ชั้นโรงจอดรถพิเศษ พี่โลคาจูงมือฉันเดินอยู่หลายนาที จนพี่เขาพาฉันมาโผล่ที่ชั้นจอดรถของโรงพยาบาล ชั้นนี้มีรถน้อยมาก คาดว่าน่าจะเป็นชั้นจอดรถของคนระดับสูง ระหว่างทางที่เดินมาไม่มีใครพูดอะไรสักคำเลย จนกระทั่งเข้ามานั่งภายในรถ “พี่รอฟังคำแก้ตัวของยัยหนูอยู่นะครับ” ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองพี่โลคาด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ เมื่อกี้ยังดูเหมือนโกรธฉัน แต่ตอนนี้กลับมาทำหน้าตาแง่งอนขี้อ้อน แถมยังมาบอกว่ารอฟังคำแก้ตัวอะไรอีก ฉันงงไปหมดแล้ว “คำแก้ตัวอะไรคะ? เน่ยังไม่ทำอะไรผิดเลยนะ” หรือว่าพี่เขาจะหมายถึงฉันที่ไปทำหน้าทำตาใส่ยัยด้าอย่างนั้นเหรอ แล้วทำไมฉันต้องไปแก้ตัวอะไรด้วย ก็ยัยด้าอะมันเป็นคนผิดไม่ใช่ฉัน “อย่ามาทำเป็นไม่รู้ วันนี้ไปทำอะไรผิดมา?” “อือ ทำอะไรของพี่เนี่ย แล้วเน่ทำอะไรผิดคะ อย่าบอกนะว่าเป็นเรื่องของยัยด้าอะ!” พี่โลคาดึงฉันเข้าไปประกบจูบนุ่มนวล พอปากฉันเป็นอิสระก็รีบโวยวายเลย และไม่ลืมพูดถึงเรื่องของยัยด้าด้วย “เรื่องของน้องด้าเกี่ยวอะไร อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะยัยหนู” ฉันยิ่งงงเข้าไปกันใหญ่ สรุปฉันผิดเรื่องอะไรเนี่
สองวันต่อมา...ห้องเรียนของเลเน่เวลา 14.36 น. “เลเน่” ฉันที่เก็บของอยู่ภายในห้องเรียนเงียบ ๆ คนเดียวเงยหน้าขึ้นไปมองเพื่อนร่วมห้องที่เป็นเด็กเรียนและเป็นลูกรักของอาจารย์ วันนี้ยัยพิ้งนางไม่ได้มาเรียน ฉันเลยมานั่งเรียนอยู่คนเดียวเหงา ๆ เนี่ย “มีอะไรหรือเปล่า” ฉันวางมือจากการเก็บของ จากนั้นจึงหันไปสนใจกับคนตรงหน้าต่อ และเพื่อเป็นมารยาทด้วย ถ้ามีคนมาคุยเราควรสนใจเขามากกว่า “อาจารย์ให้เรามาตามแกไปพบอะ” ฉันนั่งนิ่งไปสักพัก เพื่อคิดทบทวนว่าตัวเองลืมส่งงานหรือไปทำอะไรผิดเข้าหรือเปล่า อาจารย์ถึงอยากเจอฉัน “ได้สิ ว่าแต่ฉันต้องไปพบอาจารย์ท่านไหนอะ” ฉันยิ้มตอบนางไปและไม่แสดงพิรุธอะไรออกมา ทั้งที่ในใจนี่คิดหัวแทบแตก ฉันไปทำอะไรผิดไว้วะ “อธิการบดีอะ” ห๊ะ! อะ...อะ...อธิการบดีเลยเหรอ “อืม โอเค ขอบคุณนะ” แล้วเพื่อนคนนั้นก็เดินออกไป ฉันจึงรีบเก็บข้าวของให้เสร็จด้วยใจที่เต้นตึกตัก นี่ฉันต้องไปพบกับพ่อพี่โลคาเหรอ ว่าแต่ท่านจะเรียกฉันไปทำไม หรือว่าเป็นเรื่องเมื่อสองวันก่อน ต้องใช่แน่ ๆ อีกอย่างแม่พี่โลคาเองก็ไม่ชอบฉัน กว
“ถึงหนูจะช่วยพี่เขาไม่ได้ก็จริง แต่หนูเองก็พร้อมศึกษาเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ นะคะ ถ้ามันจะทำให้หนูได้ไปช่วยแบ่งเบาภาระของพี่เขาได้ หนูพร้อมเรียนรู้ค่ะ” แม่พี่โลคาถอนหายใจออกมาอย่างตรง ๆ และคงเอือมระอากับฉันมาก ท่านดูมีสีหน้าที่หงุดหงิดเหมือนเดิมเลย “ฉันขอพูดเป็นครั้งสุดท้าย เลิกยุ่งกับโลคาซะ ออกไปจากชีวิตของเขา ฉันให้เวลาเธอจัดการกับความรู้สึกตัวเองสองวัน ถ้าหลังจากสองวันแล้วเธอยังคบกับลูกชายฉันอยู่ละก็ เธอคงจะพอเข้าใจนะว่าฉันที่เป็นแม่สามารถทำอะไรกับอนาคตเขาได้บ้าง แน่นอนว่าถ้าอนาคตที่ดีของเขาต้องมาจบลงเพราะตัวต้นเหตุอย่างเธอ คิดว่ามันคุ้มไหมล่ะ” ถ้าฉันฝืนคบ ถ้าฉันไม่ยอมทำตามแบบที่แม่พี่โลคาพูด อนาคตของพี่เขาก็จะจบลงงั้นเหรอ ฉันไม่ยอมแน่ ๆ พี่โลคาออกจะทุ่มเทซะขนาดนั้น จะให้มาจบลงเพราะฉันคนเดียวไม่ได้หรอกนะถ้าการที่ฉันต้องตัดใจแล้วให้พี่เขาไปเจอคนที่พร้อมมันก็คงจะดีแล้วใช่ไหม... “เกินไปหรือเปล่าคุณ” พ่อพี่โลคาที่เงียบมานานก็เอ่ยขึ้นห้ามปรามแม่พี่โลคา ฉันได้แต่นั่งเงียบคิดทบทวนเรื่องต่าง ๆ ภายในหัวแต่ก็ยังคงได้ยินบทสนทนาเป็นระยะ ๆ อยู่ “คุณน่ะนั่งเงียบ ๆ
“แย่หน่อยนะที่คุณแม่เขาไม่ชอบเธออะเน่” นางยกมือขึ้นมาตบบ่าฉันเบา ๆ เพื่อแสร้งทำเป็นให้กำลังใจฉัน ฉันจึงปัดมือนางออกอย่างแรงจนนางมีใบหน้าโมโหส่งมาให้ “สักวันถ้าแม่พี่โลคารู้ว่าแกมันตีสองหน้าเก่ง ท่านเขาก็คงเกลียดขี้หน้าแกมากกว่าฉันอีก เก็บหางของแกไว้ให้มิด ๆ ล่ะ ถ้าโผล่ออกมาเมื่อไหร่ฉันจะกลับมานั่งทับที่แกแน่” ว่าจบฉันก็เดินชนไหล่มันออกไปเลย ไม่หลบก็ไม่ต้องหลบ ก็แค่ชนแม่งไปเลยก็จบละ ฉันชนมันแรงมากจนมันถึงกับล้มลงไปนั่งกับพื้นเลย ถามว่าฉันหันไปมองหรือสนใจไหม ก็ขอตอบเลยว่า ไม่!“กรี๊ด! อีเน่!” นั้นไงล่ะนิสัยของนาง พอตรงนี้ไม่มีคนนะก็ดันแสดงตัวตนของตัวเองออกมาซะหมดเปลือก ลุคเรียบร้อยนิสัยดีของนางก็แค่ภาพที่สร้างขึ้นมาเท่านั้นแหละเวลา 18.48 น. “ยัยหนูเป็นอะไรหรือเปล่าทำไมเขี่ยอาหารเล่นแบบนั้นครับ” ฉันยันตัวนั่งหลังตรงอีกครั้ง และพยายามเรียกสติให้สนใจคนตรงหน้าอีกรอบเมื่อเผลอไปคิดถึงเรื่องเมื่อบ่าย ตอนนี้ฉันกำลังนั่งอยู่ในร้านอาหารกับพี่โลคา อย่างที่บอกไปในตอนแรก ฉันย้ายกลับไปอยู่บ้านแล้ว เพราะงั้นทุกวันที่เลิกเรียนพี่โลคาก็มักจะมารับฉันไปส่งที่บ้าน แต่พี่เ
ติ๊ด! ภายในห้องเรียนผมไม่ค่อยมีใครสนใจกันและกันมากเท่าไหร่ ทุกคนจะมีมุมของตัวเอง และผมก็เลือกที่จะมานั่งหลังห้อง เพราะเมื่อไม่นานเพิ่งจะมีข้อความจากเพื่อนในทางสายมืดส่งข้อความมาให้ผม ผนวกกับตอนนี้อาจารย์ยังไม่เข้ามา ผมจึงรีบจัดการดูข้อความนั้นก่อนเลย ผมกดเปิดคลิปที่มันส่งมาให้ก่อนเลยพร้อมกับเสียบสายหูฟังต่อ เพราะภาพปกคลิปมันคือวันที่เลเน่กำลังมีปัญหากับน้องด้า ส่วนอีกไฟล์เป็นเอกสารไอพีต่าง ๆ ของคนที่โพสต์ภาพตัดต่อ อันนี้ไว้เดี๋ยวผมค่อยไปดู“ฉันรู้ว่าแกชอบพี่โลคา” ช่วงบทพูดนี้เป็นของเลเน่ในตอนที่ผมไม่ได้มาเห็น“กะ...แกรู้ได้ไงอะ!”“ฉันเผลอไปได้ยินตอนที่แกสารภาพรักกับพี่โลคาอะ”“ฉันขอโทษนะแก ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหักหลังแกนะ” น้องด้าเธอเองก็ดูปกติ ไม่รู้ว่ามันจะส่งคลิปนี้มาให้ผมทำไม ผมก็เห็นว่าไม่มีอะไรน่าสนใจเลย“ด้า! แกร้องไห้ทำไม”“ฮือ ๆ เราขอโทษแกนะเน่ เราขอโทษ เราไม่ได้ตั้งใจ แกอย่าโกรธเราเลยนะ” แต่แล้วสิ่งผิดปกติก็เริ่มขึ้น เมื่อบทสนทนาที่ผมมาไม่ทันกำลังเริ่มปรากฏขึ้น อยู่ดี ๆ น้องด้าก็ร้องไห้ขึ้นมาสายตาเธอในตอนแรกมันไม่ได้มองที่เลเน่ แต่กลับมองผ่านเลเน่ไป ซึ่งเป
คาเฟ่น้องแมวเวลา 16.35 น.“ดูทำหน้า งอนพี่หรือไงครับ” ฉันหลุดออกจากภวังค์ของตัวเองที่เอาแต่คิดเรื่องที่กำลังจะใกล้มาถึงนี้ ส่วนเรื่องช่วงเช้าฉันไม่ได้งอนเลยสักนิด แต่คงต้องทำตัวเนียนไปก่อน วันนี้ฉันอ้อนขอให้พี่โลคาพามาคาเฟ่แมว ฉันอยากมานานแล้วแต่ก็ไม่มีโอกาสสักทีฉันน่ะชอบแมวมาก แต่ดูเหมือนว่าคนตรงหน้าจะไม่ชอบนะ พอเวลาน้องแมวมาคลอเคลียพี่โลคาก็จะดันน้อง ๆ ออกตลอด เห็นแล้วตลกดี ไม่ชอบแต่ก็ไม่บอก ยังฝืนเพื่อฉันอีก“งอนสิ เสาร์อาทิตย์ก็ยังบ้างานอีก” พี่โลคาเอื้อมมือมายีหัวฉันอย่างเอ็นดู เพราะไม่ใช่แค่น้ำเสียงงอนของฉันเพียงเท่านั้น แต่ฉันยังใส่ท่าทางให้น่าเอ็นดูเข้าไปด้วย“ถ้าพี่ไม่ทำงานแล้วพี่จะเอาเงินที่ไหนมาเลี้ยงยัยหนูของพี่ล่ะครับ” ดูพูดเข้า ฉันละอ๊ายอายพูดออกมาได้หน้าตาเฉย คนอะไรก็ไม่รู้ ทีตอนตามจีบนะเย็นชาแสนจะเย็นชา“เน่รวยค่ะ เน่เลี้ยงพี่โลคาได้ ไม่ต้องทำแล้วงาน” ฉันพูดติดตลกออกไป“ผู้ชายที่ไหนจะปล่อยให้แฟนตัวเองเลี้ยงได้ละครับ พูดไม่คิดเลยนะเราอะ” พี่โลคาหยิกแก้มทั้งสองข้างของฉันอย่างหมั่นเขี้ยว ส่วนเท้านางฉันเห็นนะว่านางกำลังดันเจ้าแมวน้อยออกไปให้ห่างจากตัวอยู่“เปลี่ยนร้านไหม
“ขอบคุณที่เข้าใจพี่นะครับ” พี่โลคาเอื้อมมือมากุมมือของฉันที่วางอยู่บนโต๊ะ ฉันจึงหมุนมือให้หันกลับไปสอดจับเข้ากับมือของพี่เขา มือของพี่เขามันช่างอบอุ่นจัง“ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งเราสองคนเกิดเลิกกันขึ้นมา…”“มันจะไม่มีวันนั้น!” ฉันยังพูดไม่ทำจบพี่โลคาก็แทรกขึ้นมาเสียงดุ พร้อมกับกุมมือฉันแรงขึ้นจนฉันรู้สึกเจ็บ“เจ็บน้า” เหมือนว่าพี่โลคาจะรู้ตัว เขาก็ผ่อนแรงที่ใช้บีบฉัน“ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจ”“เน่ผิดเองที่พูดอะไรก็ไม่รู้ออกมา” ฉันยิ้มให้พี่โลคาแทน ส่วนพี่โลคาก็มองฉันด้วยสายตารู้สึกผิด“อย่าพูดอะไรแบบนั้นอีก พี่จะไม่ยอมปล่อยยัยหนูของพี่ไปไหนแน่” ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก และได้แต่ขอโทษพี่เขาภายในใจRrrrr rrrr ฉันยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไปเสียงมือถือของพี่โลคาก็ดังขึ้นมา พี่เขาก็ทำท่าทางขอตัวไปรับสาย ฉันจึงพยักหน้าให้แทน พี่เขาจึงยันตัวลุกขึ้นแล้วเดินออกจากร้านไป “สำคัญขนาดไม่อยากให้ฉันได้ยินเลยหรือไง” ฉันพูดบ่นกับตัวเองเบา ๆ พลางเท้าคางดูดน้ำปั่นมองพี่เขาผ่านกระจกไปด้วยความรู้สึกเซ็ง “ว่าไงคะเจ้าเหมียว แอบชอบแฟนฉันหรือไงฮะ” ฉันหันไปอุ้มเจ้าลูกแมวสีน้ำตาล
“ขอบใจมากนังหนู เจริญ ๆ นะลูก ตามผัวเองให้ทันล่ะ” ฉันได้แต่ยิ้มแก้เขินไป ลุงแกคงรู้แหละว่าฉันกำลังไล่ตามผู้ชาย“ว่าแต่พี่เขามาคุยงานที่นี่งั้นเหรอ” ฉันเดินไปสอดส่องแถวหน้าร้าน ทำให้พนักงานต้อนรับต่างมองมาทางฉันจนหนึ่งในนั้นก็เดินมาหาฉัน“ขอโทษด้วยนะครับ วันนี้ทางร้านเรางดให้บริการหนึ่งวันครับ ไม่ทราบว่าลูกค้าต้องการจองโต๊ะเป็นวันอื่นแทนได้ไหมครับ” โหนี่ถึงขนาดปิดร้านเลยเหรอ น่าจะหมดเงินไปไม่น้อยเลยนะ“อ่อ งั้นไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” ฉันว่าจบก็รีบเดินออกมายืนหน้าร้านแทน จะทำไงดีละเนี่ย อุตส่าห์จะใช้แผนการไปเนียนเป็นลูกค้าซะหน่อย จบละที่นี้ เอาไงดี“สวยมากเลยหนูด้า” ฉันที่กำลังยืนคิดหาวิธีกลับต้องชะงักแล้วเดินไปหาที่แอบ เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยแถมยังเอ่ยชื่อของอดีตเพื่อนรักฉันอีก ฉันวิ่งมาแอบแถวถังน้ำแข็งพลางย่อตัวลงเล็กน้อย แล้วก็แอบมองผู้มาใหม่“คุณน้าเองก็สวยมากเลยค่ะ” ทำไมยัยด้ากับคุณป้า แล้วก็คุณลุง ถึงมาอยู่ที่นี่กันได้ล่ะ อย่าบอกนะว่าธุระสำคัญที่พี่โลคาพูดคือเรื่องนี้“บอกแล้วไงว่าให้เรียกน้าว่าแม่ได้แล้วจ้าหนูด้า ยังไงอีกไม่นานเราก็จะต้องมาเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้วนะ” ด
“พี่หิวไหมคะ เดี๋ยวเน่จะได้ไปจัดโต๊ะให้” ฉันเดินเข้าช่วยพี่โลคาถอดเสื้อนอกออก จากนั้นก็ถือเสื้อนอกไว้ในมือตัวเอง พลางถามคนตรงหน้าที่เพิ่งกลับมาจากที่ทำงานเหนื่อย ๆพี่โลคาตอนนี้ขึ้นทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการของโรงพยาบาลแทนแม่พี่เขาแล้ว พ่วงด้วยดูแลมหา’ลัยแยกอีก แต่ดีที่การดูแลมหา’ลัยไม่ได้ลำบากมากนัก เพราะการเป็นอธิการบดีไม่จำเป็นต้องเข้าไปดูแลทุกวันเหมือนกับโรงพยาบาล จึงไม่ใช่งานหนักอะไรพี่โลคาของฉันไม่ได้จบปริญาโทเท่านั้น แต่พี่โลคาใฝ่เรียนจนจบเด็กเตอร์เหมือนกับพ่อแม่ของตัวเองได้ในอายุที่ยังน้อย ส่วนฉันจบตรีได้ก็ถือว่าบุญมากแล้ว T^T“ครับ มานี่ก่อนเร็ว” ฉันเดินเข้าไปหาพี่โลคาด้วยสีหน้ายิ้ม ทุกครั้งที่พี่เขากลับมักจะอ้อนแบบนี้ตลอด ฉันรู้ดีว่าพี่เขาจะทำอะไร เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาพี่เขาก็มักจะทำแบบนี้เสมอเวลาที่กลับมาบ้านหรือว่าจะออกไปทำงานฟอด~ “หายเหนื่อยเลยครับ” ปากหวานตลอด ฉันไม่อยากจะบอกเลยว่ายิ่งอยู่กับพี่โลคานานขึ้นพี่โลคาก็มักจะทำอะไรที่ฉันไม่คาดคิดมาก่อนเสมอ ไม่ว่าจะชอบชมฉัน ชอบเซอร์ไพรส์ทุกครั้งที่เป็นวันเกิดหรือวันครบรอบ เอาเป็นว่าพี่เขาโรแมนติกมากขึ้นเรื่อย ๆ เ
“รับผิดชอบยัยหนูด้วยการหมั้นไงละครับ” หมั้นอย่างนั้นเหรอ! “หา! หมะ...หมั้นเหรอคะ!” ฉันมองแม่พี่โลคากับพี่โลคาสลับกันไปมาด้วยความตกใจ “เรียนจบเมื่อไหร่แม่สัญญาว่าจะรีบจัดงานแต่งงานให้ไวที่สุดเลย เพราะงั้นหนูเลเน่รีบเรียนให้จบไว ๆ นะลูก ส่วนเรื่องมหา’ลัยถ้าหนูอยากกลับมาเรียนที่เดิมก็ไม่เป็นปัญหา แม่จะไปคุยกับพ่อพี่เขาให้เอง” เรื่องหมั้นฉันยังตกใจไม่หาย นี่มาเรื่องเรียนจบแล้วแต่งงานอีก ให้ตายเถอะ “เอ่อ...คือว่า เรื่องนี้มันเป็นเรื่องใหญ่ หนูคงต้องขอคุยกับแม่ก่อนค่ะ” ฉันพูดออกไปด้วยความนอบน้อม เรื่องหมั้นเรื่องแต่งงานมันเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก แถมวันนี้แม่ฉันก็ไม่ได้มานั่งฟังด้วย เพราะงั้นฉันต้องไปเล่าให้แม่ฟังก่อน “เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงเลย เดี๋ยวแม่จะไปคุยกับพราวเองจ้ะ” ฉันยิ้มให้แม่พี่โลคา แต่ภายในใจก็รู้สึกกังวลกลัวว่าแม่ฉันจะไม่ยอม เอาจริงแล้วฉันดีใจมากที่จะได้หมั้นกับพี่โลคา แต่แค่กลัวว่าที่พี่เขาทำแบบนี้มันจะเป็นเพราะโดนบังคับให้ทำหรือเปล่า พี่เขาเต็มใจใช่ไหม...เวลา 13.23 น. “พี่โลคาแน่ใจแล้วเหรอคะว่าอยากจะหมั้นกับเน่จริ
ผลั๊ก! เสียงกระชากเปิดประตูของฉันดังขึ้น เรียกความสนใจให้สองแม่ลูกที่นั่งอยู่ตรงโซฟาต่างหันมามองที่ฉันเป็นทางเดียว ฉันพยายามใช้มือลูบผมที่กำลังยุ่งให้ดูเรียบร้อยขึ้นแล้วเดินไปยกมือไหว้แม่พี่โลคาด้วยท่าทางเกร็ง แม่พี่โลคาเองก็พยักหน้ารับไหว้ฉันเหมือนกัน “หนะ...หนูอธิบายได้นะคะ ท่านกำลังเข้าใจผิด” ฉันพูดด้วยเสียงตะกุกตะกัก รีบเดินไปทางแม่พี่โลคาเพื่อจะอธิบายเรื่องนี้ไปในทางที่ดี แม้ฉันจะต้องโกหกท่านก็เถอะ แต่เพื่ออนาคตพี่เขาแล้วฉันจะทำตัวน่าสงสัยแบบนี้ไม่ได้ “ไม่ต้องอธิบายอะไรทั้งนั้น เห็นเต็มสองตาขนาดนี้ยังจะแก้ตัวอะไรได้อีก” แม่พี่โลคาพูดในขณะที่สายตายังคงจ้องหน้าลูกชายตัวเองด้วยความโมโห “ท่านคะ! เป็นความผิดหนูเองค่ะ คือ...คือหนูอะ...อ่อยพี่เขาค่ะ! หนูสัญญาค่ะว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก” ฉันวิ่งเข้าไปนั่งกอดขาแม่พี่โลคาพลางพูดรัวพูดมั่วไปหมด คิดอะไรได้ก็พูดเพื่อให้พี่โลคาไม่ซวย “ยัยหนู!/หนูเลเน่!” ฉันมองทั้งสองคนด้วยความงุนงง เนื่องจากทั้งสองต่างพากันเข้ามาจับฉันให้ยืนขึ้น “เลเน่ ทำไมหนูทำแบบนี้ละลูก” ฉันมึนเ
“อ๊า” ฉันนอนหอบหายใจเมื่อตัวเองได้ปลดปล่อยบางอย่างออกมา ฉันรู้สึกโล่งตัวอย่างบอกไม่ถูก แต่เพียงแค่แป๊บเดียวเท่านั้น เพราะตอนนี้ฉันกำลังจะกลับมาเกร็งอีกรอบเมื่อเห็นว่าพี่โลคาขยับตัวลงมานั่งติดกับส่วนนั้นของฉัน “พะ...พี่โลคา” ฉันพูดด้วยเสียงหอบหมายจะห้ามพี่เขา แต่ทำไมเหมือนกับว่าตรงส่วนนั้นมันขยายใหญ่มากขึ้นกว่าเดิมได้ล่ะ แถมมัยยังกระตุกขยับไปมาเล็กน้อยอีกด้วย “รู้ตัวไหมเวลาที่ยัยหนูนอนพูดด้วยสีหน้าแบบนั้นมันทำให้พี่มีอารมณ์มากขึ้นแค่ไหน” พี่โลคาชักรูดส่วนนั้นของตัวเองพลางมองหน้าฉันไปด้วย ไม่นานพี่โลคาก็ใช้แขนมาค้ำยันลงที่ข้างหูฉัน อีกมือก็จัดการจับเจ้าส่วนนั้นของพี่โลคามาถูที่น้องสาวสุดหวงของฉันไปด้วย “อือ ดะ...เดี๋ยวสิคะ” แม้ฉันจะร้องห้ามแต่ขาทั้งสองข้างของตัวเองกลับขยับออกห่างเองโดยอัตโนมัติ เพื่อให้สิ่งนั้นถูไถได้ง่ายขึ้น “ชอบเหรอครับ” พี่โลคายิ้มมุมปาก พลางก้มหน้าจ้องมองฉันที่กำลังใช้มือปิดปากตัวเองไว้เพราะไม่อยากส่งเสียงน่าเกลียดออกมา แต่ภายในใจจริง ๆ ก็กำลังก่นด่าตัวเองด้วยที่ดันไปขยับขาออกเพื่อรับสัมผัสอย่างน่าอับอาย “ส
“ปล่อย” ฉันพูดด้วยเสียงนิ่งและจริงจังเพื่อให้อีกคนรับรู้ว่าฉันไม่ได้พูดเล่น ส่วนพี่โลคานางก็เลิกยุกยิกกับฉันเลยเมื่อเห็นว่าฉันเริ่มจะไม่มีท่าทีเล่นแล้ว “ยัยหนู...” พี่โลคากอดเอวฉันจากทางด้านหลังไว้หลวม ๆ พลางเกยคางไว้บนไหล่ของฉัน จากนั้นนางก็เริ่มเรียกฉันแบบที่ชอบเรียกด้วยเสียงอ้อน “ออกไป เน่ขอร้อง” เสียงของฉันเริ่มจะสั่นเครือแล้ว ความรู้สึกของฉันมันเริ่มจะไม่เชื่อฟังตัวฉันซะแล้ว ยอมรับเลยว่าวันนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีความสุขมาก แต่มันเป็นความสุขที่ฉันจะต้องเก็บเอาไว้ภายใต้จิตใจของฉัน ฉันพยายามแสดงออกให้พี่เขาเห็นมากที่สุดว่าฉันไม่ต้องการกลับไปยุ่งกับพี่เขาแล้ว “อย่าไล่พี่ ยัยหนูไม่รักพี่แล้วงั้นเหรอ” ฉันจุกกับคำพูดของพี่เขาจนตัวเองนั่งนิ่งเงียบไป ไม่รักงั้นเหรอ เหอะ! ถ้าฉันไม่รักพี่เขาฉันก็คงไม่ยอมให้ตัวเองมาทรมานแบบนี้หรอก “…” พี่โลคาจับฉันให้นั่งหมุนตัวหันไปตรงหน้าพี่เขา เราสองคนต่างมองตากันด้วยความรู้สึกที่ต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่าอีกคนคิดอย่างไรกับเรา ใบหน้าพี่เขาเริ่มเลื่อนเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้นเรื่อย ๆ “คิดถึง” พี่
กลับไปก็ต้องรีบไปทำควิซอีก เพื่อเก็บคะแนนตรงนี้ให้เป็นคะแนนช่วยเวลาที่คะแนนสอบออกมาได้ไม่ดีอะไรแบบนี้ วิชานี้เป็นวิชาที่ยากมากพอสมควรเลยคอนโดเลเน่ พอฉันเปิดประตูเข้าไป จมูกก็ได้กลิ่นหอมออกมาจากทางห้องครัว ไม่ต้องบอกก็พอเดาได้ว่าใครเข้ามาในห้องของฉันถ้าไม่ใช่พี่โลคา ส่วนที่นางเข้ามาได้อย่างไรอันนี้ฉันคงไม่ต้องไปคิดให้ปวดหัว คงจะใช้อำนาจอีกนั่นแหละ “กลับมาแล้วเหรอครับ หิวไหม?” พี่โลคาหันกลับมามองฉันที่เดินตามกลิ่นหอมยั่วยวนนี้เข้ามาในห้องครัว ฉันแอบตกใจและแปลกใจเล็กน้อยเมื่อได้เห็นพี่โลคาในมุมที่ใส่ชุดแบบนี้ พี่เขาสวมผ้ากันเปื้อนลายกระต่ายสีชมพูของฉันอยู่นะสิ อยากขำนะแต่ต้องเก๊กหน้านิ่งเอาไว้ก่อน “ใครอนุญาตให้พี่เข้ามาทำอาหารในนี้กันคะ” ฉันยืนกอดอกพูดกับพี่เขาด้วยน้ำเสียงเข้มแบบที่พี่เขาเคยทำใส่ฉัน “พี่อนุญาตตัวเอง ไปนั่งรอก่อนจะเสร็จแล้ว” คนหน้ามึนพูดจบก็หันกลับไปทำกับข้าวต่อโดยไม่สนใจเลยว่าฉันยืนจ้องตาเขม็ง สุดท้ายฉันก็ต้องยอมแพ้ออกมานั่งเปิดโน้ตบุ๊กเพื่อทำควิซแทน “ยากจัง” ฉันนั่งทำควิซมาได้สักพักแล้วแต่ก็ยังไม่เ
“เห็นว่ามุงดูคนหล่อกันค่ะ” คนหล่องั้นเหรอ...หรือว่า!! “ขอบคุณมากค่ะ” ฉันพูดขอบคุณรุ่นน้องเสร็จก็รีบวิ่งออกไปจากตรงนี้ให้ไวที่สุด ทางเข้ามหา’ลัยไม่ได้มีแค่ทางเข้าเดียว ฉันไปเข้าอีกทางก็ได้ ส่วนคนหล่อที่รุ่นน้องพวกนั้นพูดก็คงไม่พ้น “ยัยหนู!” นั่นไงล่ะ เป็นพี่โลคาจริง ๆ ด้วย ฉันหันกลับไปมองก็พบว่ามีหลายสายตาต่างจับจ้องมาที่ฉันด้วยสายตาแบบว่า...ริษยา ส่วนพี่โลคาก็หมายจะวิ่งเข้ามาหาฉัน แต่ดันติดฝูงคนตรงนั้นจนทำให้พี่เขาไม่สามารถตามฉันมาได้ “เกือบไปแล้ว” ฉันใช้มือทั้งสองข้างก้มจับเข่าพลางหอบหายใจด้วยความเหนื่อย ประตูอีกด้านที่สามารถเข้ามหา’ลัยได้ก็คือประตูหลังที่อยู่ติดอีกถนน มันไกลจากประตูหน้าพอสมควร แค่เดินธรรมดาก็เหนื่อยแล้วกว่าจะใช้เวลามาถึง แต่นี่ฉันดันวิ่งมา แน่นอนว่าฉันเหนื่อยแทบจะล้มตัวลงไปนอนหายใจเลย “น้องเน่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ฉันที่กำลังก้มตัวหอบหายใจอยู่ ก็มีมือของใครบางคนมาแตะลงที่ไหล่ของฉัน ฉันจึงเอียงคอขึ้นไปมองก็พบว่าเป็นพี่บลูนั้นเอง “ไม่เป็นอะไรค่ะ” ฉันขยับตัวออกห่างจากพี่บลูจนมือที่เขาแตะไว้ในตอนแรกเลื่อนออกไป
“ปล่อยนะ!” ฉันพยายามดิ้นไปมาเพื่อให้หลุดออกจากอ้อมกอดที่คุ้นเคย ฉันไม่อยากหวนคิดถึงมันอีก “หนีพี่มาทำไม ยัยหนูไม่รักพี่แล้วงั้นเหรอ” พี่โลคากอดฉันแน่นขึ้น แถมยังใช้มือขึ้นมาลูบผมฉันเบา ๆ อีก มันยิ่งทำให้ฉัน “ฮึก” ฉันกำเสื้อของพี่โลคาแน่น และกำมันด้วยความแรงที่ฉันกำลังเจ็บปวดอยู่ภายในใจตัวเอง พร้อมกับปล่อยน้ำตาให้ไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่ได้ พี่โลคาก็ยังคงลูบผมฉันอยู่อย่างนั้น “ขอโทษนะ” พี่โลคาเอ่ยขอโทษออกมา พี่เขาไม่ผิดเลย พี่เขาจะมาขอโทษฉันทำไมฉัน “ฮึก พะ...พี่จะมาขอโทษหนะ...หนูทำไม” ฉันพูดด้วยเสียงอู้อี้และสะอึกร้องไห้ไปด้วย “ขอโทษที่วันนั้นพี่ไม่ได้อยู่ช่วยยัยหนู ขอโทษที่ปล่อยให้คนในครอบครัวมาทำร้ายยัยหนูไงครับ พี่ขอโทษ พี่ไม่รู้เลยว่ายัยหนูของพี่จะเก็บเรื่องนั้นไว้คนเดียวตลอด คงเจ็บมากเลยใช่ไหม” พี่โลคาดันตัวฉันออกเล็กน้อย และพี่เขาก็ก้มลงมามองฉันที่กำลังร้องไห้อยู่ “มะ...ไม่ ฮึก พี่ไม่ได้ผิดเลย” ฉันส่ายหน้าไปมาพร้อมกับน้ำตาที่กำลังรินไหล พลางเงยหน้ามองพี่เขาด้วยสายตาจริงใจว่าฉันไม่โกรธหรือโทษพี่เขาเลยสักนิด
เลเน่ Talk “ขอบคุณที่มาส่งนะคะพี่บลู” ฉันก้มตัวลงไปไหว้รุ่นพี่ที่คณะของตัวเอง พี่เขาก็ยิ้มตอบกลับมาพร้อมกับพยักหน้าเป็นเชิงว่ารับคำขอบคุณจากฉัน นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วที่ฉันย้ายมาอยู่ที่นี่ พวกเพื่อน ๆ และรุ่นพี่ที่มหา’ลัยต่างใจดีกับฉันเกือบทุกคนเลย เป็นคณะที่อบอุ่นพอตัวเลย อีกอย่างฉันเข้ามาเรียนกลางคันด้วย ถ้าเป็นที่อื่นเขาคงไม่รับ แต่ฉันมีคนจัดการให้พร้อมก็เลยไม่เป็นปัญหาอะไร “ไม่เป็นไรครับ น้องเน่ก็รู้ว่าพี่เต็มใจมากแค่ไหน” ฉันทำได้เพียงแค่ยิ้มตอบกลับไป พี่บลูเป็นรู่นพี่ที่คณะของฉัน และยังเป็นนักศึกษาที่ได้ฉายาว่าเจ้าชู้ตัวพ่อ พี่เขาตามจีบฉันตั้งแต่เข้าเรียนวันแรก จนถึงวันนี้นางก็ยังคงตามจีบฉันไม่เลิก ทั้งที่ฉันบอกไปหลายรอบละนะว่าฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว แต่นั่นไม่ได้ทำให้พี่เขาหยุดตามตอแยฉันได้เลย และที่วันนี้พี่เขามาส่งฉันได้ก็เพราะได้รุ่นพี่อีกคนมาช่วยเป็นกำลังเสริม ฉันก็เลยต้องเลยตามเลยไป “งั้นเน่ขอตัวก่อนนะคะ” พูดจบฉันก็ไม่รอให้อีกฝ่ายตอบเพราะเดี๋ยวมันจะยาว ฉันจึงรีบเดินไว ๆ เข้าตึกคอนโดของใครก็ไม่รู้แทน ฉันไม่ได้ให้พี่เข