นลินภัสร์มาฝึกงานในบริษัทของศรุตได้เกือบหนึ่งอาทิตย์แล้วหญิงสาวช่วยนรเทพได้ค่อนข้างมาก ทำให้เขาพอใจและคิดว่าถ้าหากตนเองต้องไปทำงานแทนเจ้านายที่เวียดนามก็ไม่ต้องห่วงว่าเขาจะไม่มีผู้ช่วย
“บ่ายนี้พี่จะออกไปคุยงานข้างนอก ถ้ายังไงพี่ฝากมายด์ชงกาแฟไปให้คุณศรุตในห้องด้วยเวลาบ่ายสองโมงนะ” นรเทพสั่งงานผู้ช่วยคนใหม่ที่นั่งทำงานอยู่ข้างๆ กับโต๊ะทำงานของเขา
“ได้ค่ะ พี่น็อตแล้วพี่จะกลับเข้ามาที่บริษัทอีกหรือเปล่าคะ”
“คงไม่แล้วแหละคุยธุระเสร็จก็ว่าจะกลับบ้านเลย ถ้ายังไงเราเจอกันอีกทีวันจันทร์นะ”
“ค่ะพี่น็อต” นรเทพเดินออกไปแล้วนลินภัสร์ก็นั่งทำงานที่ได้รับมอบหมาย
พอถึงบ่ายสองเธอก็ชงกาแฟตามสูตรที่นรเทพ บอกว่าเอาไปให้เจ้านาย
หญิงสาวเคาะประตูสามครั้งอย่างที่นรเทพบอกไว้ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป
“กาแฟค่ะคุณศรุต” เธอว่างกาแฟลงบนโต๊ะทำงานแต่ยังไม่ยอมเดินออกจากห้อง
ศรุตเงยหน้าขึ้นมามองก็รู้สึกแปลกใจและคิดว่านลินภัสร์น่าจะอะไรบางอย่างจะคุยกับตนเองแน่ๆ
“มีอะไรจะคุยกับฉันใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ แต่มายด์เห็นว่าคุณกำลังยุ่งอยู่เอาไว้วันหลังก็ได้ค่ะ”
“ฉันไม่ยุ่งเท่าไหร่หรอก เธอจะถามอะไรล่ะเรื่องฝึกงานหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะ” นลินภัสร์ลังเลว่าจะถามเขาดีหรือเปล่าแต่ถ้าไม่ถามเธอก็จะไม่รู้เลยว่าตัวเองต้องใช้หนี้จริงๆ เป็นเงินเท่าไหร่กันแน่
“แล้วมันเรื่องอะไรล่ะ”
“คือที่คุณเอาสัญญาเงินกู้ให้มายด์ดูเงินต้นที่ยืมไปสี่แสนบาท ใช่ไหมคะ แล้วดอกเบี้ยล่ะคะ ในนั้นไม่ได้ระบุดอกเบี้ยไว้”
“พนักงานที่ยืมเงินจากบริษัทเราจะไม่คิดดอกเบี้ยหรอกนะ”
“ไม่คิดจริงๆ ใช่ไหมคะ” หญิงสาวรู้สึกดีใจที่ได้ยินเพราะถ้าหากเขาคิดดอกเบี้ยด้วยจำนวนเงินก็ต้องเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน
“จริงสิ ฉันไม่อยากให้พนักงานที่นี่ต้องไปกู้เงินนอกระบบก็เลยให้พวกเขาทำสัญญากู้เงินกับเราแต่วงเงินก็ไม่มีไม่มีใครได้เยอะเท่ายายของเธอหรอกนะ”
“ทำไมคุณศรุตถึงให้ยายกู้เงินเยอะขนาดนั้นคะ สี่แสนมายด์ว่ามันมากเกินกว่าที่คนอายุหกสิบอย่างยายจะใช้หนี้ไหวนะคะ”
“เพราะยายสนบอกว่าจะเอาเงินไปให้หลานลงทุนทำกิจการแล้ว จะเอามาคืนภายในหนึ่งปียังไงล่ะ ฉันเห็นว่ายายเธอทำงานกับฉันมานานและฉันเองและฉันก็นึกถึงตัวเองในวันที่ไม่มีเงินและต้องไปกู้จากธนาคารมาทำธุรกิจฉันก็เลยยอมให้ยายเธอกู้เงินน่ะ”
“ถ้าสมมุติคุณตามหามายด์กับพี่ไม้ไม่ได้คุณจะทำยังไงกับหนี้ก้อนนี้”
“ไม่รู้สิ ฉันยังไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลย แต่ก็ดีนะที่ฉันตามตัวเธอเจอ เธอก็เลยต้องมารับผิดชอบ ฉันรู้นะว่าเรื่องนี้มันไม่ถูกต้องเลยแต่ฉันก็ไม่รู้จะช่วยเธอยังไงเพราะยายไม่ได้กู้ยืมเงินจากฉันโดยตรงเขากู้ผ่านบริษัทเพราะฉะนั้นการใช้หนี้ก็จะต้องเป็นไปตามกฎระเบียบ เอาไว้ถ้าเธอเรียนจบแล้วมาทำงานกับฉันแล้วทำงานดีดีฉันจะเพิ่มโบนัสให้เธอเยอะๆ ดีไหมล่ะจะได้ใช้หนี้หมดเร็วๆ”
“ดีค่ะ แต่อีกตั้งสามเดือนเลยนะคะกว่ามายด์จะเรียนจบ”
“ฉันไม่รีบหรอกแล้วเธอล่ะช่วงนี้ยังทำงานพิเศษอยู่หรือเปล่า”
“ยังทำอยู่ค่ะ”
“ทำงานพิเศษแล้วยังจะมาฝึกการไว้เธอก็เก่งเหมือนกันนะ”
“มายด์เหลือตัวคนเดียวนี่คะคุณศรุตถ้ามายด์ไม่เก่ง ไม่สู้แล้วมายด์จะอยู่ได้ยังไงล่ะ” หญิงสาวตอบไปตามความจริงเพราะตอนนี้เธอก็เหมือนอยู่ตัวคนเดียวบนโลกใบนี้
“แล้วเธอติดต่อพี่ชายได้บ้างหรือยังล่ะ”
“ติดต่อไม่ได้เลยค่ะ มายด์ทั้งโทรทั้งไลน์ไปหาแต่เขาก็ไม่เคยอ่านข้อความเลย บางทีเขาอาจจะไม่อยากติดต่อกับมายด์แล้วก็ได้เพราะถ้าติดต่อกลับมาก็กลัวจะต้องมาใช้หนี้”
“แล้วเพื่อนของเขาล่ะยังโทรมาทวงหนี้กับเธออยู่ไหม”
“ไม่ค่ะ เขาไม่ได้โทรมาเลยค่ะ แต่ไม่โทรมาก็ดีเหมือนกันค่ะเพราะมายด์ไม่รู้จะบอกเขายังไงเหมือนกันว่าจะไม่ใช้หนี้แทนพี่ชาย”
“ก็บอกเขาไปตามตรงนั่นแหละไม่เห็นมีอะไรต้องกลัวเลย ถ้าเขามีปัญหามากนักก็ให้เขาโทรคุยกับฉันแล้วฉันจะจัดการเอง”
“มายด์คงไม่รบกวนคุณศรุตมากขนาดนั้นหรอกค่ะ แค่คุณให้มายด์ผ่อนชำระหนี้แค่นี้มายด์ก็รู้สึกขอบคุณมากๆ แล้วไหนยังจะรับมายด์และเพื่อนๆ เขามาฝึกงานที่นี่อีก อาจารย์บอกว่าแต่ก่อนบริษัทคุณไม่เคยรักนักศึกษาฝึกงานเลยใช่ไหมคะ”
“ใช่แต่ก่อนฉันไม่เคยรับนักศึกษาฝึกงานเลย”
“เพราะอะไรเหรอคะ”
“เพราะฉันคิดว่าฉันให้ความรู้กับพวกเขาได้ไม่เต็มที่น่ะสิบริษัทฉันเพิ่งเปิดมาได้ไม่ถึงสิบปีไม่รู้จะเอาอะไรไปสอนนักศึกษานะ”
“แต่บริษัทคุณก็ขยายตัวเร็วมากๆ เลยนะคะตอนนี้ไม่ว่าจะไปที่ไหนมายด์ก็เห็นร้านคุณเต็มไปหมด อาจารย์บอกว่าคุณจะเปิดกิจการใหม่ด้วยใช่ไหมคะ”
“ฉันกำลังวางแผนว่าจะเปิดร้านเครื่องสำอาง”
“แต่ร้านเครื่องสำอางมายด์เห็นมีเกลื่อนไปหมดแล้วนะคะ”
“ฉันก็กำลังหาข้อมูลอยู่เครื่องสำอางที่ฉันจะนำเข้ามาขายฉันจะคุยกับผู้ผลิตและโรงงานเกาหลีและญี่ปุ่น ถ้าซื้อในปริมาณที่มากก็จะได้ราคาถูก จากนั้นก็กระจายตามสาขาต่างๆ ราคาไม่สูงเท่าไหร่วัยรุ่นจับต้องได้ ฉันจะลองเปิดสาขาตามหน้ามหาวิทยาลัยดูก่อนเธอคิดว่ายังไงล่ะ”
“ถ้าราคาไม่แพงก็ฟังดูน่าสนใจดีนะคะ เพราะแบบนี้หรือเปล่าพี่นอนละพี่น็อตเขาถึงไม่ค่อยมีเวลาอยู่ในบริษัทเลย”
“ใช่ฉันให้เขาไปดูสถานที่และติดต่ออะไรหลายๆ อย่างนะเธอถามเรื่องนี้ขึ้นมาก็ดีเลยเดือนหน้าฉันจะต้องบินไปดูโรงงานผลิตเครื่องสำอางที่เกาหลี ฉันว่าจะให้เธอไปด้วย เธอมีพาสปอร์ตไหม”
“ไม่มีค่ะ”
“ถ้าอยากไปทำงานกับฉันก็ไปทำซะ”
“คุณศรุตจะให้มายด์ไปด้วยเหรอคะ แต่มายด์เป็นนักศึกษาฝึกงานเองมันจะดีเหรอคะ”
“เธอมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยของนรเทพนะถ้านรเทพไม่ว่างไปกับฉันเธอก็ต้องไปทำงานแทนเขาใช่ไหมล่ะ อีกอย่างถ้าเธอเรียนจบแล้วเธอก็ทำงานกับฉันที่นี่อยู่แล้ว ฉันก็อยากพาเธอไปเรียนรู้ให้มากที่สุดน่ะ ฉันเห็นในประวัติเธอบอกว่าพอจะพูดและฟังภาษาเกาหลีออกใช่ไหม”
“ใช่ค่ะแต่ถ้าเขาพูดเร็วเร็วมายด์ก็ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง”
“ถ้าอย่างนั้นฝึกอีกนิดหน่อยแล้วกันนะเผื่อไปเกาหลีจะได้ใช้”
“แล้วคุณศรุตพูดภาษาเกาหลีได้ไหมคะ”
“ไม่หรอกเวลาติดต่องานส่วนใหญ่ฉันจะใช้ภาษาอังกฤษน่ะ”
“อ้าวแล้วให้มายด์ฝึกภาษาเกาหลีทำไมล่ะ”
“การติดต่อกับเขาบางทีก็อาจจะต้องรู้บ้างว่าเขาพูดถึงเราว่ายังไงเพราะบางครั้งเขาก็ใช้ภาษาเกาหลีสื่อสารกันเองถ้าเราฟังเขาออกมันก็น่าจะช่วยได้เยอะ”
“ถ้างั้นมายด์จะใช้เวลาว่างฝึกภาษาเกาหลีเพิ่มก็แล้วกันค่ะ”
“อย่าลืมไปทำพาสปอร์ตด้วยนะค่าใช้จ่ายไปเบิกกับฝ่ายบัญชีเดี๋ยวฉันจะบอกเขาให้”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มายด์ไม่อยากรบกวนบริษัทเพราะตอนนี้สถานะของมายด์ก็เป็นแค่เด็กฝึกงานอยู่ ค่าทำพาสปอร์ตน่าจะไม่เท่าไหร่มายด์จ่ายเองก็ได้” นลินภัสร์ไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าเธอจะได้ไปทำงานกับเจ้านายที่ต่างประเทศ
“ถ้าไม่ไปเบิกที่บัญชีงั้นฉันโอนให้เธอก็แล้วกันเอาเลขบัญชีมา”
“สิไม่เป็นไรค่ะ” หญิงสาวปฏิเสธเพราะเคยรู้มาว่าการทำพาสสปอตไม่ได้ราคาแพงมากเท่าไหร่อีกอย่างเธอก็ไม่อยากรับเงินของเขามาอีกแล้ว
“ผู้ใหญ่ให้ก็ควรรับไว้นะมายด์ แล้วเธอก็ไม่ได้ไปเที่ยวแต่เธอไปทำงานให้ฉันนะ”
“ถ้างั้นก็ได้ค่ะ” หญิงสาวส่งโทรศัพท์เปิด QR Code ให้เขาสแกน
เสียงเตือนดังติ้งเธอรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็เห็นจำนวนเงินที่เขาโอนเข้ามามากถึงห้าหมื่นบาท
“คุณศรุตคะ ค่าทำพาสปอร์ตมันหลักพันเองนะคะ คุณใส่เลขศูนย์เกินมาหรือเปล่าคะ”
“การไปครั้งนี้เราจะไปติดต่องานฉันอยากให้เธอแต่งตัวให้ดูดีหน่อย เธอคงไม่คิดจะใส่ชุดนักศึกษาไปทำงานกับฉันหรอกใช่ไหม”
“แต่มันก็เยอะมาก”
“เอาเงินนี่ไปซื้อชุด สำหรับไปทำงานแล้วอย่าลืมเช็กสภาพอากาศที่นั่นด้วยจะได้เตรียมชุดไปถูกพวกกระเป๋าเดินทางอะไรก็ซื้อพร้อมกันเลยถ้าไม่พอก็บอกเดี๋ยวฉันจะโอนเพิ่มให้อีก”
“พอยิ่งกว่าพออีกค่ะ เวลามายด์ซื้ออะไรมายด์จะขอใบเสร็จและจะทำรายการให้คุณดูนะคะ ถ้าเหลือก็จะเอามาคืน”
“ไม่ต้องคืนหรอกเอาไว้ใช้เถอะ แล้วไม่ต้องบอกว่ามันมากเกินไปฉันไม่อยากฟังออกไปได้แล้วฉันจะทำงานต่อ”
“ก็ได้ค่ะคุณศรุต”
หลังจากฝึกงานมาหนึ่งสัปดาห์เพื่อนทั้งสามคนก็นั่งอัปเดตถึงการฝึกงานของตนเองบริเวณห้องพักหลังผับที่พวกเธอมาทำงานซึ่งยังเหลือเวลาอีกเกือบชั่วโมงกว่าจะเริ่มงาน“รุ่นพี่ของน้ำใจดีมากเลย เขาสอนงานได้อธิบายงานน้ำทุกอย่างแล้วของมายด์กับวิเป็นยังไง”“ของวิรุ่นพี่ก็ใจดีเหมือนกันอาทิตย์หน้าพี่เขาจะออกต่างจังหวัดเขาจะให้วิไปด้วย” วิชัญญาที่ฝึกในแผนกการตลาดบอกกับเพื่อน“วิออกต่างจังหวัดก็ไม่ได้มาทำงานที่นี่น่ะสิ”“ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละ พี่เขาก็ถามนะว่าวิสะดวกไปกับเขาไหม แต่วิอยากได้ประสบการณ์ก็เลยตอบตกลงไปน่ะ งานที่นี่มาทำเมื่อไหร่ก็ได้”“น้ำก็เห็นด้วยนะ เพราะประสบการณ์สำคัญมาก เราต้องรีบเก็บเกี่ยวตอนที่ฝึกงาน”“อือ วิก็คิดอย่างนั้นแหละ ศุกร์หน้ามายด์กับน้ำมาทำกันแค่สองคนนะ”“ได้สิไม่มีปัญหาเลย แล้วมายด์ล่ะทำงานกับเลขาของเจ้าของบริษัทเป็นยังไงบ้าง”“ ก็ดีนะพี่น็อตเขาสอนงานมายด์เยอะเลย”“น้ำได้ยินมาว่าบางครั้งเจ้านายก็ต้องออกไปตรวจงานจากต่างจังหวัดแล้วเขาให้มายด์ไปด้วยมั้ย”“คนที่ออกไปจะเป็นพี่น็อตมากกว่านะ แต่มายด์ไม่ได้ตามไปหรอกพี่เขาอยากให้มายด์ช่วยดูแลงานทางนี้นะ”“ฝึกงานที่นี่ก็ดีเหมือนกัน
ระหว่างนั่งดื่มกับเพื่อนศรุตก็มองไปทางนลินภัสร์อยู่หลายครั้ง เขาเก็บเอาคำพูดของปองคุณมาคิดเพราะถ้าหากจะให้นลินภัสร์ออกไปกับเสี่ยกระเป๋าหนักคนนั้นมันก็น่าเสียดายอย่างที่เพื่อนเขาพูดจริงๆ เพราะหญิงสาวนั้นตรงสเปกเขาทุกอย่าง แต่เพราะตอนนี้หญิงสาวยังเป็นนักศึกษาอยู่เขาก็เลยทำอะไรได้ไม่มากเนื่องจากรู้สึกเกรงใจอาจารย์ที่เขาอุตส่าห์ไปเสนอตัวขอรับนักศึกษามาฝึกงานที่บริษัทของตัวเองแต่ถ้ารอให้เธอเรียนจบมันก็ไม่แน่เพราะเงินสี่แสนบาทมันไม่ได้มากมายด์อะไรเลย ถ้าหากเขาจะยกหนี้ให้เธอเพื่อแลกกับการที่เธอมาเป็นผู้หญิงของเขาหลังจากนั่งดื่มจนใกล้เวลาร้านปิดเพื่อนทั้งสองคนของศรุตก็เรียกผู้หญิงมาสองคนจากนั้นก็ขอตัวพากันออกไปต่อข้างนอก ส่วนเขาก็เดินออกมาจากนอกร้านแต่ไปยอมขับรถออกไป ชายหนุ่มนั่งอยู่บนรถมองไปทำประตูหน้าร้านเพื่อรอเวลาให้นลินภัสร์เลิกงานเขาอยากจะรู้ว่าหญิงสาวออกไปกับเสี่ยคนนั้นอย่างที่เพื่อนเขา พูดหรือเปล่าแต่เมื่อเห็นเสี่ยคนนั้นเดินออกมาคนเดียวศรุตก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาสตาร์ทเครื่องยนต์แต่ยังไม่ยอมขับรถออกไปเพราะอยากจะมองจนมั่นใจว่านลินภัสร์นั้นไม่ได้ออกไปกับผู้ชายคนไหนนลินภัสร์เดิ
“ฉันขอโทษนะมายด์” เขาพูดกับนลินภัสร์หลังจากที่พาเธอไปทำแผลและกำลังจะไปส่งหญิงสาวที่หอพัก“คุณศรุตจะขอโทษมายด์ทำไมคะ มายด์สิต้องขอโทษคุณมากกว่าที่ทำให้ต้องเสียเวลามาส่งมาให้ที่หออีกทั้งที่น่าจะได้กลับไปพักแล้ว”“ก็ฉันขอโทษที่ฉันบอกให้เธอไม่ต้องใช้หนี้แทนพี่ชายของเธอทำให้เขาต้องตามมาทวง แล้วเขาได้ไปเท่าไหร่” ศรุตรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนผิดและเห็นแก่ตัวมากที่ไม่ยอมให้นลินภัสร์ใช้หนี้แทนพี่ชายแต่กลับให้เธอใช้หนี้แทนยาของเธอ“ในกระเป๋ามีไม่ถึงห้าพันหรอกค่ะ”“งั้นก็หมายความว่าเดี๋ยวเขาจะต้องมาทวงคืนอีกใช่ไหม ฉันว่าเราไปแจ้งความไว้ก่อนดีกว่า แจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกายไว้ก่อนและให้ตำรวจจัดการเรื่องนี้ต่อดีไหม”“อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลยค่ะ เอาเป็นว่าจากนี้มายด์จะระวังตัวเองไม่ให้เจอกับเขาอีก”“เธอคิดว่าเธอจะระวังตัวได้ดีแค่ไหนล่ะเดี๋ยวก็ได้ทำงานฟรีให้เขาเอาเงินไปอีกหรอก”“ต่อไปมายด์จะให้ผู้จัดการร้านโอนเข้าบัญชีดีกว่าค่ะ ไม่เอาเงินสดอีกแล้ว”“แต่ฉันว่านั่นมันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ”“เอาไว้เดี๋ยวมายด์โทรไปคุยกับพี่แบงค์เองค่ะ จะบอกเขาว่าไม่ให้มายุ่งกับมายด์อีกถ้าเขายังมายุ่งมายด์จะแจ้งความตก
หลังจากจัดการเรื่องแจ้งความเรียบร้อยแล้ว ศรุตก็กลับมายังหอพักของนลินภัสร์อีกครั้ง จากนั้นเขา นลินภัสร์และชยาภรณ์ก็ช่วยกันเอาของใช้ที่จำเป็นใส่หลังรถส่วนบางอย่างเธอก็ฝากไว้ที่ห้องของชยาภรณ์ก่อน“เธอไปรอฉันในรถก่อนนะมายด์ ฉันมีเรื่องจะคุยกับเพื่อนของเธอนิดหน่อย”“ค่ะคุณศรุต”เมื่อนลินภัสร์เดินเข้าไปนั่งรอในรถแล้วศรุตก็เดินมาคุยกับชยาภรณ์“คุณศรุตมีอะไรหรือเปล่า”“ฉันอยากให้เรื่องที่มายด์กับฉันรู้จักกันเป็นความลับเธอจะไม่บอกเรื่องนี้กับเพื่อนคนอื่นได้ไหม”“ถึงคุณศรุตไม่สั่งน้ำก็จะไม่บอกคนอื่นค่ะ แต่กลุ่มเราเพื่อนสนิททั้งหมดสามคนยังมีวิอีกคนหนึ่งน้ำขอเล่าเรื่องนี้ให้วิฟังได้ไหมรับรองว่าเราสามคนจะเก็บทุกอย่างเป็นความลับ”“ถ้าเธอมั่นใจว่าเพื่อนของเธอจะเก็บความลับเรื่องนี้อยู่ ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ แต่กับคนอื่นที่ไม่สนิทก็อย่าพึ่งพูดเรื่องนี้ออกไปแล้วฉันฝากดูด้วยว่าระหว่างนี้ผู้ชายคนเมื่อวานยังมาหามายด์ที่นี่อีกไหม”“ได้ค่ะ”“นี่เบอร์โทรศัพท์ของฉันมีอะไรเธอโทรหาฉันได้ตลอดเลยนะส่วนเรื่องไปทำงานที่ผับฉันว่าช่วงนี้มายด์น่าจะยังไปไม่ได้เขายังเจ็บเข่าอยู่แล้วเธอจะไปทำงานคนเดียวได้ใช่ไหม”“ไม่มีปั
ศรุตพานลินภัสร์มาทานอาหารที่ร้านไม่ห่างจากคอนโดมากนัก เมื่อทานอาหารเสร็จเข้าก็พาหญิงสาวไปโรงพยาบาลเพื่อทำแผลที่เข่าชายหนุ่มนั่งรออยู่นอกห้องขณะที่เธอเข้าไปล้างแผล เมื่อทำแผลเสร็จแล้วขณะที่นลินภัสร์ไปรับอุปกรณ์ทำแผลและเดินกลับมายังจุดที่ศรุตนั่งอยู่ แต่ยังเดินมาไม่ถึงหญิงสาวก็บังเอิญได้เจอกับหมอคนหนึ่งที่เคยรักษาคุณยายของเธอเมื่อหลายเดือนก่อน“สวัสดีค่ะคุณหมอ”“สวัสดีมายด์ เป็นอะไรทำไมมาโรงพยาบาลล่ะ”“มายด์หกล้มมีแผลนิดหน่อยค่ะ แล้วคุณหมอล่ะคะมาทำไมที่นี่”“ผมมาออกตรวจที่นี่ แล้วเป็นยังไงบ้างตอนนี้สบายดีใช่ไหม”“มายด์สบายดีค่ะ”“เราไม่ได้เจอกันหลายเดือนแล้วใช่ไหม”“ก็ตั้งแต่งานศพคุณยาย ขอบคุณคุณหมอมากๆ นะคะที่ช่วยดูแลคุณยายตลอดแล้วยังไปร่วมงานคุณยายด้วย”“ไม่เป็นไรหรอกมันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว ว่าแต่มายด์เถอะ ตอนนี้สภาพจิตใจดีขึ้นแล้วใช่ไหม”“ดีขึ้นแล้วค่ะ มายด์รู้ว่าเกิดแก่เจ็บตายมันเป็นเรื่องธรรมดาแต่ช่วงนั้นก็แย่เหมือนกันค่ะ”“ผมว่าหน้าตามายด์ดูสดใสขึ้นมาก”“มายด์ทำใจได้แล้วค่ะ”“แล้วนี่ทำแผลเสร็จแล้วจะกลับบ้านเลยหรือเปล่า”“ค่ะมายด์จะต้องรีบกลับเลย คุณหมอมีอะไรหรือเปล่า”“อยากจะ
แม้ว่านลินภัสร์จะพักอยู่คอนโดเดียวกับศรุตแต่หญิงสาวก็ไม่ได้มาทำงานพร้อมกับเขาเพราะกลัวคนที่บริษัทจะรู้ แค่เขาให้มาอยู่ด้วยเธอก็รู้สึกเกรงใจเจ้านายมากๆ เรื่องที่นลินภัสร์ไปอยู่คอนโดของเจ้านายมีเพื่อนสนิทของเธอและนรเทพเท่านั้นที่รู้วันนี้เป็นวันอาทิตย์นลินภัสร์ชวนชยาภรณ์และวิชัญญาให้มาช่วยเธอเลือกซื้อเสื้อผ้าและกระเป๋าเดินทางสำหรับการไปตามศรุตไปทำงานที่ประเทศเกาหลีในวันหยุดยาวสัปดาห์หน้า“มายด์จะไปกี่วันเหรอ” วิชัญญาถามเพราะจะได้ช่วยกันเตรียมชุดให้ครบ“ถ้าตามตารางงานก็ประมาณห้านะ วันแรกที่ไปถึงมันเป็นวันศุกร์เราจะเข้าไปดูโรงงานได้ผลิตเครื่องสำอาง ส่วนวันเสาร์อาทิตย์คุณศรุตบอกว่าจะพาเดินสำรวจร้านเครื่องสำอางต่างๆ ในแหล่งช้อปปิ้งของเกาหลี อีกสองวันที่เหลือก็เข้าไปดูโรงงานต่อ”“ถ้าดูตามตารางที่มายด์พูด มายด์แทบไม่ได้เที่ยวที่ไหนเลยนะ น่าเสียดายจังอุตส่าห์ไปถึงประเทศเกาหลีแล้วแท้ๆ มายด์ไม่ลองชวนคุณศรุตไปเที่ยวดูสิ” ชยาภรณ์รู้สึกเสียดายแทนเพื่อนที่ได้ไปต่างประเทศแต่ไม่ได้ไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวเลย“แค่เขาให้เราไปด้วยก็เกรงใจมากแล้ว เลือกชุดกันต่อเถอะนะ”“ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องเอาชุดสำหร
“ตื่นเต้นหรือมายด์” ศรุตหันมาถามนลินภัสร์หลังจากคาดเข็มขัดนิรภัยและกัปตันประกาศกำลังเทคอ๊อฟ“ค่ะคุณศรุตนี่เป็นครั้งแรกที่มายด์ได้นั่งเครื่องบินค่ะ”การเดินทางครั้งนี้ศรุตเลือกเดินทางด้วยตั๋วบิสสิเนสคลาสเพราะเขาเป็นคนตัวสูงถ้าจะให้ไปนั่งชั้นประหยัดก็จะเมื่อยขามากๆเดิมทีนลินภัสร์ไม่ยอมมานั่งบิสสิเนสคลาสกับเขา ทำให้เขาต้องบอกว่าที่ให้เธอมานั่งด้วยเพราะบางครั้งอาจต้องคุยเกี่ยวกับงานหญิงสาวถึงยอมมานั่งด้วยชายหนุ่มสังเกตว่าเธอนั่งนิ่งและเริ่มมีเหงื่อซึมบริเวณใบหน้าก็รู้ว่าการชวนเธอคุยไม่ได้ผลเลยสักนิด เขาจึงเอื้อมมือไปจับมือของนลินภัสร์ไว้แล้วบีบเบาๆ เขารู้สึกว่ามือของเธอนั้นเย็นเฉียบ“ไม่ต้องกลัวนะมายด์ ฉันอยู่ตรงนี้ไม่มีอะไรที่น่ากลัวเลย” เขาพยายามพูดให้เธอหายกลัวมือใหญ่ที่กุมไว้ส่งผ่านความอบอุ่นให้กับนลินภัสร์เธอมองหน้าเขาเหมือนต้องการความมั่นใจว่าการเดินทางไปครั้งนี้มันจะปลอดภัย“มายด์กลัวมากจริงๆ ค่ะคุณศรุต” มือของเธอบีบมือของเขาอยากให้เขารับรู้ว่าตัวเธอกลัวมากและไม่อยากให้เขาปล่อยมือ“ไม่ต้องกลัวนะ มันปลอดภัยจริงๆ เชื่อฉันเดี๋ยวพ่อกัปตันเอาเครื่องขึ้นแล้วทุกอย่างจะเรียบร้อยเธอแทบจะไ
ลงจากนัมซานทาวเวอร์ ก็พากันเดินไปยังสถานีรถไฟใต้ดินเพื่อจะกลับไปยังโรงแรมแต่ขณะที่กำลังเดินอยู่นลินภัสร์ก็หยุดเดินจนทำให้คนที่เดินตามมาทีหลังอย่างศรุตชนกับเธอเข้าอย่างจังเขารีบรวบเอวคอดของเธอมากอดไว้เพราะกลัวแรงปะทะของตนเองจะทำให้หญิงสาวล้มลงไป“เป็นอะไรหรือเปล่ามายด์ทำไมจู่ๆ ก็หยุดเดิน”“เราไปทางอื่นกันดีไหม”“ทำไมล่ะทางนี้เธอบอกเองนี่ว่ามันใกล้สถานีรถไฟใต้ดินที่สุด”“แต่มายด์อยากเดินเล่นบริเวณนี้ก่อนนี่คะ นะคะคุณศรุต”หญิงสาวมองหน้าเขาและส่งสายตาอ้อน ถึงแม้ศรุตไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงเปลี่ยนใจแต่ชายหนุ่มจับมือของเธอไว้แล้วยิ้มก่อนจะพูดขึ้นมา“เอาล่ะทีนี้เธอจะพาฉันไปทางไหนฉันจะตามเธอไปทุกที่ก็แล้วกันนะ”“ขอบคุณค่ะคุณศรุต”นลินภัสร์พาเขาเดินเลี่ยงออกมาจากทางเดินหลัก แต่เพราะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทำให้เธอเดินได้ไม่เร็วเท่าไหร่หญิงสาวพยายามก้มหน้าและเดินให้เร็วที่สุดแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ทันใจเอาเสียเลย“จะรีบไปไหนละมายด์”เสี่ยงทักทายทำให้หญิงสาวต้องหยุดเดิน“อ้าวพี่วินมาเที่ยวที่นี่เหมือนกันเหรอคะ” เมื่อเลี่ยงไม่ได้หญิงสาวก็ยิ้มทักทายเขาไปตามมารยาท“พี่มาดูงานกับบริษัทน่ะ แล้วก็เลยมาเที
ศรุตเองก็รู้สึกเสียใจไม่แพ้กันความเป็นคนปากแข็งของเขากำลังทำร้ายจิตใจคนที่เขารักและชายหนุ่มก็รู้สึกตัวแล้วว่าตอนนี้ตนเองได้ทำผิดพลาดกับนลันภัสร์มากๆ สิ่งที่เขาทำมันทำลายความรู้สึกของเธอและทำให้เธอต้องร้องไห้“ฉันขอโทษนะมายด์ ฉันไม่น่าทำแบบนี้กับเธอเลย ฉันจะฉีกสัญญาทั้งหมดนี้ทิ้ง” เขาพูดจบก็ฉีกสัญญาทิ้ง“ตอนนี้เป็นอิสระจากฉันแล้วนะ ฉันจะไม่รั้งเธอไว้ด้วยคำว่าลูกหนี้อีกต่อไป แต่ฉันอยากจะขอร้องให้เธออยู่กับฉันจะได้ไหม”นลันภัสร์เงียบรอฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่ออีกไหม ศรุตมองหน้าของเธอและใช้ปลายนิ้วโป้งเช็ดน้ำตาออก เขายิ้มแล้วจับมือเธออีกครั้ง“มายด์เธออยู่กับฉันแบบนี้นะ อยู่กับฉันตลอดไปได้ไหม ฉันคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธออยู่ด้วย เธอเป็นทุกอย่างของฉันนะมายด์”“คุณศรุตจะให้มายด์อยู่กับคุณแบบนี้ตลอดไปจริงๆ ใช่ไหมคะ”“ใช้สิชีวิตนี้ฉันคงหาผู้หญิงที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขเหมือนเธอไม่ได้นะมายด์” ชายหนุ่มพูดแล้วถอนหายใจเขาไม่เคยรู้สึกประหม่าแบบนี้มาก่อนผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าช่วงนี้อิทธิพลกับหัวใจของเขาเอามากๆและคงจะใช้ชีวิตต่อไปไม่ได้แน่ๆ ถ้าเดินออกไปจากชีวิตของเขา“มายด์ฉันรักเธอนะ” ในที่สุดเขาก็ตัดสิน
งานเปิดร้านเครื่องสำอางร้านใหม่ห้าสาขาผ่านไปได้ด้วยดี นลินภัสร์และศรุตช่วยกันทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต จนแทบจะไม่มีเวลาใกล้ชิดกันเลย แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกมีความสุขมากๆชายหนุ่มเข้าใจแล้วว่าความสุขของคนเรามันไม่ได้มีแค่บนเตียงเท่านั้น การที่มีคนอยู่ข้างๆ ได้เห็นรอยยิ้มของเธอในวันที่เหนื่อยต่างหากล่ะมันคือความสุขที่แท้จริงแต่นลินภัสร์ก็ทำให้เขาไม่พอใจเพราะเมื่อวานตอนที่ไปเปิดสาขาใหม่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง หญิงสาวพูดคุยกับเจ้าของห้างสรรพสินค้าด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรและทำให้เขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องเก็บอารมณ์ไว้และพยายามคิดว่าสิ่งที่เธอทำลงไปนั้นเธอทำเพื่องานแต่แล้วศรุตก็ไม่พอใจมากขึ้นเมื่อมีช่อดอกไม้ช่อโตส่งมาให้นลินภัสร์“ดอกไม้นั่นของใครเหรอ” เขาเรียกหญิงสาวเข้ามาถามเมื่อกลับจากทานอาหารกลางวันและเห็นดอกกุหลาบสีแดงช่อโตวางอยู่บนโต๊ะทำงานของนลินภัสร์“ดอกไม้ของคุณวศินค่ะ”“เธอมายด์ถึงคุณวศินเจ้าของห้างที่เราเปิดร้านเครื่องสำอางเมื่อวานใช่มั๊ย”“ใช่ค่ะ”“ทำไมเขาต้องเอาดอกไม้มาให้เธอด้วยล่ะ”“เขาก็คงอยากจะแสดงความขอบคุณที่เราเข้าไปเช่าพื้นที่ของเขาค่ะ”“ถ้าเขาจะขอบคุณจร
เมื่อรู้ว่าตนเองเป็นอิสระจากคำว่าลูกหนี้แล้วนลินภัสร์ก็มีความสุขมากเย็นนี้หญิงสาวเลยขอเป็นคนเลี้ยงอาหารเย็นกับศรุตที่ร้านอาหารประจำของทั้งสองคน“คุณศรุตค่ะมื้อนี้มายด์ก็เป็นคนเลี้ยงคุณนะคะ”“นึกยังไงดีเดี๋ยวจะเลี้ยงฉันล่ะ”“ก็มายด์อยากฉลองที่ตอนนี้มายด์ไม่ใช่ลูกหนี้ของคุณแล้ว”“ดูเหมือนเธอจะดีใจมากๆ เลยนะมายด์”“ก็แน่สิคะ มีใครบ้างล่ะอยากจะมีคำว่าลูกหนี้ติดตัว”“ฉันว่าเธอคิดมากเกินไปแล้ว ฉันไม่เคยมองว่าเธอมีคำนั้นติดตัวอยู่เลย ฉันมองเธอก็คือผู้หญิงคนหนึ่งที่ช่วยงานฉันได้ดีมากๆ และทำให้ฉันมีความสุขมากๆ”“ถึงคุณศรุตไม่พูดหรือใครไม่พูดแต่ความรู้สึกมันก็ติดอยู่ในใจมายด์ค่ะ แต่ตอนนี้มายด์รู้สึกดีมากๆ และมีความสุขที่สุดเลยค่ะ”“ฉันก็ดีใจนะที่เธอมีความสุข และยิ้มแบบนี้ฉันชอบรอยยิ้มของเธอมากๆ”“ต่อไปมายด์คงยิ้มได้มากขึ้น”“มันก็ดีนะ แต่ขอร้องนะอย่ายิ้มแบบนี้ให้กับใคร”“มายด์ก็ไม่เคยยิ้มแบบนี้ให้กับใครมายด์ยิ้มให้กับคุณศรุตคนเดียว”“ถ้าวันไหนเธอยิ้มแบบนี้ให้คนอื่นฉันคงรู้สึกเสียใจมากๆ”“มายด์สัญญาเลยว่าจะยิ้มแบบนี้ให้แค่คุณคนเดียวเท่านั้นค่ะแล้วคุณล่ะ”“ตั้งแต่รู้จักกันมาเธอเคยเห็นฉันยิ้มให้ผู
นลินภัสร์มาทำงานที่บริษัทของศรุตได้เกือบสามเดือนแล้วตอนนี้งานทุกอย่างกำลังเข้าที่หญิงสาวช่วยงานของชายหนุ่มได้ดีมากๆ ตอนนี้การเจรจากับทางเกาหลีก็ลงตัวตอนนี้บริษัทก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาก ศรุตคาดว่าภายในกลางเดือนก็จะเปิดร้านเครื่องสำอางได้พร้อมกันทั้งหมดห้าสาขาในกรุงเทพจากนั้นเขาก็จะขยายสาขาไปตามต่างจังหวัดเหมือนกับธุรกิจแรกของตนเองบ่ายวันหนึ่งขณะที่ชายหนุ่มกำลังนั่งทำงานอยู่เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งก่อนประตูจะเปิดออก“มีอะไรหรือเปล่ามายด์หรือฉันมีประชุม”“เปล่าหรอกค่ะ มายด์จะขออนุญาตคุณศรุตออกไปเจอพี่ไม้ได้ไหมคะ”“พี่ชายเธอน่ะเหรอ”“ใช่ค่ะ เมื่อกี้พี่ไม้โทรมาหา เขาบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วยมายด์เลยให้เขามาเจอที่ร้านกาแฟข้างๆ บริษัทค่ะ”“เธออยากให้ฉันลงไปด้วยมั้ย”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มายด์ไม่ไปคนเดียวได้ ถ้าคุณศรุตมีงานด่วนก็โทรตามมายด์นะคะ”“ช่วงนี้ไม่น่าจะมีงานด่วนอะไร เธอใช้เวลากับพี่ชายให้เต็มที่ก็แล้วกันนะ จะคุยกันจนถึงเลิกงานเลยก็ได้ฉันไม่ว่าอะไร”“คงไม่คุยนานขนาดนั้นหรอกค่ะ มายด์ขอตัวก่อนนะคะ แล้วจะรีบกลับขึ้นมาเคลียร์งานค่ะ”หญิงสาวรีบเดินออกมาจากห้องและตรงไปที่ลิฟต์ เมื
ศรุตเอ่ยขอด้วยเสียงแหบพร่านลินภัสร์มองใบหน้าของเขาแล้วก็พยักหน้าเธอตัดสินใจแล้วว่าเธอจะมอบความสุขให้กับเขาเหมือนที่เขามอบให้เธอมาจนนับครั้งไม่ถ้วน“แต่มายด์ไม่เคย....”“ฉันจะสอนเธอเองนะ”ชายหนุ่มนอนลงบนเตียงก่อนจะดึงให้นลินภัสร์มาคุกเข่าอยู่กลางหว่างขาแล้วจับมือเรียวของเธอไปวางบนแท่งร้อนที่ตั้งตระหง่านชูชันตรงหน้านลินภัสร์หน้าร้อนผ่าวนี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นสัดส่วนความเป็นชายของเขาใกล้และชัดเจนกว่าทุกครั้ง มือเล็กสั่นระริกก่อนจะชักขึ้นลงไปตามมือใหญ่ที่โอบอยู่ด้านบนอีกทีหญิงสาวขยับมือไปตามจังหวะแล้วเงยหน้ามองเพราะอยากจะรู้ว่าตนเองทำถูกไหม“ดีมากมายด์ แบบนั้น ช้าๆ ไม่ต้องรีบ อื้ม...”เมื่อเขาปล่อยมือออกหญิงสาวก็ขยับไปตามจังหวะ เธอเงยหน้ามองเขาเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาของเจ้านายหนุ่มแดงก่ำก็รู้ว่าตนเองมาถูกทาง ศรุตมองท่าทางของคนรักแล้วได้แต่ครางอยู่ในลำคอ หญิงสาวมองตาเขาอีกครั้งด้วยสายตาที่ยั่วยวน“ใช้ปากให้ฉันหน่อยนะมายด์”นลันภัสร์สุดลมหายใจข้าปอดก่อนจะก้มลงใช้ริมฝีปากสัมผัสส่วนปลายที่ปริ่มน้ำอย่างแผ่วเบา“ซี๊ดดด......มายด์....”เมื่อได้ยินเสียงของชายหนุ่มนลินภัสร์ก็มั่นใจมากขึ้นเธอใช
“คุณศรุตมีอะไรจะคุยกับมายด์คะ”“มานั่งตรงนี้ก่อนสิ”“ดูอะไรอยู่เหรอคะ”“ฉันกำลังหาที่พักบนเกาะเสม็ดนะ เราจะไปเที่ยวกันเย็นวันศุกร์นี้ มายด์อยากพักที่ไหนล่ะ”“มายด์แล้วแต่คุณเลยค่ะ”“แล้วแต่ฉันได้ยังไงล่ะ เราพักด้วยกันนะฉันให้เธอเลือก”นลินภัสร์หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาดูที่พัก หญิงสาวลากปลายนิ้วผ่านหน้าจอไปไม่นาก็ตกลงเลือกบ้านพักหลังหนึ่งที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัว“พักหลังนี้ได้ไหมคะ”“ได้สิ เดี๋ยวฉันจองเลยนะ เราจะไปกันบ่ายวันศุกร์ออกจากบริษัทเร็วหน่อยให้ไปถึงท่าเรือก่อนค่ำ”“ค่ะ แค่นี้ใช่ไหมคะที่จะคุยกับมายด์ ถ้างั้นมายด์ขอตัวก่อนนะคะ”“จะรีบไปไหน” เขาคว้าเอวคอดแล้วให้เธอนั่งบนตักในจังหวะที่เธอกำลังจะลุกพอดี“คุณศรุต...ปล่อยมายด์เถอะค่ะมายด์จะกลับห้อง”“จะกลับไปทำไม ไปนอนห้องฉันนะ”“แต่นี่ไม่ใช่วันศุกร์” เพราะเธอกับเขาตกลงกันไว้แล้วว่าจะนอนด้วยกันในวันที่รุ่งขึ้นไม่ต้องไปทำงานเท่านั้น“ให้ฉันรอถึงวันศุกร์ฉันคงได้ขาดใจตายกันพอดีนะมายด์ ศุกร์ที่แล้วเธอก็บอกว่าเป็นประจำเดือน นี่มันผ่านมาหลายวันแล้วฉันคิดว่าเธอจะหายแล้วใช่ไหม”“ค่ะ”“แล้วให้ฉันไม่ได้เหรอ อย่าใจร้ายกับฉันเลยนะมายด์” ศรุตมองหญิงสาวด้
วันนี้นลินภัสร์รู้สึกตื่นเต้นมากเป็นพิเศษเพราะเป็นวันที่เงินเดือนของหญิงสาวจะออกเป็นครั้งแรกหลังจากเรียนจบได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งเลขานุการของศรุตอย่างเต็มตัวเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ส่วนนรเทพนั้นถูกย้ายไปประจำที่สำนักงานในประเทศเวียดนามซึ่งมีชยาภรณ์เพื่อนรักของเธอตามไปทำงานเป็นเลขาที่นั่นนลินภัสร์เลยต้องรับผิดชอบงานแทนเขาทั้งหมดเย็นนี้หญิงสาวมีนัดคุยกับฝ่ายบัญชีเรื่องการหักเงินใช้หนี้ให้กับคุณยายของเธอเมื่อไปถึงหัวหน้าฝ่ายบัญชีก็รออยู่ก่อนแล้ว“สวัสดีค่ะพี่แนน” นลินภัสร์ยกมือไหวหัวหน้าฝ่ายบัญชีก่อนจะนั่งลงเก้าอี้ตรงกันข้ามกับหญิงสาว“มายด์มาคุยเรื่องการหักเงินเดือนค่ะพี่แนน”“มายด์เพิ่งได้รับเงินเดือน เดือนแรกเองนะหนูจะให้พี่หักเงินเดือนตั้งแต่เดือนแรกเลยเหรอ”“ค่ะพี่แนน มายด์ใช้หนีเร็วก็จะเป็นอิสระเร็วมากขึ้น”“แล้วมายด์จะให้พี่หักเท่าไหร่ล่ะ สักสี่พันดีไหม”“พี่แนนหักมายด์ไปหนางหมื่นเลยได้ไหมคะ”“หักตั้งหมื่นมายด์ก็เหลือเงินใช้อีกไม่ถึงหมื่นห้านะเพราะต้องหักประกันสังคมด้วย ค่าครองชีพเดี๋ยวนี้สูงจะตาย มายด์จะพอใช้เหรอ”“มายด์คิดว่าพอใช้ค่ะพี่แนน”“พี่ว่ามันจะชักหน้าไม่ถึงหลังเอานะ หักแค่
นลินภัสร์รีบกดออดเรียกพยาบาลเข้ามาอย่างรวดเร็วเมื่อพยาบาลมาถึงก็รีบวัดไข้จากนั้นก็เอายาลดไข้ให้ศรุตทานและบอกว่าเขาจำเป็นจะต้องเช็ดตัวลดไข้“เดี๋ยวญาติรอตรงโซฟาก่อนก็ได้นะคะ พยาบาลจะช่วยกันเช็ดตัวให้คนไข้เองค่ะ”“คือผมให้แฟนผมเช็ดให้ได้ไหมครับศรุต” รีบบอกกับพยาบาล“คุณศรุตคะ...” หญิงสาวตกใจกับคำพูดของชายหนุ่ม“เช็ดตัวให้ฉันหน่อยนะมายด์ ไม่ยากหรอกเธอเคยดูแลคุณยายมาแล้วฉันว่าแค่นี้เธอน่าจะทำได้”“คุณสะดวกไหมคะ ถ้าไม่สะดวกฉันจะเรียกพยาบาลผู้ชายมาช่วยเช็ดให้ก็ได้” พยาบาลสาวหันไปถามนลินภัสร์เพราะเห็นท่าทางเธอค่อนข้างอึดอัดหญิงสาวมองหน้าศรุตสลับกับนางพยาบาลก็จะยิ้มอ่อนให้กับคุณพยาบาลตรงหน้า“เดี๋ยวฉันเช็ดตัวให้เขาเองก็ได้ค่ะ”“อุปกรณ์อยู่ในห้องน้ำนะคะ ถ้าเช็ดเสร็จแล้วครึ่งชั่วโมงเราจะเข้ามาวัดไข้อีกครั้งหนึ่งค่ะ”เมื่อพยาบาลออกไปแล้วหญิงสาวก็เดินเตรียมกะละมังและผ้าเช็ดตัวผืนเล็กสองผืนมาเธอรูดผ้าม่านปิดก่อนจะถอดเสื้อของศรุตออกด้วยความยากลำบากเพราะนอกจากจะกลัวเขาจะเจ็บแผลแล้วยังมีเสาน้ำเกลือที่เธอจะต้องสอดแขนเสื้อออกมาอีกด้วย เมื่อถอดเสื้อเสร็จก็รีบเช็ดตัวให้ชายหนุ่มอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าเ
หลังจากวางสายไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเพื่อนของศรุตทั้งสองคนก็มาถึงโรงพยาบาล“เป็นไงบ้างวะเจ็บหรือเปล่า” ปองคุณถามคนที่นั่งทำหน้าเบื่อโลกอยู่บนเตียง“อือ เจ็บเพิ่งขอยาแก้ปวดพยาบาลกินไปเมื่อกี้นี้เอง”“มึงซวยฉิบหายเลยว่ะศรุตคนตั้งเยอะตั้งแยะมีมึงคนเดียวที่โดนกระสุนปืนของไอ้หมอนั่น” รัชพลพูดกับเพื่อนเพราะเมื่อคืนมีแค่ศรุตคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับบาดเจ็บ“แล้วตำรวจว่ายังไงบ้าง”“ตำรวจจับตัวได้แล้ว คงจะดำเนินคดีไปตามกฎหมาย”“ขอบใจพวกมึงสองคนมากนะมายด์บอกกูว่ามึงรออยู่หน้าห้องผ่าตัดเป็นเพื่อนมายด์หลายชั่วโมง”“มึงเป็นเพื่อนกูนี่” รัชพลตบบ่าข้างที่ไม่มีแผลของเพื่อนเบาๆ“มายด์ยังไม่ได้กลับไปพักเลยเหรอ” ปองคุณที่เห็นหญิงสาวสวมชุดเดิมของเมื่อคืนก็ถามขึ้น“คะมายด์รอพี่มาถึงก่อนเดี๋ยวมายด์จะขอตัวไปเอาเสื้อผ้าที่คอนโดนะคะ”“พี่ว่ามายด์ไปนอนพักสักหน่อยก็ได้ระหว่างนี้พี่จะอยู่เป็นเพื่อนไอ้ศรุตเอง”“มายด์ฝากพี่สองคนด้วยนะคะ ถ้ามีอะไรโทรหามายด์นะมายด์จะรีบมาทันที”“ไปเถอะไม่ต้องห่วงหรอก”“คุณศรุตคะมายด์ไปก่อนนะคะ”หญิงสาวเดินลงมาจากนั้นก็เรียกแท็กซี่จากหน้าโรงพยาบาลให้มาส่งที่คอนโดเธออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล