เย่ซิวมองเธอด้วยสายตาที่ใช้มองคนโง่ "คุณคิดว่าตัวเองมีค่ามากแค่ไหนกันเนี่ย ผู้ชายทุกคนจะต้องชอบคุณ แล้วต้องหาทางเอาอกเอาใจคุณใช่ไหม?”“เหตุผลที่ผมให้บ้านคุณอยู่ฟรี มันมีเงื่อนไขอยู่ คุณต้องช่วยผมจัดการธงานในต่างประเทศหลังจากเลิกงานแล้ว”เย่ซิวเคยดูข้อมูลของชูตงมาก่อน เธอเรียนด้านบริหารมาทางด้านสำนักโอสถนั้นทุกวันจะมีเอกสารส่งมา เย่ซิวไม่สามารถสิ้นเปลืองเวลาให้กับเรื่องนั้นได้ทุกวัน ดังนั้นเขาจึงต้องหาใครสักคนมาช่วยเขาจัดการกับสิ่งนี้ ใบหน้าของชูตงเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำและร้อนผ่าวเมื่อได้ยินคำพูดของเย่ซิว เธอรู้สึกเขินอายมาก จึงรีบเปลี่ยนเรื่องพูด "ถ้างั้น...คุณจะให้ฉันทำอะไร?"“จัดการงานต่างประเทศให้ผม คุณวางใจเถอะ ไม่กวนเวลาคุณนานหรอก ทุกวันอย่างมากทำแค่หนึ่งชั่วโมงก็พอ คุณไปจัดการธุระเหล่านั้นโดยอิงตามที่ผมขอก็พอแล้ว”“ถ้าเป็นอย่างนั้น ฉันก็ตกลง”“ไปกันเถอะ”เขาเดินไปข้างนอกทันที โดยไม่หันกลับมามองเธออีกเลยกับผู้หญิงประเภทนี้ จะทำท่าดี ๆ กับเธอมากไม่ได้ชูตงรีบตามขึ้นไปหลังจากผ่านไปกว่าสี่สิบนาที ก็มาถึงเขตพักอาศัยระดับไฮเอนด์เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยภายนอกล้วน เป็นทห
ดวงตาของชูตงกลอกไปมารวดเร็ว ก่อนจะหยิบกระดาษและปากกามาเขียนอะไรบางอย่างอย่างคล่องแคล่วจากนั้นเธอก็ยื่นกระดาษให้เย่ซิว “เพื่อความรอบคอบ ฉันคิดว่าเราควรเซ็นสัญญากันไว้ก่อนนะ จะได้สบายใจกันทั้งสองฝ่าย”เย่ซิวส่ายหน้า ผู้หญิงคนนี้ช่างระมัดระวังเสียจริง เหมือนกลัวว่าเขาจะคิดร้ายกับเธอเสียอย่างนั้นเขาหยิบกระดาษขึ้นมาดู เนื้อหาในสัญญาก็ไม่มีอะไรที่ดูไม่สมเหตุสมผล เย่ซิวจึงเซ็นชื่อลงไปอย่างไม่ลังเลชูตงยิ้มออกมาอย่างดีใจ พร้อมกับดวงตาที่เปล่งประกายระยิบระยับเต็มไปด้วยความหวังสัญญาที่เซ็นไว้นั้นกำหนดระยะเวลาห้าปี ตราบใดที่ชูตงช่วยงานเย่ซิว เธอก็จะสามารถอาศัยอยู่ที่นี่ได้ฟรีสิ่งที่เธอคิดในตอนนั้นคือ ต่อให้เย่ซิวไม่จ่ายเงินให้เธอ เธอก็ยังสามารถหาผู้หญิงมาร่วมเช่าได้อีกหลายคนอพาร์ตเมนต์ทำเลทองแบบนี้ไม่มีทางหาคนเช่าไม่ได้แน่นอนถ้าเธอหาผู้หญิงมาร่วมเช่าสักสองสามคน คนละหมื่นห้าต่อเดือน เธอก็จะมีรายได้เสริมเดือนละเกือบห้าหมื่นบาทเลยทีเดียวพอเป็นแบบนี้แล้ว แผนการเก็บเงินซื้อบ้านของเธอก็จะสำเร็จเร็วขึ้นไปอีกเมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ดวงตาของเธอก็หรี่ลงเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวด้วยความสุข“ยิ้ม
เย่ซิวรีบวิ่งไปที่ห้องครัวด้วยความเร็วสูงสุด เมื่อไปถึง เขาก็เห็นชูตงนั่งขดตัวอยู่ที่มุมห้องพลางกรีดร้องอย่างต่อเนื่อง“เกิดอะไรขึ้น?”“มีแมลงตัวใหญ่มาก ฮือ ๆ ๆ”ชูตงซุกหน้ากับผนัง และยกมือสั่นเทาชี้ไปที่ผนังด้านหลังเย่ซิวหันไปมอง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้แมลงตัวใหญ่ที่เธอกลัวนักหนา ที่แท้ก็แค่ตุ๊กแกตัวหนึ่งเท่านั้นที่นี่ไม่มีคนอยู่มาสักพักแล้ว การมีแมลงหรือสัตว์เลื้อยคลานบ้างจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเมื่อเห็นดังนั้น เย่ซิวก็เกิดความคิดแผลง ๆ ขึ้น เขาตะโกนเสียงดังด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกว่า “แย่แล้ว ตุ๊กแกกำลังคลานมาทางคุณแล้ว!”“กรี๊ดดด!!”ชูตงกรีดร้องเสียงแหลมแล้วกระโดดเกาะเย่ซิวแน่นเหมือนปลาหมึกยักษ์ร่างของเธอนุ่มนิ่มเหมือนเยลลี่ทำให้เย่ซิวยิ้มด้วยสีหน้าที่ผู้ชายทุกคนจะรู้กันดี สัมผัสที่ไม่มีอะไรเทียบได้นี้ แน่นอนเขาย่อมไม่ปฏิเสธสิ่งดี ๆ ที่วิ่งเข้ามาหาเองหรอกชูตงกอดเย่ซิวแน่นนานเกือบนาที ก่อนจะได้สติกลับมาแล้วรีบผละตัวออก ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อจนแทบจะมีเลือดซึมออกมาทว่าเย่ซิวกลับแกล้งทำเป็นขึงขัง พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “คุณทำอะไรของคุณ? อยู่ดี ๆ ก็มาก
เมื่อเย่ซิวพบถังเขอเข่อ ก็เห็นว่าเธอกำลังสนทนากับทีมเทคนิคอย่างจริงจังอยู่เย่ซิวไม่ได้เข้าไปรบกวน แต่รอจนพวกเขาคุยกันเสร็จแล้วจึงเดินเข้าไปหา“ทำไมบอสถึงมาที่นี่ได้ล่ะคะ? เมื่อกี้พวกเรายังพูดถึงคุณอยู่เลย” เมื่อเห็นเย่ซิว ถังเขอเข่อก็แสดงท่าทางดีใจอย่างเห็นได้ชัดเย่ซิวเหลือบมองเธอเล็กน้อย “คุณพูดถึงผมแบบนี้ก็คงไม่พ้นเรื่องขอเงินอีกแล้วสินะ”ถังเขอเข่อหัวเราะแห้ง “บอสช่างเฉียบแหลมจริง ๆ ฉันขอยอมรับในความเฉียบคมนี้เลยค่ะ”“ว่ามาเถอะ คราวนี้ต้องการเงินเท่าไหร่? แล้วจะเอาไปใช้อะไรอีกล่ะ”แม้ว่าถังเขอเข่อจะใช้เงินเหมือนสายน้ำ แต่เธอก็ไม่เคยใช้เงินไปกับเรื่องไร้สาระทุกครั้งที่เธอขอเงินล้วนเป็นการลงทุนเพื่อการพัฒนาอุปกรณ์ที่ให้ประโยชน์มหาศาลแก่เย่ซิว ดังนั้นเขาจึงไม่เคยตระหนี่ดวงตาของถังเขอเข่อเป็นประกายทันที “ตอนนี้ปัญหาหลักของหุ่นยนต์ได้รับการแก้ไขแล้วค่ะ หลังจากติดตั้งแบตเตอรี่รุ่นใหม่เข้าไป เวลาทำงานต่อเนื่องก็สามารถยืดไปได้ถึงหนึ่งชั่วโมงแต่เรายังต้องวิจัยอาวุธโจมตีและอาวุธป้องกันเพิ่มเติมแผนของฉันคือการติดตั้งปืนหกชนิดให้กับหุ่นยนต์แต่ละตัว พร้อมกับดาบมังกรครองจันทร์หนึ่
“คุณรู้จักผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยาที่ไว้ใจได้บ้างไหม?”เย่ซิวเพิ่งได้รับข้อมูลลับเกี่ยวกับยีนนักรบจากประเทศจ้านอิงตี้ ซึ่งเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่มีมูลค่ามหาศาลเขาต้องหาวิธีเปลี่ยนข้อมูลนี้ให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ได้ เพราะการเก็บไว้เฉย ๆ คงไม่ใช่ทางเลือกเท่าไหร่ในฐานะที่ถังเขอเข่อเป็นสาวสายเทคโนโลยีระดับหัวกะทิ เขาคิดว่าเธอน่าจะรู้จักใครสักคนในแวดวงนี้ดี“คุณถามถูกคนแล้วค่ะบอส ฉันรู้จักคนที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ดี” ถังเขอเข่อหัวเราะอย่างร่าเริง“เพื่อนร่วมห้องเก่าของฉันคนหนึ่งทำงานด้านยีนชีววิทยาโดยเฉพาะ แต่ตอนนี้สถานการณ์เธอไม่ค่อยดีเท่าไหร่ก่อนหน้านี้งานวิจัยหลายโครงการของเธอไม่เป็นไปตามคาด ทำให้ผู้ลงทุนถอนตัวจนหมด ตอนนี้เธอก็เลยเหมือนตกงานอยู่ แต่ความสามารถของเธอนั้นไม่ธรรมดาแน่นอนค่ะ”เย่ซิวพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นส่งข้อมูลติดต่อของเธอมาให้ผม แล้วช่วยโทรคุยกับเธอหน่อยว่าเธอยินดีจะพบผมไหม”“ได้เลยค่ะบอส เดี๋ยวฉันจัดการให้เดี๋ยวนี้เลย”ถังเขอเข่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเพื่อนต่อหน้าเย่ซิวในอพาร์ตเมนต์เช่าธรรมดาแห่งหนึ่งในเมืองหลวงหญิงสาวสวมแว่นตาหนาเตอะอายุประมาณยี่สิบส
แต่ดาราหนุ่มหน้าใสเหล่านั้น พอมาเทียบกับเย่ซิวแล้ว แม้แต่ให้ถือรองเท้าก็ยังไม่คู่ควรแม้หัวใจของหลี่อวี่ถงจะเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น แต่ใบหน้าของเธอก็ยังคงแสดงออกอย่างสุขุมและเป็นมืออาชีพ เธอพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเปิดประตูต้อนรับด้วยน้ำเสียงสุภาพ “สวัสดีค่ะคุณเย่ ฉันชื่อหลี่อวี่ถง เชิญเข้ามาก่อนค่ะ”เย่ซิวเดินเข้าไปในห้อง เมื่อทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะแล้วเขาก็ไม่พูดจาอ้อมค้อม แต่เข้าเรื่องทันที“คุณหลี่ ผมมีข้อมูลบางอย่างอยากให้คุณดู ก่อนที่เราจะพูดถึงเรื่องความร่วมมือกัน”พูดจบเขาก็วางแล็ปท็อปที่เพิ่งซื้อมาใหม่ลงบนโต๊ะทันทีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ยังไม่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหลหลี่อวี่ถงกระพริบตาด้วยความอยากรู้ ก่อนจะหมุนหน้าจอเข้าหาตัวเอง ซึ่งเป็นวิธีการเจรจาที่เธอไม่เคยเจอมาก่อนเลยแต่ทันทีที่เธอเริ่มอ่านเนื้อหาบนหน้าจอ ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างทันทีเธอนั่งหลังตรง สายตาจับจ้องที่ข้อมูลบนหน้าจออย่างแน่วแน่ ขณะที่นิ้วมือเลื่อนดูอย่างต่อเนื่องเย่ซิวจ้องมองเธออย่างเงียบ ๆหากเธอแสดงท่าทีละโมบแม้เพียงน้อยนิด เขาจะทำให้เธอสลบและลบความทรงจำเกี่ยวกั
“กรี๊ดดด!”หลี่อวี่ถงกรีดร้องเสียงแหลม พลางใช้มือทั้งสองข้างปัดป่ายมั่วไปหมด ทั้งร่างเสียการทรงตัวอย่างสิ้นเชิงเย่ซิวรีบยื่นมือทั้งสองออกไปพยุงร่างของหลี่อวี่ถงไว้ทันก่อนที่เธอจะชนเข้ากับตัวเขาเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจสาวน้อยคนนี้ดูผอมบาง แต่ใครจะคิดว่ารูปร่างของเธอช่างน่าทึ่งเกินคาดหลี่อวี่ถงชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะก้มลงมองตำแหน่งที่เย่ซิววางมือไว้บนร่างกายของเธอ จากนั้นก็ส่งเสียงกรีดร้องที่ดังกว่าเดิมด้วยความตกใจสองนาทีต่อมา หลี่อวี่ถงนั่งหน้าแดงก่ำอยู่ตรงข้ามเย่ซิวพลางก้มหน้าไม่กล้าสบตา ร่างกายบิดไปมาและนั่งไม่ติดด้วยความกระสับกระส่ายในฐานะสาวติดบ้านที่ไม่เคยมีแฟนมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ใกล้ชิดกับผู้ชายมากขนาดนี้ที่สำคัญคือเพิ่งพบกันได้ไม่นานก็เกิดเหตุการณ์น่าอายขึ้น และต้นเหตุก็เป็นเพราะตัวเธอเอง ทำให้เธอยิ่งรู้สึกกระอักกระอ่วนมากกว่าเดิมแต่ลึก ๆ ในใจ กลับมีความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างผุดขึ้นมาเย่ซิวเป็นฝ่ายทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดลงก่อน “คุณหลี่ ลองบอกตัวเลขเงินเดือนที่คุณคาดหวังและประเมินงบประมาณสำหรับการจัดตั้งห้องปฏิบัติการทางชีวภาพดูสิครับ”เ
เหล่าผู้เข้าร่วมโครงการต่างตื่นเต้นไม่ต่างจากหลีอวี่ถงก่อนหน้านี้เมื่อความตื่นเต้นของทุกคนเริ่มเบาลงแล้ว เย่ซิวจึงเอ่ยถามว่าแต่ละคนยินดีที่จะเข้าร่วมโครงการหรือไม่ทุกคนต่างพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียง นี่คือโอกาสที่ดีและโครงการที่ยิ่งใหญ่ ใครจะอยากพลาดมันไปล่ะ?จากนั้นเย่ซิวจึงตกลงเรื่องค่าตอบแทนของแต่ละคน พร้อมกำชับให้พวกเขาโทรหาครอบครัวในทันทีตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป พวกเขาจะไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้อีกพวกเขาจะต้องติดตามเย่ซิวและเข้าสู่สภาพแวดล้อมปิดตายโดยสมบูรณ์จนกว่าจะประสบความสำเร็จในโครงการนี้ พวกเขาจะไม่สามารถติดต่อกับโลกภายนอกเด็ดขาดส่วนเรื่องเงินเดือนนั้น เย่ซิวกำหนดให้โอนเงินสามสิบเปอร์เซ็นต์ ของเงินเดือนเข้าบัญชีครอบครัวของพวกเขา ส่วนที่เหลืออีกเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ จะเก็บไว้ในบัญชีส่วนตัวสำหรับเงื่อนไขนี้ ทุกคนล้วนไม่มีข้อคัดค้านเย่ซิวยุ่งวุ่นวายจนกระทั่งรุ่งสาง จึงจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นและพาพวกเขาเข้าที่พักเพื่อให้พวกเขาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เย่ซิวแอบใช้พลังวิญญาณปรับสภาพร่างกายของพวกเขาให้แข็งแรงขึ้นห้องปฏิบัติการถูกจัดตั้งขึ้นภายในสวน
เมื่ออ็อคเข้าใกล้ แรงกดดันอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้พูท พรีเอลล์ และเคย์ฟี่ถึงกับสะดุ้ง หายใจติดขัดราวกับต้องเผชิญหน้ากับศัตรูร้าย!"เย่ซิว! นายมาที่นี่ทำไม? ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่นายควรมา!"เสียงของอ็อคดังกึกก้อง ราวกับฟ้าร้อง"หลีกไป อย่ามาขวางทางฉัน"เย่ซิวพูดอย่างไม่ไว้หน้า ขณะที่ยังคงจับจ้องไปที่โซเฟียเขากำลังคาดเดาว่าเธออาจจะมาจากโลกภายนอกนี่เป็นความเป็นไปได้ที่เขาคิดว่าน่าเชื่อถือที่สุด"อวดดีนัก! อยากตายรึไง!""เย่ซิว! ที่นี่ไม่ใช่สำนักโอสถ และไม่ใช่ประเทศหลงเถิงด้วย! นายมาคนเดียว อย่าทำตัวอวดดีให้มากนัก!""ใช่! ไม่งั้นนายอาจจะไม่ได้กลับออกไปจากที่นี่!"……เหล่าผู้ติดตามของอ็อคต่างพากันล้อมเย่ซิว สีหน้าของแต่ละคนล้วนเต็มไปด้วยความไม่เป็นมิตรและความเย็นชาถ้าเป็นเมื่อสัปดาห์ก่อน พวกเขาคงไม่กล้าพูดจาแบบนี้กับเย่ซิวแต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้วการปรากฏตัวของอ็อคทำให้พวกเขามั่นใจและกล้าแสดงออกมากขึ้นเพราะพวกเขาเคยเห็นฝีมือของอ็อคมาก่อน จึงรู้ว่าผู้ชายคนนี้แข็งแกร่งแค่ไหนพวกเขามั่นใจ แม้แต่เย่ซิวมาเอง อย่างมากก็คงทำได้เพียงเสมอกันยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่
จากสีหน้าของสามีผู้หญิงคนนี้เมื่อครู่ ดูเหมือนว่าเขาน่าจะเดาออก หรือไม่ก็รู้และปล่อยผ่านไปแล้วเรื่องแบบนี้คงไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในตระกูลใหญ่ มักจะมีเรื่องสกปรกแบบนี้อยู่เสมอบางครั้งเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ หรือเป้าหมายอื่น ๆการยอมสละภรรยาหรือแม้แต่ลูกสาวก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเย่ซิวเองก็เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อนเคย์ฟี่เป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์มากเธอเป็นผู้หญิงที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งวัยที่สุกงอมผู้หญิงแบบนี้เรียกได้ว่าเป็นนักล่าผู้ชายโดยแท้แต่เย่ซิวกลับไม่รู้สึกสนใจเธอสักเท่าไรไม่ใช่เพราะว่าเขาสูงส่งอะไรนักหรอก แต่เพราะเขารู้สึกว่าเธอดูสกปรกเกินไปผู้หญิงที่ถูกนับไม่ถ้วนลิ้มรสแบบนี้ ต่อให้สวยแค่ไหน เย่ซิวก็ไม่มีทางสนใจดังนั้นไม่ว่าเคย์ฟี่จะพยายามยั่วยวนยังไง เย่ซิวก็ยังคงนิ่งเฉยทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อยขณะที่พรีเอลล์ซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ เห็นฉากนี้ สีหน้ากลับดูผ่อนคลายขึ้นมาในใจคิดว่าแม่ยังสู้ตัวเองไม่ได้ อย่างน้อยตัวเองก็เคยทำสำเร็จมาก่อนผ่านไปห้าสิบกว่านาที พวกเขาก็มาถึงจุดหมายปลายทางทันทีที่ลงจากรถ ก็สามารถมองเห็นกำแพงขนาดมหึมา ล้อมรอบซากโบราณสถานท
เย่ซิวเผาผลาญเลือดสดของตนเองไปหนึ่งเปอร์เซ็นต์ชั่วพริบตา พลังของเขาก็เพิ่มขึ้นหนึ่งส่วนหากคำนวณเช่นนี้ ถ้าเขาเผาผลาญเลือดสดไปห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ก็จะสามารถเพิ่มพลังการต่อสู้ได้ถึงห้าเท่าในทันทีนี่เป็นสิ่งที่น่าหวาดหวั่นยิ่งนักทว่าทักษะลึกลับนี้ก็มีข้อบกพร่องที่ใหญ่หลวงนั่นคือหลังจากเผาผลาญเลือดสดแล้วจะต้องตกอยู่ในสภาวะอ่อนแอเป็นเวลานานแต่เย่ซิวสามารถลดอันตรายจากข้อเสียนี้ให้เหลือน้อยที่สุดเพราะร่างกายของเขาตอนนี้แข็งแกร่งเกินกว่าผู้ใดความสามารถในการสร้างเลือดของหัวใจนั้นน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งคนทั่วไปหากใช้วิชานี้ไปแล้วจะต้องใช้เวลาหลายเดือนเพื่อฟื้นตัวแต่เย่ซิวไม่เหมือนคนทั่วไปเขาสามารถฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติได้ภายในสิบกว่านาทีหากมีพลังงานเสริมเพียงพอ เขาสามารถใช้วิชาผลาญโลหิตได้สิบกว่าครั้งรุ่งเช้าของวันถัดมาเย่ซิวเดินทางมาถึงตระกูลของพรีเอลล์ทันทีที่ลงจากรถ เขาก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นพ่อแม่ของพรีเอลล์ คู่สามีภรรยาที่ดูยังหนุ่มสาวมาปรากฏตัวฝ่ายหญิงงดงามสง่า ฝ่ายชายมีกลิ่นอายที่ไม่ธรรมดาเบื้องหลังพวกเขายังมีเหล่าชายหญิงวัยหนุ่มสาวติดตามมาด้วย แต่ละคน
เย่ซิวคว้าคอของพรีเอลล์ไว้แน่น ก่อนจะปลดปล่อยวิชามารโลหิตออกมาอย่างไม่ลังเลสีหน้าของพรีเอลล์เปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก เธอพยายามดิ้นรนสุดกำลังแต่ตอนนี้ พลังของทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าเธอจะขัดขืนแค่ไหน ก็ไร้ประโยชน์พลังอันแข็งแกร่งที่แฝงอยู่ในเลือดของเธอถูกเย่ซิวดูดกลืนอย่างต่อเนื่องหลังจากดิ้นรนไปได้สักพัก ร่างกายของพรีเอลล์ก็ไร้เรี่ยวแรง ไม่สามารถขยับได้อีกต่อไปดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและวิงวอน ขณะที่จ้องมองไปที่เย่ซิวผิวพรรณของเธอซีดหมองราวกับแก่ลงไปสิบกว่าปีในพริบตาเมื่อดูดกลืนพลังในเลือดของเธอไปเกือบครึ่ง เย่ซิวจึงยอมปล่อยมือจากพรีเอลล์พรีเอลล์รีบถอยห่างออกจากเย่ซิวในทันที พลางหอบหายใจอย่างหนักเย่ซิวกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ผมไม่อยากเห็นคุณใช้วิธีสกปรกแบบนี้จัดการผมอีก ถ้ามีครั้งหน้า ผมไม่รับประกันว่าคุณจะรอดไปได้”เมื่อครู่ กลิ่นที่พรีเอลล์ปล่อยออกมาจากร่างกายคือยาชนิดซีและดูเหมือนว่าจะเป็นสูตรใหม่ที่เขาไม่เคยพบมาก่อน มีฤทธิ์รุนแรงมากถ้าหากเป็นช่วงที่เย่ซิวเพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับจินตาน มีโอกาสสูงที่เขาจะต้านทานมันไม่ไหวหากเป็นเช่นนั้น
เย่ซิวยอมไปกับพวกเขาโดยลำพัง แสดงว่าเขาต้องมีบางอย่างที่ทำให้สามารถเมินเฉยต่อพวกเธอได้ ความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เหลืออยู่ก็ถูกเก็บกลับไปที่จริงแล้ว จุดประสงค์ที่พวกเขามาหาเย่ซิวในครั้งนี้ ก็มีความคิดที่จะล่อเขาไปแล้วร่วมกันรุมโจมตีแต่จากสถานการณ์ตอนนี้ ดูเหมือนว่าความคิดนั้นจะเป็นไปไม่ได้แล้วเมื่อเก็บงำความคิดที่วุ่นวายในใจลงไป พูทก็หัวเราะเสียงดัง ก่อนจะยื่นมือออกไปวางบนไหล่ของเย่ซิวแต่เพียงแค่โดนสายตาของเย่ซิวจ้องกลับมา เขาก็รีบหดมือกลับไปอย่างขัดเขิน“เอ่อ งั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ น้องเขยสุดที่รัก ขึ้นรถของฉันสิ นี่เป็นรถยนต์ลอยตัวรุ่นใหม่ล่าสุดที่ประเทศจ้านฉงตี้วิจัยขึ้นมา”“โอ้ งั้นเหรอ งั้นผมต้องลองดูหน่อยแล้ว” เย่ซิวเผยสีหน้าสนใจขึ้นมาไม่ไกลจากจุดที่พวกเขายืนอยู่ มีรถคันหนึ่งจอดอยู่ ลักษณะภายนอกดูไม่ต่างจากรถสปอร์ตมากนักแต่เส้นสายของตัวรถดูโฉบเฉี่ยวกว่า ใหญ่กว่า และเต็มไปด้วยความล้ำสมัยทางเทคโนโลยีพูทเป็นคนเปิดประตูรถก่อน แล้วทำท่าเชื้อเชิญให้เย่ซิวขึ้นไปเย่ซิวกับพรีเอลล์นั่งที่เบาะหลังส่วนพูทเป็นคนขับพูทกดปุ่มสตาร์ทรถ ทันใดนั้นล้อทั้งสี่ของรถก็ถูกพับเก็บเข้าไ
“น้องเขยที่รัก ไม่ได้เจอกันตั้งนาน คิดถึงพี่เขยบ้างไหม?”พูทเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นเย่ซิว ก่อนจะกางแขนออกแล้วพุ่งเข้าหาเขาด้วยความเร็วแต่กลับโดนเย่ซิวเตะออกไปเต็มแรงจนร่างทั้งร่างลอยหวือไปนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นพูทดีดตัวขึ้นมาทันทีแบบไม่เสียฟอร์ม กระโดดลุกขึ้นยืนได้อย่างคล่องแคล่วเขาเกาหลังหัวพลางหัวเราะแห้ง ๆ โดยไม่รู้สึกกระดากอายแม้แต่นิดเดียวถ้าใครคิดว่าพูทเป็นแค่ผู้ชายซื่อ ๆ ตรงไปตรงมา ก็คงถูกเขาหลอกจนไม่เหลือกระดูกสักชิ้นพรีเอลล์ที่เห็นเย่ซิวอีกครั้ง สีหน้าของเธอดูซับซ้อนอย่างบอกไม่ถูกผู้ชายคนนี้เคยทำให้เธอเหมือนลอยอยู่บนฟ้า แต่ก็เคยทำให้เธอโมโหจนแทบอยากจะฆ่าเขาให้ตายเหมือนกัน“พวกนายมาทำอะไรที่นี่?” เย่ซิวถามเสียงเรียบ“แน่นอนว่ามาเพราะคิดถึงน้องเขยอย่างนายสิ” พูททำท่าจะพูดจากวน ๆ แต่พอเห็นสีหน้าของเย่ซิวที่ดูไม่เป็นมิตร ก็รีบเปลี่ยนคำพูดแทบไม่ทัน “เอ่อ คือ พรีเอลล์คิดถึงนายน่ะ ฉันก็เลยมาด้วย”พรีเอลล์กลอกตา “พี่ชาย เลิกพูดอะไรไร้สาระเถอะ ทุกคนไม่ได้โง่นะ เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า”พูทเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง “เย่ซิว นายไม่ได้อยากไปที่นั่นหรอกเหรอ? ถ้าจะไปก็ต้องรีบแล้วนะ ถ
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คุณไม่ต้องซ่อมถนนอีกแล้ว""ได้ เข้าใจแล้ว"หยางถิงถิงแสดงท่าทางสงบนิ่ง ไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วหากเป็นเมื่อก่อน เมื่อได้ยินข่าวนี้ เธอคงจะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ"แล้วฉันล่ะ" น่าอีชี้มาที่ตัวเอง ถามด้วยสายตาเว้าวอน"ขึ้นอยู่กับว่าคุณสามารถสร้างคุณค่าให้ฉันได้มากแค่ไหน" เย่ซิวมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า "บอกเวทมนตร์ฉันมาอย่างหนึ่ง แล้วเธอจะได้รับอิสระสามวัน""ได้! ฉันบอกคุณสิบอย่างเลยตอนนี้"เธอก็ยอมรับชะตากรรมแล้ว ในเมื่อทรยศไปแล้ว ก็ขอให้มันสุดทางมีเพียงการมีชีวิตอยู่เท่านั้น จึงจะมีโอกาสพลิกสถานการณ์ได้เย่ซิวใช้พลังจิตตรวจสอบเธอ เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่เธอพูดเกี่ยวกับเวทมนตร์ไม่มีอะไรผิดพลาดผู้หญิงคนนี้ก็ฉลาดดี ไม่กล้าใช้เล่ห์เหลี่ยมใด ๆ ว่าง่ายและบอกเวทมนตร์สิบชนิดออกมาอย่างไม่ปิดบังเย่ซิวจึงได้เพิ่มศาสตร์ที่รู้จักเข้าไปอีกสิบวิธีจากนั้น เขาก็ปล่อยให้เธอไปตามใจผู้หญิงคนนี้ยังมีมารยาท กล่าวขอบคุณเย่ซิวก่อนจากไป"พี่ชายเย่ สอนวิชาเวทย์ให้ฉันหน่อยสิ"เมื่อน่าอีจากไป หยางถิงถิงก็จับแขนของเย่ซิวแล้วออดอ้อนก่อนหน้านี้ที่เธอทำตัวสงบนิ่งนั้น มีส
ภายในห้องทดลองชีวภาพหมายเลขเก้าซึ่งเป็นห้องทดลองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจ้านฉงตี้จากข้างใน มีเสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวดังออกมาเป็นระลอกราวกับสิ่งมีชีวิตโบราณที่ตื่นขึ้นจากการหลับใหล สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งโลกหมีสงครามทองคำตัวหนึ่ง สูงกว่าสิบเมตร ขนทั่วร่างเป็นสีทองอร่าม แม้แต่ดวงตาก็เป็นสีทองมันเงยหน้าคำราม เสียงกึกก้องแผ่กระจายออกไปจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าภายในห้องทดลอง นักวิทยาศาสตร์ในเสื้อกาวน์สีขาวต่างส่งเสียงโห่ร้องด้วยความยินดีจนแทบแสบแก้วหู“ฮ่าฮ่าฮ่า! ในที่สุดก็สำเร็จ!”“หมีสงครามทองคำ นี่คือสายเลือดที่สมบูรณ์แบบที่สุด”“พลังของมันตอนนี้ มากกว่าพูทถึงหนึ่งร้อยเท่า!”“หมีสงครามทองคำตัวนี้สามารถฉีกกระชากจักรกลมังกรดำได้อย่างง่ายดาย”“แล้วมันจะสู้กับเย่ซิวได้ไหม?”“คงยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอก… แต่ตอนนี้พลังของมันยังไม่ได้ถูกปลดปล่อยออกมาทั้งหมด มันยังต้องการสารอาหารอีกมหาศาล”“รีบรายงานองค์จักรพรรดิ ขออนุมัติสารอาหารเพิ่ม! ตามการคำนวณของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เมื่อมันดูดซับพลังงานได้มากพอ มันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และจะแข็งแกร่งกว่าเย่ซิวอย่างแน่นอน”……เย่ซิวพาน่าอี
เขานึกถึงสถานที่ที่พรีเอลล์เคยพูดถึง สถานที่ที่แม้แต่การระเบิดของระเบิดเอชก็ไม่อาจทำลายได้คงต้องไปดูสักหน่อย ว่าจะมีอะไรให้เก็บเกี่ยวได้บ้างเย่ซิวละสายตากลับมา แล้วหยิบเสื้อผ้าชุดหนึ่งออกมาจากแหวนผนึก ก่อนจะโยนให้น่าอีใส่เสื้อผ้าแล้วตามฉันกลับไปหญิงคนนี้พลังไม่นับว่าอ่อนแอ จะปล่อยไปโดยเปล่าประโยชน์ไม่ได้อีกทั้งบนตัวเธอยังมีสิ่งที่มีค่าอีกมากมายที่สามารถค่อย ๆ รีดเค้นออกมาได้น่าอีเม้มริมฝีปากแน่นอย่างไม่เต็มใจ ก่อนจะสวมเสื้อผ้าเธอกะเผลกเดินกะเผลกมาหยุดอยู่ข้างเย่ซิว โดยไม่เอ่ยคำใดเย่ซิวยกแขนโอบรัดเอวเธอ ก่อนจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า มุ่งหน้ากลับไปยังสำนักโอสถ......ภายในประเทศจ้านอิงตี้ เมื่อจักรพรรดิอินทรีครามได้รับรายงานจากผู้ช่วย ความโกรธก็ปะทุขึ้นจนเขาขว้างถ้วยในมือจนแตกกระจาย"เย่ซิว! เป็นเย่ซิวอีกแล้ว! ดาวเทียมลาดตระเวนที่ส่งขึ้นไปอย่างยากลำบาก กลับถูกเขาทำลายลงอีกครั้ง! พลังของมันพัฒนาไปถึงระดับไหนกันแน่!"ในฐานะบุคคลที่ครอบงำทั่วโลกมานานหลายสิบปี นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกจนปัญญาและอัดอั้นขนาดนี้ แถมยังเต็มไปด้วยโทสะอย่างลึกล้ำผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่กล้าแ