เหมือนคนบ้าเข้าไปทุกทีสิน่า... ภาสกรมักจะบ่นว่าตัวเองทุกครั้งเมื่อทำให้ทิพย์ธาราบ่นตน แต่ก็จะมีเสียงตอบมาในหัวว่า
ผู้หญิงด่าเขาว่าผู้หญิงรัก อดทนไว้ ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก...
แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามแต่ ภาสกรก็ไม่เคยเผยความรู้สึกของตนให้ใครได้รับรู้นอกจากคเชนทร์กับเทพธารา แต่เทพธารานั้นไม่เล่นด้วยเพราะเกรงใจพ่อแม่ของตน จึงทำได้เอาใจช่วยเพื่อนรักห่างๆ เท่านั้น...
“น้ำแข็งจะกลับแล้วนะคะ พี่แสนจะเอาอะไรอีกมั้ยคะเดี๋ยวน้ำแข็งสั่งให้..”
ภาสกรอยากจะจับคนตัวเล็กขาวผ่องตรงหน้ามาเขย่าให้หัวสั่นหัวคลอนแล้วจูบสั่งสอนเสียนัก มันเสียเหลี่ยมเสียหน้าชะมัดที่เจอคำพูดแบบนี้ หน้าชาไปเลยล่ะ อย่าให้พ่อหมดความอดทนนะ.. ภาสกรพยายามเก็บอาการพลุ่งพล่านของตนไว้สุดฤทธิ์ เกิดมาไม่เคยเจอผู้หญิงตัดเยื่อใยแบบนี้เลย...
“กินข้าวเป็นเพื่อนพี่นี่มันลำบากใจน้ำแข็งมากเหรอ”
“เปล่าค่ะ แต่น้ำแข็งจะไปดูพราวหน่อยเท่านั้นเอง อีกอย่างน้ำแข็งคงไม่เหมาะจะนั่งเป็นเพื่อนพี่แสนหรอกค่ะ เดี๋ยวเผื่อมีผู้หญิงของพี่แสนผ่านมาทางนี้น้ำแข็งก็แย่สิคะ น้ำแข็งอยู่แต่ในครัวจะไปสู้รบปรบมือกับผู้หญิงของพี่แสนไหวยังไง..”
ทิพย์ธาราบอกเหตุผลด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ เหมือนพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ แต่คนฟังนึกขุ่นในเล็กน้อยแต่ท้ายประโยคทำให้ภาสกรแอบหัวใจพองโต
พูดเหมือนหึงเลยวุ้ย.. ชายหนุ่มซ่อนยิ้มในหน้าอย่างมีความสุข
ไอ้บ้า.. สงสัยอาการหนัก.. แล้วภาสกรก็อดว่าตัวเองไม่ได้...
และไม่ทันที่หนุ่มสาวจะได้พูดอะไรต่อเสียงโทรศัพท์ของทิพย์ธาราก็ดังขึ้น ภาสกรแอบเงี่ยหูฟังเมื่อเธอรับสายแล้วชายหนุ่มก็คลี่ยิ้มบางๆ อย่างพอใจเมื่อได้ยินเสียงคุยโทรศัพท์เบาๆ
“จ้า.. โอเค กลับบ้านดีๆ นะ น้ำแข็งว่าให้พี่หนุ่มแวะคลินิกหรือโรงพยาบาลหน่อยดีไหม เผื่อพราวจะเป็นอะไรมาก เถอะน่าน้ำแข็งเป็นห่วง เอาเป็นว่าน้ำแข็งต้องได้รับรายงานว่าพราวแวะหาหมอ โอเคมั้ย.. โอเคจ้า ดูแลตัวเองดีๆนะ” ทิพย์ธาราวางสายแล้วถอนใจ ภาสกรรีบปรับสีหน้าทันที
“พราวเป็นยังไงบ้างล่ะ..”
“ให้พี่หนุ่มพากลับบ้านแล้วค่ะ เห็นว่าท้องเสียมากเลยคิดว่ากลับบ้านดีกว่าน้ำแข็งก็เลยกำชับว่าให้แวะหาหมอก่อนเข้าบ้านเผื่อเป็นอะไรมากจะแย่เอา”
“อื้ม.. ดีแล้วล่ะ เอาล่ะทีนี้น้ำแข็งนั่งเป็นเพื่อนพี่ได้แล้วใช่ไหม”
“เอ่อ ก็..”
“รังเกียจพี่นักหรือไง..”
“เปล่านะคะ เพียงแต่เกรงใจผู้หญิงของพี่..”
“พูดเหมือนหึงเลย..” ภาสกรมองเธอยิ้มๆ ทิพย์ธาราหน้าตึงมองเขาตาเขียว
“ไม่ใช่ธุระ อย่าหลงตัวเองนักเลยค่ะ ถึงพี่แสนจะหล่อรวย สมบูรณ์แบบ แต่พี่แสนไม่ใช่คนที่น้ำแข็งจะเลือกมาเป็นสามีแน่นอน..” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นอย่างเย่อหยิ่งภาสกรยิ้มบางๆ ยั่วเย้า
“ให้จริงเหอะ หาสามีไม่ได้อย่ามาขอให้พี่เป็นสามีก็แล้วกัน ถึงตอนนั้นพี่จะคิดค่าตัวแพงๆ เลย”
“ไม่มีวัน.. จะกินอะไรล่ะคะ น้ำแข็งจะสั่งให้” ทิพย์ธาราตัดบทอย่างหงุดหงิด ภาสกรยิ้มบางๆ
“ที่นี่อร่อยสู้ฝีมือน้ำแข็งได้เหรอ แล้วเมนูไหนบ้างที่อร่อยสั่งมาให้พี่หน่อยสิ”
“ที่นี่เขาก็อร่อยทุกอย่างค่ะ น้ำแข็งกับพราวเลยชอบมากินอาหารที่นี่”
ทิพย์ธาราบอกพลางสั่งอาหารให้ชายหนุ่ม ภาสกรมองใบหน้างามที่ก้มดูรายการอาหารและเสียงหวานๆ รื่นหูที่สั่งอาหารกับพนักงานด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนน่าฟังอย่างรักใคร่ชื่นชม แต่พอเธอหันมาเขาก็รีบหลุบตาลงกลบเกลื่อน...
ไม่นานอาหารที่สั่งไว้ก็มาเสิร์ฟ ภาสกรมองมันอย่างทึ่งและหัวใจพองโตขึ้นไปอีกเพราะมันคืออาหารที่เขาชอบ
ข้าวผัดต้มยำทะเลกับผักโขมอบชีส และ ทับทิมกรอบ...
“ที่นี่เขาทำอร่อยค่ะ ใช้ของสดไม่ใช่แช่แข็ง รสชาติดีด้วยค่ะ น้ำแข็งสั่งทับทิมกรอบกะทิสดให้ด้วยนะคะ เดี๋ยวเขาจะมาเสิร์ฟทีหลัง”
“อร่อยๆ จริงๆ ด้วย แต่พี่ว่าสู้ฝีมือน้ำแข็งไม่ได้หรอก น้ำแข็งทำอร่อยกว่าเยอะเลย.. นี่พี่ชมจากใจเลยนะ” ภาสกรก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารจึงไม่ได้เห็นรอยยิ้มบางๆ จากเรียวปากอิ่ม...
สรุปแล้ววันนั้นทั้งวันภาสกรกับทิพย์ธาราก็ไปดูหนังด้วยกันเพราะวิภาดากลับบ้านไปก่อน หญิงสาวจึงจำใจยอมให้ภาสกรดูหนังด้วย แต่จะเรียกว่าดูด้วยกันก็ไม่ถูกนักเพราะภาสกรหลับตั้งแต่หนังเริ่มฉายและมาตื่นอีกทีก็ตอนที่หนังจบแล้ว.. หลังจากนั้นภาสกรก็ไปส่งทิพย์ธาราที่บ้านซึ่งทำให้คุณทวิภาคกับคุณธิชาหันมามองหน้ากัน
“สวัสดีครับคุณอา..”
“หวัดดีจ้ะ ลมอะไรหอบมาล่ะเนี่ย..” คุณธิชารับไว้แล้วยิ้มให้ชายหนุ่ม แม้จะนึกชื่นชมอยากได้เป็นเขยแต่ประวัติของภาสกรไม่ดีนักเรื่องผู้หญิงทำให้คุณธิชายังคงวางท่าหวงๆ ลูกสาวไว้อยู่
“ก็ลมคิดถึงคุณอานี่ล่ะครับ ผมมีของมาฝากด้วยครับ” ภาสกรยิ้มประจบแล้วเอาของที่เตรียมมาฝากท่านทั้งสองท่าทางอ่อนโยนนอบน้อมทำให้คุณธิชายิ้มแป้น แต่ผู้เป็นสามีนั้นยังคงวางท่าไว้เชิงอย่างคนหวงลูกสาวอยู่
“ขอบใจนะ จริงๆ ไม่ต้องก็ได้..”
“ไม่เป็นไรครับ แสนเต็มใจครับคุณอา” ชายหนุ่มยิ้มหวาน
“ว่าแต่เป็นไงมาไงถึงมาด้วยกันได้ล่ะลูก”
“คืองี้ค่ะคุณแม่..” แล้วทิพย์ธาราเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้บิดามารดาฟัง
“อ้อ.. แล้วหนูพราวเป็นไงบ้างล่ะ” คุณธิชาถาม
“พี่หนุ่มพาไปหาหมอแล้วค่ะ บอกว่าดีขึ้นแล้ว พรุ่งนี้ก็คงไปทำงานได้”
“ไม่เป็นไรมากก็ดีแล้วล่ะ อยู่ทานมื้อเย็นด้วยกันก่อนมั้ยพ่อแสน” คุณธิชาหันมาชวน
“ยินดีเลยครับคุณอา แสนคิดถึงอาหารฝีมือคุณอามากเลย ตอนอยู่เมืองนอกไอ้ธารน่ะชอบเล่าให้ให้ฟังว่ามื้อนี้กินอะไรบ้าง คุณอาทำกับข้าวอะไรบ้างพร้อมกับเอารูปไปโชว์ด้วย ผมนี่น้ำลายสออยากจะบีบคอมันมากเลยครับ..”
“อะไรวะ ได้ยินใครนินทาฉัน..”
ภาสกรพูดเอาอกเอาใจว่าที่แม่ยายที่ตนหมายมั่นไว้ด้วยความจริงใจ แต่เทพธาราที่เดินเข้ามาก็ทำโวยวายใส่แล้วสองหนุ่มก็ทักทายกันด้วยการชกหน้ากันเบาๆ เหมือนสมัยเด็กๆ
“โอ๊ย.. นี่นายชกจริงนี่หว่าไอ้แสน” เทพธาราแสร้งร้องโอดโอยแล้วเข้ามากอดมารดาของตนอย่างออดอ้อน
“คุณแม่ครับผมโดนไอ้แสนตัวร้ายมันชกหน้าหล่อๆ เสียโฉมหมดเลยคุณแม่ต้องจัดการให้ธารนะ”
“หึหึ ออกไปห่างๆ เมียฉันเลยไอ้ธาร อย่ามาตีเนียน..”
คุณทวิภาคที่หวงแหนภรรยาเสมอต้นเสมอปลายยื่นมือมาแงะลูกชายออกจากอกภรรยาอย่างหมั่นไส้แถมด้วยถีบเบาๆ หนึ่งที ซึ่งการหยอกล้อกันของพ่อลูกสร้างเสียงหัวเราะขบขันให้กับทุกคน..
ภาสกรมองใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มของทิพย์ธาราอย่างหลงใหล เขาอยากจะเห็นเธอหัวเราะสดใสแบบนี้ให้เขาบ้าง...
ตอนที่10.ภาสกรกลับมาบ้านก็ต้องหน้าตึงเมื่อเห็นว่าคุณหญิงศจีกับแพรวามาที่บ้าน ชายหนุ่มงงหนักเข้าไปอีกเมื่อเห็นแพรวาร้องห่มร้องไห้ท่าทางเหมือนจะเป็นจะตาย“สวัสดีครับคุณหญิง” ด้วยมารยาทเขาก็ทำความเคารพผู้สูงวัยกว่าอย่างนอบน้อม“แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นครับ..”“คืองี้จ้ะ...” คุณปานวาดกำลังจะพูดขึ้นแต่คุณหญิงศจีขัดขึ้นเสียก่อน“ก็ลูกแพรวาของแม่น่ะสิคะ เสียใจมากกกกก ที่คุณแสนต่อว่าเรื่องที่ไปหาคุณแสนที่บริษัทวันนี้ ทำไมคะ แค่ลูกแพรไปหาเนี่ย ทำไมต้องต่อว่าลูกแพรวาของแม่ด้วย แบบนี้ใช้ไม่ได้นะคะ เราไม่ใช่ตาสีตาสานะคะที่คุณจะมาต่อว่าแบบนี้” คุณหญิงศจีใส่เป็นชุด ภาสกรแอบพ่นลมหายใจหนักๆ แล้วหันกลับมามองสองแม่ลูกแล้วมองเขม็งไปที่แพรวา“คุณบอกคุณแม่คุณว่ายังไงหรือแพรวา..”“อะ เอ่อ คือ ฮือออ.. คุณแม่ขา..”นอกจากไม่ตอบแล้วแพรวายังเล่นใหญ่ไฟกะพริบร้องไห้หนักขึ้นโผมาซบอกผู้เป็นแม่สะอึกสะอื้น ภาสกรถอนใจแล้วหันไปสบตาบิดามารดาของตนอย่างเบื่อหน่ายไม่ปิดบังซึ่งท่านทั้งสองเข้าใจดี...“พูดคุยกันดีๆ ดีกว่านะคะคุณหญิง” คุณปานวาดพูดอย่างอ่อนโยน“ไม่ได้ค่ะ... ลูกชายเธอทำร้ายจิตใจลูกแพววา ต่อว่าลูกแพรวาจนเสียใจร้องไห้
ตอนที่11.“ที่รักคะ..” คุณปานวาดหันมามองสามีอย่างเป็นกังวลเพราะตนกับคุณหญิงศจีนั้นเคยเป็นเพื่อนกัน แม้ว่าจะไม่ได้สนิทสนมกันแล้วก็ตาม แต่จะเรียกว่าเพื่อนก็ไม่ถูกนัก เรียกว่านางเคยอาศัยอยู่ในบ้านของคุณหญิงศจีในฐานะผู้อาศัยมาก่อนจะถูกต้องกว่า“ไม่ต้องกังวลกับคนแบบนั้นหรอกน่า ให้แสนจัดการน่ะดีแล้ว คนแบบนั้นต้องเจอกับนายภาสกร” คุณลูอิสกอดภรรยาที่รักไว้แล้วโยกเบาๆ อย่างเอ็นดู ซึ่งท่าทางแบบนี้ตั้งแต่รักกันเริ่มแรกจนบัดนี้เขาก็ยังทำอยู่“แต่วาดไม่สบายใจเลยค่ะ จีอาจจะโกรธ..”“ก็ปล่อยให้โกรธไป วาดจ๋า วาดไม่ใช่วาดคนเก่าที่เป็นลูกไล่ของศจีนะ เขาไม่เคยดีกับวาดแม้แต่ครั้งเดียว ยังจำได้ไหมว่าเขาแกล้งวาดยังไง หากวันนั้นวาดไม่เจอผมจะเป็นยังไง..” คุณลูอิสโอบกอดภรรยาไว้แล้วนึกถึงวันวานในอดีตเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน..ในคืนวันหนึ่งที่เขากำลังจะกลับบ้านและบังเอิญเห็นว่ามีสาวน้อยคนหนึ่งในชุดนักศึกษากำลังวิ่งหนีกลุ่มชายสี่คนอย่างเสียขวัญทั้งกรีดร้องขอความช่วยเหลือท่ามกลางฝนพรำ เขาได้หยุดรถและลงไปช่วยเธอไว้แต่ก็ถูกชายทั้งสี่คนรุมทำร้ายจนเกือบเอาตัวไม่รอด แต่สุดท้ายเขาก็สามารถจัดการคนทั้งสี่ได้และพาปานวาดหนีมา ม
ตอนที่12.“ก็จริงน่ะสิ คุณพ่อของลูกน่ะเขาเอาไปจำนองตั้งนานแล้ว ตอนนั้นคุณพ่อพอมีเงินจ่ายดอกเบี้ยและเงินที่เอาที่เอาบ้านไปจำนองน่ะก็เพื่อลูกทั้งนั้น ทุกอย่างที่เรามีที่เราเป็นมันต้องใช้เงินทั้งนั้นไม่รู้หรือไง”ด้วยความที่เป็นคนติดหรูอยู่สบายมาตั้งแต่เกิด การเรียนหรือการงานก็ไม่เคยทำอย่างจริงจังหรือใส่ใจทำให้ทั้งนางทั้งสามีไม่สามารถหยิบจับอะไรได้เป็นชิ้นเป็นอัน อาศัยแต่สมบัติเก่าของบรรพบุรุษ ที่ตอนนี้แทบไม่เหลือให้เชยชม เรียนจบมาก็ทำงานไม่เป็นลูกสาวไปเรียนมาก็เรียนไม่จบเอาแต่เที่ยวเตร่สังสรรค์ไม่สนใจการเรียนจนต้องจ่ายเงินซื้อวุฒิการศึกษากลับมา กลับมาก็ไม่ทำงานอะไรเพราะไม่อยากเป็นลูกจ้างใคร งานสบายคืองานด้านบันเทิง การโชว์ตัวเดินแบบ ซึ่งไม่ต้องใช้ความรู้อะไร อาศัยมีคนรู้จักเยอะใช้เส้นสายที่พอมีอยู่ผลักดันแพรวาเข้าไปในวงการ สร้างโปรไฟล์สวยหรูให้น่าสนใจ ได้เงินง่ายและหลอกพวกเสี่ยหัวงูได้ง่ายๆ ด้วย...“เอาเป็นว่าคืนนี้แพรวาไปกับแม่ วันนี้เสี่ยเปรมจะมาที่บ่อน..”“อี๋.. ไอ้เสี่ยเปรมเบาหวานนั้นหรือคะ แพรวาเกลียดมัน อ้วนเป็นหมูตอนไม่เท่าไหร่ แต่มันลามกขี้งกที่สุด”แพรวาทำท่าแขยงเมื่อนึกถึง เส
ตอนที่13.แตกต่างจากวิภาดาที่สดใสร่างเริง ซึ่งทิพย์ธารากับวิภาดานั้นสนิทสนมกันเพราะเรียนคณะเดียวกัน เจอกันในวันรับน้องของคณะและพูดคุยกันถูกคอ จึงคบหากันเรื่อยมา อีกประการคือวิภาดาเป็นคนอารมณ์ดีมองโลกในแง่ดีแม้จะเป็นคนมุทะลุพูดจาขวานผ่าซากไปบ้างแต่ก็ไม่เคยทำให้อึดอัดเมื่ออยู่ด้วยต่างเทียมแขที่เมื่ออยู่ด้วยแล้วรู้สึกอึดอัดและลำบากใจทุกครั้งและเธอก็อึดอัดมากขึ้นเมื่อรู้ว่าเทียมแขเป็นอย่างไร เทียมแขมีพี่น้องอีกสองคนซึ่งเป็นฝาแฝดชายหญิงแต่เทียมแขกลับไม่เคยพูดถึงเลย แต่ไม่พูดถึงก็ไม่เท่าไหร่แต่เทียมแขทำเหมือนน้องๆ ของตนเป็นส่วนเกินในชีวิต ทำเหมือนไม่รู้จัก ไม่ได้เป็นพี่น้องกันนี่สิ มันทำให้ทิพย์ธารารู้สึกอึดอัดและไม่สนิทใจที่จะคบกับเทียมแข นอกจากนั้นยังไม่พอ แม่ของเทียมแขแอบมาพบเธอและอ้อนวอนให้เธอคบหากับเทียมแขเพื่อให้เทียมแขได้มีเพื่อนในแวดวงไฮโซอย่างที่ต้องการ ข้อนี้มากกว่าที่เธอคิดหนัก แม่ของเทียมแขเป็นข้าราชที่เกษียณตัวเองมาเป็นแม่บ้าน และอยู่เป็นแม่บ้านจริงๆ แบบไม่แสดงตัวตนว่าเป็นแม่ของเทียมแขด้วย และรูปลักษณ์ของท่านตอนที่มาพบเธอนั้นก็ดูเหมือนหญิงชาวบ้านแสนธรรมดาที่หาเช้ากินค่ำมากกว่า
ตอนที่14.ทางด้านเทียมแขกำลังนั่งฟังแพรวาพร่ำเพ้อพรรณนาถึงภาสกรอย่างเบื่อๆ แต่เพราะพวกเธอรู้ไส้รู้พุงกันอยู่จึงทนๆ ฟังกันได้“ฉันจะต้องจับคุณแสนมาเป็นผัวให้ได้เลยคอยดู”“เดี๋ยวนะ คุณภาสกรนี่ใช่ ภาสกร ไทเลอร์ เกรย์ เจ้าของโรงแรมนั่นใช่มั้ย”“ใช่.. เธอรู้จักด้วยใช่ไหม แน่นอนล่ะเขาดังจะตายหล่อรวย ใครๆ ก็อยากได้เป็นผัว แต่เธอห้ามยุ่งกับคุณแสนของฉัน..”แพรวาบอกเพื่อนซี้ของตน เธอกับเทียมแขคบกันมาได้สามสี่ปีแล้วหลังจากที่เทียมแขแต่งงานกับกายซึ่งเป็นคนในแวดวงเดียวกัน เวลาออกงานจึงพบกันบ่อยๆ ทำให้สนิทสนมกัน แม้ตอนนี้เทียมแขจะหย่ากับกายแล้วก็ตาม แต่ทั้งสองสาวต่างไม่รู้ว่าพวกตนในตอนนี้ต่างคนต่างกรวงกันทั้งคู่ เพราะเมื่อเวลาพบกันก็จะนัดกันร้านหรูๆ ทุกอย่างต้องหรูและดูแพง“ฉันรู้จักและเคยเห็นบ่อยๆ เมื่อก่อนฉันกับญาติของเขารู้จักกัน คือฉันเคยเป็นเพื่อนกันกับญาติเขาน่ะ”“จริงเหรอ ทำไมฉันไม่เคยรู้ แล้วญาติคนไหนของเขา ฉันรู้จักไหม” แพรวาตาโตด้วยความตื่นเต้นหมายจะให้เทียมแขช่วยอีกทาง “เธอไม่น่าจะรู้จักเพราะเขาไม่ค่อยออกสื่อ และยายนี่แหละที่ทำลายชีวิตครอบครัวฉัน..”“จริงเหรอ..” พูดเรื่องคนอื่นที่มีแวว
ตอนที่15.ทิพย์ธารายิ้มเยาะแล้วเดินออกไปด้วยท่าทางราวนางพญาไม่ได้สนใจผู้หญิงที่ยืนนิ่งงันอย่างคาดไม่ถึงไว้เบื้องหลังอย่างไม่แยแส...“แก อีน้ำแข็ง.. ร้ายนะมึงว่าฉันเป็นหมารึ.. แกมันร้ายอย่างที่เทียมแขพูดจริงๆ” แพรวาเข่นเขี้ยวอยู่คนเดียว และเริ่มระแวงทิพย์ธารามากขึ้นทางด้านทิพย์ธาราที่กลับมาที่ห้องทำงานของตนเองก็นั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเซ็งๆ เธอพยายามหลีกเลี่ยงและอยู่ห่างภาสกรมาตลอดเวลาเพราะกลัวเรื่องราวแบบนี้จะเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ภาสกรที่เธอต้องอยู่ห่างๆ กายก็ด้วย แม้ว่าจะเป็นเพื่อนกันมานานแต่เพราะผู้หญิงหลายคนไร้สติมักคิดหาเรื่องเธออยู่เนืองๆ ทำให้เกิดความเบื่อหน่ายกลายเป็นไม่อยากเข้าใกล้ให้ความสนิทสนม ซึ่งทำให้เธอไม่คิดจะสนิทสนมกับผู้ชายคนไหนยกเว้นพ่อกับพี่ชายของตน จนเธอถูกมองว่าเย็นชา เป็นเจ้าหญิงน้ำแข็ง ดูเย่อหยิ่งจนสูงเกินเอื้อม เธอแทบจะไม่มีเพื่อนผู้ชายเพราะไม่อยากมีปัญหากับใคร แต่ยิ่งหนีปัญหาก็ยิ่งตามมา คราวนี้มาถึงถิ่นเลยก็ว่าได้“เป็นอะไรน้ำแข็งนั่งถอนใจเหมือนยายแก่ขึ้นคาน..”“พราวนี่ล่ะก็” ทิพย์ธาราค้อนน้อยๆ แล้วเล่าเรื่องที่เจอให้วิภาดาฟัง..“เฮ้ย ขนาดนี้เลยเหรอ..” ทิพย
ตอนที่16.“พี่ไม่ว่าง”“พี่ธารว่างค่ะ เพราะพิ้งกี้เช็กตารางงานของพี่แล้ว และบอกคุณอาแล้วด้วยว่าพี่ธารจะไปกับพิ้งกี้”“อะไรนะ..”“โหย พี่ธารทำไมต้องเสียงดังด้วยคะ พี่แสนดูสิคะ พี่ธารเสียงดังใส่พิ้งกี้ ไม่รู้ล่ะถือว่าพิ้งกี้บอกแล้วพี่ธารรับรู้แล้ว หากเบี้ยวนัดพิ้งกี้ เราเห็นดีกันแน่.. หมดธุระของพิ้งกี้สุดสวยแล้ว ไปนะคะ พอดีนัดเพื่อนๆ ไปแด๊นซ์กัน..” อุษาพิไลบอกแล้วหมุนตัวเดินฮัมเพลงจากไปอย่างอารมณ์ดี เทพธารามองตามหลังหญิงสาวที่เริงร่าจากไปแล้วหันมามองหน้าเพื่อนรักที่หัวเราะเบาๆ อย่างขัดใจ“หัวเราะหาหอกอะไรวะ”“ไม่ได้หัวเราะหาหอกเว้ย ฉันจะเอาหอกมาทำอะไรวะ”“ดูๆ น้องสาวนายนี่มัดมือชกชัดๆ เลย ฉันไม่ชอบงานแบบนั้นนายก็รู้” เทพธาราบ่นอุบเพราะแม้จะเป็นหนุ่มสังคมเนื้อหอมแต่การจะต้องไปเป็นนายแบบอะไรแบบนั้นเขาไม่เคยสนใจและไม่ชอบด้วย“เอาน่า พิ้งกี้เขาก็แบบนี้ล่ะ อยากได้อะไรก็ต้องได้ นี่คงวางแผนงานไว้หมดแล้ว เรื่องงานของพิ้งกี้นี่ต้องสมบูรณ์แบบเริดหรู เป๊ะทุกอย่างนายก็รู้นี่”“เป๊ะ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันวะ”“ก็เพราะพิ้งกี้อยากอวดนายละมั้ง เอาล่ะไปหาอะไรดื่มกันดีกว่า เบื่อๆ ว่ะ ไปๆ อย่าคิดมาก” ภาส
ตอนที่17.“พี่น้ำแข็งพอก่อนก็ได้นะคะ เดี๋ยวน้องดาวทำเองค่ะ..”เทียมดาวบอกผู้เป็นเจ้านายและเป็นพี่สาวที่เธอเคารพรักมากประหนึ่งพี่แท้ๆ เรียกได้ว่าพี่สาวแท้ๆ อย่างเทียมแขไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกรักและเคารพได้เท่ากับทิพย์ธารา เธอกับเทียมแขอายุห่างกันสี่ปีแต่ระยะห่างระหว่างความสัมพันธ์ของพี่น้องเหมือนห่างกันสามพันปีแสงเลยก็ว่าได้ชีวิตของเธอกับเทียมเมฆซึ่งเป็นพี่ชายฝาแฝดนั้นไม่เคยได้รับความรักจากเทียมแขและพ่อของตนเลยก็ว่าได้ ตอนที่พ่อของเธอมีชีวิตอยู่ท่านจะรักเทียมแขมากเพราะเทียมแขเรียนเก่ง ฉลาด สวยงาม เป็นอะไรที่เพียบพร้อมได้ดังใจของท่าน พ่อของเธอเป็นวิศวกรและเป็นผู้จัดการระดับสูงของบริษัทต่างชาติแห่งหนึ่งเงินเดือนแต่ละเดือนก็หลักแสนซึ่งทั้งหมดนั้นท่านทุ่มเทให้กับเทียมแขทั้งหมด ส่วนเธอกับเทียมเมฆนั้นเหมือนเป็นลูกชังที่ไม่มีความสำคัญกับท่านเลยแม้แต่น้อย มีเพียงแม่ที่คอยสอนสั่งให้พวกเธอตระหนักในคุณค่าของตัวเอง ในขณะที่เทียมแขเรียนโรงเรียนเอกชนเลิศหรูเธอกับเทียมเมฆเรียนโรงเรียนวัด เสื้อผ้าชุดนักเรียนก็ต้องซื้อในราคาประหยัดเพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ต้องซื้อหาสิ่งของที่เทียมแขอยากได้ก่อนเสมอ และมันไ
ตอนที่73. จบบริบูรณ์“น้องภูครับคุณตาไม่รักคุณพ่อแล้ว”“เวอร์ไปแล้วๆ” คุณทวิภาคว่าลูกเขยอย่างหมั่นไส้“คุณตารักคุณพ่อหน่อยสิครับ ชวนคุณพ่อไปกินเตี๋ยวด้วยกัน”“โอ๊ย พ่อเราน่ะ ไม่อดตายหรอกลูก เดี๋ยวเขาก็หาเศษหาเลยแถวนี้ล่ะ เราไปกินเตี๋ยวกันดีกว่าครับ ตอนนี้อากายกับพี่วารอยู่ที่สวน”คุณทวิภาคบอกหลายชาย ซึ่งพอได้ยินชื่อ พี่วา หรือ วายุภัค ลูกชายของกายกับวิภาดาซึ่งอายุมากกว่าน้องภูสองปี เด็กชายก็ตาโตเพราะน้องภูนั้นรักพี่วาและอยากเล่นกับพี่วาที่สุด “ว้าว โอเคคับ น้องภูไปกินเตี๋ยวดีกว่า น้องภูไปก่อนนะค้าบ คุณพ่อ คุณแม่” เด็กชายจูงมือคุณตาออกไปทันที“จ้าลูก เดี๋ยวคุณแม่กับคุณพ่อตามไปครับ”ทิพย์ธารามองตามลูกชายไปอย่างขบขัน แล้วหันมามองสามีที่รีบเข้ามาโอกอดตนทันทีที่ลูกชายเดินลับหลังไป“น้ำแข็งจ๋า เราไปพักที่ห้องกันก่อนดีกว่าค่อยไปหาไรกิน” หญิงสาวหันมาสบตาพราวพรายของสามีแล้วหน้าแดงก่ำ“หึ.. น้ำแข็งรู้นะว่าพี่แสนคิดอะไร”“จะคิดอะไรได้ล่ะครับ นอกจากอยากรักเมียและอยากให้เมียรัก”“พี่แสนน่ะ คิดอะไรก็ไม่รู้”“ไม่รู้จริงเหรอ งั้นมาเถอะเดี๋ยวพี่บอกให้รู้”“ว้าย.. พี่แสน จะบ้าหรือคะ ทุกคนรอกินข้าวอยู่
ตอนที่ 72.บทส่งท้าย“น้ำแข็งทำไม พี่ทำน้ำแข็งเจ็บหรือ” ภาสกรลูบไล้ใบหน้านวลเนียนของเมียรักอย่างตกใจและห่วงใยจริงๆ ทิพย์ธาราเห็นท่าทางของเขาก็น้ำตาซึมด้วยความตื้นตันและมันทำให้ภาสกรเข้าใจผิดหนักขึ้นไปอีก“โธ่ น้ำแข็งจ๋า เจ็บตรงไหนที่รัก พี่ขอโทษที่ทำน้ำแข็งเจ็บ เดี๋ยวพาหายามาทาให้น้ำแข็งเจ็บตรงไหนครับ..”“พี่แสนคะ พี่แสนหยุดก่อน ไม่ต้องไปไหนค่ะ น้ำแข็งไม่ได้เจ็บตรงไหน”“แล้วทำไม น้ำแข็งร้องไห้”“น้ำแข็งไม่ได้ร้องไห้ค่ะ น้ำแข็งแค่ตื้นตันใจ” หญิงสาวบอกเขาแล้วรั้งร่างใหญ่ให้มานอนลงใต้ร่างเธอแล้วคร่อมทับเขาเสียเลย ภาสกรมองเธองงๆ หญิงสาวยิ้มบางๆ อย่างขบขันท่าทางของเขา“นอนลงนิ่งๆ ค่ะ ห้ามไปไหน หยุดฟังน้ำแข็งพูด”“จ้ะๆ ที่รัก” ภาสกรรีบพยักหน้าตอบรับโดยดี“น้ำแข็งแค่จะบอกพี่แสนว่า... ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวพูดเว้นประโยคเล็กน้อย ภาสกรพยักหน้าเร็วๆ แล้วประคองใบหน้างามไว้อย่างแสนรักและนอนนิ่งฟังเธอพูดต่อ“และน้ำแข็งก็แค่จะบอกว่า บอกว่า...” ทิพย์ธาราหยุดพูดแล้วสบตาเขานิ่ง ภาสกรใจเต้นรัวอย่างลุ้นระทึกกับสิ่งที่ออกมาจากเรียวปากอิ่มของเธอ...“น้ำแข็งอยากจะบอกว่า น้ำแข็ง รัก พี่ แสน ค่ะ..” หญิงสาวพูดช้าๆ
ตอนที่71.“พี่แสน.. พี่แสนคะ พี่แสน..”“อะ เอ่อ อะไรครับที่รัก” ภาสกรสะดุ้งน้อยๆ เมื่อมือเรียวตีลงบนต้นแขนเปล่าเปลือยของตนเบาๆ เพราะเขาสวมเพียงกางเกงขาสั้นแบบลำลองเท่านั้น“คิดอะไรไม่ดีกับน้ำแข็งแน่ๆ เลยใช่ไหมคะ” ทิพย์ธารามองสามีขันๆ ภาสกรมองร่างงามที่ถูกบดบังด้วยชุดคลุมสีขาวอย่างเสียดาย“ก็เมียพี่สวยขนาดนี้พี่คิดอย่างอื่นไม่ออกเลยจริงๆ นอกจากเรื่องบนเตียง และไม่บนเตียง” ภาสกรยืดยอมรับโดยดี“บ้า.. พี่แสนน่ะ” ทิพย์ธาราหน้าแดงเรื่อแล้วก้มลงสนใจอาหารของตน ใจสาวใช่จะไม่หวั่นไหวกับสายตาเปิดเปลือยความรู้สึกของเขา ยิ่งเขาขยันยั่วเธอด้วยกล้ามแน่นๆ คำพูดหวานๆ ที่เพียรพร่ำบอกรักเธอทุกครั้งไม่ว่าจะอยู่ในห้วงเสน่หา หรือทุกๆ เช้าที่ตื่นมาภาสกรจะบอกรักเธอเสมอ ตาคมที่มองเธออย่างกับจะกลืนกิน ใจสาวก็ยิ่งวาบหวามหวิวไหวไปกับเขา แต่เธอเองก็ยังขัดเขินที่จะบอกเขาว่า รัก...“หึหึ กินเยอะๆ นะครับ คืนนี้อาจจะต้องใช้พลังงานเยอะ”“พี่แสน.. น้ำแข็งช้ำหมดแล้วนะคะ”“งั้นพี่จะรักน้ำแข็งเบาๆ แต่อย่ามาโวยวายที่พี่ทำไม่ถึงใจก็แล้วกัน”“อ๊ายย พี่แสนคนบ้าๆ นี่แน่ะ ทะลึ่ง”ทิพย์ธาราปาลูกองุ่นใส่เขาแต่ภาสกรก็เหมือนตั้งท่า
ตอนที่70.“ดูคุณพี่อารมณ์ดีจริงนะคะ” คุณธิชามองหน้าสามีอย่างแปลกใจ แล้วเขม้นมองอย่างพิจารณาก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างไม่ชอบใจ“คุณพี่ไปทำอะไรไม่ดีมาบอกน้องเดี๋ยวนี้เลยนะคะ”“โธ่ธิชาจ๋าไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นสักหน่อยเลย”“หึ.. ท่าทางแบบนี้มันมีพิรุธ ไปแกล้งอะไรพ่อแสนอีกคะ บอกมาดีๆ ไม่งั้นคืนนี้ไปนอนนอกห้องเลย” คุณธิชากอดอกมองหน้าสามีอย่างเอาเรื่องเพราะรู้สึกได้ถึงกลิ่นทะแม่งๆ และคิดว่าสามีต้องไปแกล้งอะไรลูกเขยที่รักของนางแน่ๆ“เอ่อ...”“พูดมาค่ะ...” คุณธิชาเสียงเข้มหน้าตึงใส่สามี คุณทวิภาคยิ้มแหยๆ แล้วเล่าเรื่องที่ตนใช้ให้มะลิไปแอบอ้างชื่อคุณย่าว่าให้เอานมไปให้คู่บ่าวสาวดื่ม และแอบใส่ยานอนหลับไปด้วยเพื่อแกล้งไม่ให้ลูกเขยได้เชยชมเจ้าสาวในคืนส่งตัว“คุณพี่.. ทำแบบนี้เมื่อไหร่จะได้อุ้มหลานล่ะคะ”“โธ่.. ก็แค่คืนเดียว อย่างตาแสนน่ะไม่นานหรอกรับรองยายน้ำแข็งของเราท้องโย้หัวปีท้ายปี”“แต่ถึงยังไงคุณพี่ก็ไม่ควรทำแบบนี้ค่ะ หึ.. เจ้าแผนการเจ้าคิดเจ้าแค้นดีนัก คืนนี้ไปนอนข้างนอกเลยค่ะ”“โธ่.. ที่รักครับ พี่ผิดไปแล้ว ยกโทษให้พี่นะ พี่ไม่อยากนอนคนเดียว”“ในโทษฐานที่ทำให้น้องผิดหวังที่จะได้อุ้มหลานช้ากว่าคนอื
ตอนที่69.“แหม.. นังแอนนี่ ได้ทีก็แว้งกัดเลยนะยะ”“ฉันไม่ใช่หมาถึงจะมาแว้งกัด พูดดีๆ หน่อยย่ะ”“น้ำแข็งเองก็ต้องขอโทษพี่แอนนี่ด้วยค่ะที่เคยทำไม่ดีด้วย”“โอ๊ย.. เล็กน้อยค่ะ พี่น่ะเจอศึกมาเยอะ แค่นี้จิ๊บๆ เพื่อพี่ชายที่รักแอนนี่ทนได้”“ไม่ใช่เห็นแก่เงินหรอกหรือยะ” อุษาพิไลว่าเพื่อนรักที่ทำท่าบีบนวดพี่ชายของตนอย่างเอาใจ“เรื่องเงินก็สำคัญ แต่เพื่อพี่ชายที่รักนั้นสำคัญกว่าค่า”ทุกคนหัวเราะชอบใจและทิพย์ธาราก็ไม่ถือโทษโกรธที่แอนนี่เข้ามาใกล้ภาสกรเพราะรู้ดีว่าแอนนี่บริสุทธิ์ใจและภาสกรก็ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับแอนนี่มากกว่าน้องสาวคนหนึ่ง“พี่ก็ต้องขอบใจแอนนี่นะที่ตีบทแตกมาก”“ใช่ค่ะพี่แอนนี่ตีบทแตกมาก แต่ถ้ามีเรื่องแบบนี้อีก น้ำแข็งรับรองได้ว่าพี่แสนน่ะหัวแตกแน่ๆ”“โอ๊ย ไม่มีเรื่องอะไรแบบนี้อีกแล้วจ้ะน้ำแข็งจ๋า”ภาสกรรีบเข้ามาโอบกอดเจ้าสาวแสนสวยในชุดวิวาห์สีขาวอมชมพูฟูฟ่องยาวเสมอเข่ามนดูงามกระจ่างตาอย่างออดอ้อนแสนรัก และท่าทางกลัวเมียจนหงอของภาสกรทำให้ทุกคนหัวเราะชอบใจบรรยากาศในค่ำคืนฉลองวิวาห์อันแสนหวานและอบอุ่นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของทุกคน โดยเฉพาะผู้เป็นพ่อแม่นั้นยิ้มหน้าบานเลยท
ตอนที่68.“ไม่มีทาง พี่จะไม่ถอนหมั้นให้น้ำแข็งเด็ดขาด”“หึ.. อยากถอนหมั้นมากไม่ใช่หรือคะ ใครกันนะบอกน้ำแข็งว่าถอดแหวนคืนคุณแม่พี่ได้เลย”“ไอ้คนนั้นมันโดดหน้าผาตายไปแล้วครับ ตอนนี้มีแค่พี่แสนคนนี้คนเดียวและพี่ก็จะไม่มีวันถอนหมั้นไม่ยอมปล่อยน้ำแข็งไปอีกแล้ว พี่รักน้ำแข็ง..” .ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ กับใบหน้าบึ้งตึงแสนงอนของคู่หมั้นสาวแล้วจับมือเรียวมากุมไว้ ภาสกรมองแหวนเพชรน้ำงามที่ยังคงส่องประกายอยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ“แต่น้ำแข็งเปลี่ยนใจแล้วค่ะ น้ำแข็งไม่อยากหมั้นไม่อยากแต่งงานกับพี่แสนแล้ว”“หึหึ.. สายไปแล้วครับ ในเมื่อน้ำแข็งมาถึงถิ่นพี่แบบนี้จะปล่อยไปได้ยังไง”“คิดจะเอาเปรียบน้ำแข็งหรือไงคะ” ทิพย์ธาราเงยหน้ามองเขาหน้าบึ้งแต่แววตาไหวระริกไม่มีแววเคืองขุ่น“พี่ไม่รังแกคนที่พี่รักหรอกครับ แต่ทำอย่างอื่นอาจไม่แน่ โอ๊ย.. ทุบพี่ทำไมครับ”ภาสรพูดยิ้มๆ แววตาพราวพรายแล้วก็ต้องร้องโอดโอยเมื่อทิพย์ธาราทุบอกกว้างอย่างไม่เบาแรง“คิดลามกกับน้ำแข็งหรือคะ”“หืม.. พี่นี่นะคิดลามก น้ำแข็งนั่นล่ะคิดอะไรกับพี่รึเปล่า”“จะบ้าหรือคะ น้ำแข็งจะคิดแบบนั้นทำไมไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย ถอนหมั้นให้น้ำแข็งได
ตอนที่67.“ถ้าน้ำแข็งอยากจะถอนหมั้นพี่ก็ยินดีนะ คืนแหวนหมั้นกับคุณแม่พี่ได้เลย”“พี่แสนคะ น้ำแข็ง...”“ไม่ต้องพูดหรอก พี่รู้ดีว่าน้ำแข็งเกลียดพี่มาก เรื่องถอนหมั้นน่ะพี่ไม่ยื้อไว้อยู่แล้วเพราะถึงยังไงมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะยื้อคนที่ไม่รักให้อยู่ด้วยกัน พี่ขอตัวก่อนนะ” พูดจบก็เดินออกไปโดยไม่สนใจคนที่อ้าปากค้างอยู่ข้างหลัง“อะไรกันเนี่ย พี่แสนคนบ้าเอ๊ย เอาแต่ใจที่สุดเลย ไม่ฟังคนอื่นเขาบ้าง.. หึ เดี๋ยวก็บินกลับเดี๋ยวนี้เสียเลย” ทิพย์ธาราหน้างอบ่นตามหลังเขาไปอย่างฉุนๆ คนบ้าอะไรไม่ยอมฟังไม่ยอมคุยกันดีๆ เธออุตส่าห์ตั้งใจมาง้อ“เอาสิ อยากถอนหมั้นนักเดี๋ยวน้ำแข็งจัดให้..” ว่าแล้วก็เดินตามร่างสูงใหญ่เข้าไปด้านใน แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อสาวใช้เดินหน้าตื่นออกมาหาเธอ“แย่แล้วค่ะคุณผู้หญิง”“มีอะไรจ๊ะ”“คุณผู้ชายเป็นอะไรไม่รู้ค่ะ อาละวาดโวยวายทำลายข้าวของอยู่ที่ห้องทำงานใหญ่”“ห้องทำงานใหญ่อยู่ทางไหน”“ทางนั้นค่ะ”สาวใช้ชี้มือบอกทิพย์ธาราพยักหน้าช้าๆ แล้วบอกให้เจ้าหล่อนไปทำอย่างอื่นแล้วเดินไปยังห้องทำงานใหญ่ของภาสกรและก็ได้ยินเสียงข้าวของหล่นกระจัดกระจายเหมือนมีคนกำลังขว้างปามันอยู่ในนั้นจริงๆ ทิ
ตอนที่66.ทิพย์ธาราถอนใจเบาๆ เงยหน้ามองเซฟท์เฮ้าสุดหรูของภาสกร คเชนทร์ออกมารับหน้าแล้วบอกให้สาวใช้เอาข้าวของเธอไปเก็บยังห้องที่เตรียมไว้เพราะคุณปานวาดได้สั่งกำชับมาแต่ก็ห้ามบอกภาสกรเรื่องที่ทิพย์ธาราจะมา“แล้วนี่พี่แสนอยู่ไหนคะ”“ยังไม่ลุกเลยครับเมื่อคืนดื่มหนัก”“เป็นแบบนี้ทุกวันหรือคะ”“ครับ แล้วก็ไม่ยอมกินอะไรเลยจนพี่หนักใจ” คเชนทร์บอก แต่ความจริงแล้วเรื่องดื่มเหล้าภาสกรแทบไม่ดื่มแค่ดื่มบรั่นดีไปแค่แก้วหรือสองแก้วแล้วนั่งซึมเสียมากกว่าทั้งไม่ค่อยกินอะไรเรียกได้ว่าแทบไม่แตะอาหารเลยก็ว่าได้เขาต้องคอยบังคับและคอยเจ้ากี้เจ้าการให้เจ้านายของตนกินอะไรบ้าง ซึ่งอาการแบบนี้มันน่าห่วงกว่าเมาหัวราน้ำเสียอีก ขืนเป็นแบบนี้นานๆ ภาสกรต้องป่วยหนักแน่นอนทั้งป่วยใจป่วยกายเลยทีเดียว แต่ที่บอกทิพย์ธาราไปอย่างเพราะต้องการให้หญิงสาวเป็นกังวลแสดงอาการห่วงเจ้านายของตนบ้าง โกหกเพื่อให้คนสมหวังไม่บาปหรอก คเชนทร์คิดเข้าข้างตัวเอง..“แย่มาก เอาล่ะพี่เชนไปปลุกเจ้านายพี่เถอะค่ะ เดี๋ยวน้ำแข็งจะทำอะไรให้พี่แสนกินเสียหน่อย”“ได้ครับ” คเชนทร์รับคำแล้วหันหลังเดินจากมาใบหน้าหล่อเหลาไม่แพ้ผู้เป็นนายอมยิ้มน้อยๆ แล้วรีบ
ตอนที่65.“ดีใจจังเลยอีกไม่กี่เดือนก็จะได้เห็นหน้าหลานแล้ว อยากได้อะไรคะลูก แม่น้ำแข็งจะหามารับขวัญ” ทิพย์ธาราพูดกับท้องนูนน้อยๆ ของเพื่อนรักอย่างยินดีและตื่นเต้นไปด้วย“น้ำแข็งนี่อาการหนักเหมือนคุณพ่อจอมเห่อเลย” วิภาดาพูดยิ้มๆ แล้วพยักพเยิดไปทางสามีของตน กายยิ้มกว้างอย่างยอมรับว่าตนเป็นคุณพ่อจอมเห่อ...“หลานอยากได้หลายอย่างเลย และพราวจะรอรับของขวัญอย่างเดียวพอ” วิภาดาพูดยิ้มๆ“ได้เลยจ้า งานนี้น้ำแข็งเป็นแม่บุญทุ่มแม่ทูนหัวให้เอง”“จริงอะ”“แน่นอน.. พราวอยากได้อะไรให้ลูกล่ะ”“จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้มีค่าอะไรหรอก แค่ของธรรมดาแต่คนให้เคยให้สัญญาว่าหากพราวท้องอีกครั้งเขาจะให้พราวขออะไรก็ได้” ทิพย์ธาราหุบยิ้มพอรู้ว่า เขา คนนั้นที่วิภาดาพูดถึงคือใคร“พราวก็เลยจะขอว่า ขอให้น้ำแข็งไปดูใจพี่แสนหน่อย ตอนนี้พี่แสนไม่สบายมาก น้ำแข็งก็รู้ไม่ใช่หรือ” ใช่เธอรู้เพราะมารดาบอกเมื่อวานนี้เองว่าภาสกรป่วยและเอาแต่ดื่มเหล้าเมามายแม้จะไม่ได้เสียการเสียงานแต่เขาก็ไม่เคยติดต่อกลับมามีเพียงคุณป้าปานวาดเท่านั้นที่เทียวโทร. ไปถามข่าวคราวของลูกชายกับคเชนทร์“พราวขอมากเกินไป”“น้ำแข็งเองก็บอกเองว่าหากพราวท้องอีกครั