สาวน้อยมาถึงกลางลานบ้านก็เห็นท่านป้าจ้าวเดินไปเดินมากังวลใจอยู่ ไป๋เจินเจินรู้ตัวดีว่านางทำผิดที่ไม่เชื่อคำเตือนของสองผู้เฒ่าแต่ทำไงได้ น้ำพุร้อนรักษาแผลและแก้อาการฟกช้ำเคล็ดขัดยอกได้ดี นางมีเหตุผลไม่ได้ไปเพราะไม่รู้ความสักหน่อย"ท่านลุงจ้าว ท่านป้าจ้าว ข้ามาแล้วเจ้าค่ะ""ไป้หยา...คุณหนูไป๋ อ่า ท่านไปไหนมาอย่าบอกยายเฒ่าใกล้ตายคนนี้นะว่าท่านไปเขตน้ำพุร้อนมา ป้าเรียกเท่าไหร่ท่านก็ไม่ได้ยิน""ท่านป้า คือข้าไม่ได้ไปเจ้าค่ะ ข้าเดินเล่นอีกอย่างที่นี่อยู่ติดภูเขามีดอกไม้สวยงามมากมาย นี่ไงข้าเก็บกลับมาด้วย ให้ท่าน"หญิงชราจับมือไป๋เจินเจินก่อนจะเอ่ยกับนาง"รีบกลับเถอะเจ้าค่ะ ใต้เท้าเสร็จแล้วจะได้ไปพร้อมกัน""ตาแก่จ้าว เอ้ย ท่านอาจารย์จ้าวมิใช่ว่าล่วงหน้าไปก่อนแล้วหรือเจ้าคะ""ใต้เท้าเดิมทีก็จะไปแต่ว่าท่านเห็นว่ายังมีเวลาเลยไปแช่น้ำร้อนสักหนึ่งชั่วยามเพื่อผ่อนคลายเจ้าค่ะ""อ้อๆๆ ห๊ะ ห๊า ชะ ชะ แช่ นะ น้ำร้อนหรือ ขะ ขะ เขาก็อยู่ที่ บะ บ่อน้ำพุหรือ""เจ้าค่ะ อ้อใต้เท้ามาพอดีเลยเจ้าค่ะ"ไป๋เจินเจินหันไปมองคนที่เพิ่งมาถึง เขาแช่ตั้งแต่ตอนไหน แล้วเขารู้ไหมว่านางอยู่ที่นั่น เพรา
รถม้ามาถึงจวนไผ่แล้ว หมอถูกตามมาทันที จ้าวหย่งเฉิงเช็ดตัวให้นางเอิง เขาไม่สนใจเรื่องชายหญิงอีกต่อไป มิใช่ว่าเขาไม่เคยเห็น เรือนร่างนางแจ่มชัดในสายตาทุกอณู กระทั่งป้าจ้าวเคี่ยวยาเรียบร้อยเขาจึงปลุกนางมาดื่ม"อาเจิน ดื่มยาสักหน่อยเถอะ""อื้อ..ขมไม่เอา""อย่าดื้อดื่มหน่อยนะ""อื้อ.อึก อึก อื้อ"ไป๋เจินเจินถูกจ้าวหย่งเฉิงป้อนยาจนกระทั่งหมดชาม คนตัวเล็กเพ้อเพราะพิษไข้"หนาว หนางจัง แม่ขาพ่อขาหนูหนาวจังเลย ฮือๆๆ""ข้าอยู่นี่หลับนะเด็กดี ข้ากอดเจ้าแล้วไม่หนาวแล้วนะ"จ้าวหย่งเฉิงรั้งร่างบางมากอดเอาไว้ ลูบหลังนางเบาๆ ไป๋เจินเจินที่งอแงสักพักก็หลับไป จ้าวหย่งเฉิงกอดนางไว้ไม่ยอมปล่อยจากนั้นก็หลับตามนางไป เขากอดร่างบางทั้งคืนกระทั่งยามเหมานางจึงสงบนิ่ง ไข้ก็ลดลงแล้วจ้าวหย่งเฉิงต้องรีบเดินทาง เพราะรัชทายาทไปนานแล้วเขาลุกขึ้นห่มผ้าให้ลูกศิษย์ตัวน้อยก่อนจะหอมหน้าผากเล็กเบาๆ มองคนที่กำลังหลับใหลแล้วอมยิ้ม นึกถึงตอนที่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางเขาต้องข่มใจอย่างมาก นางช่างอวบอิ่มไปทุกสัดส่วนจริงๆ"เด็กดื้อ..อาจารย์ไม่อยู่ห้ามเจ้าซุกซนเล่า ข้าจะรีบกลับมาก่อนที่เจ้าจะพาเพื่อนบัณฑิตเส
ไป๋เจินเจิ่นฟังเสี่ยวจงเล่าเรื่องราวของครอบครัวก็รู้ว่าเขายังมีน้องชายน้องสาววัยหกขวบและห้าขวบอีกสองคน เสี่ยวจงอายุสิบเก้าแล้วแต่ยังๆไม่แต่งงานเพราะบ้านยากจน และเขายังต้องการเลี้ยงดูพ่อแม่ ไป๋เจินเจินนั่งชมทิวทัศน์สองข้างทางที่แปลกตาเพราะว่ามันคนละทางกับตอนที่นางไป ไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็มาถึงทางเข้าเมือง เหตุใดวันนั้นถึงได้นานเกือบสองชั่วยามกัน หืม....ตาแก่จ้าวเล่นตลกแน่ๆ ให้รถม้าอ้อมทางหรือ ทางก็แสนขรุขระเล่นซะแม่เอวเคล็ดเลย เช่นนั้นเรื่องที่เขาไปตามหานางไม่นับเป็นความดี เพราะทุกอย่างตาแก่นั่นเป็นต้นเหตุหากพานางมาด้วยแต่แรกก็ไม่เกิดเรื่องเสี่ยวจงไปแวะที่บ้านของเขาเพื่อเอาเครื่องมือช่างให้กับนาง มารดาของเขาอายุเพิ่งจะสี่สิบเท่านั้นแต่ผมขาวหมดแล้ว ส่วนบิดาก็ขาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เดินกะเผลกๆแต่ว่าอาการยังดีกว่าบิดาของนาง ไป๋เจินเจินรู้ดีว่าหากให้เงินเขาคงไม่รับจึงเอ่ยกับบิดาของเขาที่กำลังนั่งสานไม้ไผ่อยู่"ท่านลุงจู...ข้ามีลายสานแปลกๆหลายลาย หากวันใดว่างจะขึ้นแบบเอามาให้ท่าน ข้าเชื่อว่าหากทำออกมาเด็กๆต้องชอบ บรรดาเศรษฐีและขุนนางเหล่านั้นต้องยอมจ่ายเพื่อบุตรหลานของตนแน่
ไป๋เจินเจินนัดกับทั้งสามคนว่าจะมาเจอกันที่บ้านก่อนเปิดเรียนหนึ่งวัน เมื่อติดตั้งล้อที่ไม้กระดานเสร็จเรียบร้อยนางก็พร้อมลุย สวีข่ายเหยียน ฝางอี้หลุน จินเสี่ยวฟงมาถึงแล้ว ทั้งสามทักทายคารวะไป๋จิ้งก่อนจะเด็กทั้งสี่คนจะเริ่มสุมหัวกันที่กรงพังพอน จากนั้นไป๋เจินเจินก็เอ่ยขึ้นมา"พี่ๆข้าทำของเล่นชิ้นหนึ่งพวกเราไปลองเล่นกัน ข้าจะใช้มันเดินทางไปโรงเรียน""หืม อะไรหรือ""กระดานเลื่อนน่ะ ข้าทำเผื่อพวกท่านด้วย ไปกันเถอะข้าจะสอนพวกท่านเล่น"ไป๋เจินเจินพาทั้งสามคนไปที่ถนนหน้าตรอกบ้านเช่า จากนั้นก็หยิบเอากระดานเลื่อนหรือสเก็ตบร์อดที่นางลงทุนทำตั้งสามวันออกมาแล้วเริ่มเล่นให้ทั้งสามคนดู จอมเสเพลที่เห็นไป๋เจินเจินที่ยืนอยู่บนเจ้าแผ่นไม้นั้นเลื่อนไปมา นางกางแขนรับลมราวกับตนเองเป็นนกนางแอ่นน้อยกำลังร่อนถลาลม พวกเขาก็อยากลองบ้าง"อาเจินๆสอนข้าด้วย""ข้าด้วยๆ""ใช่ๆสอนข้าด้วย""ไม่ต้องห่วงข้าสอนพวกพี่ทุกคนแน่ๆ มาๆอันดับแรกท่านยืนแล้วใช้เท้าอีกข้าค่อยถีบพื้นให้ไถลไปก่อน ระวังนะอาจจะล้มบ้าง แต่ถ้าไม่เจ็บตัวจะเล่นเป็นได้อย่างไรกัน ไปเถอะ Let go""หืม..อะไรคือเลสโกหรืออาเจิน" สวีข่ายเ
ไป๋จิ้งทำตามบุตรสาวอย่างวว่าง่าย นางไม่รู้ว่านอกบ้านมีคนกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ได้ยินและรับรู้การกระทำของนางทุกอย่าง ส่วนไป่จิ้งเขารู้ดีเพราะเป็นผู้ฝึกยุทธมาก่อน ดูจากลมหายใจคงเป็นคนผู้นั้นกับอาจารย์จ้าว เขาจึงบอกให้บุตรสาวไปนอน"อาเจิน พรุ่งนี้ต้องไปเรียนแล้ววันหยุดหมดแล้วลูกรีบนอนเถอะ""ข้าจะส่งท่านเข้านอนก่อนเจ้าค่ะ""เจ้าไปนอนเถอะพ่ออยากจะเหลาดาบไม้นี่อีกสักหน่อยน่ะ มีขุนนางมาจ้างให้ทำเพื่อให้บุตรชายของเขาได้ฝึกฝีมือ""ท่านพ่อ ถ้าเช่นนั้นท่านอย่านอนดึกนะเจ้าคะ" "อืม..ลูกเข้านอนเถอะ"ไป๋เจินเจินเดินไปดูเตาไฟตรวจสอบทุกจุดที่แห้ง อากาศเริ่มเย็นโอกาสเกิดไปไหม้มีเยอะมาก นางเป็นนักผจญเพลิงมาก่อนต้องเฝ้าระวังอย่างดี เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็เข้าห้องนอน ทางด้านไป๋จิ้งทันทีที่บุตรสาวเข้านอนเรียบร้อยเขาก็ส่งสัญญาณให้คนที่อยู่ด้านนอกทันที ทั้งห้าคนเดินเข้ามาในบ้าน ไป๋จิ้งค่อยๆเดินไปยังลานหน้าบ้านเพื่อพูดคุย จ้าวหย่งเฉิงทักทายเขาก่อน"พี่ใหญ่จิ้ง..ข้าเพิ่งจะรู้จากไท่จื่อว่าที่แท้ท่านเอาตนเองเข้ามาเสี่ยงเพื่อการนี้ ขาท่านเป็นอย่างไรบ้างดูเหมือนเดินดีขึ้น""ทำอาจารย์จ้าวเป็นห่ว
ไป่เจินเจินเอ่ยแก่พวกเขา นางต้องการให้บิดาไม่ว่างแล้วคิดฟุ้งซ่านเรื่องของนางจนเกินไป อีกทั้งจะแบ่งไปบ้านพี่เสี่ยวจงให้บิดาของเขาได้ทำด้วยจะได้มีรายได้ เฮ้อ ลูกมากจะยากจนเรื่องนี้ไม่เกินจริง เฮ้อ เมื่อนางเอ่ยจบทั้งหมดก็ลงชื่อกันไป่เจินเจินบอกแล้วว่าอีกสองวันมาเอาคำตอบจากนั้นนางกับอีกสามคนก็พากันไปหลังเขาของสำนักศึกษา เพื่อแข่งขันกัดปลาโดยงานนี้ไป๋เจินเจินเป็นหัวโจกคนรวบรวมศิษย์ของสำนักเอาไว้เกินครึ่งของสำนักศึกษา อาจารย์ที่เข้าสอนแทบจะเป็นลม ลูกศิษย์แทบไม่มีเลย เหลือห้องเรียนละสามถึงสี่คนเท่านั้น"พวกเจ้าเพื่อนๆหายไปไหนกันหมดเหตุใดไม่มาเข้าเรียน""เอ่อ..เรียนอาจารย์ใหญ่ขอรับ พวกเขาไม่อยู่ ศิษย์ก็ไม่ทราบว่าพวกเขาไปไหนเช่นกันขอรับ"อาจารย์ใหญ่ถึงกับปวดหัว เขาให้คนไปแจ้งแก่จ้าวหย่งเฉิงว่าลูกศิษย์สำนักศึกษาหนีเรียนเกือบทั้งหมด ทันทีที่ได้รับรายงานจ้าวหย่งเฉิงก็มาทันที ลูกศิษย์ที่โดดเรียนไม่รู้ว่าอาจารย์จ้าวกลับมาก่อนกำหนดจึงไม่มีใครเกรงกลัว ทุกคนกำลังเฮลั่นไป๋เจินเจินที่ตอนนี้ชนะพนันได้มาสองร้อยตำลึงแล้วก็เอาใส่ไว้ในตะกร้าก่อนจะเอาหนังสือเรียนทับด้านบน ในขณะที่ทุกคนก
คนตัวเล็กโมโหที่เขาดูหมิ่น จ้าวหย่งเฉิงมองหน้านาง นึกถึงเรื่องที่บ่อน้ำร้อน ไหนจะวันที่นางป่วยเขาเป็นคนเช็ดตัวให้นางเองกับมือ แต่งงานกับคนอื่นหรือไม่มีทางหรอก ไป๋เจินเจิน เขาโน้มใบหน้าลงมากำลังจะจูบนางก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเสียก่อน"ท่านเจ้าสำนักขอรับ...ลูกศิษย์ที่ก่อเรื่องถูกจับให้นั่งคุกเข่าที่ลานด้านหน้าหอตำราหมดแล้ว บัดนี้รอคำตัดสินโทษจากท่านอยู่ขอรับ""อืม รู้แล้วเจ้ากลับไปก่อน"เสียงฝีเท้าเดินจากไปแล้ว คนตัวโตระงับใจไว้ไม่ผลีผลาม เขามีวิธีที่จะทำให้นางหนีจากเขาไม่ได้ แต่ยังไม่ใช่วันนี้ "ลุกขึ้น ได้เวลารับโทษที่เจ้าก่อเรื่องแล้ววันนี้ไป๋เจินเจิน""หึ ใครกัลวกัน"จ้าวหย่งเฉิงลุกขึ้นยืน เขาสูงมากนักแค่เงาของเขายังดูดีขนาดนี้ เสียดายใจคอคับแคบชอบจับผิด ไป๋เจินเจินคิดในใจแต่ไม่พูดออกมา ก่อนที่ทั้งคู่จะไปยังลานหน้าหอตำรา คนตัวเล็กเดินตามหลังมา สายตามองไปยังกลุ่มเพื่อนเพื่อส่งสายตาขอโทษ เพื่อนทุกคนส่ายหน้าเบาๆเป็นอันรู้กันว่าพวกเขาไม่โทษนาง"พวกเจ้าวันๆไม่เรียนหนังสือพากันทำแต่เรื่องไร้สาระ ดีๆมาก อาจารย์ใหญ่รับคำสั่ง""ขอรับท่านเจ้าสำนัก""ลูกศิษย์ที่ก่อเร
ไป่เจินเจินที่กำลังถูกให้คัดกฎสำนักนั่งทำหน้างอง้ำ นางต้องรีบกลับบ้าน บิดาถึงเวลากินข้าวกินยาแล้ว กว่านางจะรวบรวมเงินทองไปหาท่านหมอมาตรวจบิดาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย จ้าวหย่งเฉิงนั่งมองตำราในมือ แสงตะวันลับไปแล้ว ในห้องของสำนักศึกษาตะเกียงถูกจุดขึ้นมา ลูกศิษย์กลับบ้านหมดแล้วเหลือแต่หัวโจกที่พาเหล่าเพื่อนบัณฑิตไปแข่งกัดปลาเล่นพนันกันที่เชิงเขา"อาจารย์เจ้าคะ..ศิษย์ขอกลับบ้านเอาอาหารกับยาให้ท่านพ่อก่อนได้หรือไม่เจ้าคะ คืนนี้จะคัดมาส่ง""คัดไป ยิ่งมัวแต่พูดเจ้าจะยิ่งเสร็จช้านะ ไป๋เจินเจิน""ตาเฒ่าเอ๊ย...แก่แล้วแก่เลยไม่หัดเห็นใจคนอื่นเสียบ้าง"ไป๋เจินเจินบ่นอุบอิบ แน่นอนจ้าวหย่งเฉิงได้ยิน เด็กคนนี้กิริยามารยาทไร้การอบรมจริงๆ"ตั้งแต่พรุ่งนี้มาเรียนส่วนตัวกับข้าทุกวัน คนอื่นไปถึงไหนแล้วเจ้ายังย้ำอยู่กับที่เลย จะได้ไม่พาคนอื่นเสียคน วันนี้กลับไปได้แล้ว"ร่างงามพยายามลุกขึ้นแต่นางลุกไม่ได้ นั่งมาหนึ่งชั่วยามแล้วเหน็บกินขาขนาดนี้จะลุกไงวะ จ้าวหย่งเฉิงเก็บตำราก่อนจะเดินออกจากห้องเพื่อกลับบ้าน เขาเห็นนางยังไม่ลุกก็เอ่ยถาม"ไม่กลับหรือ มิใช่ว่าเมื่อสักครู่เจ้าร่ำร้องจะกลับหรอกหรือ""เอ่อ..กะ กลับเจ้
"ท่านอา ข้าอยากไปเรียนกับอาเจิน เมื่อก่อนคนอื่นๆชอบดูถูกข้า หาว่าข้าไม่เอาไหนทั้งที่เป็นหลานสาวตระกูลบัณฑิต แต่ว่าข้าไม่ชอบคบค้ากับพวกเขานี่เจ้าคะ ตระกูลบัณฑิตจำต้องเก่งทุกคนหรือ อาเจินบอกว่าบางคนเกิดในตระกูลชาวนาทำนาไม่เป็นก็มี บางคนเกิดในตระกูลพ่อค้าขายของไม่เป็นก็มี"ทันทีที่หลานสาวพูดจบเขาก็หันมาหาคนตัวเล็กทันที ไป่เจินเจินพยักหน้าให้กับหายก่อนจะเอ่ยตอกย้ำ"ใช่เจ้าค่ะอาจารย์ ต้นไม้ยังมีตรงมีงอ คนเราไม่จำเป็นต้องเก่งเหมือนกัน บัณฑิตไม่ยอมให้ลูกหลานค้าขายบังคับศึกษาเล่าเรียน แต่กลับกันก็กีดกันพ่อค้ามิให้บุตรหลานรับราชการ ส่วนพวกตนเรียนมาเสียเปล่าดูถูกผู้อื่น แต่ทำตัวยิ่งกว่าขอทานรีดไปเอาเงินพวกเขาเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ยังกล้าเรียกตนเองว่าวิญญูชน""อาเจิน อย่าเสียมารยาท"ไป๋จิ้งหยวนตำหนิบุตรสาว เพราะนอกจากอาจารย์จ้าวแล้วยังมีอีกคนที่เพิ่งเดินออกมา จ้าวหย่งเฉิงมองหน้านาง วาจาเช่นนี้หากคนในสำนักบัณฑิตได้ยินเข้าคงกระอักเลือดตายแน่นอน แต่น่าแปลกคนที่ตระหนักถึงหลักการ มิยอมให้ใครมาทำลายกฎเกณฑ์ที่สร้างมาอย่างเช่นท่านย่าของเขากลับยืนฟังนางเอื้อนเอ่ยสงบนิ่ง ไม่โมโหหรือตำหนิสักนิด จ้าวห
เมื่อเข้าเฝ้าเรียบร้อยแล้ว ฮ่องเต้ก็เสด็จกลับไปยังตำหนักคุณหนิง ไป๋จิ้งหยวนเองก็ตามเสด็จไปด้วย ซ่งหว่านเดินมาดัหน้าเขาก่อนจะเอ่ย"องครักษ์ไป๋ มิเจอกันเสียนานท่านสบายดีหรือ ได้ข่าวว่าปีก่อน ไท่จื่อถูกคนลอบทำร้าย มีองครักษ์ที่ทิ้งหน้าที่คนหนึ่ง""ดูเหมือนจะใช่ ชื่ออะไรนะ ซ่งเอ๋อร์ อืมนั่นมิใช่หลานชายของคุณชายรองบ้านท่านหรอกหรือใต้เท้าซ่ง""หึ...ไป๋จิ้งหยวน ได้ไปไหว้หลุมศพฮูหยินบ้างหรือเปล่า ได้ยินว่าบุตรสาวเพิ่งปักปิ่นมิใช่หรือ หากข้าอยากทาบทามให้หลานชายคนโตของข้า มิทราบว่าใต้เท้าไป๋คิดเห็นเช่นไร"ฮูหยินของเขาถูกพิษเรื่องนี้เขารู้ดี ที่ต้องทำเป็นคนขาเป๋ เป็นเพียงทหารหนีหน้าที่เพราะต้องปกป้องบุตรสาว แต่บัดนี้อาเจินมีคนปกป้องแล้ว สกุลซ่งพวกเจ้าไม่อยากอยู่ก็บอกข้าดีๆสิ"เรื่องเซ่นไหว้ภรรยาใต้เท้าซ่งมิต้องมากังวลหรอก ส่วนบุตรสาวข้านั้นนางมีคู่หมายแล้ว หรือท่านมิได้ฟังราชโองการสมรสพระราชทานของบุตรสาวข้ากับราชครูจ้าว อ้อซ่งหว่านหวังว่าจะไม่ทำให้ท่านเสียหน้าในเรื่องนี้ ต้องขอตัวก่อนดูเหมือนฝ่าบาทจะเรียกหาข้าแล้ว"ไป๋จิ้งหยวนเดินจากไปโดยที่ไม่มองกลับมายังชายชราที่ยืนกำมือแน่น เขาส่งคนไปเยี่ยมบ้
ส่วนซ่งหว่านรอคำตอบอยู่ เขาได้รับการยืนยันแล้วว่ารัชทายาทที่อยู่ในตำหนักบูรพาเป็นตัวปลอม ตัวจริงคงเสียชีวิตไปตั้งแต่เกือบสองปีก่อนแล้วหยางมู่เฉินเดินออกมาอยู่ตรงหน้าฮ่องเต้ก่อนจะกราบทูล"ทูลฝ่าบาท เรื่องอาวุธมิได้หายไปที่ใดพ่ะย่ะค่ะ แต่เนื่องจากคุณภาพที่หลอมออกมานั้นย่ำแย่ กระหม่อมจึงได้หาวิธีหลอมออกมาใหม่ และยามนี้ก็ได้อาวุธที่แข็งแกร่งกว่าเดิมมากนัก"ซ่งหว่านถึงกับส่ายหน้าก่อนจะเดินมาตรงหน้าเขาอย่างไม่เกรงใจ"ไท่จื่อ มิใช่กระหม่อมดูถูกพระองค์ อาวุธเหล่านี้สกุลซ่งของเราดูแลมาตลอด ทรงบอกว่าอาวุธที่มีคุณภาพย่ำแย่เช่นนั้นทรงกล้านำสิ่งที่หลอมใหม่มาเปรียบเทียบหรือไม่เล่าพ่ะย่ะค่ะ"หยางมู่เฉินหันไปทางที่ฮ่องเต้ประทับอยู่ก่อนจะเอ่ย"ฝ่าบาท ที่นี่ท้องพระโรงห้ามพกอาวุธ แต่ลังอาวุธอยู่ด้านนอก จะเสด็จทอดพระเนตรด้วยพระองค์เองหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"ฮ่องเต้พยักหน้าก่อนจะลุกขึ้น จ้าวหย่งเฉิงอารักขาทันที และคนที่ซ่งหว่านคิดไม่ถึงก็ยืนอยู่ข้างพระวรกายฝ่าบาท ไป๋จิ้งหยวนมิใช่กลายเป็นไอ้คนพิการไปแล้วหรือ ก่อนจะเอ่ยอีกเรื่อง"ฝ่าบาท ไท่จื่อพระองค์นี้คือไท่จื่อหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"ขุนนางฟังแล้วก็
ไป๋เจินเจินค่อนขอดในใจ คนบ้านี่เอานางมาทิ้งแล้วหายหัวไปสามวันแล้ว พวกนางกำลังขนไหผักดองไปเก็บก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อนางเป็นเสียงเรียกที่คุ้นเคย จากนั้นนางก็หันไป ดรุณีน้อยคนหนึ่งยืนยิ้มจนเห็นฟันที่เรียงสวยขาวสะอาดจ้าวลู่ซินวิ่งมาหานางทันที ไป่เจินเจินเค้นความทรงจำเดิม นางคือเพื่อนสนิทของเจ้าของร่าง แต่เพราะขี้เกียจเรียนหนังสือ จึงถูกท่านย่าทวดของนางพาไปไหว้พระด้วยและเพิ่งกลับมา "อาเจิน ข้าได้ยินว่าท่านอาพาคนมาพักที่นี่ไม่คิดว่าจะเป็นเจ้า""ท่านอาหรือ..อาจารย์เป็นบุตรชายคนเดียวของมหาราชครูจ้าวเหว่ย อาซินเจ้าเป็นญาติฝ่ายไหนตาแก่จ้าวกันหรือ"คนที่เพิ่งลงมาจากรถม้าถึงกับสะอึก ตาแก่จ้าวหรือ ว่าที่หลานสะใภ้นางนี่วาจาช่างร้ายกาจจริงๆ มิน่าเจ้าหลานบ้าถึงถูกใจ ชอบสตรีโลดโผนแบบนี้สินะ เฮ้อ"ซินเอ๋อร์..อย่าเสียมารยาท""เจ้าค่ะท่านย่าทวด อาเจินนี่ท่านย่าทวดของข้า อ้อท่านปู่จ้าวเหว่ยบิดาของท่านอาหย่งเฉิงเป็นพี่ชายของท่านปู่ข้าน่ะ"ไป๋เจินเจินยอบกายคารวะหญิงชราทันทีที่จ้าวลู่ซินเอ่ยจบ พร้อมกับอีกสามคนก็คำนับเช่นกัน"ข้าน้อยไป๋เจินเจินคารวะไท่ฮูหยิน ขอให้ไท่ฮูหยินมีสุขภาพแข
ไป๋เจินเจินยังคงอึ้งอยู่ ดูเหมือนการแต่งงานครั้งนี้มิใช่เรื่องปกติ ศัตรูของบิดามีอำนาจหรือ ยิ่งใหญ่แค่ไหนถึงกับต้องให้นางไปหลบภัยที่อื่น มิน่าเขาแปลกๆมาหลายวันแล้ว ส่วนจ้าวหย่งเฉิงเองก็คงอยากรับผิดชอบในวันนั้นที่เขาเห็นเรือนร่างนาง แต่งได้ก็หย่าได้ เอาเป็นว่าหาหลุมภัยก่อนแล้วกัน รอให้สืบแน่ชัดว่าศัตรูบิดาเป็นผู้ใดค่อยว่ากัน เรือมาถึงริมตลิ่ง จ้าวหย่งเฉิงก็ลุกขึ้นอุ้มนางแล้วดีดตัวขึ้นฝั่ง ไป๋เจินเจินขึ้นไปนั่งบนรถม้าเรียบร้อยแล้ว มีกรงเพียงพอนอยู่บนรถม้า เสี่ยวจงกลับไปเอาเพียงพอนมาให้นางหรือ แปลว่าท่านพ่อคงจะไม่กลับไปที่บ้านหลังนั้นอีก แล้วสหายของนางอีกสามคนเล่ารถม้าเคลื่อนไปแล้ว จ้าวหย่งเฉิงรู้สึกว่าที่นางไม่โวยวายนั้นแปลกมาก ด้วยนิสัยของนางไม่น่าจะสงบ แปลว่านางกำลังหาทางรู้ความจริง ต้องไม่ให้นางสืบได้อะไร มิเช่นนั้นจะปกป้องนางลำบาก เขาจึงเอ่ยกับนาง"พี่รับสามคนนั้นเป็นลูกศิษย์ส่วนตัว พวกเขาจะมาพักที่เรือนไผ่ พวกเจ้าจะได้เรียนด้วยกัน ห้ามสนิทมากเกินไปพี่หึง""ใครเขาจะคิดอกุศลเช่นท่าน คนเอาแต่ใจ""มานี่ มานั่งตักดีๆอย่าดื้อ""เฮ้อ..ไม่หนักหรือข้าตัวใ
จ้าวหย่งเฉิงพายเรือมาจนถึงกลางบึง เขาเลี้ยวเข้าไปยังกลางดงที่มีใบบัวบังหนาแน่น เรือลำใหญ่พอให้เขาได้นอนเหยียดยาว จ้าวหย่งเฉิงกระเถิบมาหาคนตัวเล็กก่อนจะนอนหนุนตักนาง ไป๋เจินเจินทำอะไรไม่ถูก เมื่อวานก็จูบนาง วันนี้ก็จูบนาง ตอนนี้ยังมานอนหนุนตักอีก มือบางไม่รู้จะเอาไปวางตรงไหน นางเงอะงะไปหมด จ้าวหย่งเฉิงรวบมือสองข้างของนางมาจูบแล้วนำมาแนบกุมเอาไว้ที่หน้าอกตนเอง เขาหลับตาปล่อยให้เรือลอยไปเรื่อยๆตามกระแสน้ำเอื่อยๆ นี่เพิ่งจะยามซื่อ ใบบัวชูก้านสูงช่วยบังแดดได้ดี ไป๋เจินเจินเห็นเขาหายใจสม่ำเสมอ คนบ้านี่นอนหลับบนเรือจริงๆด้วย ไม่กลัวเรือล่มตกน้ำตกท่านหรือไงนะ จ้าวหย่งเฉิงไม่ได้หลับ เขารู้สึกถึงอารมณ์คนที่นั่งอยู่ นางกำลังเกร็งตัว เขาแอบอมยิ้ม ไปๆมาๆก็หลับไปจริงๆ เรือลอยมาจนถึงกอบัวหนาแน่นไปต่อไม่ได้มันจอดอยู่ตรงนั้น ไป๋เจินเจินหาวเหมือนกัน เมื่อคืนเหมือนนอนไม่อิ่มเลย นางนั่งสัปหงก จ้าวหย่งเฉิงลืมตามามองก่อนจะลุกขึ้นนั่ง"ง่วงหรืออาเจิน นอนกับพี่ไหม""อื้อ อาจารย์มันฟังดูแปลกๆนะเจ้าคะ เรียกท่านลุงยังพอฟังขึ้นบ้าง อื้อ"คนตัวโตรั้งนงมาจูบ เรือที่จอดอยู่โคลงทันที
เมื่อมื้อเช้าผ่านไปไป๋เจินเจินก็เดินกอดกระดานเลื่อนออกจากบ้าน จ้าวหย่งเฉิงให้นางไปก่อน เขารั้งอยู่เพื่อที่จะพูดคุยกับไป๋จิ้ง เมื่อบุตรสาวไปรอบนรถม้าแล้วทั้งคู่จึงได้สนทนากัน"ท่านราชครู..มีเรื่องอันใดหรือขอรับ""ใต้เท้าไป๋ สกุลหวงกลับมาครั้งนี้ดูเหมือนจะวางแผนบางอย่าง รัชทายาทคนนั้นท่านพบหรือยัง""ข้าพบแล้วและได้แจ้งข่าวไปแล้ว อีกอย่างเมื่อคืนมีคนบุกรุกบ้านข้า ท่านราชครูข้าบอกตามตรงข้าเป็นห่วงอาเจิน หากนางแต่งงานกับท่านข้าจะได้หมดห่วง แต่นางเด็กเกินไปข้าเกรงว่าท่านจะปวดหัวกับนาง""ข้ารู้วิธีปราบพยศนาง แต่ท่านจงอย่าลืมหากแต่งงานกับข้าแล้วนางมิอาจแต่งกับใครได้อีก ท่านจะยอมใช้แผนนี้ปกป้องนางจริงๆหรือ""ขอเพียงท่านเมตตานาง หากเสร็จเรื่องสกุลหวง ข้าจะพานางไปอยู่ที่อื่น ไกลจากเมืองหลวงไร้คนรู้จัก หากนางอยากแต่งงานขอเพียงบุรุษนั้นเป็นคนดี รักนางจริงใจข้าก็ยินดี"จ้าวหย่งเฉิงพยักหน้า หย่านางหรืออย่าได้หวัง ในเมื่อท่านขอร้องให้ข้าช่วยคุ้มครองบุตรสาวท่าน ข้าก็เสนอเรื่องแต่งงาน ท่านรับปากยกนางให้ข้าเองนะไป๋จิ้งหยวน ไป๋เจินเจินสามีเจ้าคือข้า วันนี้วันหน้าเจ้าก็คือฮูหยินขอ
ยามไป๋เจินเจินตื่นขึ้นมาแล้ว เมื่อคืนคลับคล้ายคลับคลาว่าบิดาเหมือนจะเข้ามาในห้อง หอมหน้าผากนางอีกทั้งยังห่มผ้าให้อีกด้วย ก่อนหน้านั้นได้กลิ่นแปลกๆเหมือนเป็นกำยาน กระทั่งบิดาเดินมาเห็นบุตรสาวหยุดยืนมองที่พื้นบ้าน ไป๋เจินเจินสังเกตเห็นรอยคล้ายคราบรูปร่างของคนที่นอนอยู่ มันเหมือนกับเวลามีเหตฆาตกรรมหรือมีอุบัติเหตุจะมีการมาร์คจุดเอาไว้ แต่นี่มันเบาบางมาก แต่ก็คล้ายๆคนนอนตายอยู่ตรง"อาเจิน ลูกมองอะไรหรือ""เอ่อ อ้อ ท่านพ่อเมื่อคืนท่านได้ยินอะไรหรือไม่เจ้าคะ""อืม..พ่อเคยเป็นเจ้าหน้าที่มาก่อนน่ะ มีคนบุกรุกบ้านของเรา แต่ราชครูส่งคนมาคอยดูแลลูกกับพ่อจึงได้ปลอดภัย""อาจารย์จ้าวหรือเจ้าคะ เขารู้ได้อย่างไรว่าจะมีคนมาบุกรุกที่บ้านของเรา""ดูเหมือนเรื่องที่ลูกจับเพียงพอนมาได้น่าจะมีคนรู้เรื่อง อาเจินลูกอยากย้ายบ้านมาตลอด เช่นนั้นพ่อจะยอมย้าย หลังจากพิธีปักปิ่นแล้ว พ่อมีเรื่องสำคัญจะบอกกับเจ้า""เรื่องอันใดเจ้าคะ อีกอย่างเราจะย้ายไปที่ใดกัน ท่านพ่อข้ามีเงินเก็บอยู่เอ่อ สามพันตำลึงหาบ้านดีๆไม่ต้องใหญ่อยู่นอกเมือง สงบๆดีไหมเจ้าคะ""อืม..ลูกไปเอาเงินมาจากไหนมากมายเพียงนั้น""ลูก
ไป๋จิ้งเดินออกมาข้างนอกก็เจอกับคนที่ไม่คิดว่าจะเจอ เขาถอนหายใจก่อนจะเบี่ยงตัวให้อีกฝ่ายเข้ามาในบ้าน"เหตุใดทรงลงจากเขาพ่ะย่ะค่ะไท่จื่อ สกุลซ่งไม่นอนใจเรื่องครั้งนั้นว่ากระหม่อมรู้เห็นแผนการกบฏหรือไม่ อีกอย่างรัชทายาทตัวปลอมเองก็ไม่รู้เรื่องราวทั้งหลายที่เกิดขึ้น หากซ่งหว่านอยากพบปะพูดคุยกับพระองค์ เด็กคนนั้นจะทำหน้าที่ได้ดีหรือไม่""สกุลซ่งเป็นบ้านเดิมองค์ชายห้า เขาอยากให้หยางตงชิงขึ้นดำรงตำแหน่งรัชทายาทแทนข้า เพียงแต่มารดาของเขาเป็นเพียงเฟย ส่วนข้ามารดาคือฮองเฮาแผนการก่อกบฏ จึงดำเนินมาเรื่อยๆ""รัชทายาทที่ตำหนักบูรพาคนนั้นเก่งกาจไม่น้อย แม้จะถูกลอบฆ่าบ่อยครั้งแต่ยังคงรอดมาได้ เรื่องนี้ฝ่าบาทไม่ระแคะระคายยังคงคิดว่าคนนั้นคือพระองค์อยู่""อืม..หานสุ่ยติดตามข้ามาตั้งแต่เขาห้าขวบยี่สิบปีมานี้เขาไว้ใจได้ เรื่องคุณหนูสกุลเว่ยคนนั้นที่มีเรื่องกับบุตรสาวท่านดูเหมือนจะพอใจในตัวหานสุ่ยไม่น้อยเลยนะท่านอาจารย์""ได้ยินว่านางหมั้นหมายอยู่กับคนสกุลจิน นางถูกเจ้าขับออกจากสำนักคงคิดแค้นแม่หนูน้อยอาเจินของข้าเสียแล้วล่ะ ราชครูจ้าว" "จินเสี่ยวฟงมิได้ชอบนาง ทะเลาะกันทุกครั้งที่เจอหน้า