เสียงเอะอะภายในบ้านหลังหนึ่งแถวลาดพร้าว เด็กสาวอายุเพียง20ปีถูกดึงกระชากพร้อมทั้งเสียงทุบตีจนเธอต้องร้องขอความช่วยเหลือ
"แม่ ช่วยเทียนหน่อย แม่...พ่อปล่อยหนูนะ" "กูเลี้ยงมึงมาตั้งแต่สองขวบ ถึงเวลาที่มึงจะต้องทดแทนบุญคุณกูแล้ว" มือที่ดึงกระชากเด็กสาว พร้อมเสียงที่ตวาดออกไปมันยิ่งทำให้ เทียนหอมน้ำตาร่วงพรู แน่นอนว่าชายคนนี้ไม่ใช่พ่อแท้ ๆ ของเธอ เทียนหอม เป็นเด็กกำพร้าพ่อตั้งแต่สองขวบ แม่ของเธอมีสามีใหม่ และชายคนนี้เขาก็คือพ่อเลี้ยงของเธอนั้นเอง "พี่ ฉันขอละปล่อยลูกไปเถอะ สงสารเทียน นะพี่นะ" เด่นดวงยกมือขึ้นมาทาบที่ยก สองมือพนมไหว้ผู้เป็นสามี ดูเหมือนจะไร้ผล ไม่เพียงทรงพลไม่ปล่อยเขายังหันมาดุด่าผู้เป็นภรรยาอีกต่างหาก "มึงเองก็เหมือนกัน แค่ขายข้าวแกงมันจะไปพอยาไส้อะไร วันนี้กูจะเอาอีเทียนไปให้เสี่ย มึงรู้ไหมว่าอีเทียนค่าตัวมันได้เท่าไหร่ มึงกับกูจะได้ไม่ลำบาก อีดวง!" ไม่น่าเชื่อว่าคำที่หลุดออกมาจากปากคนที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็กจะทำให้ เทียนหอม ต้องหลั่งน้ำตาลงมาเป็นสาย แววตาอ้อนวอนผู้เป็นพ่อไม่ได้ช่วยให้คนที่ฉุดกระชากร่างเธออยู่นั้น เบามือลงได้แม้แต่น้อย แม้ว่าเธอจะหันไปหาแม่ผู้ให้กำเนิดหวังว่าแม่ของเธอจะช่วยได้ แต่ดูเหมือนทรงพลพ่อเลี้ยงใจร้ายจะไม่ปรานีสักนิด "พี่พล ฉันกราบละพี่ ปล่อยลูกไปเถอะอย่าทำแบบนี้เลย" "มึงหุบปากไปเลยอีดวง ไม่อย่างนั้นมึงโดนตีนกูแน่" ทั้งกลัวทั้งห่วงคนเป็นลูก แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรได้ หวังจะให้คนอื่นมาช่วยก็คงไม่มี เพราะตนหนีไม่พ้นจากผู้ชายคนนี้มาตั้งแต่แรก แถมยังมีพยานรักด้วยกันอีกหนึ่งที่เป็นน้องชายของเทียนหอม 'ธูป' "ธูป มาช่วยห้ามพ่อหน่อยสิ" เด่นดวงเธอตะโกนเข้าไปในบ้านที่ลูกชายอยู่ในนั้น แต่เหมือนชายหนุ่มที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่นจะไม่สนใจ ไม่เพียงไม่ออกมามอง เขายังตะโกนกลับออกมาอีก รำคาญโว้ย! เพียงแค่นั้นก็รู้แล้วว่า ตนและลูกสาวไร้ที่พึ่งพิง จริงอยู่ว่ามีเพื่อนบ้าน แต่ทุกครั้งที่ทะเลาะกันเพื่อนบ้านต่างหวังดี แต่สุดท้ายโดนทรงพลไล่ตะเพิดหมด จึงไม่มีใครอยากเข้ามายุ่งและนี่มันไม่ใช่ครั้งแรก เพราะตอนเด็ก การทุบตีร่างกายของเด็กสาวมันมีมาตลอด ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ถึงแก่ชีวิต แต่คนเป็นแม่แท้ ๆ ก็ไม่คิดที่จะพาลูกหนี "พ่อ...หนูไม่อยากไป หนูไม่อยากเป็นเมียเสี่ย...ฮึก ฮือ" ทั้งร้องขอ ทั้งอ้อนวอนหากก้มลงกราบได้เธอทำไปแล้ว แต่ติดที่ว่าสองมือของเธอถูกผู้เป็นพ่อเลี้ยงพันธนาการไว้เยี่ยงทาส "มึงอย่าเรื่องมากได้ไหม กูเอารูปมึงไปให้เสี่ยดู เขาชอบมึง มึงอยากให้แม่กับน้องลำบากหรือไง อีเทียน" "พ่อ...ฮือ แต่หนูยังเรียนอยู่นะ" "มึงจะเรียนไปเพื่ออะไร ไปอยู่กับเขามีแต่สุขสบายกูกับแม่มึงก็พลอยสบายไปด้วย" "แต่หนูไม่อยากไป" "แต่มึงต้องไป!!" สุดที่จะยื้อกับความไร้หัวใจกับผู้ที่เธอเรียกว่าพ่อมาตั้งแต่จำความได้ ทรงพลไร้ความรักความเมตตากับเธอเสมอ แม้ในวัยเด็กเธอจะช่วยพ่อแม่ทำมาหากินแต่ก็ยังถูกตีจนเนื้อตัวเขียวช้ำ ส่วนผู้เป็นแม่ แม้ว่าจะรักลูกเพียงใดแต่เธอก็ไม่อาจจะทัดทานความร้ายกาจของสามีได้ลง ที่สุดแล้ว เทียนหอมก็ถูกพามาที่คอนโดแห่งหนึ่งใจกลางกรุงด้วยรถแท็กซี่ ทว่าระหว่างทางมาเธอถูกทรงพลบังคับตลอด เขาขู่เธอว่าหากเธอไม่ยอมมา คนที่จะเจ็บตัวคนต่อไปก็คือมารดาผู้ให้กำเนิด "ลงมา!!" ทันทีที่รถแท็กซี่จอด ทรงพลก็กระชากแขนลูกสาวให้ลงรถ จากนั้นก็จูงแขนเธอขึ้นไปที่ห้องนัดหมาย "ฮึก ฮือ..ฮือ.." "มึงเงียบเดี๋ยวนี้นะ เดี๋ยวคนหาว่ากูทำร้ายร่างกายมึง" เทียนหอม อยากจะสวนไปแทบขาดใจว่า มันเป็นแบบนั้นแต่เธอก็ไม่กล้า ได้แต่สงบนิ่งเม้นปากเรียวลงเข้าหาแน่น จนกระทั่งเดินมาขึ้นลิฟต์ของตัวตึก เธอไม่รู้ชะตาเลยว่าเบื้องหน้าจะเจออะไร เด็กสาวที่สวมเพียงเสื้อยืดกางเกงขายาวเดินตามผู้เป็นพ่อมาถึงห้อง ห้องหนึ่ง ก่อนที่ทรงพลจะหยุดเท้า เทียนหอมเธอก็รั้งแขนพ่อไว้แน่น "พ่อ...อย่าทำแบบนี้เลย หนูไม่อยากขายตัว!" "มึงคิดสิ ที่มึงได้เรียน ที่มึงโตมาป่านนี้ กูกับแม่มึงลำบากขนาดไหน ไหนจะส่งน้องมึงเรียนอีก อีกอย่างกูเป็นหนี้เขา เงินตั้งหนึ่งล้านมึงจะมีปัญญาไหนหาไปใช้ เสี่ยเขาใจดีรับเลี้ยงมึงแถมยังให้มาอีกก้อน มึงใช้สมองโง่ๆมึงคิดสิ หากไม่ยอม มึงจะหาเงินที่ไหนมาใช้ให้กู ให้น้องได้เรียน มึงอย่าเรื่องมาก" มันแทบจะจุกอก หนี้สินที่เธอไม่ได้ก่อ แถมหนี้พวกนั้นเธอรู้ว่าพ่อของเธอติดการพนันจนเป็นหนี้เป็นสินต่างหาก แต่ก็ไม่อาจพูดได้เพราะกลัวว่าคนที่จะเป็นทุกข์คือแม่ เธอสงสารแม่ กลัวว่าแม่จะถูกพ่อทำร้ายมากกว่า คิดแล้วว่า ชีวิตนี้ของเธอคงเกิดมาเพื่อคนอื่น ทุกอย่างที่เธอทำก็เพื่อครอบครัว ครั้งนี้มันอาจมากไปที่พ่อเธอทำกับเธอ แต่เธอก็ไม่อาจขัดได้ ดูเหมือนเป็นคนโง่ที่ถูกคนอื่นกระทำแบบนี้ ถ้าหากการเป็นเด็กเสี่ยมันจะทำให้แม่และน้องสบาย เธอก็จะยอมร่างของเทียนหอมถูกพาเข้ามาในห้อง ตอนนี้เธอไม่รู้ว่าคนที่พ่อเธอเรียกว่าเสี่ยคือใคร แต่สิ่งที่เธอเห็นคือชายฉกรรจ์ราวห้าคนยืนอยู่ในห้อง ทุกคนดูน่ากลัว ส่วนตัวเธอนั่งก้มหน้าอยู่บนโซฟากว้าง ด้วยอาการสั่นเทา ไม่นานนักเสียงฝีเท้าของคนที่สวมรองเท้าขัดมันก็เดินเข้ามาดัง ตึก ตึก พร้อมเสียงหัวใจของเธอที่เต้นแรงอยู่อย่างนั้น ไม่นานก็ได้ยินเสียงทุ้มพูดขึ้น "สวัสดีครับเสี่ย ผมพาลูกสาวมาให้ดู" เป็นทรงพลที่ยกมือไหว้ชายหนุ่มที่อ่อนกว่าเขาหลายปี มาร์คัส เป็นนักธุรกิจที่ชอบลงทุน และชอบลงทุนกับบ่อยการพนันหลายที ไม่เพียงเท่านั้นเขายังเป็นเจ้าของโครงการหลายแห่ง "นายครับ ไอ้ทรงพลที่เสนอลูกสาวมาใช้หนี้ เราจ่ายหนี้บ่อนให้มันหนึ่งล้าน มันบอกว่าลูกสาวมันยังสาว มันเลยขอเพิ่ม...." สิงห์คนสนิทยังพูดไม่จบ มาร์คัส ก็หย่อนก้นลงนั่งแล้วจ้องมองมาทาง เทียนหอม ที่ก้มหน้าตัวสั่นระริก "นี่นะเหรอที่ขอเพิ่มล้านหนึ่ง หน้าตาดีแต่ดูซอมซ่อไปหน่อย" ประโยคของชายหนุ่มทำให้คนที่นั่งก้มหน้าต้องเงยขึ้นมามองเพียงแวบเดียว เป็นจังหวะที่สบตากับ มาร์คัสพอดี จึงทำให้ เทียนหอมงุดหน้าลงอีกรอบ "ถึงนางเทียนมันจะดูซอมซ่อแต่เชื่อเ
มาร์คัสเผยรอยยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าคำพูดของเด็กสาวดูเหมือนจะง่าย ทว่าเขากับมองเป็นเรื่องน่าขำ "เธอชื่ออะไร?" เขาไม่ตอบคำถามของเทียนหอม แต่กลับถามเรื่องส่วนตัวของเธอแทน และแน่นอนว่าคนที่ถูกถามก็ต้องตอบ "หนูชื่อ เทียนหอม" "เทียนหอมอย่างนั้นเหรอ ดูเหมือนเธอจะเป็นเด็กที่โชคร้ายมากนะ ที่มีพ่ออย่างไอ้ทรงพล มีอย่างที่ไหนเอาลูกมาใช้หนี้ " "หนูไม่ใช่ลูกเขา!" คำตอบที่สวนกลับมาทำเอามาร์คัสที่นั่งอยู่ชะงักไปเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ คิดแค่ว่าสิ่งตรงหน้าคือของชิ้นหนึ่งที่เขาซื้อมาแล้ว และจะทำอะไรกับมันก็ได้ "คืนนี้เธอรู้ใช่ไหมว่าต้องทำอะไร" เทียนหอมชะงักนิ่ง เหงื่อที่หน้าผากเริ่มผุดออกมาให้เห็นเป็นเงา จริงอยู่ว่าเธอโตเป็นสาวผ่านอายุมาถึง20ปี แต่ก็ไม่เคยมีแฟนมาก่อนเพราะเวลาส่วนมากเอามาช่วยแม่ทำงานแถมเธอยังเป็นเด็กเรียนดี สิ่งที่เธอคิดคือ อยากเรียนให้จบทำงานดี ๆ แม่ของเธอจะได้สบาย แต่ไม่คิดเลยว่าพ่อเลี้ยงใจร้ายจะทำกับเธอแบบนี้ แค่เขาทุบตีตั้งแต่เธอยังเด็กก็น่าจะเกินพอ "คือ...คือ" "ไปอาบน้ำ ฉันจะรอเธออยู่ในห้อง" มาร์คัสสั่งแล้วก็ลุกเดินออกไปจากโซฟาตัวใหญ่ ส่วนเทียนหอมเธออ
เนื้อหาต่อไปนี้มีความรุนแรง ขัดขืน ฝืนใจ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน  ชายหนุ่มร่างสูงโอบรัดเรือนร่างของเทียนหอมเอาไว้แน่น ไม่เพียงเท่านั้น เขายังซุกใบหน้าอันหล่อเหลาลงที่ต้นคอของเทียนหอมอีกต่างหาก ริมฝีปากหยักทำหน้าที่กดจูบประพรมความร้อนไปทุกส่วนของต้นคอขาวๆ ส่วนคนที่ถูกกระทำเหมือนจะผลักอกเขาให้ถอย แต่ก็ไร้ผล ด้วยความที่มาร์คัสเป็นลูกครึ่งรูปร่างของเขาสูงใหญ่กว่าเธอมาก "ปล่อยหนูเดี๋ยวนี้นะ" "อย่าเล่นตัวให้มากนักได้ไหม เธอมันก็เด็กใจแตกคนหนึ่งเท่านั้น" ประโยคที่หลุดออกมาเป็นคำพูดทิ่มแทงใจของเด็กสาวมาก เทียนหอมเธอทั้งร้องห้าม ทั้งพยายามขัดขืนการกระทำที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ดูเหมือนมาร์คัสจะไม่สนใจความรู้สึกของเธอเลย เพราะปกติแล้ว เด็กที่เข้าหาเขาก็หวังแค่เงินทั้งนั้น ปึก! "ฮืออ" ร่างเล็กของเทียนหอมถูกเหวี่ยงไปที่เตียงนอน ในขณะที่ร่างของเธอยังคงแผ่หลา มาร์คัสก็รีบขึ้นคร่อมในทันที ดูเหมือนสิ่งที่เขาทำจะไม่ต่างจะเสือที่ตะปบเหยื่อตรงหน้า สองมือของเขาแหวกเสื้อคลุมสีขาวออกจนเห็นเนินอกของเทียนหอม ใบหน้าหล่อเผยรอยยิ้มออกมา ทว่าเด็กสาวที่ไร้หนทางต่อสู้กับร้องขอด้วยความเมตตา "หนูกลัว...อย่า
ร่างเล็กนอนสั่นระริกอยู่ใต้ร่างของมาเฟียหนุ่ม ที่ใคร ๆ ก็ต่างรู้จักในวงการนักธุรกิจอสังหาฯ มาร์คัส ไร้ความอ่อนโยนอย่างน่าแปลก ดูเหมือนคนที่หิวโหย ทำเหมือนคนที่นอนร้องไห้ตัวสั่นอยู่ตรงหน้าจะไม่มีจิตวิญญาณ ที่เขาต้องเห็นใจเมตตาแม้แต่น้อย แก่นกายที่แข็งขืนของชายหนุ่มพยายามแหวกทางรักที่มันคับแคบไปให้ได้ แต่เขาคงลืมคิดไปว่า ร่างเล็กที่ร้องไห้เพราะความเจ็บปวดมันรู้สึกแทบขาดใจแล้วตอนนี้"แน่นชะมัด เธอนี่สมกับคำที่พ่อเธอเสนอมาจริงๆ ฮึก"เขากลืนก้อนน้ำลายลงที่ลำคอเกร็ง ขบกัดสันกรามจนนูนเด่นชัด ยิ่งช่องทางรักของเทียนหอมมันคับแคบจนยากที่จะแหวกเข้าไป ยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าอยากจะเอาชนะมันให้ได้เสียเดี๋ยวนี้"อ๊ะ ฮือ ฮื้อ จะ เจ็บ หนูเจ็บ" เสียงกระเส่าร้องบอกให้คนที่กระทำยังร่างของเธอได้รับรู้ แต่แล้วเขากับยกยิ้มขึ้นมาอย่างได้ใจ จากนั้นก็พูดขึ้นอย่างไร้จิตสำนึก"ดี! แน่นแบบนี้แหละดี ฉันยากรู้ว่าข้างในของเธอมันจะตอดดีขนาดไหน!""ยะอย่า นะคะ อร้าย!"สวบมาร์คัส จับสองขาเรียวของเทียนหอมให้อ้าออก รั้งมันไว้แน่น ดันแก่นกายเข้าไปจนสุดแรง จนทำให้สาวน้อยที่พึ่งแรกแย้มร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวด ไม่เพียงเท่านั้น
ร่างเล็กนอนสั่นระริกอยู่ใต้ร่างของมาเฟียหนุ่ม ที่ใคร ๆ ก็ต่างรู้จักในวงการนักธุรกิจอสังหาฯ มาร์คัส ไร้ความอ่อนโยนอย่างน่าแปลก ดูเหมือนคนที่หิวโหย ทำเหมือนคนที่นอนร้องไห้ตัวสั่นอยู่ตรงหน้าจะไม่มีจิตวิญญาณ ที่เขาต้องเห็นใจเมตตาแม้แต่น้อย แก่นกายที่แข็งขืนของชายหนุ่มพยายามแหวกทางรักที่มันคับแคบไปให้ได้ แต่เขาคงลืมคิดไปว่า ร่างเล็กที่ร้องไห้เพราะความเจ็บปวดมันรู้สึกแทบขาดใจแล้วตอนนี้"แน่นชะมัด เธอนี่สมกับคำที่พ่อเธอเสนอมาจริงๆ ฮึก"เขากลืนก้อนน้ำลายลงที่ลำคอเกร็ง ขบกัดสันกรามจนนูนเด่นชัด ยิ่งช่องทางรักของเทียนหอมมันคับแคบจนยากที่จะแหวกเข้าไป ยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าอยากจะเอาชนะมันให้ได้เสียเดี๋ยวนี้"อ๊ะ ฮือ ฮื้อ จะ เจ็บ หนูเจ็บ" เสียงกระเส่าร้องบอกให้คนที่กระทำยังร่างของเธอได้รับรู้ แต่แล้วเขากับยกยิ้มขึ้นมาอย่างได้ใจ จากนั้นก็พูดขึ้นอย่างไร้จิตสำนึก"ดี! แน่นแบบนี้แหละดี ฉันยากรู้ว่าข้างในของเธอมันจะตอดดีขนาดไหน!""ยะอย่า นะคะ อร้าย!"สวบมาร์คัส จับสองขาเรียวของเทียนหอมให้อ้าออก รั้งมันไว้แน่น ดันแก่นกายเข้าไปจนสุดแรง จนทำให้สาวน้อยที่พึ่งแรกแย้มร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวด ไม่เพียงเท่านั้น
เนื้อหาต่อไปนี้มีความรุนแรง ขัดขืน ฝืนใจ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน  ชายหนุ่มร่างสูงโอบรัดเรือนร่างของเทียนหอมเอาไว้แน่น ไม่เพียงเท่านั้น เขายังซุกใบหน้าอันหล่อเหลาลงที่ต้นคอของเทียนหอมอีกต่างหาก ริมฝีปากหยักทำหน้าที่กดจูบประพรมความร้อนไปทุกส่วนของต้นคอขาวๆ ส่วนคนที่ถูกกระทำเหมือนจะผลักอกเขาให้ถอย แต่ก็ไร้ผล ด้วยความที่มาร์คัสเป็นลูกครึ่งรูปร่างของเขาสูงใหญ่กว่าเธอมาก "ปล่อยหนูเดี๋ยวนี้นะ" "อย่าเล่นตัวให้มากนักได้ไหม เธอมันก็เด็กใจแตกคนหนึ่งเท่านั้น" ประโยคที่หลุดออกมาเป็นคำพูดทิ่มแทงใจของเด็กสาวมาก เทียนหอมเธอทั้งร้องห้าม ทั้งพยายามขัดขืนการกระทำที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ดูเหมือนมาร์คัสจะไม่สนใจความรู้สึกของเธอเลย เพราะปกติแล้ว เด็กที่เข้าหาเขาก็หวังแค่เงินทั้งนั้น ปึก! "ฮืออ" ร่างเล็กของเทียนหอมถูกเหวี่ยงไปที่เตียงนอน ในขณะที่ร่างของเธอยังคงแผ่หลา มาร์คัสก็รีบขึ้นคร่อมในทันที ดูเหมือนสิ่งที่เขาทำจะไม่ต่างจะเสือที่ตะปบเหยื่อตรงหน้า สองมือของเขาแหวกเสื้อคลุมสีขาวออกจนเห็นเนินอกของเทียนหอม ใบหน้าหล่อเผยรอยยิ้มออกมา ทว่าเด็กสาวที่ไร้หนทางต่อสู้กับร้องขอด้วยความเมตตา "หนูกลัว...อย่า
มาร์คัสเผยรอยยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าคำพูดของเด็กสาวดูเหมือนจะง่าย ทว่าเขากับมองเป็นเรื่องน่าขำ "เธอชื่ออะไร?" เขาไม่ตอบคำถามของเทียนหอม แต่กลับถามเรื่องส่วนตัวของเธอแทน และแน่นอนว่าคนที่ถูกถามก็ต้องตอบ "หนูชื่อ เทียนหอม" "เทียนหอมอย่างนั้นเหรอ ดูเหมือนเธอจะเป็นเด็กที่โชคร้ายมากนะ ที่มีพ่ออย่างไอ้ทรงพล มีอย่างที่ไหนเอาลูกมาใช้หนี้ " "หนูไม่ใช่ลูกเขา!" คำตอบที่สวนกลับมาทำเอามาร์คัสที่นั่งอยู่ชะงักไปเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ คิดแค่ว่าสิ่งตรงหน้าคือของชิ้นหนึ่งที่เขาซื้อมาแล้ว และจะทำอะไรกับมันก็ได้ "คืนนี้เธอรู้ใช่ไหมว่าต้องทำอะไร" เทียนหอมชะงักนิ่ง เหงื่อที่หน้าผากเริ่มผุดออกมาให้เห็นเป็นเงา จริงอยู่ว่าเธอโตเป็นสาวผ่านอายุมาถึง20ปี แต่ก็ไม่เคยมีแฟนมาก่อนเพราะเวลาส่วนมากเอามาช่วยแม่ทำงานแถมเธอยังเป็นเด็กเรียนดี สิ่งที่เธอคิดคือ อยากเรียนให้จบทำงานดี ๆ แม่ของเธอจะได้สบาย แต่ไม่คิดเลยว่าพ่อเลี้ยงใจร้ายจะทำกับเธอแบบนี้ แค่เขาทุบตีตั้งแต่เธอยังเด็กก็น่าจะเกินพอ "คือ...คือ" "ไปอาบน้ำ ฉันจะรอเธออยู่ในห้อง" มาร์คัสสั่งแล้วก็ลุกเดินออกไปจากโซฟาตัวใหญ่ ส่วนเทียนหอมเธออ
ร่างของเทียนหอมถูกพาเข้ามาในห้อง ตอนนี้เธอไม่รู้ว่าคนที่พ่อเธอเรียกว่าเสี่ยคือใคร แต่สิ่งที่เธอเห็นคือชายฉกรรจ์ราวห้าคนยืนอยู่ในห้อง ทุกคนดูน่ากลัว ส่วนตัวเธอนั่งก้มหน้าอยู่บนโซฟากว้าง ด้วยอาการสั่นเทา ไม่นานนักเสียงฝีเท้าของคนที่สวมรองเท้าขัดมันก็เดินเข้ามาดัง ตึก ตึก พร้อมเสียงหัวใจของเธอที่เต้นแรงอยู่อย่างนั้น ไม่นานก็ได้ยินเสียงทุ้มพูดขึ้น "สวัสดีครับเสี่ย ผมพาลูกสาวมาให้ดู" เป็นทรงพลที่ยกมือไหว้ชายหนุ่มที่อ่อนกว่าเขาหลายปี มาร์คัส เป็นนักธุรกิจที่ชอบลงทุน และชอบลงทุนกับบ่อยการพนันหลายที ไม่เพียงเท่านั้นเขายังเป็นเจ้าของโครงการหลายแห่ง "นายครับ ไอ้ทรงพลที่เสนอลูกสาวมาใช้หนี้ เราจ่ายหนี้บ่อนให้มันหนึ่งล้าน มันบอกว่าลูกสาวมันยังสาว มันเลยขอเพิ่ม...." สิงห์คนสนิทยังพูดไม่จบ มาร์คัส ก็หย่อนก้นลงนั่งแล้วจ้องมองมาทาง เทียนหอม ที่ก้มหน้าตัวสั่นระริก "นี่นะเหรอที่ขอเพิ่มล้านหนึ่ง หน้าตาดีแต่ดูซอมซ่อไปหน่อย" ประโยคของชายหนุ่มทำให้คนที่นั่งก้มหน้าต้องเงยขึ้นมามองเพียงแวบเดียว เป็นจังหวะที่สบตากับ มาร์คัสพอดี จึงทำให้ เทียนหอมงุดหน้าลงอีกรอบ "ถึงนางเทียนมันจะดูซอมซ่อแต่เชื่อเ
เสียงเอะอะภายในบ้านหลังหนึ่งแถวลาดพร้าว เด็กสาวอายุเพียง20ปีถูกดึงกระชากพร้อมทั้งเสียงทุบตีจนเธอต้องร้องขอความช่วยเหลือ"แม่ ช่วยเทียนหน่อย แม่...พ่อปล่อยหนูนะ""กูเลี้ยงมึงมาตั้งแต่สองขวบ ถึงเวลาที่มึงจะต้องทดแทนบุญคุณกูแล้ว"มือที่ดึงกระชากเด็กสาว พร้อมเสียงที่ตวาดออกไปมันยิ่งทำให้ เทียนหอมน้ำตาร่วงพรู แน่นอนว่าชายคนนี้ไม่ใช่พ่อแท้ ๆ ของเธอ เทียนหอม เป็นเด็กกำพร้าพ่อตั้งแต่สองขวบ แม่ของเธอมีสามีใหม่ และชายคนนี้เขาก็คือพ่อเลี้ยงของเธอนั้นเอง"พี่ ฉันขอละปล่อยลูกไปเถอะ สงสารเทียน นะพี่นะ"เด่นดวงยกมือขึ้นมาทาบที่ยก สองมือพนมไหว้ผู้เป็นสามี ดูเหมือนจะไร้ผล ไม่เพียงทรงพลไม่ปล่อยเขายังหันมาดุด่าผู้เป็นภรรยาอีกต่างหาก"มึงเองก็เหมือนกัน แค่ขายข้าวแกงมันจะไปพอยาไส้อะไร วันนี้กูจะเอาอีเทียนไปให้เสี่ย มึงรู้ไหมว่าอีเทียนค่าตัวมันได้เท่าไหร่ มึงกับกูจะได้ไม่ลำบาก อีดวง!"ไม่น่าเชื่อว่าคำที่หลุดออกมาจากปากคนที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็กจะทำให้ เทียนหอม ต้องหลั่งน้ำตาลงมาเป็นสาย แววตาอ้อนวอนผู้เป็นพ่อไม่ได้ช่วยให้คนที่ฉุดกระชากร่างเธออยู่นั้น เบามือลงได้แม้แต่น้อย แม้ว่าเธอจะหันไปหาแม่ผู้ให้กำเนิ