22.45 น. แรงสั่นของการแจ้งเตือนข้อความกับแสงหน้าจอโทรศัพท์สว่างขึ้นท่ามกลางความมืดมนอันแสนเงียบงันภายในห้องนอน ส่งผลให้หญิงสาวสะลึมสะลือตื่นอย่างไม่ได้ตั้งใจเซเลน่าหยิบมันมาหรี่แสงลงเพื่อไม่ให้รบกวนเพื่อนสนิทที่นอนอยู่เตียงข้างๆ แล้วเปิดดูข้อความที่ถูกส่งมาจากเซเวียสChat Room : XAVIES XAVIES : เธอลืมของไว้XAVIES : ลงมาเอาXAVIES : ฉันรออยู่หน้าโดมTo the Moon : ทำไมไม่เอามาให้พรุ่งนี้To the Moon : มันดึกแล้วXAVIES : รีบลงมาริมฝีปากบางผ่อนลมหายใจพรืดใหญ่ ก่อนจะลุกจากเตียงนอนเดินไปหยิบเสื้อคลุมสวมทับชุดนอนกระโปรง แล้วรีบลงมาหน้าหอพักศึกษาก่อนที่ประตูจะปิดเซเวียสยืนรออยู่ข้างประตูรถยนต์พร้อมกับสูบบุหรี่ แต่พอเห็นเซเลน่าเดินออกมาจากหอพักจึงทิ้งบุหรี่ลงบนพื้นแล้วขยี้ดับด้วยรองเท้า“ไหนของที่บอกว่าฉันลืม”“เมื่อตอนเย็นเธอโกรธอะไรฉัน” เขาเลือกจะเอ่ยถามเธอแทนการเอาของชิ้นนั้นออกมาให้ เพราะที่จริงแล้วมันไม่มีหรอกของที่เซเลน่าลืมไว้ แต่ถ้าเขาหลอกล่อด้วยเหตุผลเช่นนี้เธอก็คงไม่ลงมา“เปล่านี่ เอาของมาได้แล้ว ก่อนประตูจะปิด”“แต่เธอทำเหมือนไม่พอใจฉัน” เพราะเขาไม่ได้อ่านความคิดของเซเลน่าอีก
ร่างบางถูกอุ้มกระเตงมาวางบนเตียงนอน ตามมาด้วยสัมผัสนุ่มลึกจากริมฝีปากหนาที่พรมจูบไปทั่วเรือนร่างตั้งแต่หน้าผากจรดปลายเท้าเซเลน่าดันศอกพาตัวเองลุกขึ้นจากเตียง แล้วกล่าวออกมาผ่านปลายเสียงแหบพร่า “มื้อสุดท้ายก่อนประหารเหรอ ทำไมนายดูอ่อนโยนกับฉันจัง”ปีศาจหนุ่มไม่รู้ตัวว่าตัวเองสัมผัสอีกฝ่ายอ่อนโยนจนขนาดเธอต้องตั้งคำถาม ครั้งสุดท้ายที่เขาแตะต้องผู้หญิงอย่างนุ่มนวลมันผ่านมาพันกว่าปีแล้ว“เหมือนเธอจะชอบให้ฉันทำแรงๆ สินะ”“ไม่ได้บอกว่าชอบ แค่แปลกใจที่นายเป็นแบบนี้เฉยๆ” เซเวียสไม่เคยอ่อนโยนขนาดนี้กับเธอ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับเจ็บปวดจนทนไม่ได้คนตัวสูงจูบหัวเข่าอมชมพูหนึ่งที ก่อนจะเกี่ยวเรียวขาเล็กพาดบ่า เคลื่อนตัวขึ้นมาจนริมฝีปากขนานกัน เขาขบเม้มกลีบปากอวบอิ่มเป็นเชิงหยอกเย้า ขณะที่ใจกลางความเป็นสาวถูกปลายท่อนลำถูไถให้เกิดความพร้อม“เธอกำลังเกร็งอยู่”“แล้วจะไม่ให้เกร็งได้ไง มันใหญ่นี่”“ชินได้แล้วมั้ง มันเป็นผัวเธอมาตั้งกี่ทีแล้ว”“นายก็เอ็นดูฉันหน่อยสิเซส”“ได้” เซเวียสรับปากว่าจะเอ็นดูคนตัวเล็ก แต่การเอ็นดูของเขามันไม่เหมือนกับมนุษย์ทั่วไป อยู่ที่ว่าเธอจะมองเห็นถึงสิ่งที่เขาหรือเปล่าเท่านั้นเอ
เมื่อความรู้สึกในส่วนลึกของใจถูกเปิดเผยจากคนที่มีใจให้ เซเลน่าก็พยายามหลบหน้าเจ้าตัว แม้ว่าจะนั่งเรียนห้องเดียวกัน แต่เธอไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเข้าหาเซเวียสส่งข้อความมาไม่รู้กี่ข้อความ เธอก็ไม่ยอมตอบเขากลับไป“ช่วงนี้แกกับเซสดูตึงๆ กันจังเลยนะ ทะเลาะกันเหรอ” เซเลน่ารู้ว่าเพื่อนทุกคนดูออกว่าเธอเปลี่ยนไปมาสักพักแล้ว แต่ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมาจนกระทั่งวันนี้“ไม่เชิง ฉันแค่ทำตัวไม่ค่อยถูกเฉยๆ”“เรื่องบางเรื่องถ้าเก็บไว้คนเดียวแล้วมันเครียดก็เอามาปรึกษาเพื่อนได้นะ แกรู้ใช่มั้ย”หญิงสาวเอนหลังพิงเก้าอี้พลางถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ ตอนแรกคิดว่าจะจัดการความรู้สึกของตัวเองได้แล้วแท้ๆ แต่กลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ซ้ำยังคงคิดถึงคนที่เกี่ยวข้องในสมการนี้จนนอนไม่หลับอีกต่างหาก“…เซสรู้ว่าฉันชอบเขา”“เขาบอกแกเหรอ”“อืม เขาบอกว่าที่ขอฉันเป็นแฟนเพราะรู้ว่าฉันมีใจให้”“มันก็แปลว่าเขาใส่ใจแกไง ไม่อยากให้แกเอาแต่แอบชอบเขาอยู่เงียบๆ ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นก็ได้ แค่กินแกไปเรื่อยๆ ก็น่าจะพอแล้ว” แอนนาลูบหลังเซเลน่าอย่างปลอบโยน เพราะเธอรู้ดีว่าการแอบรักข้างเดียวมันทรมาน แต่การที่อยู่ด้วยกันแต่ไม่
19.00 น.หญิงสาวขอตัวออกมาเดินเล่นนอกร้านอาหารหลังจากกินไปไม่กี่คำ ช่วงนี้เธอมีเรื่องให้ต้องคิดมากมายจึงพลอยทำให้รู้สึกไม่อยากอาหารไปด้วยอยากรู้ว่าเซเวียสจะรู้สึกอย่างไรที่ไม่ได้เจอเธอหลายวัน ขณะที่เธอเอาแต่คิดถึงเขาจนสติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว แต่ก็ยังไม่พร้อมจะพบหน้าเขาในตอนนี้“คุณ…เซเลน่ารึเปล่าครับ?” เสียงทุ้มฉุดรั้งเซเลน่าให้หลุดออกมาจากภวังค์ความคิด ก่อนจะหันหน้าไปมองทางต้นเสียง“คุณริโอ?”“ครับ ผมเอง” รอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่ม “ยืนเหม่ออะไรอยู่ตรงนี้ครับ”“เพิ่งกินข้าวเสร็จก็เลยออกมาเดินย่อยน่ะค่ะ แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่คะเนี่ย”“บ้านผมอยู่แถวนี้ครับ ผมมาวิ่งออกกำลังกาย”ชุดที่ริโอใส่บ่งบอกว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นเรื่องจริง แต่เซเลน่ากลับรู้สึกแปลกใจที่บ้านเขาอยู่แถวนี้ แทนที่จะอยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยริโอหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นโครงคิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน “คุณคงคิดว่าทำไมผมถึงอยู่แถวนี้ใช่มั้ยครับ”“รู้ได้ยังไงคะว่าฉันกำลังคิดแบบนั้น”“สีหน้าคุณมันฟ้องหมดแหละครับว่าคิดอะไรอยู่”เซเลน่าพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ เพราะการอ่านสีหน้าใครๆ ก็ทำกันทั้งนั้น คงไม่มีใค
“นายกำลังทำให้ฉันสับสนนะ”“สับสน?”“เพราะนายขอฉันเป็นแฟน บอกคิดถึงฉัน แต่ความจริงนายทำไปเพราะอ่านความรู้สึกของฉัน แบบนี้มันแฟร์กับความรู้สึกฉันเหรอเซส” เซเลน่ารู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับเธอเลย เขาทำไปโดยไม่ได้คิดอะไร ในขณะที่เธอเอาแต่คิดวนเวียนจนขาดความเป็นตัวเองไปเธอพยายามหยุดคิดเรื่องของเขา ทั้งที่เกือบทำได้ แต่จู่ๆ เขาก็โผล่หน้ามาแบบไม่ได้ตั้งตัว“แล้วฉันต้องทำยังไง เธออยากให้ทำยังไง”“กลับไปได้มั้ย ฉันยังไม่พร้อมจะเจอนายตอนนี้”“ไม่ได้” ปีศาจหนุ่มปฏิเสธทันควัน ถ้าเขาอยากกลับ คงไม่อยู่รอเจอเธอตั้งแต่แรก ไม่แอบมองเธอเวลาไปไหนมาไหนกับใคร“แล้วจะถามทำไมว่าฉันต้องการอะไร นายนี่โคตรเห็นแก่ตัว ไม่เคยเข้าใจความรู้สึกจริงๆ ของฉันเลย” หญิงสาวขึ้นเสียงใส่อย่างหมดความอดทน ยิ่งเห็นสีหน้าเรียบเฉยเหมือนคนเห็นแก่ตัวก็ยิ่งอยากหนีจากเซเวียสเสียเดียวนี้ “ล้อเล่นกับความรู้สึกฉันมันสนุกมากเลยใช่มั้ย”“ฉันล้อเล่นกับความรู้สึกของเธอตอนไหนเซล”“ตอนนี้แหละ! ตอนที่นายโผล่หน้ามาหาฉัน แล้วบอกว่าคิดถึง ทั้งที่นายต้องการแค่เซ็กซ์จากฉันอย่างเดียว มันทุเรศ ถ้าอยากนักก็ไปเอาคนอื่นไป!”เซเวียสมองคนตัวเล็กอย่างไม่เข้าใ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา…เสียงหอบหายใจดังขึ้นท่ามกลางสายลมยามเย็น ขณะที่ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังบดเคล้าริมฝีปากกันอย่างร้อนแรงอยู่บนพื้นหญ้าใต้ต้นมะกอกสูงใหญ่‘วะ…วันนี้เจ้าเอาเปรียบข้ามากเกินไปหรือเปล่า’ หญิงสาวตำหนิชายคนรักด้วยน้ำเสียงกระเส่า‘อย่างนั้นหรือ…แต่เจ้าเป็นผู้ที่ดึงข้าเข้าไปจูบเองมิใช่รึ?’‘เพราะเจ้าพูดจามิน่าฟังอย่างไรเล่า’ พวงแก้มสองข้างเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อเพราะความเขินอาย แม้จะเป็นคนรักกัน แต่ก็ใช่ว่าคุ้นเคยกับการกระทำของเขาเสียเมื่อไร‘ที่ข้าพูดว่าร่างกายของเจ้าน่ายลไม่หยอกนะหรือ?’ ไม่ว่าเปล่าชายหนุ่มยังขยับกายของไปนั่งปลายเท้าของหญิงสาว แล้วประคองฝ่าเท้าขึ้นมาจูบอย่างหลงใหล ‘…ข้าพูดความจริง’‘หยุดได้แล้วโลธาน เจ้านิสัยไม่ดีเลย’‘ข้ายอม หากได้เห็นเจ้าเป็นเช่นนี้’‘หากเจ้าไม่หยุด ข้าจักฟ้องท่านพ่อ’ชายหนุ่มรู้ดีว่าหญิงสาวคนรักไม่กล้าทำเช่นนั้นแน่นอน เพราะเธอคงไม่อยากให้เขาถูกลงโทษที่บังอาจแตะต้องร่างกายสูงศักดิ์ของเธอ‘ละ…โลธาน’ หญิงสาวเรียกชื่อชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงติดขัด เมื่อริมฝีปากหนาพรมจูบลงบนหลังเท้า ซ้ำยังขบเม้มปลายนิ้วอย่างไม่รู้จักรังเกียจ ‘เท้าข้าสกปรก…’‘ข้ามิเคยรัง
เนื่องจากเซเวียสยังไม่ได้สติ ทำให้หญิงสาวจำเป็นต้องมาเรียนคนเดียว โดยฝากเขาไว้กับมาลอส ด้วยเพราะใกล้จะถึงช่วงสอบไฟนอล เซเลน่าต้องตั้งใจเรียนมากกว่าเดิม แม้ลึกๆ จะเป็นห่วงคู่ชะตาของตัวเองก็ตามทีหลังจากเลิกเรียนแล้วเธอก็มายังห้องสมุดของมหาวิทยาลัย เพื่อหาที่เงียบสงบอ่านหนังสือ ระหว่างที่นั่งทบทวนบทเรียนอยู่ในมุมหนึ่งของห้องสมุด เธอได้ยินเสียงเคาะเบาๆ ดังมาจากเบื้องหน้า ส่งผลให้ต้องละสายตาจากหนังสือ“มาอ่านหนังสือเตรียมสอบเหรอครับ”“ค่ะ แล้วคุณ?” เซเลน่าถามกลับตามมารยาท แม้ว่าจะขัดใจเล็กน้อยที่ริโอมารบกวนสมาธิของเธอ“ผมมาหาที่เงียบๆ อ่านนิยายน่ะครับ”“นิยาย?”“นิยายไลฟ์โนเวลครับ ช่วงนี้ผมกำลังติดเลย” ริโอคลี่ยิ้มพร้อมกับเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามของเซเลน่านั่ง “ผมขอนั่งด้วยนะ”“เชิญค่ะ แต่อย่ารบกวนกันก็พอ”“ครับ”เซเลน่าให้ความสนใจชายหนุ่มเพียงเท่านั้น พลางก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อ ทั้งที่รู้ว่าเซเวียสเป็นปีศาจ เขาไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเซเลน่าก็พยายามสรุปเนื้อหาง่ายๆ ไว้ให้เขาอ่านริโอมองใบหน้าสะสวยแทนการอ่านหนังสือ บ่งบอกว่าสิ่งใดคือสิ่งที่น่าสนใจ ตั้งแต
“เซส”“หือ?”“…” เซเลน่าถอนหายใจเบาๆ พลางกลืนคำถามที่อยากถามอีกฝ่ายลงคอ แล้วตัดสินใจจะไม่ถามต่อ เพราะไม่รู้จะถามไปทำไม ในเมื่อรู้คำตอบอยู่แล้ว“ว่าไง เรียกทำไม”“เปล่า ไม่มีไร”“อยากให้ฉันอ่านความคิดของเธออีก?”“อยากทำอะไรก็ทำเถอะ นายไม่เคยฟังที่ฉันพูดอยู่แล้วนี่”ปีศาจหนุ่มดึงคนตัวเล็กหันมาสบตากันตรงๆ “ฉันจะไม่ทำ แต่เธอต้องบอกมา”“ฉันแค่อยากรู้น่ะ…ว่าถ้าปลดคำสาปได้แล้ว นายจะไปจากฉันรึเปล่า”มันควรเป็นคำถามง่ายๆ ไม่ต้องใช้ความรู้สึกอะไรก็ตอบได้ในทันทีแท้ๆ แต่ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้คิดหนักกับคำถามของเธอเธอควรจะรู้หรือไม่ว่าเขาไม่ได้อยากใช้ชีวิตเป็นปีศาจเลือดเย็นอีกต่อไปแล้ว ไม่อยากทนอยู่กับความเจ็บปวด อยากดับสูญไปพร้อมกับอดีตอันแสนโหดร้ายยังคงตามหลอกหลอนมาถึงทุกวันนี้ ทั้งที่ควรคิดแบบนี้…แต่มีเสี้ยววินาทีที่คิดแตกต่างความเงียบของชายหนุ่มทำเอาก้อนความรู้สึกแย่ๆ ค้างอยู่ในลำคอของหญิงสาว จะกลืนก็ไม่ลง จะคายก็ไม่ได้“…นายไม่ต้องตอบหรอก ฉันรู้อยู่แล้ว”เพราะแบบนี้เซเลน่าถึงอยากขอเวลาทบทวนสถานะระหว่างเธอกับเขา และย้ำชัดกับตัวเองว่า ‘พวกเรา’ ต้องมาข้องเกี่ยวกันด้วยเหตุใดสองอาทิตย์ต่อมา…วัน
@QUEENS CITY “โอ้โห~” คลาริสาอ้าปากอย่างตกตะลึง เมื่อเข้ามาในอาณาเขตที่ตั้งปราสาทใหญ่โตของครอบครัวเพื่อนสนิท “อ้าปากกว้างจนแมลงบินเข้าปากหมดแล้วหนูท่อ” “นี่เหมือนปราสาทยุคกลางที่เราอ่านในเว็บตูนเลยอะไซลัส” ทั้งใหญ่โต ทั้งสวยงาม แถมยังอยู่ในหุบเขาอีกด้วย แต่อีกมุมหนึ่งก็ดูลึกลับและน่ากลัว “จอดรถได้แล้ว เราอยากลงไปเดินดู” “ไปๆ ลงไป” ไซลัสยอมจอดรถให้เพื่อนสนิทลงไปก่อน เกิดเธอผลีผลามกระโดดลงรถจะเจ็บตัวเอาเปล่าๆ ส่วนเขาก็วนรถมาจอดให้เป็นที่เป็นทาง จากนั้นเดินตามหลังเธอมาเรื่อยๆคลาริสาตื่นเต้นกับความแปลกใหม่เหล่านี้ ทุกอย่าง ณ ที่แห่งนี้เหมือนกับอยู่ในโลกจินตนาการเลย เธอเดินมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงต้นสะพานเหล็กที่ยื่นไปในทะเลสาบหมับ!จังหวะที่คลาริสากำลังจะก้าวขาขึ้นไปบนสะพาน ไซลัสตวัดแขนกอดเอาเธอไว้จนตัวลอยขึ้นจากพื้น ก่อนที่เจ้าตัวจะเอี้ยวหน้าไปถาม “อุ้มเราทำไม” “ไปหาพ่อกับแม่ก่อนแล้วค่อยมาเดินเล่นใหม่” “เออใช่ เราลืมเลย” ไซลัสยอมปล่อยเพื่อนยืนลงบนพื้นอย่างว่าง่าย เปลี่ยนมากอดคอพาเธอเดินลัดทางเดินเข้ามาในปราสาท ความเงียบทำให้เขาสงสัยว่าพ่อกับแม่หายไปไหน แต่พอจะอ้าป
หลายปีต่อมา…“มี้ครับ เดี๋ยวผมมานะ” ไซลัสในวัยสิบเก้าปีวิ่งลงมาจากชั้นสองของบ้านอย่างรีบร้อน ยังไม่ได้สวมเสื้อเลยด้วยซ้ำ“จะไปไหนลูก อีกสักพักเราต้องเดินทางแล้วนะ”“ไปรับยัยหนูท่อที่บ้านครับ”“แน่ะ มี้บอกแล้วว่าอย่าเรียกหนูคลาร่าแบบนั้น” เซเลน่าทำโทษลูกชายด้วยการตีแขนเบาๆ “เขาโตเป็นสาวแล้ว เรียกให้มันดีๆ หน่อย”“ในสายตาผมคลาร่าก็ยังเหมือนหนูท่อเหมือนเดิมนั่นแหละ” คล่ายังคงตัวเล็กเหมือนเด็กมัธยม ทั้งที่กำลังจะขึ้นมหาวิทยาลัยแล้ว เปรียบเทียบกับเขาที่มีความสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรยอยู่เพียงระดับอกอยู่เลย “พ่อกับแม่ไปกันก่อนเลยก็ได้นะครับ เดี๋ยวผมตามไปทีหลัง”“โอเค ขับรถระวังๆ ด้วยล่ะ”ไซลัสวิ่งออกมาเอารถยนต์นอกบ้าน แล้วใช้มันขับมารับคลาริสาที่บ้านของเธอซึ่งอยู่เมืองข้างเคียง ตอนแรกเขาตั้งใจจะไปเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัว แต่จู่ๆ คลาริสาก็ขอไปด้วยเธอเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของเขาตั้งแต่อนุบาลจนมาถึงปัจจุบัน แม้ว่าหลังจากจบอนุบาลเขาจะเรียนโฮมสกูล แต่ก็ยังติดต่อกันผ่านข้อความอยู่บ่อยๆตอนที่เขามีอายุได้เพียงแปดขวบ เขาก็เติบโตเทียบเท่ากับชายหนุ่มวัยเจริญพันธุ์แล้ว กว่าจะได้เจอคลาริสาอีกครั้งห
“ศาสตราจารย์คะ!”“ครับ?”“เอ่อ…วันนี้ไปทานอาหารกลางวันกับฉันมั้ยคะ”เซเวียสสบตากับผู้ใต้บังคับบัญชาของตัวเองด้วยแววตาเรียบเฉย ความคิดในหัวของเจ้าหล่อนทำให้เขาเกือบหลุดหัวเราะเธอกำลังคิดว่าอย่างไรเขาก็ต้องตกลง เพราะตัวเองเป็นคนหน้าตาดี คงไม่กล้าปฏิเสธสาวสวยแบบนี้ หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงปฏิเสธอย่างไม่ไว้หน้า แต่ตอนนี้เขาต้องนึกถึงภาพลักษณ์ของตัวเองในที่ทำงานด้วย“ได้สิครับ”“จริงนะคะ!”“เจอกันที่โรงอาหารตอนกลางวันแล้วกันครับ” ว่าจบเซเวียสก็หันไปรับเครื่องดื่มสองแก้วจากบาริสต้า แล้วเดินออกมาจากร้านกาแฟเพื่อมาส่งน้ำให้กับคนรักอย่างเช่นทุกวันปัจจุบันเขาทำงานที่ศูนย์วิจัยมาได้เกือบสามเดือนแล้ว แต่เรื่องที่เขากับเซเลน่าเป็นสามีภรรยากันยังคงถูกเก็บเป็นความลับ เธอให้เหตุผลว่าไม่อยากให้ใครเอาเรื่องส่วนตัวไปพูดลับหลัง และเขาก็ปฏิบัติตามที่เธอต้องการอย่างเคร่งครัดมาตลอดก๊อก ก๊อก ก๊อก~“เชิญค่ะ” ปีศาจหนุ่มเปิดประตูเข้าไปทันทีที่ได้ยินเสียงอนุญาตของคนในห้อง “มาทำอะไร”“เอาช็อกโกแลตเย็นมาให้”“อ้อ ขอบใจ” เซเลน่าลุกจากเก้าอี้ทำงานพร้อมกับรับแก้วเครื่องดื่มมาจากมือเซเวียส นอกจากจะขอบคุณเขาด้วยคำพูดย
“เมื่อกี้นายไปไหนมา” เซเลน่าเอ่ยถามหลังจากเดินพ้นออกจากอาณาเขตโรงเรียนของอนุบาล ด้วยความที่เขาหายไปเกือบครึ่งชั่วโมง คงไม่แปลกที่เธอจะสงสัย“ซื้อโรงเรียน”“ถามจริง?” เธอถามกลับอย่างไม่อยากเชื่อ“จริง”“อะไรเข้าสิงให้คิดจะซื้อโรงเรียนลูกเนี่ย”“สิ่งที่ไซลัสกำลังเจอคือการเหยียดหยาม เพราะทุกคนเอาแต่คิดว่าเป็นเด็กไม่มีพ่อ ถ้าฉันเป็นเจ้าของโรงเรียนนี้ใครมันจะกล้าทำตัวไม่ดีใส่ลูกอีกล่ะ” ตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะเข้าไปคุยกับผู้อำนวยการโรงเรียนเท่านั้น แต่ระหว่างเดินผ่านกลับได้ยินคุณครูซุบซิบเรื่องของไซลัสกับเซเลน่าอย่างออกรสออกชาติ ในฐานะที่เขาเป็นพ่อและสามีก็ควรจะปกป้องลูกและภรรยาตัวเอง“ต้องเล่นใหญ่เบอร์นี้เลยเหรอ? อีกไม่นานลูกก็โตแล้วอีกอย่างฉันมีความคิดจะให้ไซลัสเรียนโฮมสกูลด้วย ถ้าลูกผ่านเกณฑ์ ไม่กี่ปีก็เข้ามหา’ ลัยได้”ปัจจุบันไซลัสเรียนอยู่ระดับชั้นอนุบาล แต่สรีระร่างกายของเขาเหมือนเด็กประถมต้น ดังนั้นเธออยากจะหลีกเลี่ยงเหตุการณ์เหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้ โดยการให้ไซลัสศึกษาเล่าเรียนที่บ้านแทน แต่เมื่อเขาพร้อมที่จะเข้ามหาวิทยาลัยก็จะให้เขาได้ออกไปใช้ชีวิตเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไป“นายก็รู้ว่าลู
หลังจากไซลัสยอมหยุดการกระทำของตัวเองลง เขาก็เดินกลับมาหาเพื่อนผู้หญิงที่ก้มหัวปิดหน้าปิดตา ย่อตัวนั่งลงใกล้ๆ แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“เมื่อกี้เธอไม่เห็นอะไรใช่มั้ย”“ระ…เราไม่เห็นอะไรนะ!” คนถูกถามสะดุ้งพร้อมกับกางนิ้วมองหน้าของไซลัส โดยที่ยังเอามือปิดหน้าตัวเองไว้“งั้นก็ดี ตอนนี้เธอต้องวิ่งไปฟ้องครูว่าเพื่อนทะเลาะกัน โยนของจนทำกล้องวงจรปิดพัง”“ตะ…แต่เมื่อกี้ไซลัส…”“เธอต้องไม่เห็นอะไร เรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกับเรา…เข้าใจมั้ย” น้ำเสียงของไซลัสเข้มขรึมเพื่อต้องการข่มขู่เพื่อนผู้หญิงคนนี้ไม่ให้เอาเรื่องนี้ไปพูดกับใคร “เธอชื่ออะไร”“คะ…คลาริสา”“เราจำชื่อเธอได้แล้ว ถ้าไม่อยากโดนเหมือนพวกนั้น หวังว่าจะไม่พูดถึงชื่อของเรากับครู”“อื้อๆ เราจะไม่พูดอะไรเลย” เด็กหญิงยกมือกุมจมูกตัวเองลุกพรวดวิ่งผ่านของเล่นที่กระจัดกระจายบนพื้นออกไปจากห้องเรียนอย่างรวดเร็วส่วนไซลัสก็หยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินมานั่งอ่านหนังสือที่เดิมอย่างไม่คิดจะปรายตามองเพื่อนร่วมห้องที่ถูกเขาเล่นงานคืนเลยสักนิดที่เด็กชายไม่อยากเอาคืนเพื่อนๆ ก็เพราะคิดว่าอีกหน่อยพวกนั้นก็คงหยุดแกล้งไปเอง แต่ที่ไหนได้กลับหนัก
“หัวหน้าครับ” “หืม? ว่าไงคะคุณโจเอล” “ไปกดน้ำกันมั้ยครับ” “ก็ดีค่ะ ฉันกำลังอยากได้คาเฟอีนพอดีเลย” เซเลน่าโครงศีรษะเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางเดินยังตู้กดน้ำดื่มของศูนย์วิจัย “คุณโจเอลเอาอะไรดีคะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง” “ผมเป็นผู้ชายนะครับ ให้ผมเลี้ยงหัวหน้าเถอะ” “ฉันไม่อยากให้คนอื่นเอาไปพูดว่าดูแลลูกน้องตัวเองไม่ดีค่ะ” “คนที่กล้าว่าหัวหน้าก็คงมีแต่คนขี้อิจฉานั่นแหละ ผลงานก็ยอดเยี่ยม แถมสวยอีกต่างหาก” “ฉันจะลอยแล้วนะ อย่าชมเยอะ” เซเลน่าแย้มยิ้ม ก่อนจะหันไปเลือกน้ำดื่มสำหรับโจเอลและตัวเอง จากนั้นก็ยื่นมันไปให้เขา “ฉันเห็นคุณดื่มอันนี้บ่อยๆ น่าจะถูกใจอยู่ใช่มั้ยคะ” “ขอบคุณครับผม ผมเปิดให้มั้ยครับ” “ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวยื่นกระป๋องน้ำดื่มไปให้อีกฝ่ายช่วยเปิด จากนั้นก็รับกลับมาพร้อมกับยกขึ้นจิบเบาๆ โดยที่สายตามองเอกสารงานวิจัยของทีม “คุณรู้รึยังว่ากำลังจะมีคนเข้ามาแทนตำแหน่งของด๊อกเตอร์เบอร์นาร์ดน่ะครับ” “หาคนมาแทนได้แล้วเหรอคะ” “เห็นสาวๆ บอกว่าคนคนนั้นเข้ามาประจำที่ศูนย์วิจัยแล้วนะครับ แต่พวกเราคงได้เจอวันพรุ่งนี้ตอนแนะนำตัว” “ก็ดีเหมือนกันนะคะ เพราะตั้งแต่ด๊อกเตอร์เบ
เสียงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างปลุกหญิงสาวขณะกำลังหลับตาพริ้มนอนอย่างสบายใจ เธอพลิกตัวไปมาพร้อมกับควานมือหาลูกชายและพ่อของเขาแต่เมื่อสัมผัสกับเตียงนอนว่างเปล่า ดวงตากลมโตก็ค่อยๆ เปิดปรือมอง โครงคิ้วเรียวสวยเริ่มขมวดมุ่นสงสัยว่าทั้งคู่หายไปไหนกันตั้งแต่เช้ารีบลุกจากเตียงเข้ามาล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ แล้วเดินออกมาให้อาหารเช้าเจ้างูเผือกที่พามาพักผ่อนในสถานที่คุ้นเคยด้วยกัน“พี่สนุกมาก~” เสียงแว่วที่ดังมาจากหน้าปราสาทขับกล่อมให้เซเลน่าเดินมาบริเวณระเบียงห้องนอน แล้วมองลงไปยังข้างล่าง“ไปไหนกันมาตั้งแต่เช้า”“มอร์นิงครับมี้!” ไซลัสโบกมือขึ้นมาทักทายผู้เป็นแม่อย่างร่าเริง แล้วหันไปเลียไอศกรีมที่เพิ่งซื้อมาด้วยความเอร็ดอร่อย“มอร์นิงครับ แต่ไซลัสยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลยนะ ทำไมถึงกินไอติมแล้วล่ะลูก”“ก็พ่อซื้อให้พี่นี่ครับ แถมพาพี่หายตัวไปซื้อด้วยนะ!”คนเป็นพ่อก็ถึงกับขมวดคิ้วมุ่น เมื่อจู่ๆ ลูกชายก็โยนความผิดมาให้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ทั้งที่เจ้าตัวเล็กเป็นคนขอให้เขาพาไปซื้อแท้ๆ“อ้อ…” เซเลน่าเหล่สายตามองหน้าพ่อของลูกเล็กน้อย “…งั้นแสดงว่ามี้ต้องดุพ่อของไซลัสใช่มั้ย”“จะมาดุอ
“คาดไม่ถึงแฮะ” เซเลน่ายกยิ้มมุมปาก“ไม่ใช่สิ่งที่เธออยากฟังรึไง”“ทุกอย่างมันเกินความคาดหมายตั้งแต่ปีศาจอย่างนายเข้ามาในชีวิตของฉันแล้ว แต่ฉันก็ดีใจที่ฉันได้รู้จักกับนาย ถึงตอนแรกจะไม่ได้คิดแบบนั้นก็เถอะ”“ที่ผ่านมาฉันคงเห็นแก่ตัวเกินไปหน่อย หวังว่าเธอจะไม่ถือสาฉัน”“เพิ่งจะรู้ตัวเหรอว่านายทั้งเห็นแก่ตัว ทั้งเอาแต่ใจ” หญิงสาวฟาดกำปั้นใส่แขนแกร่งด้วยความหมั่นไส้อย่างไม่จริงจังมากนัก“ตอนนี้ดึกแล้วนะ ฉันว่าเธอควรเข้าไปนอนกับลูกได้แล้ว”“ฉันมีเรื่องที่ยังอยากถามนายอีกหลายเรื่อง” ร่างเล็กส่ายหัวปฏิเสธ ก่อนจะเดินมาทิ้งสะโพกนั่งลงบนเก้าอี้ “ช่วยตอบมาตามความจริงด้วย”“ว่ามาสิ”“ริโอน่ะ…เขาเป็นน้องชายของนายจริงเหรอ” มีเรื่องราวส่วนหนึ่งในความฝันที่ทำให้เธอค้างคาใจ และมีเหตุการณ์ที่น่าหดหู่เกิดขึ้นด้วย“อืม”“เขาคือคนที่ฆ่าฉันในอดีตด้วยใช่มั้ย” ภาพที่องค์หญิงไอร่ากระโจนเข้าไปปกป้องว่าที่สามีอย่างเซเวียส มันเป็นความแน่วแน่จนเซเลน่ารับรู้ได้ถึงความรักที่หล่อนมีต่อชายคนรัก แต่สุดท้ายก็ถูกสังหารตายอย่างเลือดเย็น“สิ่งที่มันทำไม่ควรได้รับการให้อภัย มันควรหนีไปเหมือนที่มันเคยทำมาตลอด แต่มันดันกลับมา
ปึง!“มี้!”เซเลน่าสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินทุบประตูพร้อมกับเสียงแผดลั่นของลูกชาย กำลังจะอ้าปากถามว่าทำไมถึงมายืนอยู่หน้าประตู แต่เจ้าตัวเล็กกลับวิ่งเข้ามารัวหมัดใส่ท้องเซเวียสแทน“จะขโมยมี้ของพี่ไปไหน!” ปลายเสียงของไซลัสนั้นสั่นเครือ เขาตกใจที่จู่ๆ ก็ตื่นมาไม่พบแม่ตัวเอง พอวิ่งหาในปราสาทจนรอบก็ไม่เจออีก “อย่าขโมยมี้พี่ไปนะ ไอ้โจรนิสัยไม่ดี!”เซเวียสขมวดคิ้วมุ่นกับการกระทำของเด็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปจับฮูดดีแล้วยกเขาขึ้นลอยจากพื้น มองดวงตาสองสีอย่างพินิจพิเคราะห์ รู้สึกคุ้นเคยกับเด็กคนนี้อย่างน่าประหลาด“ปล่อยพี่เดี๋ยวนี้นะ! อยากตายงั้นเหรอ!”“ไซลัสไม่เอาลูก ใจเย็นๆ ก่อนครับ”“บอกให้ปล่อยไง!” ไซลัสตะโกนเสียงดังด้วยความโมโห สบตากับดวงตาสีอำพันของชายที่กำลังจะลักพาตัวแม่ของตัวเองเพื่อสะกดจิตให้ปล่อยมือออกจากเสื้อของเขาตามคำสั่งแต่นอกจากจะไม่เกิดผล ยังถูกอีกฝ่ายยั่วยุด้วยความเงียบงัน เจ้าตัวเล็กขบกราบแน่นแสดงความโกรธเกรี้ยวยิ่งกว่าเดิมจนดวงตาข้างซ้ายเปลี่ยนเป็นสีแดงแต่จู่ๆ ใบหน้าถมึงทึงก็ออกอาการตกใจจนอ้าปากค้าง เพราะดวงสีอำพันของอีกฝ่ายนั้นกลายเป็นสีแดงไม่ต่างกัน ไซลัสรู้ได้ทันทีว่าผู้ชา