20นาทีต่อมาตึกๆๆๆๆๆๆๆ“เร็ว!!!”“ชักช้าอยู่ได้!!!”เสียงเข้มของพี่เคเจ้าเก่าเจ้าเดิมเฮดว๊ากสุดหล่อและสุดโหดประจำคณะวิศวะเอ่ยเรียกปีหนึ่งมารวมตัวกันที่ลานว่างของรีสอร์ตแห่งนี้ที่ฉันได้ยินใยไหมบอกว่ารุ่นพี่ปีสามสั่งปิดที่นี้ให้พวกเรามารับร้องกันโดยเฉพาะเลยนะ“จัดแถว!!!”พี่เคตะโกนเสียงเข้ม ฉันกับใยไหมที่เพิ่งเดินออกมาเมื่อได้ยินเสียงลงว๊ากของพี่เฮดว๊ากแล้วจึงต้องรีบออกวิ่งทันทีแทนที่จะเดินเอื่อยๆตึกๆๆๆๆๆพวกเราเด็กปีหนึ่งวิ่งมาจากทั่วทุกสารทิศอย่างไวและจัดแถวตอนเรียงหนึ่งตามเลขรหัสของตัวเองเสร็จภายในหนึ่งนาทีโดยแต่ละแถวจะแถวเรียงยาวยี่สิบคนฉันอยู่ลำดับกลางๆของแถว“วันนี้!!”“พวกคุณคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า!!”“พวกเรามาทำอะไรกันที่นี้!!”พี่เคตะโกนเสียงเข้มวันนี้เขาหล่อจัง เขายืนอยู่บนโต๊ะตัวใหญ่ที่อยู่สูงเหนือศีรษะของพวกเราทำให้ฉันมองเห็นเขาได้ชัดเจนเหมือนตอนที่ฉันนั่งนั้นแหละ โดยด้านล่างมีพี่ว๊ากและพี่เฮดว๊ากเกือบยี่สิบคนยืนเอามือไขว้หลังในท่าพักกันอย่างเงียบๆทุกคนทำหน้าตาเข้มขรึมหนึ่งในนั้นมีพี่ชายของฉันยืนอยู่ด้วย พี่เคอยู่ในเสื้อช็อปสีแดงกางเกงยีนส์สีดำเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือแว่นกันแดดเล
ยี่หวา หวันยิหวา….พรึบ“วิวมันเหมือนกันไปหมดเลย….”เพื่อนของฉันหนึ่งในยี่สิบคนเอ่ยขึ้น“ใช่….แปลกนะที่ทางเข้ามาทางเดียวกัน…และที่สำคัญมีคนเข้ามาก่อนพวกเราตั้งสี่สิบคน…แต่น่าแปลกที่เรากลับไม่ได้ยินเสียงของคนพวกนั้นเลย…”ใยไหมว่าพลางทำท่าให้พวกเราลองพร้อมใจกันเงียบและฟังเสียงและมันก็จริงอย่างที่ใยไหมว่าเพราะเราไม่ได้ยินพูดคุยของเพื่อนๆกลุ่มหนึ่งและกลุ่มสองเลย“ใช่…พวกเธอมีความคิดเห็นอะไรไหม?”“เราคิดว่า…ที่นี้ขึ้นชื่อว่าเป็นเขาวงกตและมันต้องเป็นเส้นทางที่ลึกลับและซับซ้อนจนเราแยกแยะไม่ออกและจะทำให้เราหลงทางกันได้….”“เขาวงกตจะเป็นพื้นที่วงกลมหรือไม่ก็สี่เหลี่ยม…”“ใช่…แต่พวกเราไม่รู้กันเลยว่าที่นี้เป็นทรงกลมหรือทรงสี่เหลี่ยม…”เพื่อนๆต่างช่วยกันคุยกันและออกความคิดเห็น เพราะฉันคิดว่าการที่เราทั้งยี่สิบคนได้รับภารกิจนี้มาคือจะทำให้พวกเราเกิดความสามัคคีในหมู่คณะว่าพวกเราจะช่วยเหลือกันได้ไหมและพวกเราจะทิ้งกันเพื่อเอาแค่ตัวเองรอดรึเปล่า“งั้นเอาอย่างงี้….พวกเราพอจะมีของอะไรที่พกติดตัวกันมาด้วยไหม?”ฉันเอ่ยขึ้นอย่างเสนอความคิดเพื่อนๆก็พากันหันมามองหน้าฉันและทำหน้านึกคิดกันอยู่ก่อนจะเอื้อมมือลงไปค
“ทางที่เราเข้ามาคือทางออกและทางเข้าเขาวงกตที่นี้จะต้องมีทางเข้าหนึ่งทางและทางออกอีกหนึ่งทาง…”“แต่ถ้าเราทำแบบนั้น…”“รับรองได้เลยว่าเราออกไปไม่ทันก่อนพระอาทิตย์ตกดินแน่…”“เรามีเวลาอย่างน้อยสองชั่วโมงต่อจากนี้…”ฉันว่าอย่างจริงจังเพื่อนๆทุกคนก็เงียบและฟังฉันพูดอย่างตั้งใจ เพราะยังไงเราก็เป็นเด็กคณะเดียวกัน ความหมายที่พวกรุ่นพี่อยากให้เราทุกคนปีหนึ่งได้รู้ว่าเรา ไม่ใช่เป็นแค่เพื่อนแค่รุ่นพี่แต่พวกเราคือครอบครัวเดียวกัน^_^เพราะฉะนั้นความสามัคคีจะนำพาให้เราทุกคนได้พบเกียร์ที่เปรียบเสมือนตัวแทนและหัวใจของพวกเราชาววิศวะทุกคนแน่นอน“เราจะเอาลิปสติกของใยไหมกรีดลงไปบนทางปูนแบบนี้…ไปตลอดระยะทางที่เราจะไปเจอธง….และเราจะกลับมาออกทางเดิม…”ฉันว่าพลางทำตัวอย่างให้เพื่อนๆทุกคนดูไปด้วย ฉันเปิดฝาลิปสติกและใช้ลิปสติกแท่งสีแดงกรีดเบาๆเพื่อสร้างรอยลงไปบนพื้นปูนซีเมนต์ที่ถูกปูอย่างหยาบๆไม่ได้เรียบอะไรแต่โชคดีที่เขาใช้ปูนถ้าไม่ใช้ปูนคงจะลำบากมากกว่านี้…..“เพื่อย่นเวลาลง….”ฉันบอกเพื่อนๆทุกคนไปตามความคิดของฉัน ฉันว่าวิธีนี้คงจะเวิร์คน่าดู“ห๊ะ…เอาลิปสติกแท่งละห้าพันของฉันไปกรีดที่พื้นปูนเนี่ยนะ?”ใยไหมว่าอย่า
ปุๆๆๆๆๆ(เสียงพุของเล่น) “ไชโย…!” “ยินดีด้วยนะจ๊ะ^_^”ทันทีที่พวกเรายี่สิบคนเดินพ้นประตูทางออกของเขาวงกตออกมาข้างนอกกระดาษสีสวยหลายสีก็ถูกจุดโดยพวกพี่ปีสองที่เข้ามาแสดงความยินดีกับพวกเราที่นำธงออกมาได้ก่อนเวลาที่กำหนดทำให้พวกเราทุกคนยกมือไหว้พี่ๆปีสองก่อนจะเข้าไปสวมกอดพวกพี่ๆปีสองทุกคนที่ยืนรอรับพวกเราเรียงแถวตรงยาวอยู่ พวกเราก็เดินเรียงหนึ่งหน้ากระดานเข้าไปให้พี่ปีสองที่มาร่วมแสดงความยินที่พวกเราทุกคนผ่านกิจกรรมและแสดงความสามัคคีในหมู่คณะที่สามารถนำธงในเขาวงกตออกมาได้และไม่นานอีกสองกลุ่มที่เหลือก็เริ่มทยอยกันเดินออกมา “เดี๋ยวเชิญน้องๆที่ลานกว้างเลยนะ…เราจะผูกข้อมือกัน” “และจะทำพิธีบายศรีสู่ขวัญเป็นศิษย์ด้วย…พวกอาจารย์มารอเรานานแล้ว^_^” “คือเป็นพิธีและกิจกรรมสุดท้ายในการรับน้องแล้ว^_^”พี่ปีสองว่าพวกเราก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจและรีบเดินไปยังลานกว้างเพื่อจะไปนั่งเป็นแถวตามระเบียบเหมือนเดิม “พวกเราต้องขอบคุณพวกเธอมากนะ…กลุ่มสามทุกๆคนเลย…ที่เขียนลูกศรบอกทางพวกเรานะ..” “ไม่งั้น…มีหวังออกมาไม่ทันพระอาทิตย์ตกดินแน่…”เสียงเศร้าสลดของผู้หญิงกลุ่มสองและกลุ่มหนึ่งต่างเดินเข้ามาขอบคุณพวกเรากลุ่ม
“มึงรักน้องกู…?”“หรือแค่เล่นๆวะ?”มันถามผม ผมก็มองหน้ามันด้วยแววตาจริงจัง“กูไม่รู้….ว่ากูรู้สึกยังไงกับยี่หวากันแน่….ในตอนแรก…”“แต่ตอนนี้….กูเพิ่งจะรู้…ว่ากูเผลอรักเธอไปแล้ว…”“ทุกอย่างที่กูทำลงไปทุกอย่าง….ก็เพราะกูชอบเธอ…”“ตั้งแต่เมื่อไหร่…กูก็ไม่รู้…”“เผลอๆตั้งแต่วันแรกที่กูได้เจอมึงกับเธอแล้วก็ได้…”ผมเอ่ยออกไปเสียงแผ่วเบา ไอ้ปอนก็จ้องมองหน้าผมนิ่ง มันนิ่งจนแบบที่มันไม่เคยเป็นมาก่อน นิ่งจนผมแอบกลัว กลัวว่ามันจะไม่ยกยี่หวาให้ผม“กูเห็นทุกอย่าง….ในคืนนั้น…”ไอ้ปอนเอ่ยขึ้นเเววตาของมันสั่นไหวทำให้ผมหัวใจเต้นรัวออกมือเท้าเริ่มชากับความจริงที่ผมทำระยำกับน้องมันไว้ ถ้ามีคนมาทำกับน้องสาวผมแบบที่ผมทำกับน้องสาวมันผมก็โมโหเหมือนกันแหละ“มึงกับยี่หวา…..”ไอ้ปอนหยุดเงียบไปก่อนยกมือขึ้นมาปิดหน้าตัวเองพรึบ“กูขอโทษ….”ผมทิ้งตัวนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าของไอ้ปอนเพื่อนสนิทและเป็นเพื่อนรักของผมอย่างคนที่รู้สึกผิดจริงๆแต่สิ่งที่ผมทำกับหวันยิหวาผมไม่ได้คิดที่จะได้เธอแล้วทิ้ง…..“ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ!”ไอ้ปอนเอ่ยถามผมเสียงดังน้ำตาลูกผู้ชายของมันไหลรินออกมาทำให้ผมแอบตกใจเล็กน้อยที่เห็นคนที่เข้มแข็งอย่างไอ้ปอนก
อีกฝั่งหนึ่งทางด้านของปีหนึ่งยี่หวา หวันยิหวา…..พรึบ“ดื่มเหล้าหน่อย…คืนนี้ไม่เมาไม่เลิกเว้ย^_^”ใยไหมว่าพลางยกแก้วเหล้าขึ้นชูก่อนจะกระดกรวดเดียวครึ่งแก้ว ฉันที่นั่งดื่มน้ำเปล่าอยู่ข้างๆเธอก็มองเธอดื่มเหล้าอย่างมีความสุข ในมือของฉันก็กุมเกียร์ไว้เกียร์ที่เปรียบเสมือนหัวใจของฉันและของชาวคณะวิศวกรรมศาสตร์ทุกคนพรึบ“พี่เคโดนสั่งซ่อมวะ…..”“ไปดูพี่เคซ่อมดีกว่า..”“ใครกล้ามาสั่งพี่เคหัวหน้าเฮดว๊ากซ่อมวะ…”“นั่นดิ…น่าให้พี่เคต่อยปากให้แตก….”เสียงพูดคุยของเพื่อนๆปีหนึ่งทั้งชายและหญิงดังกึกก้องกันก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะนั่งเดินไปยังลานกว้างของทางรีสอร์ตทันที“ใยไหม…ไปดูกันดีกว่า….”“ว่ามีเรื่องอะไร?”ฉันเอ่ยบอกใยไหมไป เธอที่เมาเต็มที่ก็ทำเสียงอู้อี้ๆก่อนจะโบกมือไล่ให้ฉันไปคนเดียว ฟุบ“งั้นเดี๋ยวเรามานะ..”ฉันเอ่ยบอกเธอไปในขณะที่เธอฟุบหน้าลงกับโต๊ะไปแล้ว ก็เธอเล่นดื่มเหล้าเหมือนน้ำเปล่าแบบนั้นไม่เมาสิแปลกพรึบ“สก๊อตจั้มพ์….หนึ่งร้อยครั้ง…”“ปฏิบัติ!!”เสียงทุ้มเข้มที่ตะโกนอยู่ฟังดูคุ้นหูฉันทำให้ฉันรีบใช่มือแหวกผู้คนเข้าไปดูทันที ก็ต้องตกใจกับภาพเบื้องหน้าที่เห็น พี่ปอนกำลังยืนอยู่บนโต๊ะโดยมีพี่เ
พรึบพรึบ“สามร้อย!!!”พี่เคตะโกนเสียงดังพลางหยุดทำท่าสก๊อตจั้มเมื่อครบตามจำนวนที่พี่ปอนสั่งแล้ว เขามีท่าทางเซเล็กน้อย เพราะตั้งสามร้อยครั้งไม่เซก็ไม่ใช่คนแล้วพรึบ“เป็นยังไงบ้างคะ?”ฉันเอ่ยถามพี่เคไปอย่างเป็นห่วงในขณะที่เขาเดินตรงเซเล็กน้อยอย่างคนหมดแรงเข้ามาหาฉัน“สบาย…สบายมาก…”เขาตอบฉันพลางคลี่ยิ้มบางๆให้ฉันเพื่อย้ำให้ฉันรู้ว่าเขาไม่เป็นอะไรเขาโอเคเขาสบายดี“ไอ้ปอน…มึงจะสั่งให้กูทำอะไร…กูทำได้อีกเลยนะ..”“สั่งมาเลย…”พี่เคเดินไปจับไหล่ทั้งสองข้างของพี่ปอนและเอ่ยถามพี่ปอน พี่ปอนก็มองหน้าพี่เคก่อนจะแสยะยิ้มออกมา“แค่เดินมึงยังจะเดินไม่ไหวเลย…”“ไหว….เพื่อยี่หวา…กูทำได้..”“เพื่อยี่หวา….เหรอคะ?”ฉันเอ่ยถามพี่เคไปพลางชี้นิ้วมาที่ตัวเองอย่างไม่เข้าใจก่อนที่ทั้งพี่เคและพี่ปอนจะหันมามองหน้าฉันที่ยังทำหน้าเอ๋ออยู่“น้องคิดยังไงกับไอ้เค….”พี่ปอนเอ่ยถามฉันแววตาของเขาดูจริงจังและแววตาของพี่เคที่มองฉันก็ดูลุ้นกับคำตอบของฉันมากด้วย ฉันหันไปมองคนอื่นๆที่มีทั้งรุ่นพี่ปีสามปีสี่ปีสองและเพื่อนๆรุ่นเดียวกันของฉันที่ยืนมองเป็นไทยมุงดูเราคนอยู่ก็ทำให้ฉันอายไม่กล้าพูดอะไรออกไป“ถ้าน้องไม่ชอบมัน….พี่ก็จะสั
“กูเอามึงตายแน่…ไอ้เค!”พี่ปอนเอ่ยขึ้นเสร็จก็ใช้มือผลักหน้าอกของพี่เคจนเขาเซถอยหลังไปนิดหนึ่งแต่โชคดีที่เขาทรงตัวไว้ได้ทันจึงไม่ล้มลงก้นกระแทกพื้น“ไม่มีวันที่มึงได้ฆ่ากูแน่…ไอ้ปอน”พี่เคตอบกลับพี่ปอนไปพลางยกยิ้มที่มุมปากขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหันมาจ้องหน้าฉัน ด้วยแววตาลึกซึ้งซึ่งผิดแปลกไปจากทุกทีที่เขามองฉัน“ขอเกียร์ด้วย…”พี่เคเอ่ยขึ้นพลางยื่นมือแบมาตรงหน้าฉัน อะไรกันเนี่ยฉันงงไปหมดแล้วนะ?“ค่ะ…”ฉันยิ้มบางๆให้พี่เคก่อนจะยื่นสร้อยที่มีเกียร์ของเขาส่งคืนไปให้เขาพรึบ“หันหลังสิ…”พี่เคเอ่ยขึ้นด้วยโทนเสียงที่เบาลงกว่าทุกครั้งที่เขาพูดกับฉัน ฉันก็ขมวดคิ้วงุนงงไม่ยอมหันหลังให้เขาก็เลยโดนพี่เคจับไหล่ฉันให้หันหลังให้เขาแทนพรึบ“อะอะไรกันคะเนี่ย?”ฉันเอ่ยถามพี่เคไปอย่างตกใจทันทีที่เขาสวมสร้อยให้ฉันจากทางด้านหลังของฉันเสร็จสรรพโดยที่ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัว“สร้อยไง….”พี่เคว่าพลางทำหน้าเฉยๆไม่ได้รู้สึกอะไร“ค่ะ…แต่มันเป็นสร้อยของพี่เค…ไม่ใช่เหรอคะ?”ฉันเอ่ยถามพี่เคไปพลางหยิบเกียร์ที่สลักชื่อของพี่เคที่แขวนคอฉันอยู่มาดูและทำท่าจะถอดสร้อยคืนให้เขา“ไหนเมื่อกี้เธอบอกว่า…เธอชอบฉัน…”พี่เคเอ่ยขึ้นทำให้ฉันต้อ
“นอน….”พีเคว่าพลางกดร่างของหวันยิหวาให้นอนหงายลงไปบนที่นอนตามเดิม ตามด้วยร่างกายของพีเคที่ขึ้นคร่อมร่างเล็กของหวันยิหวาทันที เขาใช้ขาแกร่งทั้งสองข้างของเขาแทรกกลางหว่างขาของหวันยิหวาและออกแรงดันให้เธออ้าขาออกเพื่อเขาจะได้แทรกกลางหว่างขาของเธอได้ง่ายขึ้น พรึบ“อื้อออ…มันจะใส่ได้เหรอคะ…”“เถอะนะ…นอนเฉยๆ”พีเคเอ่ยบอกหวันยิหวาไปในขณะที่เขาได้จับลำกายใหญ่ของเขาถูเสียดสีไปกับเนินสามเหลี่ยมของเธออย่างช้าๆก่อนจะค่อยๆจับลำกายใหญ่ของเขามาถูเสียดสีไปกับใจกลางร่องสวาทของเธอเพื่อเรียกน้ำหวานให้ไหลนองออกมามากขึ้นเพื่อการสอดใส่ที่ง่ายขึ้น ร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งร่างขาทั้งสองข้างของเธอสั่นระริกด้วยความเจ็บเมื่อพีเคค่อยๆกดปลายลำกายใหญ่ของเขาเข้าไปในร่องสวาทของเธออย่างช้าๆเพื่อให้ด้านในของเธอคุ้นชินกับลำกายใหญ่ของเขาแต่เป็นเขาเองที่กับเสียวซ่านเมื่อด้านในของหวันยิหวาตอดรัดลำกายใหญ่ของเขาถี่รัวและเส้นทางด้านในก็คับแน่นจนเขาต้องเงยหน้าซีดปากอย่างเสียวซ่าน“อย่าเกร็ง…ฉันก็เจ็บ..”พีเคเอ่ยบอกหวันยิหวาไป เพราะเขาสอดใส่ลำกายของเขายังไปไม่สุดลำเพราะด้านในของเธอถูกห่อหุ้มด้วยเหยื่อพรหมจรรย์ ทำให้พีเคต้องค่อยๆถอ
“หึ…เดี๋ยวฉันจะเปิดให้เธอดู…และทำตามนะ..รู้ไหม?”“ค่ะ…”หวันยิหวารับคำง่ายๆก่อนจะมองพีเคที่เอื้อมมือไปกดแป้นพิมพ์ของคอมพิวเตอร์เพื่อหาวีดีโอหนังผู้ใหญ่ เขาพิมพ์มันแปปหนึ่งพอเจอเรื่องที่ถูกใจก็กดเปิดดูทันที“ดูนะ…”พีเคเอ่ยบอกหวันยิหวาและเขาก็ขยับตัวมานอนมองร่างของหวันยิหวาที่เกือบเปลือยเปล่า หวันยิหวาก็ตั้งอกตั้งใจดู ในจอคอมพิวเตอร์สี่เหลี่ยมกำลังฉายภาพวิดีโอเคลื่อนไหวของผู้หญิงเปลือยที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวแพงในห้องนั่งเล่น โดยที่มือข้างหนึ่งของเธอลูบไล้ไปตามหน้าอกอวบอิ่มของเธอที่พลางใช้นิ้วเกี่ยยอดปทุมถันสีดำของเธอที่มีจุกใหญ่และขนาดใหญ่กว่าของหวันยิหวา และผู้หญิงคนนั้นก็ค่อยๆอ้าขาออกเผยให้เห็นเนื้อโหนกนูนที่มีขนนุ่มปกคลุมแต่ของหวันยิหวาไม่มี“เธอคงยังเด็ก….ก็เลยยังไม่มีเหมือนของเขานะ..แต่ฉันชอบแบบนี้มากกว่านะ…มองอวบอูมดีกว่า”พีเคว่าทำให้หวันยิหวาแอบยิ้มออกมา เธอค่อยๆอ้าขาตามแบบผู้หญิงในจอคอมพิวเตอร์และเธอก็ค่อยๆลูบปลายนิ้วชี้ไปกับสีข้างของกลีบกุหลาบงามก่อนจะส่งปลายนิ้วลูบไล้ไปตรงกลางร่องสวาทของเธอที่เธอเขี่ยทำไหลน้ำสีเหนียวเยิ้มก็ไหลซึมออกมาจนติดปลายนิ้วของหวันยิหวาแจ๊ะๆๆๆ“อื้ออ”หวันยิ
“อ๊ะๆๆๆๆเสียวหัว…เหมือนน้ำจะแตกแล้ว…”พีเคตะโกนเสียงดังออกมาเขามีความรู้สึกเหมือนตอนที่เขาเริ่มช่วยตัวเองครั้งแรกมันเสียวซ่านไปทั่วทั้งลำกายใหญ่น้ำเริ่มปริออกมาจากตรงรอยแยกและไม่นานร่างของพีเคก็สั่นสะท้านชักกระตุกเกร็งปลดปล่อยน้ำสีขาวขุ่นเต็มช่องปากของหวันยิหวา“อึก…”หวันยิหวาที่ลิ้นของเธอรับรู้ถึงรสชาติที่ฝาดแต่พออยู่ไปสักพักก็เป็นรสชาติหวานออกมา น้ำสีขาวขุ่นไหลทะลักออกมาจากช่องปากของเธอ พีเคปล่อยศีรษะของหวันยิหวาให้เป็นอิสระก่อนที่เขาจะถอดถอนลำกายใหญ่ของเขาออกมาจากช่องปากของหวันยิหวาเขานอนหอบหายใจถี่รัวลำกายใหญ่กระตุกไปมาน้ำสีขาวขุ่นยังคงติดอยู่ตรงรอยแยกของส่วนปลายลำกายใหญ่“แผล๊บๆๆ”หวันยิหวายื่นปลายลิ้นเลียไปตามริมฝีปากของเธอเองเพื่อชิมรสชาติและดื่มกินนำ้สีขาวขุ่นที่พุ่งออกมาจากเจ้าโลกยักษ์ของพีเค ทำให้เธอรู้สึกว่ามันอร่อยทั้งหวานทั้งหอมทั้งมันส์…“มานี่สิ….ขอดูของเธอหน่อย…”พีเคว่าก่อนที่เขาจะยันตัวลุกขึ้นนั่งและจับร่างของหวันยิหวามานอนหนุนหมอนแทนที่เขา เธอก็ว่าง่ายยอมทำตามคำสั่งของพีเค“อื้อออ…”“จับตรงนี้…เสียวไหม…”พีเคเอ่ยถามหวันยิหวาไปในขณะที่เขายื่นมือทั้งสองข้างไปบีบคลึงเต้านม
พรึบ “อย่างงั้นแหละครับ….ค่อยๆแบบนี้..” “เด็กดี….”พีเคกระซิบเสียงกระเส่าเมื่อเขาจับทาบทับมือของหวันยิหวาให้รูดขึ้นรูดลงไปกับขนาดกำลายของเขาที่เธอยิ่งรูดขึ้นลงเท่าไหร่มันก็เหมือนจะขยายตัวใหญ่ขึ้นเเข็งขึ้นและดูน่ากลัวขึ้น พรึบ “พี่ขอดูหัวนมหน่อยนะ….ว่าหัวนมของยี่หวาสีอะไร..”พีเคว่าและไม่ได้รอให้คนร่างเล็กเอ่ยอนุญาตเขาก็จับชายเสื้อยืดของเธอถลกขึ้นทำให้เขามองเห็นเอวคอดหน้าท้องที่แบนราบจนมาหยุดอยู่ที่หน้าอกหน้าใจที่เริ่มแข็งของเธอเพราะเธอใกล้จะแตกเนื้อสาวเข้าไปทุกที พรึบ “หัวนมสีชมพูซะด้วย….”พีเคว่าพลางใช้ปลายนิ้วของเขาเขี่ยไปมากับยอดปทุมถันสีชมพูสดของเด็กอายุสิบห้าที่เริ่มรู้จักความเสียวร่างเล็กสั่นสะท้านทำให้พีเคเริ่มขยับใบหน้าหล่อกดปลายจมูกโด่งซุกไซ้ไปกับซอกคอของหวันยิหวาที่เธอนอนทำหน้าเหยเกอย่างเสียวซ่านและรู้สึกว่าที่ความเป็นสาวของเธอจะเริ่มเปียกแฉะมือเล็กก็ยังคงทำตามที่พีเคจับให้รูดขึ้นรูดลงไปกับลำกายใหญ่จนเธอเริ่มรู้สึกว่ามันเริ่มแข็งขึ้นและอุ่นขึ้นเรื่อยๆ “ยี่หวา….ทำให้พี่แบบนั้นได้ไหม?”พีเคละใบหน้าหล่อกระซิบเสียงกระเส่าไปที่ข้างหูของหวันยิหวาพลางชี้นิ้วไปที่หน้าจอคอม
ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งครั้งแรกของหวันยิหวากับพีเค….. “อ๊าๆๆๆๆๆ” “อื้ออออ…” “อ๊าาาาาห์….”เด็กหนุ่มที่วัยแตกเนื้อหนุ่มได้ร้องครวญครางออกมาเมื่อเขาได้ใช้มือหนานุ่มของเขากำเจ้าลำกายใหญ่ของเขาอยู่พลางรูดอุ้งมือขึ้นลงตามแรงอารมณ์ สายตาคู่คมนัยน์ตาสีดำก็จับจ้องไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเองด้วยแววตาหวานเยิ้มเฉอะแฉะ วัยแตกเนื้อหนุ่มที่เริ่มฝันเปียกเริ่มรู้จักวิธีการช่วยตัวเองอย่างพีเคหนุ่มสิบเจ็ดหน้าตาดีที่มีลำกายที่ใหญ่โตเกิดอายุ เขาทำหน้าเหยเกเมื่อเขาเร่งมือของเขาให้เร็วขึ้นเพื่อสำเร็จความใคร่ให้ตัวเองน้ำตรงกลางส่วนรอยแยกเริ่มไหลซึมออกมาความเสียวแล่นไปทั่วทั้งปลายลำกายใหญ่ แต่แล้วความฝันของเขาก็ต้องเกือบดับลง เมื่อมีร่างเล็กของน้องสาวเพื่อนที่ร่วมอาศัยอยู่ในบ้านของเขาที่เขาเช่าให้เด็กกำพร้าทั้งสองคนได้อยู่ นานๆครั้งเขาถึงจะมานอนที่บ้านนี้ร่วมกับเพื่อนเขาสักครั้งในครั้งนี้ที่เขามาเพราะต้องมาอยู่เป็นเพื่อน หวันยิหวาน้องสาวของเพื่อนสนิทของเขา “พะพี่เค?”หวันยิหวามองหน้าพีเคตาใส ทำให้พีเคที่หาผ้าอะไรมาปิดเจ้าโลกของตัวเองไม่ทันแล้วจึงจับมันตั้งตระหง่านท้าทายสายตาเด็กสาววัยแรกรุ่นอย่างหวั
ภัตตาคารหรูใจกลางเมืองDชั้นที่3ยี่หวา หวันยิหวา19:30น.พรึบ“สวยมาก…ยี่หวา^_^”เสียงเอ่ยชมฉันดังขึ้นมาจากใยไหมที่เธอช่วยฉันแต่งหน้าทำผมและเสื้อผ้านี้เธอก็เป็นคนหามาให้ฉันเสร็จสรรพ ตอนนี้ผมของฉันที่เคยยาวตรงได้ถูกดัดเป็นลอนใหญ่มัดรวบไว้ด้านหลังเป็นหางม้าใบหน้าของฉันแต่งเติมให้เป็นสาวสวยหวานริมฝีปากสีชมพูของฉันถูกแต่งเติมด้วยลิปกลอสแค่นั้นแก้มที่อมชมพูของฉันก็ถูกปัดแก้มสีชมพูอ่อนๆนิดหนึ่งเสื้อผ้าที่ฉันใส่เป็นชุดเดรสสีขาวกระโปรงยาวเลยหัวเข่าแขนสั้นเป็นแขนกระปุกดูเป็นลุคใสๆน่ารักๆ“คุณพ่อของเธอจะชอบฉันไหม?”ฉันเอ่ยถามใยไหมไปในขณะที่เราสองคนเดินเคียงคู่กันเดินไปตามทางเดินของร้านอาหารหรูแห่งนี้ ซึ่งที่นี้มีทั้งหมดสามชั้นเป็นตึกที่ถูกสร้างอยู่ใจกลางเมืองกรุงและชั้นที่เราสองคนจะไปคือชั้นสามนั่นคือชั้นระดับลูกค้าวีไอพีเท่านั้น“ชอบสิ^_^”“ทำไมท่านจะต้องไม่ชอบเธอด้วย?”ใยไหมว่าพลางหันมาขมวดคิ้วมองฉันอย่างพินิจพิจารณา“ก็ดูที่พี่เคพูดออกสื่อไปสิ…ว่าเขาหนีตามฉัน”ฉันบอกใยไหมไปอย่างกังวลใจกับคำพูดที่พี่เคพูดออกสื่อว่าเขาหนีตามฉันตั้งแต่อายุสิบเจ็ด“อืม…ก็จริงนะว่าคุณพ่อของฉันก็รู้จักเธอในรายการสดที
ขณะเดียวกัน….บริษัทส่งออกอะไหล่รถยนตร์สำนักงานใหญ่ห้องท่านประธานบริษัท…พรึบ“ผู้หญิงที่ชื่อหวันยิหวานี่คือใครกัน?”ชายร่างท้วมที่ใส่สูทเต็มยศเอ่ยขึ้นพลางตบมือลงไปบนโต๊ะทำงานของเขา“แฟนคุณหนูครับ”ชายหนุ่มชุดดำที่อายุอ่อนกว่ามากเอ่ยขึ้นทำให้ผู้เป็นนายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานขนาดใหญ่หันขวับมองลูกน้องตาเขียดปัด“ฉันรู้แล้ว…ว่าผู้หญิงคนนั้นคือแฟนไอ้เค!”กมลภพเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ทำให้ชายชุดดำก้มหน้าลงอย่างเกรงกลัวผู้เป็นนายทันที“ไอ้ลูกเวร…รักผู้หญิงมากกว่าพ่อ!”กมลภพว่าพลางเบะปากเล็กน้อยอย่างน้อยใจลูกชายตัวเองที่หนีออกจากบ้านไปตั้งแต่อายุสิบเจ็ดและไม่ยอมกลับบ้านมาหาเขาอีกเลย“คุณหนูหนีตามผู้หญิงไปจริงๆอย่างที่ให้สัมภาษณ์เหรอครับท่าน?”“อยากรู้มากไหม?”“นิดหน่อยครับ…คุณหนูหล่อเหลาขนาดนี้…แฟนคุณหนูต้องสวยสง่ามากแน่ๆเลยครับ”“หึ…ฉันจะตอบแกและให้เงินเดือนสามเดือนกับแก”“จริงเหรอครับ…ท่านใจดีจังจะให้เงินเดือนล่วงหน้ากับผมด้วย”“และพอแกรับเงินเสร็จแกก็ไม่ต้องมาทำงานที่นี้อีกเลย!!”กมลภพเอ่ยเสียงเขียวพลางผ่อนลมหายใจออกฟุดฟิดๆอย่างไม่พอใจสายตาก็จับจ้องไปที่หน้าของพีเคที่อยู่ในโทรทัศน์จอแบนหรูข
สถานีโทรทัศน์มีชื่อเสียงติดอันดับหนึ่งระดับประเทศ…ห้องรายการสัมภาษณ์สด…. สัมภาษณ์พีเค ไตรนภพ นักมวยชื่อดังแห่งยุคนี้…นักข่าวหนึ่ง:ทำไมคุณพีเคที่ชนะจากเวที boxer star ถึงได้สละสิทธิ์การไปแข่งที่ประเทศอังกฤษล่ะค่ะ?พีเค ไตรนภพ:(ยิ้มมุมปาก)ผมคิดว่าที่นั้นไม่ใช่จุดสูงสุดในชีวิตของผมนักข่าวหนึ่ง:ไม่ใช่จุดสูงสุดในชีวิตหรือหน้าที่การงานคะนักข่าวหนึ่ง:เพราะคุณพีเคเป็นนักมวยมืออาชีพการชกมวยของคุณก็เป็นที่น่าเกรงขามในหมู่นักมวยด้วยกันพีเค ไตรนภพ:ครับ..ผมทราบดีและการที่ผมได้เข้าสู่วงการมวยก็เพราะตอนอายุสิบเจ็ด…ผมเป็นเด็กใจแตกครับนักข่าวหนึ่ง:เด็กใจแตกเหรอคะ?(ทำหน้าตกใจมาก)พีเค ไตรนภพ:(ยิ้มมุมปากอย่างเขินอายก่อนจะมองเลยไปยังที่นั่งคนดู)ครับใจแตกหนีออกจากบ้านไปอยู่กับผู้หญิงครับนักข่าวหนึ่ง:(อ้าปากค้าง)ไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่าผู้ชายนิ่งๆอย่างคุณพีเคนี่จะหนีตามผู้หญิงนักข่าวหนึ่ง:ผู้หญิงคนนั้นต้องสวยมากเลยใช่ไหมคะพีเค ไตรนภพ:ก็น่ารักในแบบของเธอแหละครับพีเค ไตรนภพ:แบบที่โดนใจผมนักข่าวหนึ่ง:ดิฉันนี่ตื่นเต้นมากเลยนะคะ ว่าจะได้สัมภาษณ์กับนักมวยอาชีพอย่างคุณพีเคที่มีชื่อเสียงร่ำลือว่าหน้านิ
พรึบ“ทีนี้….ยี่หวา…จะตกลงเป็นแฟนกับพี่ได้รึยัง…ครับ!”พี่เคเอ่ยออกมาพลางยิ้มแหยๆให้ฉัน เพราะเขาไม่เคยพูดครับกับฉัน ทำให้หัวใจดวงน้อยๆของฉันพองโตขึ้นมาพรึบ“หัวใจของพี่…มันเรียกร้องหาแต่…หวันยิหวา…หวันยิหวา….คนเดียวเลยนะ”พี่เคว่าพลางจับมือฉันไปวางแนบบนหน้าอกข้างซ้ายของเขาที่ตอนนี้หัวใจของเขาได้เต้นรัวแรงไม่รู้ว่าเกิดจากการที่เขาเพิ่งไปวิ่งรอบสนามมาและยังมาต่อสก๊อตจั้มอีกหรือเพราะมันเรียกร้องหาแต่ฉันเหมือนที่พี่เคบอกจริงๆกันแน่“รู้ไหม…ว่าทำไมพี่ไม่เคยมีแฟน…?”พี่เคเอ่ยขึ้น ทำให้ฉันมองหน้าเขาอย่างสนใจในคำพูดของเขา“ไม่รู้ค่ะ….”ฉันตอบเขาไปอย่างไม่รู้จริงๆเพราะตั้งแต่ฉันรู้จักเขามา เขาไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนไหนนอกจากใยไหมที่ตอนแรกฉันนึกว่าเขาจะจีบใยไหมซะอีกพี่เคยิ้มเขินอายให้ฉันก่อนจะยื่นมือหนาของเขามาจับแก้มของฉันและใช้ปลายนิ้วโป้งลูบแก้มของฉันอย่างแผ่วเบาและยิ้มอ่อนโยนให้ฉัน“เพราะพี่มีเมียแล้วไง…”พี่เคว่าเสียงนุ่มนวลแววตาที่เคยแข็งกร้าวของเขาตอนนี้มันกลับเป็นทั้งอ่อนโยนและอ่อนหวานจนฉันต้องเม้มปากเป็นเส้นตรงเพราะน้ำตาแห่งความดีใจของฉันมันกำลังจะไหลรินออกมาพรึบ“ร้องไห้ทำไมครับ?”“