"อื้ออ" ร่างกายตึงเปรี๊ยะยิ่งกว่าหนังกะติ๊กซะอีก.. ฉันที่แค่พูดยั่วพี่เตอร์ไปแบบนั้น ไม่คิดว่าพี่เขาจะจัดให้กันยันฟ้าสางจริงๆ กินอะไรมานะถึงได้ฟิตปั๋ง เอวดีขนาดนั้น ฉันเนี่ยไม่อยากจะเห็นสภาพตัวเองในกระจกเลยมันต้องแย่มากๆแน่ๆแอดดดด~ ไม่นานนักที่เสียงแง้มประตูดังขึ้น พร้อมกับพี่เตอร์ที่เดินสาวผมยาวๆของเขาเข้ามาในห้อง ครั้นสายตาสอดประสานกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ"ตายอดตายอยากมาจากไหนก่อน ทำกันขนาดนี้""เมื่อคืนเธอก็ดูพอใจ""..ปวดจะตายชักแล้วเนี่ย" บอกเลยว่าถ้าหวังฉากโรแมนติกแบบในนิยาย หลังจากที่ฉันโดนกระซวกจนตับจนจ๋อยบวมแบบนี้ บอกเลยไม่มีทาง หาความฟินไม่เจอเลยตอนนี้“..อุ้มหน่อยได้ไหม”“จะไปไหน”“..อยากอาบน้ำ” ฉันคิดว่าถ้ายังนอนซมอยู่แบบนี้นะ สภาพฉันคงไม่ต่างจากผักช้ำ รีบๆลุกอาบน้ำแต่งตัวให้เหมือนคนปกติน่าจะดีที่สุดหลังจากที่คาร์เตอร์ช้อนอุ้มร่างน้อยๆที่มีความบอบช้ำอย่างเบามือ เขาก็ค่อยวางหย่อนร่างบางลงในอ่างอาบน้ำในห้องน้ำ จัดการเปิดน้ำและลงครีมอาบน้ำให้กับธิชาโดยที่ไม่ได้พูดอะไร ส่วนคนตัวน้อยถึงแม้จะแปลกใจกับการกระทำของอีกฝ่าย แต่ก็พอเข้าใจได้ว่ามันคงเป็นคำขอโทษจากคนอย่างคาร์เตอร์ ที่เล่น
ฉันรู้สึกว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่เคลียร์ และฉันไม่ชอบมากๆที่จะต้องค้างคา หลายคนชอบพูดว่าทุกอย่างมีเวลาเป็นตัวแปรของทุกสิ่ง.. ฉันแค่รู้สึกว่า.. นั่นไม่ใช่ทั้งหมดเพราะเรื่องบางเรื่อง เวลา ก็ทำให้ทุกอย่างมันแย่ลง เพราะงั้นฉันต้องรีบเคลียร์ปัญหาในส่วนของฉันนี่ก็ตกหนึ่งอาทิตย์แล้วที่ฉันกับพี่เตอร์ไม่ได้เจอกัน เราได้แต่คุยกันผ่านไลน์และวิดิโอคอลกัน ฉันต้องกลับไปทำงานในสถานการณ์ที่พี่กอล์ฟรักษาระยะห่างกับฉัน ฉันต้องไปเรียนในขณะที่ทุกคนให้ความสนใจในตัวฉันไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง และแน่นอนว่า.. พวกเขาไม่ได้สนใจในความฉลาดของฉัน และพี่เตอร์เองก็.. ต้องคอยไปต่างประเทศกับคุณแม่ท่านพอเอาเข้าจริง เวลาที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน ก็เหมือนโลกคู่ขนานชัดๆ ไม่มีทางที่จะวนมาเจอกันหรือใช้ชีวิตในกราฟเดียวกันได้“..นี่ ไม่ร่าเริงเลยนะ” บุ๊คทักและสติฉันก็กลับมา ก่อนจะเห็นบรรดาผู้ติดตามอารักขาของนางแล้วใจมันก็.. ฟู๊ฟูว์~“นี่ มีผู้ติดตามหล่อกันขนาดนี้ รู้สึกสวยขึ้นมาไหม~”“ไม่สักนิด อึดอัดมากกก”“ไหงงั้นอะ.. ไปทำอะไรมาที่บ้านถึงส่งคนติดตามรายล้อมขนาดนี้อะ.. เหมือนในหนังเลย ฟิวแบบลูกสาวเจ้าพ่อมาเฟียอะไรแบบเ
“ถามจริง.. ชุดเนี่ย โจ๊ะโม๊ะก็ปิดไม่หมดนะ==^” เห็นไหม เห็นชุดที่ฉันจับได้ไหม!! มันสั้นมาก!! แค่อ้าขาเดินก็เห็นไปถึงเครื่องในแล้วนะ!! สั้นขนาดนี้ฉันไม่ถือว่ามันเป็นชุดด้วยซ้ำอะ เรียกว่าเศษผ้าหรือชุดหมาชุดแมวง่ายกว่า คือนึกออกไหมว่าถ้าคนที่จับได้ชุดนี้สูงแค่ร้อยห้าสิบนิดๆอะมันโอเคเว้ย! แต่ฉันสูงหนึ่งร้อยหกสิบเจ็ดนะ! มันสั้นมากๆสำหรับฉัน!!“ใจเย็นสิจ๊ะ ก็เพราะอย่างนี้ไง พวกเธอทุกคนถึงต้องการฉัน”“..ยังไง?”“ฉันมาเพื่อจัดการให้ชุดของทุกคนเหมาะสมกับคนที่ใส่ ส่วนไอ้เรื่องกำหนดชุดจับฉลากเนี่ย ถ้าใช้สมองนิดนึงก็จะรู้ว่าใะนเป็นตรีมของปีนี้”เหมือนหลอกด่าว่าฉันไม่ใช้สมองยังไงยังงั้น ไม่เป็นไรฉันถือว่าฉันไม่ได้โง่คนเดียว เพราะคนอื่นที่ได้เข้าประกวดก็มีสีหน้าไม่เป็นมิตรกับเศษผ้า.. ที่ก่อนหน้านี้มองมันว่าสวยไม่ต่างจากฉัน“..ให้ตายเถอะ เศษผ้าแบบนี้ ฉันกำลังจะโคฟเวอร์เป็นเจ้าป่า ทาร์ซาน ภูติป่าภูติเขาใช่ไหม==^” เออๆคนข้างๆฉันนี่แบบหนักกว่าฉันมาก ก็ไม่อยากจะขำอะนะ แต่พอลองสังเกตเศษผ้าของแต่ละคน ตรีมงานเดียวเลยที่นึกได้และเห็นรูปร่างมากที่สุด..“..ตรีมป่างั้นเหรอ?”“เยส! ฉลาดมากลูกสาว!”..คงต้องฉลาดแ
ฉันไม่รู้จะทำยังไง~ เหมือนใจมันจะขาด~ ชีวิตมันดูอ้างว้าง วังเวงไปทุกอย่าง~“..ใช่วังเวงสุดๆเลย” ความเมาทำได้ทุกอย่าง โต๊ะข้างๆทางออก เปลี่ยนเพลงพี่บอย พีชเป็นทำนองสยองขวัญราวกับเพิ่งไปผจญภัยที่ป่าช้าก็ไม่ผิด “เริ่มต้นการดื่มได้อย่างมีมิติสุดๆ”“พี่ไปดื่มด้วยกันไหม ไหนๆก็มาส่งหนูแล้ว”“ไปเถอะ ขืนฉันอยู่พวกมันรุมฉันแน่”“พวกนั้นไม่ได้ป่าเถื่อนขนาดนั้นหรอกน่า”ฉันพูดกับพี่กอล์ฟ แต่ก็เหมือนว่าพี่เขายังยืนยันคำเดิม“เป็นเพื่อนกับไอ้คนที่บุกบ้านฉันโดยไม่รู้สึกกลัวกฎหมายแบบนั้น.. ฉันว่าพวกมันก็ไม่ปกติ” กอล์ฟยืนล้วงกระเป๋ากางเกง ก่อนจะเพยิดหน้าไล่ให้ธิชาเข้าร้านนั่งดื่มตรงหน้า โต๊ะที่อยู่ไม่ไกลจากธิชายังคงร้องเพลงโหยหวนแม้จะไม่มีไมค์ให้สวมบทนักร้อง แต่เสียงก็ดังพอจะสร้างความรำคานให้คนรอบข้างถึงระหว่างฉันกับพี่เขาจะมีระยะห่างกันมากขึ้น แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันไปเลยแบบนั้น ฉันว่าเป็นแบบนี้มันก็ดีแหละ ดีกว่าห่างเหินแบบไม่พูดไม่จาต่อกัน ยิ่งเป็นแบบนั้นมันยิ่งหมายความว่าพี่กอล์ฟยังรักฉันอยู่ ฉันไม่ต้องการแบบนั้น และฉันคิดว่า.. พี่กอล์ฟเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน“เอางั้นเหรอ?”“อืม ตามนี้แหละ” ฉั
คั่วผู้ชาย.. งั้นเหรอวะ?หมับ! มือหนาคว้ากระตุกแขนบาง สายตานิ่งเรียบติเตือนดุปราม“เธอรู้ไหมว่าฉันทำงานเหนื่อยแค่ไหน”“ไม่รู้ เพราะไม่เห็น”“เธอนี่มัน…”คาร์เตอร์ถอนหายใจก่อนจะมองทุกคนที่ร่วมวงดื่ม “ใครชวนยัยเด็กนี่มา?”“ด เด็กเหรอ?” กลับมาจากอเมริกานี่ คำพูดคำจาแต่ละคำไม่เข้าหูเอาซะเลยอะ “ฉันเองอะ มีอะไรป้ะ?” กะปอมยกมือยอมรับ แม้จะยังจองที่นั่งที่ดีที่สุด คือตักของชิริว“มึงจะชวนยัยนี่ไปไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่ร้านเหล้า”“แล้ว?”“….”“ก็ดูคอแข็งกว่าสามีนี่นา~ มาม้ะ มาหอมแก้มที” จริงจังแฮะ ผู้ชายแกงค์นี้ไม่มีปกปัดสัมผัสจากพี่สาวเลยสักนิด ยอมให้กอดให้หอมกันแบบไม่มีใครเขอะเขิน “ฉันไม่ชอบ”“ไม่ชอบ?”“..ยัยนี่แรดเงียบ”“อ้าว! พูดงี้ก็สวยดิ!” ธิชาลุกขึ้นแม้จะเซไปบ้างก็ตาม เธอเดินเข้าประชิดตัวแล้วผลักคาร์เตอร์ที่ไม่เซถอยหลังแม้แต่น้อย“พูดแบบนี้ไม่ต้องกลับมาเลยดีกว่า”“เเล้วเธอก็ไม่ควรเมาถ้าไม่มีฉัน”“แล้วเมากับเพื่อนพี่ มันต่างกันยังไงอะ? ดูแต่ละคนสิ แค่หนูนั่งอยู่โต๊ะนี้ก็ไม่มีผู้ชายที่ไหนอยากจะรู้จักแล้ว~ ดูนั่น คนนึงหน้าตาย คนนึงไม่ยักกะพูดอะไร ส่วนอีกคน นั่น! เห็นไหมปืนนะปืนนน คนโง่เท่านั
ซ่า~ เสียงคลื่นซาดซัด กลิ่นของทะเลแม้จะยามค่ำคืนก็ยังให้ความรู้สึกสงบในใจ ฉันได้แต่มองร่างสูงๆของพี่เตอร์ไขกุญแจเข้าไปยังตัวบ้าน เครื่องดื่มถูกหิ้วมาวางที่ริมระเบียงหน้าบ้าน ไฟดวงน้อยเปิดสว่างเห็นชายน้ำทะเลที่เกิดฟองกระทบกับหาดทรายอย่างเบาบางซ่า~“ดื่มต่ออีกหน่อยไหวหรือเปล่า”“ทั้งที่ลากกลับมาเพราะว่าเมาแท้ๆ ยังจะชวนดื่มอีก?”“หรือจะไม่ดื่ม?”“..ดื่มก็ได้ ยังไงก็ หนูอยากกอดพี่เเบบไม่ต้องรู้สึกเขินอาย” ธิชาหน้าแดงไปถึงไหนๆ ดวงตาหยาดเยิ้มนั่งหันหน้ารับลมทะเลที่ปะทะใบหน้า หลับตาพริ้มและโยกเอนตัวราวกับมีจังหวะที่ชอบอยู่ในใจคาร์เตอร์ถอดเสื้อสูทที่ตัว พาดมันทิ้งไว้กับพนักเก้าอี้ในบ้าน บ้านพักตากอากาศที่ไม่ได้ให้ความหรูหรา แต่ให้ความสบายใจ คาร์เตอร์กระดกดื่มเบียร์กระป๋องหลังจากลังเลว่าจะเป็นเบียร์หรือเหล้ากันแน่ที่ตนจะดื่ม“ขอบคุณค่ะ” ฉันรับเบียร์กระป๋องจากพี่เตอร์ กระดกดื่มเพลินๆ ฉันไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่าไอ้หลักการการดื่มเหล้าดื่มเบียร์ ที่ถ้าเราดื่มเหล้าไปแล้วก็ควรจะดื่มแต่เหล้า ไม่ควรสลับเหล้าทีเบียร์ที เพราะมันจะทำให้เมาจนโงหัวไม่ขึ้น.. แต่ช่างเถอะ ฉันรู้ลิมิตตัวเองหลังจากรู้ว่าตัวเองเ
ธิชาได้แต่แอ่นตัวรับความเสียว แม้เป็นเพียงปลายลิ้นที่แสนธรรมดา กับผู้ชายอย่างคาร์เตอร์.. ไม่คิดว่า จะทำได้ขนาดนี้!“อะ อื่อ~” สายตาคมเหลือบมองอยู่พักใหญ่ ยิ่งสันจมูกโด่งๆนั่นสัมผัสกับเนินอูมฉันแบบไม่ได้ตั้งใจ ก็ชวนเคอะเขินสิ้นดี พี่เตอร์ดูไม่รังเกียจกันสักนิด ยิ่งจังหวะที่ฉันพยายามผลักหัวมีเขาออก ก็เหมือนจะโดนสอดแหย่ลึกเข้าไปกว่าเดิม ก่อนจะตามมาด้วยเสียงดูดจ๊วฟจ๊าบ จนฉันแทบจะอยากมุดหน้าหนีความเปียกชุ่มขยายอณาเขต ไม่รู้ว่าเป็นเพราะน้ำลายของพี่เขาหรือเพราะ… ของฉันกันแน่“อยะ อย่าเล่นพิเรนทร์นะ อื่ออ!”“ตรงไหนที่พิเรนทร์?”“กะ ก็..” ก็ที่ทำอยู่นี่ไง>ก็ได้แต่พูดในใจ เพราะเอาเข้าจริงก็ไม่ได้อยากให้เขาหยุดสักนิด อยากโดนเล่นงานจนหมดแรงแล้วสลบไปแบบนั้นเลย แต่.. ไอ้การทำแบบนี้นี่มันครั้งแรกเลยนะ ฉันขอเวลาจัดการกับอารมณ์สักหน่อยไม่ได้เหรอ“อะ อ๊าา!!” ซนเป็นบ้าเลย! ดันจี้จุดเสียวซะเต็มๆแบบนี้เกิดฉันฉี่แตกขึ้นมาจะทำยังไงกัน!เหมือนจะรับรู้ถึงคำขอร้องของฉัน พี่เตอร์ยอมดันตัวเองขึ้นจากตรงนั้น ใช้หลังมือปาดที่ริมฝีปากตัวเองก่อนจะเลียมันด้วยท่าทีที่อยากจะ.. จับกดหัวเขาลงตรงนั้นอีกสักรอบ จะทำอ
แปลกที่ฉันอึด.. ไม่ว่าจะกี่ครั้ง.. ฉันก็อึดเสมอธิชานอนคว่ำเท้าคางกับเตียง ผ้านวมห่อร่างเปลือยแบบหลวมๆ เธอนอนมองคาร์เตอร์ที่หลับพริ้มไป เหมือนเด็กน้อยไม่มีผิด ฉันเผลอยิ้มกับใบหน้าของพี่เตอร์ไปหลายครั้ง ก่อนจะใช้นิ้วชี้ไล้วาดโครงหน้าและสันดั้งสวยๆซ้ำไปซ้ำมา“เห็นเงียบๆนี่.. แซ่บเอาเรื่องเลยน๊า~” รักจังวะ.. รักเลยแหละ ธิชาเขยิบตัว จุมพิตที่ริมฝีปากนุ่ม คาร์เตอร์ที่ไร้แว่นสวมไม่ได้ดูแปลกตาสักเท่าไหร่สำหรับธิชา แต่ไรขนอ่อนๆใต้สะดือนี่สิ.. ชวนสยิวใจซะเหลือเกิน อยากจะปลุกขึ้นมาต่ออีกสักยกสองยกธิชาชื่นชมใบหน้าของคาร์เตอร์อยู่นาน นี่ยังไม่เช้าหรอก ฉันจะทำอะไรต่อดีละ นอนขดอยู่แบบนี้กับ..พูดบ้าๆอะไร ที่นี่แกทำได้ก็แค่นอนเท่านั้นแหละธิชาคิดได้แบบนั้นแต่ก็เหมือนใจจะยังไม่ยอมหลับสักที ธิชาเลยต้องจำใจลุกขึ้นจากเตียง แทนที่จะนอนพักอย่างไร้เรี่ยวแรง กระเป๋าเดินทางนี่.. สมบุกสมบันเหมือนกันแฮะ ว่าแต่รวยมหาศาลขนาดนี้ บินไปต่างประเทศบ่อยขนาดนี้.. ไม่คิดจะเปลี่ยนมันสักหน่อยนะเหรอ ธิชายืนมองกระเป๋าเดินทาง ที่ผ่านการใช้งานมาอย่างคุ้มราคา ก่อนจะลากมันเก็บที่มุมห้อง“นี่เธอ.. ยังมีแรงลุกขึ้นมาลากกระเป๋า
พี่เตอร์บอกให้ฉันรออยู่บนรถใช่ไหมละ แล้วทุกคนคิดว่าฉันทำตามหรือเปล่า? ถ้าคิดว่าฉันจะรั้นละก็อยากจะบอกว่าคิดผิด! ฉันยังนั่งอยู่บนรถ แต่ไม่ได้นั่งรอให้เวลาเสียเปล่านะ ฉันให้บุ๊ควิดิโอคอลหาฉันและดูการอภิปรายอะไรสักอย่างที่เป็นคำตอบได้ว่า พี่เตอร์กลับมาด้วยสาเหตุอะไรสาเหตุแรกเลยคือประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับวิทยาลัยที่ได้ทำการเปิดที่อเมริกาเป็นที่เรียบร้อย สร้างความฮือฮาไม่น้อยเลยกับนักศึกษาทุกช่วงชั้นปีที่ได้รับรู้ ก็นะ.. มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนที่ไม่มีสัญชาติของบ้านเมืองเขาจะดำเนินการเปิดมหาวิทยาลัยที่นั่น ต่อให้เป็นเอกชนก็ตาม แต่พี่เตอร์และคุณแม่พี่เขาทำได้ นอกจากจะมีเงินแล้ว พรรคพวก หรือเส้นใหญ่ต้องใหญ่เอาเรื่องเลยถึงทำทุกอย่างจนถึงขั้นที่สำเร็จได้ขนาดนี้ธิชามองมือถือ ตั้งใจฟังเสียงที่คาร์เตอร์พูดออกมา การเดินไปมาไม่อยู่กับที่ของพี่เขาทำให้นักศึกษารู้สึกไม่อึดอัดกับสิ่งที่ต้องตั้งใจฟัง.. แต่แล้ว..นี่ฉันไม่ได้ตาฝาดใช่ไหม! ตอนที่เดินมาทางนี้ พี่เตอร์ก้มมองกล้องด้วย! มองเหมือนสายตาเราได้ประสานกันและหยุดอยู่ตรงหน้ากล้องที่บุ๊คยังคงวิดิโอคอลกับฉัน‘และอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน.. ฉันไม่
“ขอบคุณนะพี่ ป่านนี้ใครต่อใครเม้าท์กันแล้วมั้งว่าพี่เป็นผัวน้อยหนู^^”“คงงั้น”“ไว้เดี๋ยวหนูทำคุ้กกี้แล้วกัน ค่าตอบแทน”“ไม่ต้องอะ ไอ้เตอร์ให้ค่าเสียเวลาฉันคุ้มอยู่ ไม่งั้นฉันไม่เสียเวลามารับส่งเธอหรอก เมียก็ไม่ใช่”“จ้าาา ไปได้แล้ว” ฉันโบกมือบ๊ายบายแทนคำลา พี่ริวเหมือนตัวแทนพี่ชายที่ชีวิตนี้ไม่คิดว่าจะมี เขาจัดการให้ฉันแทบทุกอย่าง แม้บางครั้งจะเหมือนทำส่งๆไปงั้น แต่ก็ทำให้ ก็ถือว่าดีเหลือแสนแล้วกับคนอย่างพี่ริว เพราะถ้าไม่ได้สนิทกันจริงละก็ ไม่มีทางที่คนอย่างพี่ริวจะเสียเวลาทำอะไรเด็ดขาดพอกลับมาถึงบ้าน ความเงียบมันก็แอบทำให้รู้สึกเหงา อยากจะไปนั่งดื่มชิวๆที่ร้านเหล้าก็กลัวคิดถึงพี่เตอร์จนใจแตก ลากผู้ติดมือกลับมาหนะสิ ช่วงหลังไม่มีอะไรตกถึงท้องมานานแล้วด้วยโดยเฉพาะพี่เตอร์…หิวชะมัด เมื่อไหร่จะกลับมาไม่ว่าเปล่าธิชา ส่งข้อความหาคาร์เตอร์ดั่งความรู้สึกหิวชะมัด เมื่อไหร่จะกลับมา จะซื้อกินอยู่แล้วนะ!ส่งไปแบบไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายกดอ่านมัน อีกไม่นานฉันก็จะจบการศึกษาแล้วด้วย.. ไม่รู้ว่าจะกลับมาหากันได้ไหม เลยไม่อยากคาดหวังฉันกลายเป็นธิชาที่ใครต่อใครรู้จักในฐานะแฟนของพี่เตอร์ ไม่ว่าจะรุ่น
1ปีผ่านไปมหาวิทยาลัย เอแบค“พี่โกง!”“โกงบ้าอะไร แพ้แล้วอย่าพาลดิวะ!”“ถ้าไม่โกงจะกินรอบวงทุกรอบแบบนี้ไงวะ! ถอดเสื้อออกมาเลยนะ!”“ถอดทำห่าไร!”“ก็พี่ต้องซ่อนไพ่ไว้แน่ๆ! คนกะล่อนอย่างพี่ไม่มีทางชนะใสๆหรอกน่า!! ถอดเสื้อเดี๋ยวนี้เลย!”ณ อาคารตึกคณะของอัลฟ่า ชิริว เรียว อัลฟ่า บุ๊คและธิชานั่งเล่นไพ่กันอย่างเสียงดังโวกเวยโวยวาย คนตัวน้อยโบ้ยว่าชิริวคนหน้าตายสันดานเสียกำลังโกงเธอจนแทบจะหมดตัว“แพ้ก็แค่จ่ายนี่หว่า! ตาละห้าบาทเหมือนกูหลอกเอาบ้านมึงอะ!”“ห้าสิบบาทก็เงิน! หมดตัวแล้วรู้ไหม! รู้ไหมว่าต้องยืนหลังขดหลังแข็งทำงานนานขนาดไหนกว่าจะได้มา! สารภาพมาซะดีๆ! ไม่งั้นหนูประจานแน่!”“เป็นถึงเมียไอ้เมียไอ้เตอร์ ไหงมันปล่อยให้เมียมันมีเงินห้าสิบบาทติดตัววะ!”“ตาละห้าบาทก็ให้พี่เขาไปเถอะน่าา แค่นี่เอง^^*” บุ๊คร้องเตือน“ตาละห้าบาท แต่กินฉันเป็นสิบรอบ! ฉันเสียไปแล้วห้าสิบบาท!”“ถ้าหวงเงินห้าสิบบาทขนาดนั้น ไม่เก็บตังค์ไว้หยอดกระปุกละวะ!! มาชวนชาวบ้านเขาเล่นไพ่ทำไม!” ชิริวสวนกลับ ก่อนจะเริ่มวิ่งหนีธิชาที่ไม่ยอมแพ้“รับจ๊อบพิเศษเว้ย!”“กูละปวดหัวกับพวกมัน” เป็นเรียวที่พูดขึ้นมา เขานั่งเกลี่ยไพ่ในมือแ
“เฮ้ออ~” ธิชาถอนหายใจหลังจากนั่งแท็กซี่กลับถึงบ้านของคาร์เตอร์ บ้านหลังโตที่เขาอยู่คนเดียว บ้านหลังโตที่เป็นคนละหลังกับบ้านที่คุณแม่ของพี่เขาคอยเทียวไปเทียวมา..ฉันนั่งกินขนมหวานๆหวังเบาเทาอาการหงุดหงิดที่ใจ ไม่รู้จะปากหนักไปเพื่ออะไร แค่บอกว่าไม่ให้ไปมันก็จบใช่ไหมละ ปากหนักไม่รู้เวล่ำเวลาเลยจริง!ฉึ่บ ฉึ่บ ก่อนจะมีเสียงเท้าเดินเบาๆดังขึ้นจากด้านหลัง เมื่อกี้คุณแม่บ้านบอกว่าจะไปรดน้ำต้นไม้นี่นา รดเร็วหรือเปล่านะ ยังไม่ถึงสิบนาทีเลย“คุณแม่บ้านคะ รดน้ำเสร็จแล้วเหรอ มีอะไรให้หนูช่วยไหม หนูกำลังหัวร้อนพี่เตอร์แบบสุดๆไปเลยดะ.. คะ คุณแม่” แต่กลับกลายเป็นคุณแม่พี่เตอร์ซะงั้น ธิชารีบยืนขึ้นแล้วยกมือไหว้ทันทีและอยู่ในท่าสำรวม“..ลูกฉันไปสร้างเรื่องอะไรอีกละ” ท่าทีสง่างามจนน่าเกรงขามนี่บางทีก็อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก คนเป็นแม่เดินไปที่โต๊ะทานอาหาร วางกระเป๋าแบรนด์ดังอย่างเบามือ“..มะ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เรื่องเล็กน้อย”“เรื่องเล็กน้อย? ถึงขั้นต้องพึ่งขนมเท่าภูเขาแบบนั้น?”“….”“เล่ามาเถอะ อย่างน้องฉันก็เป็นผู้หญิงเหมือนเธอ.. ลูกชายฉันสุภาพก็จริงแต่มันซื่อบื้อกับเรื่องแบบนี้ที่สุด”ฉันควรทำยังไงละ เ
•PICCHYย้อนกลับไป…วันเกิดเหตุ…ชิริวนั่งหักนิ้วตัวเองเงียบๆอยู่ที่มุมห้อง เขาไม่ได้สนใจอะไรนอกจากข้อนิ้วของตัวเอง และค่อยเงยหน้าเมื่อคนเป็นเพื่อน.. ทักถาม“มึงจะเอาไง ไอ้เตอร์ไม่รับสาย” อัลฟ่าเก็บมือถือใส่กระเป๋า เขายืนมองพิชชี่ที่นั่งตัวสั่นราวกับลูกหมาตกน้ำอยู่บนเตียง สายตาของชิริวจ้องมองเธอแน่นิ่งและน่ากลัว“..เอาไง จัดการดิ”“อย่านะ! ฉะ ฉันจะไม่ทำอีก! ฉันจะไม่ทำอีกแล้วค่ะ”“..ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอพูดแบบนี้”“ครั้งนี้จริงๆ! จริงๆนะ!”“ก่อนหน้านี้เธอทำให้เด็กปีหนึ่งลาออกไป คราวนั้นเธอก็พูดกับฉันแบบนี้”เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับธิชาไม่ใช่ครั้งแรกที่พิชชี่เป็นคนที่อยู่เบื้องหลัง หลายครั้งหลายคราที่เธอมักจะแสดงออกถึงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของคาร์เตอร์ และใช้สิทธิ์ของคนเป็นพ่อที่มีอำนาจข่มเหงรังแกผู้ที่ด้อยกว่าครั้งแล้วครั้งเล่า และครั้งนี้คนที่อยู่ตรงหน้าเธอก็คือชิริว ไม่ต่างจากครั้งก่อน.. พิชชี่ถึงได้ตัวสั่นเป็นลูกหมาตกน้ำแบบนี้เพราะดูเหมือนว่าชิริว.. ไม่มีความเชื่อหลงเหลืออยู่บนหน้าเขาเลยชิริวนั่งบนเตียงที่จับพิชชี่มัดตรึงเอาไว้ แล้วใช้ปลายนิ้วกดดันความรู้สึกอีกฝ่ายด้วยการ.. คีบชายเสื้อ
คอหอยของเธอคนนั้นยังอยู่ดีหรือเปล่านะ?… อยากจะเปลี่ยนชื่อเรื่องหนังให้ซะเดี๋ยวนี้ หลังจากหนังจบ ธิชาก็เดินก้มหน้าก้มตาออกจากโรงด้วยความอาย ผิดกับคาร์เตอร์ที่เดินล้วงกระเป๋าของเสื้อคลุมเท่านั้น เดท เดทแรกอย่างเป็นทางการอิชั้นชวนผู้มาดูหนังโป๊!!! ฉันสรุปกับตัวเองสั้นๆแบบนี้เลย แม้หนังที่ดูมันจะไม่ใช่เชิงหนังโป๊ มันเป็นหนังเรทR ที่แค่มีฉากอย่างว่าเด็ดดวงแทบจะเห็นทุกซอกทุกมุม! ยอมใจนักแสดงมาก ฉันคงไม่โลกสวยจินตนาการว่านางเอกในเรื่องกำลังกินกล้วยที่ถูกตัดต่อเป็น.. ไอ้นั่น นึกออกไหม ==^หมับ! แต่แล้วธิชาก็ถูกรั้งแขนเอาไว้ ไม่ใช่ฝีมือใครนอกจากคาร์เตอร์“ไม่ต้องเขินแล้ว”“..ไม่อะ! มันเขิน”“แล้วต้องทำยังไงถึงจะหาย?” คาร์เตอร์พยายามตะล่อมเธอให้ใจเย็นลง ธิชายืนนิ่งอยู่นานก็จะส่ายหัวอย่างไม่มีแบบแผนพร้อมกับใบหน้ายู่ยี่“ไปนั่งเล่นที่มอ?”“…ได้ด้วยเหรอ?”“ทำไมจะไม่ได้ อยู่กับเพื่อนน่าจะดีขึ้น”“อื้ม เอาแบบนั้นเลย” ให้ตายสิ ถึงฉันจะไม่กลัวอะไรในโลกนี้ก็ตามแต่ฉันก็ไม่ใช่หญิงใจกล้ากับเรื่องแบบนี้นี่หว่า ให้เวลาฉันหน่อย ขนาดกับพี่เตอร์เองทุกวันนี้ยังไม่ค่อยจะชินเลย หลังจากดูหนังจบ ก็ยังอยู่ในเวลา
ฉันพาพี่เตอร์มาที่วัด เพราะอัฐิของพ่อฉันแบ่งไว้ทั้งหมดสองส่วน จะพูดว่าสองส่วนก็คงจะไม่ถูก ฉันเก็บกระดูกของพ่อไว้ที่บ้านส่วนนึงแต่มันไม่เยอะเลย เป็นเศษที่เหลือให้ได้จับต้องมากที่สุดเพียงไม่กี่ชิ้น ส่วนที่เหลือฉันก็เอาไว้ที่วัด แค่ตอนนั้นมีความเชื่อว่าถ้าให้พ่ออยู่ที่นี่ พ่อคงจะได้ฟังเสียงพระสวดมนต์ แต่ที่ฉันเก็บส่วนนึงไว้ที่บ้าน เพราะตอนนั้นฉันยังรู้สึกว่า แม้เป็นเพียงเถ้าฝุ่น แต่ฉันยังรู้สึกสบายใจ ยังรู้สึกว่าพ่อยังคงอยู่ใกล้ๆกับฉัน ฉันไม่รู้หรอกนะว่าฉันคิดผิดหรือถูก แต่ยอมรับเลยว่าในนาทีที่รู้ว่าเสียคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตไป เราแค่ต้องการที่พักพิงทางใจ เพราะเรารู้สึกว่าเราไม่สามารถใช้ชีวิตได้โดยไม่มีเขาโกฐของพ่อธิชายังคงใหม่และสะอาดอยู่เสมอ คาร์เตอร์มองเห็นตรงนี้แต่ตนก็ไม่ได้พูดอะไร ธิชาคงจะหาเวลามาทำความสะอาดสถานที่ของพ่อบ้างไม่มากก็น้อยดอกไม้ถูกวางในแจกันหน้ารูป มีหลายจังหวะที่ร่างสูงเหลือบมองธิชา เธอมีรอยยิ้มและแววตาที่สดใสเวลามองผ่านรูปของคนเป็นพ่อ คาร์เตอร์ยิ้มบางๆ เขาวางดอกไม้ใส่เเจกันอีกข้าง และมองรูปภาพตรงหน้า จดจำใบหน้าของคนที่เขาได้ยื้อชีวิตได้เป็นสิบปีจากการช่วยเหลือเพี
รู้สึกตัวอีกที.. ก็เหมือนจะเช้าแล้วสินะ ธิชาดันตัวเองลุกขึ้นนั่งกับเตียง ร่างกายเปลือยเปล่ามีเพียงผ้านวมพื้นใหญ่ที่หอบกายสร้างความอบอุ่น ข้างกายไร้คาร์เตอร์เฉกเช่นเมื่อคืน เสื้อผ้าที่กระจัดกระจายถูกพับอย่างเป็นระเบียบ และเสื้อยืดตัวโคร่งก็วางเตรียมไว้ให้ที่ปลายเตียงฉันสวมเสื้อที่ว่าแล้วลองเปิดผ้าม่านดู ไม่มีใครเลย ไม่มีคนงานสักคน.. ก่อนจะมีกลิ่นอาหารหอมๆลอยเตะจมูก เลยตัดสินใจลงเดินลงมาที่ชั้นสอง.. แม้จะสวมเสื้อตัวใหญ่ และโนบราก็ตาม ก่อนจะสบายใจเพราะแม้แต่ในตัวบ้านก็ไม่มีใครอยู่เลยนอกจากคนตัวสูงหัวยุ่งเหยิงในครัว“รับบทพ่อบ้านเหรอ?”“ได้หรือเปล่าละ?” หน้าสด ผมยุ่ง.. คือมันดีมากกก~ ธิชานั่งเท้าคางกับเค้าน์เตอร์ สายตาจ้องมองที่คาร์เตอร์ราวกับจะจับฉีกเป็นชิ้นๆ ก่อนจะหยิบผักสดที่ถูกเตรียมไว้เหมือนเป็นเครื่องเขียงของอาหารเช้า ธิชายัดมะเขือเทศราชินี มะเขือเทศลูกเล็กเข้าปาก ขบเคียวด้วยท่าทียั่วเย้าแม้แต่คาร์เตอร์กับจับสังเกตได้“ถ้าจะลงมาตามเพื่อไปต่ออีกละก็ รอแป๊บ ยังทำอาหารไม่เสร็จ”“แล้วถ้าไม่ต้องรอจนทำอาหารเสร็จละ?”กึก.. มือที่จับตะหลิวไม้ชะงัก ร่างสูงวางมือจากการผัดข้าวผัดอเมริกัน แล้
กลับกลายเป็นฉันที่เปียกปอนขนาดนี้ พี่เตอร์รับบทผู้ปกครองหัวใจที่แสนอบอุ่น ไม่มีการพูดแทรกแม้แต่น้อย มีเพียงการสวมกอดเพียงเท่านั้น แต่ถึงจะอย่างนั้น ไออุ่นที่ได้รับมันก็เกินใจจะต้านจริงๆ ฉันไม่อาจหยุดรักผู้ชายคนนี้ได้อีกแล้ว หยุดไม่ได้แล้วจริงๆ..ครั้นนาทีสวมกอด ธิชาคำนึงนึกถึงเรื่องราวในอดีต ภาพของพ่อยังชัดเจน แม้จะเป็นเพียงการนอนติดเตียงก็ตาม ยังคงชัดเจนไม่มีเสื่อมสลาย ตั้งแต่ตอนที่ต้องแอบขโมยยาเพื่อมารักษาพ่อ วิ่งหนีจนได้รับบาดแผล อาหารแต่ละมื้อที่ต้องแบ่งกันกิน แม้แต่มาม่าซองเล็กๆ เรายังต้องแบ่งกันกินคนละครึ่งภาพจำพวกนั้นชัดเจนเสมอ เธอเคยเกือบยอมแพ้และโทษโชคชะตา ชีวิตที่อดทุกข์ได้ยากในตอนนั้นไม่มีแสงสว่างให้มองเห็นสักนิด จนกระทั่งเด็กชายคนที่ว่า.. เด็กชายในชุดสะอาดสะอ้าน ที่ให้โอกาสเธอในตอนนั้นเหมือนแสงสว่างเพียงเเสงเดียวที่ส่องทาง เพื่อที่จะมีชีวิตที่ดีเพื่อพ่อ.. และกลับไปเจอเด็กชายคนนั่นอีกครั้งธิชาสะอื้นก่อนจะเงียบในเวลาต่อมา เธอปาดน้ำตาที่เปื้อนไปทั้งหน้า อาจเป็นพี่เตอร์.. ที่ทำให้เธอกล้าแสดงความอ่อนแอออกมาขนาดนี้ ไม่ต่างจากตอนนั้น จากตอนที่เด็กสาวนอนร้องไห้อยู่กลางถนนมือหนา