เว่ยหลงเดินออกมาจากห้องของลี่เซียน เขาหันไปสั่งหมิงอี้“เจ้าสั่งองครักษ์ลับที่เฝ้านางอยู่ หากพรุ่งนี้นางออกจากจวน ให้รายงานข้าทันที”“รับทราบขอรับ”คุณชายของเขาเป็นเอามาก เผด็จการกับลูกน้องไม่พอ นี่ยังลามมาถึงว่าที่ฮูหยินของเขาด้วย“คุณหนู ท่านหมอเอายาแก้แพ้ส่วนหนึ่งละลายในน้ำ คุณหนูไปแช่ได้แล้วเจ้าค่ะ”ลี่เซียนเดินลงไปแช่น้ำในอ่าง ตอนนี้นางรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย และอาการคันเริ่มดีขึ้นเมื่อได้แช่น้ำสมุนไพร“คุณหนู พรุ่งนี้ท่าน ยังจะไปที่หออ้ายจืออีกหรือไม่เจ้าคะ”“ไปสิ ไปแน่นอน ข้านัดพวกเขาไว้แล้ว จะมาให้เสียเวลาเพราะข้าคนเดียวไม่ได้”“แต่ว่า ใต้เท้าฟู่บอกว่า…”“อาปิง ไม่ทันไรเจ้าก็กลัวเขาแล้วเหรอ ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ”ลี่เซียนบ่น นางแช่น้ำสักพักใหญ่ๆ และขึ้นมาเช็ดตัว อาปิงทายาให้ และนางก็เข้านอน ก่อนเข้านอนคืนนี้นางก็สวดมนต์ด้วยคาถาเดิมที่นางสวด ก่อนเข้านอนและหลับไป โดยไม่ฝันอะไรอีกเลย จนรุ่งเช้า…..……..“อาปิง เสร็จหรือยัง ข้าจะสายแล้วนะ”“เสร็จแล้วเจ้าค่ะๆ มาแล้วๆ”อาปิงสาละวนกับการเก็บของ และเตรียมพิณพระจันทร์ใส่กล่อง และยกมาให้ลี่เซียน“พร้อมแล้วเจ้าค่ะ ไปกันเจ้าค่ะ”ลี่เซียนและอาปิ
ลี่เซียนใช้เวลาอยู่ที่หออ้ายจือจนถึงช่วงบ่าย นางค่อนข้างพอใจกับทุกคนที่เจียงเฉิงและเฟยเฟยคัดเลือกมา นางเริ่มวางแผนให้แต่ละคน“อาเฟย เจ้าฝึกนางรำของเจ้า เอาแค่ 2 คนก็พอ เราจะเน้นให้มองที่นักร้อง ซึ่งเป็นบุรุษรูปงาม เนื้อเพลง ข้าให้เจ้าไปแล้ว เดี๋ยวข้าจะฝึกกงหลิง ฟางจินร้อง แล้วพวกเจ้า ค่อยมาฝึกพร้อมกัน”“ได้เลยเจ้าค่ะ พี่สาม ไม่ต้องห่วง”ลี่เซียนจัดแจง และใช้เวลาช่วงเช้า ฝึกนักร้องชายทั้งหมดให้ร้อง พบว่าเพลงนี้ เหมาะกับกงหลิง ฟางจิน ทั้งบุคลิก และท่าทาง นางเลยเลือกพวกเขาก่อน ส่วนคนที่เหลือ นางเลือกเพลงอื่นๆให้ และให้ไปฝึกเพลงของตัวเอง เพราะนางช่วยสอนร้องให้ทุกคนแล้ว ซึ่งทุกคนก็รับทราบ และแต่ละคน จะมีคิวขึ้นแสดง สลับกันไปตามวันเวลาที่ประกาศแจ้งหน้าร้าน เฟยเฟยรับหน้าที่จัดนางรำที่เหมาะสมให้กับทุกการแสดง หลังจากนี้อีก 4 วัน หออ้ายจือ จะมีการจัดแสดงการร้องเพลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีนักร้องใหม่ ผลัดกันขึ้นไปถ่ายทอดอารมณ์เพลงตามที่ลี่เซียนเขียนและฝึกให้เจียงเฉิงเองตอนนี้เริ่มจัดการกับระบบการจอง และระบบการพิมพ์เพลงล่วงหน้ามาแล้ว แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ต้องพยายามไม่ให้เนื้อเพลง หลุดออกไปก่อนที
เขาเอามือปิดปากนางให้หยุดพูด หยุดตะโกน แต่ดูเหมือนนางจะดิ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ“หากเจ้าไม่หยุดโวยวาย ข้าจะทำให้เจ้าเห็น ว่าคนที่กล้าขัดคำสั่งข้า จะได้รับโทษอย่างไร”เขาขู่เสียงเรียบ ๆ โหดๆ เหมือนตำรวจที่กำลังสอบสวนผู้ต้องสงสัยลี่เซียนหยุดโวยวาย นางหอบเล็กน้อยเพราะเหนื่อย นางหันมามองเขาด้วยความโกรธ“ท่านทำแบบนี้ทำไม มีอะไรทำไมไม่คุยกันดี ๆ ข้าไม่ใช่คนใช้ของท่าน ที่จะมาลากไปไหนมาไหนก็ได้”“เมื่อคืนข้าบอกเจ้าว่าอย่างไร”“……….”“ข้าถามว่า เมื่อคืน ข้าบอกเจ้า ว่าอย่างไร”ลี่เซียนหลบตาเขา“ข้ามีธุระ ข้าจำเป็นต้องออกมา ข้าดีขึ้นแล้ว ไม่จำเป็นต้องอยู่แต่ในจวน”“เจ้าเลยรีบออกมา เพื่อจะได้มาหาผู้ชายอื่น อย่างนั้นหรือ”เขาถามเสียงเย็นเฉียบ“เจ้านี่มันไม่รู้จักพอจริงๆ ความต้องการของเจ้านี่มันมากแค่ไหนกัน มีข้าเป็นคู่หมั้นแล้ว ยังไม่พอใจ ยังอยากมีผู้ชายคนอื่นมาเอาอกเอาใจเจ้าเพิ่มอีก อย่างนั้นเหรอ”“ท่าน นี่ท่านคิดสกปรกอะไรอยู่ พี่รองก็บอกท่านแล้ว ข้าแค่ฝึกพวกเขาร้องเพลง ท่านคิดเองทั้งนั้น”ลี่เซียนลุกขึ้น และพยายามเดินหนีเขา ตอนนี้สายตาเว่ยหลง ไม่มีความเชื่อใจใครอยู่เลย เขาทำให้นางกลัว“แค่ร้องเพลงเจ
ลี่เซียนกลับมาถึงจวนแล้ว ก่อนจะถึงห้องนอนของนาง นางต้องตกใจกับพุ่มไม้สั่น หรือว่าจะมีงู นางมองอย่างหวั่นใจ“เมี๊ยว เมี๊ยว”แมวนั่นเอง แมวน้อยสีขาว บาดเจ็บมา ขามันบาดเจ็บ ลี่เซียนค่อยๆ จับมันออกมา“โอ๋ๆ ไม้ร้องนะ ข้าจะพาเจ้าไปทำแผล อาปิง อาปิง อยู่ไหน”“คุณหนู ข้าอยู่นี่เจ้าค่ะ”อาปิงเดินมา นางพึ่งไปตากหมอนและเดินกลับมา“นั่นอะไรเจ้าคะ ลูกแมว มันบาดเจ็บนี่เจ้าคะ”“เจ้าไปหายากับผ้าพันแผลมาที ข้าจะทำแผลให้มัน”“เจ้าค่ะๆ”ลี่เซียนนั่งมองแมวน้อยตัวนั้น หลังจากที่นางทำแผลให้มัน อาปิงก็หานมมาให้มันกิน ลี่เซียนเรียกมันว่าชงชง อาปิงยังจัดที่นอนให้ด้วย แมวน้อยพอได้กินอิ่ม ก็นอนพักผ่อนทันที“คุนหนูเจ้าคะ คุณชายฟู่ พาคุณหนูไปไหนมาหรือเจ้าคะ ทำไมปล่อยคุณหนูกลับมาคนเดียว”“เขาพาข้าไปที่จวนรับรองน่ะ คุยเสร็จแล้วก็กลับ ไม่มีอะไรหรอก”อาปิงไม่อยากไปรบเร้าถามนาง เพราะตั้งแต่กลับมา นางก็เอาแต่เหม่อลอย สลับกับถอนหายใจ และก็มองชงชงอย่างเศร้าๆ อาปิงแน่ใจว่าคงจะทะเลาะกับคุณชายฟู่มาแน่นอน“อาปิง เจ้าว่าที่เขาทำ มันคืออะไรกัน”“เขาที่ว่า คือคุณชายฟู่หรือเจ้าคะ”“ใช่”“ดูก็รู้แล้วนี่เจ้าคะ นั่นน่ะ คุณชายฟู่กำล
ลี่เซียนแย่งแส้จากมือเว่ยหลงได้ นางกำลังจะฟาดลงไป เว่ยหลงหันหลังเพื่อรับแส้นั้นไว้เอง ลี่เซียนตกใจ เขา นี่เขา รับแส้แทนพวกนาง เขาหันมามองหน้านาง สายตาเขาก็พอๆ กับนาง“เจ้าจะพอได้หรือยัง คุณหนูใหญ่หลิน”ดูท่า หนทางระหว่างเขากับนาง คงจะสิ้นสุดกันในวันนี้ ในเมื่อเขาเลือกจะปกป้องพวกนาง 3 คน ลี่เซียนก็ไม่มีอะไรจะพูดกับเขาอีก“เรื่องของสกุลหลิน คนสกุลฟู่เช่นท่าน มีสิทธิ์อะไรเข้ามาก้าวก่าย ท่านเป็นใครมิทราบ”“นี่เจ้า”ลี่เซียนมองเขาตาแข็งกร้าว เว่ยหลงไม่เคยเห็นลี่เซียนทำสายตาเช่นนี้มาก่อน ไม่ว่าตอนไหน กับใคร สายตาของความโกรธสุดขีด ไม่ยอมคน“ลู่ชิง หากเจ้ากล้ายุ่งวุ่นวาย ไม่ว่าจะเป็นของ คน หรือห้องส่วนตัวของข้าอีก อย่าคิดว่าข้า จะละเว้นเจ้าเหมือนวันนี้อีก”นางสะบัดแส้ทิ้งต่อหน้าฟู่เว่ยหลง และเดินหันหลังกลับออกไป โดยไม่หันมามองเขาอีกเลย“คุณหนูรอง พวกท่านเป็นอะไรมากหรือเปล่า หมิงอี้ เจ้าไปตามหมอที เร็วเข้า”หมิงอี้รีบวิ่งไปตามหมอตามคำสั่ง เขามองแผลของคุณหนูรองสกุลหลินแล้วนึกสยอง นี่คุณชายจะแต่งกับคุณหนูใหญ่สกุลหลินจริงๆ หรือ นี่นางเป็นสตรีที่โหดเกินไปแล้ว โหดพอๆ กับคุณชายเขา หรืออาจจะมากกว่าด้
ฟู่เว่ยหลงกลับจวนไปด้วยความสับสน และไม่เข้าใจ อะไรทำให้ลี่เซียนโกรธเขาถึงเพียงนี้ แผลที่นางฟาดแส้ลงมาโดนที่หลังเขา ยังเจ็บไม่เท่ากับตอนที่นางบอกยกเลิกงานหมั้นกับเขา“หมิงอี้ องครักษ์ลับที่จวนสกุลหลิน กลับมารายงานบ้างหรือยัง”“คุณชาย ยังเลยขอรับ มาขอรับ คุณชาย ท่านนอนก่อน ข้าจะทายาให้”เขาถอดชุดออก และนอนคว่ำลงให้หมิงอี้ทายาให้“คุณชาย ท่านโดนแส้คุณหนูหลินแค่ครั้งเดียว ยังเป็นแผลขนาดนี้ ข้าไม่อยากนึกเลยว่าคุณหนูรอง จะสาหัสขนาดไหน นางจะโหดเหี้ยมเกินสตรีไปหรือไม่ คุณชาย ท่าน จะรับไหวแน่หรือขอรับ”“เจ้าทายาเงียบๆ ไป หากองครักษ์ที่สกุลหลินกลับมา ให้รีบมารายงานข้า”“ขอรับ”หมิงอี้มองบาดแผลที่เขาทายาให้คุณชาย เห็นแล้วเขาก็นึกหวาดเสียวแทน นี่แค่แส้เดียวยังขนาดนี้ นางต้องโกรธมากขนาดไหน ถึงได้ฟาดไม่ยั้งขนาดนั้น ทุกครั้งที่เขาทายาลงไป คุณชายจะสะดุ้งทุกครั้ง แล้วคุณหนูรองเป็นสตรี นางจะทนได้แค่ไหนกัน ยังมีอนุฉินกับคุณหนูอวิ๋นอีก เรื่องนี้ หากทางเถ้าแก่อวิ๋นทราบข่าวและเอาเรื่องขึ้นมา คงได้เป็นเรื่องใหญ่แน่ ใครๆ ก็รู้ว่าเถ้าแก่อวิ๋น รักและตามใจลูกสาวคนเล็กเขามากขนาดไหน“คุณชาย ข้ามีรายงานขอรับ”เสีย
หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ลี่เซียนก็ไม่พบเจอกับหลินลูชิงกับอวิ๋นเสี่ยวหงอีกเลย ข่าวว่านางนอนจับไข้เพราะบาดแผลจากแส้ค่อนข้างหนัก และมีรอยลึก ตอนนี้นางยังนอนซมอยู่แต่ในห้อง ไม่สามารถไปไหนได้ ทางคุณหนูอวิ๋นเอง ก็เหมือนจะได้รับบาดเจ็บไปด้วย อนุฉิน วิ่งโร่ไปฟ้องพ่อของอวิ๋นเสี่ยวหง เพราะนางกลัวว่าจะเป็นต้นเหตุทำให้บุตรสาวของหออวิ๋นเจี้ยนบาดเจ็บ ลี่เซียนไม่ใส่ใจเรื่องนี้เท่าใดนัก หากไม่มีท่านพ่อ นางเองก็ไม่อยากจะอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำไป และตั้งแต่เกิดเรื่อง ฟู่เว่ยหลงก็ไม่เคยมาปรากฏตัวให้นางเห็นอีกเลย ดีเหมือนกัน นางจะได้ตัดใจได้เร็วหน่อย นางคิดวันนี้เป็นวันที่หออ้ายจือจะจัดการแสดงวันแรก ลี่เซียนเตรียมตัวเสร็จแล้ว และกำลังออกจากจวน นางเดินผ่านอนุฉิน ซึ่งตอนนี้ไม่มายุ่งกับนางเท่าใดนัก แต่วันนี้ สีหน้าอนุฉิน เหมือนผู้ที่มีแผนการ และเป็นผู้ชนะ พร้อมกับบอกนางว่า“เวรกรรมมันกำลังจะตามเจ้าทันแล้วนะ ระวังตัวไว้ให้ดี เจ้ากล้าตีอาชิงจนนางเกือบเสียโฉม เดินไม่ได้ เจ้าต้องได้รับกรรมอย่างสาสม”ลี่เซียนมองด้วยปลายหางตากลับไปที่อนุฉิน“อนุฉินอยากจะลองแส้ฟาดอีกทีงั้นหรือ ครั้งที่แล้วโดนแค่เฉี่ยวๆ นี่ อยากไปนอนเป็
ด้านบนของร้านเองก็คึกคักเช่นกัน วันนี้โต๊ะที่ชั้นลอย จัดมากกว่าปกติมาก คงเพราะราคาจองสูงกว่าด้านล่าง และห้องแต่งตัว ตอนนี้คับคั่งไปด้วยสาวๆ นางรำ ที่กำลังซ้อมการแสดง อยู่“ท่านมาได้เสียที ข้ารอนานแล้ว มาๆ ท่านจะแต่งตัวหรือยัง เอ๋อ พี่สาม หน้าท่าน”อาหนิงและอาอินเดินเข้ามา ต่างตกใจที่เห็นหน้าลี่เซียน“เซียนเซียน บอกมา ใครทำอะไรเจ้า ข้าจะไปจัดการมัน”อาหนิงรู้สึกโกรธเมื่อเห็นรอยบนหน้านาง ลี่เซียนยิ้มและตบแขนพวกนางบอกให้ใจเย็นๆ“ไม่มีอะไรข้าจัดการแล้ว เอาไว้หลังงานข้าจะเล่าให้ฟังนะ ตอนนี้มีสมาธิกันก่อน อย่าตื่นเต้น พวกเจ้าพร้อมมั้ย”“พร้อมอยู่แล้ว” อาอิน“แต่ข้ายังตื่นเต้นอยู่หน่อยๆ นะ”อาหนิงพูดเสียงสั่นๆ วันนี้เป็นวันแรกที่นางจะต้องขึ้นร้องเพลง“อาหนิง ใจเย็นๆ เจ้าต้องคิดว่า เจ้าเป็นดาว ที่เปล่งประกายบนท้องฟ้า ใครก็อยากจะจับ แต่เอื้อมไม่ถึง เจ้าจะรู้สึกดีขึ้น สู้ๆ นะ”“อื้ม สู้อยู่แล้ว เจ้าพูดเสียข้ารู้สึกมั่นใจมากเลยล่ะตอนนี้ เจ้ามานี่เถอะ ข้าจะทางแป้งปิดรอยแดงให้เจ้า”อาหนิงพาลี่เซียนไปนั่ง และเริ่มทางแป้งเพื่อปกปิดให้นาง แม้ว่าจะช่วยได้นิดหน่อย แต่หากไม่สังเกตใกล้ๆ ก็คงไม่เห็นรอยชัด
“ท่านพี่ ท่านแต่งตัวเสร็จหรือยังเจ้าคะ มาช่วยผูกที่คาดเอวให้ข้าทีสิ เว่ยหลง ท่านทำอะไรอยู่”“มาแล้วๆ ฮูหยิน เจ้าอย่าใจร้อนสิ ไหนดูสิ ท้องเจ้าเริ่มโตแล้ว เจ้าจะเดินทางโดยรถม้าอีกไม่ได้แล้วนะ วันนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ ต่อไปก็นั่งรอคลอดอยู่ที่จวนดีๆซะ”“เร็วเข้าๆ ท่านผูกให้ข้าหน่อย อาปิงกับอิ้นสี่ไปเตรียมของขวัญ เดี๋ยวจะไม่ทันแล้ว เว่ยหลง ท่านชักช้าอะไรอยู่”“ก็มัดอยู่นี่ไง เจ้าอย่าเร่งข้าสิ”ฟู่เว่ยหลงเร่งมัดสายคาดเอวให้ฮูหยินอย่างทุลักทุเล ช่วงนี้ท้องนางเริ่มโตขึ้น การแต่งตัวทำได้ยากกว่าเดิม นางมักจะหงุดหงิดง่ายเวลาเรียกหาใครแล้วมาหาช้า ช่วงนี้นางเจริญอาหารมากเป็นพิเศษ และก็ยังนอนมากเป็นพิเศษอีกด้วย ซึ่งทำให้เว่ยหลงพอใจยิ่งนัก แต่วันนี้ พวกเขาต้องไปร่วมยินดีในงานมงคลสมรสของเจ้าซีห่าวกับเสี่ยวหง และเจียงเฉิง กับเฟยเฟย ซึ่งพวกเขาตกลงหาฤกษ์ยามทันทีที่ตกลงกันได้ เนื่องจากฟู่ลี่เซียนท้องเริ่มโตขึ้นแล้ว จะไปงานพวกเขาลำบาก จะรอให้นางคลอดก่อนค่อยแต่ง สองหนุ่มก็รอไม่ไหว จึงรีบหาฤกษ์วันเดียวกันและแต่งพร้อมกันทีเดียวสองคู่เสียเลย“เสร็จแล้วๆ ไปกันได้แล้ว”“เดี๋ยวเจ้าค่ะ ข้ายังไม่ได้ใส่ต่างหูเล
“เฟยเฟย ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า”เฟยเฟยหันมาเห็นเจียงเฉิงที่กำลังเดินมา นางไม่ต้องการรับรู้เรื่องนี้ซ้ำอีก น้ำตานางไหลเป็นทาง เจียงเฉิงรู้แล้วว่าเขาคงมาช้าไป หลิวอี้เจินต้องพูดอะไรกับนางแน่ นางถึงขั้นหลั่งน้ำตา“เฟยเฟย รอข้าก่อน เฟยเฟย”หลิวอีเจินดึงเขาไว้“พี่เฉิงเจ้าคะ ปล่อยนางไปก่อนเถอะเจ้าค่ะ ข้ามีเรื่องจะคุยกับท่าน”“แม่นางหลิว เจ้าพูดอะไรกับนาง เหตุใดนางจึงร้องไห้”“ข้าก็แค่ บอกว่าผู้ใหญ่ของพวกเรากำลังคุยกันด้านใน เรื่องงานแต่งของเรา”“เหลวไหลทั้งเพ คุณหนูหลิว ข้าบอกเจ้าไปแล้วว่าข้าไม่ได้คิดอะไรกับเจ้า ข้าไม่มีทางแต่งงานกับคนอื่น”“แต่ท่านจะแต่งงานกับนางงั้นหรือ เจียงเฉิง ท่านไม่กลัวผู้อื่นนินทาหรืออย่างไร สมภารกินไก่วัด น่าไม่อาย”“ความรักของข้ากับเฟยเฟยเป็นของจริง มีเรื่องใดที่น่าไม่อาย ที่ไร้ยางอายนะ ใครกันแน่ ข้าไม่เคยไปตกลงว่าจะแต่งกับเจ้า แต่เจ้ากลับแต่งเรื่อง พูดขึ้นมาเองจนนางเข้าใจข้าผิด เจ้าต่างหากที่หน้าด้าน ไร้ยางอาย ขอตัว”“ท่านหยุดนะ!! ท่านมาว่าข้าเสียหายแบบนี้แล้วจะเดินหนีอย่างนั้นหรือ ท่านคิดว่าท่านเป็นใคร แค่พ่อค้าคนหนึ่ง ท่านมีอะไรสู้ตระกูลหลิวของข้าได้งั้นหรือ
หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการแสดงแล้ว ช่วงต่อไปก็เป็นช่วงที่มีการแสดงของโรงงิ้ว และแขกเหรื่อก็ทยอยเข้ามาแสดงความยินดีกันอย่างไม่ขาดสาย รวมถึง“คุณชายเจียง ข้ามาช้า โปรดอภัย”“ใต้เท้าหลิว ไม่เป็นไรขอรับ ยินดีต้อนรับ เชิญตามสบายขอรับ”“พี่เฉิง ยินดีด้วยนะเจ้าคะที่เปิดร้านใหม่ วันนี้ข้าตั้งใจมาหาท่านโดยเฉพาะเลยเจ้าค่ะ”เฟยเฟยหันไปมองเจ้าของเสียง สตรีหน้าตาน่ารัก ดูสูงศักดิ์ เรียกเขาว่าพี่เฉิงอย่างสนิทสนม“คุณหนูหลิว ขอบใจเจ้ามาก”เฟยเฟยหันไปมองหน้าเขา เจียงเฉิงจึงนึกขึ้นได้“ออ ลืมแนะนำไปขอรับ นี่ เจ้าเฟยเฟย น้องสาวเจ้าซีห่าว น้องรองของข้า หนึ่งในเจ้าของหออ้ายจือขอรับ”“เฟยเฟยคารวะใต้เท้าหลิว ฮูหยินหลิวเจ้าค่ะ ทุกทานเชิญตามข้ามาได้เลยเจ้าค่ะ ข้าจะไปหาที่นั่งใ ด้านล่างเต็มแล้ว เชิญชั้นสองดีกว่าเจ้าค่ะ”“พี่เฉิง พี่พาพวกเราไปก็ได้เจ้าค่ะ ไม่รบกวนแม่นางเจ้าแล้ว ขอบคุณ”แม่นางหลิวมองเฟยเฟย และเชิดใส่เล็กน้อย นางเดินไปเกาะแขนเจียงเฉิงให้เขาพานางไปเลือกโต๊ะ เฟยเฟยได้แต่เดินตามพวกเขาไปเงียบๆ เมื่อพวกเขาได้โต๊ะแล้ว เจียงเฉิงจึงนั่งกับพวกเขา เฟยเฟยเลยเดินเลี่ยงออกมาลี่เซียนเห็นเฟยเฟยเดินมาหงอยๆ นางจ
เสียงประทัดดังขึ้นหน้าหออ้ายจือหลังใหม่ พร้อมกับทุกคนที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิดร้านใหม่ เต็มหน้าลานการแสดง เจียงเฉิงเป็นตัวแทนของร้านออกมากล่าวต้อนรับ“ยินดีต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ที่ได้สละเวลามาร่วมในงานเปิดร้านใหม่ของหออ้ายจือสาขาสองของพวกเรา วันนี้จะมีการแสดง ทั้งของเหล่าไอดอลหออ้ายจือของเรา และกลางคืนยังมีการแสดงงิ้ว และงานเทศกาลโคมไฟไปพร้อมๆกันด้วย ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับงานในวันนี้ และที่สำคัญ เชิญทุกท่าน ร่วมรับประทานอาหาร เพื่อเป็นสิริมงคลแก่พวกเรา ทุกท่านเชิญ”แขกหน้าร้านทุกคนปรบมือ และทยอยเข้าไปนั่งภายในร้าน ซึ่งโอ่อ่า และกว้างขวางมาก โต๊ะเกือบ 50 โต๊ะ ทยอยเต็มอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ด้านบนชั้นลอย จะเป็นที่สำหรับผู้หลักผู้ใหญ่ที่มาร่วมงาน เถ้าแก่อวิ๋นเองก็นั่งโต๊ะถัดไป และคอยช่วยเจ้าซีห่าวจัดแจงที่นั่งให้แขกผู้ใหญ่“พี่เจียง พี่ใหญ่ พี่สามมาแล้วเจ้าค่ะ”เฟยเฟยตะโกนเรียกทั้งสอง ซึ่งพวกเขารีบวิ่งออกไปต้อนรับนาง ฟู่เว่ยหลงค่อยๆพยุงลี่เซียนลงมาจากรถม้า“น้องสามๆๆ คอยๆเดิน ระวังๆหน่อย หลานข้าอยู่ในท้องเจ้า จะเดินไปไหนต้องระวังหน่อย”“พี่รอง ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ ท่านว่าเว่ยหลงจะย
จวนสกุลฟู่“คำนับฟ้าดิน”“คำนับบุพการี”“คำนับกันและกัน”“ส่งตัวเข้าหอ”อาปิงและอิ้นสี่ พาหลินลี่เซียนเดินไปที่ห้องหอที่จัดเตรียมไว้สำหรับพิธีสมรสพระราชทานของท่านเม่ทัพหลวงคนใหม่ และฮูหยินแม่ทัพฟู่“อาปิง ข้าหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว มีอะไรให้ข้ากินได้บ้างมั้ย”“ฮูหยินเจ้าคะ รอสักครู่นะเจ้าคะ ข้าจะเอาขนมมาให้ท่าน แต่ท่านอย่าเปิดผ้าคลุมหน้านะเจ้าคะ จะเสียฤกษ์ ต้องรอให้ท่านแม่ทัพเปิดนะเจ้าคะ”“รู้แล้วๆ รีบไปหาของกินมาทีเร็ว กว่าเว่ยหลงจะเข้ามาอีกนาน เขาต้องรับแขกข้างนอกอีก ป่านนั้นข้าหิวตายอยู่ตรงนี้แหละ”อาปิงรีบออกไปยกขนมมาให้หลินลี่เซียนกิน อิ้นสี่รินน้ำชาส่งให้นางใต้ผ้าคลุมเพื่อให้นางดับกระหาย“อา ค่อยยังชั่วหน่อย นี่ หลังจากนี้ ต้องทำอะไรอีกล่ะ”“ก็รอให้เจ้าบ่าวเข้ามา เปิดผ้าคลุมหน้า ดื่มเหล้ามงคล แล้วก็... เข้าหอเจ้าค่ะ”“ข้าง่วงจังเลย”“ฮูหยิน ท่านจะนอนพักก่อนมั้ยเจ้าคะ แค่นั่งพิงหลับน่าจะได้”“อืม ข้าขอพักสักงีบ พวกเจ้าออกไปเถอะ”“เจ้าค่ะ”หลินลี่เซียนนั่งพิงกับขอบเตียง หลังจากที่กินขนมไป นางรู้สึกง่วงมากเพราะเตรียมตัวมาตั้งหลายวัน และวันนี้ก็ต้องตื่นแต่เช้า เพื่อเข้าพิธีอีก กว่าจะแ
ลี่เซียนตื่นขึ้นมา พบว่านางสวมใส่ชุดนอนเรียบร้อยแล้ว คงเป็นเพราะพ่อคนดีข้างๆ นางนี่เอง ที่จัดการให้ นางยิ้มและก้มหอมแก้มเขาเบาๆ เขาลืมตาขึ้นมา“เจ้าตื่นแล้วหรือ ยังเจ็บแผลอยู่หรือไม่”“ไม่แล้วเจ้าค่ะ เมื่อคืน ท่านใส่ยาและสวมเสื้อผ้าให้ข้าหรือเจ้าคะ”“ใช่ เจ้าลุกไหวหรือไม่ ให้ป้าจางยกข้าวมาให้กินที่นี่ก็แล้วกันนะ”“วันนี้ท่านจะไปไหนหรือเปล่าเจ้าคะ”“ข้าจะเข้าวังหน่อย เจ้ามีอะไรหรือเปล่า”“เปล่าเจ้าค่ะ งั้นข้าจะรอฟังข่าวอยู่ที่นี่นะเจ้าคะ ท่านลุกเถอะเจ้าค่ะ ไปอาบน้ำ เตรียมเข้าวังได้แล้ว”“ได้สิ เจ้าจะอาบน้ำเลยหรือไม่ ข้าจะได้ให้อาปิงเตรียมน้ำยาแช่ตัวให้”“เจ้าค่ะ ขอบคุณนะเจ้าคะ”เว่ยหลงก้มลงจูบที่หน้าผากนาง วันนี้เขาจะเข้าวังไปสะสางงานที่เหลือจากเมื่อวาน และไปฟังข่าวด้วย ที่สำคัญ วันนี้มีการกำหนดโทษของสนมฉิน ฉืนอี้เหนียงและฉินชุนเหมยด้วยพวกเขากินข้าวเช้าในห้องของลี่เซียนเสร็จแล้ว นางเดินมาส่งเขาหน้าจวน เขาหันมาบอกนาง“รอข้านะ เดี๋ยวข้าก็กลับ”“ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วนี่นา ท่านไปเถอะเจ้าค่ะ ข้าอยู่ได้”เว่ยหลงส่งยิ้มให้นาง ก้มลงหอมแก้มข้างที่ไม่มีผ้าปิดแผล และหันกลับไปขี่ม้าเพื่อเข้าวัง ล
เขาถามนางด้วยเสียงแหบพร่าเต็มที ถึงนางจะบอกว่าเจ็บ ตอนนี้ เขาก็คงไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้อีกต่อไปแล้ว ลี่เซียนใช้มือน้อยๆ ล้วงลงไปหาท่อนแข็งแรงที่ใต้น้ำ ที่ดันนางอยู่ตอนนางเบียดเข้าไปเมื่อครู่ ตอนนี้ นางถือเอาไว้และค่อยๆ ขยับเข้าออกช้าๆ“อาาา เซียนเซียน อย่า ข้าเตือนแล้วนะ อาาาาา หากเจ้าไม่หยุดตอนนี้ ข้า อาาา”เว่ยหลงครางเสียงกระเส่า เขาไม่เคยถูกกระตุ้นแบบนี้มาก่อน เขารู้สึกวูบวาบประหลาดอย่างที่อธิบายไม่ถูก แต่รู้สึกดีมาก ลี่เซียนไม่เพียงไม่หยุด นางยังใช้ลิ้นน้อยๆ เลียไปที่แผงอกของเขาเบาๆ สร้างรอยจ้ำแดงๆ ไปทั่วพร้อมส่งเสียงครางเพื่อกระตุ้นอารมณ์เขา เมื่อนางเริ่มเลียที่ยอดอกของเขา เว่ยหลงถึงกับร้องครางเสียงไม่เป็นภาษา“อาาา เจ้าา ข้าเตือนเจ้าแล้ว อย่าหาว่าข้าใจร้ายนะเซียนเซียน”เขาดันนางออก และอุ้มนางขึ้นจากอ่างน้ำทันที และพานางขึ้นมา และใช้ผ้าคลุมตัวให้นางเช็ดตัว และอุุ้มนางเข้าห้องไปทันที…ลี่เซียนกอดคอเขา และดันตัวเองไปจูบที่ปากอวบอิ่มของเขา เขาตกใจที่นางรุกไม่หยุด เกิดอะไรขึ้นกับนางกัน แต่เขาเองก็ห้ามอารมณ์รักนี้ไม่ไหวแล้วเช่นกัน เขาวางนางลงบนเตียงนุ่ม และดึงผ้าที่ห่อตัวนางออกทันที เข
ฟู่เว่ยหลงพาหลินลี่เซียนมายังสำนักหมอหลวงเพื่อตรวจอาการและรักษาแผล เขาขอเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางก่อน หมอกวานจึงให้คนไปเรียกนางกำนัลมาช่วย แต่ฟู่เว่ยหลงบอกว่าเขาจะทำเอง ท่านหมอเลยให้นางกำนัลเตรียมของและชุดใหม่มาให้ลี่เซียนเปลี่ยนฟู่เว่ยหลงถอดชุดของนางออกอย่างเบามือ ตัวของลี่เซียนมีรอยฟกช้ำไปทั้งตัว เมื่อกี้เขาได้ยินว่านางบอกว่าอย่างไรนะ นางถูกรุมกระทืบอย่างนั้นหรือ เขาค่อยๆ เช็ดตัวนางอย่างเบามือ นางขยับตัวสะดุ้งเล็กน้อยเพราะความเจ็บ เขากัดกรมแน่น เขาจะต้องเอาคืนคนพวกนี้ให้สาสม ไม่ว่ามันจะเป็นใคร เขาจะต้องจัดการให้หมดเขาสวมชุดใหม่ให้นางเสร็จแล้วจึงเรียกท่านหมอมาตรวจให้นาง เขาเดินมาบอกอี้หมิง“เจ้าไปตามสืบหา คนที่ทำร้ายนางมาให้ครบหมดทุกคน อย่าได้ขาดไปแม้แต่คนเดียว”“ขอรับคุณชาย”ท่านหมอเดินออกมาแล้ว เขาแจ้งอาการให้เว่ยหลงทราบ“คุณหนูหลินมีแผลฟกช้ำแค่ภายนอก ไม่ได้รุนแรงอะไร เพียงแค่อากาศในคุกนั้นอับชื้นและสกปรก ทำให้นางที่ร่างกายพึ่งพักฟื้นได้ไม่นาน พอเจออากาศแบบนี้ ทำให้ไข้กลับมา อีก 2-3 วันก็ดีขึ้น ข้าจะจัดยาแก้ไข้ แก้ช้ำใน ร้อนใน รักษาภายใน และสมุนไพรแช่ตัวเพื่อรักษาบาดแผลภายน
ชุนเหมยพาหลินลี่เซียนเดินขึ้นมาช้าๆ พร้อมเอามีดจี้ที่คอนางไว้ ฟู่เว่ยหลงตกใจที่เห็นนาง“เซียนเซียน แม่นางฉิน อย่านะ อย่าทำอะไรนาง”“ท่านกล้าขอร้องข้าเชียวเหรอ ท่านแม่ทัพ ตอนนี้ท่านขอร้องเป็นแล้วหรือ เมื่อกี้ท่านยังปากดีอยู่เลยนี่ แค่นังแพศยานี่คนเดียว ทำให้ท่านกังวลใจได้ถึงเพียงนี้เชียวเหรอ”หลินลี่เซียนส่งสายตาให้เขาว่าอย่า เพราะสายตาของลีเซียน ไม่ได้บ่งบอกว่านางกังวล“ฮ่าๆๆๆๆ ดีมาก ชุนเหมย หลานน้า ดีๆๆ ฝ่าบาท ถอนรับสั่งสิ ถอนรับสั่งแล้วจับพวกมันตัดหัวให้หมด เร็วสิ”“แม่นาง เหตุใดข้าต้องฟังเจ้า เพียงเพื่อสตรีคนเดียว”“ฝ่าบาท พระองค์จะลองดูก็ได้นี่เพคะ”ชุนเหมยท้าทาย โดยการยกมีดขึ้นจ่อที่คอของหลินลี่เซียน""อย่า""ฟู่เว่ยหลง หลินซือเหยา ลั่วจิ่นหยาง ท่านหมอกวาน และองค์ชายห้าต่างร้องออกมาพร้อมกัน ชุนเหมยหันไปมองพวกเขาอย่างเกลียดชัง ไม่พอใจ และริษยา“นังงูพิษ เจ้านี่หว่านเสน่ห์ไปทั่วเลยจริงๆ นะ ใครๆ ต่างก็ร้องขอชีวิตให้เจ้า เจ้ามันมีดีอะไรกันนะ”“ท่านพ่อ ท่าน ท่านยังไม่ตาย ท่านพ่อ”“เซียนเซียน พ่อปลอดภัย พ่อไม่เป็นอะไร เจ้าอยู่นิ่งๆ นะ”“ฝ่าบาท ปล่อยท่านแม่ และท่านน้าข้าเดี๋ยวนี้ เร็วสิ