ประตูเมืองภูดาว….หรือประตูมิติที่ชาวบ้านแถวบ้านไร่สวนนฤมลเรียกขาน ประตูมิติภูดาวจะเปิดต้อนรับพวกคนไม่ดี ที่คิดร้ายกับป่า คิดร้ายกับสัตว์สงวน พวกที่ชอบตัดไม้ทำลายป่า
แต่แท้ที่จริงแล้ว….มันไม่ใช่ประตูมิติภูดาวกลืนกินคนใจบาปอย่างที่ถูกเล่าขานกันต่อๆมา แต่มันคือประตูมรณะที่พรายเสือสมิงร่ายมนตร์สร้างประตูนี้ขึ้นมาเพื่อหาเหยื่อมาให้มันกลืนกินนั่นเอง….. ประตูมิตินี้จะถูกเปิดออกเฉพาะวันพระใหญ่เท่านั้น นั่นคือวันขึ้น15ค่ำและแรม15ค่ำ โดยในวันพระใหญนั่นต้องมีวันสำคัญทางศาสนาประกอบอยู่ด้วย ได้แก่ วันมาฆบูชา, วันวิสาขบูชา, วันอาสาฬหบูชา, วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา หนึ่งปี 365วันหรือ366วัน ประตูมิติจะถูกเปิดออกและถูกปิดแค่5ครั้งต่อหนึ่งปีเท่านั้น…… และประตูมิติภพนี่จะถูกทำลายและสูญสิ้นไปก็ต่อเมื่อ คนที่ร่ายมนต์เปิดประตูมิติภพได้ตายลงไปแล้ว…. ………………………………………………… “ไอ้เข้มมันออกไปล่าสัตว์…เย็นๆค่ำๆนู้นถึงจะกลับมา…” “เอ็งก็อยู่ที่บ้านกับข้านี่แหละ…” “อย่าเที่ยวออกไปเดินเพ่นพ่าน…” “ถ้าไม่อยากโดนเสือขย้ำตาย…”สิ้นเสียงขำขันอย่างทีเล่นทีจริงของลุงสิงห์ผมก็ยิ้มแหยๆให้เขาไป และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่เขาพูดมาเมื่อกี้เป็นคำขู่หรือคำเตือนผมกันแน่ แต่ผมอยากกลับบ้าน อยากกลับไปรายงานให้พ่อของผมรับรู้ “ลุงไปส่งผมได้ไหมครับ…?”ผมเอ่ยบอกลุงสิงห์ไปอย่างขอร้อง แกก็เงยหน้าจากครกไม้ที่กำลังตำหมากอยู่เงยหน้าขึ้นมามองหน้าผม “ได้สิ….แต่เอ็งต้องรออีกหลายเดือนเลยล่ะ…ถึงเอ็งจะกลับได้….” “ทำไมกันครับ…ทำไมต้องรออีกหลายเดือน?”ผมเอ่ยถามลุงสิงห์ไปแต่เขากลับทำเพียงแค่กระตุกรอยยิ้มกริ่มให้ผมแทนคำตอบทุกคำถามที่ผมถามแกไป ทำให้ผมกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก ใช่คนเดียวที่จะตอบผมได้ก็คือพี่เข้ม พี่เข้มคนเดียวเท่านั้น พรึบ “ผมอยากเข้าห้องน้ำน่ะครับ…”ผมเอ่ยบอกลุงสิงห์ไปแกหันมามองหน้าผมพร้อมกับยิ้มขำออกมา พรึบ “ไหนกันครับ…ห้องน้ำ..?”ผมเอ่ยถามลุงสิงห์ไปอย่างสงสัยที่แกชี้นิ้วไปทางหน้าบันไดบ้านพี่เข้ม ผมก็มองตามแกไปแต่ก็พบเพียงแค่จอบไม้อันเดียวที่วางอยู่ตรงนั้น “ก็เอ็งปวดขี้ไม่ใช่หรือไง?”ลุงสิงห์ถามผมเสียงเข้ม ผมก็พยักหน้าเป็นคำตอบให้แก “ที่นี่ไม่มีห้องน้ำ…ใครปวดท้องหนักก็ถือจอบเข้าไปในป่าด้านนู้นกันทั้งนั้น….” “จะจริงเหรอครับ?” “ที่นี่มันบ้านป่านะ….ไม่ใช่เหมือนโลกสมัยใหม่ที่เอ็งมา…” “โลกสมัยใหม่ที่ผมมาหรือครับ?”ผมขมวดคิ้วถามลุงสิงห์อย่างสงสัย กับคำพูดที่กำกวมของแก โลกสมัยใหม่กับบ้านป่า? “ที่นี่ไม่ใช่หมู่บ้านภูดาวหรือครับ?”ผมถามลุงสิงห์อย่างสงสัย แกก็ยิ้มขำหัวเราะผมกลับมาก่อนจะปลายตามองผมด้วยแววตาเป็นประกาย “ใช่…ที่นี่คือหมู่บ้านภูดาว…”ลุงสิงห์ตอบผมมา นั่นไงก็หมู่บ้านที่ผมเคยได้ยินชื่อ แต่เอ๊ะ? “ภูดาวเป็นเพียงแค่ชื่อหุบเขาหนิครับ…ไม่มีหมู่บ้านตอนที่ผมเดินสำรวจกับทางเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้?”ผมบอกลุงสิงห์ต่อ ลุงแกก็หัวเราะร่วนออกมาอย่างสิ่งที่ผมพูดเป็นเรื่องเล่าตลกอย่างงั้นแหละ “หึ….ไว้เอ็งจะรู้คำตอบในสิ่งที่เอ็งอยากรู้เอง…” “เลิกหายปวดท้องแล้วหรือไง?”ลุงสิงห์ถามผมต่อ ผมก็ทำหน้าเหวอนั่นสิ เมื่อกี้ผมโกหกเขาไว้นี่น่าว่าปวดท้องหนักน่ะ “เอ่อ…ใช่ครับ…งั้นผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ…” “เอออ…รีบไปรับกลับจะได้มากินข้าว…ไอ้เข้มมันเตรียมไว้ให้เอ็งแล้ว…” “ครับ…เดี๋ยวผมจะรีบไปรีบกลับนะครับ^_^”ผมบอกลุงสิงห์พร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและสวมใส่รองเท้าคอนเวิดของผมและเดินออกมาจากแคร่ไม้หน้าบ้านลุงสิงห์พ่อของพี่เข้มทันที พร้อมกับสอดส่องสายตามองไปรอบๆที่แห่งนี้ด้วย มีบ้านไม้อยู่ไม่ถึงสามสิบหลังครัวเรือนแต่ละบ้านสร้างห่างกันพอสมควรมีก็แต่บ้านของพี่เข้มกับลุงสิงห์นี่แหละที่สร้างอยู่ใกล้กัน และก็มีช้างใหญ่สองสามตัวถูกล่ามไว้กับเสาไม้ ผมก็เดินไปเรื่อยๆสายตาของชาวบ้านที่นี่ที่เดินผ่านผมก็มองมาที่ผมด้วยสายตาแปลกๆเหมือนผมเป็นพวกสิ่งแปลกประหลาดที่ผิดแปลกไปจากพวกเขาอย่างงั้นแหละผมก็ทำได้เพียงแค่ยิ้มแหยๆให้เขากลับไปและรีบเดินออกไปทางป่าไม้ที่เป็นแปลงผักสวนครัวของชาวบ้านที่นี่อยู่หลายแปลงอย่างรวดเร็วชาวบ้านที่นี่ก็แปลกเหมือนกันนะ ใช้ชีวิตเหมือนคนหนึ่งร้อยกว่าปีก่อน ใช้ม้าใช้เกวียนเป็นยานพาหนะแทนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในสมัยนี้หรือว่าหมู่บ้านนี่จะเป็นหมู่บ้านที่ตกสำรวจจริงๆ ว่าแต่ที่หมู่บ้านนี่มันอยู่ตรงส่วนไหนของภูมิประเทศกันล่ะกลับไปคราวนี้ผมจะสืบดูและให้ทางการเข้ามานำพาความเจริญให้คนพวกนี้เพราะที่นี่ไม่มีน้ำไฟฟ้าเข้าถึงเลย“หรือว่า…คนพวกนี้จะเป็นชาวบ้านที่หนีเข้าประเทศ?”ผมพึมพำออกมาอย่างสงสัย เพราะถ้าเป็นพวกที่ลับลอบเข้าประเทศของผมผิดกฏหมายและคนพวกนี้จะต้องโดนทางการจับและส่งตัวกลับประเทศของพวกเขาเป็นแน่แต่พี่เข้มกับลุงสิงห์พวกเขาใจดีอุตส่าห์ช่วยชีวิตผมให้รอดพ้นจากเสือใหญ่ตัวนั้น ผมจะทรยศพวกเขาได้เหรอพรึบซ่าาาาาาาาาา“น้ำตก?”ผมพึมพำออกมาก่อนจะหยุดมองภาพเบื้องหน้าอย่างตกตะลึงให้ความสวย น้ำตกที่ไหลรินลงมาจากยอดภูเขาสองลูกที่อยู่ติดกันลงสู่พื้นน้ำหนองด้านล่างน้ำสีใสมองเห็นตัวปลา ทำให้ผมละสายต
“รักมานานแล้ว…”เสียงหวานของเธอเปล่งออกมาพร้อมกับร่างเล็กที่อวบอั๋นที่ขาวโพลนของเธอเดินไปซ้อนหลังของพี่เข้มพลางใช้หน้าอกที่ใหญ่โตของเธอถูเสียดสีไปกับแผ่นหลังกว้างของพี่เข้ม ทำไมผมรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจแบบนี้ ทำไมผมรู้สึกหวงพี่เข้มอย่างงั้นเหรอ “อีเดือน…เอ็งอย่าทำแบบนี้…” “ทำไมล่ะจ้ะ…ฉันยินดีที่จะเป็นเมียของพี่…” “ยอมเป็นของพี่เข้มแค่คนเดียว…” ร่างเล็กใช้หน้าอกของเธอถูเสียดสีไปกับร่างเปลือยท่อนบนของพี่เข้มไปอย่างยั่วยวนพร้อมครวญครางเสียงกระเส่านั่นออกมา ผมรีบหันหลังให้สองคนนั้นอย่างไว ผมทำใจดูแบบนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว…. ผมเจ็บ ผมเจ็บเหลือเกิน…. เมื่อหลายสิบปีก่อน ก่อนที่จะมีบ้านปูนบ้านไม้สองชั้น ตึกรามบ้านช่อง โรงแรม คอนโดหรูหราหลายสิบชั้นเหมือนเช่นทุกวันนี้ เคยมีป่ารกทึบต้นไม้ใบเขียวขึ้นเต็มต้นไม้ใหญ่มีอายุยืนยาวหลายร้อยปี มีบ้านเรือนมีหมู่บ้านที่สุขสงบ คนสมัยก่อน ใช้การเดินท้าวและเกวียนในการขนย้ายสัมภาระและการเดินทางไปยังที่ไกล ใช้ม้าวัวควายเป็นยานพาหนะ แต่ปัจจุบันมองไปทางไหนก็มีแต่บ้านเมือง ตึกสูงถนนคอนกรีต รถเหล็กวิ่งตามราง รถยนต์ที่ใช้น้ำมันในการเดินเครื่องทั่วทั้งป
“ใครกัน…ที่บังอาจมาแย่งพี่เข้มไปจากข้า!!!”แสงเดือนหญิงสาวชาวบ้านวัยยี่สิบห้าปีเศษยืนดีดดิ้นอยู่ในน้ำลำธารสีใสอย่างไม่พอใจ ที่ชายคนที่สาวชาวบ้านทุกคนหมายตาหมายปองกลับปฏิเสธรักกับเธอแถมเขายังปฏิเสธร่างกายของเธออีก เขาเป็นใครกันถึงกล้าปฏิเสธลูกสาวผู้ใหญ่บ้านอย่างเธอได้!!“เอ็งไม่ต้องฟูมฟายไปหรอก…”เสียงเข้มของชายร่างสูงกำยำที่เรือนร่างเต็มไปด้วยหมัดกล้ามที่แข็งแกร่งร่างกายบึกบึนกำลังยืนกอดอกมองร่างเปลือยของหญิงสาวอยู่บนโขนหินเหนือที่หญิงสาวยืนอยู่“เอ็งเป็นใคร!!”แสงเดือนแผดเสียงใส่ชายผู้มาใหม่ที่ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่าอย่างไม่พอใจพร้อมกับยกมือเล็กของเธอขึ้นมาปิดของสงวนของเธอไว้อย่างหวงแหนที่เธอเฝ้าเก็บรักษามันไว้อย่างดีเพื่อให้พรานหนุ่มเข้มได้เชยชมเพียงคนเดียว“หึ…ข้าเป็นใครไม่สำคัญ…มันสำคัญแค่ว่า…”“เอ็งชอบไอ้เข้ม…และอยากได้มันเป็นผัวใช่หรือไม่!”เสียงเหี้ยมเปล่งออกมาจากริมฝีปากดำคล่ำทำให้แสงเดือนขมวดคิ้วอย่างสงสัยและแอบหวาดกลัวกับชายแปลกหน้าตรงหน้าเธอคนนี้เพราะเธอไม่เคยเห็นเขามาก่อน เขาไม่ใช่คนในหมู่บ้านนี่เป็นแน่ เพราะหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆเราอยู่กันแบบพี่น้องรู้จักมักจี่กันทุ
“ใช่พ่อ…ข้าไปในวันที่ปลามันขึ้นพอดี…”พี่เข้มตอบลุงสิงห์แต่ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาจากการง่วนอยู่กับการชำแระเนื้อปลาของเขาอยู่อย่างตั้งอกใจ ผมก็พยายามที่จะไม่มองไปที่พี่เข้ม “อ้าว…ไอ้เหนือ…มานั่งนี่สิ…”เสียงของลุงสิงห์ที่เรียกผมทำให้ผมสะดุ้งสุดตัวพี่เข้มที่เมื่อกี้ยังคงให้ความสนใจกับการแล่เนื้อปลาก็เงยหน้าขึ้นมามองหน้าผมเช่นกัน แต่ผมก็ไม่มองหน้าแกกลับหันมามองหน้าลุงสิงห์แทน “รอไอ้เข้มมันทำปลาให้เสร็จก่อน..แล้วเอ็งกับข้าค่อยกิน…” “ครับ…ลุง…”ผมตอบรับคำลุงสิงห์ไปก่อนจะเดินไปตามคำชวนของแก โดยมีสายตาคมเข้มคู่สวยของพี่เข้มจ้องมองมาที่ผมด้วยความสงสัยอยู่ “รีบๆทำสิวะ..ข้าหิวแล้ว…” “ได้พ่อ!”พี่เข้มตอบรับคำลุงสิงห์ก่อนจะก้มหน้าลงไปทำปลาต่อ ผมก็หันมายิ้มแหยๆให้ลุงสิงห์แอบดูพี่เข้มเป็นระยะๆพี่เข้มเองก็เงยหน้าขึ้นมามองผมเป็นระยๆเช่นกัน แต่ผมรู้ตัวว่ากำลังถูกเขาจ้องมองอยู่ เขาก็รีบก้มหน้าหลบสายตาผมทันที แล้วทำไมผมต้องไม่กล้าสู้หน้าเขาด้วย เขาจะรักจะมีอะไรกับใคร…มันก็เรื่องของเขาสิ… ผมแค่มาอาศัยอยู่บ้านเขาแค่ไม่กี่วัน พรุ่งนี้ มะรืนนี้ผมก็จะหาทางกลับบ้านของผมแล้ว(ไสยศาสตร์ ไสยเวท มนตร์ดำ เป
“เหล้าที่นี่รุนแรงจังเลยนะครับ…เอือก…”ผมบอกไปพลางส่งไหดินกลับคืนพี่เข้มไป แกก็ยื่นมือมารับไหดินไปจากผมและยกขึ้นกระดกดื่มต่อผมก็ดื่มและเราสามคนก็ต่างพากันร้องเพลงที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนจากลุงสิงห์และพี่เข้มเราสังสรรค์กันนานสองนาน นานจนผมไม่สามารถรับรู้ได้ว่าตอนนี้กี่โมงแล้วเพราะที่นี่ไม่มีนาฬิกาสิ่งเดียวที่จะบอกเวลาเราได้คือ พระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกกับพระจันทร์…ผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไมที่นี่ถึงได้ทุรกันดารแบบนี้ ขาดความเจริญไปเสียหมด………………………………ชายหนุ่มหน้าหล่อคมเข้มมีนามว่าเข้มหิ้วปีกของสารวัตรหนุ่มดาวเหนือที่หลับใหลเพราะพิษจากของน้ำเมาที่หนุ่มชาวบ้านที่นี่ดื่มกินยามเย็นเป็นประจำเข้ามายังในบ้านของเขาเข้มวางร่างของดาวเหนือนอนลงไปบนที่เตียงนอนไม้ไผ่ของเขาอย่างเบามือ โดยที่เขาไม่ค่อยเมาเท่าไหร่ เพราะเขาดื่มกินจนชาชินไปแล้ว เหล้าแค่นี้ไม่ละคายคอทองคำของเขาเลยสักนิดแต่ดูหนุ่มหน้าหล่อนี่สิ เมาแอ๋เลยทำให้เข้มหัวเราะออกมาก่อนจะส่ายศีรษะไปให้กับความน่าเอ็นดูของชายหนุ่มแปลกประหลาดที่เขาพบเจอคนนี้เขานั่งทางในสื่อกระแสจิตถึงที่มาของชายคนนี้ ก็พบว่าเขาเป็นจากดินแดนที่อยู่ห่างไกลจากที่เขา
บ้านพรานเข้มดาวเหนือ ณทภัทร…..พรึบ“อื้อออ”สิ้นเสียงคำพูดของพี่เข้ม ผมก็คราญครางออกมาเมื่อปลายลิ้นสากของพี่เข้มตวัดเลียไปรอบๆซอกคอของผมพร้อมดูดดื่มอย่างหื่นกระหาย ผมก็หลับตาพริ้มรับสัมผัสของพี่เข้มก่อนที่ผมจะไม่ยอมแพ้เขาโดยการใช้มือทั้งสองข้างรูดดึงโจงกระเบนของพี่เข้มให้หลุดพ้นไปจากท่อนร่างของของเขาอย่างรวดเร็วพร้อมกับใช้มือกอบกุบลำกายใหญ่ของเขาที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬารกว่าของผมมาก ผมว่าผมใหญ่แล้วนะ…เจอของพี่เข้มไปใหญ่กว่าผมอีก….“อื้อออ”ผมร้องครางกระเส่าออกมาเมื่อพี่เข้มลากปลายลิ้นสากของเขามาตวัดเลียรอบๆยอดปทุมถันสีชมพูสดของผมที่มันกำลังเเข็งท้าทายปลายลิ้นของพี่เข้มอยู่ในขณะนี้“อ๊าาาาาห์…ซี๊ดดดด…พี่เข้มของผม…”ผมครางกระเส่าออกมาพร้อมกับแอ่นหน้าอกสู้ปลายลิ้นสากของพี่เข้มเขาก็ตวัดเลียจนผมรับรู้ได้ถึงความเปียกแฉะที่บริเวณหัวนมของผมแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ผมสั่นสะท้านไปทั้งร่างคือตอนที่พี่เข้มขบกัดยอดผมอย่างหยอกเย้านี่แหละผมก็ไม่รอช้าเริ่มรูดมือขึ้นลงไปกับแก่นกายของพี่เข้มอย่างนุ่มนวลจนผมรับรู้ได้ถึงความเปียกแฉะที่ออกมาจากรอยแยกส่วนปลายของหัวบานใหญ่นั่น“อ๊าาาาาห์…..”พี่เข้มครางเสียงกระเส่
“อื้อออ…พี่เข้มครับ…”ผมร้องเรีียกของเสียงหลงเมื่อพี่เข้มจัดการสอดใส่ปลายนิ้วเรียวของเขาให้เร็วขึ้นโดนโพรงปากของเขากำลังดูดดึงลูกบอลกลมกลึงของผมทั้งสองลูกเล่นอยู่ทำให้ผมกระสับกระส่ายร่างกายไปมา“อื้อออออ”“อ๊าาาาาาาห์..!!”ผมร้องออกมาด้วยความเสียวซ่านผมหลับตาพริ้มที่รับรู้ได้ว่าในตอนนี้พี่เข้มได้ถอดถอนปลายนิ้วเรียวของเขาออกมาจากช่องทางรักของผมเรียบร้อยแล้วและแปรเปลี่ยนมาจับร่างผมให้นอนหงานราบไปกับเตียงนอนไม้ไผ่ที่เย็นนะเยือกเย็นเพราะอากาศยามค่ำคืนแบบนี้พรึบ“อื้อออ…พี่เข้ม…”ผมเรียกพี่เข้มเสียงเเผ่วเบาพลางมองการกระทำของเขาที่ในตอนนี้เขาจับท่อนขาแกร่งของผมทั้งสองข้างยกสูงขึ้นและจัดการอ้ามันออกมาจากกันก่อนจะสอดแทรกร่างของเขามาตรงหว่างของผมและจัดการใช้ท่อนเอ็นยักษ์ของเขาถูไถทักทายท่อนเอ็นร้อนของผมก่อนที่เขาจะเลื่อนต่ำลงไปที่ช่องทางรักของผม“ถุย!”พี่เข้มถุยน้ำลายของเขาลงไปบนท่อนเอ็นร้อนของเขาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผม ที่นอนหอบหายใจเหนื่อยถี่ด้วยความเสียวซ่านและความกลัว เพราะผมไม่เคยมีอะไรกับใครก่อนพี่เข้มเป็นคนแรกของผมที่จะได้เปิดบริสุทธิ์ประตูหลังของผม“อื้ออออ….”“พร้อมนะ…”เขาเอ่ยถาม
เช้าวันต่อมาบ้านพรานเข้ม….ดาวเหนือ ณทภัทร….“อื้อออ….”ผมครวญครางออกมาอย่างรู้สึกอัดอัดและระบบเจ็บไปหมดตามท่อนร่างของผมและรับรู้ได้ถึงแรงกอดรัดจากผู้ชายร่างหนาที่นอนเปลือยกายอยู่ข้างๆผม โดยเราทั้งคู่นอนเปลือยกายกันมีแค่ผ้าขาวม้าผืนเดียวที่ห่มช่วงเอวลงไปถึงหน้าขาอ่อนนอกนั้นโล่งโจ้ง“อื้อออ…พี่เข้ม…”ผมครางเสียงกระเส่าเมื่อพี่เข้มที่นอนซ้อนด้านหลังของผมโดยที่ผมนอนหันหลังให้เขา เขากำลังใช้ปลายจมูกโด่งซุกไซ้คลอเคลียไปตามซอกคอของผมสร้างความสยิวให้ผมเป็นอย่างมาก“อื้ออ!”พี่เข้มคำรามในคออย่างขัดใจที่ผมพยายามขันขืนเขาโดยการขยับตัวออกมาจากร่างหนาของพี่เข้มเพราะผมรับรู้ได้ถึงลำกายใหญ่ของเขาที่เริ่มคลอเคลียอยู่บริเวณตูดงอนกลมกลึงและความเเข็งแกร่งบางอย่างของเขาที่ผมรับรู้ได้ถึงอุณหภูมิความร้อนของมันพี่เข้มจะกินผมอีกแล้วเหรอเนี่ย“ไม่นะครับ….ผมเจ็บ…ตูด…”ผมพูดบอกแกไปแต่ประโยคท้ายผมใช้พึมพำเอาน่ะ ก็มันน่าอายหนิครับ เมื่อคืนนี้คิดว่าฝันแต่พอตื่นมากลับมานอนอยู่ในอ้อมอกของพี่เข้มได้ซะงั้น“หึ….”เสียงแค่นหัวใจในลำคอจากคนด้านหลังทำให้ผมหน้าบึ้งตึงขึ้นมาทันทีก็ใช่สิ…เขาไม่ได้โดนกระแทกและสอดใส่แบบผมหนิ เ
"ครับ....ผมรับปาก"ผมเอ่ยบอกพี่เข้มไปแทบจะทันทีโดนไม่ต้องคิด เพราะสายตาที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองของพี่เข้ม มันช่างดุเหลือเกินน่ะสิครับ"ที่พิธีในค่ำคืนนี้ข้าร่ายมนต์บังตาไว้....จะไม่มีใครหาปรัมพิธีของข้าเจอ....เพราะฉะนั้นเอ็งไม่ต้องห่วงข้า""เข้านอนนะคนดีของข้า"*พี่เข้มเอ่ยขึ้นและลดเสียงเข้มลงเป็นเสียงอ่อน ก่อนจะยื่นมือมาจับแก้มผมและยิ่มบางๆให้ผมผมก็ยิ้มให้เขาก่อนจะพยักหน้าเป็นอันเข้าใจและรับรู้ทุกเรื่อง"ข้าต้องไปก่อน....ใกล้จะได้ฤกษ์แล้ว""ครับ""เอ็งเข้าบ้านได้แล้ว""ครับ"ผมเอ่ยบอกพี่เข้มเสร็จและก็กำลังจะหันหลังเดินเข้าบ้านอีกครั้งตามคำสั่งของพี่เข้มแต่คราวนี้ร่างของผมก็โดนพี่เข้มคว้าเอวสอบของผมไปให้หันไปหาเขาโดยที่ผมตั้งตัวไม่ทันอีกครั้งรู้ตัวอีกที ริมฝีปากของผมก็โดนครอบครองด้วยริมฝีปากขอพี่เข้มเป็นที่เรียบร้อยแล้วพรึบเขาดันร่างของผมจนแผ่นหลังของผมแนบชิดไปกับไม้ฝาของบ้านพี่เข้มและเขาก็มอบจุมพิตที่เร้าร้อนและร้อนแรงให้ผมจนผมเริ่มเคลิ้มตามและจูบตอบเขาเราสองคนเกี่ยวตวัดปลายลิ้นหยอกเย้ากันไปมาโดยที่ผมเองก็ใช้ปลายลิ้นตวัดเลียน้ำลายและชิมความหวานละมุนในโพรงปากของพี่เข้มราวกับว่ามันเป
กลับมาที่ ภูดาวในปี พุทธศักราช 2466Part.ดาวเหนือ "เอ็งเดินให้มันดีๆหน่อยได้ไหม!!!"พี่เข้มตะโกนเสียงดังใส่ผม จนผมที่เดินนำหน้าเข้าอยู่ต้องหันกลับไปหาเขาอย่างเอาเรื่อง"นี่ผมก็เดินดีแล้วและมันไม่ดีตรงไหน?!"ผมเอ่ยถามเขาไปด้วยท่าทางจริงจังพลางยกมือขึ้นมาเท้าเอวจ้องหน้าพี่เข้มอย่างไม่วางตาพี่เข้มที่ถือตะเกียงอยู่ในมือก็เดินมาถึงตัวผมพอดี"ถ้าเอ็งยังไม่เลิกยั่วโมโหข้า....ข้าจะจับเอ็งกินเดี๋ยวนี้!!!"เสียงเข้มพร้อมหน้าตาดุๆมองจ้องผมอย่างไม่วางตาและสายตานั่นของพี่เข้มทำให้ผมกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอดังอึกใหญ่อย่างยากลำบาก"ใช่สิ....เอ๊ะอ๊ะก็จะกิน....คิดว่าผมกลัวเสืออย่างพี่เหรอไง?"แต่ปากของผมกลับพูดในสิ่งที่ใจผมไม่ได้คิดแบบนั้น และเพราะไอ้น้ำเมานี่ทำให้ผมมีความกล้ามากกว่าเดิม และปากไวมากขึ้นอีกด้วยนี่สินะของมึนเมาทำให้คสเราขาดสติสัมปชัญญะน่ะไอ้เหนือนะไอ้เหนือ"ไม่ใช่ว่าข้าเป็นเสือแล้วจะกินเอ็ง....แต่ที่กล้าหมายถึงคือ"พี่เข้มว่าทิ้งท้ายก่อนจะทำสายตากะลิ้มกะเหลี่ยมองร่างกายของผมที่เขามองนานที่สุดก็คงจะเป็นพรึบ"อย่าเก่งแต่พูดครับ.....อยากโดนกินจะแย่"ผมล่ะอยากจะเอาหัวตัวเองไปกระแทกกับต้นไม้ที
"สะเสือสมิง?"คุณหญิงพรทิพย์เอ่ยเสียงสั่นออกมาพลางหายใจไม่ทั่วท้องแข่งขาอ่อนแรงจนโยรินจึงรีบถลามาประคองคุณหญิงไว้ในอ้อมแขนเธออย่างรวดเร็ว"ไร้สาระน่ะ....ถ้าคุณไม่หยุดพูดเรื่องโกหกผมจะแจ้งความจับคุณข้อหาป่วนการทำงาาของเจ้าหน้าที่!!!"พลตำรวจเอกพงศพัศษ์เอ่ยเสียงเข้มหน้าตาจริงจังอย่างโกรธจัดชี้หน้าพรานโต พรานโตก็ยิ้มอ่อนให้พงศพัศษ์"ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะมาป่วน....แต่แค่จะมาชี้ทางสว่างให้กับคุณและคุณ"พรานโตว่าพลางชี้นิ้วไปที่พลตำรวจเอกพงศพัศษ์และคุณหญิงพรทิพย์"พวกคุณลองคิดดีๆ....ว่าถ้าไม่ใช่อย่างที่ผมบอก...ลูกของพวกคุณและพวกโจรจะเดินไปทางไหน....""ในเมื่อรอยเท้าพวกนี้ยังอยู่ที่เดิมไม่ได้เดินออกไปจากที่ตรงนี้.....ถ้าพวกเขาไม่ได้บินขึ้นฟ้าไป""เลิกพูดจาไร้สาระสักที....นี้มันยุคสมัยไหนแล้วมันจะมีเรื่องแบบที่คุณว่าเกิดขึ้นได้ยังไง!!!"พลตำรวจเอกพงศพัศคำรามเสียงดังลั่น อย่างข่มใจตัวเอง เพราะเขาเองก็เริ่มที่จะคิดตามคำพูดของพรานโตไปแล้ว เพราะร่องรอยรองเท้า ของคนนับสิบคนมันบ่งบอกแบบนั้นจริงๆ"คุณนั้นแหละค่ะที่ต้องหยุด!!!"เป็นคุณหญิงพรทิพย์ที่ตะโกนเสียงเข้มใส่พงศพัศษ์สามีที่ดำรงตำแหน่งเป็นถึงผู้บังค
กลับ ปัจจุบันพุทธศักราช 2566หุบเขาภูดาว"ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคนหลายคนหายไปจะไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้!!"เสียงเข้มที่ทรงอำนาจเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจและดุดันจากผู้บัญชาการใหญ่ที่มีดาวสีทองประดับอยู่เต็มบ่าทั้งสองข้าง ที่ติดยศพลตำรวจเอกพงศพัศษ์ที่ยืนเท้าเอวสั่งลูกน้องหลายสิบรายให้ไล่หาลูกชายเพียงคนเดียวของเขาที่หายไปนับสัปดาห์พวกเขาปูพรมค้นหาทั่วทั้งหุบภูดาวมาเป็นอาทิตย์แต่ยังก็ไร้วี่เเววของคนอีกหลายสิบคนที่หายไปอยู่ดีเหลือเพียงแค่เต็นท์หนึ่งหลังใหญ่และของกลางมากมายที่มีทั้งยาเสพติดผงเฮโรอีนและอาวุธสมครามมากมายถูกวางจัดเรียงไว้เป็นอย่างดีแต่ไร้ซึ่งคนสักคนเดียว"ฮืฮๆๆๆๆๆ"เสียงร่ำไห้โฮที่ร้องไห้ไม่ขาดติดต่อกันมาเป็นเวลานับชั่วโมงตั้งแต่ที่เธอมาถึงที่นี่ เธอคือภริยาของผู้บังคับบัญชาการใหญ่ข้างกายเธอมีหญิงสาวรูปร่างผอมเพียวหุ่นบางอยู่ในชุดเดรสสีขาวแขนตุ๊กตาผมยาวสยายของเธอพัดปลิวไหวไปด้านข้างตามกระแสของลมมือของเธอก็โอบกอดร่างของคุณหญิงพรทิพย์เพื่อทำการปลอบโยนเธอ"ไม่เป็นไรนะคะคุณป้า....พี่เหนือเป็นคนเก่งค่ะ...พี่เขาต้องเอาตัวรอดได้อยู่แล้วเชื่อโยนะคะ"เสียงหวานไพเราะเอ่ยขึ้นอย่างปลอบประโยนคนข้า
จนวิชาในตัวผมเสื่อมและหมดไปดีไม่ดีผมอาจจะกลายเป็นเสือสมิงขึ้นมาอีกตัวก็ได้เพราะผมร่ำเรียนวิชาเสือเย็นมา เสือเย็นก็ไม่ต่างจากเสือสมิงแต่เสือเย็นไม่กินเนื้อของสัตว์และของคนรักษาศีลห้าอยู่เสมอและผมเองก็เป็นคนอยู่ในศีลด้วย "เอ็งเลิกเซ้าซี้ข้าเสียที.....ข้าไม่มีทางรักเอ็ง""ข้ามีคนรักอยู่แล้ว.....ซึ่งคนนั้นไม่ใช่เอ็งเเน่นอน"ผมยื่นคำขาดน้ำเสียงจริงจังบอกเเสงเดือนไป เธอก็หน้าเสียและซีดสลดลงอย่างเห็นได้ชัดเธอทำสีหน้าที่ตกใจและไม่พอใจ แต่ทำไงได้ ในเมื่อผมมีคนที่ผมรักอยู่แล้วที่ผมรักเธอหรือรักคนอื่นไม่ได้เพราะมันเหมือนผมรอคอยใครสักคนมานานแสนนาน คนที่ผมคุ้นเคยกับเขามานาน เหมือนเราเคยพบเจอกันมาก่อน และเหมือนมีบางอย่างมันสั่งให้ผม รอคนคนนั้น ในใจผมบอกเองว่า เมื่อเขามา ผมจะรู้ได้เอง และมันก็จริงเมื่อผมพบเจอหน้าดาวเหนือหัวใจที่ไม่เคยหวั่นไหวกับหญิงหรือชายใด ก็เต้นวูบวาบขึ้นมา มันตื่นเต้นทุกครั้งเวลาที่เห็นหน้าเขาหรือได้แตะสัมผัสตัวเขามันอยากกอดอยากหอมทุกครั้งที่ได้กลิ่นกายเขาหรือเขาอยู่ใกล้ๆนี่สิน่ะ ที่ผมรอคอยมาเกือบครึ่งชีวิต......"ถึงพี่เข้มจะไม่มีวันรักฉันแต่ยังไงๆเราก็ต้องแต่งงานกันอยู
เหตุการณ์ก่อนหน้านั้นPart พรานเข้ม.....พรึบ"ฟอดดดดดด ฟอดดดดด"ผมหลับตาพร้อมกับเอาขาเกี่ยวกอดร่างของดาวเหนือและพรมจูบหอมไปทั่วบนพวงแก้มของเขาอย่างรักใคร่แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องแปลกใจและรีบลืมตาเบิกดูทันทีว่าคนที่ผมกำลังกอดก่ายร่างของเขาและเอาหน้าซุกไซ้หอมไปเมื่อกี้นี้ไม่ใช่ดาวเหนือเพราะเป็นร่างเล็กเนื้อตัวนุ่มนิ่มและอรชรมันเป็นร่างของผู้หญิงแน่นอน"พี่เข้มอื้อออออย่าสิจ๊ะฉันจั๊กกะเดียมนะ"และยิ่งเสียงนี้ก็ทำให้ผมมั่นใจทันทีว่าคนที่ผมเผลอจูบหอมไปนั้นไม่ใช่ดาวเหนือแน่นอน"อีเดือน!!"ผมร้องตะโกนชื่อของผู้หญิงที่ผมกอดก่ายไปเมื่อครู่เพราะคิดว่าเป็นดาวเหนือที่เขาบอกผมเขาจะไปเอาข้าวมาให้ผมกิน พอกินเสร็จก็จะเช็คตัวให้ผม ผมที่เห็นว่าดาวเหนือไปนานแล้วก็เลยคิดว่าต้องเป็นเขาแน่ๆที่เป็นคนมาเปิดประตูและเข้ามาในบ้านของผมแต่ทำไมกลับเป็นแสงเดือนไปได้ล่ะพรึบตุ๊บ"โอ้ย!!!ฉันเจ็บนะพี่เข้มไม่เห็นต้องโยนร่างฉันออกมาแบบนี้เลย"แสงเดือนที่นั่งอยู่บนพื้นไม้แคร่ของบ้านผมร้องโอดครวญขึ้นมาพร้อมทำใบหน้าที่เหยเกและเอามือลูบบั้นท้ายของตัวเองไปด้วยผมที่มีสีหน้าแตกต่างและตกใจและนึกโกรธตัวเองที่ไม่รอบคอบทำอะไรที่น่
แสงเดือนได้รับข่าวว่าพี่เข้มบาดเจ็บหนัก เธอจึงอาสามาดูแล และค่ำคืนนี้ เธอก็คงจะนอนเฝ้าพี่เข้มแน่นอน เห็นแสงดาวบอกผมแบบนั้นนะเพราะพ่อของเธอหรือผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านนี้ หมายตาอยากให้พี่เข้มเป็นผู้ใหญ่บ้านแทนแกต่อไป เพราะในหมู่บ้านนี้พี่เข้มเป็นคนมีฝีมือและเชี่ยวชาญวิชาไสยเวทย์และคาถาอาคมมากกว่าใครเพื่อนผมเองก็เพิ่งรู้ว่าผู้ชายในหมู่บ้านนี้ทำอาชีพเป็นพรานออกล่าสัตว์เอาเนื้อไปขายในเมือง ทุกคนล้วนมีวิชาอาคมติดตัว แต่ไม่ได้เก่งเท่าพี่เข้มสักคนเห็นแสงดาวบอกว่า พี่เข้มเป็นคนมีพรสวรรค์ เขาเลยเป็นพรานที่เก่งที่สุดในหมู่บ้านและหล่อที่สุดด้วยและสาวๆในหมู่บ้านนี้ก็หมายตาพี่เข้มไว้เยอะเหมือนกัน แต่แสงเดือนยื่นคำขาดว่าห้ามใครยุ่งกับพี่เข้มของเธอเด็ดขาด ไม่งั้นจะได้เห็นดีกับเธอแน่และความที่เธอเป็นลูกสาวของผู้ใหญ่บ้าน จึงไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าท้าทายกับเธอและขัดคำสั่งของเธอเวลาโพล้เพล้ผมทอดสายตามองเหม่อไปทั่วน้ำตกแห่งนี้ แววตาคุ้นคิดและไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ผมมาอยู่ที่นี่ได้เกือบสามชั่วโมงแล้ว ก็ตั้งแต่แสงดาวขอตัวกลับบ้านไปหุงหาทำกับข้าวเย็นให้กับพ่อแม่ของเธอที่บ้าน ผมก็เห็นว่าแสงเดือนยังไม่ออกม
"พี่เข้มอื้อออออย่าสิจ๊ะฉันจั๊กกะเดียมนะ"เสียงหวานครางกระเส่าดังออกมาจากในบ้านของพี่เข้ม ผมที่มือกำลังจะเอื้อมมือไปเปิดประตูบ้านก็ต้องหยุดชะงักลงอย่างตกใจและยืนตัวแข็งทื่ออยู่แบบนั้นอย่างคนที่ทำอะไรไม่ถูกมือเท้ามันชาไปหมดรวมถึงใบหน้าเองก็ด้วยคำถามมากมายเกิดขึ้นในหัวผม แต่ก่อนที่ผมจะได้คิดอะไรเองไปมากกว่านี้เสียงของใครอีกคนก็ดังขึ้นข้างหลังผมมา"พี่คงจะเป็นญาติของลุงสิงห์สินะจ๊ะ"เสียงหวานไพเราะของผู้หญิงเอ่ยขึ้น ทำให้ผมต้องหันไปมองยังต้นตอของเสียงก็พบเข้ากับผู้หญิงผมยาวสวยสยายสีดำสนิทคิ้วหนาตาโตจมูกโด่งริมฝีปากสีชมพูแต่งกายด้วยเสื้อสีขาวแขนตุ๊กตาและสวมใส่ผ้าถุงสีเขียวยาวปิดถึงตาตุ่ม เธอกำลังยืนมองผมด้วยความสงสัยก่อนที่เธอจะคลี่ยิ้มให้ผมเป็นรอยยิ้มที่หวานละมุน ผมก็ยิ้มตอบเธอไป"อ้อใช่ครับ""พี่คงมาจากในเมืองสินะจ๊ะ....""ก็ก็คงงั้นมั้งครับ"ผมตอบเธอไปอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงเท่าไหร่นัก เพราะผมกำลังโกหกเธออยู่หนิครับ และผมก็ไม่ชอบการโกหกซะด้วยสิ แต่กลับต้องมาโกหกเสียเองว่าแต่เธอคนนี้เป็นใครกันล่ะเนี่ย ทำไมถึงมาอยู่ที่บ้านของพี่เข้มได้อีก"อ้อข้าชื่อแสงดาวจ้ะเป็นน้องสาวของพี่แสงเดือนน่ะจ้
"ที่ข้าไม่หายใจเพราะว่าวิญญาณข้าหลุดออกจากร่าง""แล้วนั้นไม่เรียกตายเหรอครับ!!!"ผมเสียงดังใส่พี่เข้มอย่างคนที่ตกใจและไม่เข้าใจว่าเขาพูดถึงเรื่องการตายได้หน้าตาเฉยไร้ความรู้สึกแบบนี้ได้ยังไง ผิดกับผมที่พอรู้ว่าเขาไม่หายใจผมแทบจะบ้าตาย"หึ....ข้าดีใจนะที่เอ็งกลัวข้าตายจนอารมณ์เสียแบบนี้""ยังจะมาเล่นอีกนะครับ"ผมพูดเสียงเข้มหน้าตาเข้มขรึมบ่งบอกว่าผมไม่ตลกด้วยกับสิ่งที่พี่เข้มกำลังพูดอยู่ในตอนนี้"อ่ะๆๆข้าอธิบายก็ได้....ที่วิญญาณของข้าออกจากร่างทำให้ร่างกายของข้าหยุดหายใจไปชั่วขณะเพราะข้าร่ายมนต์ถอดจิตเพื่อให้ร่างกายของข้าไม่ตายเพราะบาดแผลที่ฉกรรจ์แบบนั้น""ให้ร่างกายของข้าทนพิษและรับบาดแผลไหวข้าถึงต้องถอดจิตออกมา""เอ็งรู้ไหมว่าเวลานั้นที่ข้ายืนมองเอ็งร้องไห้และกดหน้าอกช้าเพื่อช่วยชีวิตข้าพร้อมกับที่เอ็งร้องไห้ไปด้วยมันทำให้หัวใจข้าเจ็บแทบจะขาด"พี่เข้มเอ่ยออกมาพร้อมกับทำสีหน้าที่เจ็บปวดแววตาของเขาสั่นไหว ผมก็จ้องหน้าเขานิ่ง เพราะมันจริงอย่างที่เขาว่า ผมร้องไห้อย่างคนบ้าใจผมเองก็แทบจะขาดเหมือนกัน"ข้าเพิ่งจะเข้าใจในวันนี้ที่เขาบอกว่ามันเจ็บแทบใจจะขาดมันเป็นแบบนี้นี่เอง"พี่เข้มเอ่ยออกมาด้