หลังจากฝึกงานมาหนึ่งสัปดาห์เพื่อนทั้งสามคนก็นั่งอัปเดตถึงการฝึกงานของตนเองบริเวณห้องพักหลังผับที่พวกเธอมาทำงานซึ่งยังเหลือเวลาอีกเกือบชั่วโมงกว่าจะเริ่มงาน
“รุ่นพี่ของน้ำใจดีมากเลย เขาสอนงานได้อธิบายงานน้ำทุกอย่างแล้วของมายด์กับวิเป็นยังไง”
“ของวิรุ่นพี่ก็ใจดีเหมือนกันอาทิตย์หน้าพี่เขาจะออกต่างจังหวัดเขาจะให้วิไปด้วย” วิชัญญาที่ฝึกในแผนกการตลาดบอกกับเพื่อน
“วิออกต่างจังหวัดก็ไม่ได้มาทำงานที่นี่น่ะสิ”
“ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละ พี่เขาก็ถามนะว่าวิสะดวกไปกับเขาไหม แต่วิอยากได้ประสบการณ์ก็เลยตอบตกลงไปน่ะ งานที่นี่มาทำเมื่อไหร่ก็ได้”
“น้ำก็เห็นด้วยนะ เพราะประสบการณ์สำคัญมาก เราต้องรีบเก็บเกี่ยวตอนที่ฝึกงาน”
“อือ วิก็คิดอย่างนั้นแหละ ศุกร์หน้ามายด์กับน้ำมาทำกันแค่สองคนนะ”
“ได้สิไม่มีปัญหาเลย แล้วมายด์ล่ะทำงานกับเลขาของเจ้าของบริษัทเป็นยังไงบ้าง”
“ ก็ดีนะพี่น็อตเขาสอนงานมายด์เยอะเลย”
“น้ำได้ยินมาว่าบางครั้งเจ้านายก็ต้องออกไปตรวจงานจากต่างจังหวัดแล้วเขาให้มายด์ไปด้วยมั้ย”
“คนที่ออกไปจะเป็นพี่น็อตมากกว่านะ แต่มายด์ไม่ได้ตามไปหรอกพี่เขาอยากให้มายด์ช่วยดูแลงานทางนี้นะ”
“ฝึกงานที่นี่ก็ดีเหมือนกันนะพี่ๆ ใจดีมาก จบแล้วอยากทำงานที่นี่เลยแล้วมายด์กับวิล่ะคิดว่ายังไง”
“มายด์ก็อยากที่นี่เหมือนกันแต่ไม่รู้เขาจะเปิดรับสมัครหรือเปล่า”
“หัวหน้าฝ่ายบุคคลบอกว่าอีกสามเดือนข้างหน้าบริษัทจะ เปิดรับพนักงานเพิ่มนะ พวกเรามาสมัครกันไหม” ชยาภรณ์ที่ทำงานในแผนกบุคคลบอกเพื่อนตามที่ตนเองได้ยินมา
“ถ้าแบบนั้นก็ดีเลยที่นี่ ไม่ไกลจากห้องพักด้วย”
“มายด์พูดเหมือนจะอยู่ที่หอพักที่เดิมตลอดเลย เราเรียนจบแล้วนะ น้ำว่าย้ายออกมาอยู่หอที่มันเป็นวัยทำงานดีกว่าไหม”
“มายด์ลืมคิดเรื่องนั้นไปเลยว่าเรียนจบแล้วเราน่าจะต้องย้าย แล้วไปหาเช่าหอพักใหม่ที่ใกล้กับบริษัทที่เราจะทำงาน”
“แต่คงอีกนานเลยนะของพวกเรา จะหางานทำได้งานเดี๋ยวนี้หายากจะตาย” วิชัญญาพูดแล้วถอนหายใจ
“นั่นสิไม่รู้เราจะต้องตกงานกันนานกี่เดือนนะ เห็นรุ่นพี่บางคนเคยเล่าให้ฟังว่ากว่าจะหางานได้ก็ปาไปหกเดือนแล้ว วิไม่อยากเป็นแบบนั้นเลยเรียนจบแล้วก็อยากจะรีบทำงาน”
“พ่อกับแม่น้ำให้เวลาน้ำหางานที่กรุงเทพฯสามเดือนถ้าน้ำยังหางานไม่ได้ถ้าจะให้น้ำกลับไปช่วยทำงานที่บ้านน่ะ”
“ทำงานที่บ้านก็ดีนะน้ำ”
“แต่น้ำไม่ชอบงานแบบนั้นเลยนะมายด์” บ้านของชยาภรณ์เปิดกิจการขายปุ๋ยและอุปกรณ์ทางการเกษตรอยู่ที่ลพบุรีจะหญิงสาวไม่ชอบงานแบบนั้นก็เลยต่อรองกับมารดาว่าจะขอหางานที่กรุงเทพก่อนถ้ายังไม่ได้งานภายในสามเดือนก็คงจะต้องกลับไปช่วยงานที่บ้าน
“แต่น้ำเป็นลูกคนเดียวนิไม่ว่ายังไงสุดท้ายแล้วน้ำก็ต้องกลับไปช่วยงานพ่อกับแม่อยู่ดี”
“อันนั้นน้ำก็รู้นะมายด์แต่น้ำอยากหาประสบการณ์ก่อนที่จะกลับไปอยู่ที่บ้าน น่าเบื่อตายเลยนะน้ำอยากใช้ชีวิตวัยรุ่นให้เต็มที่ก่อน”
ทั้งสามสาวนั่งคุยกันจนกระทั่งถึงเวลาเปิดร้านก็เติมได้กันอีกคนละนิดหน่อยก่อนจะออกไปทำหน้าที่ของตัวเอง
คืนนี้คนมาใช้บริการค่อนข้างแน่นกว่าทุกคืนคงเป็นเพราะเป็นช่วงเงินเดือนออกทำให้ลูกค้ามีกำลังซับที่จะจ่ายมากกว่าปกติ
นลินภัสร์ให้บริการลูกค้าไปตามปกติโดยไม่ได้สังเกตเลยว่าบริเวณชั้นสองของร้านตอนนี้มีใครกำลังมองดูการทำงานของเธอด้วยสายตาไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ เพราะรู้สึกว่าผู้ชายที่จ่ายเงินค่าเครื่องดื่มนั้นจะนั่งใกล้ชิดกับเธอมากจนเกินไปอีกทั้งมือของเขาก็จับบนเข่าและโอบเธออยู่หลายครั้ง
ศรุตรู้สึกขัดใจที่เห็นแบบนั้นแต่ก็ไม่ได้ลงมาห้ามหรือเรียกให้นลินภัสร์ออกมาจากตรงนั้นเพราะถือว่าเป็นงานที่เธอสมัครใจมาทำเอง แต่เขาก็ไม่อยากให้หญิงสาวทำงานแบบนี้เลย แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน บางทีเขาอาจจะเอ็นดูเธอเพราะเห็นว่าเธอเป็นหลานสาวของยายสนและตอนนี้เธอก็ไม่มีผู้ปกครองก็เป็นได้
“มีอะไรวะศรุตกูเห็นมึงมองไปด้านล่างบ่อยเกินไปแล้วนะ” รัชพลถามเมื่อเห็นว่าเพื่อนมองไปทางด้านล่างอยู่บ่อยๆ
“กูก็มองไปเรื่อยๆ”
“กูว่ามึงกำลังมองเด็กในร้านอยู่นะ เรียกขึ้นมาบริการสักหน่อยดีไหม” ปองคุณเพื่อนอีกคนเสนอ
“ไม่ล่ะกูไม่ชอบกูอยากคุยกับพวกมึงมากกว่า แต่ถ้าพวกมึงสนใจจะเรียกของมาบริการกูก็ไม่ว่าอะไรหรอก แต่ไม่ต้องเรียกมาเผื่อกู”
“ทำไมวะเบื่อผู้หญิงแล้วเหรอ”
“ก็ไม่เชิงเบื่อหรอก”
“ถ้างั้นก็เรียกมาสิ คนนั้นเป็นไงคนที่กำลังเดินกลับมาที่เคาน์เตอร์น่ะ” ปองคุณหมายถึงนลินภัสร์ที่กำลังเดินกลับมายังหน้าเคาน์เตอร์
“เฮ้ยไม่ได้นะ”
“ทำไมล่ะ”
“นั่นเด็กฝึกงานที่บริษัทกู กูไม่อยากให้เขารู้ว่ากูมาเที่ยวแบบนี้เขาก็ไม่เคารพกันพอดี”
“มึงก็รู้ว่าเด็กฝึกงานบริษัทมึงทำงานอยู่ที่นี่แล้วมึงจะชวนกูมาทำไมวะ”
“กูอยากเห็นไงว่าเขาทำงานเป็นยังไง”
“แน่ใจนะว่าอยากเห็นเขาทำงานไม่ใช่ว่าแอบตามเขามาเพราะอยากจะจับผิดเขา”
“กูจะทำแบบนั้นไปทำไมล่ะ”
“แต่กูว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น มึงสนใจน้องเขาใช่ไหม” รัชพลถามอย่างรู้ทันเพราะเขาเห็นว่าศรุตมองไปทางผู้หญิงคนนั้นบ่อยมาก
“กูไม่มีอะไรจะบอกมึงหรอกนะ”
“แต่กูเห็นสายตามองน้องผู้หญิงคนนั้นนานแล้ว กูว่ามึงชอบเขา”
“คนไหนวะ” ปองคุณถามเพราะตอนนี้มีผู้หญิงอยู่หน้าเคาน์เตอร์หลายคน
“ก็คนนั้นไงล่ะ ริมสุดน้องเขาขาวสวยเอ็กซ์ขนาดนั้นสเปกไอ้ศรุตชัดๆ เลย”
“เออว่ะ ทั้งสวยทั้งหุ่นดีเลย เรียนปีไหนแล้ววะบรรลุนิติภาวะหรือยังกูไม่อยากไปประกันตัวมึง” ปองคุณหันมาถาม
“ปีสี่แล้ว”
“งั้นรออีกแป๊บเดียว เดี๋ยวน้องเขาก็เรียนจบจากนั้นมึงค่อยจัดการน้องเขาก็ได้จะได้ไม่เสียการปกครอง” รัชพลเสนอ
“ไม่ได้หรอกเพราะเรียนจบแล้วกูจะให้เขาทำงานเป็นผู้ช่วยกู”
“แล้วน็อตล่ะ”
“กูจะให้น็อตไปประจำที่เวียดนามซักครึ่งปีน่ะ ให้ที่นั่นอยู่ตัวแล้วค่อยกลับมาช่วยงานฉันที่นี่ต่อ”
“ถ้างั้นก็ดีสิว่ะจะได้ใกล้ชิด นี่มึงจองตัวของตั้งแต่ยังเรียนไม่จบเลยเหรอวะ”
“กูไม่ได้จองตัว เขาต่างหากที่ขอมาทำงานกับกู มึงจำเรื่องที่กูบอกว่ามีพนักงานคนหนึ่งกู้เงินไปแล้วเขาเสียชีวิตได้มั๊ย” ศรุตเคยเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนฟังตั้งแต่ยายสนเสียชีวิตไปไม่กี่วัน
“จำได้สิแล้วมึงมาพูดถึงเรื่องนี้ทำไม มีอะไรหรือเปล่า”
“ก็เด็กคนนั้นเป็นหลานสาวของยายที่เสียชีวิตไป กูเรียกเขามาคุยเรื่องหนี้ที่ยายเขาติดบริษัทอยู่ เขาก็เลยขอให้กูรับเข้าทำงานเพื่อที่จะหักเงินเดือนนะ”
“หนี้ตั้งเยอะกี่ปีวะกว่าจะใช้หมด”
“ก็คงหลายปีอยู่ละมั้ง” ศรุตตอบเขาไม่ได้คิดว่านลินภัสร์จะต้องทำงานใช้หนี้เขากี่ปี เขาแค่อยากให้หญิงสาวมีงานทำมากกว่าจะสนใจหนี้สินที่เธอติดอยู่กับบริษัท
“แต่กูว่าถ้าน้องเขามาทำงานแบบนี้อีกไม่นานก็น่าจะมีเงินใช้หนี้มึงนะ ไอ้เสี่ยที่เรียกน้องไปน่ะกูรู้จักดีคนนี้ชอบเลี้ยงศึกษาไว้ ถ้าเขาสนใจเด็กของมึงขึ้นมาเงินแค่สี่แสนมันจิ๊บจ๊อยสำหรับเขามาก” รัชพลพอจะรู้จักเสี่ยคนนั้นอยู่บ้างและสิ่งที่เขาพูดก็เป็นความจริง
“แต่กูว่ามายคงไม่ทำยังงั้นหรอก” ศรุตแก้ตัวแทนเพราะดูแล้วนลินภัสร์ไม่น่าจะทำแบบนั้น
“มันก็ไม่แน่นะมึง กูไม่ได้ดูถูกนะแต่ผู้หญิงบางคนสมัยนี้ก็รักความสบายโดยไม่สนใจความถูกต้องเท่าไหร่ ยิ่งเสี่ยกระเป๋าหนักพวกนี้มีเมียอยู่แล้ว พวกเธอยิ่งชอบเพราะกว่าพวกเขาจะหลบหนีเมียมาหาเธอได้ก็ไม่ใช่ง่ายๆ ถ้ามึงไม่อยากเสียของดีไปมึงก็ยื่นข้อเสนอให้เขาเลยสิวะ” ปองคุณเสนอเพราะดูแล้วเพื่อนของตนก็สนใจเธออยู่ไม่น้อย
ระหว่างนั่งดื่มกับเพื่อนศรุตก็มองไปทางนลินภัสร์อยู่หลายครั้ง เขาเก็บเอาคำพูดของปองคุณมาคิดเพราะถ้าหากจะให้นลินภัสร์ออกไปกับเสี่ยกระเป๋าหนักคนนั้นมันก็น่าเสียดายอย่างที่เพื่อนเขาพูดจริงๆ เพราะหญิงสาวนั้นตรงสเปกเขาทุกอย่าง แต่เพราะตอนนี้หญิงสาวยังเป็นนักศึกษาอยู่เขาก็เลยทำอะไรได้ไม่มากเนื่องจากรู้สึกเกรงใจอาจารย์ที่เขาอุตส่าห์ไปเสนอตัวขอรับนักศึกษามาฝึกงานที่บริษัทของตัวเองแต่ถ้ารอให้เธอเรียนจบมันก็ไม่แน่เพราะเงินสี่แสนบาทมันไม่ได้มากมายด์อะไรเลย ถ้าหากเขาจะยกหนี้ให้เธอเพื่อแลกกับการที่เธอมาเป็นผู้หญิงของเขาหลังจากนั่งดื่มจนใกล้เวลาร้านปิดเพื่อนทั้งสองคนของศรุตก็เรียกผู้หญิงมาสองคนจากนั้นก็ขอตัวพากันออกไปต่อข้างนอก ส่วนเขาก็เดินออกมาจากนอกร้านแต่ไปยอมขับรถออกไป ชายหนุ่มนั่งอยู่บนรถมองไปทำประตูหน้าร้านเพื่อรอเวลาให้นลินภัสร์เลิกงานเขาอยากจะรู้ว่าหญิงสาวออกไปกับเสี่ยคนนั้นอย่างที่เพื่อนเขา พูดหรือเปล่าแต่เมื่อเห็นเสี่ยคนนั้นเดินออกมาคนเดียวศรุตก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาสตาร์ทเครื่องยนต์แต่ยังไม่ยอมขับรถออกไปเพราะอยากจะมองจนมั่นใจว่านลินภัสร์นั้นไม่ได้ออกไปกับผู้ชายคนไหนนลินภัสร์เดิ
“ฉันขอโทษนะมายด์” เขาพูดกับนลินภัสร์หลังจากที่พาเธอไปทำแผลและกำลังจะไปส่งหญิงสาวที่หอพัก“คุณศรุตจะขอโทษมายด์ทำไมคะ มายด์สิต้องขอโทษคุณมากกว่าที่ทำให้ต้องเสียเวลามาส่งมาให้ที่หออีกทั้งที่น่าจะได้กลับไปพักแล้ว”“ก็ฉันขอโทษที่ฉันบอกให้เธอไม่ต้องใช้หนี้แทนพี่ชายของเธอทำให้เขาต้องตามมาทวง แล้วเขาได้ไปเท่าไหร่” ศรุตรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนผิดและเห็นแก่ตัวมากที่ไม่ยอมให้นลินภัสร์ใช้หนี้แทนพี่ชายแต่กลับให้เธอใช้หนี้แทนยาของเธอ“ในกระเป๋ามีไม่ถึงห้าพันหรอกค่ะ”“งั้นก็หมายความว่าเดี๋ยวเขาจะต้องมาทวงคืนอีกใช่ไหม ฉันว่าเราไปแจ้งความไว้ก่อนดีกว่า แจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกายไว้ก่อนและให้ตำรวจจัดการเรื่องนี้ต่อดีไหม”“อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลยค่ะ เอาเป็นว่าจากนี้มายด์จะระวังตัวเองไม่ให้เจอกับเขาอีก”“เธอคิดว่าเธอจะระวังตัวได้ดีแค่ไหนล่ะเดี๋ยวก็ได้ทำงานฟรีให้เขาเอาเงินไปอีกหรอก”“ต่อไปมายด์จะให้ผู้จัดการร้านโอนเข้าบัญชีดีกว่าค่ะ ไม่เอาเงินสดอีกแล้ว”“แต่ฉันว่านั่นมันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ”“เอาไว้เดี๋ยวมายด์โทรไปคุยกับพี่แบงค์เองค่ะ จะบอกเขาว่าไม่ให้มายุ่งกับมายด์อีกถ้าเขายังมายุ่งมายด์จะแจ้งความตก
หลังจากจัดการเรื่องแจ้งความเรียบร้อยแล้ว ศรุตก็กลับมายังหอพักของนลินภัสร์อีกครั้ง จากนั้นเขา นลินภัสร์และชยาภรณ์ก็ช่วยกันเอาของใช้ที่จำเป็นใส่หลังรถส่วนบางอย่างเธอก็ฝากไว้ที่ห้องของชยาภรณ์ก่อน“เธอไปรอฉันในรถก่อนนะมายด์ ฉันมีเรื่องจะคุยกับเพื่อนของเธอนิดหน่อย”“ค่ะคุณศรุต”เมื่อนลินภัสร์เดินเข้าไปนั่งรอในรถแล้วศรุตก็เดินมาคุยกับชยาภรณ์“คุณศรุตมีอะไรหรือเปล่า”“ฉันอยากให้เรื่องที่มายด์กับฉันรู้จักกันเป็นความลับเธอจะไม่บอกเรื่องนี้กับเพื่อนคนอื่นได้ไหม”“ถึงคุณศรุตไม่สั่งน้ำก็จะไม่บอกคนอื่นค่ะ แต่กลุ่มเราเพื่อนสนิททั้งหมดสามคนยังมีวิอีกคนหนึ่งน้ำขอเล่าเรื่องนี้ให้วิฟังได้ไหมรับรองว่าเราสามคนจะเก็บทุกอย่างเป็นความลับ”“ถ้าเธอมั่นใจว่าเพื่อนของเธอจะเก็บความลับเรื่องนี้อยู่ ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ แต่กับคนอื่นที่ไม่สนิทก็อย่าพึ่งพูดเรื่องนี้ออกไปแล้วฉันฝากดูด้วยว่าระหว่างนี้ผู้ชายคนเมื่อวานยังมาหามายด์ที่นี่อีกไหม”“ได้ค่ะ”“นี่เบอร์โทรศัพท์ของฉันมีอะไรเธอโทรหาฉันได้ตลอดเลยนะส่วนเรื่องไปทำงานที่ผับฉันว่าช่วงนี้มายด์น่าจะยังไปไม่ได้เขายังเจ็บเข่าอยู่แล้วเธอจะไปทำงานคนเดียวได้ใช่ไหม”“ไม่มีปั
ศรุตพานลินภัสร์มาทานอาหารที่ร้านไม่ห่างจากคอนโดมากนัก เมื่อทานอาหารเสร็จเข้าก็พาหญิงสาวไปโรงพยาบาลเพื่อทำแผลที่เข่าชายหนุ่มนั่งรออยู่นอกห้องขณะที่เธอเข้าไปล้างแผล เมื่อทำแผลเสร็จแล้วขณะที่นลินภัสร์ไปรับอุปกรณ์ทำแผลและเดินกลับมายังจุดที่ศรุตนั่งอยู่ แต่ยังเดินมาไม่ถึงหญิงสาวก็บังเอิญได้เจอกับหมอคนหนึ่งที่เคยรักษาคุณยายของเธอเมื่อหลายเดือนก่อน“สวัสดีค่ะคุณหมอ”“สวัสดีมายด์ เป็นอะไรทำไมมาโรงพยาบาลล่ะ”“มายด์หกล้มมีแผลนิดหน่อยค่ะ แล้วคุณหมอล่ะคะมาทำไมที่นี่”“ผมมาออกตรวจที่นี่ แล้วเป็นยังไงบ้างตอนนี้สบายดีใช่ไหม”“มายด์สบายดีค่ะ”“เราไม่ได้เจอกันหลายเดือนแล้วใช่ไหม”“ก็ตั้งแต่งานศพคุณยาย ขอบคุณคุณหมอมากๆ นะคะที่ช่วยดูแลคุณยายตลอดแล้วยังไปร่วมงานคุณยายด้วย”“ไม่เป็นไรหรอกมันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว ว่าแต่มายด์เถอะ ตอนนี้สภาพจิตใจดีขึ้นแล้วใช่ไหม”“ดีขึ้นแล้วค่ะ มายด์รู้ว่าเกิดแก่เจ็บตายมันเป็นเรื่องธรรมดาแต่ช่วงนั้นก็แย่เหมือนกันค่ะ”“ผมว่าหน้าตามายด์ดูสดใสขึ้นมาก”“มายด์ทำใจได้แล้วค่ะ”“แล้วนี่ทำแผลเสร็จแล้วจะกลับบ้านเลยหรือเปล่า”“ค่ะมายด์จะต้องรีบกลับเลย คุณหมอมีอะไรหรือเปล่า”“อยากจะ
แม้ว่านลินภัสร์จะพักอยู่คอนโดเดียวกับศรุตแต่หญิงสาวก็ไม่ได้มาทำงานพร้อมกับเขาเพราะกลัวคนที่บริษัทจะรู้ แค่เขาให้มาอยู่ด้วยเธอก็รู้สึกเกรงใจเจ้านายมากๆ เรื่องที่นลินภัสร์ไปอยู่คอนโดของเจ้านายมีเพื่อนสนิทของเธอและนรเทพเท่านั้นที่รู้วันนี้เป็นวันอาทิตย์นลินภัสร์ชวนชยาภรณ์และวิชัญญาให้มาช่วยเธอเลือกซื้อเสื้อผ้าและกระเป๋าเดินทางสำหรับการไปตามศรุตไปทำงานที่ประเทศเกาหลีในวันหยุดยาวสัปดาห์หน้า“มายด์จะไปกี่วันเหรอ” วิชัญญาถามเพราะจะได้ช่วยกันเตรียมชุดให้ครบ“ถ้าตามตารางงานก็ประมาณห้านะ วันแรกที่ไปถึงมันเป็นวันศุกร์เราจะเข้าไปดูโรงงานได้ผลิตเครื่องสำอาง ส่วนวันเสาร์อาทิตย์คุณศรุตบอกว่าจะพาเดินสำรวจร้านเครื่องสำอางต่างๆ ในแหล่งช้อปปิ้งของเกาหลี อีกสองวันที่เหลือก็เข้าไปดูโรงงานต่อ”“ถ้าดูตามตารางที่มายด์พูด มายด์แทบไม่ได้เที่ยวที่ไหนเลยนะ น่าเสียดายจังอุตส่าห์ไปถึงประเทศเกาหลีแล้วแท้ๆ มายด์ไม่ลองชวนคุณศรุตไปเที่ยวดูสิ” ชยาภรณ์รู้สึกเสียดายแทนเพื่อนที่ได้ไปต่างประเทศแต่ไม่ได้ไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวเลย“แค่เขาให้เราไปด้วยก็เกรงใจมากแล้ว เลือกชุดกันต่อเถอะนะ”“ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องเอาชุดสำหร
“ตื่นเต้นหรือมายด์” ศรุตหันมาถามนลินภัสร์หลังจากคาดเข็มขัดนิรภัยและกัปตันประกาศกำลังเทคอ๊อฟ“ค่ะคุณศรุตนี่เป็นครั้งแรกที่มายด์ได้นั่งเครื่องบินค่ะ”การเดินทางครั้งนี้ศรุตเลือกเดินทางด้วยตั๋วบิสสิเนสคลาสเพราะเขาเป็นคนตัวสูงถ้าจะให้ไปนั่งชั้นประหยัดก็จะเมื่อยขามากๆเดิมทีนลินภัสร์ไม่ยอมมานั่งบิสสิเนสคลาสกับเขา ทำให้เขาต้องบอกว่าที่ให้เธอมานั่งด้วยเพราะบางครั้งอาจต้องคุยเกี่ยวกับงานหญิงสาวถึงยอมมานั่งด้วยชายหนุ่มสังเกตว่าเธอนั่งนิ่งและเริ่มมีเหงื่อซึมบริเวณใบหน้าก็รู้ว่าการชวนเธอคุยไม่ได้ผลเลยสักนิด เขาจึงเอื้อมมือไปจับมือของนลินภัสร์ไว้แล้วบีบเบาๆ เขารู้สึกว่ามือของเธอนั้นเย็นเฉียบ“ไม่ต้องกลัวนะมายด์ ฉันอยู่ตรงนี้ไม่มีอะไรที่น่ากลัวเลย” เขาพยายามพูดให้เธอหายกลัวมือใหญ่ที่กุมไว้ส่งผ่านความอบอุ่นให้กับนลินภัสร์เธอมองหน้าเขาเหมือนต้องการความมั่นใจว่าการเดินทางไปครั้งนี้มันจะปลอดภัย“มายด์กลัวมากจริงๆ ค่ะคุณศรุต” มือของเธอบีบมือของเขาอยากให้เขารับรู้ว่าตัวเธอกลัวมากและไม่อยากให้เขาปล่อยมือ“ไม่ต้องกลัวนะ มันปลอดภัยจริงๆ เชื่อฉันเดี๋ยวพ่อกัปตันเอาเครื่องขึ้นแล้วทุกอย่างจะเรียบร้อยเธอแทบจะไ
ลงจากนัมซานทาวเวอร์ ก็พากันเดินไปยังสถานีรถไฟใต้ดินเพื่อจะกลับไปยังโรงแรมแต่ขณะที่กำลังเดินอยู่นลินภัสร์ก็หยุดเดินจนทำให้คนที่เดินตามมาทีหลังอย่างศรุตชนกับเธอเข้าอย่างจังเขารีบรวบเอวคอดของเธอมากอดไว้เพราะกลัวแรงปะทะของตนเองจะทำให้หญิงสาวล้มลงไป“เป็นอะไรหรือเปล่ามายด์ทำไมจู่ๆ ก็หยุดเดิน”“เราไปทางอื่นกันดีไหม”“ทำไมล่ะทางนี้เธอบอกเองนี่ว่ามันใกล้สถานีรถไฟใต้ดินที่สุด”“แต่มายด์อยากเดินเล่นบริเวณนี้ก่อนนี่คะ นะคะคุณศรุต”หญิงสาวมองหน้าเขาและส่งสายตาอ้อน ถึงแม้ศรุตไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงเปลี่ยนใจแต่ชายหนุ่มจับมือของเธอไว้แล้วยิ้มก่อนจะพูดขึ้นมา“เอาล่ะทีนี้เธอจะพาฉันไปทางไหนฉันจะตามเธอไปทุกที่ก็แล้วกันนะ”“ขอบคุณค่ะคุณศรุต”นลินภัสร์พาเขาเดินเลี่ยงออกมาจากทางเดินหลัก แต่เพราะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทำให้เธอเดินได้ไม่เร็วเท่าไหร่หญิงสาวพยายามก้มหน้าและเดินให้เร็วที่สุดแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ทันใจเอาเสียเลย“จะรีบไปไหนละมายด์”เสี่ยงทักทายทำให้หญิงสาวต้องหยุดเดิน“อ้าวพี่วินมาเที่ยวที่นี่เหมือนกันเหรอคะ” เมื่อเลี่ยงไม่ได้หญิงสาวก็ยิ้มทักทายเขาไปตามมารยาท“พี่มาดูงานกับบริษัทน่ะ แล้วก็เลยมาเที
“มันจะมีความสุขจริงๆ ใช่ไหมคะ”“แน่นอนสิแล้วเธออยากมีความสุขหรือเปล่า”“มีใครบ้างไม่อยากมีความสุข”เพราะดื่มไปมากทำให้นลินภัสร์ตอบเขาไปตามความรู้สึก การได้ใกล้ชิดเขาแบบนี้มันทำให้เธอเริ่มหวั่นไหวและอยากจะรู้เหลือเกินว่าความสุขที่เขาพูดถึงนั้นมันจะมากมายแค่ไหน“ฉันจะทำให้เธอมีความสุขจนลืมไม่ลงเลยทีเดียว”พูดจบศรุตก็จูบไปบนเรียวปากอิ่มอยากรวดเร็วนลินภัสร์ไม่ทันได้ตั้งตัว ปลายลิ้นร้อนสอดเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังจะพูดอะไรสักอย่าง ฝ่ามือหนาเคลื่อนไปตามร่างระหง จูบของคนชำนาญทำให้หญิงสาวอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมกอดของเขา และรู้สึกตัวอีกทีก็ถูกเขาพามายังห้องนอนแล้วชายหนุ่มวางเธอลงบนเตียงอย่างเบาที่สุดก่อนจะถอดชุดของเธอออกอย่างรวดเร็วเพราะกลัวเหลือเกินว่าหญิงสาวจะเปลี่ยนใจนลินภัสร์รู้สึกว่าร่างกายของตนเองร้อนขึ้นไปทุกขณะ ฝ่ามือที่สัมผัสไปตามผิวสร้างความรู้สึกแปลกอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนแสงไฟจากหัวเตียงส่องกระทบผิวขาวอมชมพูทำให้ศรุตมองด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย“ผิวเธอสวยมาก หุ่นแบบนี้ถูกใจฉันมากเลยนะมายด์”ชายหนุ่มกระซิบข้างใบริมฝีปากร้อนขบเม้มไปบนลำคอระหงแล้วมอบจูบที่เร่าร้อนให้กับหญิงสาวอีกครั้ง
ศรุตเองก็รู้สึกเสียใจไม่แพ้กันความเป็นคนปากแข็งของเขากำลังทำร้ายจิตใจคนที่เขารักและชายหนุ่มก็รู้สึกตัวแล้วว่าตอนนี้ตนเองได้ทำผิดพลาดกับนลันภัสร์มากๆ สิ่งที่เขาทำมันทำลายความรู้สึกของเธอและทำให้เธอต้องร้องไห้“ฉันขอโทษนะมายด์ ฉันไม่น่าทำแบบนี้กับเธอเลย ฉันจะฉีกสัญญาทั้งหมดนี้ทิ้ง” เขาพูดจบก็ฉีกสัญญาทิ้ง“ตอนนี้เป็นอิสระจากฉันแล้วนะ ฉันจะไม่รั้งเธอไว้ด้วยคำว่าลูกหนี้อีกต่อไป แต่ฉันอยากจะขอร้องให้เธออยู่กับฉันจะได้ไหม”นลันภัสร์เงียบรอฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่ออีกไหม ศรุตมองหน้าของเธอและใช้ปลายนิ้วโป้งเช็ดน้ำตาออก เขายิ้มแล้วจับมือเธออีกครั้ง“มายด์เธออยู่กับฉันแบบนี้นะ อยู่กับฉันตลอดไปได้ไหม ฉันคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธออยู่ด้วย เธอเป็นทุกอย่างของฉันนะมายด์”“คุณศรุตจะให้มายด์อยู่กับคุณแบบนี้ตลอดไปจริงๆ ใช่ไหมคะ”“ใช้สิชีวิตนี้ฉันคงหาผู้หญิงที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขเหมือนเธอไม่ได้นะมายด์” ชายหนุ่มพูดแล้วถอนหายใจเขาไม่เคยรู้สึกประหม่าแบบนี้มาก่อนผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าช่วงนี้อิทธิพลกับหัวใจของเขาเอามากๆและคงจะใช้ชีวิตต่อไปไม่ได้แน่ๆ ถ้าเดินออกไปจากชีวิตของเขา“มายด์ฉันรักเธอนะ” ในที่สุดเขาก็ตัดสิน
งานเปิดร้านเครื่องสำอางร้านใหม่ห้าสาขาผ่านไปได้ด้วยดี นลินภัสร์และศรุตช่วยกันทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต จนแทบจะไม่มีเวลาใกล้ชิดกันเลย แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกมีความสุขมากๆชายหนุ่มเข้าใจแล้วว่าความสุขของคนเรามันไม่ได้มีแค่บนเตียงเท่านั้น การที่มีคนอยู่ข้างๆ ได้เห็นรอยยิ้มของเธอในวันที่เหนื่อยต่างหากล่ะมันคือความสุขที่แท้จริงแต่นลินภัสร์ก็ทำให้เขาไม่พอใจเพราะเมื่อวานตอนที่ไปเปิดสาขาใหม่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง หญิงสาวพูดคุยกับเจ้าของห้างสรรพสินค้าด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรและทำให้เขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องเก็บอารมณ์ไว้และพยายามคิดว่าสิ่งที่เธอทำลงไปนั้นเธอทำเพื่องานแต่แล้วศรุตก็ไม่พอใจมากขึ้นเมื่อมีช่อดอกไม้ช่อโตส่งมาให้นลินภัสร์“ดอกไม้นั่นของใครเหรอ” เขาเรียกหญิงสาวเข้ามาถามเมื่อกลับจากทานอาหารกลางวันและเห็นดอกกุหลาบสีแดงช่อโตวางอยู่บนโต๊ะทำงานของนลินภัสร์“ดอกไม้ของคุณวศินค่ะ”“เธอมายด์ถึงคุณวศินเจ้าของห้างที่เราเปิดร้านเครื่องสำอางเมื่อวานใช่มั๊ย”“ใช่ค่ะ”“ทำไมเขาต้องเอาดอกไม้มาให้เธอด้วยล่ะ”“เขาก็คงอยากจะแสดงความขอบคุณที่เราเข้าไปเช่าพื้นที่ของเขาค่ะ”“ถ้าเขาจะขอบคุณจร
เมื่อรู้ว่าตนเองเป็นอิสระจากคำว่าลูกหนี้แล้วนลินภัสร์ก็มีความสุขมากเย็นนี้หญิงสาวเลยขอเป็นคนเลี้ยงอาหารเย็นกับศรุตที่ร้านอาหารประจำของทั้งสองคน“คุณศรุตค่ะมื้อนี้มายด์ก็เป็นคนเลี้ยงคุณนะคะ”“นึกยังไงดีเดี๋ยวจะเลี้ยงฉันล่ะ”“ก็มายด์อยากฉลองที่ตอนนี้มายด์ไม่ใช่ลูกหนี้ของคุณแล้ว”“ดูเหมือนเธอจะดีใจมากๆ เลยนะมายด์”“ก็แน่สิคะ มีใครบ้างล่ะอยากจะมีคำว่าลูกหนี้ติดตัว”“ฉันว่าเธอคิดมากเกินไปแล้ว ฉันไม่เคยมองว่าเธอมีคำนั้นติดตัวอยู่เลย ฉันมองเธอก็คือผู้หญิงคนหนึ่งที่ช่วยงานฉันได้ดีมากๆ และทำให้ฉันมีความสุขมากๆ”“ถึงคุณศรุตไม่พูดหรือใครไม่พูดแต่ความรู้สึกมันก็ติดอยู่ในใจมายด์ค่ะ แต่ตอนนี้มายด์รู้สึกดีมากๆ และมีความสุขที่สุดเลยค่ะ”“ฉันก็ดีใจนะที่เธอมีความสุข และยิ้มแบบนี้ฉันชอบรอยยิ้มของเธอมากๆ”“ต่อไปมายด์คงยิ้มได้มากขึ้น”“มันก็ดีนะ แต่ขอร้องนะอย่ายิ้มแบบนี้ให้กับใคร”“มายด์ก็ไม่เคยยิ้มแบบนี้ให้กับใครมายด์ยิ้มให้กับคุณศรุตคนเดียว”“ถ้าวันไหนเธอยิ้มแบบนี้ให้คนอื่นฉันคงรู้สึกเสียใจมากๆ”“มายด์สัญญาเลยว่าจะยิ้มแบบนี้ให้แค่คุณคนเดียวเท่านั้นค่ะแล้วคุณล่ะ”“ตั้งแต่รู้จักกันมาเธอเคยเห็นฉันยิ้มให้ผู
นลินภัสร์มาทำงานที่บริษัทของศรุตได้เกือบสามเดือนแล้วตอนนี้งานทุกอย่างกำลังเข้าที่หญิงสาวช่วยงานของชายหนุ่มได้ดีมากๆ ตอนนี้การเจรจากับทางเกาหลีก็ลงตัวตอนนี้บริษัทก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาก ศรุตคาดว่าภายในกลางเดือนก็จะเปิดร้านเครื่องสำอางได้พร้อมกันทั้งหมดห้าสาขาในกรุงเทพจากนั้นเขาก็จะขยายสาขาไปตามต่างจังหวัดเหมือนกับธุรกิจแรกของตนเองบ่ายวันหนึ่งขณะที่ชายหนุ่มกำลังนั่งทำงานอยู่เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งก่อนประตูจะเปิดออก“มีอะไรหรือเปล่ามายด์หรือฉันมีประชุม”“เปล่าหรอกค่ะ มายด์จะขออนุญาตคุณศรุตออกไปเจอพี่ไม้ได้ไหมคะ”“พี่ชายเธอน่ะเหรอ”“ใช่ค่ะ เมื่อกี้พี่ไม้โทรมาหา เขาบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วยมายด์เลยให้เขามาเจอที่ร้านกาแฟข้างๆ บริษัทค่ะ”“เธออยากให้ฉันลงไปด้วยมั้ย”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มายด์ไม่ไปคนเดียวได้ ถ้าคุณศรุตมีงานด่วนก็โทรตามมายด์นะคะ”“ช่วงนี้ไม่น่าจะมีงานด่วนอะไร เธอใช้เวลากับพี่ชายให้เต็มที่ก็แล้วกันนะ จะคุยกันจนถึงเลิกงานเลยก็ได้ฉันไม่ว่าอะไร”“คงไม่คุยนานขนาดนั้นหรอกค่ะ มายด์ขอตัวก่อนนะคะ แล้วจะรีบกลับขึ้นมาเคลียร์งานค่ะ”หญิงสาวรีบเดินออกมาจากห้องและตรงไปที่ลิฟต์ เมื
ศรุตเอ่ยขอด้วยเสียงแหบพร่านลินภัสร์มองใบหน้าของเขาแล้วก็พยักหน้าเธอตัดสินใจแล้วว่าเธอจะมอบความสุขให้กับเขาเหมือนที่เขามอบให้เธอมาจนนับครั้งไม่ถ้วน“แต่มายด์ไม่เคย....”“ฉันจะสอนเธอเองนะ”ชายหนุ่มนอนลงบนเตียงก่อนจะดึงให้นลินภัสร์มาคุกเข่าอยู่กลางหว่างขาแล้วจับมือเรียวของเธอไปวางบนแท่งร้อนที่ตั้งตระหง่านชูชันตรงหน้านลินภัสร์หน้าร้อนผ่าวนี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นสัดส่วนความเป็นชายของเขาใกล้และชัดเจนกว่าทุกครั้ง มือเล็กสั่นระริกก่อนจะชักขึ้นลงไปตามมือใหญ่ที่โอบอยู่ด้านบนอีกทีหญิงสาวขยับมือไปตามจังหวะแล้วเงยหน้ามองเพราะอยากจะรู้ว่าตนเองทำถูกไหม“ดีมากมายด์ แบบนั้น ช้าๆ ไม่ต้องรีบ อื้ม...”เมื่อเขาปล่อยมือออกหญิงสาวก็ขยับไปตามจังหวะ เธอเงยหน้ามองเขาเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาของเจ้านายหนุ่มแดงก่ำก็รู้ว่าตนเองมาถูกทาง ศรุตมองท่าทางของคนรักแล้วได้แต่ครางอยู่ในลำคอ หญิงสาวมองตาเขาอีกครั้งด้วยสายตาที่ยั่วยวน“ใช้ปากให้ฉันหน่อยนะมายด์”นลันภัสร์สุดลมหายใจข้าปอดก่อนจะก้มลงใช้ริมฝีปากสัมผัสส่วนปลายที่ปริ่มน้ำอย่างแผ่วเบา“ซี๊ดดด......มายด์....”เมื่อได้ยินเสียงของชายหนุ่มนลินภัสร์ก็มั่นใจมากขึ้นเธอใช
“คุณศรุตมีอะไรจะคุยกับมายด์คะ”“มานั่งตรงนี้ก่อนสิ”“ดูอะไรอยู่เหรอคะ”“ฉันกำลังหาที่พักบนเกาะเสม็ดนะ เราจะไปเที่ยวกันเย็นวันศุกร์นี้ มายด์อยากพักที่ไหนล่ะ”“มายด์แล้วแต่คุณเลยค่ะ”“แล้วแต่ฉันได้ยังไงล่ะ เราพักด้วยกันนะฉันให้เธอเลือก”นลินภัสร์หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาดูที่พัก หญิงสาวลากปลายนิ้วผ่านหน้าจอไปไม่นาก็ตกลงเลือกบ้านพักหลังหนึ่งที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัว“พักหลังนี้ได้ไหมคะ”“ได้สิ เดี๋ยวฉันจองเลยนะ เราจะไปกันบ่ายวันศุกร์ออกจากบริษัทเร็วหน่อยให้ไปถึงท่าเรือก่อนค่ำ”“ค่ะ แค่นี้ใช่ไหมคะที่จะคุยกับมายด์ ถ้างั้นมายด์ขอตัวก่อนนะคะ”“จะรีบไปไหน” เขาคว้าเอวคอดแล้วให้เธอนั่งบนตักในจังหวะที่เธอกำลังจะลุกพอดี“คุณศรุต...ปล่อยมายด์เถอะค่ะมายด์จะกลับห้อง”“จะกลับไปทำไม ไปนอนห้องฉันนะ”“แต่นี่ไม่ใช่วันศุกร์” เพราะเธอกับเขาตกลงกันไว้แล้วว่าจะนอนด้วยกันในวันที่รุ่งขึ้นไม่ต้องไปทำงานเท่านั้น“ให้ฉันรอถึงวันศุกร์ฉันคงได้ขาดใจตายกันพอดีนะมายด์ ศุกร์ที่แล้วเธอก็บอกว่าเป็นประจำเดือน นี่มันผ่านมาหลายวันแล้วฉันคิดว่าเธอจะหายแล้วใช่ไหม”“ค่ะ”“แล้วให้ฉันไม่ได้เหรอ อย่าใจร้ายกับฉันเลยนะมายด์” ศรุตมองหญิงสาวด้
วันนี้นลินภัสร์รู้สึกตื่นเต้นมากเป็นพิเศษเพราะเป็นวันที่เงินเดือนของหญิงสาวจะออกเป็นครั้งแรกหลังจากเรียนจบได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งเลขานุการของศรุตอย่างเต็มตัวเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ส่วนนรเทพนั้นถูกย้ายไปประจำที่สำนักงานในประเทศเวียดนามซึ่งมีชยาภรณ์เพื่อนรักของเธอตามไปทำงานเป็นเลขาที่นั่นนลินภัสร์เลยต้องรับผิดชอบงานแทนเขาทั้งหมดเย็นนี้หญิงสาวมีนัดคุยกับฝ่ายบัญชีเรื่องการหักเงินใช้หนี้ให้กับคุณยายของเธอเมื่อไปถึงหัวหน้าฝ่ายบัญชีก็รออยู่ก่อนแล้ว“สวัสดีค่ะพี่แนน” นลินภัสร์ยกมือไหวหัวหน้าฝ่ายบัญชีก่อนจะนั่งลงเก้าอี้ตรงกันข้ามกับหญิงสาว“มายด์มาคุยเรื่องการหักเงินเดือนค่ะพี่แนน”“มายด์เพิ่งได้รับเงินเดือน เดือนแรกเองนะหนูจะให้พี่หักเงินเดือนตั้งแต่เดือนแรกเลยเหรอ”“ค่ะพี่แนน มายด์ใช้หนีเร็วก็จะเป็นอิสระเร็วมากขึ้น”“แล้วมายด์จะให้พี่หักเท่าไหร่ล่ะ สักสี่พันดีไหม”“พี่แนนหักมายด์ไปหนางหมื่นเลยได้ไหมคะ”“หักตั้งหมื่นมายด์ก็เหลือเงินใช้อีกไม่ถึงหมื่นห้านะเพราะต้องหักประกันสังคมด้วย ค่าครองชีพเดี๋ยวนี้สูงจะตาย มายด์จะพอใช้เหรอ”“มายด์คิดว่าพอใช้ค่ะพี่แนน”“พี่ว่ามันจะชักหน้าไม่ถึงหลังเอานะ หักแค่
นลินภัสร์รีบกดออดเรียกพยาบาลเข้ามาอย่างรวดเร็วเมื่อพยาบาลมาถึงก็รีบวัดไข้จากนั้นก็เอายาลดไข้ให้ศรุตทานและบอกว่าเขาจำเป็นจะต้องเช็ดตัวลดไข้“เดี๋ยวญาติรอตรงโซฟาก่อนก็ได้นะคะ พยาบาลจะช่วยกันเช็ดตัวให้คนไข้เองค่ะ”“คือผมให้แฟนผมเช็ดให้ได้ไหมครับศรุต” รีบบอกกับพยาบาล“คุณศรุตคะ...” หญิงสาวตกใจกับคำพูดของชายหนุ่ม“เช็ดตัวให้ฉันหน่อยนะมายด์ ไม่ยากหรอกเธอเคยดูแลคุณยายมาแล้วฉันว่าแค่นี้เธอน่าจะทำได้”“คุณสะดวกไหมคะ ถ้าไม่สะดวกฉันจะเรียกพยาบาลผู้ชายมาช่วยเช็ดให้ก็ได้” พยาบาลสาวหันไปถามนลินภัสร์เพราะเห็นท่าทางเธอค่อนข้างอึดอัดหญิงสาวมองหน้าศรุตสลับกับนางพยาบาลก็จะยิ้มอ่อนให้กับคุณพยาบาลตรงหน้า“เดี๋ยวฉันเช็ดตัวให้เขาเองก็ได้ค่ะ”“อุปกรณ์อยู่ในห้องน้ำนะคะ ถ้าเช็ดเสร็จแล้วครึ่งชั่วโมงเราจะเข้ามาวัดไข้อีกครั้งหนึ่งค่ะ”เมื่อพยาบาลออกไปแล้วหญิงสาวก็เดินเตรียมกะละมังและผ้าเช็ดตัวผืนเล็กสองผืนมาเธอรูดผ้าม่านปิดก่อนจะถอดเสื้อของศรุตออกด้วยความยากลำบากเพราะนอกจากจะกลัวเขาจะเจ็บแผลแล้วยังมีเสาน้ำเกลือที่เธอจะต้องสอดแขนเสื้อออกมาอีกด้วย เมื่อถอดเสื้อเสร็จก็รีบเช็ดตัวให้ชายหนุ่มอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าเ
หลังจากวางสายไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเพื่อนของศรุตทั้งสองคนก็มาถึงโรงพยาบาล“เป็นไงบ้างวะเจ็บหรือเปล่า” ปองคุณถามคนที่นั่งทำหน้าเบื่อโลกอยู่บนเตียง“อือ เจ็บเพิ่งขอยาแก้ปวดพยาบาลกินไปเมื่อกี้นี้เอง”“มึงซวยฉิบหายเลยว่ะศรุตคนตั้งเยอะตั้งแยะมีมึงคนเดียวที่โดนกระสุนปืนของไอ้หมอนั่น” รัชพลพูดกับเพื่อนเพราะเมื่อคืนมีแค่ศรุตคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับบาดเจ็บ“แล้วตำรวจว่ายังไงบ้าง”“ตำรวจจับตัวได้แล้ว คงจะดำเนินคดีไปตามกฎหมาย”“ขอบใจพวกมึงสองคนมากนะมายด์บอกกูว่ามึงรออยู่หน้าห้องผ่าตัดเป็นเพื่อนมายด์หลายชั่วโมง”“มึงเป็นเพื่อนกูนี่” รัชพลตบบ่าข้างที่ไม่มีแผลของเพื่อนเบาๆ“มายด์ยังไม่ได้กลับไปพักเลยเหรอ” ปองคุณที่เห็นหญิงสาวสวมชุดเดิมของเมื่อคืนก็ถามขึ้น“คะมายด์รอพี่มาถึงก่อนเดี๋ยวมายด์จะขอตัวไปเอาเสื้อผ้าที่คอนโดนะคะ”“พี่ว่ามายด์ไปนอนพักสักหน่อยก็ได้ระหว่างนี้พี่จะอยู่เป็นเพื่อนไอ้ศรุตเอง”“มายด์ฝากพี่สองคนด้วยนะคะ ถ้ามีอะไรโทรหามายด์นะมายด์จะรีบมาทันที”“ไปเถอะไม่ต้องห่วงหรอก”“คุณศรุตคะมายด์ไปก่อนนะคะ”หญิงสาวเดินลงมาจากนั้นก็เรียกแท็กซี่จากหน้าโรงพยาบาลให้มาส่งที่คอนโดเธออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล