"เอ้อ...ไอ้นี่ก็เร่งน้อง เอาถุง 200 ถุงนึงครับแม่ค้า" โรมดุมาร์คพลางหันไปสั่งแม่ค้าพร้อมกับยิ้มหวานตามสไตล์คาสโนว่าตัวพ่อแห่งสรันบาร์จนแม่ค้าอายม้วนไปทันที
"แต่หนูยังไม่ได้ตัดสินใจเลยนะคะพี่โรม" เสียงเล็กว่าขึ้นอย่างเกรงใจ ไม่ใช่ไม่อร่อยแต่โรมสั่งถุงละ 200 ซึ่งมันแพงไปสำหรับเธอ
"อันนี้เขาเรียกว่ากับแกล้มครับอิหนู หวานกับตากินกับข้าวต้มหรือกินเล่นได้แต่พวกพี่กินกับเบียร์กับเหล้าครับ" โรมว่าพลางยื่นเงินให้แม่ค้า
"แล้วกินกับเหล้ากับเบียร์นี่หวานชิมด้วยได้มั้ยคะ" คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นถามตาแป๋วแล้วยิ้มอย่างทะเล้น
"ทะลึ่ง!!" 3 เสียงประสานกันจนคนที่มาตลาดหันมามอง "ตัวเท่าเมี่ยงจะกินเหล้ากินเบียร์ ไป กลับ เอาอะไรอีกมั้ยเดี๋ยวตะวันตกดินไม่ได้เล่นน้ำนะ" มาร์คหันมาดุคนตัวเล็กที่ยืนทำหน้ามุ่ยอยู่ตรงกลางกลุ่ม
"ค่า... ดุจัง อย่าให้โตเต็มวัยนะ จะกินแข่งพี่มาร์คเลยแล้วหนูก็จะ 13 แล้วด้วยนะคะ ไม่ใช่เท่าเมี่ยง" คนตัวเล็กว่าเสียงหวาน แต่ปนความงอนงอแงนิด ๆ ถึงพวกเขาจะรู้จักกันแค่ไม่กี่เดือนแต่เธอก็สนิทใจมากพอที่จะกล้างอแงได้เพราะเห็นว่าพวกพี่ ๆ ใจดีและตาน้อยก็ไว้
"อ่อ.... หวง ไอ้ห่าเอ้ย แล้วตัวเองมานั่งเปล่งแสงอยู่ตรงนี้ กูว่ามึงเรียกสายตามากกว่าน้องอีกนะ อย่างน้อยน้องมันก็นั่งข้างกูไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งหรอก" โรมว่าขำ ๆ พลางหันมองเพื่อนที่นั่งขาวออร่าอยู่ข้างตัวเอง"ก็เสื้อน้องมันบางแล้วน้องมันกำลังโต ไอ้บ้า" มาร์คว่าพลางลุกขึ้นเดินไปนั่งลงข้าง ๆ คนตัวเล็กแล้วแอบส่งสายตาดุ ๆ ฟาดไปยังกลุ่มเด็กมัธยมผู้ชาย 4-5 คนที่เล่นน้ำอยู่ไม่ห่างนัก"ตัวเล็กพรุ่งนี้ไปเกาะ ใส่เสื้อสีทึบนะห้ามใส่เสื้อขาวลงน้ำ" แล้วหันมาบอกคนตัวเล็กเสียงดุทันที"แหะ ๆ ขอโทษค่ะหนูลืม แต่ไม่เป็นไรหรอก หนูยังไม่โตนี่คะไม่เหมือนพี่สาวพวกนั้น ขนาดใส่เสื้อชมพูยังมองเห็นเสื้อชั้นในเลยแถมโตแล้วด้วย" คนตัวเล็กทำหน้าแหย ๆ พยักพเยิดไปที่พวกหญิงสาวที่เล่นน้ำกรี๊ดกร๊าดอยู่ไม่ไกลแล้วยิ้มให้สาวใส่เสื้อสีชมพูที่กำลังมองมาร์คตาเยิ้มอย่างยั่วยวนอยู่ตรงนั้น"น้ำหวาน ไอ้ที่ว่าโตนี่หมายถึงอายุเค้าใช่มั้ย" โรมก้มลงถามขำ ๆ"แหะ... หมายถึงอายุก็ได้ค่ะ" คนตัวเล็กหันไปตอบพร้อมกับยิ้มทะเล้นให้ เลยได้กำปั้นป๊อกหัวมาเบา ๆ อย่างมันเขี้ยว"แหม... ทีแรกว
"อ๋อ... ถุงพลาสติก" โรมพยักหน้าเข้าใจ"คิดไม่ดีใช่มั้ยมึงเนี่ย" เทนได้ทีว่าให้เพื่อนทันที"ไอ้บ้า ใครจะไม่สงสัยวะ พวกมึงก็ด้วยแหละ" โรมว่าพลางเตะขาเพื่อน"ป้าว่าเราไปกันเถอะจ่ะ น้องหวานไปได้หรือยังลูกเดี๋ยวแดดจะร้อน ลงน้ำไม่ได้นะ" ป้าแม่บ้านว่ายิ้ม ๆ"ไปค่ะ หนูไหว" ว่าพลางกระโดดขึ้นเรือก่อนใครพร้อมทั้งยื่นมือมารับป้าแม่บ้านแล้วก็ตาของตัวเองอย่างแข็งขัน แต่เมื่อเรือออกจากฝั่งไม่ถึง 10นาทีคนเก่งก็นั่งซบลงที่ตักของตาพลางหลับตาแน่น"จะอ้วกหรือลูก" ตาถามพลางลูบหลังให้เบา ๆ"มันโคลงเคลงค่ะตา เวลาหลับตาลงเหมือนเรานอนในเปลเลย" คนตัวเล็กว่าพลางขยับเข้าหาตักตา"งั้นมานอนที่ตักพี่มา เดี๋ยวตาเป็นตะคริวพอดีกว่าจะถึง" มาร์คเอ่ยขึ้นเสียงทุ้มพร้อมกับรั้งแขนเล็ก ๆ ให้ลุกขึ้นแล้วซบลงมาที่ตักตัวเองแทน "ไหวมั้ย เอาถุงหรือเปล่า" ก้มลงถามพร้อมกับลูบหัวเบา ๆ"ไม่เอา" เสียงหวานตอบกลับมาเบา ๆ พร้อมกับส่ายหน้ายุกยิกบนตักก่อนจะนิ่งไป ขณะที่มาร์คยังลูบหัวลูบหลังให้ตลอดทางจนถึงท่าเรือของเกาะ"ลุกไหวมั้ย" ชายหนุ่มก้มลงถา
ทริป 3 วัน 2 คืน กับการเที่ยวทะเลครั้งแรกในชีวิตของแม่ค้าพวงมาลัยตัวน้อยผ่านไปอย่างสนุกสนานกับการเมารถและเมาเรือทั้งไปและกลับทั้ง 3 พาตาน้อยและน้ำหวานกลับมาส่งที่บ้านของค่ำอีกวันพร้อมกับของแห้งหลายอย่างที่มาร์คโรมและเทน ซื้อใส่รถมาให้โดยอ้างว่าถ้าว่างจะเข้ามากินข้าวด้วย น้ำหวานแบ่งของแห้งบางส่วนไปให้ลุงกรณ์ข้างบ้านพร้อมกับขนมจากที่ซื้อมาระหว่างทาง ก่อนที่ทั้ง 3 จะลาจากตาและน้ำหวาน โดยมาร์คบอกว่าคืนนี้เขาต้องกลับไปนอนที่บ้านกับน้องชายเพราะแม่เลี้ยงโทรมาบอกว่าน้องชายไม่สบายให้เข้าไปดูสักหน่อยและจะกลับไปบ้านที่ต่างจังหวัดเพื่อเอาของฝากจากทะเลไปส่งแม่เลี้ยงกับน้องที่บ้านด้วย"ไปเที่ยวนครนายกอีกเปล่าหวาน" มาร์คถามขึ้นยิ้ม ๆ"มะปาย~มะหวาย~จะตุย" เสียงเล็ก ๆ ว่าภาษาที่วัยรุ่นใช้พร้อมทั้งมุดหัวเข้าเสื้อตาอย่างน่ารัก"เอามะยงชิดอีกมั้ย เดี๋ยวพี่เก็บมาฝาก" คนตัวโตถามคนในเสื้อตาขำ ๆ ซึ่งพอได้ยินชื่อผลไม้คนตัวเล็กก็รีบผงกหัวยุกยิกอยู่ในเสื้อตาทันที"เอ้า...แล้วไม่โผล่ออกมาบอกพี่เขาดี ๆ ล่ะลูก" ตาน้อยว่าพลางลูบผมคนในเสื้อเบา ๆ ที่ตอนนี้นิ่งไปแล้ว "หือ...ปิดสวิตช
SARAN BARรถเก๋งซีรีส์ 3 คันหรูวิ่งเข้ามาที่จอดรถ VIP ของร้าน ชายร่างสูงโปร่งก้าวลงมาจากรถอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับฮัมเพลงควงกุญแจเดินล้วงกระเป๋าเข้าไปในร้าน"แหม... อารมณ์ดีเพราะกีมาตีกันรอหรือครับพี่มาร์ค มึงมาช้ากว่านี้กูได้เอาน้ำร้อนสาดกีมึงแน่" โรมว่าเสียงดังมาจากชั้น 2 ของร้าน"กี อะไร กูไม่ได้นัดใครมานี่" มาร์คขมวดคิ้วถามกลับทันที ตั้งแต่กลับมาจากพาน้ำหวานกับตาไปเที่ยวทะเลมาร์คยังไม่ได้นัดผู้หญิงคนไหนมาที่ร้านอีกเลยเพราะคิดว่าควรจะหยุดได้แล้ว อีกไม่กี่เดือนก็จะฝึกงานแล้ว อาจจะไม่ค่อยมีเวลามาร้องเพลงที่นี่อีก ฉะนั้นเงินเก็บที่มีควรประหยัดและไม่ควรไปสิ้นเปลืองกับเรื่องพวกนั้น"มึงไม่ได้นัดแต่สามัคคีกันมาไง ไอ้ห่า ร้านกูจะพังแล้วเนี่ยมึงขึ้นมาเคลียร์เลยกูขังรวมไว้กัดกันตายไปแล้วมั้ง" โรมว่าพลางหัวเราะขำ ๆ"ใครวะ?" ถามพรางเดินขึ้นไปบนชั้น 2 ของร้านที่แบ่งเป็นห้อง VIP ไว้หลายห้องอย่างเป็นสัดส่วน"น้องดีว่ากับน้องยาหยีของมึงน่ะ" คำตอบของโรมทำมาร์คขมวดคิ้วทันที *น้องดีว่า ยาหยี ไหนอีกวะ* ขาวยาวก้าวไปหน้าประตูห้องที่โรมว่าพลางเปิดประตูเข้าไ
"ขึ้นไปข้างบนล่ะมั้ง เห็นว่าจะไปกินกาแฟรอ" โรมว่าพลางชี้ไปที่นาฬิกาเรือนเล็กน่ารักที่เขามองว่ามันน่าจะเหมาะกับข้อมือเล็ก ๆ ของน้ำหวาน"กูว่าเอาแบบที่เด็ก ม. 1 ใส่กันดีกว่าสายเหล็กนะ แขนน้องเล็กนิดเดียวแบบนี้เป็นไง" มาร์คมองนาฬิกาในมือโรมแล้ววิเคราะห์พลางชี้ไปที่นาฬิกาแฟชั่นสายพลาสติกสีส้มพาสเทลน่ารักที่วางโชว์อยู่ในกล่องในตู้"เออ... น่ารักแล้วมันดูไม่เว่อร์ด้วย สวย ๆ กูว่าเรือนนี้แหละเหมาะ... คุณครับขอดูเรือนนี้หน่อยครับ" โรมพยักหน้าอย่างเห็นด้วยทันทีพลางสั่งพนักงานหยิบนาฬิกาเรือนเล็กขึ้นมาให้ดู"รุ่นนี้เป็นคอลเลคชันใหม่ที่เพิ่งออกช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมาค่ะ สีหวานแหววเหมาะสำหรับของขวัญของฝากค่ะ ถ้าลูกค้าจะซื้อไปฝากแฟนเรามีบริการห่อของขวัญให้ด้วยนะคะ" พนักงานในร้านว่าเสียงพร้อมทั้งหันมามองหน้ามาร์คยิ้ม ๆ"ผมซื้อไปฝากน้องสาวครับเด็ก ม. 1" มาร์คว่าขึ้นยิ้ม ๆ พร้อมกับส่งตาหวานเยิ้มให้พนักงานสาวสวยในร้านจนเธออายม้วนไปไม่เป็นเลยทีเดียว"ไอ้มาร์คตกลงมึงมาดูแม่ค้าหรือมาดูนาฬิกา ไอ้บ้า เร็ว ไอ้เทนไลน์มาแล้วเนี่ย" โรมว่าเสียงเบาพลางตบหลังเพื่อนรักที่ตอนนี้ทำ
"โอ๊ย! นายอ้วน นายทำบ้าอะไรเนี่ย เอามานะ" เสียงเล็ก ๆ ร้องโวยวาย ด้านหลังเสาสะพานข้ามแยกใหญ่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยชื่อดังเท่าไหร่นัก ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังคาบขนมปังแผ่นเปล่า ควบมอเตอร์ไซค์มาติดไฟแดงอยู่เลนซ้ายสุดต้องหันหาแต่ก็มองไม่เห็นเจ้าของเสียง"บอกแล้วไงว่าขายหมดแล้วอย่าเอามาอีกพูดไม่รู้เรื่องรึไงวะ" เสียงเด็กผู้ชายน่าจะวัยใกล้เคียงกันดังขึ้น"ก็มันยังไม่เที่ยงตามข้อตกลงเลยนี่ วันนี้วันพระด้วยเราก็ขายฝั่งของเรานายขายไม่ดีเองจะมาโทษเราทำไมล่ะ" เสียงเด็กหญิงดังสวนมาอย่างไม่ยอมกัน "นายอย่าทำแบบนี้นะ เอาคืนมา" เสียงเล็ก ๆ แหลม ๆ ดังมาอีกประโยคพร้อมกับเด็กชายวิ่งถือไม้แขวนพวงมาลัยวิ่งออกมาจากทางด้านหลังเสา แล้วมีเด็กหญิงผอมบางหน้าตาสะอาดสะอ้าน มัดผมหางม้าถึงกลางหลังวิ่งตามมาติด ๆ"ทำไม แกจะฟ้องตาน้อยงั้นเหรอ ยายเด็กกำพร้า แน่จริงก็ตามมาเอาคืนเด้... เฮ้ย!!"ปรี๊น!!..... "ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย จะหยอกกันให้รถชนตายหรือไงวะ!" เสียงบีบแตรดังลั่นแยกพร้อมกับเสียงก่นด่าออกมาจากรถเก๋งคันหนึ่ง ขณะที่กำลังจะออกตัวไฟเขียวแต่ต้องเบรกกระทันหัน รถข้างหลังเบรกตัวโก่งไปตาม ๆ กัน เพราะมีเด็กชายวิ่งถือไม้แขวนพวงมา
ห้องคณบดีทันทีที่เดินเข้าไปชายหนุ่มถึงกับชะงัก เมื่อคนที่มานั่งรอไม่ใช่แค่พ่อและแม่เลี้ยงเหมือนที่คิด หากแต่มีคุณย่าที่เป็นแม่ของพ่อมาด้วย ซึ่งคุณย่าก็ไม่ได้ชอบขี้หน้าเขาเท่าไหร่นัก ท่านรักและเลี้ยงดูเนสมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะเนสเป็นเด็กขี้ประจบเอาใจปากหวาน ทำให้ท่านทั้งรักทั้งหลงหลานชายคนกลางมากกว่าหลานคนโตและคนเล็กของบ้าน"ไอ้มาร์ค ไอ้หลานจังไร แกกล้าดียังไงมาทำร้ายหลานฉัน...!" คุณย่าเอ่ยขึ้นเสียงดังทันทีที่มาร์คเดินเข้าประตูไป"คุณย่าสวัสดีครับ คุณพ่อ น้านารถ ท่านคณบดี สวัสดีครับ" มาร์คกล่าวทักทายพร้อมกับยกมือไหว้อย่างนอบน้อมแล้วยืนอยู่หน้าประตูไม่เดินเข้าไปข้างใน"กองไว้ตรงนั้นแหละ หลานอย่างแกอย่ามาไหว้ฉันให้อายุสั้นเลย" คุณย่ากล่าวขึ้นเหยียด ๆ "แม่ครับ ผมว่าแม่จะมากเกินไปแล้วนะครับ นี่มันเรื่องในครอบครัวของผม" พ่อของมาร์คเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งถอนหายใจหนัก ๆ กับความเบื่อหน่ายของการรักหลานไม่เท่ากันของคุณย่า"ทำไม ฉันว่ามันไม่ได้เลยนะไอ้ลูกกำพร้าเนี่ย" คุณย่าว่าขึ้นอย่างเหยียด ๆ ทำให้ชายหนุ่มกัดฟันจนเป็นสันนูนอย่างพยายามระงับอารมณ์"มันจะมากไปแล้วนะครับแม่ ถ้ายังไม่หยุดผมจะไปส่งแม่บ้านพ
ชายหนุ่มยกมือไหว้คุณย่าปลายนิ้วชี้จรดจมูกแล้วก้มลงเล็กน้อยเหมือนไหว้คนอายุเท่ากันแล้วเดินเข้าไปนั่งคุกเข่าลงที่หน้าผู้เป็นพ่อกราบลงที่ตัก 1 ครั้งแล้วหันไปทำแบบเดียวกันกับภรรยาใหม่ของพ่อด้วยความเคารพ ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตานิ่งแล้วถอยหลังลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปหาเพื่อนที่รออยู่ด้านนอกทันที "มาร์คลูก ..." คนเป็นพ่อเรียกลูกชายคนโตน้ำตาคลอ ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะเป็นแบบนี้ ทั้งที่เสาร์ที่จะถึงนี้เป็นวันเกิดครบ 21 ปีของมาร์คท่านตั้งใจอยากให้ลูกชายกลับบ้านเพื่อฉลองกันเล็ก ๆ ในครอบครัวเหมือนทุกปี"หึ ให้มันรอดเถอะ ปล่อยมันไปจะอาลัยอาวรณ์มันทำไม" คุณย่าเอ่ยขึ้นอย่างเหยียด ๆ ท่านสบายใจอย่างน้อยมาร์คก็พูดออกมาแล้วว่าจะไม่ทวงอะไรกับท่านอีก"ผมบอกให้หยุดพูดไงแม่ วิทูรพาแม่กลับไปบ้านพักคนชราซะ กูจะกลับแท็กซี่เอง" เสี่ยมนตรากล่าวขึ้นพร้อมกับหันไปมองหน้าท่านคณบดีที่นั่งนิ่งอยู่โต๊ะทำงาน"พี่จะบอกว่าจากเหตุการณ์แบบนี้ที่เกิดขึ้น ตามกฎมหาลัยพี่จำเป็นต้องให้เนสพักการเรียนในเทอมนี้และเทอมหน้า" ท่านคณบดีกล่าวเสียงทุ้มพร้อมกับมองหน้าน้องชาย"จะบ้าเหรอศักดิ์ หลานกำลังสอบอยู่นะ" คุณย่าแหวขึ้นแทนหลานทันทีพร้อมทั้งล
"ขึ้นไปข้างบนล่ะมั้ง เห็นว่าจะไปกินกาแฟรอ" โรมว่าพลางชี้ไปที่นาฬิกาเรือนเล็กน่ารักที่เขามองว่ามันน่าจะเหมาะกับข้อมือเล็ก ๆ ของน้ำหวาน"กูว่าเอาแบบที่เด็ก ม. 1 ใส่กันดีกว่าสายเหล็กนะ แขนน้องเล็กนิดเดียวแบบนี้เป็นไง" มาร์คมองนาฬิกาในมือโรมแล้ววิเคราะห์พลางชี้ไปที่นาฬิกาแฟชั่นสายพลาสติกสีส้มพาสเทลน่ารักที่วางโชว์อยู่ในกล่องในตู้"เออ... น่ารักแล้วมันดูไม่เว่อร์ด้วย สวย ๆ กูว่าเรือนนี้แหละเหมาะ... คุณครับขอดูเรือนนี้หน่อยครับ" โรมพยักหน้าอย่างเห็นด้วยทันทีพลางสั่งพนักงานหยิบนาฬิกาเรือนเล็กขึ้นมาให้ดู"รุ่นนี้เป็นคอลเลคชันใหม่ที่เพิ่งออกช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมาค่ะ สีหวานแหววเหมาะสำหรับของขวัญของฝากค่ะ ถ้าลูกค้าจะซื้อไปฝากแฟนเรามีบริการห่อของขวัญให้ด้วยนะคะ" พนักงานในร้านว่าเสียงพร้อมทั้งหันมามองหน้ามาร์คยิ้ม ๆ"ผมซื้อไปฝากน้องสาวครับเด็ก ม. 1" มาร์คว่าขึ้นยิ้ม ๆ พร้อมกับส่งตาหวานเยิ้มให้พนักงานสาวสวยในร้านจนเธออายม้วนไปไม่เป็นเลยทีเดียว"ไอ้มาร์คตกลงมึงมาดูแม่ค้าหรือมาดูนาฬิกา ไอ้บ้า เร็ว ไอ้เทนไลน์มาแล้วเนี่ย" โรมว่าเสียงเบาพลางตบหลังเพื่อนรักที่ตอนนี้ทำ
SARAN BARรถเก๋งซีรีส์ 3 คันหรูวิ่งเข้ามาที่จอดรถ VIP ของร้าน ชายร่างสูงโปร่งก้าวลงมาจากรถอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับฮัมเพลงควงกุญแจเดินล้วงกระเป๋าเข้าไปในร้าน"แหม... อารมณ์ดีเพราะกีมาตีกันรอหรือครับพี่มาร์ค มึงมาช้ากว่านี้กูได้เอาน้ำร้อนสาดกีมึงแน่" โรมว่าเสียงดังมาจากชั้น 2 ของร้าน"กี อะไร กูไม่ได้นัดใครมานี่" มาร์คขมวดคิ้วถามกลับทันที ตั้งแต่กลับมาจากพาน้ำหวานกับตาไปเที่ยวทะเลมาร์คยังไม่ได้นัดผู้หญิงคนไหนมาที่ร้านอีกเลยเพราะคิดว่าควรจะหยุดได้แล้ว อีกไม่กี่เดือนก็จะฝึกงานแล้ว อาจจะไม่ค่อยมีเวลามาร้องเพลงที่นี่อีก ฉะนั้นเงินเก็บที่มีควรประหยัดและไม่ควรไปสิ้นเปลืองกับเรื่องพวกนั้น"มึงไม่ได้นัดแต่สามัคคีกันมาไง ไอ้ห่า ร้านกูจะพังแล้วเนี่ยมึงขึ้นมาเคลียร์เลยกูขังรวมไว้กัดกันตายไปแล้วมั้ง" โรมว่าพลางหัวเราะขำ ๆ"ใครวะ?" ถามพรางเดินขึ้นไปบนชั้น 2 ของร้านที่แบ่งเป็นห้อง VIP ไว้หลายห้องอย่างเป็นสัดส่วน"น้องดีว่ากับน้องยาหยีของมึงน่ะ" คำตอบของโรมทำมาร์คขมวดคิ้วทันที *น้องดีว่า ยาหยี ไหนอีกวะ* ขาวยาวก้าวไปหน้าประตูห้องที่โรมว่าพลางเปิดประตูเข้าไ
ทริป 3 วัน 2 คืน กับการเที่ยวทะเลครั้งแรกในชีวิตของแม่ค้าพวงมาลัยตัวน้อยผ่านไปอย่างสนุกสนานกับการเมารถและเมาเรือทั้งไปและกลับทั้ง 3 พาตาน้อยและน้ำหวานกลับมาส่งที่บ้านของค่ำอีกวันพร้อมกับของแห้งหลายอย่างที่มาร์คโรมและเทน ซื้อใส่รถมาให้โดยอ้างว่าถ้าว่างจะเข้ามากินข้าวด้วย น้ำหวานแบ่งของแห้งบางส่วนไปให้ลุงกรณ์ข้างบ้านพร้อมกับขนมจากที่ซื้อมาระหว่างทาง ก่อนที่ทั้ง 3 จะลาจากตาและน้ำหวาน โดยมาร์คบอกว่าคืนนี้เขาต้องกลับไปนอนที่บ้านกับน้องชายเพราะแม่เลี้ยงโทรมาบอกว่าน้องชายไม่สบายให้เข้าไปดูสักหน่อยและจะกลับไปบ้านที่ต่างจังหวัดเพื่อเอาของฝากจากทะเลไปส่งแม่เลี้ยงกับน้องที่บ้านด้วย"ไปเที่ยวนครนายกอีกเปล่าหวาน" มาร์คถามขึ้นยิ้ม ๆ"มะปาย~มะหวาย~จะตุย" เสียงเล็ก ๆ ว่าภาษาที่วัยรุ่นใช้พร้อมทั้งมุดหัวเข้าเสื้อตาอย่างน่ารัก"เอามะยงชิดอีกมั้ย เดี๋ยวพี่เก็บมาฝาก" คนตัวโตถามคนในเสื้อตาขำ ๆ ซึ่งพอได้ยินชื่อผลไม้คนตัวเล็กก็รีบผงกหัวยุกยิกอยู่ในเสื้อตาทันที"เอ้า...แล้วไม่โผล่ออกมาบอกพี่เขาดี ๆ ล่ะลูก" ตาน้อยว่าพลางลูบผมคนในเสื้อเบา ๆ ที่ตอนนี้นิ่งไปแล้ว "หือ...ปิดสวิตช
"อ๋อ... ถุงพลาสติก" โรมพยักหน้าเข้าใจ"คิดไม่ดีใช่มั้ยมึงเนี่ย" เทนได้ทีว่าให้เพื่อนทันที"ไอ้บ้า ใครจะไม่สงสัยวะ พวกมึงก็ด้วยแหละ" โรมว่าพลางเตะขาเพื่อน"ป้าว่าเราไปกันเถอะจ่ะ น้องหวานไปได้หรือยังลูกเดี๋ยวแดดจะร้อน ลงน้ำไม่ได้นะ" ป้าแม่บ้านว่ายิ้ม ๆ"ไปค่ะ หนูไหว" ว่าพลางกระโดดขึ้นเรือก่อนใครพร้อมทั้งยื่นมือมารับป้าแม่บ้านแล้วก็ตาของตัวเองอย่างแข็งขัน แต่เมื่อเรือออกจากฝั่งไม่ถึง 10นาทีคนเก่งก็นั่งซบลงที่ตักของตาพลางหลับตาแน่น"จะอ้วกหรือลูก" ตาถามพลางลูบหลังให้เบา ๆ"มันโคลงเคลงค่ะตา เวลาหลับตาลงเหมือนเรานอนในเปลเลย" คนตัวเล็กว่าพลางขยับเข้าหาตักตา"งั้นมานอนที่ตักพี่มา เดี๋ยวตาเป็นตะคริวพอดีกว่าจะถึง" มาร์คเอ่ยขึ้นเสียงทุ้มพร้อมกับรั้งแขนเล็ก ๆ ให้ลุกขึ้นแล้วซบลงมาที่ตักตัวเองแทน "ไหวมั้ย เอาถุงหรือเปล่า" ก้มลงถามพร้อมกับลูบหัวเบา ๆ"ไม่เอา" เสียงหวานตอบกลับมาเบา ๆ พร้อมกับส่ายหน้ายุกยิกบนตักก่อนจะนิ่งไป ขณะที่มาร์คยังลูบหัวลูบหลังให้ตลอดทางจนถึงท่าเรือของเกาะ"ลุกไหวมั้ย" ชายหนุ่มก้มลงถา
"อ่อ.... หวง ไอ้ห่าเอ้ย แล้วตัวเองมานั่งเปล่งแสงอยู่ตรงนี้ กูว่ามึงเรียกสายตามากกว่าน้องอีกนะ อย่างน้อยน้องมันก็นั่งข้างกูไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งหรอก" โรมว่าขำ ๆ พลางหันมองเพื่อนที่นั่งขาวออร่าอยู่ข้างตัวเอง"ก็เสื้อน้องมันบางแล้วน้องมันกำลังโต ไอ้บ้า" มาร์คว่าพลางลุกขึ้นเดินไปนั่งลงข้าง ๆ คนตัวเล็กแล้วแอบส่งสายตาดุ ๆ ฟาดไปยังกลุ่มเด็กมัธยมผู้ชาย 4-5 คนที่เล่นน้ำอยู่ไม่ห่างนัก"ตัวเล็กพรุ่งนี้ไปเกาะ ใส่เสื้อสีทึบนะห้ามใส่เสื้อขาวลงน้ำ" แล้วหันมาบอกคนตัวเล็กเสียงดุทันที"แหะ ๆ ขอโทษค่ะหนูลืม แต่ไม่เป็นไรหรอก หนูยังไม่โตนี่คะไม่เหมือนพี่สาวพวกนั้น ขนาดใส่เสื้อชมพูยังมองเห็นเสื้อชั้นในเลยแถมโตแล้วด้วย" คนตัวเล็กทำหน้าแหย ๆ พยักพเยิดไปที่พวกหญิงสาวที่เล่นน้ำกรี๊ดกร๊าดอยู่ไม่ไกลแล้วยิ้มให้สาวใส่เสื้อสีชมพูที่กำลังมองมาร์คตาเยิ้มอย่างยั่วยวนอยู่ตรงนั้น"น้ำหวาน ไอ้ที่ว่าโตนี่หมายถึงอายุเค้าใช่มั้ย" โรมก้มลงถามขำ ๆ"แหะ... หมายถึงอายุก็ได้ค่ะ" คนตัวเล็กหันไปตอบพร้อมกับยิ้มทะเล้นให้ เลยได้กำปั้นป๊อกหัวมาเบา ๆ อย่างมันเขี้ยว"แหม... ทีแรกว
"เอ้อ...ไอ้นี่ก็เร่งน้อง เอาถุง 200 ถุงนึงครับแม่ค้า" โรมดุมาร์คพลางหันไปสั่งแม่ค้าพร้อมกับยิ้มหวานตามสไตล์คาสโนว่าตัวพ่อแห่งสรันบาร์จนแม่ค้าอายม้วนไปทันที"แต่หนูยังไม่ได้ตัดสินใจเลยนะคะพี่โรม" เสียงเล็กว่าขึ้นอย่างเกรงใจ ไม่ใช่ไม่อร่อยแต่โรมสั่งถุงละ 200 ซึ่งมันแพงไปสำหรับเธอ"อันนี้เขาเรียกว่ากับแกล้มครับอิหนู หวานกับตากินกับข้าวต้มหรือกินเล่นได้แต่พวกพี่กินกับเบียร์กับเหล้าครับ" โรมว่าพลางยื่นเงินให้แม่ค้า"แล้วกินกับเหล้ากับเบียร์นี่หวานชิมด้วยได้มั้ยคะ" คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นถามตาแป๋วแล้วยิ้มอย่างทะเล้น"ทะลึ่ง!!" 3 เสียงประสานกันจนคนที่มาตลาดหันมามอง "ตัวเท่าเมี่ยงจะกินเหล้ากินเบียร์ ไป กลับ เอาอะไรอีกมั้ยเดี๋ยวตะวันตกดินไม่ได้เล่นน้ำนะ" มาร์คหันมาดุคนตัวเล็กที่ยืนทำหน้ามุ่ยอยู่ตรงกลางกลุ่ม"ค่า... ดุจัง อย่าให้โตเต็มวัยนะ จะกินแข่งพี่มาร์คเลยแล้วหนูก็จะ 13 แล้วด้วยนะคะ ไม่ใช่เท่าเมี่ยง" คนตัวเล็กว่าเสียงหวาน แต่ปนความงอนงอแงนิด ๆ ถึงพวกเขาจะรู้จักกันแค่ไม่กี่เดือนแต่เธอก็สนิทใจมากพอที่จะกล้างอแงได้เพราะเห็นว่าพวกพี่ ๆ ใจดีและตาน้อยก็ไว้
"อ่อ...ครับ พวกผมไม่มีน้องสาวกันครับ พอมาเจอเจ้าตัวเล็กนี่พูดจ๋อย ๆ ก็หนวกหูดีครับตา ดีกว่าไอ้พวกน้องชายหลานชายผมเยอะเลยครับ" โรมพูดออกมาขำๆ"โอ๊ย... เจ้านี่เค้าพูดมากเชียวล่ะ แต่ยายเค้าสอนให้พูดสุภาพ พูดให้เป็นมงคลปาก ยายเค้าสอนตั้งแต่จำความได้เชียว" ตาน้อยพูดถึงการอบรมหลานของภรรยายิ้ม ๆ"แบบนี้ผมขอมาเล่นกับน้องจะน่าเกลียดมั้ยครับตา ผมถูกชะตาน้องยิ่งไอ้มาร์คยิ่งชอบใจใหญ่ บ้านมันมีแต่น้องชายตีกันประจำ" โรมขออนุญาตตาของแม่ค้าตัวน้อยพร้อมทั้งพูดถึงมาร์คขำ ๆ"ถ้าพอดีไม่เกินงามก็ได้ลูก มีคนเอ็นดูดีกว่าคนนินทา แต่ก็พองาม" ตาน้อยเอ่ยอนุญาตพลางปรามไปในตัว"ขอบคุณครับตา งั้นวันนี้ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ สวัสดีครับตา" โรมกล่าวลาพร้อมกับยกมือไหว้แล้วเดินออกไปหารถที่จอดอยู่ข้างรั้วหน้าบ้านแล้วขับกลับไปที่ร้านหาเพื่อนและเมื่ออยู่กัน 3 คน โรม มาร์ค เทนโรมได้เล่าเรื่องของน้ำหวานให้เพื่อนรักทั้ง 2 ฟัง ซึ่งทั้ง 2 พอรู้ก็ยิ่งสงสารที่เด็กสาวตัวแค่นี้สู้ชีวิตขนาดนี้และไม่เคยเอ่ยถามหาพ่อแม่ให้ตาได้ยินเลยตั้งแต่เริ่มพูด ทั้งการทำอะไรที่เรีย
"ไม่รบกวนหรอกลูก ถ้าไม่รังเกียจก็ทานด้วยกันถือว่าตาขอบใจที่พาเจ้าหวานมาส่ง" ตาน้อยว่าอย่างใจดี ท่านมองสายตาคนออกว่าแต่ละคนคิดกับหลานสาวท่านยังไงและมองออกว่าสายตาที่โรมกับมาร์คมองนั้นเหมือนสายตาที่ผู้ใหญ่เอ็นดูเด็กมากกว่าจะมองไปถึงเรื่องชู้สาว"งั้นผมไม่เกรงใจนะครับตาแล้วเห็นน้องหวานบอกว่าจะไปเยี่ยมเพื่อนนี่ครับ" โรมยังเอ่ยถามคำถามเดิมแต่ตอนนี้น้ำหวานหายไปแล้ว"อ๋อ...น้องเพลงหลานลุงกรณ์ข้างบ้านเรานี่แหละ เพื่อนเรียนด้วยกัน ป่วยเป็นมะเร็งก้านสมอง ตอนนี้หมอให้มารักษาที่บ้าน" ตาน้อยตอบพลางถอนหายใจเบา ๆ"ตาจ๋าหาข้าวเลยนะคะ เดี๋ยวจะเลยเวลากินยาแล้วเดี๋ยวกินเสร็จหนูจะเอาส้มไปฝากเพลงนะคะ หนูซื้อมาให้ตาด้วยนะ" เสียงแจ๋ว ๆ ว่ามาจากในครัว พร้อมกับร่างเล็กในชุดอยู่บ้านเป็นกางเกงสามส่วนเสมอเข่ากับเสื้อกีฬาตัวใหญ่ประคองถาดกับข้าวที่มี 2-3 อย่างเข้ามาด้วยแล้ววางบนโต๊ะเล็กก่อนจะเดินไปหยิบเสื่อกระจูดที่วางอยู่มุมห้องมาปูแล้วยกถาดมาวางด้านล่าง"บ้านเราไม่มีโต๊ะทานข้าวนะคะพี่โรม พี่เคยนั่งทานแบบนี้มั้ยคะ เดี๋ยวหนูแบ่งให้พี่นั่งทานบนโต๊ะเขียนหนังสือหนูนะคะ" คนตัวเล็กว่าอย่างเก
"มึงมีน้องสาวเหรอ?" ศิลาถามขึ้นนิ่ง ๆ"ไม่มี แค่เด็กขายพวงมาลัย กูเห็นน้องมันขายหน้าแดงหน้าดำกูเลยอุดหนุนไอ้พวกนี้ก็แซวแรงไป" มาร์คตอบเพื่อนรักตัดรำคาญ พร้อมทั้งนึกถึงหน้าใส ๆ แก้มแดง ๆ เมื่อเช้า ที่เขาพานั่งหน้ารถไปส่งที่บ้านแล้วพากลับไปส่งที่โรงเรียน เจ้าตัวไหว้สวยทั้งไปทั้งกลับ ถ้าตอนเย็นเจออีกก็คงจะไหว้อีกแน่ ๆ เมื่อคิดถึงตอนนั้นชายหนุ่มจึงเผลอยิ้มออกมา พร้อมทั้งส่ายหน้าน้อย ๆ อย่างเอ็นดู"เคลิ้มครับ ยิ้มครับ พูดถึงแล้วหน้าบานไม่หุบ มึงบอกว่าน้องมันอยู่กับตา ไม่ไปขอมาเลี้ยงเองเลยล่ะ ตัวแค่นั้นไม่กินเปลืองอะไรหรอกมั้ง" โรมหันมาว่าเพื่อนขำ ๆ"ไอ้โรม น้ำหวานไม่ใช่หมากูจะได้ขอมาเลี้ยงเล่น มึงจะกลับบ้านก็ไปซะที ลากกูเข้าคุกอยู่นั่นแหละ" มาร์คว่าเสียงดังใส่เพื่อนไม่จริงจัง พร้อมกับลุกขึ้นถอดเสื้อเดินเข้าห้องส่วนตัวไป"มึงก็หยอกแรงไปไอ้โรม กูว่าไอ้มาร์คมันเอ็นดูน้องมันจริง ๆ นั่นแหละ ขนาดกูเจอครั้งเดียวยังถูกชะตาเลย หรือมึงไม่ถูกชะตาน้องมัน" เทนหันไปว่าเพื่อนด้วยกลัวว่าเพื่อนอีกคนจะโกรธจริง เพราะเขาก็ไม่เคยมีน้องผู้หญิง เขาเองก็คิดว่าน่าจะดีถ้าได้ยินเสียงแจ๋