Share

บทที่ 91

Author: สั่งไม่หยุด
ความหมายคือหากตนมิใช่องค์หญิงของแคว้นเจา สิ่งที่รอตนอยู่ คือการจับใส่กรงหมู? แล้วยังสั่งให้ตนเป็นอนุอีก?!

แม้แต่ฉีจื่อฟู่ก็ตะลึงแล้ว “กงกง นี่…นี่ใช่มีอันใดผิดหรือไม่? เหตุใดจึงมีรับสั่งให้ม่านหวาเป็นอนุเล่า?”

แม้แต่เขาก็ไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดฉีจื่อฟู่จึงยืนกรานให้อวี้ม่านหวาเป็นภรรยาเอกเพียงนี้ ถึงระดับที่ทำให้คนไม่อาจเข้าใจ เพราะขนาดฝ่าบาททรงพระราชทานเพียงตำแหน่งขุนนางขั้นหกให้เขา เขาก็ยังไม่สงสัยเลยว่ามีข้อผิดพลาดหรือไม่

ขันทีอาวุโสหยางตอบอย่างไม่พอใจว่า “ความหมายของเจ้าคือ ฝ่าบาททรงผิด หรือว่าข้าผิดไปล่ะ?”

ฉีจื่อฟู่ “นี่…มิกล้าขอรับ!”

เขาเพียงรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจ! ตนจ่ายด้วยอนาคต ล่วงเกินฝ่าบาท ถูกเหล่าตระกูลใหญ่หัวเราะเยาะ แต่สุดท้ายกลับยังไม่สามารถทำให้จือจือเป็นอนุได้ นี่จะให้เขายอมรับได้อย่างไร?

ขันทีอาวุโสหยาง “หากไม่กล้าก็รับราชโองการเถอะ!”

คนทั้งหลาย “ขอฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี!”

คนสกุลฉีรับราชโองการสองฉบับนี้อย่างไม่เต็มใจ

ถึงอย่างไรซิ่นหยางโหวก็เป็นท่านโหวมาหลายปี กระจ่างแจ้งดีเรื่องในวันนี้ไม่ธรรมดา จึงขยับเข้าไปใกล้ขันทีอาวุโสหยาง แล้วมอบหยกงามชิ้นหนึ่ง
Locked Chapter
Continue Reading on GoodNovel
Scan code to download App

Related chapters

  • โทษทีข้าเกิดมาต้องเป็นเมียเอกเท่านั้น   บทที่ 92

    อวี้ม่านหวาจะคาดได้อย่างไรว่า ขันทีอาวุโสหยางผู้นี้ไม่เพียงมาประกาศราชโองการที่ทำจิตใจของตนหนักอึ้งหดหู่เท่านั้น แถมยังพูดถึงเรื่องความเป็นตายขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัวอีกเมื่อฟังคำพูดนี้ของอีกฝ่ายจบ นางก็หวาดกลัวจนท้องเริ่มปวดแปลบขึ้นมาแล้ว!นางถานรีบประคองนาง “องค์หญิง…”เมื่อขันทีอาวุโสหยางได้ยินเช่นนั้นก็เหลือบมองนางถานอย่างไม่พอใจทีหนึ่ง “ฮูหยิน แคว้นเจาล่มสลายไปแล้ว ที่นี่ก็ไม่มีองค์หญิงอันใดแล้ว หรือว่า จวนโหวของพวกท่านมีความคิดเป็นอื่น?”นางถานตกใจจนสะดุ้ง รีบกล่าวว่า “มิกล้า! ข้าแค่พูดผิดไปชั่วขณะเท่านั้น ขอหยางกงกงโปรดอย่าได้ถือสาเลย!”ขันทีอาวุโสหยางแค่นเสียงเย็นทีหนึ่ง สะบัดแส้ในมือทีหนึ่ง “เช่นนั้น ข้าก็ขอตัวก่อนแล้ว!”ซิ่นหยางโหว “ข้าจะไปส่งกงกง!”ขันทีอาวุโสหยางก็ไม่ได้บ่ายเบี่ยง เขาจะไม่เข้าใจได้อย่างไรว่า ซิ่นหยางโหวต้องการประจบตน บัดนี้ฉีจื่อฟู่ทำลายอนาคตตัวเอง หนทางเบื้องหน้าของจวนโหวจึงน่าเป็นห่วงรอจนพวกเขาออกไปแล้วฉีจื่อฟู่มองไปทางหรงจือจือ ขมวดคิ้วถามว่า “จือจือ เจ้ารู้จักท่านอัครมหาเสนาบดีหรือ?”หรงจือจือสงบความคิดลง นางก็คาดไม่ถึงเช่นกันว่า เฉินเยี่ยน

  • โทษทีข้าเกิดมาต้องเป็นเมียเอกเท่านั้น   บทที่ 93

    หรงจือจือกำลังปวดหัวว่าไม่มีเหตุผลจะใช้อยู่ต่อ คาดไม่ถึงว่าจะมีคนส่งหมอนมาให้ตอนง่วงพอดีคำพูดเสแสร้งที่เต็มไปด้วยความปรารถนาดีของอวี้ม่านหวานี้ กลับเป็นการช่วยตนอีกแรง “อนุอวี้กล่าวได้ถูกต้องอย่างยิ่ง ในเมื่อยามนี้เจ้าก็เป็นอนุแล้ว ข้ายังจะจากไปทำไมอีก? เรื่องการหย่าร้าง ก็ให้ถือเสียว่าไม่เคยพูดถึงเถอะ”อวี้ม่านหวา “?”ไม่ใช่นะ นี่ เหตุใดจึงไม่เหมือนที่ข้าคิดไว้เล่า?ฉีจื่อฟู่ถอนใจอย่างโล่งอกทันที แม้ไม่เป็นไปตามความคาดหวังของเขา ที่จะให้หรงจือจือเป็นอนุ แต่อย่างน้อย นางก็ไม่พูดถึงเรื่องการหย่าร้างแล้วหรงจือจือจับตามองสีหน้าที่เปลี่ยนไปด้วยความตระหนกของอวี้ม่านหวา “ที่สีหน้าของอนุอวี้ไม่น่ามองถึงเพียงนี้ หรือการที่ข้าอยู่ต่อ ทำให้เจ้าไม่พอใจแล้ว?”อวี้ม่านหวาฝืนยิ้มว่า “ไม่…ไม่ใช่! ในใจของท่านพี่ฟู่มีพี่หญิงอยู่ หากพี่หญิงจากไป ท่านพี่ฟู่จะต้องเสียใจแน่ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น น้องจะหวังให้พี่หญิงจากไปได้อย่างไร?”เมื่อฉีจื่อฟู่ฟังจบ ก็เหลือบมองอวี้ม่านหวาอย่างตื้นตัน “ม่านหวา…”เมื่อเห็นพฤติกรรมอันน่าทุเรศของเขา เจาซีก็โมโหจนหน้าเขียวใจของหรงจือจือกลับสงบนิ่ง ไร้ระลอกคลื่น เพร

  • โทษทีข้าเกิดมาต้องเป็นเมียเอกเท่านั้น   บทที่ 94

    ในเมื่อเฉินเยี่ยนซูลงมือแล้ว หรงจือจือก็ไม่ใช่พวกไม่รู้ถึงความปรารถนาดีของผู้อื่นจึงหยิบยืมคำพูดของเฉินเยี่ยนซู มาทำให้อวี้ม่านหวาสงบเสงี่ยมลงหน่อยอวี้ม่านหวาก็หวาดกลัวจนหดร่างด้วยความสั่นสะท้านไปครู่หนึ่งจริงๆนางถานกล่าวด้วยความโมโหว่า “หรงจือจือ ในท้องของม่านหวา…”หรงจือจือราวกับไม่ได้ยินคำพูดของนางถาน มองไปที่ฉีอวี่เยียนนิ่งๆ “น้องสามี ข้าวางแผนว่าผ่านไปอีกช่วงหนึ่ง จะจัดงานชมดอกไม้ในนามของท่านแม่ เจ้าคิดว่าอย่างไร? ส่วนเรื่องเทียบเชิญ ก็จะให้คนในเรือนของข้าไปส่งเอง”ตามกฎหมายของแคว้นต้าฉี หากบิดามารดาเสียชีวิต บุตรธิดาต้องไว้ทุกข์สามปี หากผู้เป็นปู่ย่าวายชนม์ ชนรุ่นหลานต้องไว้ทุกข์เป็นเวลาหนึ่งปีไม่ว่าจะเป็นบุตรสาวที่แต่งงานออกไปแล้วหรือไม่ ล้วนเป็นเช่นเดียวกับยามนี้ฮูหยินผู้เฒ่าหรงถึงแก่กรรม หรงจือจือจึงไม่สะดวกที่จะใช้ชื่อตนไปจัดงานเลี้ยงทุกประเภทเมื่อฉีอวี่เยียนได้ยินคำพูดนี้ ดวงตาก็สว่างไสวขึ้นทันที “พี่สะใภ้ จริงหรือ?”ในแคว้นต้าฉี การจัดงานประชุมบทกวี เป็นการพบปะสังสรรค์ของเหล่าบัณฑิต ส่วนการจัดงานเลี้ยงชมดอกไม้ ส่วนมากล้วนเป็นงานดูตัวที่เหล่าฮูหยินผู้สูงศักดิ์

  • โทษทีข้าเกิดมาต้องเป็นเมียเอกเท่านั้น   บทที่ 95

    กล่าวจบ หรงจือจือก็สาวเท้าจากไปฉีอวี่เยียนดีใจจนแทบกระโดดขึ้นมา “ท่านแม่ นี่ดีเหลือเกิน ข้ายังกังวลว่าข้าจะได้แต่งงานไม่ดีแล้ว คิดไม่ถึงว่าพี่สะใภ้จะยังวางแผนให้ข้า”นางถาน “ล้วนเป็นเพราะลูกเสียนของข้าศึกษาตำรามา จึงไปเกลี้ยกล่อมนางได้สำเร็จ เจ้าต้องขอบคุณน้องเจ้าให้ดี!”ฉีจื่อเสียนได้หน้าก็ยิ่งยินดี แต่ในใจก็รู้สึกแปลกอยู่บ้าง เพราะวันนี้หรงจือจือไม่ไว้หน้าเขาเลยชัดๆ หรือว่ามาคิดได้เอาภายหลังกัน?ใช่แน่แล้ว คำพูดของตนมีเหตุผลจะตาย การที่หรงจือจือเชื่อฟังก็เป็นเรื่องสมควรแล้วฉีอวี่เยียนรีบกล่าวว่า “ต้องขอบคุณน้องชายแล้ว!”ซิ่นหยางโหวส่งขันทีอาวุโสหยางจากไป เมื่อกลับมาก็เห็นพวกเขากำลังเริงร่า เมื่อสอบถามจนรู้สาเหตุ ก็ถอนใจออกมาอย่างโล่งอกทีหนึ่งจากนั้นก็มองฉีจื่อฟู่ทีหนึ่งแล้วพูดว่า “จือจือกลับมาคิดเพื่อครอบครัวนี้อีกครั้ง คิดว่าในใจคงยังมีเจ้าอยู่ ในอนาคต เจ้าจงอย่างทำเรื่องโง่ๆ อีก คืนนี้ก็ไปอยู่เป็นเพื่อนจือจือให้ดีๆ ซะ!”ฉีจื่อฟู่ “ขอรับ!”เขาจะไม่อยากนอนกับจือจือได้อย่างไร?อวี้ม่านหวากำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่น แต่กลับไม่เอ่ยสิ่งใดแม้แต่คำเดียว……เมื่อกลับมาถึงเรือนหลัน

  • โทษทีข้าเกิดมาต้องเป็นเมียเอกเท่านั้น   บทที่ 96

    เพียงแต่ตอนนั้น เมื่อท่านอัครมหาเสนาบดีถูกกัด หลังคุณหนูตื่นขึ้นมาเพราะเสียงร้องด้วยความตกใจของนาง ก็รีบดูบาดแผลให้เขา ทว่า ทันทีที่ท่านอัครมหาเสนาบดีเฉินเอ่ยปากกลับพูดว่า ในป่ารกร้างเช่นนี้ถึงกับมีงูมากัดเขา แต่ไม่เอ่ยว่าเป็นเพราะช่วยคุณหนูเลยสักคำตอนนั้น ฮูหยินผู้เฒ่าก็กำลังงีบหลับอย่างสะลึมสะลือ จึงไม่ทราบเรื่องนี้ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์และสังเกตเห็นเรื่องนี้ จึงมีเพียงเจาซีเท่านั้นในใจของเจาซีนั้น รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก แต่ก็มิได้เปิดโปงอย่างหุนหัน เพียงสอบถามเขาเป็นการส่วนตัวประโยคหนึ่งในภายหลัง ตอนส่งท่านอัครมหาเสนาบดีเฉินจากไปว่า “ไม่ทราบว่าคุณชายมีเจตนาใดกันแน่?”ท่านอัครมหาเสนาบดีเฉินมิได้ตอบ เพียงกล่าวว่า “ขอแม่นางโปรดเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ อย่าได้บอกให้คุณหนูของเจ้ารู้”เจาซีคิดว่า น่าจะเป็นเพราะไม่ต้องการให้คุณหนูของนางเกิดภาระทางใจ จึงรับปากไปต่อมาท่านอัครมหาเสนาบดีเฉินจึงได้จากไปพร้อมกับลูกน้องที่มารับเขาหรงจือจือมองเจาซีอย่างแปลกใจทีหนึ่ง “เหตุใจเจ้าจึงมั่นใจเพียงนี้?”เจาซีจึงได้สติกลับมา “นี่…”นางคิดว่า ในเมื่อตอนนั้นรับปากท่านอัครมหาเสนาบดีเฉินไปแล

  • โทษทีข้าเกิดมาต้องเป็นเมียเอกเท่านั้น   บทที่ 97

    หรงจือจือ “ถูกแล้ว คำพูดพวกนั้น จะไม่ทำให้เจ้าพลอยเดือดร้อน และยังจะช่วยเจ้าให้พ้นผิดด้วย แต่หากเจ้าไม่วางใจ ไม่ยินดีช่วยก็ไม่เป็นไร ข้าจะไม่บังคับ”ทว่า ชุนเซิงกลับโขกศีรษะให้หรงจือจือครั้งหนึ่ง “ในตอนนั้น ชีวิตนี้ของข้าก็เป็นฮูหยินซื่อจื่อท่านที่ช่วยกลับมา ข้าจดจำพระคุณของท่านได้ ข้าเชื่อว่าท่านไม่มีทางทำร้ายข้า เรื่องนี้ข้าจะช่วยท่านขอรับ”หรงจือจือกล่าวอย่างอ่อนโยนว่า “เช่นนี้ก็ดีนัก ลำบากเจ้าแล้ว”เจาซีก้าวเข้าไปเพื่อยัดตั๋วเงินให้ชุนเซิงแต่ชุนเซิงกับยืนกรานไม่ยอมรับ “ฮูหยินซื่อจื่อ เดิมบุญคุณที่ช่วยชีวิต ก็ควรตอบแทนอยู่แล้ว! และตอนนั้น ยังเป็นข้าที่บอกว่าตนเองก็อยากร่ำเรียนหนังสือ ท่านถึงได้จัดให้ข้าไปเป็นเด็กรับใช้เรื่องเรียนของคุณชายสี่”“เวลานี้ ข้าพอรู้อักษรอยู่บ้าง จึงเข้าใจหลักการและเหตุผลจำนวนหนึ่ง บุญคุณที่ท่านมีต่อข้า ดุจดั่งการให้กำเนิดใหม่อีกครั้ง ครั้งนี้ หากมอบเงินให้ข้า กลับจะเป็นการดูหมิ่นข้านะขอรับ”คำพูดของชุนเซิง มิได้อยู่เหนือความคาดหมายของหรงจือจือเลยเพราะหลายปีมานี้ แม้สัญญาขายตัวของเขาจะอยู่กับนางถาน ทว่า เรื่องของฉีจื่อเสียนนั้น ชุนเซิงก็มักมารายงา

  • โทษทีข้าเกิดมาต้องเป็นเมียเอกเท่านั้น   บทที่ 98

    หรงจือจือมองไปที่ตงจื้อ ถามอย่างราบเรียบที่แฝงไปด้วยความเย็นชาและเย้ยหยันว่า “คำพูดที่บอกไม่ได้ข้าสวมชุดไว้ทุกข์ เป็นเจ้าหรือซื่อจื่อที่พูด?”ตงจื้อตะลึงไปชั่วขณะ จากนั้นก็กล่าวต่อว่า “เป็นข้าพูดเองขอรับ ฮูหยินซื่อจื่อ ข้าก็พูดไปเพื่อประโยชน์ของท่าน ข้า…”หรงจือจือกล่าวด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบว่า “ข้ารับใช้ในจวนนี้ ล้วนต่างก็ไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาแล้ว แต่ละคนต่างกล้ามาสั่งสอนข้า ว่าควรจัดการเรื่องราวอย่างไร คิดว่าครั้งก่อนที่โบยบ่าวรับใช้แซ่เฉินนั่นไป คงยังไม่พอจะเชือดไก่ให้ลิงดูกระมัง”ตงจื้องงแล้ว นี่ฮูหยินซื่อจื่อหมายความว่าอย่างไรกัน?หรงจือจือ “เด็กๆ! ลากออกไปโบยซะ! ครั้งก่อนสั่งสอนบ่าวแซ่เฉินนั่นเช่นไร วันนี้ก็จงสั่งสอนเขาเช่นนั้น!”ตงจื้อรีบกล่าวว่า “ฮูหยินซื่อจื่อ นี่ท่านกำลังทำสิ่งใดกัน? ข้าหวังดีต่อท่านจริงๆ นะขอรับ หรือท่านไม่อยากปรนนิบัติซื่อจื่อพักผ่อนแล้วหรือ? หากโบยข้า ซื่อจื่อจะต้องไม่พอใจแน่!”หรงจือจือคิดในใจว่า อย่างนั้นย่อมดีที่สุด ทางที่ดีให้ฉีจื่อฟู่ไร้ความสุขทุกคืน ไม่พอใจตนทุกวัน จะได้ไม่คิดถึงเรื่องร่วมเตียงกันที่น่าขยะแขยงแบบนี้อีกนางไม่แม้จะเงยหน้า ไม่ม

  • โทษทีข้าเกิดมาต้องเป็นเมียเอกเท่านั้น   บทที่ 99

    ตงจื้อกล่าวอย่างคิดว่าตนมีเหตุผลว่า “แต่ข้าคิดว่า ซื่อจื่อ ท่านจึงจะเป็นดั่งฟ้าของฮูหยินซื่อจื่อมิใช่หรือขอรับ? ต่อให้ฮูหยินผู้เฒ่าหรงจะสำคัญเช่นไร ก็ไม่มีทางสำคัญเท่าการทำให้ท่านเบิกบานใช่ไหมขอรับ?”เมื่อฉีจื่อฟู่ได้ยินเช่นนั้น สีหน้ามืดมนลงแล้ว “ที่เจ้าพูดมาก็ถูก !”ตนเป็นสามีของจือจือ นางควรจะให้ความสำคัญกับตนเป็นอันดับแรกในทุกเรื่องชัดๆในเวลานั้นเอง ก็มีข้ารับใช้อีกคนเข้ามารายงานว่า “ซื่อจื่อ อนุอวี้บอกว่าท้องของนางรู้สึกไม่สบายอยู่บ้าง บอกให้ท่านไปอยู่เป็นเพื่อนนางขอรับ!”ฉีจื่อฟู่ “รู้แล้ว ข้าจะไปเดี๋ยวนี้! ในเมื่อหรงจือจือไม่รู้จักรับน้ำใจของผู้อื่น เช่นนั้นก็ปล่อยให้นางเดียวดายไปเถอะ มีคนมากมายที่รักข้า ข้าก็มิใช่ว่าต้องเป็นนางเพียงผู้เดียวเสียหน่อย!“ชิวอี้ เจ้าจงส่งความไปบอกเรือนหลัน ให้ฮูหยินซื่อจื่อสำนึกตนให้ดี คิดดูว่าจะขอโทษข้าเช่นไร ไม่เช่นนั้น ถึงเวลาคลอดบุตรภรรยาเอกออกมาไม่ได้ ก็จงอย่าได้มาขอร้องข้าแล้วกัน!”ชิวอี้สั่นสะท้านขึ้นมา เหลือบมองตงจื้อคราหนึ่ง แล้วคุกเข่ากล่าวว่า “ซื่อจื่อ ไม่เช่นนั้นเปลี่ยนเป็นเด็กรับใช้รับหน้าที่ช่วยจัดการธุระต่างๆ ไปส่งข่าวดีไหมขอร

Latest chapter

  • โทษทีข้าเกิดมาต้องเป็นเมียเอกเท่านั้น   บทที่ 144

    บนรถม้าระหว่างกลับจวนโหว หรงจือจือดูตกตะลึงเล็กน้อย และอดสงสัยไม่ได้จริง ๆ ว่าเหตุใดเสิ่นเยี่ยนซูถึงมีเวลาช่วยนางสืบเรื่องเหล่านี้ตามหลักแล้ว คนแบบเขานั้นนั่งอยู่ตำแหน่งสูงในท้องพระโรง อำนาจล้นฟ้า เรื่องเล็กน้อยของเรือนหลังนี้ อีกฝ่ายไม่ควรจะใส่ใจ และยิ่งไม่คิดจะสนใจเสียด้วยซ้ำจึงจะถูกเมื่อเห็นคุณหนูของตนนั่งกระสับกระส่ายเจาซีก็อดไม่ได้ที่จะถาม “คุณหนู ท่านมีข้อสงสัยอะไรหรือเจ้าคะ?”น้อยนักที่หรงจือจือจะมีท่าทีสับสน นางกล่าวขึ้นมาประโยคหนึ่ง “เพียงแต่ประหลาดใจกับความหวังดีของท่านเสนาบดีที่มีต่อข้าก็เท่านั้น บางที ข้าอาจไม่จำเป็นต้องคิดมากจนเกินไป และที่เขาทำแค่เพื่อตอบแทนบุญคุณเท่านั้น?”กลับคิดไม่ถึงว่า เจาซีจะกล่าวเช่นนี้ “ข้าน้อยรู้สึกว่า ท่านเสนาบดีคงจะชอบท่านแน่ ๆ เจ้าค่ะ ในฐานะท่านสมุหราชเลขาธิการ แถมยังต้องว่าราชการแทน อีกทั้งยังมีงานรัดตัวเช่นน้้น เหตุใดต้องรอคุณหนูไปพบด้วยตนเองอยู่ที่นั่น เพียงเพื่อให้คนมอบจดหมายฉบับหนึ่งให้ท่านด้วยล่ะเจ้าคะ”“เรื่องนี้ส่งบ่าวรับใช้คนใดมาทำก็ได้ไม่ใช่หรือ? ยังอ้อมค้อมเช่นนี้ และให้นางเซินเป็นธุระให้อีก แรงจูงใจที่เขาต้องการจะพบคุณหนู

  • โทษทีข้าเกิดมาต้องเป็นเมียเอกเท่านั้น   บทที่ 143

    ต่อจากนั้นนางก็เห็นบุรุษที่ยืนอยู่ข้างกำแพงกำลังชมภาพวาดอยู่ เขามีรูปร่างสูงโปร่ง ท่วงท่าสง่างาม จึงทำให้นึกถึงกวีบทหนึ่งขึ้นมาที่ว่า กองหินดั่งหยก ต้นสนสีเขียวเรียงรายดั่งมรกต บุรุษงามโดดเด่นเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใครในใต้หล้าด้านข้างเขามีองครักษ์ยืนอยู่คนหนึ่งหลังหรงจือจือพาเจาซีเข้ามาในห้อง ก็คุกเข่าแสดงความเคารพอย่างสุภาพ “คารวะท่านเสนาบดีเจ้าค่ะ!”ดวงตาที่ปกติเย็นชาของเสิ่นเยี่ยนซูคู่นั้น กำลังมองไปที่หรงจือจือ และถูกเติมเต็มด้วยเงาร่างของนางในทันทีราวกับฟ้าดินไร้ระเบียบ ราวกับจันทราไร้แสงสว่างโลกมนุษย์อันกว้างใหญ่ไพศาล ท่ามกลางแสงสีอันฟุ้งเฟ้อ เหลือนางเพียงคนเดียว ที่เปล่งประกายเจิดจรัส และโดดเด่นเกินกว่าผู้ใดเขากล่าวเสียงเรียบ “แม่นางหรงลุกขึ้นเถอะ”นางเซินที่ยืนอยู่ด้านหลัง เห็นสายตาของเสิ่นเยี่ยนซู ก็ปรากฏความเศร้าหมองขึ้นมาในแววตาแวบหนึ่ง แต่ไม่นานก็ฝืนยิ้มออกมา “เช่นนั้นท่านเสนาบดีคุยกับคุณหนูหรงเชิญคุยเป็นการส่วนตัวเถอะ ข้าจะไปรอที่ด้านนอกเจ้าค่ะ”ทันทีที่พูดจบ ก็ถอยออกไปหรงจือจือก็ยืดตัวขึ้น สองมือประสานกันไว้ด้านหน้า ยืนอย่างนอบน้อม พลางกล่าวเสียงเบา “ขอบ

  • โทษทีข้าเกิดมาต้องเป็นเมียเอกเท่านั้น   บทที่ 142

    หรงจือจือลงมาจากรถม้า สั่งเหล่าคนรับใช้รออยู่นอกโรงน้ำชาชั้นล่าง และเข้าไปด้านในพร้อมกับสตรีนางนั้นจากนั้นก็ถามอย่างสุภาพว่า “ไม่ทราบควรเรียกฮูหยินเช่นไรหรือ?”อันที่จริงเพราะอีกฝ่ายมวยผม นางจึงถามเช่นนี้สตรีนางนั้นยิ้มเล็กน้อย และกล่าว “ข้าเซินหย่า คุณหนูเรียกข้าว่านางเซินก็พอแล้ว ปีนั้นท่านพ่อตัดสินใจให้ข้าแต่งงานแก้เคล็ดกับท่านพี่ ในขณะนั้นน้องชายเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อไปสอบ กลับถูกคนใส่ร้ายจนเข้าคุก จึงไม่สามารถช่วยออกหน้าแทนข้าได้”“แต่งานแต่งในวันนั้นท่านพี่ดันมาเสียชีวิต บ้านแม่สามีปฏิบัติต่อข้าไม่ดี เซินเฮ่อผู้เป็นน้องชายจึงรับข้ากลับมา บัดนี้เป็นม่ายอาศัยอยู่บ้านมารดาเจ้าค่ะ”หรงจือจือนึกขึ้นราวกับเคยได้ยินชื่อเซินเฮ่อคนนี้มาก่อนไม่ถือว่าเกิดในครอบครัวยากจน แต่เป็นครอบครัวที่น่าสงสาร คิดๆ ดูแล้วการกระทำของบิดามารดานาง เป็นเพราะตอนนั้นสถานการณ์ทางบ้านยากลำบาก แถมไม่ได้ให้ความสำคัญกับบุตรสาวอีกเพียงแต่คำพูดและการกระทำของนางเซิน ทำให้หรงจือจือประหลาดใจจริง ๆ นางก็ไม่ปิดบังความคิดของตนเอง “ฮูหยินคล้ายจะเผยความในใจให้กับคนที่ไม่สนิทอย่างข้าฟังอยู่นะ”พวกนางทั้งสองพบ

  • โทษทีข้าเกิดมาต้องเป็นเมียเอกเท่านั้น   บทที่ 141

    เจาซีถอนหายใจเบา ๆ พลางกล่าวอย่างโกรธเคืองว่า “โชคดีที่ก่อนหน้านี้ท่านขอหนังสือหย่า และไม่วางแผนจะอยู่กับเขาต่อ มิเช่นนั้นลองคิดดู แค่อนุอวี้ยุยงไม่กี่คำ ฉีจื่อฟู่ก็อยากมอบหนังสือปลดภรรยาให้ท่าน เช่นนั้นจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรเล่าเจ้าคะ!”ขณะที่พูด เจาซีก็โกรธจนขอบตาแดงก่ำไปหมดแล้วเพียงแต่นางนึกอะไรขึ้นมาได้อีก “แต่เมื่อครู่หากท่านโหวกับคุณชายสี่โน้มน้าวซื่อจื่อไม่ได้ แม้หนังสือปลดภรรยาจะไม่กระทบชื่อเสียงของท่าน พวกเราก็ต้องออกจากจวนโหว หลังจากไปแล้วการแก้แค้นจะไม่ยากขึ้นหรือเจ้าคะ?”นางถานยายแก่จอมเจ้าเล่ห์ที่สมควรตายนางนั่นยังมีชีวิตอยู่!หรงจือจือหลุดขำออกมาเสียงหนึ่ง “เจ้าวางใจเถอะ ซิ่นหยางโหวกับฉีจื่อเสียนจะโน้มน้าวเขาแน่ และขอเพียงซิ่นหยางโหวบังคับ ก็จะทำให้ให้เขาฉีกหนังสือปลดภรรยาได้แล้ว”เจาซีเห็นความมั่นใจของคุณหนู ก็วางใจไปหลายส่วนแล้ว แต่ยังคงกล่าวว่า “หากทราบเช่นนี้ ตอนออกจากจวนน่าจะส่งคนเข้าไปแอบฟังเสียหน่อยนะเจ้าค่ะ”หรงจือจือกล่าวอย่างราบเรียบ “ไม่มีอะไรน่าฟังหรอก ก็แค่สองพ่อลูกร่วมมือกัน สอนฉีจื่อฟู่ว่าได้รับผลประโยชน์แล้วค่อยถีบหัวส่งข้าก็เท่านั้นเอง”“และบอกฉีจ

  • โทษทีข้าเกิดมาต้องเป็นเมียเอกเท่านั้น   บทที่ 140

    หญิงสาวที่ถูกปลดนั้นเสียหายมากกว่าการหย่ามาก จะกลายเป็นที่น่าขันของทั้งแคว้นต้าฉี!นางหมกมุ่นกับชื่อเสียงขนาดนั้น สกุลหรงใส่ใจชื่อเสียงมากถึงขนาดนั้น เอาไว้เห็นหนังสือปลดภรรยาจากเขาแล้ว นางก็จะเข้าใจเองว่า เขาสามารถทำให้นางตกสู่นรกได้ด้วยกระดาษแผ่นเดียว ไม่อาจพลิกฟื้นเมื่อต้องอยู่ภายใต้ความหวาดกลัวลนลาน นางต้องไม่กล้าทำเช่นนี้กับม่านหวาอีกแน่นอน!ในท้องของม่านหวามีลูกของเขาอยู่ ลูกของเขาก็เปรียบเสมือนลูกของหรงจือจือเช่นกันไม่ใช่หรือไร? อนาคตก็ต้องเรียกหรงจือจือว่าท่านแม่มิใช่หรือ? การที่นางรังแกแม่ผู้ให้กำเนินของลูกเช่นนี้เป็นการกระทำที่ไร้เหตุผลชัดๆ!อวี้ม่านหวาตาเป็นประกาย นางพูดยุแยงต่อ “ท่านพี่ฟู่ ฮูหยินซื่อจื่ออาจจะโมโหเพียงชั่ววูบเพราะโกรธเคืองเรื่องเตาอุ่นมือก็เป็นได้ ท่านอย่าได้ถือสาหาความกับนางเลยเจ้าค่ะ…”แล้วก็เป็นไปดังคาด ฉีจื่อฟู่ได้ฟังดังนี้ก็ยิ่งโมโห “ก็แค่เตาอุ่นมืออันเดียว ข้าถูกทำร้ายจนมีสภาพนี้ ส่วนของก็ถูกนางเอากลับคืนไปแล้ว นางยังจะมีอะไรให้ไม่พอใจอีก?”“เจ้ารู้ความขนาดนี้ ไม่ว่าอะไรก็ยอมให้นางทุกอย่าง แต่นางกลับเอาแต่ใช้อำนาจ ข้าคิดถูกแล้วที่จะให้นางเป็นอนุ

  • โทษทีข้าเกิดมาต้องเป็นเมียเอกเท่านั้น   บทที่ 139

    กระทั่งชาถ้วยนั้นเย็นลงแล้ว หรงจือจือถึงค่อยๆ รับมาแต่อวี้ม่านหวายังไม่ทันจะได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอกหรงจือจือก็สาดชาอุ่นถ้วยนั้นใส่หน้าของอวี้ม่านหวา ทำเอาอวี้ม่านหวาร้องออกมาด้วยความตกใจ “กรี๊ด…ฮูหยินซื่อจื่อ นี่ท่าน…”หรงจือจือวางถ้วยชาลงก่อนจะเอ่ยอย่างเอื่อยเฉื่อย “เจ้ากล่าววาจาไร้ยางอาย ข้าจึงช่วยล้างหน้าเรียกสติ”“ต่อไปจะได้เลิกภูมิใจต่อคำพูดและการกระทำชั้นต่ำไร้ยางอายของตัวเอง ทำให้สามีของตนขายหน้า”“ประเดี๋ยวเจ้ากลับไปร้องไห้ฟ้องเขาก็บอกเขาด้วยล่ะว่า ไม่ต้องขอบคุณที่ข้าเป็นห่วงชื่อเสียงของเขา นี่เป็นสิ่งที่นายหญิงเช่นข้าสมควรทำอยู่แล้ว”อวี้ม่านหวาหน้าซีดเขียวนึกไม่ถึงว่าหรงจือจือจะคาดเดาได้ว่านางจะกลับไปร้องไห้ฟ้องฉีจื่อฟู่ แต่นางไม่กลัวสักนิดเลยหรือ?เมื่อเห็นความประหลาดบนสีหน้าอวี้ม่านหวาหรงจือจือก็เงยหน้าพูดด้วยความดูถูก “หากครั้งหน้าคิดจะมาหาเรื่องข้าอีกก็จำไว้สองเรื่อง เรื่องแรก ตีงูต้องตีให้ตาย อย่าได้เอาของที่ไม่ได้มีความสำคัญสำหรับศัตรูมาข่มขู่”นี่อีกฝ่ายคิดว่านางกลัวว่าจะถูกเอาไปฟ้องฉีจื่อฟู่หรือ? บัดนี้ฉีจื่อฟู่นับว่าเป็นอะไรสำหรับนางกัน?ใบหน้าของอวี

  • โทษทีข้าเกิดมาต้องเป็นเมียเอกเท่านั้น   บทที่ 138

    ครานี้อวี้ม่านหวาเข้าใจแล้ว ที่หรงจือจือเรียกนางมายกน้ำชาวันนี้ก็เพื่อเอาคืนเรื่องที่นางแย่งเอาเตาอุ่นมือของอีกฝ่ายนางร้อนจนปลายนิ้วกลายเป็นสีแดง พูดหน้าเบ้ว่า “ไม่…ไม่เย็นแล้ว! ฮูหยินซื่อจื่อ เชิญท่านดื่มชา”ทว่าหรงจือจือกลับไม่ยอมรับถ้วยชาเอาแต่มองนางถูกลวกจนแทบบ้าคลั่ง กล่าวอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อนว่า “ชอบแย่งของๆ คนอื่นมากขนาดนั้นเชียวหรือ? สามีก็จะแย่ง แค่เตาอุ่นมือก็ยังจะแย่ง?”อวี้ม่านหวากัดริมฝีปาก ใบหน้าเปี่ยมด้วยความอัดอั้นใจ ได้แต่พูดว่า “ข้าไม่กล้าแล้ว! ไม่กล้าอีกแล้ว ฮูหยินโปรดดื่มชา”แต่หรงจือจือยังคงไม่ขยับเขยื้อนอยู่ดีครั้นเห็นว่าอวี้ม่านหวาเริ่มตัวสั่นและยกถ้วยชาใบนั้นได้ไม่มั่นหรงจือจือก็เอ่ยเตือนอย่างเรียบนิ่ง “หากน้ำชาหกเลอะกระโปรงข้า เจ้าต้องยกน้ำชาใหม่อีกครั้ง”อวี้ม่านหวามีแต่ต้องยกถ้วยชาให้มั่นอีกครั้งนางเหมือนจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้วหรงจือจือพูด “ซื่อจื่อไม่อยู่ที่นี่ คิดว่าเจ้าคงเข้าใจว่าน้ำตาของเจ้าใช้ไม่ได้ผลกับข้า จริงสิ เมื่อครู่เจ้าบอกว่าผู้ใดเป็นอนุนะ?”ตอนนี้อวี้ม่านหวาสำนึกเสียใจเจียนตาย หากรู้แต่แรกว่าหรงจือจือจะไม่เป็นไปตามที่นางคิดไว้ วัน

  • โทษทีข้าเกิดมาต้องเป็นเมียเอกเท่านั้น   บทที่ 137

    เจาซีโมโหวมาก “บังอาจ! กล้าดีอย่างไรมาใช้ถ้อยคำเช่นนี้กับฮูหยินซื่อจื่อ อยากตายใช่หรือไม่?”อวี้ม่านหวาพูดหยามเหยียด “ทำไม? ในท้องข้ามีลูกของซื่อจื่ออยู่ พวกเจ้ากล้าเอาชีวิตข้าจริงๆ รึ?”“ฮูหยินซื่อจื่อ ข้ายอมเรียกท่านว่าฮูหยินก็เพราะให้ความเคารพ หากข้าไม่ให้ความเคารพแล้วล่ะก็ อันที่จริงแล้ว…ข้าต่างหากที่เป็นฮูหยินในสายตาซื่อจื่อ ส่วนท่านก็เป็นแค่อนุ”หรงจือจือรู้สึกขบขันเล็กน้อย “ดูแล้วท่าทีนอบน้อมที่เจ้าแสดงด้านนอกนั่นคงเป็นการตบตาบ่าวรับใช้สินะ”จะแสดงด้านที่แยกเขี้ยวกางเล็บก็ต่อเมื่ออยู่ต่อหน้านางหากนางสั่งสอนอีกฝ่ายและถูกบ่าวรับใช้ในจวนเห็นเข้า เช่นนั้นนางก็จะดูเป็นคนเย่อหยิ่งก้าวร้าวที่รังแกคนที่อ่อนแอกว่าอวี้ม่านหวาเชิดคางขึ้น “ใช่! หากฮูหยินซื่อจื่อไม่อยากถูกบ่าวรับใช้ในจวนพูดว่าเป็นหญิงใจดำ ไม่อยากให้ท่านพี่เอาใจออกห่าง ข้าก็แนะนำให้ปล่อยข้ากลับไปเสีย อย่าคิดว่าจะได้ดื่มชาอะไรนั่น มิเช่นนั้น วันหน้าท่านพี่คงยิ่งไม่เหยียบมาที่นี่อีก”เจาชีฟังแล้วโมโห “นังหญิงแพศยานี่กำลังพูดเหลวไหลอะไร? ซื่อจื่อพยายามร่วมเรือนหอกับคุณหนูของพวกข้าหลายครั้ง เป็นคุณหนูของพวกข้าต่างหากที่ไ

  • โทษทีข้าเกิดมาต้องเป็นเมียเอกเท่านั้น   บทที่ 136

    หรงจือจือยิ้ม “น้องสามีจริงจังเกินไปแล้ว ข้าขอตัวกลับก่อน ช่วงนี้ท่านแม่ไม่พอใจข้าหลายเรื่อง หากเจ้ามีเวลาว่างก็ไปช่วยพูดให้ข้าหน่อย”ตอนนี้นางถานกำลังเกลียดนางเข้ากระดูกดำ หากลูกชายของนางไปพูดถึงหรงจือจือในทางที่ดีให้ฟัง ไม่รู้ว่าจะทำให้นางถานโมโหจนกระอักเลือดอีกได้หรือไม่?ความจริงแล้วช่วงนี้ฉีจื่อเสียนค่อนข้างไม่ชอบแม่ตัวเอง แต่เพื่อถ้อยคำนี้ของหรงจือจือแล้ว เขาจึงรีบพูดว่า “พี่สะใภ้วางใจเถิด ข้าจะช่วยไปพูดให้แน่นอน ท่านแม่อายุมากแล้ว ไม่ค่อยมีเหตุผลนัก สมควรที่ข้าต้องตักเตือนนาง!”หรงจือจือเดินจากไปด้วยความสบายใจ รอดูว่าวันนี้ลูกประทัดอย่างฉีจื่อเสียนจะทำให้นางประหลาดใจได้อีกหรือไม่ตกค่ำบรรดาบ่าวรับใช้ยกอาหารเข้ามา แต่หรงจือจือเพิ่งจะเริ่มทานอาหารนางก็ได้ยินเสียงรายงานด้วยความยินดีของเจาซี “คุณหนูอาจจะไม่ทราบ คุณชายสี่ไปหานางถาน ทั้งสองคนมีปากเสียงกันเพราะเรื่องของท่าน คุณชายสี่ยังใช้ถ้อยคำรุนแรงหลายคำ ทำเอานางถานร้องไห้ไปหนึ่งชั่วยามและเป็นลมหมดสติ”“ทางนั้นมีทั้งคนพยายามปลุกให้ได้สติ มีทั้งคนไปตามหมอ สถานการณ์วุ่นวายไปหมาย ทว่าคุณชายสี่กลับไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย หลังจาก

Scan code to read on App
DMCA.com Protection Status