"ครับ....ผมรับปาก"ผมเอ่ยบอกพี่เข้มไปแทบจะทันทีโดนไม่ต้องคิด เพราะสายตาที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองของพี่เข้ม มันช่างดุเหลือเกินน่ะสิครับ"ที่พิธีในค่ำคืนนี้ข้าร่ายมนต์บังตาไว้....จะไม่มีใครหาปรัมพิธีของข้าเจอ....เพราะฉะนั้นเอ็งไม่ต้องห่วงข้า""เข้านอนนะคนดีของข้า"*พี่เข้มเอ่ยขึ้นและลดเสียงเข้มลงเป็นเสียงอ่อน ก่อนจะยื่นมือมาจับแก้มผมและยิ่มบางๆให้ผมผมก็ยิ้มให้เขาก่อนจะพยักหน้าเป็นอันเข้าใจและรับรู้ทุกเรื่อง"ข้าต้องไปก่อน....ใกล้จะได้ฤกษ์แล้ว""ครับ""เอ็งเข้าบ้านได้แล้ว""ครับ"ผมเอ่ยบอกพี่เข้มเสร็จและก็กำลังจะหันหลังเดินเข้าบ้านอีกครั้งตามคำสั่งของพี่เข้มแต่คราวนี้ร่างของผมก็โดนพี่เข้มคว้าเอวสอบของผมไปให้หันไปหาเขาโดยที่ผมตั้งตัวไม่ทันอีกครั้งรู้ตัวอีกที ริมฝีปากของผมก็โดนครอบครองด้วยริมฝีปากขอพี่เข้มเป็นที่เรียบร้อยแล้วพรึบเขาดันร่างของผมจนแผ่นหลังของผมแนบชิดไปกับไม้ฝาของบ้านพี่เข้มและเขาก็มอบจุมพิตที่เร้าร้อนและร้อนแรงให้ผมจนผมเริ่มเคลิ้มตามและจูบตอบเขาเราสองคนเกี่ยวตวัดปลายลิ้นหยอกเย้ากันไปมาโดยที่ผมเองก็ใช้ปลายลิ้นตวัดเลียน้ำลายและชิมความหวานละมุนในโพรงปากของพี่เข้มราวกับว่ามันเป
เรื่องราวของนายเอก 'ดาวเหนือ' ที่เป็นนายตำรวจที่เขากำลังเข้าไปพัวพันกับคดียาเสพติด จนวันที่เขาได้พากำลังนายตำรวจหลายสิบนายเข้าล้อมจับกุมกลุ่มขนยาเสพติดที่ลักลอบเข้าประเทศจากประเทศเพื่อนบ้านจนพอเขามารู้ตัวอีกที เขาก็ถูกผู้ร้ายจับกุมไว้เสียเองและนาทีชีวิตของเขา ที่กำลังจะจบลงด้วยคมลูกกระสุนของเพื่อนร่วม ที่เห็นเงินสำคัญกว่าจรรยาบรรณในอาชีพของตัวเองเขาไม่ได้เสียใจที่ชีวิตจะจบลงแต่ที่เขาเสียใจ ก็เพราะเพื่อนร่วมงานที่ทำงานด้วยกันมานาน กลับกลายเป็นคนที่คิดทรยศประเทศเสียเองด้วยชุดสีกากีแต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้หมดลมหายใจ อาจจะเป็นเพราะชะตาชีวิตของเขายังไม่ถึงคาดทันใดนั้นก็เกิด ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติหรือธรรมชาติสร้างขึ้นมา ก็ไม่อาจรู้ได้ เกิดลมพายุพัดโหมกระหน่ำ ท้องฟ้าแปรปรวนวิปริตฟ้าผ่าลั่นสนั่นแผ่นดินสั่นสะเทือนก็มีเสียงคำรามที่พวกเขาไม่คุ้นหู แต่รู้ได้ทันทีว่ามันเป็นเสียงร้องของสัตว์ชนิดใดมันคือ 'เสือ'เสียงคำรามดังสนั่น พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนของเหล่าโจรชั่วช้าเขาก็ลืมตาขึ้นมาก่อนจะพบกับสิ่งผิดปกติที่อยู่รอบๆตัว ขิงเขา บรรยากาศที่แปรเปลี่ยนไป ก่อนที่สติของเขาจะดับมืดลงเขาตื่นขึ้
พวกคุณเคยฝันเห็นสถานที่ ที่ซ้ำๆ สถานที่ที่เคยเกิดขึ้นมา และเหตุการณ์ในอดีตที่เคยเกิดขึ้นมาจริงๆไหม__? เรื่องราวตำนาน ลี้ลับของประเทศไทยมีหลากหลา ยตำนาน แต่มีอยู่ตำนานหนึ่งที่ยังคงถูกพูดถึงกันมาจนถึงทุกวันนี้ และถูกนำไปสร้างเป็นหนังเป็นละครและเรื่องเล่ามากมาย และผู้คนก็ยังคงให้ความสนใจมันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตำนานเสือสมิง เสือสมิง นั้นคือคนที่เป็นมนุษย์ธรรมดาที่อยากจะไม่เป็นแค่คนธรรมดา คนพวกนี้จะมีทั้งความโลภความโกรธและความหลง พวกเขาจะใช้มนตราและอาคม ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการเขาจะร่ำเรียนและฝึกฝน วิชาไสยศาสตร์ไสยเวท จนวิชาอาคมแก่กล้า และคนเล่นของพวกนี้จะมีข้อห้ามมากมาย แต่ถ้าทำผิดครูละก็ ของที่ร่ำเรียนมาจะตีกลับเข้าตัวทำให้กลายร่างเป็นสัตว์เดรัจฉาน ครึ่งคน ครึ่งสัตว์ ที่เรียกขานกันว่า ‘เสือสมิง’หรือ ‘สมิงอาคม’ ท่อนบนเป็นคน ท่อนล่างเป็นเสือหรือเป็นเสือทั้งร่าง เสือโคร่งใหญ่ลายพาดกลอน มันมีขนาดตัวที่ใหญ่โตถึงสามเมตรและตามอายุและอาคมในตัวของมันลายพาดกลอนก็จะยิ่งเข้มขึ้น ยิ่งเสือสมิงมันกัดกินเลือดเนื้อมนุษย์มากเท่าไหร่ อาคมในตัวมันก็จะยิ่งแก่กล้ามาก
พุทธศักราช 2566หุบเขาลึก ชายแดนไทยติดประเทศเพื่อนบ้าน17:30น.ดาวเหนือ ณทภัทร…..“จ่าปลา…..ซ้ายสาม….ขวาห้า….”ผมหันไปสั่งหมู่ปลาลูกน้องคนสนิทของผมที่เรามักจะออกพื้นที่ด้วยกันบ่อยๆพร้อมกับทำมือสัญญาณสั่งการโค้ดลับตามแบบฉบับตำรวจเขาทำกัน“รับทราบครับ…”หมู่ปลาเอ่ยบอกผมเสียงเข้มและหันไปจัดการเอาตำรวจแปดนายไปตามทิศทางที่ผมบอกเพื่อจะทำการล้อมแก๊งค้ายาเสพติดแก๊งนี้ ที่ผมเฝ้าติดตามมันมาหลายเดือนและรอจังหวะที่จะเข้าจับกุมผมที่นอนหมอบราบไปกับพื้นดินสายตาจับจ้องชายฉกรรจ์หลายคนที่ร่างกายสูงใหญ่กำยำที่มีอุปกรณ์ครบมือทุกคนกำลังเดินวนเวียนไปมาตามด้านหน้าของเต้นท์นอนหลังใหญ่ที่คาดว่าเจ้านายของพวกมันจะอยู่ในนั้นเป็นแน่เพราะดูจากการเฝ้าระวังภัยแบบนี้แล้ว ทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่าของที่อยู่ด้านในเต้นท์นั้นต้องเป็นของที่ผิดกฏหมายที่ไม่ว่าจะเป็นปืนเถื่อนที่ถูกลักลอบเข้ามาจากทางประเทศเพื่อนบ้านและจะยังพวกยานรกนั่นอีก“พวกคุณรอตรงนี้…ผมจะเข้าไปดูด้านในสักหน่อย….”ผมหันไปสั่งนายตำรวจที่นั่งอยู่ข้างๆผมเพื่อบอกจุดประสงค์ของผมในครั้งนี้“แต่มันจะไม่เสี่ยงไปเหรอครับ?”นายตำรวจน้องใหม่เอ่ยค้านขึ้นทำให้ผมแค่นหัวเราะอ
“ไอ้ตำรวจหนุ่มหน้าโง่นั่น…มึงเอาเงินไปเสนอให้มันหรือเปล่า?”เสียงเข้มทุ้มสองเสียงเอ่ยสนทนากันอยู่ด้านในของเต้นท์สนามสีดำหลังนี้ บทสนทนาของคนด้านในทำให้ผมสนใจเป็นอย่างมาก “เสนอให้แล้วครัับนาย…แต่มันไม่รับ….”เสียงสลดเอ่ยขึ้น “หึ…หยิ่งผยองนัก…ถ้ามันไม่เอาเงิน…ก็ฆ่ามันทิ้งซะ!!”เสียงเหี้ยมตะโกนแผดเสียงดังออกมาอย่างไม่พอใจ ทำให้ผมหรี่ตาอย่างนึกคิด ตำรวจที่พวกมันพูดถึง…และมันคิดที่จะฆ่าทิ้งก็คงจะเป็นผมสินะ… เพราะเมื่ออาทิตย์ก่อนมีคนมายื่นข้อเสนอให้ผมล้มเลิกภารกิจจับแก๊งค้ายานี้โดยระบุจำนวนเงินห้าล้านบาทเสนอให้กับผม แต่ผมไม่รับ ถึงเสนอให้ผมสูงถึงหนึ่งร้อยล้านบาท ผมก็ไม่เอา “หึ…ก็เพราะประเทศชาติมีคนแบบพวกมึงอยู่นี้ไง…ถึงได้จะล่มจมอย่างทุกวันนี้!”ผมพึมพำออกมาอย่างไม่พอใจ ไอ้คนที่อยู่ไปก็หนักแผ่นดินเกิด ในมือด้านหลังก็กำปืนพกสั้นที่เหน็บไว้ที่เข็มขัดด้านหลังแน่นด้วยความคับแค้นใจและไฟร้อนรนที่มันสุมอยู่ในอก พวกมันนำพาแต่ของสกปรกเข้ามาในแผ่นดินเกิดที่บรรพบุรุษยอมเสียสละเสียเลือดเสียเนื้อให้พวกเราชาวรุ่นหลังได้อยู่อย่างสบาย มีที่ทำกินอย่างทุกวันนี้ คนพวกนี้ผมปล่อยไว้ไม่ได้!! พรึบ “นายจะไ
“เดินไปข้างหน้า…และอย่าคิดตุกติกไม่งั้นมึงตาย…”ผมสั่งมันเสียงเข้ม มันก็พยักหน้าเป็นคำตอบให้ผมก่อนจะยอมทำตามที่ผมบอก โดยการเดินกลับไปยังทิศทางเดิมอย่างช้าๆ ผมก็เดินตามหลังมันไปพรึบ“นาย!!!”พรึบ พรึบ“วางปืนลง…ไม่งั้นนายมึงตาย…”ผมกดเสียงทุ้มต่ำพลางกดปลายกระบอกปืนจ่อไปที่ท้ายทอยของชายร่างสูงที่ชายชุดดำพวกนี้เรียกว่า นาย“วะวางปืนลงสิวะ!!!”เสียงคำรามอย่างสั่นเครือเอ่ยสั่งลูกน้องของตัวเองอย่างโมโหที่คนพวกนั้นไม่ยอมวางปืนลงตามคำสั่งของผมพรึบพรึบกระบอกปืนกลนับสิบกระบอกถูกวางลงบนพื้นดินตรงหน้าของผมอย่างช้าๆ“ยกมือขึ้น!!”ผมเอ่ยสั่งคนพวกนั้นเสียงเข้ม มันก็ยอมทำตามผมแต่โดยดีเพราะผมมีตัวประกันเป็นหัวหน้าของพวกมันพรึบตึกๆๆๆนายตำรวจแปดนายที่นำทีมมาโดยหมู่ปลาวิ่งเข้ามาหาสมทบกับผมและไม่ต้องรอให้ผมเอ่ยสั่งการอะไร พวกเขารู้หน้าที่รีบเดินไปเก็บกระบอกปืนกลเหล่านั้นออกมาจากชายชุดดำเหล่านั้นทันทีผมก็กระตุกยิ้มขึ้นมา ที่แผนของผมสำเร็จและผมก็ยังจับหัวหน้าแก๊งของพวกมันได้อีกด้วย งานนี้ผมจะได้ปิดคดีเสียทีทำไมมันช่างง่ายแบบนี้ แต่มันก็ยังเเอบทำให้ผม นึกแปลกใจและฉงนใจแบบแปลกๆอยู่ดี เพราะมันดูง่ายเกินไ
แกร๊ก “กูบอกมึงแล้ว…”เสียงเข้มดังมาจากชายร่างอ้วนตรงหน้าผมด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยและถากถาง “ไม่เชื่อกูเอง…” “หึ…ยอมทิ้งเงินห้าล้านแล้วเอาชีวิตมาทิ้งในหุบเขานี้..” “โง่ชิบหายแต่เสือกทำตัวอวดฉลาดและอวดเก่ง…” พรึบ “นี่มันหมายความว่ายังไงกันหมวดปลิว…?”ผมเอ่ยถามหมวดปลิวไปอย่างสงสัยหัวใจของผมมันร้อนรุ่มด้วยความเสียใจว่าคนดีๆอย่างหมวดปลิวจะกล้าทรยศต่อประเทศชาติได้จริงๆเหรอและผมเลือกที่จะไม่สนใจคำพูดของไอ้อ้วนด้านหน้าผมอย่างไม่อยากเชื่อ ว่าหมวดปลิวจะเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ “หึ…ก็หมายความอย่างที่เห็น…”หมวดปลิวแสยะยิ้มมุมปากขึ้นมาพลางเอ่ยบอกผม สีหน้าที่เหี้ยมโหดของเขาทำให้ผมรับรู้ได้ว่าเขาไม่ใช่หมวดปลิวคนเดิน คนที่ผมเคยรู้จักอีกแล้ว พรึบ แกร็ด “หึ!”หมวดปลิวแค่นหัวเราะในลำคอและเขาใช้จังหวะที่ผมมัวแต่ตกใจจนอึ้งจับมือผมไปล็อคไว้แทนและก็เกิดเหตุการณ์ชุลมุนเกิดขึ้น และทุกอย่างก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนผมไม่ทันตั้งตัว ผมเป็นฝ่ายโดนจับและผมคิดว่า ผมอาจจะไม่รอดไปจากที่นี่แน่นอน เพราะพวกมันวางแผนมาซ้อนแผนผม เขาทำให้ผมเชื่อใจอย่างสนิทใจว่าเขาคือคนดีและรักประเทศชาติเหมือนกันกับผม เพราะเราทำงานด้วยกันมา
“หึ…กูอีกนานเว้ยกว่าจะตาย..แต่คนที่จะชะตาขาดในวันนี้ก็คงจะเป็นมึงก่อนที่จะต้องตายก่อนกู…”“เราจะฆ่ามันด้วยวิธีไหนดีครับ…นาย..”“ถ้าพวกเรากลับไปโดยที่ไร้มัน…มีหวังพ่อมันผิดสังเกตแน่!”ผมเหลือบตาไปมองคนที่พูดประโยคสองประโยคเมื่อกี้อย่างไม่อยากที่จะเชื่อหูตัวเอง ว่าจะเป็นคนคนนี้ที่ผมไว้ใจมาตลอดเป็นคนพูดมันออกมา“จ่าปลา?”ผมเอ่ยชื่อเขาไปพลางมองเขาด้วยสายตาผิดหวัง เขาก็มองหน้าผมด้วยสายตาที่นิ่งเฉยอย่างไม่สะทกสะท้านอะไร และมองเลยไปด้านหลังเขา ตำรวจทุกนายที่มากับผมในวันนี้ ไม่มีใครเลยสักคนที่ถูกจับมัดแบบผมผมมองทุกคนด้วยสายตาผิดหวัง นี่ผมไว้ใจคนมากไปใช่ไหม ถึงได้มีชะตากรรมแบบนี้“เพราะอะไรกัน…ถึง?”ผมเอ่ยถามจ่าปลาไปอย่างจุกอยู่ในอก จ่าปลาก็กระตุกยิ้มให้ผม“เงินไง…เงินคือทุกสิ่งทุกอย่างของผม…”“ถ้าไม่มีเงิน…ผมก็คงจะไม่มีความสุข…”นี่คือคำพูดของจ่าปลา จ่าที่ผมปลุกปั้นมาเองกับมือ คำพูดของเขาทำให้ผมพูดอะไรไม่ออกทำได้เพียงแค่นำ้ตาตกใน พ่อครับ…เงินคือพระเจ้าสำหรับคนพวกนี้ครับ พ่อผมเป็นนายตำรวจยศผู้พันและเป็นหัวหน้าของผมและหัวหน้าของคนที่ทรยศจรรยาบรรณพวกนี้ด้วย“พวกคุณ….”ผมพูดได้เพียงแค่นี้จริงๆก่อน
"ครับ....ผมรับปาก"ผมเอ่ยบอกพี่เข้มไปแทบจะทันทีโดนไม่ต้องคิด เพราะสายตาที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองของพี่เข้ม มันช่างดุเหลือเกินน่ะสิครับ"ที่พิธีในค่ำคืนนี้ข้าร่ายมนต์บังตาไว้....จะไม่มีใครหาปรัมพิธีของข้าเจอ....เพราะฉะนั้นเอ็งไม่ต้องห่วงข้า""เข้านอนนะคนดีของข้า"*พี่เข้มเอ่ยขึ้นและลดเสียงเข้มลงเป็นเสียงอ่อน ก่อนจะยื่นมือมาจับแก้มผมและยิ่มบางๆให้ผมผมก็ยิ้มให้เขาก่อนจะพยักหน้าเป็นอันเข้าใจและรับรู้ทุกเรื่อง"ข้าต้องไปก่อน....ใกล้จะได้ฤกษ์แล้ว""ครับ""เอ็งเข้าบ้านได้แล้ว""ครับ"ผมเอ่ยบอกพี่เข้มเสร็จและก็กำลังจะหันหลังเดินเข้าบ้านอีกครั้งตามคำสั่งของพี่เข้มแต่คราวนี้ร่างของผมก็โดนพี่เข้มคว้าเอวสอบของผมไปให้หันไปหาเขาโดยที่ผมตั้งตัวไม่ทันอีกครั้งรู้ตัวอีกที ริมฝีปากของผมก็โดนครอบครองด้วยริมฝีปากขอพี่เข้มเป็นที่เรียบร้อยแล้วพรึบเขาดันร่างของผมจนแผ่นหลังของผมแนบชิดไปกับไม้ฝาของบ้านพี่เข้มและเขาก็มอบจุมพิตที่เร้าร้อนและร้อนแรงให้ผมจนผมเริ่มเคลิ้มตามและจูบตอบเขาเราสองคนเกี่ยวตวัดปลายลิ้นหยอกเย้ากันไปมาโดยที่ผมเองก็ใช้ปลายลิ้นตวัดเลียน้ำลายและชิมความหวานละมุนในโพรงปากของพี่เข้มราวกับว่ามันเป
กลับมาที่ ภูดาวในปี พุทธศักราช 2466Part.ดาวเหนือ "เอ็งเดินให้มันดีๆหน่อยได้ไหม!!!"พี่เข้มตะโกนเสียงดังใส่ผม จนผมที่เดินนำหน้าเข้าอยู่ต้องหันกลับไปหาเขาอย่างเอาเรื่อง"นี่ผมก็เดินดีแล้วและมันไม่ดีตรงไหน?!"ผมเอ่ยถามเขาไปด้วยท่าทางจริงจังพลางยกมือขึ้นมาเท้าเอวจ้องหน้าพี่เข้มอย่างไม่วางตาพี่เข้มที่ถือตะเกียงอยู่ในมือก็เดินมาถึงตัวผมพอดี"ถ้าเอ็งยังไม่เลิกยั่วโมโหข้า....ข้าจะจับเอ็งกินเดี๋ยวนี้!!!"เสียงเข้มพร้อมหน้าตาดุๆมองจ้องผมอย่างไม่วางตาและสายตานั่นของพี่เข้มทำให้ผมกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอดังอึกใหญ่อย่างยากลำบาก"ใช่สิ....เอ๊ะอ๊ะก็จะกิน....คิดว่าผมกลัวเสืออย่างพี่เหรอไง?"แต่ปากของผมกลับพูดในสิ่งที่ใจผมไม่ได้คิดแบบนั้น และเพราะไอ้น้ำเมานี่ทำให้ผมมีความกล้ามากกว่าเดิม และปากไวมากขึ้นอีกด้วยนี่สินะของมึนเมาทำให้คสเราขาดสติสัมปชัญญะน่ะไอ้เหนือนะไอ้เหนือ"ไม่ใช่ว่าข้าเป็นเสือแล้วจะกินเอ็ง....แต่ที่กล้าหมายถึงคือ"พี่เข้มว่าทิ้งท้ายก่อนจะทำสายตากะลิ้มกะเหลี่ยมองร่างกายของผมที่เขามองนานที่สุดก็คงจะเป็นพรึบ"อย่าเก่งแต่พูดครับ.....อยากโดนกินจะแย่"ผมล่ะอยากจะเอาหัวตัวเองไปกระแทกกับต้นไม้ที
"สะเสือสมิง?"คุณหญิงพรทิพย์เอ่ยเสียงสั่นออกมาพลางหายใจไม่ทั่วท้องแข่งขาอ่อนแรงจนโยรินจึงรีบถลามาประคองคุณหญิงไว้ในอ้อมแขนเธออย่างรวดเร็ว"ไร้สาระน่ะ....ถ้าคุณไม่หยุดพูดเรื่องโกหกผมจะแจ้งความจับคุณข้อหาป่วนการทำงาาของเจ้าหน้าที่!!!"พลตำรวจเอกพงศพัศษ์เอ่ยเสียงเข้มหน้าตาจริงจังอย่างโกรธจัดชี้หน้าพรานโต พรานโตก็ยิ้มอ่อนให้พงศพัศษ์"ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะมาป่วน....แต่แค่จะมาชี้ทางสว่างให้กับคุณและคุณ"พรานโตว่าพลางชี้นิ้วไปที่พลตำรวจเอกพงศพัศษ์และคุณหญิงพรทิพย์"พวกคุณลองคิดดีๆ....ว่าถ้าไม่ใช่อย่างที่ผมบอก...ลูกของพวกคุณและพวกโจรจะเดินไปทางไหน....""ในเมื่อรอยเท้าพวกนี้ยังอยู่ที่เดิมไม่ได้เดินออกไปจากที่ตรงนี้.....ถ้าพวกเขาไม่ได้บินขึ้นฟ้าไป""เลิกพูดจาไร้สาระสักที....นี้มันยุคสมัยไหนแล้วมันจะมีเรื่องแบบที่คุณว่าเกิดขึ้นได้ยังไง!!!"พลตำรวจเอกพงศพัศคำรามเสียงดังลั่น อย่างข่มใจตัวเอง เพราะเขาเองก็เริ่มที่จะคิดตามคำพูดของพรานโตไปแล้ว เพราะร่องรอยรองเท้า ของคนนับสิบคนมันบ่งบอกแบบนั้นจริงๆ"คุณนั้นแหละค่ะที่ต้องหยุด!!!"เป็นคุณหญิงพรทิพย์ที่ตะโกนเสียงเข้มใส่พงศพัศษ์สามีที่ดำรงตำแหน่งเป็นถึงผู้บังค
กลับ ปัจจุบันพุทธศักราช 2566หุบเขาภูดาว"ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคนหลายคนหายไปจะไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้!!"เสียงเข้มที่ทรงอำนาจเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจและดุดันจากผู้บัญชาการใหญ่ที่มีดาวสีทองประดับอยู่เต็มบ่าทั้งสองข้าง ที่ติดยศพลตำรวจเอกพงศพัศษ์ที่ยืนเท้าเอวสั่งลูกน้องหลายสิบรายให้ไล่หาลูกชายเพียงคนเดียวของเขาที่หายไปนับสัปดาห์พวกเขาปูพรมค้นหาทั่วทั้งหุบภูดาวมาเป็นอาทิตย์แต่ยังก็ไร้วี่เเววของคนอีกหลายสิบคนที่หายไปอยู่ดีเหลือเพียงแค่เต็นท์หนึ่งหลังใหญ่และของกลางมากมายที่มีทั้งยาเสพติดผงเฮโรอีนและอาวุธสมครามมากมายถูกวางจัดเรียงไว้เป็นอย่างดีแต่ไร้ซึ่งคนสักคนเดียว"ฮืฮๆๆๆๆๆ"เสียงร่ำไห้โฮที่ร้องไห้ไม่ขาดติดต่อกันมาเป็นเวลานับชั่วโมงตั้งแต่ที่เธอมาถึงที่นี่ เธอคือภริยาของผู้บังคับบัญชาการใหญ่ข้างกายเธอมีหญิงสาวรูปร่างผอมเพียวหุ่นบางอยู่ในชุดเดรสสีขาวแขนตุ๊กตาผมยาวสยายของเธอพัดปลิวไหวไปด้านข้างตามกระแสของลมมือของเธอก็โอบกอดร่างของคุณหญิงพรทิพย์เพื่อทำการปลอบโยนเธอ"ไม่เป็นไรนะคะคุณป้า....พี่เหนือเป็นคนเก่งค่ะ...พี่เขาต้องเอาตัวรอดได้อยู่แล้วเชื่อโยนะคะ"เสียงหวานไพเราะเอ่ยขึ้นอย่างปลอบประโยนคนข้า
จนวิชาในตัวผมเสื่อมและหมดไปดีไม่ดีผมอาจจะกลายเป็นเสือสมิงขึ้นมาอีกตัวก็ได้เพราะผมร่ำเรียนวิชาเสือเย็นมา เสือเย็นก็ไม่ต่างจากเสือสมิงแต่เสือเย็นไม่กินเนื้อของสัตว์และของคนรักษาศีลห้าอยู่เสมอและผมเองก็เป็นคนอยู่ในศีลด้วย "เอ็งเลิกเซ้าซี้ข้าเสียที.....ข้าไม่มีทางรักเอ็ง""ข้ามีคนรักอยู่แล้ว.....ซึ่งคนนั้นไม่ใช่เอ็งเเน่นอน"ผมยื่นคำขาดน้ำเสียงจริงจังบอกเเสงเดือนไป เธอก็หน้าเสียและซีดสลดลงอย่างเห็นได้ชัดเธอทำสีหน้าที่ตกใจและไม่พอใจ แต่ทำไงได้ ในเมื่อผมมีคนที่ผมรักอยู่แล้วที่ผมรักเธอหรือรักคนอื่นไม่ได้เพราะมันเหมือนผมรอคอยใครสักคนมานานแสนนาน คนที่ผมคุ้นเคยกับเขามานาน เหมือนเราเคยพบเจอกันมาก่อน และเหมือนมีบางอย่างมันสั่งให้ผม รอคนคนนั้น ในใจผมบอกเองว่า เมื่อเขามา ผมจะรู้ได้เอง และมันก็จริงเมื่อผมพบเจอหน้าดาวเหนือหัวใจที่ไม่เคยหวั่นไหวกับหญิงหรือชายใด ก็เต้นวูบวาบขึ้นมา มันตื่นเต้นทุกครั้งเวลาที่เห็นหน้าเขาหรือได้แตะสัมผัสตัวเขามันอยากกอดอยากหอมทุกครั้งที่ได้กลิ่นกายเขาหรือเขาอยู่ใกล้ๆนี่สิน่ะ ที่ผมรอคอยมาเกือบครึ่งชีวิต......"ถึงพี่เข้มจะไม่มีวันรักฉันแต่ยังไงๆเราก็ต้องแต่งงานกันอยู
เหตุการณ์ก่อนหน้านั้นPart พรานเข้ม.....พรึบ"ฟอดดดดดด ฟอดดดดด"ผมหลับตาพร้อมกับเอาขาเกี่ยวกอดร่างของดาวเหนือและพรมจูบหอมไปทั่วบนพวงแก้มของเขาอย่างรักใคร่แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องแปลกใจและรีบลืมตาเบิกดูทันทีว่าคนที่ผมกำลังกอดก่ายร่างของเขาและเอาหน้าซุกไซ้หอมไปเมื่อกี้นี้ไม่ใช่ดาวเหนือเพราะเป็นร่างเล็กเนื้อตัวนุ่มนิ่มและอรชรมันเป็นร่างของผู้หญิงแน่นอน"พี่เข้มอื้อออออย่าสิจ๊ะฉันจั๊กกะเดียมนะ"และยิ่งเสียงนี้ก็ทำให้ผมมั่นใจทันทีว่าคนที่ผมเผลอจูบหอมไปนั้นไม่ใช่ดาวเหนือแน่นอน"อีเดือน!!"ผมร้องตะโกนชื่อของผู้หญิงที่ผมกอดก่ายไปเมื่อครู่เพราะคิดว่าเป็นดาวเหนือที่เขาบอกผมเขาจะไปเอาข้าวมาให้ผมกิน พอกินเสร็จก็จะเช็คตัวให้ผม ผมที่เห็นว่าดาวเหนือไปนานแล้วก็เลยคิดว่าต้องเป็นเขาแน่ๆที่เป็นคนมาเปิดประตูและเข้ามาในบ้านของผมแต่ทำไมกลับเป็นแสงเดือนไปได้ล่ะพรึบตุ๊บ"โอ้ย!!!ฉันเจ็บนะพี่เข้มไม่เห็นต้องโยนร่างฉันออกมาแบบนี้เลย"แสงเดือนที่นั่งอยู่บนพื้นไม้แคร่ของบ้านผมร้องโอดครวญขึ้นมาพร้อมทำใบหน้าที่เหยเกและเอามือลูบบั้นท้ายของตัวเองไปด้วยผมที่มีสีหน้าแตกต่างและตกใจและนึกโกรธตัวเองที่ไม่รอบคอบทำอะไรที่น่
แสงเดือนได้รับข่าวว่าพี่เข้มบาดเจ็บหนัก เธอจึงอาสามาดูแล และค่ำคืนนี้ เธอก็คงจะนอนเฝ้าพี่เข้มแน่นอน เห็นแสงดาวบอกผมแบบนั้นนะเพราะพ่อของเธอหรือผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านนี้ หมายตาอยากให้พี่เข้มเป็นผู้ใหญ่บ้านแทนแกต่อไป เพราะในหมู่บ้านนี้พี่เข้มเป็นคนมีฝีมือและเชี่ยวชาญวิชาไสยเวทย์และคาถาอาคมมากกว่าใครเพื่อนผมเองก็เพิ่งรู้ว่าผู้ชายในหมู่บ้านนี้ทำอาชีพเป็นพรานออกล่าสัตว์เอาเนื้อไปขายในเมือง ทุกคนล้วนมีวิชาอาคมติดตัว แต่ไม่ได้เก่งเท่าพี่เข้มสักคนเห็นแสงดาวบอกว่า พี่เข้มเป็นคนมีพรสวรรค์ เขาเลยเป็นพรานที่เก่งที่สุดในหมู่บ้านและหล่อที่สุดด้วยและสาวๆในหมู่บ้านนี้ก็หมายตาพี่เข้มไว้เยอะเหมือนกัน แต่แสงเดือนยื่นคำขาดว่าห้ามใครยุ่งกับพี่เข้มของเธอเด็ดขาด ไม่งั้นจะได้เห็นดีกับเธอแน่และความที่เธอเป็นลูกสาวของผู้ใหญ่บ้าน จึงไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าท้าทายกับเธอและขัดคำสั่งของเธอเวลาโพล้เพล้ผมทอดสายตามองเหม่อไปทั่วน้ำตกแห่งนี้ แววตาคุ้นคิดและไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ผมมาอยู่ที่นี่ได้เกือบสามชั่วโมงแล้ว ก็ตั้งแต่แสงดาวขอตัวกลับบ้านไปหุงหาทำกับข้าวเย็นให้กับพ่อแม่ของเธอที่บ้าน ผมก็เห็นว่าแสงเดือนยังไม่ออกม
"พี่เข้มอื้อออออย่าสิจ๊ะฉันจั๊กกะเดียมนะ"เสียงหวานครางกระเส่าดังออกมาจากในบ้านของพี่เข้ม ผมที่มือกำลังจะเอื้อมมือไปเปิดประตูบ้านก็ต้องหยุดชะงักลงอย่างตกใจและยืนตัวแข็งทื่ออยู่แบบนั้นอย่างคนที่ทำอะไรไม่ถูกมือเท้ามันชาไปหมดรวมถึงใบหน้าเองก็ด้วยคำถามมากมายเกิดขึ้นในหัวผม แต่ก่อนที่ผมจะได้คิดอะไรเองไปมากกว่านี้เสียงของใครอีกคนก็ดังขึ้นข้างหลังผมมา"พี่คงจะเป็นญาติของลุงสิงห์สินะจ๊ะ"เสียงหวานไพเราะของผู้หญิงเอ่ยขึ้น ทำให้ผมต้องหันไปมองยังต้นตอของเสียงก็พบเข้ากับผู้หญิงผมยาวสวยสยายสีดำสนิทคิ้วหนาตาโตจมูกโด่งริมฝีปากสีชมพูแต่งกายด้วยเสื้อสีขาวแขนตุ๊กตาและสวมใส่ผ้าถุงสีเขียวยาวปิดถึงตาตุ่ม เธอกำลังยืนมองผมด้วยความสงสัยก่อนที่เธอจะคลี่ยิ้มให้ผมเป็นรอยยิ้มที่หวานละมุน ผมก็ยิ้มตอบเธอไป"อ้อใช่ครับ""พี่คงมาจากในเมืองสินะจ๊ะ....""ก็ก็คงงั้นมั้งครับ"ผมตอบเธอไปอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงเท่าไหร่นัก เพราะผมกำลังโกหกเธออยู่หนิครับ และผมก็ไม่ชอบการโกหกซะด้วยสิ แต่กลับต้องมาโกหกเสียเองว่าแต่เธอคนนี้เป็นใครกันล่ะเนี่ย ทำไมถึงมาอยู่ที่บ้านของพี่เข้มได้อีก"อ้อข้าชื่อแสงดาวจ้ะเป็นน้องสาวของพี่แสงเดือนน่ะจ้
"ที่ข้าไม่หายใจเพราะว่าวิญญาณข้าหลุดออกจากร่าง""แล้วนั้นไม่เรียกตายเหรอครับ!!!"ผมเสียงดังใส่พี่เข้มอย่างคนที่ตกใจและไม่เข้าใจว่าเขาพูดถึงเรื่องการตายได้หน้าตาเฉยไร้ความรู้สึกแบบนี้ได้ยังไง ผิดกับผมที่พอรู้ว่าเขาไม่หายใจผมแทบจะบ้าตาย"หึ....ข้าดีใจนะที่เอ็งกลัวข้าตายจนอารมณ์เสียแบบนี้""ยังจะมาเล่นอีกนะครับ"ผมพูดเสียงเข้มหน้าตาเข้มขรึมบ่งบอกว่าผมไม่ตลกด้วยกับสิ่งที่พี่เข้มกำลังพูดอยู่ในตอนนี้"อ่ะๆๆข้าอธิบายก็ได้....ที่วิญญาณของข้าออกจากร่างทำให้ร่างกายของข้าหยุดหายใจไปชั่วขณะเพราะข้าร่ายมนต์ถอดจิตเพื่อให้ร่างกายของข้าไม่ตายเพราะบาดแผลที่ฉกรรจ์แบบนั้น""ให้ร่างกายของข้าทนพิษและรับบาดแผลไหวข้าถึงต้องถอดจิตออกมา""เอ็งรู้ไหมว่าเวลานั้นที่ข้ายืนมองเอ็งร้องไห้และกดหน้าอกช้าเพื่อช่วยชีวิตข้าพร้อมกับที่เอ็งร้องไห้ไปด้วยมันทำให้หัวใจข้าเจ็บแทบจะขาด"พี่เข้มเอ่ยออกมาพร้อมกับทำสีหน้าที่เจ็บปวดแววตาของเขาสั่นไหว ผมก็จ้องหน้าเขานิ่ง เพราะมันจริงอย่างที่เขาว่า ผมร้องไห้อย่างคนบ้าใจผมเองก็แทบจะขาดเหมือนกัน"ข้าเพิ่งจะเข้าใจในวันนี้ที่เขาบอกว่ามันเจ็บแทบใจจะขาดมันเป็นแบบนี้นี่เอง"พี่เข้มเอ่ยออกมาด้