L - CLUB
ลีอันโดรหันกลับมามองข้างหลังตัวเองด้วยความแปลกใจเมื่อไม่ได้ยินเสียงเดินตามหลังเขามา ต้องให้บอกทุกอย่างเลยหรือไงนะยัยเด็กนี่ ชายหนุ่มเตรียมจะเดินกลับออกไปตามคนตัวเล็กที่เขาพามาด้วย แต่ทว่าเสียงเรียกจากข้างหลังก็ทำเอาเขาต้องหันกลับไปมอง
“เอ่อ นายใหญ่ครับ เกิดเรื่องแล้วครับ!” ลีอันโดรเบนสายตามองชายวัยกลางคนที่เขาไม่เคยเห็นหน้ายืนหอบหายใจรายงานเขาด้วยสายตาเรียบนิ่งไม่มีแววตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน
“มีอะไร!”
“นายชัยยศยกพวกมาทะเลาะวิวาทคู่อริของมันอยู่ข้างในครับ ตอนนี้ลูกค้าข้างในคลับได้รับบาดเจ็บเยอะมากเลยครับนาย ส่วนบาร์ก็ได้รับความเสียหายไปเยอะเหมือนกันครับ”
“มันเป็นใคร!”
“นายชัยยศเป็นลูกชายของเสี่ยธงชัยผู้มีอิทธิพลของที่นี่ครับนาย”
“ไอ้เดรคไปไหน” ลีอันโดรถามหามือขวาคนสนิทของน้องชายทันทีเพราะรู้มาว่าลีออนให้เดรคมาดูแลแอลคลับที่ประเทศไทยและโซนเอเชียเกือบทุกสาขาแทน
“คุณเดรคไปมาเก๊าครับนาย คาสิโนที่นั่นเกิดปัญหาพนักงานยักยอกเงินครับ”
“อื้ม พากูไปหามัน...ต่อให้มันเป็นลูกใครก็ไม่มีสิทธิมากร่างในที่ของกู!” ใบหน้าและน้ำเสียงดุดันน่ากลัวของนายใหญ่ทำเอาผู้จัดการไนท์คลับถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างหวาดหวั่นแทนไม่ได้
“มึงออกไปพายัยเด็กนั่นขึ้นไปรอกูอยู่บนห้อง กูจะไปเคลียร์กับไอ้ลูกคนใหญ่คนโตสักหน่อย” ลีอันโดรหันไปสั่งนิคที่พึ่งเดินตามมาถึงไม่นานเสียงเรียบ ก่อนจะสาวเท้าตามร่างของผู้จัดการไนท์คลับออกไปด้วยท่าทีน่าเกรงขาม
“ครับนาย”
นิคมองตามเจ้านายหนุ่มที่เดินเข้าไปข้างในโซนคลับอย่างเสียวสันหลังวาบแทนผู้ชายโชคร้ายคนนั้น นายใหญ่ของเขาขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและน่าเกรงขามที่สุดแล้วในบรรดาลูกชายคุณคุณดารินและคุณอันเดรส ไม่งั้นนายเขาจะขึ้นมาควบคุมกิจการทั้งหมดของลอเรนเซียสไว้ตั้งแต่อายุเพียงยี่สิบต้นๆ ได้ยังไงล่ะ เรื่องความโหด ความดุของเจ้านายเขานั้น ยังไม่มีใครสามารถต่อกรได้เลย แม้กระทั่งคุณอันเดรสเองก็ยังต้องเกรงใจลูกชายคนนี้เลย
“โชคร้ายของมันแล้วที่นายใหญ่เข้ามาที่นี่วันนี้” จบคำเปรยนั้นนิคก็เดินกลับออกไปทำตามคำสั่งของเจ้านายหนุ่มทันที เพราะเรื่องนี้ก็สำคัญไม่แพ้กันเผลอๆ สำคัญมากกว่าทุกอย่างเสียด้วยซ้ำ
┅✹┅
เสียงกรีดร้องของทั้งชายและหญิงผสมปนเปไปกับเสียงแก้วแตกกระจายดังจ้าระหวั่นไปทั้งบริเวณ ลีอันโดรมองภาพผู้คนที่วิ่งหนีตายออกมาจากข้างในไนต์คลับอย่างอลม่านวุ่นวายด้วยสายตามืดลึก กรามแกร่งขบกันแน่นจนขึ้นสันนูนอย่างหงุดหงิดไม่พอใจกับภาพเหตุการณ์ตรงหน้า
“ไปจับพวกมันเอาไว้ให้หมด แล้วกันทุกคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปจากโซนนี้ซะ” ทันทีที่คำสั่งหลุดจากริมฝีปากหนาของชายหนุ่มเจ้าของไนท์คลับแห่งนี้ เหล่าบรรดาการ์ดทุกคนต่างก็วิ่งกรูกันเข้าไปล็อคตัวชัยยศและพวกของมันอีกสิบคนไว้สำเร็จ
“เห้ย ปล่อยกูนะเว้ย มีสิทธิอะไรมาจับตัวกู มึงรู้ไหมกูลูกใคร” ลีอันโดรมองไปที่ชัยยศด้วยสายตาเยือกเย็น
“ปล่อยสิวะ ถ้าไม่ปล่อยกูถล่มที่นี่ยับแน่! ปล่อย!” ชัยยศยังไม่วายขู่เหล่าการ์ดที่เข้าไปล็อคตัวเขาเอาไว้อย่างเอาเรื่องและพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการด้วยความโมโห
“ถ้ามึงกล้าก็ลองดู!” ลีอันโดรพูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น ก่อนจะเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเข้าไปหาร่างของชัยยศที่ถูกล็อคตัวเอาไว้ด้วยท่าทีเรียบนิ่งแต่กลับแฝงไปด้วยรังสีแห่งความน่ากลัว เขาไม่ได้กลัวคำขู่หรือคำพูดโหวกเหวกโวยวายอวดอ้างอำนาจเหล่านั้นเลยสักนิด ทำไมเขาต้องกลัวด้วย ในเมื่อตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้นเลยนิ ยิ่งแค่นักเลงกระจอกหัวไม้แบบนี้แล้ว ไม่ได้สะกิดต่อมความกลัวให้ตื่นเลยสักนิด!
“มึงเป็นใครวะ เข้ามายุ่งอะไรกับเรื่องของพวกกู!”
“กูจะไม่ยุ่ง ถ้าที่ที่มึงมีเรื่องกันอยู่ตอนนี้ไม่ใช่ถิ่นของกู”
“กูชดใช้ค่าเสียหายให้มึงแน่ แต่ตอนนี้มึงต้องปล่อยตัวกู ไม่งั้นกูยกพวกมาถล่มพวกมึงแน่”
“ทำไมกูต้องปล่อยมึงไปทั้งที่กูยังไม่ได้สั่งสอนมึงด้วยซ้ำ ว่าอย่ามากร่างในที่ของกู!” ลีอันโดรเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเหี้ยมน่ากลัว แต่ใบหน้ากลับนิ่งเรียบ สายตาเขาเย็นยะเยือกจนพลอยทำให้ผู้คนที่อยู่ในคลับนี้ต่างหวาดกลัวและเสียวสันหลังวาบอย่างไม่เคยเป็น
“จัดการมันซะ! แล้วลากพวกมันไปส่งให้พ่อที่อำนาจคับฟ้าของมันดูด้วย” ทันทีที่ได้ยินคำบัญชาของนายใหญ่ บรรดาลูกน้องของเขาก็รีบปฏิบัติตามคำสั่งโดยทันที เพราะอยากจัดการชัยยศกับพวกมานานแล้ว เนื่องจากพวกมันมากร่างที่ไนท์คลับแห่งนี้ทุกครั้งที่มาเที่ยวที่นี่ และแต่ละครั้งพวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย ได้แต่คอยห้ามและรายงานคุณเดรคเท่านั้น
ตุ้บ พลัวะ!
ลีอันโดรยืนมองภาพที่ลูกน้องของเขากำลังกระทืบชัยยศและพวกของมันจนสะบักสะบอมไม่ต่างจากอริของมันที่นอนสลบเหมือบกองกันอยู่บนพื้นด้วยแววตามืดลึกยากจะอ่านออก ก่อนจะหมุนกายกลับขึ้นไปหาคนตัวเล็กที่เขาสั่งลูกน้องให้พาเธอขึ้นไปรอบนห้องทำงานอย่างไม่สนใจเสียงร้องโหยหวนของคนที่โดนกระทืบสักนิด!
┅✹┅
“เมื่อกี๊มึงว่าไงนะ!” นิคกระชากคอเสื้อการ์ดที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูทางเข้าด้านหลังคลับด้วยน้ำเสียงตื่นตกใจ
“อะ เอ่ออ ผะ ผมไล่ผู้หญิงคนนั้นออกไปแล้วครับคุณนิค”
“ไล่ไป? มึงไล่คุณพอใจไปที่ไหน”
“ธะ เธอถามผมว่าเธอจะไปรอที่ไหนได้ ผะ ผมเลยให้เธอออกไปรอที่ลานจอดรถครับคุณนิค”
“ไอ้โง่เอ้ยยย มึงเตรียมตัวหางานใหม่ได้เลย! นายใหญ่ไม่เอามึงไว้แน่” นิคสบถด่าการ์ดคนดังกล่าวออกมาทันทีด้วยความโมโห และหันหน้าไปสั่งลูกน้องของเขารวมถึงการ์ดคนอื่นๆ ที่อยู่แถวนั้นออกตามหาผู้หญิงของเจ้านายทันทีอย่างร้อนใจ
“พวกมึงออกไปตามหาคุณพอใจให้ทั่ว และต้องหาให้เจอ ก่อนนายใหญ่จะออกมา ไม่งั้นพวกมึงได้ตายกันหมดแน่! ไป๊!!”
“คือผู้หญิงคนนั้นเป็นใครหรอครับคุณนิค ผมเห็นเธอแต่งตัวปอนๆ ผะ ผมเลยไม่ไว้ใจครับ”
“มึงยังมีหน้ามาถามกูอีกนะ! รู้เอาไว้ซะว่าผู้หญิงที่มึงไล่ออกไปน่ะ คือว่าที่นายหญิงใหญ่ของที่นี่!!” การ์ดคนนั้นเบิกตาโพลงจนแทบถลนก่อนจะทรุดลงไปนั่งที่พื้นอย่างหมดแรง เขารู้ชะตากรรมของเขาได้ในทันทีโดยไม่ต้องพึ่งหมอดงหมอดูอะไรทั้งนั้น ความดุน่ากลัวและความโหดเหี้ยมของนายใหญ่ ทุกคนที่นี่ต่างรู้กิตติศัพท์กันทั้งนั้น
ครืด ครืด ครืด~
“นะ นาย... ซวยแล้วไหมล่ะ” นิคอุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อเจ้านายของเขาโทรเข้ามา ทำเอาการ์ดที่นั่งอยู่ที่บนพื้นตัวซีดสั่นขึ้นมาทันควัน
“ครับนาย”
(พอใจอยู่ไหน กูบอกให้มึงพาขึ้นมารอกูที่ห้องไม่ใช่รึไง)
“เอ่อคือ...”
(พอใจอยู่ไหน!) เสียงตะคอกดังจนการ์ดที่นั่งตัวสั่นอยู่กับพื้นต้องกลืนน้ำลายดังเอื้อกอย่างยอมรับชะตาชีวิตตัวเอง
“คะ คือเกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อยครับนาย”
ติ๊ด!
“มึงเตรียมตัวได้เลย” เสียงตัดสายโดยไม่รอฟังอะไรของเจ้านาย ทำเอานิคต้องหันไปพูดกับการ์ดที่นั่งตัวสั่นบนพื้นเสียงเครียดไม่แพ้กัน
┅✹┅
ทางด้านหญิงสาวที่กำลังนั่งสะลึมสะลืออยู่ข้างรถของชายหนุ่ม ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้นและเห็นผู้คนวิ่งออกมาจากข้างในคลับสุดหรูหน้าตาตื่น เธอจึงลุกขึ้นและเดินไปแอบดูอยู่ในมุมมืดด้วยความกลัวเช่นกัน เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันนะ หญิงสาวคิดพลางหันหาที่หลบซ่อนตัว เพราะเธอเดาจากเสียงนั้นและผู้คนที่วิ่งหน้าตาตื่นออกมาคงเกิดเรื่องทะเลาะกันหรือเรื่องไม่ดีอะไรขึ้นแน่
พิรตามองไปเห็นห้องน้ำข้างลานจอดรถจึงคิดจะวิ่งไปแอบในนั้นด้วยความหวั่นกลัว เรียวขาเล็กตัดสินใจก้าวออกไปจากข้างรถของเขาทันทีก่อนจะรีบตรงดิ่งไปยังห้องน้ำที่เล็งเอาไว้ก่อนหน้า
“มาคนเดียวหรอครับคนสวยย...” พิรตาเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นชายวัยฉกรรจ์สามคนเดินเข้ามาหาเธอด้วยท่าทางคุกคาม เธอจึงตัดสินใจเดินหลบเลี่ยงไปอีกทางทันทีด้วยความหวาดกลัว
“แหม หยิ่งซะด้วยว่ะ” ชายหนึ่งในสามคนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหยัน ก่อนจะเดินย่างสามขุมเข้ามาหาเธอจนต้องถอยหลังหลบ
“ละ หลีกทางด้วยด้วยค่ะ หนูจะไปเข้าห้องน้ำ” เธอเอ่ยบอกชายหน้าโหดที่เดินเข้ามาด้วยน้ำเสียงสั่นกลัว
“เดี๋ยวพี่พาไปเข้าดีกว่านะครับคนสวย”
ฟรึบ!
“นี่ ปล่อยนะ!” พิรตาพยายามดึงแขนที่ถูกกระชากเข้าไปหาออกมา แต่ทว่ากลับไม่เป็นผล
“มานี่!”
“ปล่อยนะ! ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย อุ๊บ” หญิงสาวร้องขอความช่วยเหลือพลางร้องไห้สะอื้นอย่างน่าสงสาร ชายหนึ่งในสามจึงยกมือมาปิดปากเธอก่อนจะลากร่างเล็กไปที่ด้านหลังห้องน้ำชายทันที
“ดูต้นทางให้กูด้วย”
“รีบนะเว้ยพวกกูรอต่อ ฮ่าๆ”
“ช่วย...อึก!” พิรตาร้องขอความช่วยเหลือได้แค่นั้นก็ถูกหมัดหนักๆ ต่อยเข้าที่หน้าท้องเข้าอย่างจังจนรู้สึกเจ็บและจุกจนพูดไม่ออก ทำได้เพียงนั่งงอตัวอย่างหมดแรงหมดสภาพ
พิรตาหลับตาร่ำไห้อย่างน่าสงสารเมื่อไม่สามารถจะช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นกับเธอด้วย คุณลีอันโดรขาช่วยพอใจด้วย พอใจกลัว แม้ในห้วงความกลัวของเธอก็ยังนึกถึงเขาคนเป็นคนแรก แม้ชายหนุ่มจะไม่สนใจใยดีเธอเลยก็ตาม
พอใจรักคุณ...
ร่างเล็กถูกลากเข้าไปหาพร้อมกับมือหยาบกร้านที่พยายามจะฉีกทึ้งเสื้อของเธอให้ขาด เธอจึงพยายามฝืนใช้แรงเฮือกสุดท้ายยกมือผลักและตุบตีร่างกำยำของผู้ชายที่ลากเธอเข้ามาด้วยแรงอันน้อยนิดจนทำให้มันเริ่มโมโหและรำคาญจึงฟาดมือหยาบกร้านลงที่ใบหน้าเล็กๆ ของเธออย่างแรงจนหน้าสะบัด
เพี๊ยะ!
“ฤทธิ์เยอะนักหรอวะ” มุมปากสวยแตกช้ำและมีเลือดซึมออกมาทันทีจากแรงตบ
ฟรึบ!
พลั๊วะ! ตุบ ตั๊บ!!
พิรตามองตามร่างของคนที่ตบหน้าเธอกำลังถูกดึงกระชากออกไปพร้อมกับหมัดหนักๆ ที่ฟาดใส่ใบหน้าของผู้ชายที่ฉุดเธอมาไม่ยั้ง และทันทีที่เห็นใบหน้าของคนที่เข้ามาช่วยได้เต็มตา น้ำตาที่แห้งเหือดไปก่อนหน้าก็ไหลนองออกมาทันทีด้วยความดีใจ
“คะ คุณลีอันโดร ฮึก” พิรตาเรียกเขาพลางพยายามฝืนกายลุกขึ้นด้วยแรงอันน้อยนิด
ลีอันโดรหันมามองสำรวจร่างกายเธอด้วยความห่วง กรามแกร่งของเขาขบกันแน่นจนขึ้นสันทันที… เหตุการณ์ในคลับเมื่อครู่ไม่ได้ครึ่งเสี้ยวอารมณ์อยากเข่นฆ่าคนของเขาในตอนนี้เลย ทั้งใบหน้าสวยของเธอที่มีรอยช้ำรอยแตกที่มุมปากจนเลือดซิบทั้งเสื้อที่ขาดหลุดลุ่ยจนปิดอะไรแทบไม่มิดนั้นก็ทำเอาเขาระงับความโกรธเอาไว้ไม่ไหว ตัดสินใจเดินเข้าไปหาไอ้คนที่ลากเธอเข้ามาในนี้และต้องเป็นมันแน่ที่กล้ามาตบแก้มนุ่มนิ่มของเธอและมันก็คือของรักของหวงของเขาเช่นกัน
พลั๊วะ ตุ้บ ตุ้บ
“อั้ก โอ้ยยย”
“ยะ อย่าทำอะไรผมเลยครับ ผมกลัวแล้ว” ชายคนที่ลากเธอเข้ามายกมือพนมไหว้เขาทันทีอย่างหวาดกลัว แต่ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะฟังคำขอร้องอ้อนวอนจากใครทั้งนั้น ตอนนี้อยากฆ่าคนอย่างเดียว ไม่รอช้า เขาเดินไปกระชากคอเสื้อชายคนนั้นและจับหัวมันมาฟาดกับขอบอ่างล้างมือทันทีอย่างไม่ยั้งจนแตกเลือดอาบที่ศีรษะไหลนองลงมาเปื้อนเสื้อของมันเต็มบริเวณ เขาทั้งเตะ ทั้งต่อยและกระทืบมันด้วยความโมโหโกรธแค้น
“ขะ คุณลีอันโดร!” เสียงแผ่วเบาของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มที่กำลังยกเท้าเตะใบหน้าของผู้ชายที่ทำร้ายเธอนั้นชะงักค้างก่อนจะหันกลับไปมองคนเรียกด้วยความเป็นห่วง
“จัดการพวกมันและเก็บหลักฐานให้หมด!” สั่งเสียงเหี้ยมเยือกเย็นก่อนจะรีบเดินตรงดิ่งเข้าไปหาร่างเล็กของคนที่นั่งงอตัวหมดแรงทันที
“คุณลีอันโดร ฮึก พอใจกลัว ฮือ” เธอรีบโผกอดชายหนุ่มทันทีอย่างหวาดกลัวและตกใจ ชายหนุ่มเองก็รีบคว้ากอดเอวคอดบางของหญิงสาวไว้หลวมๆ ส่วนมืออีกข้างก็ลูบหลังปลอบประโลมเธอให้คลายความกลัวทั้งที่ตอนนี้เขาเองก็กำลังเดือดเป็นไฟอยู่แล้ว
“ไม่ต้องกลัว เธอปลอดภัยแล้วคนดี”
พิรตาร้องไห้สะอึกสะอื้นที่อกแกร่งล่ำสันจนหมดแรงหลับไป ชายหนุ่มจึงรีบคว้าร่างเล็กมากอดและอุ้มเธอในท่าเจ้าสาวอย่างอ่อนโยน อ้อมแขนแกร่งกระชับกอดเธอแน่นก่อนจะอุ้มร่างในอ้อมแขนกลับขึ้นไปที่ห้องทำงานของน้องชายเพื่อทำแผลให้เธอทันที
“จุ๊บ ฟอดดด”
พรึบ!ลีอันโดรวางร่างเล็กลงนอนราบบนโซฟาอย่างทะนุถนอมทันทีที่เดินมาถึงห้องทำงาน สายตาคมดุน่ากลัวกวาดมองร่องรอยตามร่างบางและใบหน้าสวยหวานของคนที่นอนหมดสติจากความตกใจกลัวจากเหตุการณ์ก่อนหน้าอย่างโกรธแค้นจนแทบระเบิด เขาโกรธตัวเองที่ปล่อยให้เธอได้รับอันตราย โกรธทุกคนทุกอย่างที่มันทำให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้รวมถึงโกรธเธอที่ทำให้เขาเป็นห่วงจนเจ็บร้าวไปทั้งหัวใจ“ไปตามคนมาทำแผลและเช็ดตัวให้เธอ” ลีอันโดรหันไปออกคำสั่งเสียงเข้มกับนิคที่เดินตามมาข้างหลังเข้ามาในห้อง“ครับนาย”“เดี๋ยว!”“ครับ”“จับคนที่มันไล่พิรตาเอาไว้ให้กูด้วย กูจะลงไปจัดการมัน!”“เอ่อ นายครับ”“ไป!!”“คะ ครับนาย” นิครับคำสั่งเสร็จก็หันหลังปลีกตัวออกจากห้องทำงานทันทีเพราะเขาเองก็หวั่นกลัวกับความเยือกเย็นความโมโหของเจ้านายไม่แพ้กัน ตอนเจ้านายเขาโมโหแบบนี้เขาบอกเลยว่าเพ่นได้ให้รีบเพ่นก๊อก ก๊อก ก๊อก“เข้ามา” ลีอันโดรเอ่ยอนุญาตเสียงเข้มพลางเหลือบมองพนักงานหญิงของไนท์คลับที่เดินถือกล่องปฐมพยาบาลเข้ามาในห้องมีท่าทีสั่นราวกับกลัวเขาด้วยความหงุดหงิด“จัดการทำแผลและอยู่ดูแลเธอจนกว่าฉันจะกลับเข้ามา!”“คะ ค่ะนายใหญ่” พนักงานสาวรับคำเส
“มันมาแล้วครับเสี่ย” เสียงรายงานจากลูกน้องของเสี่ยธงชัยเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นร่างสูงของลีอันโดรกำลังก้าวขาเดินลงมาจากบันไดด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผยราวกับราชสีห์ ทำราวกับไม่เกรงกลัวอำนาจของคนอย่างเสี่ยธงชัยเจ้านายของเขาเลยสักนิดลีอันโดรตรงดิ่งมาที่ห้องโถงใหญ่ที่มีเสี่ยธงชัยและลูกน้องของมันกำลังยืนรอเขาอีกเกือบยี่สิบคน พลางล้วงมือเข้าไปในกางเกงด้วยท่าทีเรียบเฉยไม่สะทกสะท้าน“คุณลีอันโดร เอ่อ สะ สวัสดีครับ” การ์ดและลูกน้องของเสี่ยธงชัยต่างหันมองเจ้านายของตัวเองอย่างตกใจและแปลกใจอย่างพร้อมเพรียงกันเมื่อเห็นท่าทางนอบน้อมที่เจ้านายแสดงออกต่อหน้าชายหนุ่มรุ่นลูกที่ยืนล้วงกระเป๋าอยู่ตรงหน้า“เสี่ยรู้จักมันด้วยหรอครับ” เสียงลูกน้องที่เอ่ยกระซิบถามนั้นทำเอาชายแก่ร่างท้วมได้แต่กัดฟันแน่นตอบในใจเสียงขุ่น... ยิ่งกว่ารู้จักเสียอีก เพราะชายหนุ่มวัยอ่อนกว่าคราวลูกตรงหน้าเขาตอนนี้คือ ลูกชายคนโตของคุณหญิงดารินหรือก็คือคนที่เขาเคยไปขอกู้เงินมาลงทุนกับธุรกิจจนประสบความสำเร็จได้ถึงทุกวันนี้ และแม้เขาจะใช้คืนท่านไปหมดในเวลาไม่กี่ปีแล้วแต่คุณดารินก็ถือเป็นผู้มีพระคุณกับเขาแล้วชายหนุ่มตรงหน้าคนนี้เขาก็รู้จักกิตติศ
“หะ เห้ยย พรึบ ตุบ”ความรีบร้อนนำกล่องยามาทำแผลให้เขาทำให้ร่างเล็กที่กึ่งเดินกึ่งว้่งสะดุดพรมล้มลงไปนั่งคร่อมทับอยู่บนตักแกร่งของเขาทันที อ้อมแขนแกร่งผวาคว้ากอดเอวคอดและจับร่างเล็กไว้เช่นกันด้วยความตกใจระคนเป็นห่วงo_Oพิรตาเบิกตากว้างอย่างตกใจกับสภาพเธอและเขาในตอนนี้... ร่างทั้งร่างของเธอนั่งทับอยู่บนตักแกร่งของเขา ส่วนมือหนาของเขาตอนนี้ก็วางทาบอยู่บริเวณราวหน้าอกของเธอ กล่องยาที่เธอถือมาหล่นลงไปกองที่พื้นระเนระนาดและที่หนักไปกว่านั้นคือเรียวปากของเธอกำลังแนบอยู่ที่แก้มสากเคราของเขาตายแน่พอใจ หื้ออ“เอ่อ ขะ ขอโทษค่ะ” หญิงสาวผละใบหน้าและริมฝีปากออกจากแก้มของเขาก่อนจะรีบลุกไปยืนก้มหน้ากุมมือข้างโซฟาตัวเล็กที่เขานั่งอยู่อย่างทำตัวไม่ถูก“จะทำแผลก็รีบทำสิ!”“เอ่อค่ะ” หญิงสาวรับคำเสร็จก็รีบนั่งลงเก็บกล่องยาและอุปกรณ์ทำแผลที่นอนแอ่งแหม่งอยู่บนพื้นขึ้นมา พลางขยับเข้าไปนั่งคุกเข่าลงที่พรมหนานุ่มเพื่อที่จะได้ทำแผลให้เขาได้สะดวก“ขะ ขออนุญาตนะคะ” หญิงสาวเอ่ยพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงสั่น ก่อนจะยื่นมือไปคว้ามือหนาของเขามากุมไว้หลวมๆ พิรตาก้มลงไปเป่าแผลที่หลังมือของชายหนุ่มอีกครั้งอย่างลืมตัวแล้วจัด
“อ่าา คุณลี อันโดรคะ มะ มี.. สาย ขะ เข้าค่ะ” พิรตาบอกเขาอีกรอบเสียงกระท่อนกระแท่น พลางรีบดึงสติตัวเองที่หลงเตลิดไปกับสัมผัสสุดวาบหวามของเขากลับมา“โธ่เว้ยย!” ร่างสูงหยัดกายผละออกไปคว้าโทรศัพท์ที่โต๊ะเล็กข้างเตียงของเธอมากดรับสายอย่างหงุดหงิดจากอารมณ์ที่คลั่งค้าง!“มีอะไร!” กระแทกเสียงดุห้วนใส่ด้วยความหงุดหงิดไม่พอใจ(ขอโทษที่โทรมารบกวนเวลาพักผ่อนครับพี่ใหญ่)“อืม มีอะไร” ทันทีที่ได้ยินเสียงของปลายสาย ชายหนุ่มจึงปรับโทนเสียงให้เป็นปกติ(ไอ้เดรคมันโทรมาบอกผมว่าที่แอลคลับเมืองไทยเกิดเรื่อง แต่พี่ใหญ่จัดการไปแล้ว)“อื้ม” ชายหนุ่มรับคำปลายสาย พลางใช้มือรองศีรษะของตัวเองเพื่อนอนคุยโทรศัพท์ แต่ทว่าสายตาของเขากลับมองไปยังหญิงสาวข้างกายที่ลุกขึ้นนั่งหันหลังติดกระดุมชุดนอนตัวสวยของเธอไม่วางตา(พี่ใหญ่ไปทำอะไรที่เมืองไทยครับ แล้วทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม)“พี่จัดการทุกอย่างแล้ว นายไม่ต้องห่วง” ลีอันโดรเลือกที่จะไม่ตอบน้องชายว่าเขามาทำอะไรที่เมืองไทย เพราะดูดีว่าน้องชายเพียงแค่ถามไปอย่างนั้นเอง(ผมได้ยินว่าพี่ใหญ่สั่งเก็บลูกค้าที่มาคลับสามคน เกิดอะไรขึ้นครับ)ลีออนยังไม่วายถามคำถามที่เขาไม่คิดอยากจะ
“อะ อะไรนะคะแม่!”“แม่กำลังไปหาหนูที่หอจ้ะลูก” พิรตาเบิกตาโตขึ้นอย่างตกใจ ก่อนจะหันไปมองร่างสูงของเขาที่นอนหลับสบายใจไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรกับอาการร้อนรนตกใจของเธอจะทำไงดี... ถ้าแม่กับป้ามาเจอคุณลีอันโดรอยู่กับเธอที่นี่ ในสภาพแบบนี้ท่านคงจะทั้งตกใจและเสียใจมากแน่เลย ที่สำคัญท่านจะต้องผิดหวังในตัวเธอมากที่มาเห็นเธอพาผู้ชายมานอนบนเตียงในสภาพล่อแหลมแบบนี้ มากไปกว่านั้น ผู้ชายคนนั้นยังเป็นเจ้านายของพวกเราอีกด้วยหญิงสาวคิดอย่างกลัดกลุ้ม ครั้นจะเรียกเขาเธอก็กลัวถูกเขาดุเอา แต่ถ้าจะปล่อยให้แม่กับป้ามาเห็นเธอกับเขาอยู่ด้วยกันแบบนี้ เธอก็คงไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นแน่ คิดได้ดังนั้นร่างเล็กจึงเดินไปหาร่างสูงที่นอนปิดเปลือกตาหลับบนเตียงอย่างกล้าๆ กลัวๆ“คุณลีอันโดรคะ คุณ ตะ ตื่นเถอะค่ะ”“...”“คุณคะ คุณลีอันโดร ตื่นเถอะค่ะ”ร่างเล็กเดินเข้าไปนั่งที่พื้นข้างเตียงแล้วยื่นมือไปเขย่าแขนกำยำของเขาเบาๆ ด้วยกลัวว่าเขาจะตื่นมาดุเธออีกที่ไปแตะเนื้อต้องตัวเขา แม้ว่าเมื่อคืนเธอกับเขาจะทำมากกว่าแตะต้องเนื้อตัวแต่ทุกครั้งเขาก็จะเป็นคนเริ่มก่อน ไม่รู้ว่าตื่นมาเขาจะกลายเป็นคนเดิมที่เคยเย็นชากับเธอหรือเปล่าลีอันโดรจ
“หนูคิดถึงแม่กับป้ามากนะคะ ถ้าเล่มวิจัยหนูเสร็จเมื่อไหร่นะ หนูจะรีบกลับไปกอดไปหอมแม่กับป้าที่บ้านไออุ่นให้หายคิดถึงไปเลย คิดถึงเด็กๆ ที่นั่นด้วย” หญิงสาวพูดสียงอ้อนกับมารดาและป้าของเธอทันทีที่ผละออกจากอ้อมแขนสุดอบอุ่นของท่านทั้งสองหลังจากที่เธอและญะญ๋าเดินมาส่งท่านที่ลานจอดรถของหอพัก พลอยทำให้ท่านทั้งสองต่างยิ้มให้ความขี้อ้อนของเธออย่างเอ็นดู เวลาที่ไม่ได้อยู่บ้านไออุ่นหรืออยู่กันตามลำพังเธอมักจะเรียกแม่ครูเพ็ญว่าป้าเสมอ แต่เมื่ออยู่ในบ้านไออุ่นหรือมีคนอยู่เยอะเธอมักเรียกป้าของเธอว่าแม่ครูเพ็ญ เพราะเด็กที่นั่นจะได้ไม่รู้สึกน้อยใจ ที่เธอมีทั้งแม่และป้าคอยดูแลให้ความอบอุ่นถึงแม้จะขาดพ่อไปก็ตาม“โตเป็นสาวแล้วยังอ้อนแม่กับป้าเหมือนเด็กๆ เลยนะเรา อายหนูญะญ๋าบ้างสิลูก” เพียงใจพูดกับบุตรสาวด้วยรอยยิ้มเอ็นดู“ญะญ๋าก็อ้อนคุณพ่อคุณแม่แบบนี้เหมือนกันค่ะคุณน้า”“เห็นไหมคะแม่ หนูไม่ได้เป็นคนเดียวเสียหน่อย”“จ้าๆ แม่คนขี้อ้อน แม่กับป้าต้องกลับแล้วนะลูก ดูแลตัวเองกันดีๆ นะ”“ดูแลตัวเองด้วยนะลูก แม่เขาเป็นห่วงนอนไม่หลับทั้งคืนเลย”“โธ่ แม่จ๋าา พอใจขอโทษนะคะที่ทำให้แม่เป็นห่วง ต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้
“ขยับมานี่!”เสียงห้วนออกคำสั่งอย่างไม่สบอารมณ์ ทำเอาคนที่นั่งชิดขอบประตูอย่างทำตัวไม่ถูกนั้นค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปนั่งใกล้เขาอย่างไม่อิดออดและไม่ถามหรือสงสัยอะไรทั้งสิ้นก็เธออยากอยู่ใกล้ๆ เขามานานแล้วนี่นา คนตัวเล็กขยับเข้ามานั่งชิดติดชายหนุ่มจนสะโพกมนเบียดเสียดกับสะโพกของเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆฟรึบ!มือหนายื่นไปจับมือเรียวสวยของคนตัวเล็กที่วางอยู่บนตักเธอมากุมเอาไว้เหมือนตอนก่อนจะขึ้นมาบนรถไว้อีกครั้ง ก่อนจะดึงมาวางไว้บนตักแกร่งของตัวเองพร้อมกับบีบคลึงและไล้นิ้วบนหลังมือเล็กไปมาตลอดทาง การกระทำของเขาทำเอาผู้เป็นเจ้าของมือได้แต่แอบลอบยิ้มด้วยความเขิน ทำไมวันนี้เขาน่ารักกับเธอจังแม้จะดุไปบ้างแต่เขาก็น่ารักไม่ไหวเลย“นายครับผมเกรงว่าถ้าไปส่งคุณพิรตาก่อน นายจะไม่ทันเอาครับ เอ่อ งั้นเดี๋ยวผมไปส่งนายก่อนแล้วค่อยกลับไปส่งคุณพิรตานะครับ” นิคหันมาพูดกับเจ้านายหนุ่มที่นั่งหน้าบอกบุญไม่รับอยู่เบาะด้านหลังด้วยน้ำเสียงจริงจัง“อื้ม” ชายหนุ่มหันมามองคนตัวเล็กข้างกายเพียงแว๊บเดียว ก่อนจะครางเสียงต่ำในลำคอตอบกลับลูกน้องไป เปลือกตาหนาของชายหนุ่มปิดลงช้าๆ ราวกับต้องการพักผ่อนแต่ทว่ามือและนิ้วของเขาก็ยังคงบ
“คนอะไรหน้าดุชะมัดเลย” แต่ก็ยังหล่อมากๆ อยู่ดีพิรตานั่งยิ้มให้กับภาพพักหน้าจอมือถือที่เขาซื้อให้และก็คงเป็นเขาอีกนั่นแหละที่เอารูปตัวเองมาตั้งเอาไว้ให้ก่อนที่จะเอามาให้เธอ เพราะมันเป็นภาพที่เขากำลังนั่งทำหน้าดุไม่สบอารมณ์อยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่“ไม่ได้ดุแค่หน้าอย่างเดียวนะครับ นิสัยยังดุอีกต่างหาก”ได้ทีนิคเอ่ยฟ้องหญิงสาวด้วยความอัดอั้นกับความดุความโหดของเจ้านาย พิรตาเองก็เห็นด้วยกับคำพูดนั้นเป็นอย่างยิ่ง เขาน่ะทั้งดุ ทั้งเย็นชากับเธอทุกครั้งเวลาที่เจอ แต่เมื่อกี้แม้เขาจะมีดุบ้าง แต่เขาอ่อนโยนกับเธอมากทั้งกอดทั้งหอมจนเธอนึกว่าตัวเองฝันไปด้วยซ้ำ...พิรตานั่งอมยิ้มเขินอายกับเหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นเครื่องเพื่อกลับสเปน... พอใจเชื่อคุณค่ะ“เดินทางปลอดภัยนะคะ คุณลีอันโดร”พิรตาเอ่ยพูดกับตัวเองเสียงแผ่วเบาก่อนจะปิดเปลือกตาลงอย่างผ่อนคลายไปตลอดทางทางด้านลีอันโดรนั้นก็ไม่ต่างจากเธอนักเพราะทันทีที่เครื่องบินเจ็ทสุดหรูทยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เขาก็หยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเปิดดูภาพของเธอที่นอนหลับพริ้มอย่างสุขใจที่เขาแอบถ่ายไว้เมื่อคืนหลายร้อยรูป ปากหยักสวยของเขาข
หลายชั่วโมงผ่านไป..."อื้อ.. พะ พอแล้วค่ะ เดี๋ยวไปประชุมไม่ทันนะ" พิรตาพูดพร้อมกับดันบ่าแกร่งของสามีเอาไว้เมื่อเขานั้นทำราวกับจะเข้ามากอดมาจูบเธออีกครั้ง ในห้องน้ำก็สองยกบนเตียงก็หนึ่ง นี่เขายังจะทำกับเธอในห้องแต่งตัวอีกหรือไงกัน"ก็ใครอยากให้น่ารักขนาดนี้ล่ะ จุ๊บ!""อื้อ! รีบใส่เสื้อผ้าเลยนะคะ" คนตัวเล็กพูดพร้อมกับยื่นเสื้อเชิ้ตสีขาวให้สามีหนุ่ม ก่อนจะผละตัวออกมายืนให้ห่างกับคนจอมหื่น"คร้าบบม๊ามี๊..."ฟรึ่บ!"อร๊ายยย"ชายหนุ่มยื่นมือไปรับเสื้อที่เธอส่งให้ก่อนจะกระตุกที่ชายเสื้อจนร่างเล็กที่มีเพียงเสื้อคลุมตัวใหญ่ปิดบังเรือนร่างถึงกับเซถลาตามแรงดึงเข้าสู่อ้อมกอดของเขา"ก่อนใส่เสื้อ... ขอกินนมม๊ามี๊ก่อน"จ๊วบ!"อร๊ายย... คนเจ้าเล่ห์" แม้ปากจะต่อว่าเขาแต่มือเรียวกลับยกขึ้นมาบีบบ่าแกร่งของเขาแน่น เมื่อเขาก้มหน้าลงมาดูดที่ยอดทรวงหวานสีช้ำจากแรงดูดกินของเขา ปากหยักเพิ่มแรงดูดดึงจนเธอแทบทรงตัวไม่อยู่เพราะถูกความเสียวซ่านจากปลายลิ้นร้อนเล่นงานสุดท้ายก็แพ้เขาอีกตามเคยสินะ"อื้อ.. พอแล้วค่ะ พอ" หญิงสาวพูดกับร่างสูงที่ดูดเม้มหน้าอกเธออย่างเมามันอีกครั้ง ชายหนุ่มจึงยอมผละกลีบปากออกมา แต่ทว่าก
"นะ หนูจะทำอะไร? พอใจ อ๊า!!" ร่างสูงร้องถามเสียงหลงเมื่อทันทีที่เธอขึ้นคร่อมทับเขาพิรตาไม่ตอบแต่กลับใช้มือเล็กคว้าท่อนเอ็นอุ่นที่แข็งขึงตั้งลำตรงจับสอดเข้ามาในร่องรักของตัวเองราวกับสาวร้อนรัก ทำเอาชายหนุ่มได้แต่ส่งเสียงครางซี๊ดปากอย่างเสียวซ่าน มือหนาที่พึ่งหยิบเครื่องป้องกันมา กำแน่นอย่างทรมานเมื่อสะโพกมนขยับส่ายวนไปมาอย่างยั่วเย้าบนแท่งรักที่อยู่ในกายสาวของเธอ ส่วนมืออีกข้างก็ต้องรีบยกไปจับที่เอวคอดเล็กเอาไว้แล้วบีบเคล้นเนื้อเนียนนุ่มเพื่อระบายความเสียวกลางกายสาวของเธอนั้นตอดความแข็งขึงเขาเป็นจังหวะจนเขานั้นปวดร้าวและทรมานไปทั้งลำ ยิ่งเธอส่ายวนสะโพกอย่างร่านร้อนชนิดที่ไม่ได้กลัวเอวหักเลยสักนิดก็ยิ่งทำเอาเขาเสียวทรมานจนต้องกัดกรามแกร่งเอาไว้แน่น"คุณใหญ่จะลงโทษที่พอใจขัดคำสั่งหรอคะ" ถามเสียงกระเส่าพร้อมกับกดสะโพกลงไปบนท่อนเอ็นของเขาหนักๆ แม้จะเสียวและทรมานไม่แพ้กับเขา แต่ยกนี้เธอต้องเป็นฝ่ายชนะเขาเท่านั้น"อ๊าาา... ซี๊ดด พะ พอก่อนที่รัก อ๊ะ!""พอได้ไงล่ะคะ... คุณใหญ่ยังไม่โดนฟาดเลยที่ทำตัวงี่เง่า!"เพลียะ!!!ใบหน้าหล่อหันไปตามแรงตบของเมียรักทันที หึ คงคิดว่าเขาจะโดนฟาดที่อื่นใช่ไห
"อ้ะ คุณใหญ่!!"หญิงสาวร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บเมื่อถูกผู้เป็นสามีฟาดฝ่ามือลงมาที่สะโพกกลมมนอย่างไม่เบามือนัก ร่างบางที่กำลังถูกอุ้มพาดบ่าแกร่งดีดดิ้นไปมาพลางร้องขอความช่วยเหลือจากสาวใช้ที่อยู่บริเวณนั้น แต่ก็หาได้มีคนกล้าเข้ามาช่วยเธอเลยสักคน เพราะแค่ถูกคนบ้าอำนาจที่อุ้มเธออยู่ตอนนี้ปรายตามองด้วยสายตาดุดันคาดโทษ ทุกคนก็ต่างก้มหน้างุดอย่างหวาดกลัวก่อนจะเดินหลบเลี่ยงไปอีกทางทันที"ช่วยด้วยค่ะ ป้าพอลล่าช่วยพอใจด้วยย...คุณใหญ่ปล่อยพอใจลงเดี๋ยวนี้นะคะ!""กะ เกิดอะไรขึ้นกันคะนายใหญ่ ทำไมถึง…" ป้าพอลล่าหัวหน้าแม่บ้านที่พึ่งเดินออกมาจากห้องครัวเอ่ยถามเจ้านายหนุ่มอย่างสงสัยใคร่รู้กับเหตุการณ์ตรงหน้า"ไปบอกไอ้รอฟให้ไปส่งเนลล่าที่โรงเรียน แล้วบอกมันเลื่อนประชุมเป็นตอนบ่าย!" ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถามของหญิงสูงวัย แต่กลับหันไปออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงดุดันน่ากลัวแทน"ตะ แต่ว่าา...นายญะ…""ถ้าไม่อยากโดนไล่ออกก็หุบปากและรีบไปทำตามที่ฉันสั่งซะ!"ร่างสูงตะคอกเสียงดุใส่หญิงชราหัวหน้าแม่บ้านก่อนจะอุ้มร่างบางที่ยังคงดีดดิ้นบนบ่าเดินมุ่งหน้าขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเองทันทีด้วยใบหน้าบึ้งตึง ปล่อยให้คนที่ถูกตะคอกเส
ครืด ครืด ครืด~เสียงมือถือเครื่องบางที่ดังขึ้นอยู่โต๊ะเล็กข้างเตียงนั้น ทำเอาเปลือกตาบางขยับเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ปรือปรอยเปิดเปลือกตามองไปยังต้นเหตุของเสียงรบกวนนั้นอย่างแปลกใจที่ถูกรบกวนตั้งแต่เช้ามือเรียวเล็กเอื้อมไปหยิบมือถือที่ส่งเสียงดังเข้ามาถือเพื่อเตรียมจะกดรับ แต่ทว่าเวลาที่แสดงอยู่บนหน้าจอมือถือนั้นก็ทำเอาคนที่สะลึมสะลือในตอนแรกต้องรีบเด้งตัวขึ้นมานั่งแทบจะทันที เมื่อเห็นว่าอีกไม่กี่นาทีก็จะแปดโมงเช้าแล้ว ซึ่งมันก็คือเวลาที่ลูกสาวตัวน้อยนั้นต้องได้ทานข้าวเพื่อเตรียมจะไปโรงเรียน แต่คนเป็นแม่อย่างเธอกลับนอนตื่นสาย ทั้งที่เมื่อคืนก็ไม่ได้นอนดึกมากแถมไม่ได้ถูกสามีรังแกก่อนนอนด้วย"ตายละ... เนลล่าต้องงอนแน่เลย" พิรตาพึมพำพลางเตรียมจะลุกจากเตียงโดยไม่สนใจมือถือที่ส่งเสียงดังไม่หยุดของตัวเองเลยสักนิดเมื่อเห็นว่าตอนนี้สายเกินกว่าที่เธอจะให้ความสนใจได้ ใจเธอตอนนี้กังวลกลัวว่าจะลงไปทำอาหารให้ลูกน้อยและสามีทานไม่ทันเป็นที่สุด เนื่องจากลูกสาวตัวน้อยนั้นหากไม่ได้กินข้าวต้มกุ้งของโปรดฝีมือของมารดาในตอนเช้าหนูน้อยจะต้องเกิดอาการงอนจนไม่ยอมทานข้าวแน่คิดได้ดังนั้นร่างบางของเธอจึงรีบดีดตัว
"อะ เอ่อ…"พิรตาครางในลำคอพร้อมกับแอบเหลือบสายตามองสำรวจร่างกำยำของสามีที่เดินเปลือยท่อนบนโชว์เรือนร่างกำยำด้วยสายตาชื่นชมอย่างลืมตัว คุณใหญ่เป็นผู้ชายที่หุ่นสมบูรณ์แบบและเพอร์เฟคมากไม่ว่าจะเป็นแผงอกที่แน่นตึงไปด้วยมัดกล้ามรวมไปถึงลอนกล้ามเนื้อที่เรียงตัวกันเป็นก้อนสวยงามชวนมอง แม้ว่าเขาจะอายุปาไป 36 ปีแล้วแต่เขากลับดูดีขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่ออายุมากขึ้นและยิ่งทำให้เธออดที่จะหวงแหนเขาไม่ได้หวงหรอ?พิรตานึกถึงคำพูดของบุตรสาวที่เอ่ยบอกเธอเมื่อตอนหัวค่ำ…คุณครูบอกว่าอยากเจอแด๊ดดี๊เพราะแด๊ดดี๊หล่องั้นหรอ? เหตุผลฟังไม่ขึ้นเลย!"อะแฮ่ม" เสียงกระแอมจากเขาทำเอาเธอถึงกับหน้าแดงอย่างอับอายที่เผลอตัวแอบมองเขานานสองนาน สายตากลมหวานเลื่อนไปมองหน้าหล่อเหลาของสามีเล็กน้อยก่อนจะขยับเดินเข้าไปหาเขา"ทำไมอาบน้ำก่อนพอใจคะ" ถามพลางยกเรียวแขนเล็กขึ้นไปโอบรอบคอแกร่งเอาไว้แล้วมองเข้าไปในตาดุคมของเขาอย่างกระเง้ากระงอด"พี่เหนียวตัวน่ะ เลยอาบไปก่อน" เขาตอบพร้อมกับยกมือขึ้นแกะแขนเล็กออก ก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องแต่งตัวพิรตามองตามแผ่นหลังแน่นตึงของผู้เป็นสามีที่กำลังเดินหายเข้าไปในห้องแต่งตัวด้วยสายตาตัดพ้อ เธออ่อย
"คุณผู้หญิงคะ นายใหญ่บอกว่าไม่หิวค่ะให้คุณผู้หญิงกับคุณหนูทานกันเลยค่ะ" เสียงรายงานของสาวใช้ทำเอาคนที่กำลังถูกบุตรสาวออดอ้อนให้ป้อนอาหารอยู่ถึงกับชะงักมือที่กำลังจะตักข้าวทันที"มะ ไม่หิวหรอจ๊ะ""เอ่อ... ค่ะ""ม๊ามี๊ขาาา ป้อนได้เเล้วค่ะ" เสียงออดอ้อนเร่งเร้าให้มารดาที่กำลังเหม่อกับคำตอบของสาวใช้รีบป้อนอาหารให้หนูน้อยดังขึ้น ทำเอาพิรตาตัดใจแล้วหันไปตักแกงจืดเต้าหูหมูสับเมนูโปรดของลูกรักป้อนให้ทันที หญิงสาวตักป้อนบุตรสาวเงียบๆ พลางส่งยิ้มหวานให้ลูกรักไปด้วย แต่ตัวเธอนั้นไม่ยอมแตะอาหารที่ตัวเองตั้งใจทำเลยด้วยซ้ำ"วันนี้รอแด๊ดดี๊นานไหมคะคนเก่ง" หญิงสาวเอ่ยถามลูกน้อยที่กำลังวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ หลังจากที่อิ่มจากการทานมื้อค่ำไปแล้ว"วันนี้แด๊ดดี๊ไม่ได้ไปรับเนลล่าค่ะม๊ามี๊" คำตอบของลูกน้อยนั้นทำเอาคิ้วคนถามขมวดมุ่นอย่างแปลกใจทันที เกิดอะไรขึ้นกันปกติคุณใหญ่จะต้องไปรับลูกด้วยตัวเองทุกครั้ง แม้งานจะยุ่งแค่ไหนเขาก็จะปลีกตัวมารับลูกก่อน แต่เหตุใดวันนี้เนลล่าถึงบอกว่าเขาไม่ได้ไปรับ"สงสัยแด๊ดดี๊กำลังยุ่งๆ อยู่กับงานถึงไปรับคนเก่งของม๊ามี๊ไม่ได้" พิรตาพยายามพูดแก้ต่างให้กับสามีเพราะไม่อยากให้บุตรสาว
"พอใจ!!!""ว๊ายยย ญะญ๋าา... ฉันตกใจหมด" มือเล็กยกขึ้นทาบอกแล้วหันกลับไปมองเพื่อนอย่างตกใจกับเสียงเรียกที่ดังจนเธอถึงกับสะดุ้ง"ก็มัวแต่นั่งเหม่อลอยอยู่แบบนี้ ฉันเรียกเธอเป็นสิบๆ ครั้งแล้วยังไม่ได้ยินอีก" ญะญ๋าบ่นพึมพำพลางทรุดกายลงนั่งข้างๆ เพื่อนสาวที่กำลังนั่งจับต้นกุหลาบเอาไว้"คิดอะไรอยู่อ่ะ ทำไมเธอดูซึมๆ" ญะญ๋าขยับเข้าไปกระซิบถามเพื่อนอย่างสงสัยใคร่รู้กับอาการเหม่อลอยและใบหน้าที่ซึมแปลกๆ นั้นของเพื่อนสาว"เปล่านี่... แล้วนี่เธอมากับใคร เห็นคุณใหญ่บอกว่าพี่นิคต้องไปโมร็อกโกสองวันไม่ใช่หรอ" พิรตาปฏิเสธความสงสัยของเพื่อนพลางรีบเอ่ยถามเพื่อนรักเพื่อเปลี่ยนเรื่องคุยทันที... เรื่องที่เธอเป็นกังวลจนทำให้มานั่งซึมอยู่ในสวนแบบนี้เธอไม่อยากบอกหรือคุยกับใครให้ไม่สบายใจไปกับเธอด้วยหรอก"ใช่... พี่นิคไปโมร็อกโก แต่ฉันไม่อยากไปด้วย""อ้าว ทำไมละ..." พิรตาถามกลับเพื่อนอย่างแปลกใจ ปกติเธอเห็นทั้งสองตัวติดกันอย่างกับปาท่องโก๋ ยิ่งช่วงข้าวใหม่ปลามันแบบนี้ด้วย...แต่จะว่าไปตอนนี้ญะญ๋ากับพี่นิคก็แต่งงานกันได้หลายเดือนแล้วสินะ แถมความรักความเอาใจใส่ที่พี่นิคมีให้เพื่อนของเธอก็ไม่มีท่าทีลดลงไปเลย ไม่เหม
"แด๊ดดี๊ขาาาา... ม๊ามี๊ไปหนายยย"เสียงเล็กๆ เอ่ยถามผู้เป็นบิดาทันทีอย่างสงสัยเมื่อไม่เห็นมารดายืนรอรับเหมือนทุกวัน ปกติหลังจากที่หนูน้อยกลับจากโรงเรียนพร้อมกับผู้เป็นบิดานั้น ม๊ามี๊คนสวยก็จะคอยเดินมารับเธอหน้าบ้านทุกวันเพื่อรอกอดและหอม"ม๊ามี๊น่าจะหลับอยู่ข้างบนมั้งคะ""งั้นเราไปหาม๊ามี๊กันเถอะ เนลล่าคิดถึงม๊ามี๊...""ครับคนเก่ง"ลีอันโดรรับคำบุตรสาวเสร็จก็อุ้มหนูน้อยเนลล่าวัยสี่ขวบเดินขึ้นบันไดเพื่อไปหาเมียสุดที่รักหรือม๊ามี๊คนสวยของเนลล่าทันที... เห้อ นี่เขากับเธอก็อยู่ด้วยกันมาจนเนลล่าสี่ขวบแล้ว แต่ไอ้อาการคลั่งรักเมียและอาการหลงเมียกลับไม่ลดลงเลยสักนิดเดียว ตรงข้าม... นับวันยิ่งรักยิ่งหลงเมียมากขึ้นจนแทบไม่อยากอยู่ห่างนานๆที่สำคัญเด็กน้อยในอ้อมกอดของเขาตอนนี้ก็ยิ่งทำให้เขารักเขาหลงไม่แพ้กัน และวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่หลังจากเลิกงานเขาต้องไปรับบุตรสาวเป็นประจำทุกวัน... ความจริงแล้วเขาไม่อยากให้ลูกต้องไปโรงเรียนซะด้วยซ้ำ เพราะเนลล่ายังเด็กมากแล้วที่สำคัญเขาเป็นห่วงกลัวลูกถูกเพื่อนรังแก... เห็นลูกเขาฉลาดและหัวดื้อแบบนี้น่ะ ลูกสาวเขาก็ขี้แงเหมือนเมียเขาไม่มีผิด! แต่เมียเขาก็ไม่ยอมท
3 ปีต่อมา...จุ๊บ!!"จะไปไหนครับที่รัก"ลีอันโดรที่เดินเข้ามาสวมกอดและกดจูบแก้มนุ่มของภรรยาสุดที่รักเอ่ยถามคนที่กำลังนั่งแต่งหน้าทาปากอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัวอย่างสงสัยใคร่รู้เพราะปกติเวลาอยู่บ้านหรือจะออกไปไหนก็ตามน้อยครั้งมากที่เมียเขาจะแต่งหน้าแต่งตา แต่ทำไมวันนี้เธอถึงแต่งหน้าซะสวยผิดหูผิดตา ทำเอาต่อมความหวงเริ่มทำงานทันทีจนต้องก้มหน้าไปฝากรอยรักที่ซอกคอเรียวระหงของเธออย่างหวงแหนจุ๊บ จุ๊บ! ฟอดดดด"อ้ะ อื้ออ พอแล้วค่ะ" พิรตาพยายามดันใบหน้าของผู้เป็นสามีออกห่างซอกคอเล็กเมื่อเขานั้นเอาแต่ซุกไซร้และกดจูบและดูดดึงเนื้อเนียนสวยของเธอไม่ยอมหยุด"ที่รักจะไปไหนครับ" ชายหนุ่มยอมผละใบหน้าและริมฝีปากออกพลางเปลี่ยนมานั่งที่เก้าอี้ตัวใหญ่ที่เธอนั่งอยู่ก่อนจะรั้งร่างบางให้นั่งทับลงมาบนตักแกร่งของเขาแทน"ความลับของสาวๆ ค่ะ วันนี้ฝากดูแลเนลล่าด้วยนะคะคุณแด๊ดดี้ แล้วพอใจจะรีบกลับน๊าา ฟอด!"เรียวแขนเล็กยกคล้องกอดคอหนา พลางกดจมูกเล็กเชิดรั้นหอมแก้มสากของสามีไปหนึ่งฟอดอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันไปปัดแก้มต่ออย่างไม่ทุกข์ร้อนใดๆ กับสีหน้าของคนที่เธอนั่งตักอยู่ตอนนี้"งั้นก็ฝันไปเถอะว่าจะได้ออกไปไห