“ถึงหนูจะช่วยพี่เขาไม่ได้ก็จริง แต่หนูเองก็พร้อมศึกษาเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ นะคะ ถ้ามันจะทำให้หนูได้ไปช่วยแบ่งเบาภาระของพี่เขาได้ หนูพร้อมเรียนรู้ค่ะ” แม่พี่โลคาถอนหายใจออกมาอย่างตรง ๆ และคงเอือมระอากับฉันมาก ท่านดูมีสีหน้าที่หงุดหงิดเหมือนเดิมเลย “ฉันขอพูดเป็นครั้งสุดท้าย เลิกยุ่งกับโลคาซะ ออกไปจากชีวิตของเขา ฉันให้เวลาเธอจัดการกับความรู้สึกตัวเองสองวัน ถ้าหลังจากสองวันแล้วเธอยังคบกับลูกชายฉันอยู่ละก็ เธอคงจะพอเข้าใจนะว่าฉันที่เป็นแม่สามารถทำอะไรกับอนาคตเขาได้บ้าง แน่นอนว่าถ้าอนาคตที่ดีของเขาต้องมาจบลงเพราะตัวต้นเหตุอย่างเธอ คิดว่ามันคุ้มไหมล่ะ” ถ้าฉันฝืนคบ ถ้าฉันไม่ยอมทำตามแบบที่แม่พี่โลคาพูด อนาคตของพี่เขาก็จะจบลงงั้นเหรอ ฉันไม่ยอมแน่ ๆ พี่โลคาออกจะทุ่มเทซะขนาดนั้น จะให้มาจบลงเพราะฉันคนเดียวไม่ได้หรอกนะถ้าการที่ฉันต้องตัดใจแล้วให้พี่เขาไปเจอคนที่พร้อมมันก็คงจะดีแล้วใช่ไหม... “เกินไปหรือเปล่าคุณ” พ่อพี่โลคาที่เงียบมานานก็เอ่ยขึ้นห้ามปรามแม่พี่โลคา ฉันได้แต่นั่งเงียบคิดทบทวนเรื่องต่าง ๆ ภายในหัวแต่ก็ยังคงได้ยินบทสนทนาเป็นระยะ ๆ อยู่ “คุณน่ะนั่งเงียบ ๆ
“แย่หน่อยนะที่คุณแม่เขาไม่ชอบเธออะเน่” นางยกมือขึ้นมาตบบ่าฉันเบา ๆ เพื่อแสร้งทำเป็นให้กำลังใจฉัน ฉันจึงปัดมือนางออกอย่างแรงจนนางมีใบหน้าโมโหส่งมาให้ “สักวันถ้าแม่พี่โลคารู้ว่าแกมันตีสองหน้าเก่ง ท่านเขาก็คงเกลียดขี้หน้าแกมากกว่าฉันอีก เก็บหางของแกไว้ให้มิด ๆ ล่ะ ถ้าโผล่ออกมาเมื่อไหร่ฉันจะกลับมานั่งทับที่แกแน่” ว่าจบฉันก็เดินชนไหล่มันออกไปเลย ไม่หลบก็ไม่ต้องหลบ ก็แค่ชนแม่งไปเลยก็จบละ ฉันชนมันแรงมากจนมันถึงกับล้มลงไปนั่งกับพื้นเลย ถามว่าฉันหันไปมองหรือสนใจไหม ก็ขอตอบเลยว่า ไม่!“กรี๊ด! อีเน่!” นั้นไงล่ะนิสัยของนาง พอตรงนี้ไม่มีคนนะก็ดันแสดงตัวตนของตัวเองออกมาซะหมดเปลือก ลุคเรียบร้อยนิสัยดีของนางก็แค่ภาพที่สร้างขึ้นมาเท่านั้นแหละเวลา 18.48 น. “ยัยหนูเป็นอะไรหรือเปล่าทำไมเขี่ยอาหารเล่นแบบนั้นครับ” ฉันยันตัวนั่งหลังตรงอีกครั้ง และพยายามเรียกสติให้สนใจคนตรงหน้าอีกรอบเมื่อเผลอไปคิดถึงเรื่องเมื่อบ่าย ตอนนี้ฉันกำลังนั่งอยู่ในร้านอาหารกับพี่โลคา อย่างที่บอกไปในตอนแรก ฉันย้ายกลับไปอยู่บ้านแล้ว เพราะงั้นทุกวันที่เลิกเรียนพี่โลคาก็มักจะมารับฉันไปส่งที่บ้าน แต่พี่เ
ติ๊ด! ภายในห้องเรียนผมไม่ค่อยมีใครสนใจกันและกันมากเท่าไหร่ ทุกคนจะมีมุมของตัวเอง และผมก็เลือกที่จะมานั่งหลังห้อง เพราะเมื่อไม่นานเพิ่งจะมีข้อความจากเพื่อนในทางสายมืดส่งข้อความมาให้ผม ผนวกกับตอนนี้อาจารย์ยังไม่เข้ามา ผมจึงรีบจัดการดูข้อความนั้นก่อนเลย ผมกดเปิดคลิปที่มันส่งมาให้ก่อนเลยพร้อมกับเสียบสายหูฟังต่อ เพราะภาพปกคลิปมันคือวันที่เลเน่กำลังมีปัญหากับน้องด้า ส่วนอีกไฟล์เป็นเอกสารไอพีต่าง ๆ ของคนที่โพสต์ภาพตัดต่อ อันนี้ไว้เดี๋ยวผมค่อยไปดู“ฉันรู้ว่าแกชอบพี่โลคา” ช่วงบทพูดนี้เป็นของเลเน่ในตอนที่ผมไม่ได้มาเห็น“กะ...แกรู้ได้ไงอะ!”“ฉันเผลอไปได้ยินตอนที่แกสารภาพรักกับพี่โลคาอะ”“ฉันขอโทษนะแก ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหักหลังแกนะ” น้องด้าเธอเองก็ดูปกติ ไม่รู้ว่ามันจะส่งคลิปนี้มาให้ผมทำไม ผมก็เห็นว่าไม่มีอะไรน่าสนใจเลย“ด้า! แกร้องไห้ทำไม”“ฮือ ๆ เราขอโทษแกนะเน่ เราขอโทษ เราไม่ได้ตั้งใจ แกอย่าโกรธเราเลยนะ” แต่แล้วสิ่งผิดปกติก็เริ่มขึ้น เมื่อบทสนทนาที่ผมมาไม่ทันกำลังเริ่มปรากฏขึ้น อยู่ดี ๆ น้องด้าก็ร้องไห้ขึ้นมาสายตาเธอในตอนแรกมันไม่ได้มองที่เลเน่ แต่กลับมองผ่านเลเน่ไป ซึ่งเป
คาเฟ่น้องแมวเวลา 16.35 น.“ดูทำหน้า งอนพี่หรือไงครับ” ฉันหลุดออกจากภวังค์ของตัวเองที่เอาแต่คิดเรื่องที่กำลังจะใกล้มาถึงนี้ ส่วนเรื่องช่วงเช้าฉันไม่ได้งอนเลยสักนิด แต่คงต้องทำตัวเนียนไปก่อน วันนี้ฉันอ้อนขอให้พี่โลคาพามาคาเฟ่แมว ฉันอยากมานานแล้วแต่ก็ไม่มีโอกาสสักทีฉันน่ะชอบแมวมาก แต่ดูเหมือนว่าคนตรงหน้าจะไม่ชอบนะ พอเวลาน้องแมวมาคลอเคลียพี่โลคาก็จะดันน้อง ๆ ออกตลอด เห็นแล้วตลกดี ไม่ชอบแต่ก็ไม่บอก ยังฝืนเพื่อฉันอีก“งอนสิ เสาร์อาทิตย์ก็ยังบ้างานอีก” พี่โลคาเอื้อมมือมายีหัวฉันอย่างเอ็นดู เพราะไม่ใช่แค่น้ำเสียงงอนของฉันเพียงเท่านั้น แต่ฉันยังใส่ท่าทางให้น่าเอ็นดูเข้าไปด้วย“ถ้าพี่ไม่ทำงานแล้วพี่จะเอาเงินที่ไหนมาเลี้ยงยัยหนูของพี่ล่ะครับ” ดูพูดเข้า ฉันละอ๊ายอายพูดออกมาได้หน้าตาเฉย คนอะไรก็ไม่รู้ ทีตอนตามจีบนะเย็นชาแสนจะเย็นชา“เน่รวยค่ะ เน่เลี้ยงพี่โลคาได้ ไม่ต้องทำแล้วงาน” ฉันพูดติดตลกออกไป“ผู้ชายที่ไหนจะปล่อยให้แฟนตัวเองเลี้ยงได้ละครับ พูดไม่คิดเลยนะเราอะ” พี่โลคาหยิกแก้มทั้งสองข้างของฉันอย่างหมั่นเขี้ยว ส่วนเท้านางฉันเห็นนะว่านางกำลังดันเจ้าแมวน้อยออกไปให้ห่างจากตัวอยู่“เปลี่ยนร้านไหม
“ขอบคุณที่เข้าใจพี่นะครับ” พี่โลคาเอื้อมมือมากุมมือของฉันที่วางอยู่บนโต๊ะ ฉันจึงหมุนมือให้หันกลับไปสอดจับเข้ากับมือของพี่เขา มือของพี่เขามันช่างอบอุ่นจัง“ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งเราสองคนเกิดเลิกกันขึ้นมา…”“มันจะไม่มีวันนั้น!” ฉันยังพูดไม่ทำจบพี่โลคาก็แทรกขึ้นมาเสียงดุ พร้อมกับกุมมือฉันแรงขึ้นจนฉันรู้สึกเจ็บ“เจ็บน้า” เหมือนว่าพี่โลคาจะรู้ตัว เขาก็ผ่อนแรงที่ใช้บีบฉัน“ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจ”“เน่ผิดเองที่พูดอะไรก็ไม่รู้ออกมา” ฉันยิ้มให้พี่โลคาแทน ส่วนพี่โลคาก็มองฉันด้วยสายตารู้สึกผิด“อย่าพูดอะไรแบบนั้นอีก พี่จะไม่ยอมปล่อยยัยหนูของพี่ไปไหนแน่” ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก และได้แต่ขอโทษพี่เขาภายในใจRrrrr rrrr ฉันยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไปเสียงมือถือของพี่โลคาก็ดังขึ้นมา พี่เขาก็ทำท่าทางขอตัวไปรับสาย ฉันจึงพยักหน้าให้แทน พี่เขาจึงยันตัวลุกขึ้นแล้วเดินออกจากร้านไป “สำคัญขนาดไม่อยากให้ฉันได้ยินเลยหรือไง” ฉันพูดบ่นกับตัวเองเบา ๆ พลางเท้าคางดูดน้ำปั่นมองพี่เขาผ่านกระจกไปด้วยความรู้สึกเซ็ง “ว่าไงคะเจ้าเหมียว แอบชอบแฟนฉันหรือไงฮะ” ฉันหันไปอุ้มเจ้าลูกแมวสีน้ำตาล
“ขอบใจมากนังหนู เจริญ ๆ นะลูก ตามผัวเองให้ทันล่ะ” ฉันได้แต่ยิ้มแก้เขินไป ลุงแกคงรู้แหละว่าฉันกำลังไล่ตามผู้ชาย“ว่าแต่พี่เขามาคุยงานที่นี่งั้นเหรอ” ฉันเดินไปสอดส่องแถวหน้าร้าน ทำให้พนักงานต้อนรับต่างมองมาทางฉันจนหนึ่งในนั้นก็เดินมาหาฉัน“ขอโทษด้วยนะครับ วันนี้ทางร้านเรางดให้บริการหนึ่งวันครับ ไม่ทราบว่าลูกค้าต้องการจองโต๊ะเป็นวันอื่นแทนได้ไหมครับ” โหนี่ถึงขนาดปิดร้านเลยเหรอ น่าจะหมดเงินไปไม่น้อยเลยนะ“อ่อ งั้นไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” ฉันว่าจบก็รีบเดินออกมายืนหน้าร้านแทน จะทำไงดีละเนี่ย อุตส่าห์จะใช้แผนการไปเนียนเป็นลูกค้าซะหน่อย จบละที่นี้ เอาไงดี“สวยมากเลยหนูด้า” ฉันที่กำลังยืนคิดหาวิธีกลับต้องชะงักแล้วเดินไปหาที่แอบ เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยแถมยังเอ่ยชื่อของอดีตเพื่อนรักฉันอีก ฉันวิ่งมาแอบแถวถังน้ำแข็งพลางย่อตัวลงเล็กน้อย แล้วก็แอบมองผู้มาใหม่“คุณน้าเองก็สวยมากเลยค่ะ” ทำไมยัยด้ากับคุณป้า แล้วก็คุณลุง ถึงมาอยู่ที่นี่กันได้ล่ะ อย่าบอกนะว่าธุระสำคัญที่พี่โลคาพูดคือเรื่องนี้“บอกแล้วไงว่าให้เรียกน้าว่าแม่ได้แล้วจ้าหนูด้า ยังไงอีกไม่นานเราก็จะต้องมาเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้วนะ” ด
ปัก! พอพี่แบล็คพูดจบฉันก็จัดการปาหมอนไปโดนหน้าอิพี่เขาเต็ม ๆ พูดมาได้ไงว่าฉันไปเป็นเมียน้อยพ่อพี่โลคา ตลกแล้ว “บ้าหรือไง! พูดออกมาได้” “สรุปคือไม่ใช่?” โอ๊ยอยากจะบ้าตาย “ไม่ใช่! เน่ชอบพี่โลคานะไม่ได้ชอบพ่อเขา พี่แบล็คคิดได้ไง เป็นบ้าไปแล้วเหรอ” ฉันเลยจัดการด่านางไป นาน ๆ ทีจะได้ด่าก็เหอะ อัดอันมานานล่ะ “ใครมันจะไปรู้วะ ก็เห็นอาจารย์ว่ากันแบบนั้น” พี่แบล็คกลับไปสนใจตัวเกมต่อ ส่วนฉันได้แต่กุมขมับแทน พวกอาจารย์เข้าใจผิดไปกันใหญ่ละ “ช่างเหอะ งั้นเน่ขอไปนอนก่อนละกัน” ฉันเตรียมจะลุกขึ้นแต่ก็ต้องนั่งลงที่เดิม เมื่อพี่แบล็คยังพูดไม่จบ “เดี๋ยว…แล้วเรื่องย้ายมอคืออะไร มึงก็ใกล้จะจบแล้ว อีกแค่สองปีทำไมถึงจะย้ายมอ?” พี่แบล็คพูดขึ้นในขณะที่ตัวเองก็นอนเล่นเกม และไม่ได้หันมามองฉันเลย “แค่อยากย้าย” พี่แบล็คยันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วกดปิดมือถือ พลางหันมาจ้องฉันอย่างจับผิด “อยากย้าย? ในตอนที่มึงคบกับไอ้คาแล้วเนี่ยนะ มึงคิดว่ากูจะเชื่อเหรอ กูให้มึงพูดใหม่ ไม่งั้นเรื่องนี้ถึงแม่มึงแน่ กูมั่นใจว่ามึงคงยั
QB Animal Zoo “ยังโกรธเรื่องเมื่อเช้าอยู่อีกเหรอคะ” ฉันเดินกุมมือพี่โลคาเข้ามาภายในสวนสัตว์ เราทั้งสองคนเพิ่งมาถึงสวนสัตว์ได้ไม่นานนี่เอง การมาเที่ยวสวนสัตว์ครั้งนี้ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในลิสต์ของฉันเช่นกัน ฉันนะชอบพวกสัตว์น่ารัก ๆ มากเลย ไม่จำเป็นต้องเป็นหมาแมวอย่างเดียวหรอกนะ แต่สัตว์อื่น ๆ ฉันก็ชอบเหมือนกัน แล้วดูอีกคนสิ เอาแต่ทำหน้าบึ้งตั้งแต่ในรถยันมาถึงสวนสัตว์แล้ว พี่โลคาก็ยังทำหน้านิ่งใส่ฉันอยู่เลย เรื่องเมื่อเช้าฉันก็ได้เคลียร์กันแล้วว่าไม่ได้มีอะไรในกอไผ่ พี่แบล็คเองก็ช่วยยืนยัน สุดท้ายก็ตกลงกันได้ แต่ไหงตอนนี้กลับมาโกรธฉันไม่ยอมคุยด้วยเฉยเลยง่า “ไม่ได้โกรธ” แหนะดูสิ อย่างกับผู้หญิงขี้งอนเลย “เน่ไม่เชื่อ โถ่พี่โลคา เน่สาบานเลยว่าเน่ไม่ได้คิดอะไรกับพี่แบล็คเลย คนที่เน่รักมากที่สุดก็คือพี่โลคาเท่านั้นนะคะ” ฉันพูดพร้อมกับชูสามนิ้วให้อีกคนเชื่อว่าฉันพูดจริง “คิดว่าตัวเองกำลังเรียนลูกเสืออยู่หรือไง เด็กเอ๋อ” ในที่สุดพี่โลคานางก็ยิ้มแล้ว แถมยังเอามือมาวางไว้บนหัวฉัน เท่านั้นไม่พอยังขยี้หัวฉันเล่นอีก
“พี่หิวไหมคะ เดี๋ยวเน่จะได้ไปจัดโต๊ะให้” ฉันเดินเข้าช่วยพี่โลคาถอดเสื้อนอกออก จากนั้นก็ถือเสื้อนอกไว้ในมือตัวเอง พลางถามคนตรงหน้าที่เพิ่งกลับมาจากที่ทำงานเหนื่อย ๆพี่โลคาตอนนี้ขึ้นทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการของโรงพยาบาลแทนแม่พี่เขาแล้ว พ่วงด้วยดูแลมหา’ลัยแยกอีก แต่ดีที่การดูแลมหา’ลัยไม่ได้ลำบากมากนัก เพราะการเป็นอธิการบดีไม่จำเป็นต้องเข้าไปดูแลทุกวันเหมือนกับโรงพยาบาล จึงไม่ใช่งานหนักอะไรพี่โลคาของฉันไม่ได้จบปริญาโทเท่านั้น แต่พี่โลคาใฝ่เรียนจนจบเด็กเตอร์เหมือนกับพ่อแม่ของตัวเองได้ในอายุที่ยังน้อย ส่วนฉันจบตรีได้ก็ถือว่าบุญมากแล้ว T^T“ครับ มานี่ก่อนเร็ว” ฉันเดินเข้าไปหาพี่โลคาด้วยสีหน้ายิ้ม ทุกครั้งที่พี่เขากลับมักจะอ้อนแบบนี้ตลอด ฉันรู้ดีว่าพี่เขาจะทำอะไร เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาพี่เขาก็มักจะทำแบบนี้เสมอเวลาที่กลับมาบ้านหรือว่าจะออกไปทำงานฟอด~ “หายเหนื่อยเลยครับ” ปากหวานตลอด ฉันไม่อยากจะบอกเลยว่ายิ่งอยู่กับพี่โลคานานขึ้นพี่โลคาก็มักจะทำอะไรที่ฉันไม่คาดคิดมาก่อนเสมอ ไม่ว่าจะชอบชมฉัน ชอบเซอร์ไพรส์ทุกครั้งที่เป็นวันเกิดหรือวันครบรอบ เอาเป็นว่าพี่เขาโรแมนติกมากขึ้นเรื่อย ๆ เ
“รับผิดชอบยัยหนูด้วยการหมั้นไงละครับ” หมั้นอย่างนั้นเหรอ! “หา! หมะ...หมั้นเหรอคะ!” ฉันมองแม่พี่โลคากับพี่โลคาสลับกันไปมาด้วยความตกใจ “เรียนจบเมื่อไหร่แม่สัญญาว่าจะรีบจัดงานแต่งงานให้ไวที่สุดเลย เพราะงั้นหนูเลเน่รีบเรียนให้จบไว ๆ นะลูก ส่วนเรื่องมหา’ลัยถ้าหนูอยากกลับมาเรียนที่เดิมก็ไม่เป็นปัญหา แม่จะไปคุยกับพ่อพี่เขาให้เอง” เรื่องหมั้นฉันยังตกใจไม่หาย นี่มาเรื่องเรียนจบแล้วแต่งงานอีก ให้ตายเถอะ “เอ่อ...คือว่า เรื่องนี้มันเป็นเรื่องใหญ่ หนูคงต้องขอคุยกับแม่ก่อนค่ะ” ฉันพูดออกไปด้วยความนอบน้อม เรื่องหมั้นเรื่องแต่งงานมันเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก แถมวันนี้แม่ฉันก็ไม่ได้มานั่งฟังด้วย เพราะงั้นฉันต้องไปเล่าให้แม่ฟังก่อน “เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงเลย เดี๋ยวแม่จะไปคุยกับพราวเองจ้ะ” ฉันยิ้มให้แม่พี่โลคา แต่ภายในใจก็รู้สึกกังวลกลัวว่าแม่ฉันจะไม่ยอม เอาจริงแล้วฉันดีใจมากที่จะได้หมั้นกับพี่โลคา แต่แค่กลัวว่าที่พี่เขาทำแบบนี้มันจะเป็นเพราะโดนบังคับให้ทำหรือเปล่า พี่เขาเต็มใจใช่ไหม...เวลา 13.23 น. “พี่โลคาแน่ใจแล้วเหรอคะว่าอยากจะหมั้นกับเน่จริ
ผลั๊ก! เสียงกระชากเปิดประตูของฉันดังขึ้น เรียกความสนใจให้สองแม่ลูกที่นั่งอยู่ตรงโซฟาต่างหันมามองที่ฉันเป็นทางเดียว ฉันพยายามใช้มือลูบผมที่กำลังยุ่งให้ดูเรียบร้อยขึ้นแล้วเดินไปยกมือไหว้แม่พี่โลคาด้วยท่าทางเกร็ง แม่พี่โลคาเองก็พยักหน้ารับไหว้ฉันเหมือนกัน “หนะ...หนูอธิบายได้นะคะ ท่านกำลังเข้าใจผิด” ฉันพูดด้วยเสียงตะกุกตะกัก รีบเดินไปทางแม่พี่โลคาเพื่อจะอธิบายเรื่องนี้ไปในทางที่ดี แม้ฉันจะต้องโกหกท่านก็เถอะ แต่เพื่ออนาคตพี่เขาแล้วฉันจะทำตัวน่าสงสัยแบบนี้ไม่ได้ “ไม่ต้องอธิบายอะไรทั้งนั้น เห็นเต็มสองตาขนาดนี้ยังจะแก้ตัวอะไรได้อีก” แม่พี่โลคาพูดในขณะที่สายตายังคงจ้องหน้าลูกชายตัวเองด้วยความโมโห “ท่านคะ! เป็นความผิดหนูเองค่ะ คือ...คือหนูอะ...อ่อยพี่เขาค่ะ! หนูสัญญาค่ะว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก” ฉันวิ่งเข้าไปนั่งกอดขาแม่พี่โลคาพลางพูดรัวพูดมั่วไปหมด คิดอะไรได้ก็พูดเพื่อให้พี่โลคาไม่ซวย “ยัยหนู!/หนูเลเน่!” ฉันมองทั้งสองคนด้วยความงุนงง เนื่องจากทั้งสองต่างพากันเข้ามาจับฉันให้ยืนขึ้น “เลเน่ ทำไมหนูทำแบบนี้ละลูก” ฉันมึนเ
“อ๊า” ฉันนอนหอบหายใจเมื่อตัวเองได้ปลดปล่อยบางอย่างออกมา ฉันรู้สึกโล่งตัวอย่างบอกไม่ถูก แต่เพียงแค่แป๊บเดียวเท่านั้น เพราะตอนนี้ฉันกำลังจะกลับมาเกร็งอีกรอบเมื่อเห็นว่าพี่โลคาขยับตัวลงมานั่งติดกับส่วนนั้นของฉัน “พะ...พี่โลคา” ฉันพูดด้วยเสียงหอบหมายจะห้ามพี่เขา แต่ทำไมเหมือนกับว่าตรงส่วนนั้นมันขยายใหญ่มากขึ้นกว่าเดิมได้ล่ะ แถมมัยยังกระตุกขยับไปมาเล็กน้อยอีกด้วย “รู้ตัวไหมเวลาที่ยัยหนูนอนพูดด้วยสีหน้าแบบนั้นมันทำให้พี่มีอารมณ์มากขึ้นแค่ไหน” พี่โลคาชักรูดส่วนนั้นของตัวเองพลางมองหน้าฉันไปด้วย ไม่นานพี่โลคาก็ใช้แขนมาค้ำยันลงที่ข้างหูฉัน อีกมือก็จัดการจับเจ้าส่วนนั้นของพี่โลคามาถูที่น้องสาวสุดหวงของฉันไปด้วย “อือ ดะ...เดี๋ยวสิคะ” แม้ฉันจะร้องห้ามแต่ขาทั้งสองข้างของตัวเองกลับขยับออกห่างเองโดยอัตโนมัติ เพื่อให้สิ่งนั้นถูไถได้ง่ายขึ้น “ชอบเหรอครับ” พี่โลคายิ้มมุมปาก พลางก้มหน้าจ้องมองฉันที่กำลังใช้มือปิดปากตัวเองไว้เพราะไม่อยากส่งเสียงน่าเกลียดออกมา แต่ภายในใจจริง ๆ ก็กำลังก่นด่าตัวเองด้วยที่ดันไปขยับขาออกเพื่อรับสัมผัสอย่างน่าอับอาย “ส
“ปล่อย” ฉันพูดด้วยเสียงนิ่งและจริงจังเพื่อให้อีกคนรับรู้ว่าฉันไม่ได้พูดเล่น ส่วนพี่โลคานางก็เลิกยุกยิกกับฉันเลยเมื่อเห็นว่าฉันเริ่มจะไม่มีท่าทีเล่นแล้ว “ยัยหนู...” พี่โลคากอดเอวฉันจากทางด้านหลังไว้หลวม ๆ พลางเกยคางไว้บนไหล่ของฉัน จากนั้นนางก็เริ่มเรียกฉันแบบที่ชอบเรียกด้วยเสียงอ้อน “ออกไป เน่ขอร้อง” เสียงของฉันเริ่มจะสั่นเครือแล้ว ความรู้สึกของฉันมันเริ่มจะไม่เชื่อฟังตัวฉันซะแล้ว ยอมรับเลยว่าวันนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีความสุขมาก แต่มันเป็นความสุขที่ฉันจะต้องเก็บเอาไว้ภายใต้จิตใจของฉัน ฉันพยายามแสดงออกให้พี่เขาเห็นมากที่สุดว่าฉันไม่ต้องการกลับไปยุ่งกับพี่เขาแล้ว “อย่าไล่พี่ ยัยหนูไม่รักพี่แล้วงั้นเหรอ” ฉันจุกกับคำพูดของพี่เขาจนตัวเองนั่งนิ่งเงียบไป ไม่รักงั้นเหรอ เหอะ! ถ้าฉันไม่รักพี่เขาฉันก็คงไม่ยอมให้ตัวเองมาทรมานแบบนี้หรอก “…” พี่โลคาจับฉันให้นั่งหมุนตัวหันไปตรงหน้าพี่เขา เราสองคนต่างมองตากันด้วยความรู้สึกที่ต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่าอีกคนคิดอย่างไรกับเรา ใบหน้าพี่เขาเริ่มเลื่อนเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้นเรื่อย ๆ “คิดถึง” พี่
กลับไปก็ต้องรีบไปทำควิซอีก เพื่อเก็บคะแนนตรงนี้ให้เป็นคะแนนช่วยเวลาที่คะแนนสอบออกมาได้ไม่ดีอะไรแบบนี้ วิชานี้เป็นวิชาที่ยากมากพอสมควรเลยคอนโดเลเน่ พอฉันเปิดประตูเข้าไป จมูกก็ได้กลิ่นหอมออกมาจากทางห้องครัว ไม่ต้องบอกก็พอเดาได้ว่าใครเข้ามาในห้องของฉันถ้าไม่ใช่พี่โลคา ส่วนที่นางเข้ามาได้อย่างไรอันนี้ฉันคงไม่ต้องไปคิดให้ปวดหัว คงจะใช้อำนาจอีกนั่นแหละ “กลับมาแล้วเหรอครับ หิวไหม?” พี่โลคาหันกลับมามองฉันที่เดินตามกลิ่นหอมยั่วยวนนี้เข้ามาในห้องครัว ฉันแอบตกใจและแปลกใจเล็กน้อยเมื่อได้เห็นพี่โลคาในมุมที่ใส่ชุดแบบนี้ พี่เขาสวมผ้ากันเปื้อนลายกระต่ายสีชมพูของฉันอยู่นะสิ อยากขำนะแต่ต้องเก๊กหน้านิ่งเอาไว้ก่อน “ใครอนุญาตให้พี่เข้ามาทำอาหารในนี้กันคะ” ฉันยืนกอดอกพูดกับพี่เขาด้วยน้ำเสียงเข้มแบบที่พี่เขาเคยทำใส่ฉัน “พี่อนุญาตตัวเอง ไปนั่งรอก่อนจะเสร็จแล้ว” คนหน้ามึนพูดจบก็หันกลับไปทำกับข้าวต่อโดยไม่สนใจเลยว่าฉันยืนจ้องตาเขม็ง สุดท้ายฉันก็ต้องยอมแพ้ออกมานั่งเปิดโน้ตบุ๊กเพื่อทำควิซแทน “ยากจัง” ฉันนั่งทำควิซมาได้สักพักแล้วแต่ก็ยังไม่เ
“เห็นว่ามุงดูคนหล่อกันค่ะ” คนหล่องั้นเหรอ...หรือว่า!! “ขอบคุณมากค่ะ” ฉันพูดขอบคุณรุ่นน้องเสร็จก็รีบวิ่งออกไปจากตรงนี้ให้ไวที่สุด ทางเข้ามหา’ลัยไม่ได้มีแค่ทางเข้าเดียว ฉันไปเข้าอีกทางก็ได้ ส่วนคนหล่อที่รุ่นน้องพวกนั้นพูดก็คงไม่พ้น “ยัยหนู!” นั่นไงล่ะ เป็นพี่โลคาจริง ๆ ด้วย ฉันหันกลับไปมองก็พบว่ามีหลายสายตาต่างจับจ้องมาที่ฉันด้วยสายตาแบบว่า...ริษยา ส่วนพี่โลคาก็หมายจะวิ่งเข้ามาหาฉัน แต่ดันติดฝูงคนตรงนั้นจนทำให้พี่เขาไม่สามารถตามฉันมาได้ “เกือบไปแล้ว” ฉันใช้มือทั้งสองข้างก้มจับเข่าพลางหอบหายใจด้วยความเหนื่อย ประตูอีกด้านที่สามารถเข้ามหา’ลัยได้ก็คือประตูหลังที่อยู่ติดอีกถนน มันไกลจากประตูหน้าพอสมควร แค่เดินธรรมดาก็เหนื่อยแล้วกว่าจะใช้เวลามาถึง แต่นี่ฉันดันวิ่งมา แน่นอนว่าฉันเหนื่อยแทบจะล้มตัวลงไปนอนหายใจเลย “น้องเน่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ฉันที่กำลังก้มตัวหอบหายใจอยู่ ก็มีมือของใครบางคนมาแตะลงที่ไหล่ของฉัน ฉันจึงเอียงคอขึ้นไปมองก็พบว่าเป็นพี่บลูนั้นเอง “ไม่เป็นอะไรค่ะ” ฉันขยับตัวออกห่างจากพี่บลูจนมือที่เขาแตะไว้ในตอนแรกเลื่อนออกไป
“ปล่อยนะ!” ฉันพยายามดิ้นไปมาเพื่อให้หลุดออกจากอ้อมกอดที่คุ้นเคย ฉันไม่อยากหวนคิดถึงมันอีก “หนีพี่มาทำไม ยัยหนูไม่รักพี่แล้วงั้นเหรอ” พี่โลคากอดฉันแน่นขึ้น แถมยังใช้มือขึ้นมาลูบผมฉันเบา ๆ อีก มันยิ่งทำให้ฉัน “ฮึก” ฉันกำเสื้อของพี่โลคาแน่น และกำมันด้วยความแรงที่ฉันกำลังเจ็บปวดอยู่ภายในใจตัวเอง พร้อมกับปล่อยน้ำตาให้ไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่ได้ พี่โลคาก็ยังคงลูบผมฉันอยู่อย่างนั้น “ขอโทษนะ” พี่โลคาเอ่ยขอโทษออกมา พี่เขาไม่ผิดเลย พี่เขาจะมาขอโทษฉันทำไมฉัน “ฮึก พะ...พี่จะมาขอโทษหนะ...หนูทำไม” ฉันพูดด้วยเสียงอู้อี้และสะอึกร้องไห้ไปด้วย “ขอโทษที่วันนั้นพี่ไม่ได้อยู่ช่วยยัยหนู ขอโทษที่ปล่อยให้คนในครอบครัวมาทำร้ายยัยหนูไงครับ พี่ขอโทษ พี่ไม่รู้เลยว่ายัยหนูของพี่จะเก็บเรื่องนั้นไว้คนเดียวตลอด คงเจ็บมากเลยใช่ไหม” พี่โลคาดันตัวฉันออกเล็กน้อย และพี่เขาก็ก้มลงมามองฉันที่กำลังร้องไห้อยู่ “มะ...ไม่ ฮึก พี่ไม่ได้ผิดเลย” ฉันส่ายหน้าไปมาพร้อมกับน้ำตาที่กำลังรินไหล พลางเงยหน้ามองพี่เขาด้วยสายตาจริงใจว่าฉันไม่โกรธหรือโทษพี่เขาเลยสักนิด
เลเน่ Talk “ขอบคุณที่มาส่งนะคะพี่บลู” ฉันก้มตัวลงไปไหว้รุ่นพี่ที่คณะของตัวเอง พี่เขาก็ยิ้มตอบกลับมาพร้อมกับพยักหน้าเป็นเชิงว่ารับคำขอบคุณจากฉัน นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วที่ฉันย้ายมาอยู่ที่นี่ พวกเพื่อน ๆ และรุ่นพี่ที่มหา’ลัยต่างใจดีกับฉันเกือบทุกคนเลย เป็นคณะที่อบอุ่นพอตัวเลย อีกอย่างฉันเข้ามาเรียนกลางคันด้วย ถ้าเป็นที่อื่นเขาคงไม่รับ แต่ฉันมีคนจัดการให้พร้อมก็เลยไม่เป็นปัญหาอะไร “ไม่เป็นไรครับ น้องเน่ก็รู้ว่าพี่เต็มใจมากแค่ไหน” ฉันทำได้เพียงแค่ยิ้มตอบกลับไป พี่บลูเป็นรู่นพี่ที่คณะของฉัน และยังเป็นนักศึกษาที่ได้ฉายาว่าเจ้าชู้ตัวพ่อ พี่เขาตามจีบฉันตั้งแต่เข้าเรียนวันแรก จนถึงวันนี้นางก็ยังคงตามจีบฉันไม่เลิก ทั้งที่ฉันบอกไปหลายรอบละนะว่าฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว แต่นั่นไม่ได้ทำให้พี่เขาหยุดตามตอแยฉันได้เลย และที่วันนี้พี่เขามาส่งฉันได้ก็เพราะได้รุ่นพี่อีกคนมาช่วยเป็นกำลังเสริม ฉันก็เลยต้องเลยตามเลยไป “งั้นเน่ขอตัวก่อนนะคะ” พูดจบฉันก็ไม่รอให้อีกฝ่ายตอบเพราะเดี๋ยวมันจะยาว ฉันจึงรีบเดินไว ๆ เข้าตึกคอนโดของใครก็ไม่รู้แทน ฉันไม่ได้ให้พี่เข