Share

บทที่ 36

Penulis: ลิ่วเยว่
สตรีวัยกลางคนผู้นั้นปล่อยพระหัตถ์ของฮ่องเต้ แล้วเดินเข้ามายอบกาย “บ่าวจิ้นหรู เป็นนางข้าหลวงที่ดูแลตำหนักเฉียนคุน ถวายบังคมฮองเฮาเพคะ!”

ดวงตาของหลงจ่านเหยียนมองไปยังคนที่อยู่บนเตียง ดวงหน้าเหี่ยวย่น ดวงตาดำคล้ำ ริมฝีปากขาวสีไร้สี ปากลอกเป็นแผ่น ที่มุมปากเปรอะฟองน้ำลายเล็กน้อย หลงเหลือเพียงแค่โครงคิ้วและตาเท่านั้นที่ยังพอมองเห็นถึงความสง่างามในวันวาน

คนผู้นี้คงจะเป็นฮ่องเต้เฒ่าผู้นั้นกระมัง? หลงจ่านเหยียนคิดในใจ แม้จากอายุของนางแล้วการที่จะเรียกคนผู้หนึ่งว่าฮ่องเต้ผู้เฒ่านั้น ก็ดูจะไม่ค่อยมั่นใจเท่าไรนัก

นางเองก็หน้าแดงเล็กน้อย ทว่า สตรีตระกูลหลงพอมีอายุตั้งแต่ยี่สิบห้าปีขึ้นไป ใบหน้าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ดังนั้นนางจึงหลอกตนเองและผู้อื่นว่าปีนี้ตนเองมีอายุสิบหกปี

กูกูผู้ดูแลที่ชื่อจิ้นหรูผู้นั้นกล่าว “ฮองเฮาทรงอย่างกลัวไปเพคะ ฝ่าบาทเพียงแค่หลับไปเท่านั้น คืนนี้ฮองเฮาทรงประทับอยู่ข้างพระวรกายของฝ่าบาทเถิดเพคะ!”

หลงจ่านเหยียนอืม “พวกเจ้าออกไปเถิด!”

นัยน์ตาของจิ้นหรูเปี่ยมล้นไปด้วยความสงสาร นางกล่าวว่า “ฮองเฮา ตามธรรมเนียนมแล้ว บ่าวจะต้องอยู่ปรนนิบัติอยู่ที่นี่เพคะ!”

นางมองไปร
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terkait

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 37

    นางตกตะลึงพรึงเพริด คิดอยากพุ่งเข้าไปดูให้เห็นกับตา ทว่าทันใดนั้นนางพลันรู้สึกว่าแสงสว่างสีเหลืองกลางท้องนภากำลังเลื่อนลอยลงมาปกคลุมเป็นวง แสงสว่างนั้นมัดมือมัดเท้าของนางไว้ราวกับเชือก แขนขาทั้งสี่ของนางพลันไร้ความรู้สึก สติก็เริ่มพร่าเลือน เงาเลือนรางแลคร่ำคร่าปรากฏขึ้นด้านหน้า เกิดเสียงดังหึ่ง ๆ อยู่ในหู นางยกมือขึ้นมือปิดใบหูทั้งสองข้างตามสัญชาตญาณ แต่ปิดกั้นได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แล้วทันใดนั้นภาพเบื้องหน้าพลันดำมืดไป...หลงจ่านเหยียนพอใจยิ่งที่เห็นจิ้นหรูกูกูกับนางกำนัลทั้งหลายล้มพับไปบนพื้น นางคืออวตารแห่งความรักแลความงาม ไม่เป็นฝ่ายทำร้ายผู้ใดก่อน ดังนั้น พวกจิ้นหรูกูกูจึงได้แต่หลับฝันดีเท่านั้นหลงจ่านเหยียนค่อย ๆ นั่งลงข้างกายฮ่องเต้ สำรวจใบหน้าของเขาที่ป่วยไข้จนไร้ทางเยียวยา เวลาชีวิตของเขาเหลือไม่มากแล้วจริง รอยยับย่นบริเวณหางตามีรอเขียวคล้ำจาง ๆ นางประคองมือของเขาขึ้นมา เส้นชีวิตกลางฝ่ามือของเขาดำเนินมาถึงปลายทางแล้วบงกชดอกหนึ่งผุดออกมาจากหว่างคิ้วของหลงจ่านเหยียน มันค่อย ๆ ประทับลงบนหัวใจของฮ่องเต้แคว้นต้าโจวคนบนเตียงผู้นั้นขยับคิ้วเล็กน้อย แล้วลืมตาโพลงขึ้นมาในฉับพ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 38

    “เจ้าอายุเท่าใด?” ฮ่องเต้มองนางด้วยสายตาเย็นเยียบ ส่งเสียงฮึดฮัดออกทางจมูกดูแคลนคำพูดของนางหลงจ่านเหยียนถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง “นับตั้งแต่ที่หม่อมฉันผู้สูงวัยมีอายุได้สามร้อยห้าสิบปี ก็มิจดจำอายุของตนเองแล้วเพคะ ด้วยกลัวมันทำให้รู้สึกสลดใจ”“เจ้าคงรู้ว่าโทษฐานหลอกลวงเบื้องสูงมีจุดจบเช่นไรใช่ไหม?” ฮ่องเต้หรี่ตาจับจ้องนาง ความเดือดดาลบ้าคลั่งแผ่ซ่านอยู่ในดวงตาของเขาหลงจ่านเหยียนทอดถอนใจด้วยความปลงอนิจจัง มนุษย์ล้วนไม่ชอบฟังความจริงมาแต่ไหนแต่ไร กระทั่งฮ่องเต้ก็เป็นเฉกเช่นเดียวกัน อีกอย่าง หากเขาเชื่อว่าหญิงสาวที่มองดูแล้วมีอายุเพียงสิบหกปีซึ่งอยู่ตรงหน้านี้มีอายุมากกว่าเขา ก็ถือว่าเป็นการทำให้เขาขายหน้าอย่างแท้จริงแล้วนางทำได้เพียงเตือนสติเขาเท่านั้น “ฝ่าบาท หากหม่อมฉันผู้สูงวัยทำให้เพราะองค์ฟื้นขึ้นมาได้ แน่นอนว่าสามารถให้พระองค์หลับใหลไม่ฟื้นตื่นชั่วกาลได้เช่นกัน ฝ่าบาททรงเอาแต่จับผิดเรื่องอายุของหม่อมฉันผู้สูงวัยเช่นนี้ เกรงว่าอาจเป็นการเนรคุณต่อเจตนาดีที่หม่อมฉันผู้สูงวัยทำให้พระองค์ฟื้นคืนสตินะเพคะ” เขาเอาแต่จับจ้องนางไม่ยอมพูดจาใด ๆ อีกครั้งหลงจ่านเหยียนทำได้เพียงมองเขา

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 39

    หลงจ่านเหยียนหัวเราะ “ฝ่าบาท เรื่องราวบนโลกใบนี้นั้นมีเหตุจึงมีผล วันนี้ตระกูลถงครองตนเป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียว ล้วนเป็นพระองค์ที่ทำขึ้นมาด้วยมือของพระองค์เอง ตระกูลถงเป็นนายของแคว้นต้าโจวไปกว่าครึ่งแล้ว ต่อให้ยามนี้ปลดรัชทายาท แล้วจะมีประโยชน์อันใดเพคะ?” อีกอย่าง ตระกูลถงจะยอมให้เขาปลดรัชทายาทลงง่าย ๆ ได้อย่างไร?จากข่าวที่นางรู้มา ฮองเฮาที่ฮ่องเต้ไว้พระทัยเป็นอย่างยิ่งก็คือถงกุ้ยเฟยในยามนี้ นางให้กำเนิดพระโอรสและพระธิดาอย่างละหนึ่งพระองค์ พระโอรสถูกแต่งตั้งให้เป็นรัชทายาท ส่วนพระธิดาทรงได้รับการพระราชทานให้เป็นองค์หญิงเจิ้นกั๋วอาหญิงของถงกุ้ยเฟยก็คือองค์ไทเฮาองค์ปัจจุบัน เป็นพระมารดาแท้ ๆ ของฮ่องเต้ ถงไท่ซือประจำราชสำนักคือบิดาของถงกุ้ยเฟย พี่ชายน้องชายหลายคนของถงกุ้ยเฟยเองก็ดำรงตำแหน่งสำคัญอยู่ในราชสำนัก เพียงแค่มีสายสัมพันธ์ทางเครือญาติกับตระกูลถง ทุกคนล้วนได้รับการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งขึ้นมา กระทั่งหมูหมาหรือสัตว์เลี้ยงของตระกูลถงล้วนน่าเกรงขามกว่าคนที่อยู่ข้าง ๆ นี้เสียอีกแม้ว่าฮ่องเต้จะมิใช่คนโง่เขลา ทว่าก็ถูกหลอกลวงมาตลอด หลงเข้าใจว่าตระกูลถงนั้นจงรักภักดีต่อชาติบ้านเมื

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 40

    สีหน้าของฮ่องเต้แปรเปลี่ยนในฉับพลันทันใด “มีคำอธิบายเพียงแค่นี้?”หลงจ่านเหยียนพยายามอธิบายอย่างเต็มที่ “ยังมีอีกคำกล่าวหนึ่ง ฝ่าบาทเคยเห็นหนอนจิ้นฉานเพคะ? หนอนจิ้นฉานคือหนอนพิษที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในใต้หล้านี้ หากใช้ขวดใบหนึ่งใส่สิ่งมีชีวิตที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลกนี้ ทั้งหนอนพิษ ตะขาบพิษ รวมถึงพิษทั้งหลายที่ผ่าบาททรงนึกถึง ล้วนไม่มีพิษไหนที่ร้ายแรงได้ถึงหนึ่งในหมื่นของหนอนจิ้นฉานเลย หากในแคว้นแคว้นหนึ่ง มีหนอนพิษบรรจุอยู่มากมายเช่นนี้ ผลที่ตามมาจะเป็นเช่นไร มิต้องให้หม่อมฉันพูด ฝ่าบาทก็น่าจะนึกออกนะเพคะ!”ฮ่องเต้ร่างกายซวนเซไปเล็กน้อย ความผิดหวังแผ่ซ่านอยู่เต็มดวงหน้าขาวซีดเขารู้ดีว่าสิ่งที่หลงจ่านเหยียนพูดออกมาทั้งหมดนั้นล้วนเป็นความจริง หนอนที่มีพิษร้ายเหล่านั้นก็คือตระกูลถง พวกเขาค่อย ๆ กลืนกินแคว้นต้าโจวทีละน้อย กระทั่งผลัดเปลี่ยนราชวงศ์ เปลี่ยนเจ้าของแผ่นดินรัชทายาทคือหุ่นเชิดของพวกเขา แม้ว่าองค์รัชทายาทจะมีความสามารถอยู่บ้าง ทว่าท้ายที่สุดแล้วก็ไร้ซึ่งโอกาสก้าวหน้า วันข้างหน้าหลังจากได้ดูแลราชกิจด้วยตนเองแล้ว คงเลี่ยงที่จะไม่พึ่งพาตระกูลถงไม่ได้ วันเวลาที่ตระกูลถงจะควบคุ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 41  

    ฮ่องเต้ตรัส “เจ้าช่างให้คำแนะนำที่ดีมากกับเรา เพียงแต่ เราจำเป็นต้องรู้ว่าเจ้าเป็นเทพเจ้าจากแห่งหนใด เจ้ามิใช่บุตรีของหลงฉางเทียนเด็ดขาด” หลงจ่านเหยียนรู้ดีว่าการมีข้อสงสัยในใจแต่มิได้รับการคลี่คลายนั้นเป็นเรื่องที่น่าทรมานเพียงใด ก็เหมือนกับการที่นางติดตามอ่านนิยายสืบสวนเรื่องหนึ่ง ทว่านักเขียนกลับทิ้งเรื่องไปกะทันหัน และปล่อยให้กลายเป็นหลุมใหญ่ยักษ์หมื่นปี นางคิดว่านี่เป็นเรื่องที่โหดร้ายอย่างยิ่งเรื่องหนึ่ง ดังนั้นนางจึงได้แต่อธิบายออกไปว่า “ความจริงหม่อมฉันมิใช่บุตรีของหลงฉางเทียนเพคะ ทว่านามว่าหลงจ่านเหยียนนี้ หาใช่เรื่องโป้ปดมดเท็จ หม่อมฉันเป็นผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรเพคะ” วิธีการพูดเช่นนี้ นางรู้สึกไม่เหมาะสมเท่าใดนัก ทว่าคำอธิบายเช่นนี้กลับทำให้คนฟังเข้าใจได้ง่ายที่สุดแล้ว ถึงอย่างไรจะให้บอกเขาว่านางคือผู้ควบคุมกฎของสามโลกผู้ซึ่งเกิดจากดวงจิตของมหาเทพผานกู่ก็คงไม่ได้กระมัง? เดาว่าต่อให้บอกไป เขาก็คงไม่ทราบว่าคืออะไร ฮ่องเต้มองนางอย่างเงียบเชียบอยู่ครู่หนึ่ง ค่อยเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ “อายุยังเยาว์วัยก็เป็นผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรแล้วหรือ? อย่างไรก็ดี เราจะลองเชื่อเจ้าสักครั้ง” 

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 42  

    ขณะที่หมอหลวงกำลังวินิจฉัยชีพจร ก็มีเด็กชายบุคลิกสง่าผ่าเผยอีกหลายคนรีบร้อนเข้ามาจากนอกตำหนัก…เอ่อ อาจจะเป็นหนุ่มแล้วก็ได้กระมัง เพียงแต่ ในสายตาของหลงจ่านเหยียน ไม่ว่าผู้ใดล้วนเป็นเด็กน้อยสำหรับนางทั้งสิ้น หนึ่งในคนกลุ่มนั้นดูจะโดดเด่นออกมาจากทุกคน เขาสวมชุดคลุมยาวผ้าแพรสีขาวทั้งตัว ศีรษะสวมกวานทองคำ ดวงหน้าหล่อเหลาดุจหยก แววตาเป็นประกายดุจดวงดาราคิ้วหนาคมเข้ม งดงามยิ่งนัก นัยน์ตาของเขาดูคล้ายฮ่องเต้ คิดดูแล้ว บุคคลผู้นี้ต่อให้มิใช่องค์รัชทายาท ก็ต้องเป็นพระโอรสของฮ่องเต้แน่ ส่วนเด็กหนุ่มคนอื่นอีกสามคน วัยน่าจะไล่เลี่ยกับเขา คิ้วคางเครื่องหน้าดูคล้ายคลึงกัน เดาว่าต้องเป็นพี่น้องกัน จริงดังคาด ข้าหลวงทยอยงอเข่าลงทำความเคารพ “ถวายบังคมองค์รัชทายาท คารวะองค์ชายทุกพระองค์” รัชทายาทสืบเท้าสวบ ๆ ไปถึงเบื้องพระพักตร์ฝ่าบาท มิได้เอ่ยวาจาทว่าน้ำตาไหลพรากออกมาก่อน และเอ่ยอย่างซาบซึ้งตื้นตันเป็นที่สุด “เสด็จพ่อ ท่านฟื้นแล้ว ลูกกลุ้มใจแทบแย่พ่ะย่ะค่ะ!” อีกสามคนที่เหลือ ก็ทยอยกันคุกเข่าลงตามเขา ทว่าไม่มีน้ำตา ได้แต่ก้มศีรษะพลางเอ่ยปากเปล่งคำพูดปีติยินดีออกมาเท่านั้น ฮ่องเต้ที่กำลังถูกห

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 43  

    พระพักตร์ฝ่าบาทผ่อนคลายลงแล้ว ก่อนจะแย้มพระโอษฐ์เล็กน้อยและตรัสว่า “เรารู้มาตลอดว่าท่านราชครูเป็นบุคคลมีความสามารถ เสด็จแม่โปรดอย่าดูแคลนพิธีสมรสเพื่อขจัดเคราะห์ภัยนี้เลย เกรงว่าเบื้องหลังคงผลาญพลังของท่านราชครูไปไม่น้อย” “แน่นอนเพคะ!” ไทเฮาค่อยลอบถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ขณะที่ไทเฮากำลังตรัส ถงกุ้ยเฟยเอาแต่ก้มศีรษะอยู่ตลอด กระทั่งไทเฮาตรัสจบ นางค่อยสืบเท้าไปด้านหน้าและคุกเข่าลง น้ำตาคลอเบ้า พลางเอ่ยอย่างสะอึกสะอื้นว่า “หม่อมฉันบริหารดูแลวังหลังเอื่อยเฉื่อยเชื่องช้า ฝ่าบาทได้โปรดลงทัณฑ์!” ฝ่าบาททรงถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา “เราหรือจะไม่รู้จักเจ้า? เจ้าเป็นคนขี้ขลาดมาตลอด ยิ่งมีนิสัยอ่อนโยนมีเมตตาเช่นนั้นด้วยแล้ว ไหนเลยจะฝืนใจลงทัณฑ์เจ้าได้? เดิมทีเราก็คิดว่าชะตาเราคงถึงฆาตแล้ว จึงกลัวว่าด้วยนิสัยของเจ้า อาจจะถูกข่มเหงรังแกจากในวังหลังแห่งนี้ จึงมีราชโองการสั่งให้ฮองเฮาอย่างเจ้าตามเราไปสู่แดนสุขาวดี คิดดูแล้ว ราชโองการนี้คงทำให้เจ้าตกใจแย่แล้วกระมัง?” ถงกุ้ยเฟยร่ำไห้พลางเอ่ย “ฝ่าบาทและหม่อมฉันครองคู่กันเป็นสามีภรรยามานานหลายปี ย่อมสมควรร่วมเรียงเคียงหมอน และตายเคียงข้างกันเพคะ รา

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 44  

    หลงจ่านเหยียน “ไม่ระวัง” จนบังเอิญเห็นว่าไทเฮาและถงกุ้ยเฟยเองก็มีสีหน้าดูแคลนนางเช่นกัน แววตาเช่นนี้ ทำให้หลงจ่านเหยียนรู้สึกว่าพวกนางกำลังมองอุจจาระสุนัขกองหนึ่งอย่างไรอย่างนั้น และนาง ก็คืออุจจาระสุนัขกองนั้นที่ทำให้ผู้คนรังเกียจขยะแขยง ไทเฮารีบเก็บซ่อนความดูถูกเหยียดหยามนั้นไว้ และตรัสกับจิ้นหรูกูกูด้วยความห่วงใยว่า “ฮองเฮาคงเหนื่อยล้า รีบพยุงไปนั่งพักบนตั่งเร็วเข้าเถิด!” จิ้นหรูกูกูรับคำสั่ง ก็พยุงหลงจ่านเหยียนที่ขาอ่อนแรงไปพักบนตั่งราวกับเป็นสุนัขรับใช้ ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “ฮองเฮาคงหิวแล้วกระมัง? บ่าวจะไปสั่งให้คนไปเตรียมพระกระยาหารมาสักหน่อย ให้ฮองเฮาร่วมเสวยกับฝ่าบาทนะเพคะ!” หลงจ่านเหยียนซึ้งใจยิ่งนัก อะไรคือคนดีอย่างนั้นหรือ? คนดีก็คือผู้ที่มอบถ่านให้ในยามหิมะตก ผู้ที่มอบอาหารให้ในยามหิวโหยนั่นแหละเรียกว่าคนดี ขออวยพรให้คนดีมีความสุขสงบไปตลอดชีวิต หากฮ่องเต้จะร่วมเสวยพระกระยาหารพร้อมกับฮองเฮา แน่นอนว่าจำเป็นต้องชำระล้างสถานที่ให้สะอาดเสียก่อน ยิ่งไปกว่านั้นหลงจ่านเหยียนเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ต้องการปลีกตัวออกไปจากที่แห่งนี้โดยเร่งด่วนเช่นกัน เพื่อจะได้หา

Bab terbaru

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 196

    จ่านเหยียนมาเรียกพระอาจารย์เป่ากวงแต่เช้าตรู่ เพื่อมอบวิญญาณสัมภเวสีที่เก็บมาเมื่อคืนให้เขา แล้วให้เขาสวดมนต์ส่งไปเกิดพระอาจารย์เป่ากวงอมยิ้มแล้วกล่าว “ท่านเซียนใจกว้างมีเมตตา อาตมาขอบคุณท่านเซียนแทนพวกเขาด้วย”จ่านเหยียนโบกมือ กระดากเล็กน้อย “รับคำว่าใจกว้างมีเมตตาไม่ได้จริง ๆ หลวงจีนน้อย เจ้าสวดมนต์ส่งพวกเขาไปเกิดด้วยแล้วกัน บุญนี้เป็นของเจ้า อย่าได้จดอยู่บนตัวข้าผู้ชรา”“อาตมามิกล้ารับความชอบ เป็นหน้าที่อยู่แล้ว” พระอาจารย์เป่ากวงเอ่ยจ่านเหยียนมองเขาแล้วนึกถึงตอนที่อยู่ในยุคปัจจุบัน เคยได้ยินผู้บำเพ็ญเพียรกล่าว ผู้บำเพ็ญเพียรหรือผู้ออกบวชมิควรถามไถ่เรื่องทางโลก บำเพ็ญเพียรอย่างเดียวก็พอ ตอนนั้นนางฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจมาก พระพุทธองค์ทรงมีเมตตา โปรดสรรพชีวิต หรือว่าแค่พูดแต่ปาก?แต่... พระอาจารย์เป่ากวงมอบการอธิบายใหม่หมดกับนาง นางพึงพอใจมาก“หลวงจีนน้อย ได้ยินว่าผู้ออกบวชไม่สนใจเรื่องทางโลก มีเพียงการบำเพ็ญภาวนาจึงจะขายความสามารถในตัวกับครอบครัวจักรพรรดิได้ เหตุใดเจ้าจึงเข้าทางโลกยุ่งเรื่องกิเลสบนโลก?” จ่านเหยียนอดถามไม่ได้พระอาจารย์เป่ากวงยิ้มน้อย ๆ “อาตมาจำได้ว่าท่านเซีย

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 195

    “นอน!” จ่านเหยียนถอดรองเท้าขึ้นเตียงแล้วคลุมโปงอาเสอก็เปิดประตูกลับห้องเช่นกัน นางเดินเท้าตลอดทาง ใบหน้าจึงแดงแจ๋ หัวใจเต้นตึกตัก ๆในหัวคิดถึงเมื่อครู่ตอนที่ไปหาคุณชายหวัง ดื่มกับเขาสองจอกก็เริ่มเมาแล้ว ทั้งยังลากนางไปสุขาด้วยกันอีกมนุษย์กับงูมีความแตกต่างกันมากนะ อาเสอคิดอย่างมึนเมา ใบหน้าแดงซ่านขึ้นมานางนอนพลิกตัวกระสับกระส่ายไม่หลับ ในหัวมักคิดถึงภาพในคืนนี้ผ่านไปครึ่งชั่วยาม นางจึงเข้าห้องของจ่านเหยียนและมุดขึ้นเตียง ก่อนจะเขย่าจ่านเหยียนให้ตื่น “คุณหนูใหญ่ ข้าอยากถามท่านหนึ่งเรื่อง!”จ่านเหยียนเตะขาออกไปแล้วพูดแบบงัวเงีย “ไสหัวไป!”อาเสอกลิ้งตัวลงมาจากเตียงดังตุบ จากนั้นก็ปีนขึ้นเตียงอีกแบบไม่ตายใจ “เฮ้อ ข้าเจอเรื่องใหญ่แล้ว ท่านต้องช่วยข้านะ”“พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน!” จ่านเหยียนหงุดหงิดสุดเหวี่ยง เพิ่งจะหลับก็ทำจนนางตื่นอีก คืนนี้ไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนกันแล้ว“ไม่นะ ข้าจะพูดตอนนี้ ไม่อย่างนั้นข้านอนไม่หลับ” อาเสอกล่าวอย่างดื้อดึง“เจ้าไปเจอพระใหญ่อะไร?” จ่านเหยียนลุกพรวดขึ้นมาตะคอกใส่นาง“ไม่ใช่พระใหญ่ เรื่องใหญ่ต่างหาก!” อาเสอแก้ไขให้ถูกต้องอย่างจริงจัง“เรื่องใหญ่?

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 194

    มู่หรงฉิงเทียนถามอีก “เคยเข้าวังหรือไม่?”จ่านเหยียนส่ายหน้า “มิเคยมีโอกาสนี้พ่ะย่ะค่ะ”“เอาไว้ข้าจะพาเจ้าเข้าวังไปเข้าเฝ้าหมู่โฮ่วฮองไทเฮาสักหน่อย พวกเจ้าสองคนเหมือนกันมาก”จ่านเหยียนเริ่มฉุน “ท่านอ๋องหมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ? จะบอกว่ากระหม่อมหน้าตาเหมือนอิสตรีหรือ?” นางมีลูกกระเดือกนะ เขาไม่เห็นหรือ? ตาบอด? เฮ้อ โลภในความงามไม่ได้จริง ๆ รู้แต่แรกก็ทำหน้ากากหนังมนุษย์สักแผ่นแล้วเพียงแต่หน้ากากหนังมนุษย์ถ่ายเทอากาศไม่ดี ใส่เป็นเวลานานจะไม่ดีต่อผิวมู่หรงฉิงเทียนตอบอย่างสัตย์จริง “ถูกต้อง!”จ่านเหยียนมองเขาอยู่นิ่ง ๆ เหตุใดเขายังยอมรับอีก? จะไว้หน้านางบ้างได้หรือไม่? แล้วนี่จะให้นางต่ออย่างไร?จ่านเหยียนทิ้งไหล่ทั้งสองข้าง “ช่างเถอะ ท่านคือท่านอ๋อง กระหม่อมไม่โต้เถียงกับท่านแล้ว”มู่หรงฉิงเทียนรินน้ำชาให้ตัวเองถ้วยหนึ่ง จ้องนางอยู่นาน คล้ายมีถ้อยคำจะพูดกับนาง แต่สุดท้ายกลับบอกว่า “เจ้าไปได้แล้ว”จ่านเหยียนอัดอั้นตันใจเล็กน้อย รู้สึกว่าวันนี้ถูกแกล้งนางหมุนตัวก็เดินออกไป ก่อนจะสะบัดประตูแรง ๆหลังจากที่นางออกไป ใบหน้าของมู่หรงฉิงเทียนเปลี่ยนเป็นเข้มขรึมฉับพลันผ่านไปนานจ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 193

    “ถามได้มาจากคนรับใช้น่ะ เป็นชาใหม่ของปีนี้ เห็นว่าวันนี้เพิ่งส่งมาถึงจวน เรามาลองชิมกันเถอะพ่ะย่ะค่ะ” จ่านเหยียนตอบ“อื่ม!” มู่หรงฉิงเทียนไม่ได้สะบัดหน้าใส่นางอย่างอัศจรรย์ มองการกระทำของนางอย่างอารมณ์ดี“นี่คือชาใหม่ ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำที่ร้อนเกินไป ประมาณเก้าสิบองศาก็พอ หรือก็คือไม่ได้เดือดปุด ๆ ท่านดูนะ แช่ลงไป ใบชาจะค่อย ๆ คลี่ตัวออก งดงามแค่ไหน? น้ำชาใสวาว กลิ่นหอมของชาปะทะจมูก ได้กลิ่นหรือไม่? นี่คือชาน้ำแรก ต้องเททิ้งนะ เพราะชา...”จ่านเหยียนสาธยายยาวเหยียด โอ้อวดความรู้เรื่องน้ำชาของนาง ในที่สุดก็ได้ใช้ฝีมือจากยุคปัจจุบันสักทีนางยื่นน้ำชาให้เขา “ดมกลิ่นความหอมของชาก่อน จากนั้นก็จิบคำเล็ก ๆ ให้น้ำชาอยู่ที่ลิ้น...”เขารับน้ำชามาแล้วจรดดื่มหมดในคราวเดียว “อึก” ตามด้วยปรายตามองนาง จ่านเหยียนพูดไม่ออกกับท่าทางวัวเคี้ยวดอกโบตั๋นของเขาพรรค์นี้มาก แต่ก็ว่าอะไรไม่ได้ จึงได้แต่เอ่ย “อื่ม หากท่านกระหายก็ดื่มเช่นนี้ได้เหมือนกัน”มู่หรงฉิงเทียนยื่นถ้วยให้นางแล้วกวักมือ “มานี่!”จ่านเหยียนรับถ้วยมา เติมแล้วยื่นให้เขาอีกเขากลับไม่รับ แต่จ้องนางเขม็ง เขาเอื้อมมือมาลูบคอของนางเบา ๆ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 192

    “ข้ากระหายแล้ว!” เขาเอ่ยเรียบแบบเมินความประหลาดใจบนใบหน้าของนางนางเลิกคิ้วแล้วแสยะยิ้ม “ดังนั้น?”“ไปชงน้ำชามา!” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่ราวกับสั่งบ่าวไพร่คนหนึ่งอย่างไรอย่างนั้นเวรเอ๊ย! นางหลงจ่านเหยียนชาตินี้เคยปรนนิบัติใครบ้าง? เขานึกว่าตัวเองเป็นใคร?ทว่าไม่นานความกรุ่นโกรธของนางก็มลายหายไปด้วยคำพูดต่อมาของเขาเขามองดูนางอย่างสงบ “ข้าเห็นนิ้วมือของเจ้างดงามมาก คาดว่าต้องเป็นมือดีในการชงน้ำชา ข้าอยากลองชิมฝีมือของเจ้าหน่อย”ถ้อยคำนี้ถือว่าสอพลอได้ตรงจุด เมื่อก่อนส่วนที่หลงจ่านเหยียนภาคภูมิใจที่สุดก็คือมือทั้งคู่ของตัวเอง เรียวยาวขาวเนียน ปราศจากตำหนิ มือของนักเปียโนยังไม่งดงามเท่านางเลยที่สำคัญที่สุดคือ ศิลปะการชงน้ำชาของนางยอดเยี่ยมจริง ๆ ไม่ได้แสดงฝีมือนานแล้ว ครั้นวันนี้พูดถึงจึงชักคันไม้คันมือ “ท่านอ๋องอย่าพูดไป อย่างอื่นกระหม่อมทำไม่เป็น แต่เรื่องชงน้ำชากระหม่อมนี่แหละมืออาชีพ ท่านโปรดรอสักเดี๋ยว กระหม่อมจะไปเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ”จังหวะที่ประตูเปิดออก ฮุ่ยอวิ่นเดินพรวดพราดเข้ามาด้วยความร้อนรนทันที ครั้นเห็นมู่หรงฉิงเทียนนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างสงบจึงโล่งอก หัน

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 191

    จ่านเหยียนเห็นดวงตาทั้งคู่ของเขาเป็นสีแดงเพลิง สีหน้าคลุ้มคลั่ง หัวใจพลันหนักอึ้ง สถานการณ์เช่นนี้มีความเป็นไปได้เพียงสองอย่าง หนึ่ง ไอหยินแว้งกัด สอง ธาตุไฟเข้าแทรกจ่านเหยียนฉุดแขนของเขาแล้วลากมาด้านหน้าตนแบบแทบจะไม่ใช้สมองคิด แต่ทันใดนั้นนางก็ได้รู้ว่าตัวเองทำผิดไปแล้ว เพราะไม่สามารถใช้แข็งปะทะแข็งกับการต่อกรกับคนที่ถูกไอหยินแว้งกัดหรือธาตุไฟเข้าแทรกได้เขากางกรงเล็บทั้งห้าแล้วตะครุบมาทางลำคออย่างรวดเร็ว จ่านเหยียนเอนตัวไปด้านหลังพร้อมฉุดเขาลงกับพื้นด้วยเขาทับอยู่บนตัวนางอย่างจัง ดวงตาทั้งคู่แดงประหนึ่งอัคคี เจือความดุร้ายและไอมารเช่นธาตุไฟเข้าแทรก มิหนำซ้ำยังมีสีสันแห่งความทรมานที่มิอาจมองข้ามไม่นานจ่านเหยียนก็วินิจฉัยว่าเขาถูกไอหยินแว้งกัด สถานการณ์เช่นนี้จะทำให้เลือดทั้งสรรพางค์กายตีกลับ เจ็บปวดทุกรูขุมขนยากจะทานทนมิน่าเขาถึงมีบาดแผลที่ศีรษะและใบหน้า คาดว่าเมื่อครู่คงทำร้ายตัวเองในตอนที่ทรมานจนทนไม่ไหวจ่านเหยียนพลันรู้สึกสงสารเล็กน้อย จังหวะที่เขาบีบคอนาง หว่างคิ้วของนางก็ปรากฏดอกบัวส่องแสงเป็นประกายดอกบัวเปล่งแสงหมายถึงความการุญและการช่วยเหลือรักษา ส่วนตัวอักขระสวัสต

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 190

    อาเสอกลับมาตอนครึ่งคืน หน้าตามอมแมมราวกับมุดออกมาจากเตาไฟที่ไหนนางเขย่าตัวจ่านเหยียนให้ตื่น แล้วยื่นหยกเฝ่ยชุ่ยอมเขียวก้อนหนึ่งให้นาง “เอาไป”ครั้นจ่านเหยียนเห็นก้อนหยกก็เอ่ยด้วยความดีใจ “เจ้าเอาหยกเฝ่ยชุ่ย”“ขโมยมาจากทางคุณชายหวัง ไม่ทันระวังถูกท่านเทพเฝ้าประตูเห็นเข้า ไม่อยากให้เป็นเรื่องจึงได้แต่มุดเตาไฟมา” อาเสอกล่าวอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ“คุณชายหวัง?” จ่านเหยียนอึ้ง ดูเหมือนว่านางมีนัดดื่มสุรากับคุณชายหวังคืนนี้นี่ ลืมไปเสียสนิทเลย“คุณชายหวังยังไม่นอน อยู่ที่ลานเรือนไม่รู้ว่ารอใครสิน่า...” นางหยุดครู่หนึ่งแล้วจึงเบิกตาโพลงมองจ่านเหยียน “คงไม่ได้รอท่านอยู่กระมัง?”จ่านเหยียนหัวเราะแหะ ๆ “น่าจะใช่”อาเสอมองนางอย่างเวทนา “ท่านตายแน่แล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะให้ความสำคัญกับการนัดหมายกับท่านด้วยสิ”จ่านเหยียนจุกอก “เจ้าว่าตอนนี้เขายังรออยู่หรือไม่?”“ตอนข้ามาเขายังรออยู่นะ ไม่รู้ว่าส่งคนไปตามท่านที่จวนเราหรือไม่ เขาคงคิดไม่ถึงว่าพวกเราจะถูกรั้งตัวให้ค้างคืนอยู่ที่จวนอ๋องกระมัง?” อาเสอเอ่ยจ่านเหยียนลุกขึ้นยืนใส่รองเท้า “น่าสงสารจริง ๆ ดึกดื่นเที่ยงคืนเช่นนี้ยังรอข้าอยู่ ข้าต้องไปดื

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 189

    จ่านเหยียนลืมตาขึ้น แล้วกอบใบหน้าของอาเสอพิจารณาอย่างละเอียด ก่อนจะเอ่ย “เจ้ามีอะไรน่ามอง?”อาเสอตอบอย่างขัดเขิน “ท่านไม่คิดว่าข้าน่ามองหรือ?”“มีตา มีจมูก มีปาก หากจะพูดกันจริง ๆ ก็ไม่แย่ แต่... ตอนนี้เจ้าแต่งตัวเป็นบุรุษ” จ่านเหยียนทำลายความฝันของหญิงสาวอาเสอกระซิบ “ข้าได้ยินมาว่าเซ่อเจิ้งอ๋องกับคุณชายฮุ่ยอวิ่นคือเพื่อนร่วมอุดมการณ์ พวกเขาคือเพื่อนชายที่ดีตลอดชีวิต”“เจ้าเนี่ย ดูนิยายวายมากไปแล้ว ข้ามั่นใจได้เลยนะ ฮุ่ยอวิ่นเป็นชายแท้+” จ่านเหยียนไล่นาง “เร็ว ออกไปหาหินหยกเฝ่ยชุ่ยให้ข้า”อาเสอเดินไปถึงหน้าคันฉ่องแล้วมองทีหนึ่งอย่างไม่สมัครใจ ตามด้วยแค่นเสียงเชอะ “ข้างามพริ้มเพราจะตาย อย่างน้อยต่อให้อยู่ในคราบบุรุษก็ปกปิดบุคลิกและเสน่ห์ของข้าไม่ได้”“กลิ่นคาวงูด้วย!” เสียงอู้อี้ดังมาจากในผ้าห่ม โทษอาเสอไม่ได้จริง ๆ ได้แต่โทษฤดูใบไม้ผลิที่ทำให้อาเสอเกิดอารมณ์วสันต์“ไม่พูดกับท่านแล้ว!” อาเสอแค่นเสียงแล้วกลายร่างเป็นควันกลุ่มหนึ่งจ่านเหยียนชะโงกศีรษะออกมาจากผ้าห่ม ไม่รู้เพราะเหตุใด กลับนอนไม่หลับเสียอย่างนั้น?นางลุกขึ้นมาใส่เสื้อผ้าแล้วเดินออกไปลานเรือนครั้นสาวใช้ทั้งสองเห็

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 188

    “ต้องใช้เวลานานเท่าใด?” พระอาจารย์เป่ากวงถามจ่านเหยียนคำนวณพักหนึ่ง วันนี้วันที่หก แกะสลักวิญญาณมังกรต้องใช้เวลาสองวัน แล้วค่อยให้วิญญาณมังกรดูดซับพลังวิญญาณฟ้าดินและแสงแห่งสุริยันจันทรา ส่วนแสงแห่งสุริยันจันทราจำเป็นต้องดูดซับในคืนพระจันทร์เต็มดวง ดังนั้น เร็วที่สุดก็ต้องหลังวันที่สิบห้านางเอ่ย “ให้เวลาข้าสิบวัน”“จริงหรือ?!” ฮุ่ยอวิ่นไม่ค่อยจะเชื่อ “คุณชายรู้ที่อยู่ของวิญญาณมังกรอีกชิ้นหรือ?”จ่านเหยียนผงกศีรษะ “ข้ารู้”“อยู่ที่ใด?” ฮุ่ยอวิ่นถามด้วยความยินดีพระอาจารย์เป่ากวงยื่นมือมากดฮุ่ยอวิ่นเล็กน้อย “คุณชายฮุ่ยอวิ่นมิต้องถามมาก ในเมื่อคุณชายอู่รับปากแล้ว เช่นนั้นเขาจะต้องทำได้อย่างแน่นอน”ฮุ่ยอวิ่นอ้อ ๆ แล้วมองจ่านเหยียนด้วยสายตาร้อนแรงและจริงใจมู่หรงฉิงเทียนเอ่ย “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ลำบากคุณชายอู่พักอยู่ที่จวนอ๋องสักระยะ เจ้าแค่บอกที่อยู่ของวิญญาณมังกรกับฮุ่ยอวิ่นก็พอ เขาต้องเอามาให้เจ้าได้แน่”จ่านเหยียนเข้าใจความหมายของเขา ตอนนี้นางรู้สถานการณ์ของเขาแล้ว เขาไม่วางใจให้นางออกไปเขาไม่เคยเชื่อใจนาง ระแวดระวังนางอย่างหนัก“ได้!” จ่านเหยียนรับปากมู่หรงฉิงเทียนฮุ่ย

Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status