หลังจากจัดการเรื่องแจ้งความเรียบร้อยแล้ว ศรุตก็กลับมายังหอพักของนลินภัสร์อีกครั้ง จากนั้นเขา นลินภัสร์และชยาภรณ์ก็ช่วยกันเอาของใช้ที่จำเป็นใส่หลังรถส่วนบางอย่างเธอก็ฝากไว้ที่ห้องของชยาภรณ์ก่อน
“เธอไปรอฉันในรถก่อนนะมายด์ ฉันมีเรื่องจะคุยกับเพื่อนของเธอนิดหน่อย”
“ค่ะคุณศรุต”
เมื่อนลินภัสร์เดินเข้าไปนั่งรอในรถแล้วศรุตก็เดินมาคุยกับชยาภรณ์
“คุณศรุตมีอะไรหรือเปล่า”
“ฉันอยากให้เรื่องที่มายด์กับฉันรู้จักกันเป็นความลับเธอจะไม่บอกเรื่องนี้กับเพื่อนคนอื่นได้ไหม”
“ถึงคุณศรุตไม่สั่งน้ำก็จะไม่บอกคนอื่นค่ะ แต่กลุ่มเราเพื่อนสนิททั้งหมดสามคนยังมีวิอีกคนหนึ่งน้ำขอเล่าเรื่องนี้ให้วิฟังได้ไหมรับรองว่าเราสามคนจะเก็บทุกอย่างเป็นความลับ”
“ถ้าเธอมั่นใจว่าเพื่อนของเธอจะเก็บความลับเรื่องนี้อยู่ ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ แต่กับคนอื่นที่ไม่สนิทก็อย่าพึ่งพูดเรื่องนี้ออกไปแล้วฉันฝากดูด้วยว่าระหว่างนี้ผู้ชายคนเมื่อวานยังมาหามายด์ที่นี่อีกไหม”
“ได้ค่ะ”
“นี่เบอร์โทรศัพท์ของฉันมีอะไรเธอโทรหาฉันได้ตลอดเลยนะส่วนเรื่องไปทำงานที่ผับฉันว่าช่วงนี้มายด์น่าจะยังไปไม่ได้เขายังเจ็บเข่าอยู่แล้วเธอจะไปทำงานคนเดียวได้ใช่ไหม”
“ไม่มีปัญหาหรอกค่ะแค่นี้สบายมากน้ำไปเองได้ น้ำฝากคุณศรุตดูแลมายด์ด้วยนะคะ”
“อือ ฉันไปก่อนนะถ้าเธอมีอะไรขาดเหลือหรือต้องการหรือไม่ต้องการให้ฉันช่วยอะไรก็ติดต่อฉันมาได้ตลอด”
“ขอบคุณค่ะคุณศรุต”
เมื่อคุยกับชยาภรณ์เสร็จแล้วศรุตก็เดินกลับเข้ามาในรถก่อนจะสตาร์ทเครื่องและพาหญิงสาวขับออกมาจากบริเวณหอพักในเวลาบ่ายของวันเสาร์
“คุณศรุตจะพามายด์ไปอยู่ที่ไหนคะห้องพักของพนักงานหรือเปล่า”
“ไม่ใช่หรอกฉันจะพาเธอไปอยู่ที่คอนโดของฉันก่อน”
“ทำไมถึงพามายด์ไปอยู่ที่นั่นเหรอคะ ขอไปอยู่ที่อื่นได้ไหม”
“ตอนนี้ห้องพักของพนักงานไม่มีห้องไหนว่างเลย แล้วถ้าฉันให้เธอไปอยู่ทุกคนก็ต้องสงสัยแน่ ว่าเธอเป็นแค่เด็กฝึกงานแล้วมาอยู่หอพักของบริษัทได้ยังไง”
“แต่มายด์เกรงใจคุณนะคะ”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกคอนโดของฉันมีสามห้องนอน สามห้องน้ำฉันกับเธอจะอยู่กันคนละโซนอยู่แล้ว”
“มายด์ขอไปอยู่แค่ชั่วคราวได้ไหม ถ้าหากพี่แบงค์เขาไม่มาตามมายด์แล้วมายด์จะกลับมาอยู่ที่เดิม”
“แต่อีกหน่อยเธอก็ต้องไปทำงานเป็นเลขาของฉันนะ ฉันว่าอยู่คอนโดของฉันไปก่อนก็ได้ ถ้าห้องพักของพนักงานว่างก็ค่อยย้ายเข้าไปอยู่ แล้วไม่ต้องพูดว่าเกรงใจอีกนะ ฉันเบื่อที่จะฟังคำนี้จริงๆ”
“แต่มายด์ต้องไปทำงานที่ผับนะคะ กว่าจะกลับก็ดึกมากมายด์เกรงใจคุณค่ะ”
“งานกลางคืนฉันว่าช่วงนี้อย่าพึ่งไปทำเลยดีไหม”
“แต่ถ้ามายด์ไม่ไปทำงานรายได้ของมายด์ก็จะหายไปเยอะเลยนะคะ”
“แต่เธอไม่ต้องจ่ายค่าห้องกับค่าอาหาร
“คุณจะให้มายด์ไปอยู่ฟรีๆ แล้วยังจะจ่ายค่าอาหารให้มายด์อีกเหรอคะ”
“ถ้าไม่อยากอยู่ฟรีก็ช่วยงานฉัน”
“งานอะไรคะ”
“ก็งานที่บริษัทนั่นแหละบางทีฉันก็เอากลับไปทำต่อที่คอนโด”
“ถ้างั้นก็ได้ค่ะ”
“ฉันรู้นะว่าเธอเกรงใจและตอนนี้เธอก็กำลังลำบากเรื่องเงินฉันไม่ได้เร่งรัดหนี้สินว่าเธอจะต้องจ่ายฉันภายในกี่ปี”
“แต่มายด์อยากใช้หนี้ของคุณให้เร็วที่สุดการเป็นหนี้มันไม่โอเคเลยนะคะ”
“ฉันรู้ฉันเองก็เคยเป็นหนี้มาก่อน”
“คุณศรุตเคยเป็นหนี้เหรอคะ”
“อือ ตอนฉันเรียนยายของฉันก็ไปกู้เงินจากเจ๊เจ้าของตลาดมาส่งฉันเรียนเหมือนกัน พอฉันเรียนจบก็ต้องรีบหางานทำเพื่อจะเอาเงินมาจ่าย ดอกเบี้ยพวกนั้นมหาโหดเลยทีเดียว ฉันทำงานสองปีถึงจะใช้หนี้หมด จากนั้นก็ไปกู้เงินธนาคารและมาเปิดบริษัทนี่” เขาอธิบายให้เธอฟังซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่เคยเล่าให้ใครฟังมาก่อน
“คุณเป็นคนเก่งมากๆ เลยนะคะ แล้วตอนนี้คุณยังอยู่กับคุณยายที่คอนโดหรือเปล่าคะ”
“ไม่หรอกยายฉันเสียไปหลายปีแล้ว”
“มายด์เสียใจด้วยนะคะ”
“ฉันต่างหากที่ควรพูดคำนี้กับเธอเพราะเธอก็เพิ่งเสียยายไปเหมือนกัน แผลของเธอมันยังใหม่ อยู่ฉันเข้าใจดีว่าการสูญเสียคนที่เรารักมันเจ็บปวดมากแค่ไหน แต่บางครั้งฉันก็จะเก็บมันมาเป็นแรงผลักดันให้ฉันพัฒนาตัวเองและทำงานให้มากขึ้นเพื่อให้ท่านมองลงมาแล้วเห็นว่าฉันสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง” เขาเล่าเรื่องของตัวเองให้กับนลินภัสร์เพื่อจะให้เธอรู้ว่ากว่าเขาจะมาถึงวันนี้ก็ต้องผ่านเรื่องราวมามากมาย บางทีมันอาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้หญิงสาวได้ต่อสู้กับเรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
“มายด์ก็จะพยายามเข้มแข็งให้ได้มากที่สุดค่ะ ตอนนี้มายด์มีพี่ชายก็เหมือนไม่มี การอยู่ตัวคนเดียวก็เหมือนจะสบายนะคะไม่ต้องกังวลอะไรมากมาย แต่บางครั้งมันก็รู้สึกเหงามากๆ”
“เธอคงสนิทกับยายมากๆ ใช่ไหมล่ะ”
“ค่ะมายสนิทกับยายมาก แต่ก่อนเวลามีเรื่องอะไรมายด์จะเล่าให้ยายฟังตลอดถึงแม้มายด์ที่อยู่หอพักและยายจะอยู่ที่บ้านแต่เราก็โทรคุยกันทุกวัน แต่ตอนนี้มายด์ไม่มีใครจะโทรหาแล้ว มันเหมือนกับเราอยู่คนเดียวบนโลกที่แสนโหดร้ายแบบนี้ แต่มายด์ก็ยังโชคดีที่มีเพื่อนรักสองคนคอยอยู่ข้างๆ แล้วก็โชคดีมากๆ ที่คุณศรุตให้ความเมตตามายด์ค่ะ”
หญิงสาวพูดกับเขาด้วยเสียงสั่นเครือศรุตไม่ชอบแบบนี้เลยเพราะเขาเป็นคนแพ้น้ำตาผู้หญิงชายหนุ่มเลยพยายามไม่หันไปมองและปล่อยให้เธอร้องไห้จนกระทั่งมาถึงคอนโดมิเนียมของตัวเอง
เมื่อมาถึงเขาก็แจ้งนิติบุคคลของคอนโดว่าจากนี้นลินภัสร์จะมาอาศัยอยู่ที่ห้องนอนของเขาจากนั้นก็ช่วยกันขนของใช้ที่จำเป็นของหญิงสาวขึ้นไปเก็บบนห้อง
“เธอจะจัดของไปพลางๆ ก่อนนะซักหกโมงเย็นฉันจะพาไปกินข้าว”
“ได้ค่ะคุณศรุต”
พอชายหนุ่มเดินออกจากห้องไปแล้วนลินภัสร์ก็เริ่มจัดของใช้และเสื้อผ้าเข้าตู้จนกระทั่งใกล้ถึงเวลาหกโมงเย็นหญิงสาวก็เข้าไปอาบน้ำจากนั้นสวมเดรสแขนกุดกระโปรงยาวคุมเข่าเดินออกมาจากห้องเพื่อจะไปทานอาหารเย็นตามที่เจ้าของห้องนัดไว้
แต่เธอออกมานั่งรอในห้องรับแขกเขาก็ยังไม่ออกมาสักทีหญิงสาวเลยไลน์ไปคุยกับวิชัญญาและชยาภรณ์ซึ่งตอนนี้ทั้งสามคนรู้เรื่องระหว่างเธอกับศรุตแล้ว แต่ก็สัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครเพราะถ้าบอกก็ไปทุกคนก็ต้องมีผลกระทบแน่ๆ
หญิงสาวคุยกับเพื่อนอยู่เกือบสิบนาทีศรุตก็เดินออกมาจากห้องนอนของเขา
“รอนานไหม”
“นิดหน่อยค่ะ”
“โทษทีนะพอดีฉันคุยธุระอยู่น่ะ หิวหรือยังล่ะ”
“เริ่มหิวแล้วค่ะถ้ายังงั้นไปกินร้านใกล้ๆ นี่ดีไหมกินเสร็จแล้วจะได้กลับมานอนพักเธอ เอายามาด้วยแล้วใช่ไหม”
“ใช่ค่ะมียาก่อนอาหารหรือเปล่า”
“มีค่ะเดี๋ยวไปถึงร้านมายด์ค่อยกินก็ได้”
“ยังเจ็บแผลอยู่ไหม”
“มันแค่ตึงๆ ค่ะ”
“เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้วแวะไปล้างแผลที่โรงพยาบาลนะ ให้พยาบาลเขาสอนวิธีล้างแผลและให้เขาจัดอุปกรณ์ล้างแผลมาให้เลย ฉันรู้ว่าเธอไม่อยากไปโรงพยาบาลบ่อย”
“ค่ะคุณศรุต”
ศรุตพานลินภัสร์มาทานอาหารที่ร้านไม่ห่างจากคอนโดมากนัก เมื่อทานอาหารเสร็จเข้าก็พาหญิงสาวไปโรงพยาบาลเพื่อทำแผลที่เข่าชายหนุ่มนั่งรออยู่นอกห้องขณะที่เธอเข้าไปล้างแผล เมื่อทำแผลเสร็จแล้วขณะที่นลินภัสร์ไปรับอุปกรณ์ทำแผลและเดินกลับมายังจุดที่ศรุตนั่งอยู่ แต่ยังเดินมาไม่ถึงหญิงสาวก็บังเอิญได้เจอกับหมอคนหนึ่งที่เคยรักษาคุณยายของเธอเมื่อหลายเดือนก่อน“สวัสดีค่ะคุณหมอ”“สวัสดีมายด์ เป็นอะไรทำไมมาโรงพยาบาลล่ะ”“มายด์หกล้มมีแผลนิดหน่อยค่ะ แล้วคุณหมอล่ะคะมาทำไมที่นี่”“ผมมาออกตรวจที่นี่ แล้วเป็นยังไงบ้างตอนนี้สบายดีใช่ไหม”“มายด์สบายดีค่ะ”“เราไม่ได้เจอกันหลายเดือนแล้วใช่ไหม”“ก็ตั้งแต่งานศพคุณยาย ขอบคุณคุณหมอมากๆ นะคะที่ช่วยดูแลคุณยายตลอดแล้วยังไปร่วมงานคุณยายด้วย”“ไม่เป็นไรหรอกมันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว ว่าแต่มายด์เถอะ ตอนนี้สภาพจิตใจดีขึ้นแล้วใช่ไหม”“ดีขึ้นแล้วค่ะ มายด์รู้ว่าเกิดแก่เจ็บตายมันเป็นเรื่องธรรมดาแต่ช่วงนั้นก็แย่เหมือนกันค่ะ”“ผมว่าหน้าตามายด์ดูสดใสขึ้นมาก”“มายด์ทำใจได้แล้วค่ะ”“แล้วนี่ทำแผลเสร็จแล้วจะกลับบ้านเลยหรือเปล่า”“ค่ะมายด์จะต้องรีบกลับเลย คุณหมอมีอะไรหรือเปล่า”“อยากจะ
แม้ว่านลินภัสร์จะพักอยู่คอนโดเดียวกับศรุตแต่หญิงสาวก็ไม่ได้มาทำงานพร้อมกับเขาเพราะกลัวคนที่บริษัทจะรู้ แค่เขาให้มาอยู่ด้วยเธอก็รู้สึกเกรงใจเจ้านายมากๆ เรื่องที่นลินภัสร์ไปอยู่คอนโดของเจ้านายมีเพื่อนสนิทของเธอและนรเทพเท่านั้นที่รู้วันนี้เป็นวันอาทิตย์นลินภัสร์ชวนชยาภรณ์และวิชัญญาให้มาช่วยเธอเลือกซื้อเสื้อผ้าและกระเป๋าเดินทางสำหรับการไปตามศรุตไปทำงานที่ประเทศเกาหลีในวันหยุดยาวสัปดาห์หน้า“มายด์จะไปกี่วันเหรอ” วิชัญญาถามเพราะจะได้ช่วยกันเตรียมชุดให้ครบ“ถ้าตามตารางงานก็ประมาณห้านะ วันแรกที่ไปถึงมันเป็นวันศุกร์เราจะเข้าไปดูโรงงานได้ผลิตเครื่องสำอาง ส่วนวันเสาร์อาทิตย์คุณศรุตบอกว่าจะพาเดินสำรวจร้านเครื่องสำอางต่างๆ ในแหล่งช้อปปิ้งของเกาหลี อีกสองวันที่เหลือก็เข้าไปดูโรงงานต่อ”“ถ้าดูตามตารางที่มายด์พูด มายด์แทบไม่ได้เที่ยวที่ไหนเลยนะ น่าเสียดายจังอุตส่าห์ไปถึงประเทศเกาหลีแล้วแท้ๆ มายด์ไม่ลองชวนคุณศรุตไปเที่ยวดูสิ” ชยาภรณ์รู้สึกเสียดายแทนเพื่อนที่ได้ไปต่างประเทศแต่ไม่ได้ไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวเลย“แค่เขาให้เราไปด้วยก็เกรงใจมากแล้ว เลือกชุดกันต่อเถอะนะ”“ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องเอาชุดสำหร
“ตื่นเต้นหรือมายด์” ศรุตหันมาถามนลินภัสร์หลังจากคาดเข็มขัดนิรภัยและกัปตันประกาศกำลังเทคอ๊อฟ“ค่ะคุณศรุตนี่เป็นครั้งแรกที่มายด์ได้นั่งเครื่องบินค่ะ”การเดินทางครั้งนี้ศรุตเลือกเดินทางด้วยตั๋วบิสสิเนสคลาสเพราะเขาเป็นคนตัวสูงถ้าจะให้ไปนั่งชั้นประหยัดก็จะเมื่อยขามากๆเดิมทีนลินภัสร์ไม่ยอมมานั่งบิสสิเนสคลาสกับเขา ทำให้เขาต้องบอกว่าที่ให้เธอมานั่งด้วยเพราะบางครั้งอาจต้องคุยเกี่ยวกับงานหญิงสาวถึงยอมมานั่งด้วยชายหนุ่มสังเกตว่าเธอนั่งนิ่งและเริ่มมีเหงื่อซึมบริเวณใบหน้าก็รู้ว่าการชวนเธอคุยไม่ได้ผลเลยสักนิด เขาจึงเอื้อมมือไปจับมือของนลินภัสร์ไว้แล้วบีบเบาๆ เขารู้สึกว่ามือของเธอนั้นเย็นเฉียบ“ไม่ต้องกลัวนะมายด์ ฉันอยู่ตรงนี้ไม่มีอะไรที่น่ากลัวเลย” เขาพยายามพูดให้เธอหายกลัวมือใหญ่ที่กุมไว้ส่งผ่านความอบอุ่นให้กับนลินภัสร์เธอมองหน้าเขาเหมือนต้องการความมั่นใจว่าการเดินทางไปครั้งนี้มันจะปลอดภัย“มายด์กลัวมากจริงๆ ค่ะคุณศรุต” มือของเธอบีบมือของเขาอยากให้เขารับรู้ว่าตัวเธอกลัวมากและไม่อยากให้เขาปล่อยมือ“ไม่ต้องกลัวนะ มันปลอดภัยจริงๆ เชื่อฉันเดี๋ยวพ่อกัปตันเอาเครื่องขึ้นแล้วทุกอย่างจะเรียบร้อยเธอแทบจะไ
ลงจากนัมซานทาวเวอร์ ก็พากันเดินไปยังสถานีรถไฟใต้ดินเพื่อจะกลับไปยังโรงแรมแต่ขณะที่กำลังเดินอยู่นลินภัสร์ก็หยุดเดินจนทำให้คนที่เดินตามมาทีหลังอย่างศรุตชนกับเธอเข้าอย่างจังเขารีบรวบเอวคอดของเธอมากอดไว้เพราะกลัวแรงปะทะของตนเองจะทำให้หญิงสาวล้มลงไป“เป็นอะไรหรือเปล่ามายด์ทำไมจู่ๆ ก็หยุดเดิน”“เราไปทางอื่นกันดีไหม”“ทำไมล่ะทางนี้เธอบอกเองนี่ว่ามันใกล้สถานีรถไฟใต้ดินที่สุด”“แต่มายด์อยากเดินเล่นบริเวณนี้ก่อนนี่คะ นะคะคุณศรุต”หญิงสาวมองหน้าเขาและส่งสายตาอ้อน ถึงแม้ศรุตไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงเปลี่ยนใจแต่ชายหนุ่มจับมือของเธอไว้แล้วยิ้มก่อนจะพูดขึ้นมา“เอาล่ะทีนี้เธอจะพาฉันไปทางไหนฉันจะตามเธอไปทุกที่ก็แล้วกันนะ”“ขอบคุณค่ะคุณศรุต”นลินภัสร์พาเขาเดินเลี่ยงออกมาจากทางเดินหลัก แต่เพราะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทำให้เธอเดินได้ไม่เร็วเท่าไหร่หญิงสาวพยายามก้มหน้าและเดินให้เร็วที่สุดแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ทันใจเอาเสียเลย“จะรีบไปไหนละมายด์”เสี่ยงทักทายทำให้หญิงสาวต้องหยุดเดิน“อ้าวพี่วินมาเที่ยวที่นี่เหมือนกันเหรอคะ” เมื่อเลี่ยงไม่ได้หญิงสาวก็ยิ้มทักทายเขาไปตามมารยาท“พี่มาดูงานกับบริษัทน่ะ แล้วก็เลยมาเที
“มันจะมีความสุขจริงๆ ใช่ไหมคะ”“แน่นอนสิแล้วเธออยากมีความสุขหรือเปล่า”“มีใครบ้างไม่อยากมีความสุข”เพราะดื่มไปมากทำให้นลินภัสร์ตอบเขาไปตามความรู้สึก การได้ใกล้ชิดเขาแบบนี้มันทำให้เธอเริ่มหวั่นไหวและอยากจะรู้เหลือเกินว่าความสุขที่เขาพูดถึงนั้นมันจะมากมายแค่ไหน“ฉันจะทำให้เธอมีความสุขจนลืมไม่ลงเลยทีเดียว”พูดจบศรุตก็จูบไปบนเรียวปากอิ่มอยากรวดเร็วนลินภัสร์ไม่ทันได้ตั้งตัว ปลายลิ้นร้อนสอดเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังจะพูดอะไรสักอย่าง ฝ่ามือหนาเคลื่อนไปตามร่างระหง จูบของคนชำนาญทำให้หญิงสาวอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมกอดของเขา และรู้สึกตัวอีกทีก็ถูกเขาพามายังห้องนอนแล้วชายหนุ่มวางเธอลงบนเตียงอย่างเบาที่สุดก่อนจะถอดชุดของเธอออกอย่างรวดเร็วเพราะกลัวเหลือเกินว่าหญิงสาวจะเปลี่ยนใจนลินภัสร์รู้สึกว่าร่างกายของตนเองร้อนขึ้นไปทุกขณะ ฝ่ามือที่สัมผัสไปตามผิวสร้างความรู้สึกแปลกอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนแสงไฟจากหัวเตียงส่องกระทบผิวขาวอมชมพูทำให้ศรุตมองด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย“ผิวเธอสวยมาก หุ่นแบบนี้ถูกใจฉันมากเลยนะมายด์”ชายหนุ่มกระซิบข้างใบริมฝีปากร้อนขบเม้มไปบนลำคอระหงแล้วมอบจูบที่เร่าร้อนให้กับหญิงสาวอีกครั้ง
ชายหนุ่มรีบถอนความเป็นชายออกจากโพรงอุ่นร้อนและรีบ ดึงถุงยางที่เต็มไปด้วยน้ำขาวขุ่นทิ้งลงข้างเตียงและหยิบถุงยางอนามัยอีกชิ้นขึ้นมาสวมทำเอาคนที่นอนหมดแรงอยู่มองอย่างคาดไม่ถึง“คุณศรุต”เขาก้มลงจูบอีกครั้งปลายลิ้นสอดเข้าหาความหวานตวัดหยอกล้อกับลิ้นเล็กเนิ่นนานจนเธอต้องครางประท้วงกว่าเขาจะยอมถอนจูบออก“จูบเธอหวาน น้ำก็หวานเธอหวานไปทั้งตัวเลยนะมายด์”ศรุตจับให้นลินภัสร์นอนคว่ำหน้าลงบนหมอนแล้วรั้งสะโพกให้ของเธอขึ้นสูง ปากร้อนจูบไปทั้งแผ่นหลังสร้างรอยรักไปทั่วทุกจุด ฝ่ามือร้อนเลื่อนมากอบกุมหน้าอกอิ่มแล้วออกแรงบีบจนเนื้อแทบจะปลิ้นของตามร่องนิ้ว“อื้อ คุณศรุต....”ชายหนุ่มหลอกล่อให้เธอเผลอก่อนจะกดแท่งร้อนเข้าหาจากทางด้านหลังจนจากหญิงสาวแทบจะทรุดลงกับที่นอน“อ๊ะ!....”“ขอโทษนะมายด์แต่ฉันอดใจไม่ไหวจริง”เมื่อเข้าไปจนสุดความยาวสะโพกของเขาก็เริ่มขยับอีกครั้ง นลินภัสร์รู้สึกเสียวซ่านไปทุกอณูขุมขน เมื่อปากร้อนจูบพรมไปทั่วแผ่นหลัง มือใหญ่ก็เอื้อมไปบีบสองเต้าด้านหน้ากระตุ้นจนไฟในกายของหญิงสาวให้โหมกระหน่ำอีกครั้ง เสียงหวานร้องครางด้วยความซ่านรัญจวน“ดีที่สุดเลยมายด์ เธอตอดแรงมาก เธอกำลังทำให้ฉันคลั่งจ
หลังจากทานยาและได้ได้นอนพักเกือบทั้งวันนลินภัวร์ก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก หญิงสาวมองนาฬิกาและเห็นว่าใกล้ถึงเวลาที่ศรุตจะกลับมาที่โรงแรมก็รีบออกมารอเขาที่ห้องรับแขกเธอรู้สึกผิดที่ไม่ได้ตามเขาออกไปทำงานแต่ก็เพราะเขานั่นแหละที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้“เหนื่อยไหมคะ” เธอส่งน้ำให้เขาเมื่อชายหนุ่มกลับเข้ามาและนั่งลงบนโซฟากลางห้องรับแขก“นิดหน่อยนะ ขอบใจนะ” ศรุตรับน้ำไปดื่มก่อนและรู้สึกดีกับคำถามที่ได้ยินจากปากของหญิงสาว“เธอล่ะเป็นยังไงบ้าง”“มายด์โอเคค่ะ แล้วนั่นคุณซื้ออะไรมาเยอะไงคะ” หญิงสาวมองถุงที่เขาถือเข้ามาแล้วถามด้วยความสงสัย“เครื่องสำอางของบริษัทที่เราจะไปจ้างเขาผลิตน่ะ”“แต่เขาก็ให้ตัวอย่างเรามาแล้วนะคะ ไม่เห็นจะต้องซื้อมาเพิ่มเลย”“สินค้าตัวอย่างที่ทางโรงงานให้กับสินค้าที่วางขายบางทีมันก็มีความแตกต่างกันอยู่นะ ฉันว่าจะลองเอามาเปรียบเทียบกันดูน่ะแต่คงต้องรอกลับไปเปรียบเทียบที่เมืองไทยเพราะว่าตอนนี้ฉันหิวข้าวมากๆ เลยเธอคิดได้หรือยังว่าจะไปกินอะไร”“มายด์อยากไปกินร้านปิ้งย่างของที่นี่ค่ะ ไม่รู้มามันจะเหมือนที่เมืองไทยไหม คุณศรุตพอจะกินได้ไหมคะ”“ได้สิรอฉันแป๊บนะขอล้างหน้าล้างหน้าและเปลี่ยนช
กลับมาถึงห้องนลินภัสร์ก็รีบเข้าห้องของตัวเองทันทีเพราะเธอไม่อยากเห็นหน้าและไม่อยากคุยกับศรุตเนื่องจากคำพูดของเขามันทำให้เธอรู้สึกไม่ต่างจากผู้หญิงขายตัว ความปลื้มและความชอบในตัวชายหนุ่มกำลังลดลงจนเกือบจะกลายเป็นศูนย์ เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะกลายเป็นผู้ชายที่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่นและเป็นสินค้าแบบนี้ศรุตเองก็รู้ตัวว่าสิ่งที่ตัวเองพูดออกไปกับนลินภัสร์นั้นทำให้หญิงสาวไม่พอใจ ชายหนุ่มกับเข้ามาในห้องอาบน้ำสวมชุดนอนและพยายามคิดคำพูดว่าจะไปขอโทษหญิงสาวยังไงดี เขาไม่อยากเห็นนลินภัสร์บึ้งตึงกับเขาแบบนี้ ศรุตชอบเห็นเธอยิ้มร่าเริงและช่างพูดมากกว่าเมื่อคิดได้ก็รีบเดินออกมาจากห้องนอนละตรงไปห้องของหญิงสาวทันทีเขาเคาะประตูอยู่นานแต่ด้านไหนก็ไม่ยอมเปิด“ฉันรู้ว่าเธอยังไม่หลับนะมายด์ ออกมาคุยกับฉันก่อนสิ ฉันมีอะไรจะคุยกับเธอนิดหน่อย”“มายด์ว่าคืนนี้คุณศรุตน่าจะดื่มไปเยอะ เราค่อยคุยกันพรุ่งนี้เช้าดีกว่าไหม”“ไม่ล่ะฉันอยากจะคุยกับเธอตอนนี้ ถ้าเธอไม่ยอมเปิดฉันจะไปขอกุญแจจากทางโรงแรม”“คุณศรุตจะเอาแต่ใจตัวเองมากเกินไปแล้วนะคะ มายด์ก็บอกแล้วว่าพรุ่งนี้เราค่อยคุยกันก็ได้”“แต่ฉันอยากคุยกับเธอตอนนี้นี่นะมายด์
ศรุตเองก็รู้สึกเสียใจไม่แพ้กันความเป็นคนปากแข็งของเขากำลังทำร้ายจิตใจคนที่เขารักและชายหนุ่มก็รู้สึกตัวแล้วว่าตอนนี้ตนเองได้ทำผิดพลาดกับนลันภัสร์มากๆ สิ่งที่เขาทำมันทำลายความรู้สึกของเธอและทำให้เธอต้องร้องไห้“ฉันขอโทษนะมายด์ ฉันไม่น่าทำแบบนี้กับเธอเลย ฉันจะฉีกสัญญาทั้งหมดนี้ทิ้ง” เขาพูดจบก็ฉีกสัญญาทิ้ง“ตอนนี้เป็นอิสระจากฉันแล้วนะ ฉันจะไม่รั้งเธอไว้ด้วยคำว่าลูกหนี้อีกต่อไป แต่ฉันอยากจะขอร้องให้เธออยู่กับฉันจะได้ไหม”นลันภัสร์เงียบรอฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่ออีกไหม ศรุตมองหน้าของเธอและใช้ปลายนิ้วโป้งเช็ดน้ำตาออก เขายิ้มแล้วจับมือเธออีกครั้ง“มายด์เธออยู่กับฉันแบบนี้นะ อยู่กับฉันตลอดไปได้ไหม ฉันคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธออยู่ด้วย เธอเป็นทุกอย่างของฉันนะมายด์”“คุณศรุตจะให้มายด์อยู่กับคุณแบบนี้ตลอดไปจริงๆ ใช่ไหมคะ”“ใช้สิชีวิตนี้ฉันคงหาผู้หญิงที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขเหมือนเธอไม่ได้นะมายด์” ชายหนุ่มพูดแล้วถอนหายใจเขาไม่เคยรู้สึกประหม่าแบบนี้มาก่อนผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าช่วงนี้อิทธิพลกับหัวใจของเขาเอามากๆและคงจะใช้ชีวิตต่อไปไม่ได้แน่ๆ ถ้าเดินออกไปจากชีวิตของเขา“มายด์ฉันรักเธอนะ” ในที่สุดเขาก็ตัดสิน
งานเปิดร้านเครื่องสำอางร้านใหม่ห้าสาขาผ่านไปได้ด้วยดี นลินภัสร์และศรุตช่วยกันทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต จนแทบจะไม่มีเวลาใกล้ชิดกันเลย แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกมีความสุขมากๆชายหนุ่มเข้าใจแล้วว่าความสุขของคนเรามันไม่ได้มีแค่บนเตียงเท่านั้น การที่มีคนอยู่ข้างๆ ได้เห็นรอยยิ้มของเธอในวันที่เหนื่อยต่างหากล่ะมันคือความสุขที่แท้จริงแต่นลินภัสร์ก็ทำให้เขาไม่พอใจเพราะเมื่อวานตอนที่ไปเปิดสาขาใหม่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง หญิงสาวพูดคุยกับเจ้าของห้างสรรพสินค้าด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรและทำให้เขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องเก็บอารมณ์ไว้และพยายามคิดว่าสิ่งที่เธอทำลงไปนั้นเธอทำเพื่องานแต่แล้วศรุตก็ไม่พอใจมากขึ้นเมื่อมีช่อดอกไม้ช่อโตส่งมาให้นลินภัสร์“ดอกไม้นั่นของใครเหรอ” เขาเรียกหญิงสาวเข้ามาถามเมื่อกลับจากทานอาหารกลางวันและเห็นดอกกุหลาบสีแดงช่อโตวางอยู่บนโต๊ะทำงานของนลินภัสร์“ดอกไม้ของคุณวศินค่ะ”“เธอมายด์ถึงคุณวศินเจ้าของห้างที่เราเปิดร้านเครื่องสำอางเมื่อวานใช่มั๊ย”“ใช่ค่ะ”“ทำไมเขาต้องเอาดอกไม้มาให้เธอด้วยล่ะ”“เขาก็คงอยากจะแสดงความขอบคุณที่เราเข้าไปเช่าพื้นที่ของเขาค่ะ”“ถ้าเขาจะขอบคุณจร
เมื่อรู้ว่าตนเองเป็นอิสระจากคำว่าลูกหนี้แล้วนลินภัสร์ก็มีความสุขมากเย็นนี้หญิงสาวเลยขอเป็นคนเลี้ยงอาหารเย็นกับศรุตที่ร้านอาหารประจำของทั้งสองคน“คุณศรุตค่ะมื้อนี้มายด์ก็เป็นคนเลี้ยงคุณนะคะ”“นึกยังไงดีเดี๋ยวจะเลี้ยงฉันล่ะ”“ก็มายด์อยากฉลองที่ตอนนี้มายด์ไม่ใช่ลูกหนี้ของคุณแล้ว”“ดูเหมือนเธอจะดีใจมากๆ เลยนะมายด์”“ก็แน่สิคะ มีใครบ้างล่ะอยากจะมีคำว่าลูกหนี้ติดตัว”“ฉันว่าเธอคิดมากเกินไปแล้ว ฉันไม่เคยมองว่าเธอมีคำนั้นติดตัวอยู่เลย ฉันมองเธอก็คือผู้หญิงคนหนึ่งที่ช่วยงานฉันได้ดีมากๆ และทำให้ฉันมีความสุขมากๆ”“ถึงคุณศรุตไม่พูดหรือใครไม่พูดแต่ความรู้สึกมันก็ติดอยู่ในใจมายด์ค่ะ แต่ตอนนี้มายด์รู้สึกดีมากๆ และมีความสุขที่สุดเลยค่ะ”“ฉันก็ดีใจนะที่เธอมีความสุข และยิ้มแบบนี้ฉันชอบรอยยิ้มของเธอมากๆ”“ต่อไปมายด์คงยิ้มได้มากขึ้น”“มันก็ดีนะ แต่ขอร้องนะอย่ายิ้มแบบนี้ให้กับใคร”“มายด์ก็ไม่เคยยิ้มแบบนี้ให้กับใครมายด์ยิ้มให้กับคุณศรุตคนเดียว”“ถ้าวันไหนเธอยิ้มแบบนี้ให้คนอื่นฉันคงรู้สึกเสียใจมากๆ”“มายด์สัญญาเลยว่าจะยิ้มแบบนี้ให้แค่คุณคนเดียวเท่านั้นค่ะแล้วคุณล่ะ”“ตั้งแต่รู้จักกันมาเธอเคยเห็นฉันยิ้มให้ผู
นลินภัสร์มาทำงานที่บริษัทของศรุตได้เกือบสามเดือนแล้วตอนนี้งานทุกอย่างกำลังเข้าที่หญิงสาวช่วยงานของชายหนุ่มได้ดีมากๆ ตอนนี้การเจรจากับทางเกาหลีก็ลงตัวตอนนี้บริษัทก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาก ศรุตคาดว่าภายในกลางเดือนก็จะเปิดร้านเครื่องสำอางได้พร้อมกันทั้งหมดห้าสาขาในกรุงเทพจากนั้นเขาก็จะขยายสาขาไปตามต่างจังหวัดเหมือนกับธุรกิจแรกของตนเองบ่ายวันหนึ่งขณะที่ชายหนุ่มกำลังนั่งทำงานอยู่เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งก่อนประตูจะเปิดออก“มีอะไรหรือเปล่ามายด์หรือฉันมีประชุม”“เปล่าหรอกค่ะ มายด์จะขออนุญาตคุณศรุตออกไปเจอพี่ไม้ได้ไหมคะ”“พี่ชายเธอน่ะเหรอ”“ใช่ค่ะ เมื่อกี้พี่ไม้โทรมาหา เขาบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วยมายด์เลยให้เขามาเจอที่ร้านกาแฟข้างๆ บริษัทค่ะ”“เธออยากให้ฉันลงไปด้วยมั้ย”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มายด์ไม่ไปคนเดียวได้ ถ้าคุณศรุตมีงานด่วนก็โทรตามมายด์นะคะ”“ช่วงนี้ไม่น่าจะมีงานด่วนอะไร เธอใช้เวลากับพี่ชายให้เต็มที่ก็แล้วกันนะ จะคุยกันจนถึงเลิกงานเลยก็ได้ฉันไม่ว่าอะไร”“คงไม่คุยนานขนาดนั้นหรอกค่ะ มายด์ขอตัวก่อนนะคะ แล้วจะรีบกลับขึ้นมาเคลียร์งานค่ะ”หญิงสาวรีบเดินออกมาจากห้องและตรงไปที่ลิฟต์ เมื
ศรุตเอ่ยขอด้วยเสียงแหบพร่านลินภัสร์มองใบหน้าของเขาแล้วก็พยักหน้าเธอตัดสินใจแล้วว่าเธอจะมอบความสุขให้กับเขาเหมือนที่เขามอบให้เธอมาจนนับครั้งไม่ถ้วน“แต่มายด์ไม่เคย....”“ฉันจะสอนเธอเองนะ”ชายหนุ่มนอนลงบนเตียงก่อนจะดึงให้นลินภัสร์มาคุกเข่าอยู่กลางหว่างขาแล้วจับมือเรียวของเธอไปวางบนแท่งร้อนที่ตั้งตระหง่านชูชันตรงหน้านลินภัสร์หน้าร้อนผ่าวนี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นสัดส่วนความเป็นชายของเขาใกล้และชัดเจนกว่าทุกครั้ง มือเล็กสั่นระริกก่อนจะชักขึ้นลงไปตามมือใหญ่ที่โอบอยู่ด้านบนอีกทีหญิงสาวขยับมือไปตามจังหวะแล้วเงยหน้ามองเพราะอยากจะรู้ว่าตนเองทำถูกไหม“ดีมากมายด์ แบบนั้น ช้าๆ ไม่ต้องรีบ อื้ม...”เมื่อเขาปล่อยมือออกหญิงสาวก็ขยับไปตามจังหวะ เธอเงยหน้ามองเขาเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาของเจ้านายหนุ่มแดงก่ำก็รู้ว่าตนเองมาถูกทาง ศรุตมองท่าทางของคนรักแล้วได้แต่ครางอยู่ในลำคอ หญิงสาวมองตาเขาอีกครั้งด้วยสายตาที่ยั่วยวน“ใช้ปากให้ฉันหน่อยนะมายด์”นลันภัสร์สุดลมหายใจข้าปอดก่อนจะก้มลงใช้ริมฝีปากสัมผัสส่วนปลายที่ปริ่มน้ำอย่างแผ่วเบา“ซี๊ดดด......มายด์....”เมื่อได้ยินเสียงของชายหนุ่มนลินภัสร์ก็มั่นใจมากขึ้นเธอใช
“คุณศรุตมีอะไรจะคุยกับมายด์คะ”“มานั่งตรงนี้ก่อนสิ”“ดูอะไรอยู่เหรอคะ”“ฉันกำลังหาที่พักบนเกาะเสม็ดนะ เราจะไปเที่ยวกันเย็นวันศุกร์นี้ มายด์อยากพักที่ไหนล่ะ”“มายด์แล้วแต่คุณเลยค่ะ”“แล้วแต่ฉันได้ยังไงล่ะ เราพักด้วยกันนะฉันให้เธอเลือก”นลินภัสร์หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาดูที่พัก หญิงสาวลากปลายนิ้วผ่านหน้าจอไปไม่นาก็ตกลงเลือกบ้านพักหลังหนึ่งที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัว“พักหลังนี้ได้ไหมคะ”“ได้สิ เดี๋ยวฉันจองเลยนะ เราจะไปกันบ่ายวันศุกร์ออกจากบริษัทเร็วหน่อยให้ไปถึงท่าเรือก่อนค่ำ”“ค่ะ แค่นี้ใช่ไหมคะที่จะคุยกับมายด์ ถ้างั้นมายด์ขอตัวก่อนนะคะ”“จะรีบไปไหน” เขาคว้าเอวคอดแล้วให้เธอนั่งบนตักในจังหวะที่เธอกำลังจะลุกพอดี“คุณศรุต...ปล่อยมายด์เถอะค่ะมายด์จะกลับห้อง”“จะกลับไปทำไม ไปนอนห้องฉันนะ”“แต่นี่ไม่ใช่วันศุกร์” เพราะเธอกับเขาตกลงกันไว้แล้วว่าจะนอนด้วยกันในวันที่รุ่งขึ้นไม่ต้องไปทำงานเท่านั้น“ให้ฉันรอถึงวันศุกร์ฉันคงได้ขาดใจตายกันพอดีนะมายด์ ศุกร์ที่แล้วเธอก็บอกว่าเป็นประจำเดือน นี่มันผ่านมาหลายวันแล้วฉันคิดว่าเธอจะหายแล้วใช่ไหม”“ค่ะ”“แล้วให้ฉันไม่ได้เหรอ อย่าใจร้ายกับฉันเลยนะมายด์” ศรุตมองหญิงสาวด้
วันนี้นลินภัสร์รู้สึกตื่นเต้นมากเป็นพิเศษเพราะเป็นวันที่เงินเดือนของหญิงสาวจะออกเป็นครั้งแรกหลังจากเรียนจบได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งเลขานุการของศรุตอย่างเต็มตัวเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ส่วนนรเทพนั้นถูกย้ายไปประจำที่สำนักงานในประเทศเวียดนามซึ่งมีชยาภรณ์เพื่อนรักของเธอตามไปทำงานเป็นเลขาที่นั่นนลินภัสร์เลยต้องรับผิดชอบงานแทนเขาทั้งหมดเย็นนี้หญิงสาวมีนัดคุยกับฝ่ายบัญชีเรื่องการหักเงินใช้หนี้ให้กับคุณยายของเธอเมื่อไปถึงหัวหน้าฝ่ายบัญชีก็รออยู่ก่อนแล้ว“สวัสดีค่ะพี่แนน” นลินภัสร์ยกมือไหวหัวหน้าฝ่ายบัญชีก่อนจะนั่งลงเก้าอี้ตรงกันข้ามกับหญิงสาว“มายด์มาคุยเรื่องการหักเงินเดือนค่ะพี่แนน”“มายด์เพิ่งได้รับเงินเดือน เดือนแรกเองนะหนูจะให้พี่หักเงินเดือนตั้งแต่เดือนแรกเลยเหรอ”“ค่ะพี่แนน มายด์ใช้หนีเร็วก็จะเป็นอิสระเร็วมากขึ้น”“แล้วมายด์จะให้พี่หักเท่าไหร่ล่ะ สักสี่พันดีไหม”“พี่แนนหักมายด์ไปหนางหมื่นเลยได้ไหมคะ”“หักตั้งหมื่นมายด์ก็เหลือเงินใช้อีกไม่ถึงหมื่นห้านะเพราะต้องหักประกันสังคมด้วย ค่าครองชีพเดี๋ยวนี้สูงจะตาย มายด์จะพอใช้เหรอ”“มายด์คิดว่าพอใช้ค่ะพี่แนน”“พี่ว่ามันจะชักหน้าไม่ถึงหลังเอานะ หักแค่
นลินภัสร์รีบกดออดเรียกพยาบาลเข้ามาอย่างรวดเร็วเมื่อพยาบาลมาถึงก็รีบวัดไข้จากนั้นก็เอายาลดไข้ให้ศรุตทานและบอกว่าเขาจำเป็นจะต้องเช็ดตัวลดไข้“เดี๋ยวญาติรอตรงโซฟาก่อนก็ได้นะคะ พยาบาลจะช่วยกันเช็ดตัวให้คนไข้เองค่ะ”“คือผมให้แฟนผมเช็ดให้ได้ไหมครับศรุต” รีบบอกกับพยาบาล“คุณศรุตคะ...” หญิงสาวตกใจกับคำพูดของชายหนุ่ม“เช็ดตัวให้ฉันหน่อยนะมายด์ ไม่ยากหรอกเธอเคยดูแลคุณยายมาแล้วฉันว่าแค่นี้เธอน่าจะทำได้”“คุณสะดวกไหมคะ ถ้าไม่สะดวกฉันจะเรียกพยาบาลผู้ชายมาช่วยเช็ดให้ก็ได้” พยาบาลสาวหันไปถามนลินภัสร์เพราะเห็นท่าทางเธอค่อนข้างอึดอัดหญิงสาวมองหน้าศรุตสลับกับนางพยาบาลก็จะยิ้มอ่อนให้กับคุณพยาบาลตรงหน้า“เดี๋ยวฉันเช็ดตัวให้เขาเองก็ได้ค่ะ”“อุปกรณ์อยู่ในห้องน้ำนะคะ ถ้าเช็ดเสร็จแล้วครึ่งชั่วโมงเราจะเข้ามาวัดไข้อีกครั้งหนึ่งค่ะ”เมื่อพยาบาลออกไปแล้วหญิงสาวก็เดินเตรียมกะละมังและผ้าเช็ดตัวผืนเล็กสองผืนมาเธอรูดผ้าม่านปิดก่อนจะถอดเสื้อของศรุตออกด้วยความยากลำบากเพราะนอกจากจะกลัวเขาจะเจ็บแผลแล้วยังมีเสาน้ำเกลือที่เธอจะต้องสอดแขนเสื้อออกมาอีกด้วย เมื่อถอดเสื้อเสร็จก็รีบเช็ดตัวให้ชายหนุ่มอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าเ
หลังจากวางสายไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเพื่อนของศรุตทั้งสองคนก็มาถึงโรงพยาบาล“เป็นไงบ้างวะเจ็บหรือเปล่า” ปองคุณถามคนที่นั่งทำหน้าเบื่อโลกอยู่บนเตียง“อือ เจ็บเพิ่งขอยาแก้ปวดพยาบาลกินไปเมื่อกี้นี้เอง”“มึงซวยฉิบหายเลยว่ะศรุตคนตั้งเยอะตั้งแยะมีมึงคนเดียวที่โดนกระสุนปืนของไอ้หมอนั่น” รัชพลพูดกับเพื่อนเพราะเมื่อคืนมีแค่ศรุตคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับบาดเจ็บ“แล้วตำรวจว่ายังไงบ้าง”“ตำรวจจับตัวได้แล้ว คงจะดำเนินคดีไปตามกฎหมาย”“ขอบใจพวกมึงสองคนมากนะมายด์บอกกูว่ามึงรออยู่หน้าห้องผ่าตัดเป็นเพื่อนมายด์หลายชั่วโมง”“มึงเป็นเพื่อนกูนี่” รัชพลตบบ่าข้างที่ไม่มีแผลของเพื่อนเบาๆ“มายด์ยังไม่ได้กลับไปพักเลยเหรอ” ปองคุณที่เห็นหญิงสาวสวมชุดเดิมของเมื่อคืนก็ถามขึ้น“คะมายด์รอพี่มาถึงก่อนเดี๋ยวมายด์จะขอตัวไปเอาเสื้อผ้าที่คอนโดนะคะ”“พี่ว่ามายด์ไปนอนพักสักหน่อยก็ได้ระหว่างนี้พี่จะอยู่เป็นเพื่อนไอ้ศรุตเอง”“มายด์ฝากพี่สองคนด้วยนะคะ ถ้ามีอะไรโทรหามายด์นะมายด์จะรีบมาทันที”“ไปเถอะไม่ต้องห่วงหรอก”“คุณศรุตคะมายด์ไปก่อนนะคะ”หญิงสาวเดินลงมาจากนั้นก็เรียกแท็กซี่จากหน้าโรงพยาบาลให้มาส่งที่คอนโดเธออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล