ท่านหมออี้ หมอกวาน และหมออิ่น มาพร้อมกัน หมิงอี้ไปขอความช่วยเหลือที่สำนักหมอหลวงเพิ่ม ท่านหมอทั้งสองท่านเลยรีบมาอย่างรีบร้อน พวกเขารีบวิ่งเข้าไปเพื่อช่วยตรวจดูอาการนาง“ท่านแม่ทัพ นี่คุณหนูถูกใครทำร้ายสาหัสขนาดนี้”หมออิ่นเอ่ยถามเมื่อมองเห็นสภาพของลี่เซียนที่นอนสาหัสอยู่“คนร้าย ข้าขังไว้ในคุก ข้าจะไปจัดการนางเอง”“เว่ยหลง เว่ย เวย…หลง อย่า อย่าทิ้งข้า”เขาวิ่งเข้าไปหาลี่เซียน และค่อยๆ พยุงนางพิงบนตัวเขา ให้ท่านหมอตรวจ หมออี้สั่งยาที่รักษาและสมานแผลภายนอกให้ เขาบอกให้หมิงอี้ไปส่งไปร้านยา เขารู้จักกับเจ้าของ สามารถไปเรียกหาตอนดึกได้ ท่านหมออิ่นบอกให้ป้าจาง อาปิง และอิ้นสี่ไปเตรียมน้ำร้อน และเตรียมต้มยาถอนพิษ ซึ่งหมอกวานปรุงมาให้นางแล้ว“ท่านหมอ นางเป็นอย่างไรบ้าง”“ท่านแม่ทัพ ในตัวคุณหนูยังมีพิษตกค้างอยู่ เดิมทีนางก็ไม่แข็งแรงอยู่แล้ว นี่ยังโดนน้ำเย็น โดนทรมาน เกรงว่า….”“ท่านหมอ ท่านต้องช่วยนางให้ได้นะ”“ท่านแม่ทัพ ข้าจะพยายาม ข้าปรุงยาถอนพิษมาให้นางแล้ว ตอนนี้ให้หมออิ่นต้มอยู่ ให้นางกินยาก่อน แล้วเราค่อยมาดูอาการอย่างอื่นอีกที”“เซียนเซียน ข้าอยู่นี่ เจ้าต้องไม่เป็นอะไรนะ คนดี ข้าอยู
เว่ยหลงจับมือของนางเอาไว้ เขาแทบจะไม่ไปไหนจากห้องนี้เลย กึ่งนั่งกึ่งนอน เฝ้านางตลอดว่าเมื่อไหร่นางจะฟื้น เขาแทบไม่ได้กิน ไม่ได้นอนเลยตลอดเวลา 2 วันที่ผ่านมา ลี่เซียนมองหน้าเขา น้ำตาเขาไหลอาบหน้าโดยไม่รู้ตัว“ท่าน ร้องไห้อีกแล้ว อย่าร้องสิ ที่รัก ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว”“ข้าดีใจ เซียนเซียน เจ้ากลับมาหาข้าแล้ว ข้าดีใจยิ่งนัก คนดีของข้า ข้าจะไม่มีวันให้เจ้าทำแบบนี้อีกแล้ว ข้าเกือบจะเสียเจ้าไป ต่อไป เจ้าอย่าเสี่ยงชีวิตแบบนี้อีกนะ ข้าไม่อยากเห็นเจ้าเจ็บอีก ข้าผิดเอง ข้าผิดเองทั้งหมดเลย”เว่ยหลงร้องไห้ออกมาอย่างสุดจะกลั้น ลี่เซียนค่อยๆ ลุกขึ้นมากอดเขา“เว่ยหลง ข้าไม่ได้ไปไหน ข้าอยู่กับท่านนี่ไง ท่านหยุดร้องนะ อายเค้า เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า ท่านแม่ทัพหน้าเดียว ใจโหดเหี้ยม เย็นชาไร้ความรู้สึกคนนั้นไปไหนเสียแล้ว หยุดร้องนะเจ้าคะ”ลี่เซียนปลอบเขาพลางกอดเขาเบาๆ เว่ยหลงโผกอดนางแน่น เขาลืมว่านางยังมีแผลอยู่ นางร้องเพราะความเจ็บ“โอ๊ย ข้าเจ็บ”“เซียนเซียน ข้าขอโทษ ขอโทษ เซียนเซียน เจ้าเจ็บมากหรือไม่”“ข้าไม่เป็นไร ช่วงนี้ ท่านได้นอนบ้างหรือไม่ ทำไมขอบตาท่านดำขนาดนี้ ท่านไม่ดูแลตัวเองแบบนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ ข
ฟู่เว่ยหลง เดินลงมายังคุกใต้ดิน เขาเดินเข้าไป ที่ห้องขังที่ชุนเหมยอยู่ นางเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นเข้า นางรีบคลานเข้ามาหา เขาเลี่ยงออกมา หมิงอี้ให้คนกันเอาไว้ เว่ยหลงรู้สึกรังเกียจนางอย่างที่สุด ไม่อยากพูดคุย และไม่อยากแม้แต่จะมองหน้านางด้วยซ้ำ แต่มีเรื่องที่ต้องสอบสวน เขาจำเป็นต้องมาพบนางที่นี่“แม่นางชุนเหมย ไม่สิ เจ้า ชื่อแซ่อะไรแน่”“คุณชาย ท่านมาหาข้าได้เสียที”“เจ้าอย่าเข้าใจผิด ที่ข้ามาที่นี่ เพียงเพื่อมาดู ว่าเจ้าใกล้ตายหรือยัง จะได้ส่งข่าวบอกอนุฉินถูก”“นี่ท่าน ท่านไม่สนใจข้าแม้แต่น้อยเลยหรือเจ้าคะ”“คนที่ข้าห่วง คือหลินลี่เซียน ที่ถูกเจ้าทรมานเกือบตาย นางคือคนรักของข้า คู่หมั้น ว่าที่ฮูหยินฟู่เพียงคนเดียวของข้า”ชุนเหมยมองเขาน้ำตาร่วง เขาไม่เคยสนใจนางจริงๆ ไม่ว่าจะทำอย่างไร เขาก็รักเพียงแต่นาง“แล้วท่าน มาหาข้าด้วยเรื่องอะไรเจ้าคะ”“ใครส่งเจ้ามา นอกจากอนุฉิน เบื้องหลังเรื่องนี้ เกรงว่าจะไม่ธรรมดาอย่างที่เห็น หากเจ้ายังไม่บอก อย่าหาว่าข้าโหดเหี้ยมกับสตรีเช่นเจ้า”“ข้ามาที่นี่เพราะท่าน และมาฆ่านังจิ้งจอกนั่น ที่ทำให้ท่านลุ่มหลงมันหัวปักหัวปำ คุณชาย ท่านต้องเชื่อข้านะ ท่านเพียงหลง
“ความจริงอะไรกัน ท่านหมายความว่าอย่างไร คุณชายฟู่”ฟู่เว่ยหลงมองนาง ชุนเหมยเริ่มกลัว“ความจริงที่ว่า ข้าไม่ได้ปฏิเสธการหมั้น แต่แม่ของเจ้าต่างหาก ที่เป็นคนตะโกนให้ผู้อื่นเข้าใจผิด ข้าเพียงจะยืดระยะเวลาออกไปเนื่องจากยังไว้ทุกข์ให้พ่อข้าไม่ครบกำหนดเท่านั้น และหลินลี่เซียนไม่ได้ตามติดข้า แต่เป็นข้า ที่คอยตามนาง ไปขอนางแต่งงานถึงจวน และบังคับให้นางมาอยู่ที่จวนข้า นางไม่ได้อยากมา แต่เป็นเพราะข้า หาข้ออ้างว่าเสนาหลินให้นางย้ายมา นางจึงยอมมาอยู่กับข้าที่นี่”“ไม่จริง ข้าไม่เชื่อ ไม่มีทาง ท่านรังเกียจนางออกปานนั้น ไม่มีทาง”“ข้าไม่ได้รังเกียจนาง ออ อีกเรื่องที่เจ้าอาจจะไม่เคยรู้ นางเคยจะยกเลิกการหมั้นกับข้าถึงสองครั้ง แต่เป็นเพราะข้าไม่ยอม และทำทุกวิถีทาง ทำให้นางยอมคืนดีกับข้า”“ไม่ เรื่องนี้ มัน ท่านโกหก ท่านต้องโดนนางหลอก คุณชายฟู่ ท่านตาสว่างเสียที”“เจ้าต่างหากที่ควรรับความจริงได้แล้ว ข้าไม่ใช่ไม่หวั่นไหว แต่ข้าไม่เคยมองคนอื่น ไม่เคยมองเจ้าเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่เคยมีความรู้สึกใดๆ ให้กับเจ้า ข้าเพียงแค่รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบชีวิตเจ้า ที่ทำให้เจ้าบาดเจ็บเท่านั้น ไม่มีอย่างอื่น ออ วันนี้ข้า
“ท่านว่าเบื้องหลังเรื่องนี้ ที่แท้คือพระสนมฉิน เรื่องมันใหญ่กว่าที่เราสองคนคิดไว้เสียอีกนะเจ้าคะ”“นั่นสิ เดิมทีคิดว่าแค่เรื่องของสกุลหลินอย่างเดียว แต่นี่นางอยากได้กองทหารรักษาพระองค์ของฝ่าบาท เพื่อจะต่อกรกับฝั่งฮองเฮา นางหวังจะปลดฮองเฮา และจะบังคับให้ฝ่าบาทแต่งตั้งนาง เป็นแม่ของแผ่นดิน”“หากว่าฝ่าบาททรงทราบเรื่องนี้ พระองค์จะทรงเชื่อพวกท่านหรือไม่”“ทหารองครักษ์หลวง เดิมทีฟังบัญชาจากฮ่องเต้พระองค์เดียวอยู่แล้ว แต่เรื่องที่พระสนม วางแผนเขาทางสกุลหลินเพื่อให้ข้ายอมรับคำสั่งนาง เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายของข้าจริงๆ”“ท่านคิดอย่างไรเจ้าคะ ตอนนี้ ราชสำนักมีหลายฝ่าย ฮองเฮา พระสนมฉิน และองค์ฮ่องเต้”“ข้ากับท่านอาต้องภักดีกับแผ่นดิน และราษฎร์ ย่อมเลือกอยู่ฝ่ายฝ่าบาทอยู่แล้ว พระองค์ไม่ยอมแต่งตั้งองค์รัชทายาท ก็เนื่องด้วยเหตุนี้ หากทรงแต่งตั้งแล้ว กองทหารหลวง และทหารรักษาพระองค์ จะถูกสั่งการโดยองค์รัชทายาททันที นั่นทำให้ฝ่าบาท ถูกตัดแขนขาไปโดยสิ้นเชิง ไม่ต่างอะไรกับการสละราชบัลลังก์”“เกียรติยศ อำนาจนี้ ช่างน่ากลัวนัก ทำให้คนฆ่ากันเอง โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน”“แต่ตอนนี้ ท่านร
ฟู่เว่ยหลงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวังหลวงให้หลินลี่เซียนฟัง หลังจากเขาเล่าเสร็จ ความเงียบก็เกิดขึ้น ลี่เซียนกำลังคิด ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรดีกับเรื่องนี้ พวกเขาลงความเห็นว่า เบื้องหลังความต้องการของพระสนมฉิน มันน่าจะมากกว่าตำแหน่งฮองเฮาเสียแล้ว นางน่าจะอยากให้องค์ชายแปด แย่งพระราชบัลลังก์ของฝ่าบาท (องค์ชายแปดคือบุตรของฮ่องเต้กับสนมฉินกุ้ยเฟย) เหมือนกับที่ฮองเฮาให้องค์ชายสามทำ ซึ่งหาก 2 ทัพนี้ เผชิญหน้ากัน ผู้เดือดร้อน คงไม่พ้นราษฎร์ผู้บริสุทธิ์“ท่านมีแผนการเรื่องนี้อย่างไรเจ้าคะ”“ข้ายอมรับว่าพระสนมฉินวางแผนเรื่องนี้มาเป็นอย่างดี ตลบหลังข้า โดยการคุมตัวพ่อเจ้าเอาไว้ขู่ข้า และยังกล้าวางยาพิษฝ่าบาทอีก ซึ่งเท่ากับว่าตอนนี้ นางเปิดหน้าสู้กับฮองเฮาโดยตรง”“ท่านจะส่งตัวชุนเหมยคืนไปให้นางหรือไม่”“นางไม่ใช่ตัวแปรสำคัญในเรื่องนี้หรอก ข้าคิดว่านางเป็นหมากที่เสียได้ นางแค่ต้องการกองทัพหลวงที่ท่านอา และข้าดูแลอยู่ หาก 2 ทัพรวมกัน กำลังจะมากกว่าฝั่งฮองเฮา”“ท่านหมายความว่า ถึงจะส่งตัวชุนเหมยไปหรือไม่ ก็ไม่มีประโยชน์ นางก็จะหาข้ออ้าง เพื่อให้ท่านยอมทำตามคำสั่งนาง”“ใช่ ข้าว่านั่นเป็นสิ่งที่นางคิดเอ
ฟู่เว่ยหลงกลับมาที่จวนตอนเย็น พบว่าในจวนมีแต่เสียงร้องไห้ระงม เมื่อเข้ามาถึง ป้าจางรีบวิ่งเข้ามาพร้อมกับอาปิงและอิ้นสี่“คุณชายเจ้าคะ แย่แล้ว ทหารมาจับตัวคุณหนูไปแล้วเจ้าค่ะ”“ว่าไงนะ ป้าจาง ท่านว่าอย่างไร ลี่เซียนถูกจับไปงั้นหรือ เกิดขึ้นได้อย่างไร”“ท่านแม่ทัพฟู่ ข้าขอโทษด้วย ข้ามาช้าไป พาแม่นางหลินออกไปไม่ทัน ทหารตามมาก่อน พระสนามฉินนางถือพระราชโองการจากฝ่าบาทเป็นตัวแทนพระองค์ แจ้งข้อหากบฏกับเสนาบดีหลิน พรุ่งนี้เที่ยงให้ประหาร”“ท่านว่าอย่างไรนะ นี่นาง พระราชโองการ เป็นไปไม่ได้”“ตอนนี้ในวังหลวง ถูกนางควบคุมไว้หมดแล้ว แม้แต่ฮองเฮาก็ยังทำอะไรไม่ได้”“เซียนเซียนได้บอกอะไรไว้หรือไม่”ฟู่เว่ยหลงถามพวกเขาหน้าตาตื่น“คุณหนูให้ข้าไปส่งข่าวที่หออ้ายจือทราบเจ้าค่ะ ข้ากับอาปิงไปมาแล้ว และนางให้พวกเรา รออยู่ที่นี่เจ้าค่ะ”“อ้อ ท่านแม่ทัพ ยังมี จดหมายฉบับบนี้ นางกำชับว่า ให้ส่งให้ถึงมือท่านให้ได้”ฟู่เว่ยหลง รับจดหมายจากลั่วจื่อหยางมา มือของเขาสั่น“ใต้เท้าลั่ว ขอบคุณท่านมาก ตอนนี้สถานการณ์ในวัง เป็นเช่นไร”“ท่านเสนาบดีถูกพระสนมฉินคุมตัวเอาไว้ที่ตำหนัก ส่วนลี่เซียนถูกพาไปขังที่คุกหลวง ข้าจะเข้
เว่ยหลงอ่านจดหมายนั้นให้ทุกคนได้ยิน“น้องเขย เจ้าจะทำอย่างไรต่อไป”เจียงเฉิงถามเขา เว่ยหลงเงยหน้าขึ้นมามองเจียงเฉิง“พี่ใหญ่ ข้าต้องเข้าวัง เอาคนของนางไปส่ง ที่เหลือ ฝากท่านด้วย”เจียงเฉิงพยักหน้าให้เขา ซีห่าวและจื่อหยางมองหน้าพวกเขา“พี่ใหญ่ นี่พวกท่านมีอะไรที่ยังไม่บอกพวกข้าหรือเปล่า”“พี่รอง ข้าจะให้พี่ใหญ่ค่อยๆ บอกท่านนะ ใต้เท้าลั่ว ข้าอยากให้ท่านช่วยข้าเรื่องหนึ่ง ข้าจะค่อยๆ อธิบายระหว่างเข้าวัง ท่านตามข้ามา”“ได้สิ ไปกันเถอะ”ลั่วจิ่นหยางคำนับซีห่าวและเจียงเฉิง ก่อนตามฟู่เว่ยหลงออกไป รอเขาบนรถม้า เว่ยหลงเดินไปที่คุกใต้ดิน สั่งนำตัวชุนเหมยออกมา และพาขึ้นรถม้าอีกคันหนึ่งตามเขาไป โดยให้อี้หมิงคุ้มกัน“ท่านอยากให้ข้าทำอะไรหรือแม่ทัพฟู่”“พี่ลั่วหยาง ท่านเรียกข้าว่าเว่ยหลงเถอะ”“ได้ พี่เว่ยหลง ท่านว่ามาเถอะ”“ข้าอยากให้ท่านนำของสิ่งนี้ ไปให้หมอกวานที่สำนักหมอหลวงให้ข้าที ข้าจะส่งท่านที่สำนักหมอหลวงก่อนเข้าวัง”“ได้สิ ไม่มีปัญหา เพียงแต่ว่า ท่านหมอกวาน…”"ท่านหมอทราบดีว่าต้องทำอย่างไร แผนข้าคือ…….ตำหนักพระสนมฉิน“ข้านำคนมาส่งตามพระบัญชาของท่านแล้ว เมื่อไหร่จะปล่อยหลินลี่เซียน”“แม่ทั
“ท่านพี่ ท่านแต่งตัวเสร็จหรือยังเจ้าคะ มาช่วยผูกที่คาดเอวให้ข้าทีสิ เว่ยหลง ท่านทำอะไรอยู่”“มาแล้วๆ ฮูหยิน เจ้าอย่าใจร้อนสิ ไหนดูสิ ท้องเจ้าเริ่มโตแล้ว เจ้าจะเดินทางโดยรถม้าอีกไม่ได้แล้วนะ วันนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ ต่อไปก็นั่งรอคลอดอยู่ที่จวนดีๆซะ”“เร็วเข้าๆ ท่านผูกให้ข้าหน่อย อาปิงกับอิ้นสี่ไปเตรียมของขวัญ เดี๋ยวจะไม่ทันแล้ว เว่ยหลง ท่านชักช้าอะไรอยู่”“ก็มัดอยู่นี่ไง เจ้าอย่าเร่งข้าสิ”ฟู่เว่ยหลงเร่งมัดสายคาดเอวให้ฮูหยินอย่างทุลักทุเล ช่วงนี้ท้องนางเริ่มโตขึ้น การแต่งตัวทำได้ยากกว่าเดิม นางมักจะหงุดหงิดง่ายเวลาเรียกหาใครแล้วมาหาช้า ช่วงนี้นางเจริญอาหารมากเป็นพิเศษ และก็ยังนอนมากเป็นพิเศษอีกด้วย ซึ่งทำให้เว่ยหลงพอใจยิ่งนัก แต่วันนี้ พวกเขาต้องไปร่วมยินดีในงานมงคลสมรสของเจ้าซีห่าวกับเสี่ยวหง และเจียงเฉิง กับเฟยเฟย ซึ่งพวกเขาตกลงหาฤกษ์ยามทันทีที่ตกลงกันได้ เนื่องจากฟู่ลี่เซียนท้องเริ่มโตขึ้นแล้ว จะไปงานพวกเขาลำบาก จะรอให้นางคลอดก่อนค่อยแต่ง สองหนุ่มก็รอไม่ไหว จึงรีบหาฤกษ์วันเดียวกันและแต่งพร้อมกันทีเดียวสองคู่เสียเลย“เสร็จแล้วๆ ไปกันได้แล้ว”“เดี๋ยวเจ้าค่ะ ข้ายังไม่ได้ใส่ต่างหูเล
“เฟยเฟย ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า”เฟยเฟยหันมาเห็นเจียงเฉิงที่กำลังเดินมา นางไม่ต้องการรับรู้เรื่องนี้ซ้ำอีก น้ำตานางไหลเป็นทาง เจียงเฉิงรู้แล้วว่าเขาคงมาช้าไป หลิวอี้เจินต้องพูดอะไรกับนางแน่ นางถึงขั้นหลั่งน้ำตา“เฟยเฟย รอข้าก่อน เฟยเฟย”หลิวอีเจินดึงเขาไว้“พี่เฉิงเจ้าคะ ปล่อยนางไปก่อนเถอะเจ้าค่ะ ข้ามีเรื่องจะคุยกับท่าน”“แม่นางหลิว เจ้าพูดอะไรกับนาง เหตุใดนางจึงร้องไห้”“ข้าก็แค่ บอกว่าผู้ใหญ่ของพวกเรากำลังคุยกันด้านใน เรื่องงานแต่งของเรา”“เหลวไหลทั้งเพ คุณหนูหลิว ข้าบอกเจ้าไปแล้วว่าข้าไม่ได้คิดอะไรกับเจ้า ข้าไม่มีทางแต่งงานกับคนอื่น”“แต่ท่านจะแต่งงานกับนางงั้นหรือ เจียงเฉิง ท่านไม่กลัวผู้อื่นนินทาหรืออย่างไร สมภารกินไก่วัด น่าไม่อาย”“ความรักของข้ากับเฟยเฟยเป็นของจริง มีเรื่องใดที่น่าไม่อาย ที่ไร้ยางอายนะ ใครกันแน่ ข้าไม่เคยไปตกลงว่าจะแต่งกับเจ้า แต่เจ้ากลับแต่งเรื่อง พูดขึ้นมาเองจนนางเข้าใจข้าผิด เจ้าต่างหากที่หน้าด้าน ไร้ยางอาย ขอตัว”“ท่านหยุดนะ!! ท่านมาว่าข้าเสียหายแบบนี้แล้วจะเดินหนีอย่างนั้นหรือ ท่านคิดว่าท่านเป็นใคร แค่พ่อค้าคนหนึ่ง ท่านมีอะไรสู้ตระกูลหลิวของข้าได้งั้นหรือ
หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการแสดงแล้ว ช่วงต่อไปก็เป็นช่วงที่มีการแสดงของโรงงิ้ว และแขกเหรื่อก็ทยอยเข้ามาแสดงความยินดีกันอย่างไม่ขาดสาย รวมถึง“คุณชายเจียง ข้ามาช้า โปรดอภัย”“ใต้เท้าหลิว ไม่เป็นไรขอรับ ยินดีต้อนรับ เชิญตามสบายขอรับ”“พี่เฉิง ยินดีด้วยนะเจ้าคะที่เปิดร้านใหม่ วันนี้ข้าตั้งใจมาหาท่านโดยเฉพาะเลยเจ้าค่ะ”เฟยเฟยหันไปมองเจ้าของเสียง สตรีหน้าตาน่ารัก ดูสูงศักดิ์ เรียกเขาว่าพี่เฉิงอย่างสนิทสนม“คุณหนูหลิว ขอบใจเจ้ามาก”เฟยเฟยหันไปมองหน้าเขา เจียงเฉิงจึงนึกขึ้นได้“ออ ลืมแนะนำไปขอรับ นี่ เจ้าเฟยเฟย น้องสาวเจ้าซีห่าว น้องรองของข้า หนึ่งในเจ้าของหออ้ายจือขอรับ”“เฟยเฟยคารวะใต้เท้าหลิว ฮูหยินหลิวเจ้าค่ะ ทุกทานเชิญตามข้ามาได้เลยเจ้าค่ะ ข้าจะไปหาที่นั่งใ ด้านล่างเต็มแล้ว เชิญชั้นสองดีกว่าเจ้าค่ะ”“พี่เฉิง พี่พาพวกเราไปก็ได้เจ้าค่ะ ไม่รบกวนแม่นางเจ้าแล้ว ขอบคุณ”แม่นางหลิวมองเฟยเฟย และเชิดใส่เล็กน้อย นางเดินไปเกาะแขนเจียงเฉิงให้เขาพานางไปเลือกโต๊ะ เฟยเฟยได้แต่เดินตามพวกเขาไปเงียบๆ เมื่อพวกเขาได้โต๊ะแล้ว เจียงเฉิงจึงนั่งกับพวกเขา เฟยเฟยเลยเดินเลี่ยงออกมาลี่เซียนเห็นเฟยเฟยเดินมาหงอยๆ นางจ
เสียงประทัดดังขึ้นหน้าหออ้ายจือหลังใหม่ พร้อมกับทุกคนที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิดร้านใหม่ เต็มหน้าลานการแสดง เจียงเฉิงเป็นตัวแทนของร้านออกมากล่าวต้อนรับ“ยินดีต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ที่ได้สละเวลามาร่วมในงานเปิดร้านใหม่ของหออ้ายจือสาขาสองของพวกเรา วันนี้จะมีการแสดง ทั้งของเหล่าไอดอลหออ้ายจือของเรา และกลางคืนยังมีการแสดงงิ้ว และงานเทศกาลโคมไฟไปพร้อมๆกันด้วย ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับงานในวันนี้ และที่สำคัญ เชิญทุกท่าน ร่วมรับประทานอาหาร เพื่อเป็นสิริมงคลแก่พวกเรา ทุกท่านเชิญ”แขกหน้าร้านทุกคนปรบมือ และทยอยเข้าไปนั่งภายในร้าน ซึ่งโอ่อ่า และกว้างขวางมาก โต๊ะเกือบ 50 โต๊ะ ทยอยเต็มอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ด้านบนชั้นลอย จะเป็นที่สำหรับผู้หลักผู้ใหญ่ที่มาร่วมงาน เถ้าแก่อวิ๋นเองก็นั่งโต๊ะถัดไป และคอยช่วยเจ้าซีห่าวจัดแจงที่นั่งให้แขกผู้ใหญ่“พี่เจียง พี่ใหญ่ พี่สามมาแล้วเจ้าค่ะ”เฟยเฟยตะโกนเรียกทั้งสอง ซึ่งพวกเขารีบวิ่งออกไปต้อนรับนาง ฟู่เว่ยหลงค่อยๆพยุงลี่เซียนลงมาจากรถม้า“น้องสามๆๆ คอยๆเดิน ระวังๆหน่อย หลานข้าอยู่ในท้องเจ้า จะเดินไปไหนต้องระวังหน่อย”“พี่รอง ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ ท่านว่าเว่ยหลงจะย
จวนสกุลฟู่“คำนับฟ้าดิน”“คำนับบุพการี”“คำนับกันและกัน”“ส่งตัวเข้าหอ”อาปิงและอิ้นสี่ พาหลินลี่เซียนเดินไปที่ห้องหอที่จัดเตรียมไว้สำหรับพิธีสมรสพระราชทานของท่านเม่ทัพหลวงคนใหม่ และฮูหยินแม่ทัพฟู่“อาปิง ข้าหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว มีอะไรให้ข้ากินได้บ้างมั้ย”“ฮูหยินเจ้าคะ รอสักครู่นะเจ้าคะ ข้าจะเอาขนมมาให้ท่าน แต่ท่านอย่าเปิดผ้าคลุมหน้านะเจ้าคะ จะเสียฤกษ์ ต้องรอให้ท่านแม่ทัพเปิดนะเจ้าคะ”“รู้แล้วๆ รีบไปหาของกินมาทีเร็ว กว่าเว่ยหลงจะเข้ามาอีกนาน เขาต้องรับแขกข้างนอกอีก ป่านนั้นข้าหิวตายอยู่ตรงนี้แหละ”อาปิงรีบออกไปยกขนมมาให้หลินลี่เซียนกิน อิ้นสี่รินน้ำชาส่งให้นางใต้ผ้าคลุมเพื่อให้นางดับกระหาย“อา ค่อยยังชั่วหน่อย นี่ หลังจากนี้ ต้องทำอะไรอีกล่ะ”“ก็รอให้เจ้าบ่าวเข้ามา เปิดผ้าคลุมหน้า ดื่มเหล้ามงคล แล้วก็... เข้าหอเจ้าค่ะ”“ข้าง่วงจังเลย”“ฮูหยิน ท่านจะนอนพักก่อนมั้ยเจ้าคะ แค่นั่งพิงหลับน่าจะได้”“อืม ข้าขอพักสักงีบ พวกเจ้าออกไปเถอะ”“เจ้าค่ะ”หลินลี่เซียนนั่งพิงกับขอบเตียง หลังจากที่กินขนมไป นางรู้สึกง่วงมากเพราะเตรียมตัวมาตั้งหลายวัน และวันนี้ก็ต้องตื่นแต่เช้า เพื่อเข้าพิธีอีก กว่าจะแ
ลี่เซียนตื่นขึ้นมา พบว่านางสวมใส่ชุดนอนเรียบร้อยแล้ว คงเป็นเพราะพ่อคนดีข้างๆ นางนี่เอง ที่จัดการให้ นางยิ้มและก้มหอมแก้มเขาเบาๆ เขาลืมตาขึ้นมา“เจ้าตื่นแล้วหรือ ยังเจ็บแผลอยู่หรือไม่”“ไม่แล้วเจ้าค่ะ เมื่อคืน ท่านใส่ยาและสวมเสื้อผ้าให้ข้าหรือเจ้าคะ”“ใช่ เจ้าลุกไหวหรือไม่ ให้ป้าจางยกข้าวมาให้กินที่นี่ก็แล้วกันนะ”“วันนี้ท่านจะไปไหนหรือเปล่าเจ้าคะ”“ข้าจะเข้าวังหน่อย เจ้ามีอะไรหรือเปล่า”“เปล่าเจ้าค่ะ งั้นข้าจะรอฟังข่าวอยู่ที่นี่นะเจ้าคะ ท่านลุกเถอะเจ้าค่ะ ไปอาบน้ำ เตรียมเข้าวังได้แล้ว”“ได้สิ เจ้าจะอาบน้ำเลยหรือไม่ ข้าจะได้ให้อาปิงเตรียมน้ำยาแช่ตัวให้”“เจ้าค่ะ ขอบคุณนะเจ้าคะ”เว่ยหลงก้มลงจูบที่หน้าผากนาง วันนี้เขาจะเข้าวังไปสะสางงานที่เหลือจากเมื่อวาน และไปฟังข่าวด้วย ที่สำคัญ วันนี้มีการกำหนดโทษของสนมฉิน ฉืนอี้เหนียงและฉินชุนเหมยด้วยพวกเขากินข้าวเช้าในห้องของลี่เซียนเสร็จแล้ว นางเดินมาส่งเขาหน้าจวน เขาหันมาบอกนาง“รอข้านะ เดี๋ยวข้าก็กลับ”“ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วนี่นา ท่านไปเถอะเจ้าค่ะ ข้าอยู่ได้”เว่ยหลงส่งยิ้มให้นาง ก้มลงหอมแก้มข้างที่ไม่มีผ้าปิดแผล และหันกลับไปขี่ม้าเพื่อเข้าวัง ล
เขาถามนางด้วยเสียงแหบพร่าเต็มที ถึงนางจะบอกว่าเจ็บ ตอนนี้ เขาก็คงไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้อีกต่อไปแล้ว ลี่เซียนใช้มือน้อยๆ ล้วงลงไปหาท่อนแข็งแรงที่ใต้น้ำ ที่ดันนางอยู่ตอนนางเบียดเข้าไปเมื่อครู่ ตอนนี้ นางถือเอาไว้และค่อยๆ ขยับเข้าออกช้าๆ“อาาา เซียนเซียน อย่า ข้าเตือนแล้วนะ อาาาาา หากเจ้าไม่หยุดตอนนี้ ข้า อาาา”เว่ยหลงครางเสียงกระเส่า เขาไม่เคยถูกกระตุ้นแบบนี้มาก่อน เขารู้สึกวูบวาบประหลาดอย่างที่อธิบายไม่ถูก แต่รู้สึกดีมาก ลี่เซียนไม่เพียงไม่หยุด นางยังใช้ลิ้นน้อยๆ เลียไปที่แผงอกของเขาเบาๆ สร้างรอยจ้ำแดงๆ ไปทั่วพร้อมส่งเสียงครางเพื่อกระตุ้นอารมณ์เขา เมื่อนางเริ่มเลียที่ยอดอกของเขา เว่ยหลงถึงกับร้องครางเสียงไม่เป็นภาษา“อาาา เจ้าา ข้าเตือนเจ้าแล้ว อย่าหาว่าข้าใจร้ายนะเซียนเซียน”เขาดันนางออก และอุ้มนางขึ้นจากอ่างน้ำทันที และพานางขึ้นมา และใช้ผ้าคลุมตัวให้นางเช็ดตัว และอุุ้มนางเข้าห้องไปทันที…ลี่เซียนกอดคอเขา และดันตัวเองไปจูบที่ปากอวบอิ่มของเขา เขาตกใจที่นางรุกไม่หยุด เกิดอะไรขึ้นกับนางกัน แต่เขาเองก็ห้ามอารมณ์รักนี้ไม่ไหวแล้วเช่นกัน เขาวางนางลงบนเตียงนุ่ม และดึงผ้าที่ห่อตัวนางออกทันที เข
ฟู่เว่ยหลงพาหลินลี่เซียนมายังสำนักหมอหลวงเพื่อตรวจอาการและรักษาแผล เขาขอเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางก่อน หมอกวานจึงให้คนไปเรียกนางกำนัลมาช่วย แต่ฟู่เว่ยหลงบอกว่าเขาจะทำเอง ท่านหมอเลยให้นางกำนัลเตรียมของและชุดใหม่มาให้ลี่เซียนเปลี่ยนฟู่เว่ยหลงถอดชุดของนางออกอย่างเบามือ ตัวของลี่เซียนมีรอยฟกช้ำไปทั้งตัว เมื่อกี้เขาได้ยินว่านางบอกว่าอย่างไรนะ นางถูกรุมกระทืบอย่างนั้นหรือ เขาค่อยๆ เช็ดตัวนางอย่างเบามือ นางขยับตัวสะดุ้งเล็กน้อยเพราะความเจ็บ เขากัดกรมแน่น เขาจะต้องเอาคืนคนพวกนี้ให้สาสม ไม่ว่ามันจะเป็นใคร เขาจะต้องจัดการให้หมดเขาสวมชุดใหม่ให้นางเสร็จแล้วจึงเรียกท่านหมอมาตรวจให้นาง เขาเดินมาบอกอี้หมิง“เจ้าไปตามสืบหา คนที่ทำร้ายนางมาให้ครบหมดทุกคน อย่าได้ขาดไปแม้แต่คนเดียว”“ขอรับคุณชาย”ท่านหมอเดินออกมาแล้ว เขาแจ้งอาการให้เว่ยหลงทราบ“คุณหนูหลินมีแผลฟกช้ำแค่ภายนอก ไม่ได้รุนแรงอะไร เพียงแค่อากาศในคุกนั้นอับชื้นและสกปรก ทำให้นางที่ร่างกายพึ่งพักฟื้นได้ไม่นาน พอเจออากาศแบบนี้ ทำให้ไข้กลับมา อีก 2-3 วันก็ดีขึ้น ข้าจะจัดยาแก้ไข้ แก้ช้ำใน ร้อนใน รักษาภายใน และสมุนไพรแช่ตัวเพื่อรักษาบาดแผลภายน
ชุนเหมยพาหลินลี่เซียนเดินขึ้นมาช้าๆ พร้อมเอามีดจี้ที่คอนางไว้ ฟู่เว่ยหลงตกใจที่เห็นนาง“เซียนเซียน แม่นางฉิน อย่านะ อย่าทำอะไรนาง”“ท่านกล้าขอร้องข้าเชียวเหรอ ท่านแม่ทัพ ตอนนี้ท่านขอร้องเป็นแล้วหรือ เมื่อกี้ท่านยังปากดีอยู่เลยนี่ แค่นังแพศยานี่คนเดียว ทำให้ท่านกังวลใจได้ถึงเพียงนี้เชียวเหรอ”หลินลี่เซียนส่งสายตาให้เขาว่าอย่า เพราะสายตาของลีเซียน ไม่ได้บ่งบอกว่านางกังวล“ฮ่าๆๆๆๆ ดีมาก ชุนเหมย หลานน้า ดีๆๆ ฝ่าบาท ถอนรับสั่งสิ ถอนรับสั่งแล้วจับพวกมันตัดหัวให้หมด เร็วสิ”“แม่นาง เหตุใดข้าต้องฟังเจ้า เพียงเพื่อสตรีคนเดียว”“ฝ่าบาท พระองค์จะลองดูก็ได้นี่เพคะ”ชุนเหมยท้าทาย โดยการยกมีดขึ้นจ่อที่คอของหลินลี่เซียน""อย่า""ฟู่เว่ยหลง หลินซือเหยา ลั่วจิ่นหยาง ท่านหมอกวาน และองค์ชายห้าต่างร้องออกมาพร้อมกัน ชุนเหมยหันไปมองพวกเขาอย่างเกลียดชัง ไม่พอใจ และริษยา“นังงูพิษ เจ้านี่หว่านเสน่ห์ไปทั่วเลยจริงๆ นะ ใครๆ ต่างก็ร้องขอชีวิตให้เจ้า เจ้ามันมีดีอะไรกันนะ”“ท่านพ่อ ท่าน ท่านยังไม่ตาย ท่านพ่อ”“เซียนเซียน พ่อปลอดภัย พ่อไม่เป็นอะไร เจ้าอยู่นิ่งๆ นะ”“ฝ่าบาท ปล่อยท่านแม่ และท่านน้าข้าเดี๋ยวนี้ เร็วสิ