว่ามาในวันนี้กลับได้เจอเขาในฐานะประธานบริหารกลุ่มบริษัทในเครือ PH GROUP ซึ่งครอบคลุมบริษัทลูกหลายบริษัท ทั้งแบรนด์ผลิตเครื่องกีฬ
คุณคนโปรดสุดที่ร้าย ตอนที่ 4พบเจอหลายวันต่อมาโรงแรม N ริษาเดินทางมาร่วมงานเลี้ยงขอบคุณสปอนเซอร์ของผู้จัดท่านหนึ่งที่มีโอกาสได้ร่วมงานและเคารพนับถือกันมานาน แขกเหรื่อในงานล้วนแล้วแต่เป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งคนที่อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลัง รวมไปถึงสื่อมวลชนจากหลายช่องข่าว บรรยากาศงานจึงคึกคักผ่อนคลายสถานที่จัดงานเป็นห้องบอลรูมขนาดกลาง โอ่โถงด้วยเพดานสูง ตกแต่งภายในด้วยโทนสีน้ำตาลทองให้ความรู้สึกแสนหรูหรา แขกส่วนใหญ่แต่งกายด้วยชุดสุภาพดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้าวันนี้ริษาอยู่ในชุดเดรสเข้ารูปเน้นสัดส่วนโค้งเว้าอวดโชว์ทรวดทรงน่าประทับใจ เลื่อมปักชุดระยิบระยับเพื่อจุดประสงค์ในการดึงดูดสายตาแขกผู้ร่วมงานและช่างภาพข่าวบันเทิงตามคำแนะนำจากสไตลิสต์ซึ่งสนิทสนมกันนอกจากมาร่วมแสดงความยินดีกับผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ อีกประการก็เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์กับบรรดาสปอนเซอร์ซึ่งได้รับเชิญ หากเป็นเมื่อก่อนหญิงสาวคงไม่ถึงกับต้องหว่านพืชหวังผลให้คนอื่นเมตตาขนาดนี้ ทว่าจากสถานการณ์ปัจจุบันหากมัวนิ่งเฉยรองานคงไม่มีอะไรต่างจากที่เป็น บ่อน้ำไม่เดินไปหาควายฉันใด โอกาสก็ไม่ได้เดินมาหาคนฉันนั้
คุณคนโปรดสุดที่ร้าย ตอนที่ 5ตัดไฟต้นลม หนึ่งชั่วโมงต่อมา ริษาไม่ใช่คนขี้อาย อีกทั้งเป็นคนมีความมั่นใจสูง แต่วันนี้ความมั่นใจที่มีราวกับจะลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย กว่าค่อนชั่วโมงที่ผ่านมาเธอหมดเวลาไปกับการพูดจาฉอเลาะ ปั้นยิ้มปากแทบเป็นตะคริวกับผู้หลักผู้ใหญ่ ซ้ำร้ายยังมีสายตาของคนบางคนจดจ้องโดยเลี่ยงหลีกไม่ได้นี่ก็อีกเฮงซวย! เฮงซวยจริง ๆ หลังพิธีทางการสิ้นสุดแขกส่วนหนึ่งเริ่มทยอยกลับออกไปแต่ผู้จัดการของเธอก็ยังไม่มา ริษาจำใจต้องฉายเดี่ยวเดินหน้าเข้าพูดคุยโดยอาศัยตอนที่เป้าหมายสนทนาอยู่กับคนที่เธอเองก็รู้จัก ทว่าก็น่าหงุดหงิดที่ทุกคนต่างพากันดึงภูริให้เข้าร่วมวงแทบจะทุกครั้งไปแม้เขาจะเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในแวดวงคนเบื้องหลัง ใครต่อใครต่างก็อยากทำความรู้จัก แต่ในสายตาเธอประธานหนุ่มดูจะอยู่ผิดที่ผิดทาง ท่าทางของเขาเฉยเมยต่อบรรยากาศรอบตัว ด้านหลังมีลูกน้องคนหนึ่งยืนกุมเป้าในทีท่าสงบ ส่วนเจ้านายก็ดูจะเบื่อหน่ายกับการอยู่ท่ามกลางฝูงชน กระนั้นภูริคงเป็นปัญหาแค่กับริษาคนเดียว ไม่ว่าดาราสาวจะพยายามวางตัวให้เป็นธรรมชาติเพียงใด ปั้นแต่งคำพูดสวยหรูเพื่อบรรลุวัตถุป
คุณคนโปรดสุดที่ร้าย ตอนที่ 4พบเจอหลายวันต่อมาโรงแรม N ริษาเดินทางมาร่วมงานเลี้ยงขอบคุณสปอนเซอร์ของผู้จัดท่านหนึ่งที่มีโอกาสได้ร่วมงานและเคารพนับถือกันมานาน แขกเหรื่อในงานล้วนแล้วแต่เป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งคนที่อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลัง รวมไปถึงสื่อมวลชนจากหลายช่องข่าว บรรยากาศงานจึงคึกคักผ่อนคลายสถานที่จัดงานเป็นห้องบอลรูมขนาดกลาง โอ่โถงด้วยเพดานสูง ตกแต่งภายในด้วยโทนสีน้ำตาลทองให้ความรู้สึกแสนหรูหรา แขกส่วนใหญ่แต่งกายด้วยชุดสุภาพดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้าวันนี้ริษาอยู่ในชุดเดรสเข้ารูปเน้นสัดส่วนโค้งเว้าอวดโชว์ทรวดทรงน่าประทับใจ เลื่อมปักชุดระยิบระยับเพื่อจุดประสงค์ในการดึงดูดสายตาแขกผู้ร่วมงานและช่างภาพข่าวบันเทิงตามคำแนะนำจากสไตลิสต์ซึ่งสนิทสนมกันนอกจากมาร่วมแสดงความยินดีกับผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ อีกประการก็เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์กับบรรดาสปอนเซอร์ซึ่งได้รับเชิญ หากเป็นเมื่อก่อนหญิงสาวคงไม่ถึงกับต้องหว่านพืชหวังผลให้คนอื่นเมตตาขนาดนี้ ทว่าจากสถานการณ์ปัจจุบันหากมัวนิ่งเฉยรองานคงไม่มีอะไรต่างจากที่เป็น บ่อน้ำไม่เดินไปหาควายฉันใด โอกาสก็ไม่ได้เดินมาหาคนฉันนั้
คุณคนโปรดสุดที่ร้าย ตอนที่ 3สวนทาง หลายชั่วโมงต่อมา คอนโดมิเนียม M กลับถึงคอนโดริษาก็ต่อสายหาต้อยติ่งขอข้อมูลของอดีตคนรักทันที ตลอดช่วงบ่ายจวบจนย่ำค่ำเธอหมดเวลาไปกับการนั่งอยู่ที่หน้าจอโน้ตบุ๊ก หัวคิ้วขมวดผูกแทบตลอดเวลา หันมองนอกหน้าต่างอีกทีก็พบว่าขณะนี้เป็นเวลาดึกแล้ว ร่างบางในสภาพชุดลำลองขนาดพอดีตัวพิงแผ่นหลังเข้ากับพนักเก้าอี้ ก่อนจะถอดแว่นกรอบบางโยนไว้บนโต๊ะในที่สุด ทว่าสายตายังจดจ้องนิ่งกับภาพถ่ายบุคคลบนหน้าเว็บเบราว์เซอร์ โดยปกติแล้วต้อยติ่งจะเป็นคนติดต่อดีลงาน รวมถึงรู้ข้อมูลของผู้ใหญ่ที่ต้องการติดต่อ ริษามีหน้าที่เพียงเข้าไปขอบคุณจึงไม่รู้ลึกถึงรายละเอียดต่าง ๆ แต่ไม่คิดว่าคนที่ตัวเธอเองเป็นฝ่ายขอเข้าพบจะเป็นแฟนเก่าที่เลิกรากันไป แม้ในอดีตภูริจะมีรูปลักษณ์ภายนอกดูดีไม่ต่างจากปัจจุบัน แต่ตอนนั้นฐานะเขาไม่ดีนัก ริษารับรู้มาโดยตลอดว่าอีกฝ่ายทำงานอย่างหนักเลี้ยงตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก ทว่ามาในวันนี้กลับได้เจอเขาในฐานะประธานบริหารกลุ่มบริษัทในเครือ PH GROUP ซึ่งครอบคลุมบริษัทลูกหลายบริษัท ทั้งแบรนด์ผลิตเครื่องกีฬ
คุณคนโปรดสุดที่ร้าย ตอนที่ 2ไม่คาดฝันภูริไม่ได้ตอบรับคำทักทาย เขาก้าวเท้าเดินไปยังด้านหลังของโต๊ะทำงาน ก่อนจะผายมือเชื้อเชิญแขกผู้มาเยือนให้นั่งลงฝั่งตรงข้ามกัน“เชิญครับ”“ค่ะ”ยิ้มของริษายังคงประดับบนใบหน้า ทั้งยังเดินเข้าหาด้วยความมั่นใจ แต่อีกฝ่ายคงไม่รู้เลยว่าภายใต้สีหน้าที่กำลังแสดงออกนั้นเกิดหลากความรู้สึกถาโถมเข้าใส่อย่างจังที่ข้างในการที่ภูริใช้สิทธิ์ผู้ออกทุนสร้างเลือกเธอเป็นหนึ่งในนักแสดงเห็นได้ชัดว่าจะต้องรู้อยู่แก่ใจว่าเธอเป็นฝ่ายนัดขอเข้าพบ เขาไม่มีทีท่าประหลาดใจไม่ใช่เรื่องน่าแปลก ตอนนี้คงมีแค่ริษาที่รู้สึกเหมือนจะบ้าเพียงคนเดียว ตากลมโตได้แต่จับมองตามการเคลื่อนไหวของคนซึ่งไม่ได้พบกันนานหลายปีด้วยความรู้สึกทึ่งระคนประหลาดใจ ร่างโปร่งสูงในชุดสูททางการสีเทาถ่านให้ความรู้สึกถึงบุคลิกเคร่งขรึมจริงจัง ประกอบกับเครื่องหน้าหล่อเหลาซึ่งแสดงสีหน้าเรียบเฉยยิ่งขับให้ภาพลักษณ์นักธุรกิจหนุ่มมองดูภูมิฐานน่ายำเกรงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของเขาเรียกได้ว่าดูดีทุกกระเบียดนิ้ว กายกำยำสูงสง่าอย่างคนสุขภาพดี เสื้อผ้าเรียบกริบไม่มีรอยยับเลยสักย่นบ่งบอกถึงอุปนิสัยเนี้ยบคลีน ไ
คุณคนโปรดสุดที่ร้าย ตอนที่ 1ถังแตกเจ็ดปีต่อมาคอนโดมิเนียม M แต๊ก แต๊ก แต๊ก แต๊ก… RISA. Wow, it tastes great!!@KIMURA Omakase Thonglorโพสต์แล้ว ภาพซูชิหน้าตาดูดีเหมาะสมกับวัตถุดิบคุณภาพดีราคาแพงบนหลังฝ่ามือเรียวสวย ประกอบกับฉากหลังติดขอบเคาน์เตอร์ปรุงอาหารของเชฟผู้รังสรรค์เมนูอาหารอย่างพิถีพิถัน ถูกโพสต์อัปเดตอินสตาแกรมของนักแสดงสาวที่มียอดผู้ติดตามเฉียดล้านในเวลาเดิมของทุกคืนราวกับเป็นกิจวัตรประจำวัน หากเลื่อนนิ้วปัดดูหน้าไทม์ไลน์จะได้เห็นรูปภาพซึ่งล้วนแล้วแต่บ่งบอกถึงไลฟ์สไตล์หรูหรามีอันจะกินของเจ้าของแอ็กเคานต์ สมกับฉายา นางร้ายหน้าสวยบ้านรวย ที่สื่อเคยตั้งให้ ทว่าความเป็นจริงเบื้องหลังม่านฉากสวยหรู คนซึ่งเป็นเจ้าของแอ็กเคานต์กำลังยกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้นซดน้ำซุปทั้งสีหน้าไร้อารมณ์เพียงลำพังที่คอนโดส่วนตัว แม้ภาพที่อัปเดตล่าสุดจะไม่ได้ขโมยมาจากอินเตอร์เน็ต แต่ก็เป็นภาพซึ่งถ่ายเก็บไว้เมื่อหลายเดือนก่อน ไม่ใช่ช่วงเวลาปัจจุบันแต่อย่างใดRrrrrrในระหว่างความสงัดเงียบ สายเรียกเข้าจากสมาร์ตโฟนก็ดังขึ้นดึงสายตาดาราสาวให้หั
คุณคนโปรดสุดที่ร้าย บทนำแม้จะเป็นฤดูร้อนแต่กลางดึกคืนนั้นกลับมีพายุฝนฟ้าคะนอง กระแสลมกระโชกแรงพัดผ่านจนต้นไม้ในซอยหักโค่นขวางทางกลางถนน มีเพียงรถเล็กเท่านั้นที่สามารถสัญจรตัดผ่าน มอเตอร์ไซค์ของ ภูริ เร่งเครื่องแล่นผ่านความมืดท่ามกลางสายฝนด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเวลานี้ชายหนุ่มร้อนใจอย่างถึงที่สุด อย่างไรเขาต้องไปให้ถึงจุดหมายปลายทางก่อนที่ใครต่อใครจะล่วงหน้าไปถึงก่อน ทันทีที่ดับเครื่องยนต์ลงหน้าบ้านสองชั้นหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่สุดซอยตัน ร่างชุ่มโชกเปียกไปทั้งตัวก็หันมองซ้ายขวาด้วยความระแวดระวังก่อนไขกุญแจเข้าสู่ด้านในด้วยความรู้สึกใจคอไม่ดียิ่งกว่าวันไหน ๆ“พี่วิศ!” เสียงร้อนรนตะโกนเรียกหาใครอีกคนซึ่งน่าจะอยู่ที่นี่เพราะมอเตอร์ไซค์อีกคันก็จอดอยู่ที่ด้านนอกเสียงรื้อค้นของในบ้านดังให้ได้ยิน แต่ต้นเสียงไม่ได้มาจากห้องที่คิดว่าพี่ชายจะอยู่ สองเท้าจึงเบี่ยงทิศเดินไปยังอีกห้องแทน และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็นำพาความรู้สึกตื่นตระหนกเข้าครอบครองจิตใจ ห้องหับคุ้นเคยสลัวรางด้วยแสงจากไฟดวงเล็ก ฉายให้ได้เห็นคราบเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วทุกมุมห้อง กลิ่นคาวคละคลุ้งจนต้