"ลูกนะลูกหางานให้ตลอด แค่เรื่องเมื่อวานยังไม่รู้จะรอดไหม นี่ยังมีหน้าไปเป็นหนี้เขาอีก ตายแน่ฉันจะไม่ใช้หนี้หัวโตเลยหรือไง ค่าผ่อนบ้านเดือนนี้ก็ยังไม่ได้จ่าย" น้ำส้มบ่นยุบยิบระหว่างขับรถเพื่อไปพบนักรบตามที่เขานัดไว้ ข้อเท้าที่บาดเจ็บก็เหมือนพลันหายไปเมื่อเทียบกับเรื่องมากมายที่หนักอก บาดแผลจึงดูเล็กน้อยไปเลยเมื่อเทียบกับปัญหาที่เธอต้องเผชิญ
"มาพบคุณนักรบค่ะ นัดไว้สิบเอ็ดโมงตรง" น้ำส้มเดินเข้ามาในบริษัทติดต่อเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ แจ้งนัดกับพนักงานให้รับทราบ
"คุณน้ำส้มใช่ไหมคะ? " พนักงานถามย้ำ
"ใช่ค่ะ" เธอตอบรับอย่างสุขุม
"รอสักครู่นะคะ"
"ค่ะ"
จากนั้นพนักงานต้อนรับจึงได้ต่อสายขึ้นไปเพื่อแจ้งให้กับเลขาหน้าห้องได้ทราบ แล้วต่อมาจึงได้เชื้อเชิญชี้ทางให้น้ำส้มขึ้นไปพบ เธอเพิ่งเคยมาสถานที่นี้ครั้งแรกจึงประหม่า และรู้สึกใจคอไม่ดีเอาเสียเลย ดั่งปัญหาที่เธอกำลังจะพบเจอมันดูยากเย็น
"นัดสิบเอ็ดโมงตรงมาแล้วค่ะท่านประธาน...เชิญค่ะคุณน้ำส้ม"
"ขอบคุณค่ะ"
เมื่อมาถึงหน้าห้องผู้บริหารระดับสูง ยังไม่ทันที่น้ำส้มจะได้แนะนำตัว เลขาที่นั่งอยู่เบื้องหน้าก็ยกหูโทรศัพท์ต่อสาย จากนั้นจึงเชิญเธอเข้าไปในห้องทำงานที่มันแสนจะกว้างขวางและมีความส่วนตัว หัวใจเต้นแรงยิ่งเห็นสีหน้านิ่งเรียบ แววตาที่เย็นชา มองมายังเธอก็ทำให้หัวใจของน้ำส้มเต้นผิดจังหวะอย่างหวาดหวั่น...เธอกลัวว่ามันจะไม่ราบรื่นอย่างที่คิดไว้
"นั่งสิครับ" นักรบผายมือเชิญ เขายังคงวางสีหน้าด้วยมาดที่นิ่งขรึมจนน้ำส้มใจไม่สู้ดี มือสั่นเทาเกรงว่าเขาจะไม่ยอมให้อภัย เพราะเมื่อวานเธออ้อนวอนเขายังไงใช้ไม้อ่อนต่อรอง เขาก็ยังไม่มีทีท่าจะโอนอ่อนให้
"ขอบคุณค่ะ เรียกให้ฉันมาพบ...คุณนักรบหายโกรธแล้วใช่ไหมคะเรื่องเมื่อวาน" น้ำส้มเอ่ยขึ้นก่อนริมฝีปากระบายยิ้มอ่อนทำใจดีสู้เสือ
"ยัง...ผมเคืองอยู่"
"แล้วจะให้ทำยังไงล่ะคะ ฉันก็ไม่รู้จะแก้ไขยังไงคุณถึงจะหายโกรธ"
แต่คำตอบที่ได้ฟังทำให้น้ำส้มสีหน้าเหี่ยวอย่างกับแตงกวาที่โดนแดดแผดเผา เธอใจหล่นลงสู่ปลายเท้า ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้เขายอมอภัย แทบจะกราบกรานคลานเข่าวิงวอน เขาก็ยังไม่ใจอ่อนสักที ตอนนี้เธอจนปัญญาจะแก้ไขปัญหาที่ลูกสาวนำหายนะมาให้แล้วจริง ๆ ยิ่งสีหน้าของเขาตอนนี้เธอก็ยิ่งใจระส่ำจะทำอะไรก็หมดหนทาง
"..........." นักรบเงียบเพื่อดูเชิง เขาอยากจะหัวเราะกับท่าทางของน้ำส้มจนต้องหมุนเก้าอี้หันหลังให้ แล้วหมุนกลับมาประจันหน้ากับผู้หญิงที่ตามตื้อ วางท่าทีให้ดูน่าเชื่อถือและน่าเกรงขาม เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ก็ใบหน้าสวยหวานจิ้มลิ้มของน้ำส้มที่กำลังเหมือนหมดหวัง ทำเขาแทบอยากกระโจนเข้าไปกอด อยากจะดึงเธอมาลูบหัวปลอบประโลมเสียเหลือเกิน แต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะต้องสงวนท่าทีเอาไว้อย่างมั่นคง
"ฉันขอโทษแทนมะนาวที่สร้างปัญหา แถมยังรบกวนคุณเรื่องของเมื่อคืนอีก ฉันจะเอาเงินมาคืนให้นะคะ เท่าไหร่คะฉันจะจ่ายคืนให้" น้ำส้มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อน เธอแทบไม่กล้าสู้หน้านักรบเลยในตอนนี้ เอ่ยถามถึงจำนวนเงินที่ลูกสาวของเธอยืมไป พลางล้วงกระเป๋าเพื่อจะจัดการกับตัวเงินใช้คืน
"ผมจ่ายเป็นเป็นก้อนก็ต้องคืนผมเป็นก้อนยอดเดียว" เขาพูดขึ้น
"แล้วเท่าไหร่คะ?" เธอถามย้ำ
"หนึ่งแสน"
"!! ของสิบกว่าชิ้นนั่นอะนะ มันไม่น่าเกินห้าหมื่นด้วยซ้ำ ทำไมตั้งแพงถึงแสนล่ะ"
"ทุกชิ้นคือวัสดุอุปกรณ์ที่ดีที่สุด แพงที่สุดในร้านนะครับแถมผมยังต้องเพิ่มค่าแรงพิเศษอีก เพราะมันเลยเวลาทำงานของร้านด้วย...เมื่อวานลูกสาวของคุณวิ่งแจ้นมาหาผมตอนที่ผมจะกลับ เธอมาทวงเงินที่จะยืมกับผมว่าจะหาของขวัญให้แม่ ที่จริงเธอตั้งเค้ายืมผมแต่คริสมาสต์ แต่ผมลืมให้เธอ เมื่อวานจึงทวงย้อนหลังและให้ผมไปซื้อเซียวจ้านอะไรนั่นผู้ชายที่คุณชอบ ความกระชั้นชิดผมจึงเร่งสั่งทำของพรีเมี่ยมลิมิเต็ดพวกนั้นให้คุณภายในสามชั่วโมง คุณว่าหนึ่งแสนมันเหมาะสมพอไหมกับความเร่งรีบแบบนี้"
ราคาที่ถูกเปรยออกมา ทำให้น้ำส้มเบิกตาโตตกใจ มือไม้สั่นกว่าเดิมเมื่อได้รับรู้ถึงราคาที่เขาจ่ายไป ตามคำร้องขอของลูกสาวที่ไม่รู้ไปเอาความกล้ามาจากไหน ไปขอยืมเงินของคนที่เพิ่งรู้จัก เธออยากจะชักลงพื้นจริง ๆ ตอนนี้
"แล้วทำไมคุณถึงกล้าจ่ายมากมาย เพียงแค่คำพูดของเด็กแค่ห้าขวบละคะ" เธอถามเขาด้วยน้ำเสียงที่กระด้าง แม้จะมีหางเสียงแต่เธอก็ควบคุมสติไม่อยู่ จู่ ๆ คนที่เพิ่งรู้จักกล้าให้เด็กห้าขวบยืมเงินตั้งมากมายขนาดนี้ เธอที่เป็นแม่จะไม่สงสัยได้หรือ
"ก็เธอบอกจะทำงานใช้คืนนี่ครับ ผมผิดตรงไหนถ้าจะให้มะนาวยืมก่อน...เด็กไม่พูดโกหกหรอก แล้วมันก็เงินของผมจะให้ใครยืมก็ได้ไม่ใช่หรือไง" นักรบพูดออกมาอย่างกับคนไม่รู้สึกรู้สาอะไร เขาพูดมันอย่างสบายใจไม่มีทุกข์กับเงินก้อนนั้นที่จ่ายไปอย่างไม่คิดเสียดาย
"แต่นั่นมันเด็กไร้เดียงสานะคะ เธอจะทำงานใช้คืนยังไง" แต่กับน้ำส้มเธอร้อนรนจนแทบนั่งไม่ติด หยัดตัวลุกยืนแล้วจ้องหน้านักรบตาเขม็ง สองมือค้ำโต๊ะตอบโต้อย่างเผลอลืมกิริยา ก็มันน่าโมโหที่เขาโตกว่าแต่ว่าทำแบบนั้นเหมือนมีเลศนัย
"อันนั้นมันเป็นการตกลงระหว่างผมกับมะนาวครับ" เขาเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้ พูดออกมาอย่างไม่มีวิตก
"แต่ฉันเป็นแม่ก็ต้องรู้เรื่องด้วยสิคะ"
"ก็รู้แล้วไม่ใช่หรือไงครับ หนึ่งแสนบาทถ้วนผมไม่คิดดอกด้วยนะ"
"นี่คุณ!"
น้ำส้มคิดไม่ตกเลยจริง ๆ ว่านักรบกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ เธออ้างถึงความเป็นแม่ แต่ก็ถูกนักรบตอกกลับจนแทบไปต่อไม่เป็น ได้แต่ยืนจ้องหน้าเขาด้วยแววตาที่เกรี้ยวโกรธ และกำมือแน่นอย่างเจ็บใจ ที่ดูแล้วไม่สามารถต่อรองอะไรเขาได้เลย
"งั้นเดี๋ยวฉันเอาของมาคืนคุณค่ะ ฉันไม่เอาแล้วก็ได้" เมื่อเห็นแววจะสู้ไม่ไหว จึงทรุดตัวนั่งลงเก้าอี้แล้วเสนอเงื่อนไข
"ผมไม่นิยมของแบบนั้น ไม่รับคืนครับ" แต่มันไม่ทำให้นับรบยินยอม เขายังคงตะล่อมต้อนเธอให้จนมุม หวังล้อมเธอให้เขามาอยู่ในแผนการที่เตรียมไว้
ได้ยากต้องเจ้าเล่ห์! ความมีเสน่ห์ไม่ต้องถามถึงเพราะเขามีเป็นกระตั่ก แม้จะเผยด้านมืดออกมาแค่ไหนก็ตาม ผู้หญิงก็พร้อมจะเข้าหา อยู่ที่ว่าเขาจะเอาหรือไม่!
"งั้นฉันขอผ่อนจ่ายได้ไหมคะ...ฉันต้องจ่ายค่าผ่อนบ้านและค่าเทอมมะนาวอีก ถ้าให้คุณหมดคงต้องกินข้าวกับเกลือแล้วล่ะ" จนปัญญาจำต้องเปิดเผยอีกด้านเพื่อให้เขาใจอ่อนและสงสาร
"ผมเพิ่งบอกไปหยก ๆ ว่ารับเป็นยอดก้อนเดียวนะครับ...ลืมเร็วจังนะ" ทว่ากลับไม่เป็นผล เขายังคงยืนกรานในสิ่งเดิม
"ฉันจะหาที่ไหนมาให้คุณในระยะเวลาสั้น ๆ เงินมากมายขนาดนั้น ผ่อนก็ไม่เอาแล้วจะให้เอาที่ไหนมาใช้คืนล่ะ"
"นั่นมันเป็นปัญหาของคุณครับ ไม่ใช่ของผม"
"มีตัวเลือกผ่อนผันให้ฉันบ้างไหมคะ ฉันไม่มีปัญญาขนาดนั้นหรอก ขนาดค่าผ่อนบ้านเดือนนี้ยังหาตังค์จ่ายแทบแย่ ถึงขอร้องคุณไงว่าได้โปรดอย่าปลดฉันจากโปรเจ็กนี้เลย"
น้ำส้มพยายามเกลี่ยกล่อมหวังให้เขายินยอม แต่ก็ดูเขาจะไม่แยแสแม้ว่าเธอจะอ้อนวอนเพียงใด เขายังคงตอกกลับเธอจนแทบหน้าหงาย อายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี ที่ต้องมาต่อรองจนหมดท่าแบบนี้เพียงเพราะลูกสาวที่ไม่รู้ประสาหวังดีกับผู้เป็นแม่ อยากให้แม่ดีใจและยิ้มได้หากเห็นของที่ชอบใจ
"ตกลงคุณจะเอายังไงครับคุณนางแบบ"
"ฉันจะพยายามหาเงินมาคืน แต่ขอเวลาให้ฉันรวบรวมเงินหน่อยแล้วกัน" เธอต่อรอง
"...หรือไม่งั้นผมมีอีกตัวเลือกหนึ่งให้คุณ" เหมือนทุกอย่างจะเข้าแผนที่วางไว้ นักรบผุดความเจ้าเล่ห์ออกมาเรื่อย ๆ สร้างตัวเลือกที่น้ำส้มไม่สามารถเดาได้เลยว่าคืออะไร จนเธอต้องเอ่ยถามและจ้องมองหน้าอย่างลุ้นระทึก
"ตัวเลือกอะไรคะ?"
"ทำงานชดใช้จนกว่าผมจะพอใจ""มันไม่มากไปหน่อยเหรอคะ แล้วฉันต้องทำไปถึงไหนกันระยะเวลาสิ้นสุดก็ไม่มี"นักรบเผยตัวเลือกที่สร้างความตกใจแก่น้ำส้มไม่น้อย จนเธอพรวดพราดลุกขึ้นยืนค้ำโต๊ะ เผลอเสียงดังใส่หน้าเขา ที่ตอนนี้เอาแต่จ้องมองด้วยใบหน้าเรียบตึง ท่าทางขึงขังของน้ำส้มแทบอยากตะปบหัวนักรบกดลงพื้นโต๊ะ แต่เธอก็ทำได้เพียงกำมือและกัดฟันแน่นเท่านั้น"มีสิครับ" นักรบลุกยืนช้า ๆ ทำท่าเดียวกับน้ำส้ม ทั้งสองประจันหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมกัน แล้วนักรบจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง สายตาไม่ละห่างจากคนที่อยู่ตรงหน้าเพียงเสี้ยววินาที"แล้วกี่ปีกี่เดือนละคะ" เธอย้อนถาม"ตลอดชีวิตไงครับระยะเวลาสิ้นสุด" เขาตอบเธอ จากนั้นจึงนั่งลงเก้าอี้ตามเดิม จรดปลายปากกาลงเอกสารอย่างคนสบายใจ จำให้น้ำส้มต้องนั่งลงด้วยใจอ่อนแรง เธอไม่รู้จะแข่งหรือต่อกลอนกับผู้ชายคนนี้ยังไงแล้ว เพื่อให้เขาผ่อนปรนยอมให้เธอได้ผ่อนผันสิ่งที่ลูกสาวก่อขึ้นด้วยความเดียงสา"หน้าตาก็ดีทำไมถึงใจดำโหดเหี้ยมแบบนี้ละคะ...เสียแรงที่เคยชื่นชมคุณ เมื่อวานฉันไม่น่าขอร้องคนใจดำแบบคุณเลย" เธอนั่งลงชักสีหน้าบึ้งตึงแล้วบ่นต่อหน้าเขา สองมือกุมหัวแสดงความกลัดก
สวัสดีค่ะน้องชื่อว่ามะนาว แต่เพื่อนที่โรงเรียนอนุบาลจะเรียกน้องว่าเปรี้ยวจี๊ด เพราะมะนาวมันเปรี้ยวสุด ๆ ไงคะ แต่น้องก็ชอบที่เพื่อนเรียกแบบนี้นะ ไม่เหมือนใครแปลกดีค่ะ ตอนนี้น้องเรียนอยู่ชั้นอนุบาลฉามแล้ว น้องมีเพื่อนเยอะแยะเลย โตขึ้นน้องมีความฝันว่าอยากจะเป็นคนสวยที่รวยเวอร์ ๆ น้องไม่อยากรวยแบบธรรมดาหรอกนะคะต้องเวอร์ ๆ ค่ะ เพราะน้องน่ะชอบอะไรที่แตกต่าง ตอนนี้น้องเป็นลูกสาวของคุณแม่ อยู่กับคุณแม่ฉองคน คุณแม่บอกว่าคุณพ่อไปอยู่บนฟ้าน้องคิดถึงคุณพ่อ แต่ว่าต้องอดทนเอาไว้ แล้วมันก็สูงมาก ๆ น้องตามไปไม่ไหว จะบินก็ไม่ได้ค่ะน้องตัวอ้วนแถมไม่มีปีกไว้บินเหมือนนก และตอนนี้คุณแม่ก็กำลังไปเข้าห้องน้ำค่ะ น้องเลยแอบมาเล่นโทรศัพท์ของคุณแม่ โอ๊ะ ๆ นั่นคุณแม่มาแล้วแค่นี้ก่อนนะคะ บ๊ายบายจุ๊บ ๆ“มะนาวทำอะไรคะ”“ปะ เปล่าค่ะคุณแม่”เด็กหญิงตัวน้อยสะดุ้งตกใจ เมื่อเสียงของผู้เป็นแม่เรียกขานโดยเธอไม่ทันได้ตั้งตัว โชคดีที่เธอนั้นอัดวีดีโอก่อนหน้าเสร็จทัน จึงรีบวางโทรศัพท์มือถือของแม่ลงเตียงนอน นั่งเอามือขัดหลังอย่างมีพิรุธ จนผู้เป็นแม่นั้นอมยิ้มและเดินมานั่งข้าง ๆ รู้แก่ใจว่าลูกสาวตัวน้อยนั้นแอบเล่นมือถือ แต่ก็ไ
“ปวดฉิ่งฉ่องจังเลย ปวดเวอร์ ๆ จนจะราดกางเกงอยู่แล้ว” เด็กหญิงนั่งมือกุมเป้า เมื่อนั่งเล่นได้ไม่นานก็มีอาการอยากเข้าห้องน้ำ หล่อนมองไปเห็นผู้เป็นแม่นั่งคุยงาน คำสัญญาที่ให้ไว้ก่อนมาว่าจะไม่ซนและไม่กวนแม่ทำงาน จึงทำให้เธอไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปหา จึงส่องสายตามองหาห้องน้ำ ซึ่งเธอมองสัญลักษณ์ออกเพราะครูสอนที่โรงเรียนแล้วจดจำ“ห้องนั้นแหละ คุณครูเรย์บอกว่าห้องน้ำผู้หญิงจะมีคนใส่กระโปรงอยู่ข้างหน้า” เด็กหญิงลุกออกมาแล้วเดินหาห้องน้ำด้วยตัวเอง จนเห็นป้ายสัญลักษ์ที่คุ้นตา จึงมุ่งหน้าเพื่อเข้าไปปลดทุกข์ เธอจดจำสิ่งที่ครูและแม่บอกได้ดี จนทำกิจวัตรประจำวันได้โดยไม่ต้องผู้เป็นแม่“เกือบฉิ่งฉ่องแตกเลย” เด็กหญิงทำกิจวัตรเสร็จเรียบร้อย จึงเปิดก๊อกล้างมือ ส่วนสูงของเธอที่มีไม่มากพอ จนเธอเขย่งเท้าใช้พุงพาดกับขอบอ่างขาห้อยโตงเตง แล้วเอื้อมมือไปเปิดก๊อกน้ำ แต่...“เอ้า!! แขนไม่ถึง...จะทำยังไงดี...ขา ขาน้องไม่ถึงพื้นลงไม่ได้ คุณแม่ช่วยน้องด้วย ฮือ คุณแม่ขาน้องเจ็บพุง ฮือ ใครก็ได้ช่วยน้องด้วย” เด็กหญิงเริ่มรู้สึกหวาดกลัว เมื่อทุกอย่างเธอไม่สามารถทำอะไรได้เลย ขาก็ไม่สามารถเยียบพื้น หากจะกระโจนลงก็กลัวหงายหล
“มะนาว!! เป็นอะไรคะ แล้วทำไมหนูร้องไห้” เมื่อเห็นลูกสาวที่เดินเข้ามา ผู้เป็นแม่รีบวิ่งเข้าไปโอบกอดด้วยความห่วงใย เธอคุยงานเสร็จเรียบร้อย หันมามองยังที่นอนของลูกสาวแต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา จึงกังวลและเป็นห่วง ตามหาในห้องแต่งตัวหรือบริเวณใกล้ ๆ ก็ไม่เห็นจนได้ออกตามหา ทำเอาทีมงานวุ่นวายไปด้วยผู้หญิงตรงหน้าทำให้เขานั้นถึงกับอึ้งไปถนัดตา เธอดูมีเสน่ห์และน่ารัก จนเขานั้นจ้องมองไม่อยากจะละสายตา ยิ่งสีหน้าที่ติดกังวลและมีความห่วงใย ยิ่งทำให้เขานั้นลุ่มหลงอย่างกับโดนมนสะกด แม้จะอยู่ในสังคมที่เปิดกว้าง พบเจอผู้หญิงมากมายก็ไม่ต้องตาถูกใจเท่าเธอคนนี้“น้องปวดฉิ่งฉ่องเลยไปห้องน้ำ พุงน้องติดบนอ่างล้างมือลงไม่ได้ น้องกลัว ฮือ” เด็กหญิงบอกเล่าแล้วร้องไห้อีกครั้ง เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา กอดคอของผู้เป็นแม่แน่นอย่างต้องการปกป้อง“ไม่ร้องนะคะ ไม่ต้องกลัว แม่อยู่นี่แล้วนะลูกปลอดภัยแล้วนะคะ” ผู้เป็นแม่พูดปลอบ เธอใจหายเกือบแทบไม่เป็นอันทำอะไร เมื่อไม่เห็นลูกสาวอยู่ในที่จัดหาให้“คุณอาสุดหล่อช่วยน้องค่ะคุณแม่” เด็กหญิงบอกกล่าว ทำให้ผู้เป็นแม่นั้นเงยหน้ามอง คนตัวสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้า ทั้งที่เขายืนอยู่นาน
"ขอบคุณทุก ๆ คนครับ...วันนี้ทำดีมาก ขอเดินทางกลับปลอดภัยทุกคนนะ พรุ่งนี้มาลุยกันต่อ" นักรบผู้เป็นเจ้าของกล่าวขอบคุณทีมงาน เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นและราบรื่นในวันนี้ เขาเป็นมิตรกับลูกน้องจนพวกเขารักใคร่ ความไม่ถือตัวเป็นกันเองคือเสน่ห์ที่ทำให้คนใต้บัญชาเคารพ(ค่ะ/ครับ)ทีมงานทุกคนกล่าวลาและทยอยกันออกจากพื้นที่ทำงาน แต่ยังมีคุณแม่ลูกติดกับลูกสาวตัวน้อยที่ยังคงเก็บของอยู่ลำพัง ข้าวของเด็กที่มันเยอะกว่าปกติ เลยทำให้น้ำส้มยังคงง่วนอยู่ที่เดิม แถมลูกน้อยของเธอก็นอนหลับสนิท จึงทำให้ดูลำบากและล่าช้ากว่าคนอื่น ๆ เขายืนมองอยู่ห่าง ๆ พลางใช้ความคิดบางอย่าง สองจิตสองใจจะเข้าไปช่วยเหลือหรือให้เธอทำตามลำพัง"มึงยืนมองเฉย ๆ ได้หรือวะนักรบ...ดูใจดำเกินไปนะ" พลันความคิดฉุดขึ้น ความคิดด้านดีจึงต่อต้าน นั่นจึงทำให้เขาเดินเข้าไปหาเธอเพื่อยื่นมือช่วยเหลือ "ผมช่วยครับ""คุณนักรบ" น้ำส้มเงยหน้ามองตามเสียง และระบายยิ้มอ่อนให้คนตรงหน้า ที่อาสาช่วยเก็บของให้"ผมช่วยครับ" เขาตอบอย่างสุภาพ พร้อมกับหยิบจับของใส่กระเป๋าผ้า ทั้งที่เธอยังไม่ยินยอม"ไม่เป็นไรค่ะคุณนักรบ ฉันเกรงใจคุณเป็นถึงเจ้าของบริษัทฉันแค่ลูกจ้าง เดี
"แล้วโตขึ้นน้องมะนาวจะทำงานอะไรครับ ถึงจะมีเงินมาคืนอา" เขาถามเด็กหญิงเพื่อลองเชิง รอฟังคำตอบว่าจะมีไหวพริบเพียงใด"น้องก็จะเป็นคนสวยที่รวยเวอร์ ๆ ไงคะ" และแล้วก็แทบหงายหลัง เมื่อได้ฟังคำตอบที่โคตรสร้างสรรค์ของเด็กหญิงมะนาวตัวกลม ทำเอานักรบไม่รู้จะยิ้มหรือร้องไห้ก่อนดี"โอ๊ยตาย...เด็กน้อยเอ๊ย!" เขาอุทานออกมาพร้อมกับทาบมือลงหน้าผากอย่างหน่ายใจ...ช่างน่าสงสารซะจริง"อย่าเพิ่งตายสิคะ คุณอาสุดหล่อเวอร์ ๆ ยังไม่ได้ให้น้องยืมเงินเลย" น้องมะนาวเอื้อมมือจับแขนของนักรบ แล้วพูดออกมาตามความคิดแบบเด็ก ๆ ที่ยังไม่รู้ความ"อาให้ยืมก็ได้ แต่น้องมะนาวต้องทำงานแลกนะ...โอเคไหม?" เขาตอบรับพร้อมกับยื่นข้อเสนอ เมื่อสมองผุดความคิดดี ๆ ออกมา"แล้วจะให้น้องทำงานอะไรล่ะคะ..." เด็กหญิงตัวน้อยถามขึ้น"น้องมะนาวทำอะไรได้บ้างล่ะ" และเขาก็ย้อนคืน"อืม~~ กินข้าว กินนม ไปโรงเรียนแล้วก็นอนกลางวันและกลางคืนได้ค่ะ" น้องมะนาวให้คำตอบอย่างไม่ติดขัด แต่สิ่งที่เธอพูดมาว่าทำได้มันกระตุ้นเส้นเลือดในสมองของนักรบจนเต้นตุบ ๆ"เอิ่ม~~" "คุณอาสุดหล่อเวอร์ ๆ ไม่โอเคเหรอคะ ก็น้องยังเป็นเด็กนี่นา เลยทำได้แค่นี้เอง" เด็กหญิงพูดเสียง
#เบาได้เบา"เตรียมตัวกลับบ้านกันนะคะ" ผู้เป็นแม่เอ่ยชวนลูกสาวตัวน้อย ที่ยืนกอดเอวแน่น"ค่ะ""ขอบคุณนะคะที่อยู่เป็นเพื่อนมะนาว...รบกวนคุณนักรบตลอดเลย" น้ำส้มเดินเข้ามาใกล้แล้วยกมือไหว้ขอบคุณจากใจ"ไม่เป็นไรครับแค่นี้เอง...ไปครับเดี๋ยวผมถือของไปส่งที่รถ" เขายิ้มให้และออกตัวช่วยเหลือ พลางยกของมาถือ จับมือน้องมะนาวไว้อย่างเตรียมพร้อม"ขอบคุณค่ะ" "คุณอาสุดหล่อเวอร์ ๆ ขา" เด็กหญิงสะกิดที่ขาแล้วเงยหน้ามองเหมือนส่งสัญญาณบางอย่าง ทำให้นักรบต้องย่อตัวต่ำเสมอเด็กหญิง"มีอะไรครับ" เขาถามขึ้น"จับมือน้อง...แสดงว่าสัญญาจะให้น้องยืมเงินแล้วใช่ไหมคะ" คำตอบของน้องมะนาวทำเอานักรบยิ้มกริ่ม นับวันเขายิ่งรู้สึกเอ็นดูเด็กคนนี้"ครับผม" เขาตอบรับอย่างไม่อิดออด"คุณอาใจดีเวอร์ ๆ เลยค่ะ...ห้ามเปลี่ยนใจนะคะ" ทำให้เด็กหญิงมะนาวฉีดหญิงกว้างจนตาหยีด้วยความดีใจ เธอยื่นไปจับมือมั่นสัญญา"อาสัญญาครับ" นักรบเออออตามน้ำ เขาไม่ขัดเด็กน้อยผู้น่ารักคนนี้อยู่แล้ว...แก้มกลมน่าชังขนาดนี้ใครจะปฏิเสธได้ลง"กวนอะไรคุณอานักรบคะมะนาว" ผู้เป็นแม่เดินกลับเข้ามา เห็นลูกสาวตัวกลมคุยหยอกล้อมีรอยยิ้มจนต้องทักท้วง เพราะห่วงว่าลูกสาวจะ
"แตงกวาเรียกจ๋าเข้ามาหาผมหน่อย" นักรบเข้ามาเคลียร์งานในตอนเช้า เขากดสายหาเลขาหน้าห้อง เมื่อนึกใคร่รู้บางอย่าง"ค่ะ" แตงกวาเลขาหน้าห้องตอบรับ จากนั้นเธอจึงจัดการประสานงานต่อไปยังจ๋าที่ผู้เป็นเจ้านายต้องการพบเจอ จ๋าใช้เวลาไม่นานก็มาถึง เธอเคาะประตูห้องทำงานของเจ้านายตามมารยาทที่ควรทำ แล้วจึงเดินเข้าไปหาเจ้านายที่นั่งรออยู่"คุณนักรบมีอะไรหรือเปล่าคะ" "นั่งก่อนสิผมมีเรื่องจะถาม""ค่ะ"จ๋าเอ่ยขึ้นก่อนเมื่อมาถึง จึงทำให้ผู้เป็นนายตอบรับและผายมือเชื้อเชิญ เธอจึงนั่งลงเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้าม รอลุ้นว่าเจ้านายจะเสนองานอะไรให้ทำ"นางแบบคนเมื่อวานเธอสังกัดที่ไหนเหรอ""น้องน้ำส้มนะเหรอคะ""ครับ"นักรบถามขึ้นโดยที่เขายังคงง่วนอยู่กับการเซ็นเอกสารกองโตตรงหน้า ทำเอาจ๋าเกิดสงสัยแต่ก็ไม่แคลงใจอะไร "น้องไม่ได้สังกัดไหนค่ะ น้องเป็นนางแบบอิสระและบล็กเกอร์รีวิวสินค้าค่ะ จ๋าได้ยินว่าเป็นเพื่อนคุณเอมอร" เธอบอกเล่าแก่ผู้เป็นเจ้านายตามที่เธอรับรู้"เพื่อนเอมอร?" เขาเงยหน้าแล้วย้อนถาม เพื่อนของน้องสาวแต่เขาไม่เคยรู้จักเพื่อนคนนี้ได้ยังไง ทั้งที่คิดว่ารู้จักเพื่อนสนิทของน้องสาวแทบทุกคน"ค่ะ" จ๋าขานรับ"จำได้ว่
"ทำงานชดใช้จนกว่าผมจะพอใจ""มันไม่มากไปหน่อยเหรอคะ แล้วฉันต้องทำไปถึงไหนกันระยะเวลาสิ้นสุดก็ไม่มี"นักรบเผยตัวเลือกที่สร้างความตกใจแก่น้ำส้มไม่น้อย จนเธอพรวดพราดลุกขึ้นยืนค้ำโต๊ะ เผลอเสียงดังใส่หน้าเขา ที่ตอนนี้เอาแต่จ้องมองด้วยใบหน้าเรียบตึง ท่าทางขึงขังของน้ำส้มแทบอยากตะปบหัวนักรบกดลงพื้นโต๊ะ แต่เธอก็ทำได้เพียงกำมือและกัดฟันแน่นเท่านั้น"มีสิครับ" นักรบลุกยืนช้า ๆ ทำท่าเดียวกับน้ำส้ม ทั้งสองประจันหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมกัน แล้วนักรบจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง สายตาไม่ละห่างจากคนที่อยู่ตรงหน้าเพียงเสี้ยววินาที"แล้วกี่ปีกี่เดือนละคะ" เธอย้อนถาม"ตลอดชีวิตไงครับระยะเวลาสิ้นสุด" เขาตอบเธอ จากนั้นจึงนั่งลงเก้าอี้ตามเดิม จรดปลายปากกาลงเอกสารอย่างคนสบายใจ จำให้น้ำส้มต้องนั่งลงด้วยใจอ่อนแรง เธอไม่รู้จะแข่งหรือต่อกลอนกับผู้ชายคนนี้ยังไงแล้ว เพื่อให้เขาผ่อนปรนยอมให้เธอได้ผ่อนผันสิ่งที่ลูกสาวก่อขึ้นด้วยความเดียงสา"หน้าตาก็ดีทำไมถึงใจดำโหดเหี้ยมแบบนี้ละคะ...เสียแรงที่เคยชื่นชมคุณ เมื่อวานฉันไม่น่าขอร้องคนใจดำแบบคุณเลย" เธอนั่งลงชักสีหน้าบึ้งตึงแล้วบ่นต่อหน้าเขา สองมือกุมหัวแสดงความกลัดก
"ลูกนะลูกหางานให้ตลอด แค่เรื่องเมื่อวานยังไม่รู้จะรอดไหม นี่ยังมีหน้าไปเป็นหนี้เขาอีก ตายแน่ฉันจะไม่ใช้หนี้หัวโตเลยหรือไง ค่าผ่อนบ้านเดือนนี้ก็ยังไม่ได้จ่าย" น้ำส้มบ่นยุบยิบระหว่างขับรถเพื่อไปพบนักรบตามที่เขานัดไว้ ข้อเท้าที่บาดเจ็บก็เหมือนพลันหายไปเมื่อเทียบกับเรื่องมากมายที่หนักอก บาดแผลจึงดูเล็กน้อยไปเลยเมื่อเทียบกับปัญหาที่เธอต้องเผชิญ"มาพบคุณนักรบค่ะ นัดไว้สิบเอ็ดโมงตรง" น้ำส้มเดินเข้ามาในบริษัทติดต่อเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ แจ้งนัดกับพนักงานให้รับทราบ"คุณน้ำส้มใช่ไหมคะ? " พนักงานถามย้ำ"ใช่ค่ะ" เธอตอบรับอย่างสุขุม"รอสักครู่นะคะ" "ค่ะ"จากนั้นพนักงานต้อนรับจึงได้ต่อสายขึ้นไปเพื่อแจ้งให้กับเลขาหน้าห้องได้ทราบ แล้วต่อมาจึงได้เชื้อเชิญชี้ทางให้น้ำส้มขึ้นไปพบ เธอเพิ่งเคยมาสถานที่นี้ครั้งแรกจึงประหม่า และรู้สึกใจคอไม่ดีเอาเสียเลย ดั่งปัญหาที่เธอกำลังจะพบเจอมันดูยากเย็น"นัดสิบเอ็ดโมงตรงมาแล้วค่ะท่านประธาน...เชิญค่ะคุณน้ำส้ม""ขอบคุณค่ะ"เมื่อมาถึงหน้าห้องผู้บริหารระดับสูง ยังไม่ทันที่น้ำส้มจะได้แนะนำตัว เลขาที่นั่งอยู่เบื้องหน้าก็ยกหูโทรศัพท์ต่อสาย จากนั้นจึงเชิญเธอเข้าไปในห้องทำงา
(ว่าไงคะพี่ชาย เดี๋ยวนี้หายหัวตลอดไม่ค่อยอยู่บริษัทเลย) เอมอรกดรับสายที่เรียกเข้ามา เมื่อเห็นว่าเป็นพี่ชายจึงได้ตอบรับปลายสายอย่างสนิทสนม เหมือนที่เคยพูดคุยกันในปกติ"หายอะไรก็เข้าบริษัททุกวัน" เขาตอบน้องสาว(ก็อรไปทีไรไม่ค่อยเห็นอยู่ห้อง) เอมอรโต้ตอบสวนคืน เธอจะเข้าไปหาพี่ชายทีไรก็ไม่เคยเจอหน้าสักที สุดท้ายก็ถ่อกลับออกมาโดยไม่ได้อะไรตามที่ต้องการเลยสักอย่าง พักหลังพี่ชายของเธอชอบแอบหนีออกจากบริษัทบ่อยครั้ง จากที่รู้คือการไปดูงานถ่ายแบบซึ่งปกติแล้วนักรบไม่ค่อยจะไป นอกจากการถ่ายแบบของแอนนา"มาหาไม่ถูกเวลาเองช่วยไม่ได้ แกหยุดถามพี่ก่อนได้ไหม พอดีมีเรื่องจะถาม" (ถามอะไร)"แกพอจะรู้จักร้านที่ทำสแตนดี้หรืองานสั่งทำหมอนข้างอะไรนี่ไหม แบบเร่งด่วนภายในสองสามชั่วโมง"(พี่จะหาไปทำไมอะ)"เออน่า แกรู้จักบ้างไหมช่วยสั่งทำให้หน่อยดิ"(เออมี แล้วพี่จะทำแบบไหนล่ะ)"เขามีอะไรก็ทำหมดนั่นแหละ สแตนดี้ตั้งพื้นสูงเท่าคนจริง หมอนข้าง แก้วน้ำ อะไรพวกนี้"(พี่จะทำไปเพื่อ!?)สิ่งที่พี่ชายบอกผ่านเครื่องมือสื่อสาร มันทำให้เอมอรถึงกับต้องย้อนถามด้วยความงุนงง เธอไม่เคยพี่ชายจะใส่ใจในสิ่งของพรีเมี่ยมเหล่านี้เลย ทำ
"รับน้องซะยับเยินเลยนะ" นักรบที่จัดการล้างหน้าตัวเองจนสะอาด เขามานั่งบนโซฟาตัวเดิมที่นอนหลับก่อนหน้า สายตาจ้องมองสองแม่ลูกที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องล่าง ที่ตอนนี้สีหน้าซีดเผือดอย่างรู้สึกผิด“ฉันขอโทษแทนลูกด้วยนะคะคุณนักรบ ฉันอบรมแกไม่ดีเอง” น้ำส้มพูดขึ้นพลางเงยหน้ามองนักรบด้วยแววตาอ้อนวอน เธอเห็นสีหน้าของเขาดูเกรี้ยวโกรธ จึงกลัวว่าจะส่งผลกับงานที่กำลังไปได้ดี“..........” แต่นักรบยังนั่งนิ่งมือกอดอก สีหน้าเรียบตึงจนน้ำส้มและน้องมะนาวนั่งหงอย ใบหน้าห่อเหี่ยวอย่างหวาดหวั่น พยายามพูดเว้าวอน แต่เหมือนคนงอนด้วยอารมณ์จะยังไม่ตอบรับใด ๆ“เงียบแบบนี้โกรธแน่เลย คุณนักรบฉันขอโทษจริง ๆ ค่ะ ต่อไปจะไม่ให้มะนาวทำแบบนี้กับคุณอีก...คุณไม่โกรธใช่ไหม?” ลักษณะที่เงียบกริบของนักรบ ทำให้น้ำส้มหวั่นใจหนักกว่าเดิม จนต้องวิงวอนเขายืนกรานและกล่าวโทษตัวเอง เพราะยังไงลูกคือสิ่งที่แม่ต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าจะทำผิดหรือถูกก็ตาม นั่นคือสิ่งที่คนเป็นแม่ต้องทำ“ผมควรทำยังไงกับพวกคุณสองแม่ลูกดี” นักรบวางท่าทางนิ่งขรึม แล้วถอนลมหายใจออกมา ก่อนจะเอ่ยวาจาอย่างกับว่าเขาหน่ายใจ กับสิ่งที่ได้พบเจอวันนี้“น้องก็แค่อยากให้คุณอาหล
"คุณแม่น้องหิวข้าว...แล้วนั่นคุณแม่ไปกัดคุณอานักรบทำไมคะ" เสียงแหลมดั่งสนั่นลั่นบ้าน จึงสามารถปลุกคนที่ตกในภวังค์อื้ออึงแยกห่างจากกัน และมันสามารถปลุกคนที่หลับใหลให้ลุกตื่นมานั่ง ทั้งสองคนมีอาการลุกลี้ลุกลนไปคนละทิศทาง ต่างอายสายตาของกันและกัน นักรบแสร้งเป็นเปิดทีวีแต่มือดีคว้ารีโมทแอร์มาแทน ใช้กดเปิดหน้าจอทีวีที่ไร้ภาพบนนั้น แต่เขาดันมองเเละหัวเราะเหมือนสนุกสนานอีกด้านของน้ำส้มก็ก้มเช็ดพื้นด้วยมือเปล่าอย่างตั้งใจ ทำให้เด็กหญิงมะนาวที่วิ่งเข้ามากะทันหันเห็นแล้วเกิดอาการอย่างงุนงง ได้แต่เอียงคอมองเกาหัวยิก ๆ ในสิ่งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองทำ"คุณอานักรบหัวเราะอะไรเหรอคะ" ความสงสัยทำให้เด็กหญิงต้องไปนั่งข้าง ๆ แล้วเอ่ยถามอย่างใคร่รู้ ก็เธอกำลังงง!"ดูหนังตลกไงครับ ตลกมาก ๆ เลยเนอะ ฮ่าฮ่า" นักรบหันมาพูดตอบ และปล่อยเสียงหัวเราะออกมา"ไม่เห็นจะมีอะไรตลกเลยค่ะ หรือว่าคุณอานักรบมีตาทิพย์เหรอคะ ไม่เปิดทีวีก็ดูหนังตลกได้ด้วย" เด็กหญิงทักท้วงด้วยใบหน้าแสนใสซื่อ พลางชี้มือไปตรงทีวีที่ไร้ภาพเคลื่อนไหวและการแสดงอย่างที่นักรบว่า"เชี้ยแล้วไง!" นักรบถึงกับหันหน้าหนีแล้วสบถอย่างหัวเสีย รู้สึกอายหนักกว่าเดิ
"มะนาวไปล้างมือมาทะ....." หลังจากที่ทำอาหารเสร็จเรียบร้อยพร้อมตั้งโต๊ะเตรียมทานมื้อเย็น น้ำส้มจึงเดินมาเรียกลูกสาวและแขกของบ้าน แต่ต้องมีอาการชะงักเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ที่สร้างความตกใจแก่เธอเป็นอย่างมาก มันคือความเละเทะ! จนยากจะปริปากพูด "ชู่~~คุณแม่เบา ๆ สิคะเดี๋ยวคุณอาจะตื่น" เด็กหญิงรีบยกนิ้วแตะริมฝีปาก ทำท่าทางห้ามปรามผู้เป็นแม่ที่เสียงดัง"น้องทำอะไรคะเนี่ย! ทำไมหน้าคุณอานักรบเละแบบนี้" น้ำส้มปรี่ประชิดตัวลูกสาวแล้วถามด้วยความใคร่รู้ แม้จากสิ่งที่เห็นจะเดาได้ว่าเป็นฝีมือลูกสาวแสนซนของเธอ"ทำเหมือนคุณแม่ไงคะ น้องอยากให้คุณอาหล่อเวอร์ ๆ กว่าเดิม....น้องทำดีไหมคะคุณแม่ขา" เด็กหญิงอธิบายตาใส แววตาไร้เดียงสา ปากฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี ทว่าท่าทีนั้นทำเอาผู้เป็นแม่ควันแทบออกหู"ทำดีอะไรล่ะ น้องทำคุณอาแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะน้องมะนาว ไปเอาที่เช็ดเครื่องสำอางกับสำลีมาให้แม่เลยนะคะ ก่อนที่คุณอานักรบจะตื่น" ผู้เป็นแม่จับแขนลูกสาวออกห่างจากนักรบ แล้วพูดเสียงเบาตำหนิลูกสาวแสนซนที่ปั้นหน้าแป้นไร้เดียงสา อย่างกับว่าเธอไม่ได้ทำอะไรผิด จนแม่ต้องถลึงตาเขียวใส่"คุณแม่อย่าเพิ่งแปลงร่างนะคะ...เดี๋ยวน้องจะ
"มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ" เขาเดินเข้ามาในครัวเเล้วอาสา เมื่อเห็นว่าน้ำส้มกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบทำอาหารเย็น"ไม่เป็นไรค่ะคุณเป็นแขกฉันจะกล้าให้คุณทำได้ยังไงกันล่ะคะ...คุณนักรบไปนั่งรอที่โซฟานั่งเล่นก็ได้ค่ะ" เธอบอกเขาพลางระบายยิ้มแสนหวาน ที่ทำเอาคนมองตราติดในสายตา"ไม่อยากเป็นแขกอะ ขอเป็นแฟนได้ป้ะครับ" เขาพูดหยอดจนทำให้น้ำส้มถึงกับชะงักเสียการทรงตัว วันนี้เธอจะทนไม่ไหวกับคำหวานและความเจ้าเล่ห์ที่เขาถาโถมใส่ ตั้งรับไม่หวาดไม่ไหวจนอายแทบแทรกแผ่นดินหนี"คุณนักรบ" น้ำส้มเอื้อนเอ่ยกดน้ำเสียงต่ำพลางจ้องหน้าเขาอย่างห้ามปราม พยายามจะไม่แสดงความเขินอาย แต่ก็ไม่สามารถเก็บกลั้นความรู้สึกเอาไว้ได้ ก็เขาเล่นหยอดเธอแทบทุกโอกาส มีแต่เธอนั่นแหละที่พลาดทำให้เขากลั่นแกล้ง ตอบโต้ไม่ทันสักครั้ง แค่ถูกเขาจูบตรงหน้าบ้านก็เขินจนจังหวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแทบช็อก"โอเค...งั้นผมไปเล่นกับน้องมะนาวรอนะ" เขาชี้นิ้วกลับไปด้านหลังแล้วบอกเธอ "ไปเลยค่ะ ตามสบายนะไม่ต้องเกรงใจฉัน ทีวีก็เปิดดูได้เลยรีโมทก็วางอยู่บนโต๊ะ" "ครับผม"นักรบเดินออกมาจากห้องครัว แล้วทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาตัวยาวหน้าทีวี เขายิ้มแก้มแทบปริเพี
"ทำอะไรกันเหรอคะ" เสียงแหลมดังแทรกพร้อมกับแรงกระตุกชายเสื้อของนักรบและน้ำส้ม ทำให้ทั้งสองคนนั้นดึงสติกลับคืนมา แล้วก้มหน้ามอองต่ำตามเสียง มีหนูน้อยเงยหน้ามองผู้ใหญ่สองคนสลับกันไปมา นั่นเพราะว่าเธอกำลังสงสัยในสิ่งที่เห็น((อะเอ่อ~~)) สายตาของเด็กน้อยทำให้ผู้ใหญ่มองหน้ากันอย่างเขินอายจนอ้ำอึ้ง นึกถึงคำตอบโต้ไม่ทัน ยิ่งสายตากดดันของน้องมะนาวก็ยิ่งทำให้ผู้เป็นแม่เม้มปากแน่นคิดไม่ออก จะบอกลูกสาวที่ช่างซักไซ้ยังไงให้ละม่อมเข้าใจ ในภาพที่มันล่อแหลม"คุณอานักรบหิวเหรอคะ เลยจะกินคุณแม่...Oh No!!" เด็กหญิงมะนาวพูดออกมาด้วยความเดียงสาตามภาพที่เธอเห็นและเข้าใจ ก่อนจะสบถและเบิกตาโตยกมือสองข้างขึ้นปิดปาก ส่ายสายตามองผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยจินตนาการของเด็กที่กำลังแล่นภาพมโนในหัว"น้องกำลังคิดอะไรอยู่มะนาว มันไม่มีอะไรหรอกนะคะ" ผู้เป็นแม่ที่เดากิริยาของลูกสาว เธอเกิดความวิตกกลัวว่าลูกสาวผู้จินตนาการเลิศล้ำ จะถลำความคิดไปไกล จนต้องรีบแก้ต่างดักทางเอาไว้ด้วยความลุกลี้ลุกลน จนคนตัวสูงที่ยืนมองนั้นกลั้นขำไม่ไหว ได้แต่เบือนหน้าออกด้านข้างเปล่งหัวเราะเบา ๆ จนน้ำส้มจิกสายตาข่ม นั่นจึงทำให้นักรบเบาลง"ไม่นะคะ!! น
"คุยอะไรกันเหรอคะเบาจังน้องไม่ได้ยิน" เด็กหญิงที่นั่งขมวดคิ้วจ้องมองด้วยความสงสัย เธออยากมีส่วนร่วมจึงชะเง้อหน้าแทรกกลาง ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองรีบละห่างจากกันด้วยท่าทีเอียงอายไปคนละทิศละทาง"ไม่ได้คุยอะไรค่ะ...เราเข้าบ้านกันค่ะมะนาวน้องหิวไม่ใช่เหรอ" ผู้เป็นแม่ตอบลูกสาวทั้งที่พวงแก้มยังแดงระเรื่อเพื่อบ่ายเบี่ยง เธอแทบไม่กล้ามองหน้าเขาเพียงเสี้ยวสายตา เพราะว่าเขินจากกิริยาที่เขากระทำ มันปุกปั่นจังหวะการเต้นของหัวใจเธอจนยากจะสั่งห้าม แม้จะพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ดึงสติให้อยู่กับตัวก็ยากจะทำได้ ยิ่งเห็นหน้าเขาก็ยิ่งประหม่าทรงตัวไม่ไหว"แล้วผมล่ะ! ไม่ชวนเข้าบ้านหน่อยเหรอ"นักรบชี้นิ้วเข้าหาตัวเองแล้วถามขึ้น เมื่อสองแม่ลูกจ้ำเท้าจะเดินเข้าบ้านอย่างกับคนลืมเจ็บ ทิ้งเขาไว้ด้านหลังเหมือนมองข้ามเป็นอากาศที่ไร้ตัวตน".........." คำทักท้วงทำให้น้ำส้มชะงักและหันกลับมามอง ทำเงียบไม่ตอบโต้เพราะว่ายังอายไม่หาย ได้แต่เม้มปากแน่นมองหน้านักรบอย่างเคอะเขิน"โคตรใจดำเลย" นักรบยืนสองมือล้วงกระเป๋าแล้วยกไหล่สูง สายตามองไปทางอื่นพูดออกมาเลื่อนลอย แสร้งเหมือนไม่ตั้งใจพูด แต่แอบลุ้นหวังสะกิดใจคนที่อยากให้ได