ไป๋อวี้เจี๋ยโน้มตัวเข้าไปใกล้หูของเย่ซิว เสียงของเธอตื่นเต้นมาก “คุณเห็นไหม นี่คือไอดอลของฉันเลย”“ภาพวาดนี้ไม่มีใครเทียบได้ในโลกแล้ว ไม่ว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ ฉันจะเอามาให้ได้!”ท่าทีของเย่ซิวดูแปลก ๆ แต่เขาไม่ได้พูดอะไรหลังจากที่แนะนำเสร็จพิธีกรก็ประกาศราคาเริ่มต้นทันทีหนึ่งพันล้านบาทเช่นกันที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อเป็นการให้เกียรติศิลปินอาวุโสเท่านั้นทันทีที่เขาพูดจบ ไป๋อวี้เจี๋ยก็เป็นคนแรกที่เสนอราคา“แปดพันล้าน!” เธอดูมุ่งมั่นที่จะชนะอย่างไรก็ตาม มันไม่ได้ทำให้คนอื่นกลัว“เก้าพันล้าน!”“หนึ่งหมื่นสองพันล้าน!” "หนึ่งหมื่นสามพันล้าน!" ……ย้อนกลับไปในที่เล็ก ๆ เช่นเมืองเจียงเฉิง ผลงานสองชิ้นของเย่ซิวสามารถขายได้ในราคามากกว่าหมื่นล้านบาทเมื่อมาถึงเมืองหลวง มูลค่าของมันย่อมสูงขึ้นเป็นธรรมดาในพริบตาเดียว ราคาเสนอก็ขึ้นเป็นสองหมื่นสามพันล้านบาท! บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หลายแห่งอาจไม่ทำกำไรได้มากขนาดนั้นในหนึ่งปีด้วยซ้ำ!ส่วนต้าวจือตัวปลอมนั้นกำลังพยายามที่จะเก็บอารมณ์ แต่ใบหน้าของเขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา“ให้ตายสิ!” ไป๋อวี้เจี๋ยต้องการที่จะเสนอราคา
มุมปากของเย่ขวงกระตุกเดิมทีเขาไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่เมื่อคิดทบทวนอีกทีแล้ว หากมันเป็นของปลอมขึ้นมาจริง ๆ เขาคงจะสูญเสียเงินมากกว่าสองหมื่นล้านไปโดยเปล่าประโยชน์ดังนั้นเขาจึงบอกให้คนไปนำน้ำส้มสายชูมานำภาพม้านับหมื่นมารมควันสายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ม้วนกระดาษมีเพียงต้าวจือตัวปลอมเท่านั้นที่ดูไม่สบายใจอย่างมาก ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบ ๆ ค้นหาทางหลบหนีน่าเสียดายที่ทางออกทั้งหมดมีคนเฝ้าอยู่ ดังนั้นเขาจึงไม่มีโอกาสได้หนีม้วนภาพนั้นเมื่อสัมผัสกับน้ำส้มสายชูและรมควันแล้ว ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปทันที!“มันเก่าจริง ๆ ด้วย!”“ตายจริง นี่หมายความว่าภาพวาดนี้เป็นของปลอมจริง ๆ ใช่ไหม?”……ผู้อาวุโสขยับเข้ามาใกล้เพื่อสังเกตอย่างละเอียดยิ่งกว่านั้น พวกเขายังได้นำเครื่องมือต่าง ๆ ออกมาเพื่อทำการทดสอบด้วยผลลัพธ์ที่ได้สอดคล้องกันทั้งหมดภาพวาดนี้เป็นของราชวงศ์ก่อนจริง ๆเพียงแต่ว่ามันค่อนข้างคล้ายกับลายมือของเย่ซิว ต้าวจือตัวปลอมแก้ไขมันเล็กน้อยแล้วเขาก็หลอกลวงผู้คนได้มากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเย่ขวง เขาแทบจะกำลังระเบิดด้วยโทสะการกลับมาอย่างทรงพลังของเขาเสียท่าเพราะคนโกงนี่ ทำให้ชื
จากนั้นพวกเขาก็เห็นพู่กันของเย่ซิวเคลื่อนไหวราวกับมังกรบิน จังหวะการลงพู่กันราวกับมีเทพเซียนนำทาง ลื่นไหลไปอย่างอิสระโดยไม่ต้องหยุดแม้แต่น้อยในขณะเดียวกัน ปลายพู่กันก็ไม่เคยออกห่างจากกระดาษเลย!"นี่มัน… หนึ่งจรดเซียน!" “โอ้พระเจ้า ทักษะนี้มันหายไปนานแล้ว แต่ตอนนี้กลับปรากฏขึ้นอีกครั้ง!”“นี่ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?”ชายชราหลายคนวิ่งไปยืนตรงหน้าเย่ซิวอย่างกระตือรือร้น และจ้องเขม็งไปที่โต๊ะมีคนงุนงงเอ่ยถามว่า "หนึ่งจรดเซียนคืออะไรเหรอ?"ผู้รู้ท่านหนึ่งอธิบายว่า “หมายความว่าตั้งแต่เริ่มจนจบทุกอย่างในการจรดพู่กันเพียงครั้งเดียว”“ในช่วงเวลาที่เขียน ปลายพู่กันจะไม่ยกขึ้นจากกระดาษ และจะไม่มีการเติมหมึกเพิ่ม”“ต้องใช้ทักษะการเขียนและการควบคุมที่สูงมากทีเดียวถึงจะบรรลุผลได้”มีอีกคนหนึ่งถามว่า “แล้วท่านอาจารย์ทั้งหลายทำไม่ได้หรือ?”ผู้อาวุโสคนหนึ่งได้ยินสิ่งนี้ก็ส่ายหัว "เราทำไม่ได้ เว้นแต่เราจะฝึกอักษรวิจิตรและวาดภาพอย่างหนักต่อไปอีกสามสิบปี!"ชายชราอีกคนก็เห็นด้วยว่า "การเขียนตัวเขียนสองสามตัวก็ยังพอเป็นไปได้ แต่การวาดภาพนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลย"เฮ้อ!ทันใดนั้นก็มีคนพ่นลมหายใจด้
"ทุกท่านคะ คืนนี้ช่างเต็มไปด้วยเรื่องที่ไม่คาดฝันจริง ๆ เลยนะคะ!"พิธีกรหนุ่มหล่อขึ้นไปบนเวทีแล้วกล่าวคำสั้น ๆ ไม่กี่คำ จากนั้นก็เข้าประเด็น"ตามความตั้งใจของอาจารย์ต้าวจือ ราคาเริ่มต้นของ 'ภาพมังกรทะยานฟ้า' นี้อยู่ที่หนึ่งหมื่นล้านบาท และการเสนอเพิ่มแต่ละครั้งต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยล้านค่ะ!" ก่อนที่เขาจะพูดจบ เย่ขวงก็พูดขึ้นว่า "ห้าหมื่นล้าน!"เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องนำภาพนี้มาครองให้ได้เพราะภาพมังกรทะยานฟ้านี้ เย่ซิวเป็นคนวาดเอง เขาจึงรู้สึกว่ามันเป็นตัวแทนของตัวเองเขาต่างหากที่เป็นมังกรทะยานฟ้า!ไป๋อวี้เจี๋ยต้องไม่ยอมแพ้ "หกหมื่นล้าน!" พิธีกรอ้าปากกว้างจนแมลงวันจะบินเข้าไปได้อยู่แล้วเธอเคยจัดงานประมูลมาหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีครั้งไหนบ้าเท่างานคืนนี้เลยการเสนอราคาเพิ่มแต่ละครั้งคือหนึ่งหมื่นล้านบาท! ยิ่งไปกว่านั้นก็ยังไม่สามารถดับความกระตือรือร้นของผู้มั่งคั่งเหล่านี้ได้ราคาพุ่งทะยานไปอย่างต่อเนื่อง!และมาถึงแปดหมื่นล้านอย่างรวดเร็ว! เมื่อมาถึงจุดนี้ บางคนก็เริ่มมีเหตุมีผลมากขึ้นแต่ก็ยังมีคนบางส่วนที่ยังประมูลต่อไปคนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้ที่ไม่ขาดเงินมีเงินมา
"นายน้อย!"คนขับรถเห็นดังนั้นก็สีหน้าเปลี่ยน เขารีบวิ่งเข้าไปแต่แล้วทุกอย่างก็มืดลงต่อหน้าต่อตาเขา และหมดสติตามไปเช่นกันเย่ซิวนำม้วนภาพมาหลังจากคิดดูแล้ว เขาก็ถอดเสื้อผ้าของเย่ขวงและคนขับออก จัดท่าสองสามท่าแล้วถ่ายรูปแล้วเขาก็จากไปในอีกด้านหนึ่ง หลังจากที่ไป๋อวี้เจี๋ยกลับบ้าน เธอก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วโทรหาเสวี่ยเหมยเธอพูดคุยทางโทรศัพท์ เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นคืนนี้อย่างตื่นเต้นแน่นอนว่าเธอไม่ได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเย่ซิวหลังจากได้ยินอย่างนั้นแล้วเสวี่ยเหมยก็หยอกล้อว่า "ดูท่าเธอจะตกหลุมรักเขาแล้วล่ะมั้ง"ไป๋อวี้เจี๋ยไม่ใช่เด็กสาวตัวน้อยอีกต่อไป เมื่อพูดถึงเรื่องแบบนี้เธอก็ไม่ได้เขินอายเลย แต่กลับยอมรับอย่างเปิดเผยและมั่นใจแทน“ใช่ ฉันก็คิดว่าอย่างนั้นแหละ… แต่ดูเหมือนว่าเขาจะมีรสนิยมสูงมาก ฉันไม่แน่ใจเลยว่าจะทำสำเร็จหรือเปล่า”อีกด้านหนึ่งของสาย เสวี่ยเหมยแปลกใจเล็กน้อย "ผู้ชายแบบไหนกันที่ทำให้ไฮโซสาวของเราไม่มั่นใจในตัวเองขนาดนี้?"ไป๋อวี้เจี๋ยนึกในใจว่า ‘ก็คนที่ทำให้พี่หงุดหงิดมากคนนั้นไงล่ะ’แน่นอนว่าเธอพูดแบบนี้ไม่ได้ ดังนั้นเธอจึงเปลี่ยนเรื่อง "พี่ส
เย่ซิวตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง "คุณยินดีอะไรนะ?"ไป๋อวี้เจี๋ยต่อยหน้าอกของเย่ซิวด้วยสีหน้าเขินอาย "โอ๊ย คุณนี่น่ารำคาญจริง ๆ รู้แล้วยังจะถามอีก รอเดี๋ยวนะคะ ฉันขอไปอาบน้ำก่อน"หลังจากพูดอย่างนั้น เธอก็หันหลังกลับแล้วรีบเดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง และปล่อยให้เย่ซิวยืนงงอยู่ตรงนั้นเย่ซืวส่ายหัว จากนั้นก็เดินมาที่หน้าห้องของลู่เสวี่ยเอ๋อร์และตั้งใจฟังที่ประตูแม่และลูกสาวนอนด้วยกันภายในห้องและหายใจสม่ำเสมอ มีความเป็นไปได้มากว่าพวกเขาหลับแล้วเย่ซิวไม่ได้รบกวนพวกเขาและกลับไปอาบน้ำที่ห้องในอีกด้านหนึ่ง ไป๋อวี้เจี๋ยเข้าไปในห้องน้ำพลางถอดเสื้อผ้าออก และหยิบครีมอาบน้ำอันแสนล้ำค่าที่เธอใช้เงินไปหลายล้านเพื่อซื้อมา เธอใช้เจลอาบน้ำนี้เพียงครั้งเดียวตอนที่เธอกำลังจะแต่งงานจำกัดเพียงสิบขวดทั่วโลก ถึงคุณมีเงิน คุณก็ไม่สามารถซื้อได้มันส่งกลิ่นหอมมากเมื่อทาลงบนร่างกาย และสามารถกระตุ้นความปรารถนาอันลึกล้ำของผู้คนได้โดยไม่รู้ตัวเมื่อสูดกลิ่นเข้าไปแล้วเธอรู้สึกแปลก ๆ ทันทีไป๋อวี้เจี๋ยล้างอย่างพิถีพิถันร่างกายของเธอ ตั้งบนจรดร่าง ทั้งภายนอกและภายใน ได้รับการทำความสะอาดหมดจนแล้วหน้ากระจก ด
ไป๋อวี้เจี๋ยรู้สึกมั่นใจและคาดหวังอย่างมากเกี่ยวกับการพัฒนาที่จะเกิดขึ้นไป๋อวี้เจี๋ยนั่งข้างคอมพิวเตอร์ วางมือบนเมาส์เธอปัดสองสามครั้งแล้วจงใจพูดกับเย่ซิว "หืม เมาส์นี่ดูเหมือนจะผิดปกตินะ ช่วยดูให้หน่อยสิ""ใช่เหรอครับ?"เย่ซิวยังไม่รู้ถึง 'เจตนาร้าย' ของไป๋อวี้เจี๋ยดังนั้นเขาจึงเดินเข้าไปแล้วขยับเมาส์เล็กน้อย“ก็ไม่เป็นอะไรนี่ครับ มันตอบสนองปกติไม่ใช่เหรอครับ?”ไป๋อวี้เจี๋ยรีบวางมือลงบนหลังมือของเย่ซิว เงยหน้าขึ้นและแสร้งทำทีเป็นไม่รู้เรื่องพูดอย่างไร้เดียงสา "อ้าว ไม่เป็นไรแล้วเหรอ? นายนี่สุดยอดมากเลยนะ"เย่ซิวพูดไม่ออก “….."เขาดึงมือกลับ และไป๋อวี้เจี๋ยก็แสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในใจกลับลิงโลดหากก้าวแรกสำเร็จ ก้าวที่สองก็จะต้องสำเร็จเช่นกันสิ“เลขบัญชีอะไรนะคะ?”เย่ซิวบอกหมายเลขบัญชีของเขาแม้ว่าเขาจะทำเงินได้มากมายเมื่อเร็ว ๆ นี้ แต่ในความเป็นจริง ในสถานที่เช่นเมืองหลวง หากคุณต้องการลงทุนที่มากขึ้นด้วยเงินเพียงเล็กน้อย เงินจำนวนนี้ไม่ได้มีนัยสำคัญอะไรเลยเย่ซิวมีโครงการที่รับประกันว่าจะทำเงินได้มากมายแต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ดำเนินการเนื่องจากขาดเงินทุน
ไป๋อวี้เจี๋ยขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง ดวงตากลมโตฉ่ำวาวของเธอเต็มไปด้วยเสน่ห์และความคับข้องใจขณะที่เธอมองไปที่เย่ซิว“ฉันชอบคุณมากนะ รับฉันไว้เถอะ เว้นแต่อดีตสามีของฉันที่เสียชีวิตไปแล้ว ฉันไม่เคยแตะต้องใครเลย”“ฉันสะอาดกว่าผู้หญิงหลาย ๆ คนด้วยซ้ำ และไม่ต้องห่วง ฉันจะไม่บอกแฟนของคุณเกี่ยวกับเรื่องของเรา ฉันยอมเป็นรักลับ ๆ ของคุณ” เย่ซิวแอบถอนหายใจคำพูดของไป๋อวี้เจี๋ยมีผลทำลายล้างมากจริง ๆ นักธุรกิจสาวที่มีอำนาจในโลกธุรกิจและมีมูลค่าสุทธิกว่าล้านล้านบาท สามารถละทิ้งความภาคภูมิใจของเธอ และทำกิริยาท่าทางราวกับเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แม้แต่น้ำเสียงก็ยังนุ่มนวลอ่อนน้อมเย่ซิวเองก็ไม่ใช่ประเภทใจแข็งเสียด้วยเมื่อเห็นว่าเย่ซิวยังคงเฉยเมยไป๋อวี้เจี๋ยก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้ไม้ตายเธอพูดกับเย่ซิวด้วยเสียงที่อ่อนโยนที่สุดในชีวิต "ได้ไหมคะ? นายท่านของฉัน"ประโยคนี้มีพลังทำลายล้างมหาศาลมากกำลังภายในและเลือดของเย่ซิวที่สงบลงไปแล้วอย่างยากเย็น ตอนนี้กลับพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้งเมื่อไป๋อวี้เจี๋ยเห็นสีหน้าของเย่ซิวก็รู้ว่าวิธีนี้ได้ผล เธอจึงใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นั้นทันที ตีเหล็กต้องตีต
อาวุธในมือของพวกนั้นล้วนเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัย เป็นอาวุธเลเซอร์ที่ยังไม่ถูกปล่อยออกสู่ตลาดและมีระยะการโจมตีไกลถึงห้ากิโลเมตรเย่ซิวหลบหลีกอย่างต่อเนื่องพร้อมกับอดชื่นชมไม่ได้ว่ากำลังรบของประเทศจ้านอิงตี้นั้นไม่ธรรมดาหากเขาถูกโจมตีโดยอาวุธเลเซอร์เหล่านี้มากเกินไปก็อาจจะได้รับผลกระทบไม่น้อยหน่วยรบเขี้ยวพิษกว่าหกสิบเปอร์เซ็นต์ พุ่งตรงมาไล่ล่าเย่ซิวพวกเขาต่างมองออกว่าเย่ซิวแข็งแกร่งกว่าพรีเอลล์มากเย่ซิวคิดในใจก่อนจะปล่อยจอมมารโลหิตออกมา ทันทีที่ปรากฏตัว จอมมารโลหิตก็ส่งเสียงคำรามลั่นก่อนจะพุ่งตรงเข้าไปทันทีเพียงไม่นานก็มีเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นหมวกที่หน่วยรบเขี้ยวพิษสวมใส่ปล่อยคลื่นสมองพิเศษที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อจอมมารโลหิตเขารีบกลับมาหาเย่ซิวด้วยสีหน้าหวาดกลัว “นั่นมันอะไรน่ะ วิญญาณที่ข้ากลืนไปเมื่อกี้นี้เสียเปล่าหมดเลย”เย่ซิวมีสีหน้าตึงเครียดเล็กน้อยกลุ่มศัตรูพวกนี้มีอุปกรณ์ที่ล้ำสมัยอย่างไม่น่าเชื่อ ถึงขั้นมีวิธีรับมือกับพลังวิญญาณโดยเฉพาะด้วยแต่ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไรเย่ซิวสะบัดมือเหวี่ยงหอกยาวในมือออกไปอย่างแรงหอกนั้นเปล่งประกายเจิดจ้าพร้อมด้วยพลังจิตที่เขาแฝงไ
“บ้าเอ๊ย! ทำไมพวกมันถึงแข็งแกร่งขนาดนี้?!”ผู้รับผิดชอบฐานลับถอยออกมาจากวงต่อสู้ยืนมองเย่ซิวกับพรีเอลล์ที่กำลังถล่มศัตรูอย่างดุเดือด ทำให้ใจเขารู้สึกสั่นสะท้านแต่ทันใดนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียมทันที “ยังไงซะ พวกแกก็อย่าหวังว่าจะหนีออกไปได้เลย”สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ปุ่มอีกอันหนึ่งที่พกติดตัวอยู่ปุ่มนี้คือสวิตช์สำหรับทำลายล้างตัวเองของฐานลับนี้!ใต้ดินมีการฝังระเบิดจำนวนมากไว้ เมื่อกดปุ่มจะเกิดการระเบิดที่รุนแรงจนสามารถเขย่าฟ้าสะเทือนดินได้เขาประเมินสถานการณ์ในใจด้วยพลังการต่อสู้ที่สองคนนี้แสดงออกมา แม้ระเบิดทั้งหมดจะถูกจุดชนวนก็อาจจะยังไม่สามารถฆ่าพวกเขาได้แต่ถึงตายก็ใช่ว่าจะไม่มีอะไรเหลือให้เก็บเกี่ยวเลยอย่างน้อยแค่เก็บตัวอย่างเลือดหรือชิ้นส่วนเนื้อเยื่อมาเพื่อการวิจัยก็เพียงพอแล้วเมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็หันหลังวิ่งออกไปทันทีก่อนจะขึ้นมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่เขาเร่งเครื่องจนสุด ขี่ออกไปด้วยความเร็วสูงจนเสียงเครื่องยนต์คำรามก้อง เมื่ออยู่ห่างออกมาราวยี่สิบกิโลเมตรแล้ว เขาก็หยิบสวิตช์ระเบิดขึ้นมากดอย่างแรงตูม! ตูม! ตูม!เสียงระเบิดดังสนั่นจนแก้วหูแทบ
พรีเอลล์เห็นว่าเย่ซิวไม่ได้คิดจะแย่งสร้อยไปจากเธอจึงแอบถอนหายใจโล่งอกเล็กน้อย ก่อนที่ริมฝีปากใต้หน้ากากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มตูม!ไม่กี่นาทีต่อมา ทั้งเรือก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอาคมป้องกันด้านนอกถูกทำลายลงแล้วและก็เป็นจังหวะที่พวกเขาหาของมีค่าทั้งหมดในห้องเสร็จพอดีเย่ซิวโยนหอกยาวเล่มหนึ่งให้พรีเอลล์ ส่วนตัวเองก็คว้าหอกอีกเล่มเอาไว้ก่อนจะพุ่งออกไปพร้อมกันพวกเขาเจอกับกลุ่มทหารชุดแรกที่เพิ่งบุกเข้ามาทั้งสองฝ่ายเริ่มการต่อสู้ทันทีโดยไม่มีคำพูดใด ๆ “พวกแกเป็น…”“อ๊าก!!”ทั้งสองพุ่งเข้าใส่โดยไม่รอให้ใครพูดจบเสียงไซเรนดังสนั่นไปทั่วด้านนอกทหารฝีมือดีจำนวนมากรีบวิ่งเข้ามาพร้อมใช้อาวุธในมือยิงโจมตีไม่ยั้งชายชราในกลุ่มผู้บังคับบัญชาผู้มีผมสีขาวแต่ใบหน้าอ่อนเยาว์มองพวกเขาด้วยสายตาตื่นตะลึง “เป็นไปได้ยังไง ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว ทำไมในเรือถึงยังมีคนรอดชีวิตได้?”ผู้รับผิดชอบฐานลับร้องตะโกนพลางถอยหลัง พร้อมกับหยิบอุปกรณ์ส่งสัญญาณเตือนภัยออกมากดอย่างแรง“อย่าปล่อยให้พวกมันหนีไปได้ แม้ต้องสละชีวิตก็ต้องหยุดพวกมันไว้ พวกมันอาจมีความลับเกี่ยวกับการมีชีวิตอมตะก็เป็นได้”พวกเ
เย่ซิวใช้เวลาสองสามนาทีในการถอดรหัสอักขระบนประตู ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องเป็นคนแรกทันทีที่เข้าไป เขาก็เห็นผู้หญิงสองคนยืนเผชิญหน้ากันอยู่กลางห้องผู้หญิงคนหนึ่งกำลังใช้มีดสั้นแทงเข้าไปในท้องของอีกคน ส่วนอีกคนก็เสียบมือทะลุเข้าไปในหัวใจของเธอพรีเอลล์รีบวิ่งไปดูใกล้ ๆ แล้วสำรวจดูอย่างละเอียดผู้หญิงทั้งสองคนดูสวยมาก และจากเสื้อผ้าที่สวมใส่ ดูเหมือนว่าพวกเธอจะเป็นเจ้าหญิงแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่พวกเธอก็ยังคงแผ่รัศมีความสง่างามตามธรรมชาติออกมา“นี่มันอะไรกัน?”พรีเอลล์หยิบของที่คล้ายเข็มทิศออกมาจากมือของผู้หญิงคนหนึ่ง มันเต็มไปด้วยอักขระที่ซับซ้อนเย่ซิวเหลือบมองแค่ครั้งเดียวก็เอ่ยขึ้น “นี่น่าจะเป็นศูนย์ควบคุมของทั้งเรือลำนี้คาดว่าตอนที่เจ้าของเรือลำนี้ถูกเล่นงาน และตอนที่กำลังจะตาย เขาน่าจะเปิดใช้งานอาคมของเรือ ทำให้เรือล่มทั้งลำไปพร้อมกัน”พรีเอลล์มองเขาด้วยสายตาชื่นชม ดวงตาเป็นประกาย “ว้าว นายนี่เก่งจริง ๆ สุดยอด ฉันชอบนายมากเลย”เย่ซิวยังคงสีหน้าราบเรียบ “ประจบไปก็เปล่าประโยชน์ ยังไงของที่ได้มาก็ต้องแบ่งตามที่ตกลงกันไว้”เขารู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ถึงแ
ทุกคนต่างดีใจเป็นอย่างมาก“โชคดีมากที่เจอวัสดุแบบนี้”หลังจากเปิดห้องติดต่อกันสิบกว่าห้องโดยไม่มีอะไรเลย ในที่สุดเย่ซิวก็พบของในห้องหนึ่งที่ดูหรูหรากว่าห้องอื่น ๆเจ้าของห้องนี้น่าจะมีสถานะค่อนข้างสูงดูได้จากขนาดห้องและการตกแต่งภายในเจ้าของห้องเป็นชายวัยกลางคน บนนิ้วมีแหวนผนึกของสวมอยู่แต่แหวนนี้มีขนาดเล็กกว่าแหวนของเย่ซิว มีพื้นที่เพียงหนึ่งลูกบาศก์เมตรเท่านั้นในแหวนผนึกของมีอุปกรณ์เวทมนตร์อยู่หลายชิ้นและยังมีวัสดุอีกจำนวนไม่น้อย โดยของที่มีมูลค่าสูงที่สุดคือแร่สีเหลืองดินขนาดเท่าฝ่ามือชิ้นหนึ่งแร่ชนิดนี้เป็นวัสดุสำคัญมากชนิดหนึ่งในการหลอมสร้างร่างแยกธาตุดินพรีเอลล์มองแหวนผนึกของด้วยสายตาเป็นประกาย ก่อนจะเอ่ยด้วยสายตาปิ๊ง ๆ “ให้ฉันได้ไหม”“ไว้ค่อยคุยกันตอนออกไปข้างนอก” เย่ซิวตอบแบบขอไปที ของล้ำค่าแบบนี้จะให้เธอได้ยังไงล่ะ?หากมีแหวนผนึกของแบบนี้มากขึ้น ในอนาคตเวลามีการต่อสู้ เขาจะสามารถแอบส่งอุปกรณ์พวกนี้ไปที่สนามรบได้โดยไม่มีใครรู้และปล่อยออกมาในครั้งเดียวโดยไม่ให้ศัตรูรู้ตัว รับรองได้เลยว่าจะทำให้ศัตรูประหลาดใจอย่างแน่นอน“ไม่เอาน่า เอามาให้ฉันเถอะนะ” พรีเอลล์เอ่
ภายในเรือลำใหญ่ไม่ได้มืดมิดอย่างที่คิดไว้ แต่กลับสว่างไสวอย่างมากบนเพดานเรือประดับด้วยไข่มุกราตรีขนาดใหญ่ที่เปล่งแสงสว่างนิรันดร์ไม่เคยดับพวกเขาเห็นนักรบที่สวมเกราะหรูหรา ถือหอกยาว ยืนอยู่ตามตำแหน่งเฉพาะแม้พวกเขาจะเสียชีวิตไปนานหลายปีแล้ว แต่ยังคงแผ่รังสีแห่งพลังอันแข็งแกร่ง ทำให้ผู้คนรู้สึกเกรงกลัวเพียงแค่ได้มองเมื่อพรีเอลล์เห็นภาพเบื้องหน้า เธอก็กรีดร้องด้วยความตื่นเต้นก่อนจะพุ่งเข้าไปทันที และเอื้อมมือไปสัมผัสชุดเกราะเบา ๆ “นี่คือเกราะเวทมนตร์ที่ทำจากมิธริล[footnoteRef:0]ซึ่งเป็นวัสดุหายากล้ำค่า [0: เป็นโลหะในจินตนาการจากนิยายแฟนตาซีเรื่องดัง] ฉันเคยเห็นเกราะเวทมนตร์ที่ไม่สมบูรณ์ชิ้นหนึ่งในงานประมูลและมันถูกประมูลไปในราคาหลายหมื่นล้านแต่ที่นี่มีเกราะที่สมบูรณ์กว่าร้อยชุด ถ้านำไปขายจะได้เงินเท่าไหร่กันนะ”แม้ว่าครอบครัวของเธอจะร่ำรวย แต่เธอก็ไม่อาจมองข้ามทรัพย์สมบัติจำนวนมหาศาลนี้ได้ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นเพียงส่วนที่อยู่ด้านนอกเท่านั้น หากเดินเข้าไปข้างในอาจมีของล้ำค่าอีกมากมาย ไม่แปลกเลยที่เธอจะแสดงอาการตื่นเต้นจนเกินตัวเย่ซิวเดินไปที่ร่างของนักรบคนหนึ่งก่อนจะใช้
พวกเขามีขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงที่ยิงได้ไกลสุดหนึ่งหมื่นเก้าพันกิโลเมตรและนี่คือข้อมูลที่เปิดเผยออกมา ใครจะรู้ว่าพวกเขาอาจมีอาวุธที่ทรงพลังยิ่งกว่านี้ซ่อนอยู่ในเงามืดก็เป็นได้ด้วยพลังของเย่ซิวในตอนนี้ เขาสามารถเดินทางได้ถึงวันละสามพันกิโลเมตรจนกระทั่งเช้าวันต่อมา ทั้งสองก็มาถึงป่าทึบแห่งหนึ่งทันทีที่ถึงพื้น เย่ซิวก็จับตัวพรีเอลล์ไว้แน่นก่อนหน้านี้บนกระบี่หงส์โบยบิน เธอเอาแต่พูดจายั่วโมโหไม่หยุดจนทำให้เขาเสียสมาธิเย่ซิวจึงอดทนไว้ตลอดทางเพื่อจะเดินทางได้ต่อ แต่ตอนนี้ถึงเวลาหยุดพักแล้ว และก็ถึงเวลาที่เขาจะสั่งสอนเธอให้รู้จักบทเรียนที่ลืมไม่ลงจากนั้นพื้นที่โดยรอบก็สั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหวสองชั่วโมงผ่านไป เย่ซิวก็ฟื้นฟูพลังกลับมาเต็มที่ส่วนพรีเอลล์ตอนนี้สภาพกลายเป็นเหมือนผ้าขี้ริ้วไร้เรี่ยวแรงเย่ซิวอุ้มเธอขึ้นมาแล้วเดินทางต่อไปอีกหนึ่งวันครึ่งต่อมา พวกเขาก็มาถึงประเทศจ้านอิงตี้พรีเอลล์ที่ดูเหมือนจะกลับมามีเรี่ยวแรงแล้ว แต่ท่าทางของเธอดูเรียบร้อยกว่าตอนก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัดผู้หญิงคนนี้สมควรโดนปราบให้เข็ดจริง ๆ หลังจากโดนเย่ซิวสั่งสอนอย่างหนักหน่วง เธอก็
พูทเดินจากไปด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความน้อยใจระหว่างเดินปากก็พึมพำไม่หยุดว่าพอน้องสาวโตแล้วก็อยู่ด้วยไม่ได้ พอมีแฟนก็ไม่สนใจพี่ชายตัวเองเลยพรีเอลล์โมโหจนกัดฟันแล้วเตะเขาไปหนึ่งทีหลังจากก้างขวางคอชิ้นใหญ่จากไป พรีเอลล์ก็มองเย่ซิวด้วยสายตาท้าทาย “เมื่อกี้ไม่นับ มาสู้กันใหม่อีกรอบ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะชนะนายไม่ได้”จากท่าทางของเธอก็พอมองออกว่าพรีเอลล์เป็นคนที่มีจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันสูงมากและอยากเป็นที่หนึ่งในทุกเรื่องเย่ซิวดูเวลา “ไว้ค่อยว่ากันทีหลัง ตอนนี้เป้าหมายหลักของเราคือไปดูสถานการณ์ของเรือลำนั้นก่อน”“ไม่ได้ ต้องรู้ผลแพ้ชนะก่อน ไม่งั้นฉันจะหงุดหงิด ”เย่ซิวจึงต้องยอมทำตามที่เธอต้องการอย่างจนปัญญาเพื่อไม่ให้เสียเวลา เย่ซิวจึงใช้พลังเต็มที่ตั้งแต่เริ่ม ทำให้พรีเอลล์โดนจัดการจนแทบไม่เหลือแรงจะสู้เพียงแค่สิบนาทีเธอก็ยอมแพ้“ฉันไม่เอาแล้ว”“ทำไมนายถึงเก่งขนาดนี้?”“พี่ชายฉันผิดไปแล้ว ขอร้องล่ะ ปล่อยฉันเถอะ”……ถ้าพูทมาเห็นฉากนี้ เขาคงจะอ้าปากค้างด้วยความตกใจน้องสาวคนนี้เป็นคนที่มุ่งมั่นตั้งแต่เด็ก ไม่เคยเห็นเธอยอมใครง่าย ๆ มาก่อนเลยแต่ตอนนี้กลับถูกเย่ซิวจัดการจ
มีลักษณะคล้ายกับแผนภาพแปดทิศแต่ดูซับซ้อนกว่ามากจากนั้นจึงเขียนเนื้อหาของสัญญาไว้ด้านข้าง เย่ซิวมองสองพี่น้องที่ดูประหลาดใจพลางอธิบายว่า “แค่พวกคุณหยดเลือดลงไปบนนี้ สัญญาก็จะเสร็จสมบูรณ์ ถ้าเกิดละเมิดสัญญาขึ้นมา เบาหน่อยก็จะกลายเป็นอัมพาตไปตลอดชีวิต ถ้าหนักหน่อยก็ตายคาที่”“มันมีพลังถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?” พรีเอลล์เอ่ยถาม“แน่นอน”พี่น้องสองคนยังคงลังเลแต่ก็ยอมหยดเลือดลงบนสัญญา จากนั้นเย่ซิวก็ทำตามเช่นกันสัญญาส่งแสงแปลกประหลาดออกมาโดยแยกเป็นสามส่วน ก่อนจะซึมเข้าสู่ร่างกายของทั้งสามคนในใจพวกเขาก็เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งขึ้นมาโดยทันที หากละเมิดขึ้นมาจะต้องจ่ายค่าตอบแทนมหาศาลสองพี่น้องถอนหายใจด้วยความโล่งอก ขอแค่สร้างความเชื่อใจกันได้ก็เพียงพอแล้วพรีเอลล์มองไปยังพี่ชายของเธอ “พี่ว่าเราบอกเรื่องนั้นเขาไปดีไหม อาจจะได้อะไรกลับมาก็ได้”พูทดวงตาเป็นประกาย ก่อนจะเอ่ยกับเย่ซิว “มีโอกาสครั้งใหญ่รออยู่ ขึ้นอยู่กับว่านายจะมีความสามารถพอที่จะคว้ามันไว้ได้หรือเปล่าเรื่องนี้เป็นความลับสุดยอดของประเทศจ้านอิงตี้เลยนะ ถ้าตระกูลเราไม่มีพื้นฐานดีก็คงไม่มีทางรู้ได้”เย่ซิวเผยสีหน้าสนใจในทั