แคว้นหนานฉีจะมีการรวบรวมผลสถิติเปรียบเทียบในทุก ๆ สามปี เพื่อได้ทราบข้อมูลประชากรของแผ่นดิน โดยเฉพาะจำนวนการเกิด จำนวนการตาย ตลอดจนรายละเอียดของคนอายุมากถึงแปดสิบ เด็กอายุน้อยถึงหกขวบ รวมถึงส่วนสูง รูปลักษณ์หน้าตาเมื่อหนึ่งเดือนกว่าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทะเบียนราษฎรเข้าวังมารายงานการปฏิบัติหน้าที่ราชการ หลังจากการตรวจสอบข้อมูลเป็นเวลาหลายเดือนในปีที่แล้ว แคว้นหนานฉีอาจเกิดวิกฤตการณ์ในระหว่างชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงาน จำนวนผู้หญิงมีน้อยกว่าผู้ชายมาก ในผู้ชายจำนวนสิบคน มีเพียงคนเดียวที่สามารถได้แต่งงานยิ่งไม่ต้องพูดถึงชายบางคนที่มีเมียเยอะ มากชู้หลายเมีย ทำให้ผู้ชายมากมายไม่มีภรรยาทหารรักษาการณ์ชายแดน ส่วนใหญ่ไม่ได้แต่งงานหากเป็นเช่นนี้ต่อไป ผ่านไปยี่สิบปี แคว้นหนานฉีคงไม่มีทหารแล้วดังนั้น เซียวอวี้ยอมที่จะเปิดคลังแผ่นดิน ส่งเสริมกระแสการหย่าร้างในหมู่บ้านชาวบ้านขอเพียงทำให้มีผู้หญิงมากมายรอที่จะมีคู่ครอง จึงจะสามารถรักษาความสมดุลในการแต่งงานแน่นอนว่านอกจากเหตุผลอย่างเป็นทางการแล้ว เขาก็ยังมีความคิดเห็นส่วนตัวอยู่บ้างเขาเพิ่งสูญเสียฮองเฮาไป จะยอมเห็นคนอื่นรักใคร่ อยู่กัน
“เมิ่งสิงโจว? แม่ทัพน้อยเมิ่งของค่ายเป่ยต้าคนนั้นหรือ?” ฝ่ายชายขมวดคิ้วขึ้นมาทันทีเขาเคยได้ยินมาก่อน แม่ทัพน้อยเมิ่งคนนั้นมีวรยุทธสูงมากสายตาหญิงสาวสวมม่านคลุมหน้าฉายแววไอสังหาร พร้อมพูดกับฝ่ายชายอีกครั้ง“หากเจ้าสามารถฆ่าเมิ่งสิงโจว ประมุขพรรคจะต้องแต่งตั้งให้เจ้าเป็นราชาอย่างแน่นอน”“เพราะเหตุใด?” ถึงแม้ฝ่ายชายจะอยากได้คุณความดี แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้บนมือหญิงสาวสวมสร้อยข้อมือมุก ในระหว่างที่เคลื่อนไหวเล็กน้อย ส่งเสียงกระดิ่งกระทบกันดังชัดไพเราะน่าฟังหญิงสาวพูดขึ้นมาอย่างเชื่องช้า“เพราะ...คุณชายใหญ่”ฝ่ายชายเข้าใจขึ้นมาทันที“หรืออาการบาดเจ็บของคุณชาย เป็นเพราะเมิ่งสิงโจว?”เขารู้เพียงว่า เมื่อประมาณห้าหกปีก่อน ลูกชายเพียงคนเดียวของประมุขพรรค จู่ ๆ ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนหมดสติ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีวิธีทำให้ฟื้นขึ้นมาได้คนร้ายก็ไม่อาจสืบรู้ชัดเจนมาตลอดหญิงสาวพยักศีรษะ น้ำเสียงอ่อนหวานมีเสน่ห์“ใช่ คือเมิ่งสิงโจว“นี่เป็นความลับระหว่างเจ้ากับข้า“หากเจ้าสามารถฆ่าเมิ่งสิงโจวได้ก่อนที่ประมุขพรรคจะออกมา ถึงตอนนั้นก็จะไม่มีผู้ใดสามารถแย่งตำแหน่งราชามังกรดำกับเจ้า”ฝ่ายช
ยามปกติเฟิ่งจิ่วเหยียนมักจะฟันดาบและเล่นปืน ไม่มีเวลาว่างก็ปลูกดอกไม้ดอกหญ้าเซียวเหยาจวีในอดีต สิ่งที่เห็นค่อนข้างเหี่ยวเฉาแต่วันนี้นางเดินเข้ามา สิ่งที่มองเห็น คือดอกไม้สีสันสวยสดงดงามมีนกเกาะเรียงแถวอยู่บนกิ่งก้าน ร้องจ้อกแจ้กจอแจ มีชีวิตชีวาอย่างมากสาวใช้ไฉ่เยว่ยุ่งอยู่กับงานในเรือน มองเห็นเฟิ่งจิ่วเหยียนเป็นคนแรก ต่อให้นางสวมหน้ากากไว้ แต่งตัวเป็นชาย“ท่านกลับมาแล้วหรือ!” ดวงตาไฉ่เยว่เป็นประกาย รีบวางไม้กวาดในมือ ต้อนรับนางเข้าไปในบ้านเฟิ่งจิ่วเหยียนมองไม่เห็นใครอื่น จึงถามขึ้นมา “เวยเฉียงล่ะ?”ไฉ่เยว่รินน้ำชาให้นางไปด้วย ตอบไปด้วยว่า“หมอเทวดาซ่งพาคุณหนู ไปเด็ดดอกไม้ข้างหลังเขาแล้วเจ้าค่ะ”เฟิ่งจิ่วเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย“เด็ดดอกไม้?”ชายเดี่ยวหญิงโสด ไม่เป็นการเหมาะสมต่อให้นางเชื่อมั่นในความมีศีลธรรมของซ่งหลี...เพิ่งพูดเสร็จ นางก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากไกลจนใกล้เข้ามาเมื่อลุกขึ้นมามองดู ก็เห็นซ่งหลีกับเวยเฉียงเดินเคียงบ่าเคียงไหล่มา บนศีรษะเวยเฉียงยังสวมมงกุฎดอกไม้ ไร้เดียงสาราวกับเด็กน้อย รอยยิ้มสดใสยิ่งกว่าดอกไม้ซ่งหลีสวมเสื้อผ้าธรรมดา ในมือถือตะกร้าไ
ฮูหยินเมิ่งถูกลักพาตัวไป โจรทิ้งจดหมายไว้หนึ่งฉบับ ระบุชัดเจนว่าให้แม่ทัพน้อยเมิ่งเปิดอ่านด้วยตนเองยามที่เฟิ่งจิ่วเหยียนเดินทางมาถึงจวนแม่ทัพ ก็เห็นอาจารย์นั่งอยู่ในห้องโถงหลักตามลำพัง สีหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าโศก ได้ยับยั้งอารมณ์ความรู้สึกไว้ พยายามรักษาความสงบสติไว้มากที่สุด เพื่อจะสามารถคิดหาวิธีได้อย่างรอบคอบ“อาจารย์...”“จดหมายฉบับนี้ เจ้าดูก่อน” เมิ่งฉวียื่นจดหมายให้กับนาง พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นเทาจดหมายนั้นผ่านการเปิดดูแล้วเฟิ่งจิ่วเหยียนรีบเปิดอ่าน ดูเนื้อหาข้างในอย่างชัดเจนระบุใจความสั้น ๆ ให้นางไปตามนัดลำพัง ไปยังภูเขาหวู่หยาง เพื่อเปลี่ยนตัวอาจารย์หญิงกลับมา“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้!” เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่ลังเลเลยเมิ่งฉวีรีบลุกขึ้นมาห้ามนางไว้“ใจเย็นหน่อย! อาจารย์หญิงของเจ้าถูกลักพาตัว ข้าเป็นห่วงยิ่งกว่าเจ้า”“แต่เจ้าไปเสียแบบนี้ ข้ากลัวว่าเจ้าก็จะตกอยู่ในมือของพวกเขา”เมิ่งฉวีผ่านศึกสู้รบมานาน ย่อมดูออกว่า นี่เป็นแผนการที่พุ่งเป้าหมายยังเฟิ่งจิ่วเหยียน ต้องการหลอกล่อให้ไปติดกับดักเฟิ่งจิ่วเหยียนกำจดหมายเป็นก้อน“อาจจะเป็นคนของพรรคเทียนหลง”เมิ่งฉวีผงกหัว“ข
บนยอดเขาลมแรงมาก พัดจนชายอาภรณ์กับเส้นผมเฟิ่งจิ่วเหยียนพลิ้วไหวนางไม่ได้พกอาวุธมาด้วย รับมือกับคนพวกนี้ หมัดมือเปล่าก็เพียงพอแล้วแต่ฮูหยินเมิ่งอยู่ในมือของอีกฝ่ายหลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง หลิ่วเฉวียนมองดูกลุ่มคนที่ล้มกองบนพื้น ค่อยเข้าใจขึ้นมาว่า สตรีตรงหน้าผู้นี้ ทำไมถึงถูกขนานนามว่าเป็น “เทพสงคราม” ของค่ายเป่ยต้าเดิมเขาคิดว่า แม่ทัพของราชสำนัก ล้วนเป็นพวกไม่ได้เรื่อง ได้แค่สั่งให้ทหารภายใต้อำนาจไปทำศึกเวลานี้เขาค่อยเข้าใจว่า ไม่ได้เป็นเช่นนั้นอย่างน้อยแม่ทัพน้อยเมิ่งคนนี้ มีความสามารถที่แท้จริงหลิ่วเฉวียนเห็นคนของตนเองล้มลงทีละคน ก็รีบเอาดาบเล่มใหญ่จ่อบนคอฮูหยินเมิ่ง พร้อมหันไปตะโกนใส่เฟิ่งจิ่วเหยียน“หยุดนะ! ไม่อย่างงั้นข้าจะฆ่านาง!”ได้ยินเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วเหยียนก็หยุดลงมือในขณะเดียวกัน ตรงหน้ามีผงยาพิษสาดมาอย่างกะทันหันดวงตาของนางปวดแสบขึ้นมาทันทีหลิ่วเฉวียนฉกฉวยโอกาสเรียกคนอื่น “ลงมือพร้อมกัน! สังหารนาง!”ทว่า ต่อให้ดวงตาบาดเจ็บ เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ยังสามารถใช้การฟังแยกแยะตำแหน่งนางหลบเลี่ยงการโจมตีของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วหลิ่วเฉวียนจ้องมองดูกระบวนท่าการต่อสู้ขอ
จวนแม่ทัพฮูหยินเมิ่งจัดการทำแผลให้เฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยตนเอง โดยเฉพาะดวงตาโชคดีที่ได้รับการรักษาทันเวลา ไม่ก่อให้เกิดอันตรายอะไรมากนางพันผ้าพันแผลรอบดวงตาเฟิ่งจิ่วเหยียน ภายในช่วงเวลาอันสั้น ห้ามโดนแดดแรง ห้ามโดนน้ำไม่นาน แม่ทัพเมิ่งก็มาเคาะประตูอยู่ข้างนอก“เข้ามา” น้ำเสียงฮูหยินเมิ่งเย็นชาหลังจากแม่ทัพเมิ่งเข้ามาแล้ว มองดูเฟิ่งจิ่วเหยียนที่นั่งอยู่แวบหนึ่ง แล้วก็รีบถามภรรยา“ดวงตาเป็นอะไรหรือไม่?”ในใจฮูหยินเมิ่งยังคงหวาดผวาอยู่“เจ้ายังมีหน้าถาม?”“เตรียมการไว้พร้อมตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงยังทำให้จิ่วเหยียนได้รับบาดเจ็บ ครั้งนี้เป็นเพราะว่าโชคดี หากเป็นยาพิษชนิดรุนแรง มองไม่เห็นไปชั่วชีวิต จะทำยังไง!”แม่ทัพเมิ่งไม่โต้เถียงใด ๆ ก่อนหน้านี้ที่เห็นดวงตาเฟิ่งจิ่วเหยียนได้รับบาดเจ็บ เขาก็เป็นกังวลอย่างมากเฟิ่งจิ่วเหยียนอธิบายขึ้นมาอย่างสงบ“อาจารย์หญิงอย่าโกรธเลย“อาจารย์ทำไปก็เพื่อจับตัวไส้ศึกภายในจวน“ยิ่งไปกว่านั้น อีกฝ่ายให้ข้าไปคนเดียว...”ฮูหยินเมิ่งรีบพูดขึ้นมา“ไส้ศึกคนนั้น จับตัวได้แล้วหรือยัง?”แม่ทัพเมิ่งผงกศีรษะต่อเนื่อง พร้อมพูดขึ้นมาอย่างยิ
ไส้ศึกคนนั้นออกมาจากพรรคเทียนหลงหลายปีแล้ว ปนเปื้อนไปด้วยความปรารถนาทางโลกเพื่อความอยู่รอด อยากสู้เพื่อหาทางออกให้กับตัวเองเขาอยากมีชีวิตรอด จึงยอมบอกทุกอย่างให้เฟิ่งจิ่วเหยียนรับรู้“ประมุขพรรคต้องการ...ต้องการสังหารเจ้า เพราะ เจ้าทำร้ายลูกชายคนเดียวของประมุขพรรค!”ท่าทีเฟิ่งจิ่วเหยียนฉงนใจลูกชายประมุขพรรคเทียนหลงหรือ?“เมื่อไหร่ ที่ไหน” นางถามขึ้นมาด้วยเสียงเย็นชาไส้ศึกกัดฟันอดกลั้นไว้ พูดออกมาไม่กี่คำ“หมู่บ้านอวิ๋นซาน คดีฆ่าล้างตระกูล แม่ทัพน้อย...จำไม่ได้แล้วหรือ?”สีหน้าเฟิ่งจิ่วเหยียนขาวซีดเล็กน้อยนั่นเป็นเรื่องเมื่อห้าปีก่อน ตอนนั้นนางตามอาจารย์กับอาจารย์หญิงเพิ่งมาถึงชายแดนเหนือ ยังไม่ได้เข้าค่ายทหารอย่างเป็นทางการตอนที่เดินทางผ่านหมู่บ้านอวิ๋นซาน นางเห็นเหตุการณ์ฆ่าล้างตระกูลด้วยตาตนเองผู้กระทำผิดคือเด็กหนุ่มอายุประมาณสิบขวบ เหิมเกริมหยิ่งผยองวันนั้นมีงานมงคลในหมู่บ้าน เขาพาลูกน้องหลายคนมาก่อเรื่อง สั่งให้เจ้าบ่าวโขกหัวคำนับเขา เจ้าบ่าวไม่ยอม เด็กชั่วคนนั้นจึงสั่งคนของเขาฆ่าเจ้าบ่าว พร้อมข่มเหงเจ้าสาวต่อหน้าทุกคนพ่อแม่เจ้าบ่าวเจ้าสาวออกมาห้าม ก็ถูกเด็กชั่
พ่อลูกตระกูลเจินไม่คาดคิดว่า ฝ่าบาทจะอารมณ์ดีเช่นนี้เจินเจินเงยศีรษะขึ้นมา ใบหน้างดงามสุขุม“กราบทูลฝ่าบาท ข้าฝึกเรียนทวนยาวมาตั้งแต่เด็ก”เซียวอวี้มองดูนางด้วยท่าทีเรียบเฉย สายตามองไกลออกไปราวกับมองผ่านนางไปยังอีกคนหนึ่ง“ทวนยาวฝึกยาก เจ้ามีความตั้งใจเช่นนี้ ถือว่าหาได้ยาก”หลิวซื่อเหลียงที่อยู่ด้านข้างอึ้งตะลึงผ่านมาช่วงหนึ่งแล้ว ที่ฝ่าบาทไม่ได้คุยกับผู้ใดอย่างสงบเช่นนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการชมผู้ใดบุตรสาวตระกูลเจินคนนี้ อาจมีอนาคตสร้างสรรค์เวลาที่ผ่านมา ความตั้งใจที่เจินเจินอยากเป็นทหารนั้น ทางบ้านไม่เห็นด้วย วันนี้ได้ยินฝ่าบาทชมตนเอง ราวกับได้เจอคนเข้าใจกัน ในใจตื้นตันอย่างมาก“ฝ่าบาท ข้าคิดว่าไม่ว่าชายหรือหญิง ล้วนควรมีความทะเยอทะยานที่จะอุทิศตนเพื่อรับใช้ประเทศ วิชาการใช้ทวนของข้า หากได้เจอกับยอดฝีมือจริง ๆ ก็เป็นเพียงสอนจระเข้ว่ายน้ำ”“แต่ข้ามีความตั้งใจ”“ค่ายเป่ยต้ามีกองกำลังหญิง ข้าก็คาดหวังว่า เมืองหลวงก็สามารถก่อตั้งกองกำลังหญิง!”ดวงตาเจินเจินเปล่งประกายแวววาว มองดูจักรพรรดิหนุ่ม ด้วยสายตาเต็มไปด้วยความหวงเจินหรูไห่ผู้เป็นพ่อร้อนใจดั่งเพลิงไหม้“ฝ่าบาท
คนเฝ้าประตูยื่นจดหมายให้กับหลิวอิ๋ง“นี่คือจดหมายที่ฮูหยินผู้เฒ่าฝากไว้ให้ท่าน”หลิวอิ๋งรีบรับจดหมายมา และเปิดอ่านในทันที---[อาอิ๋ง เหตุการณ์กะทันหันนัก เช้านี้ข้าต้องเดินทางไปจางโจว เพื่อไปร่วมฉลองวันไหว้พระจันทร์กับเวยเฉียง เนื่องด้วยระยะทางไกล จึงมิอาจรอช้าได้แม้แต่วินาทีเดียว ดังนั้นจึงมิได้บอกลากับเจ้า วันข้างหน้าหากพบเจอปัญหาใด เพียงเข้าไปในวังเพื่อพบฮองเฮา นางจักดูแลเจ้ากับเจิ้งจีเป็นอย่างดีแน่นอน]หลิวอิ๋งอ่านจดหมายจบแล้ว ในใจรู้สึกเป็นกังวลรีบไปกะทันหันเช่นนี้ ช่างดูมีลับลมคมในจริง ๆ!ดูเหมือนจงใจจะหลบเลี่ยงนาง!นางถึงขั้นสงสัยว่าจดหมายนี้เป็นความจริงหรือไม่หลิวอิ๋งยิ้มพร้อมเอ่ยกับคนเฝ้าประตู: “พวกเจ้าน่าจะรู้ว่าข้าเป็นใคร ถึงท่านพี่หญิงไม่อยู่แล้ว แต่ข้าทำของบางอย่างหล่นอยู่ในห้องนาง ดังนั้นจึงต้องเข้าไปหาดู”ท่าทีของบ่าวรับใช้ที่เฝ้าประตูดูแข็งกร้าว“หากมิได้รับอนุญาตจากเจ้านาย พวกเรามิอาจให้ท่านเข้าไปในจวนได้ ท่านโปรดรอสักครู่ ให้พวกเราเข้าไปถามฮูหยินก่อน”หลิวอิ๋งพยักหน้า“ได้ ข้าจะรอ”ในรอยยิ้มของนางแฝงความร้ายกาจดุจคมมีดรออยู่สักครู่ คนที่ไปรายงานก็ออกม
เมื่อเห็นท่านพี่หญิงออกมา หลิวอิ๋งพลันเปลี่ยนสีหน้าอย่างฉับพลัน ยิ้มพร้อมก้าวไปข้างหน้า“ท่านพี่หญิง”นายหญิงเฟิ่งก้าวอย่างกระฉับกระเฉง และขึ้นรถม้าไปพร้อมกับหลิวอิ๋งภายในรถม้า นายหญิงเฟิ่งสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม“อาอิ๋ง ฮองเฮาก็แค่ปากร้ายใจดี พวกเราล้วนเป็นครอบครัวเดียวกัน ฮองเฮาย่อมต้องดูแลพวกเจ้าสองคนแม่ลูกเป็นอย่างดี”หลิวอิ๋งได้ยินเช่นนี้ ในใจเกิดความรู้สึกสงสัยอยู่บ้างฮองเฮาเชื่อน้าหญิงเยี่ยงนางจริง ๆ หรือจะเป็นแผนถ่วงเวลา?หากเป็นอย่างหลัง เช่นนั้นแล้ว นับว่าฮองเฮาผู้นี้มีความคิดลึกล้ำมากกว่าที่นางคาดการณ์ไว้หลิวอิ๋งหมกมุ่นครุ่นคิด มิได้ตั้งใจฟังว่าต่อจากนั้นนายหญิงเฟิ่งเอ่ยสิ่งใดสำหรับนางแล้ว ทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องไร้แก่นสาร......ณ จวนพลทหารเฟิ่งเหยียนเฉินเพิ่งจะเลิกจากปฏิบัติงาน ภรรยาโจวซื่อก็ดึงเขาเข้าไปในห้อง ด้วยความปีติยินดีที่ยากจะระงับได้“ท่านพี่ วันนี้ท่านแม่บอกข้าว่า นางจะออกเดินทางไปจางโจวแล้ว”“เหตุใดถึงกะทันหันเช่นนี้?” เฟิ่งเหยียนเฉินรู้สึกสงสัยโจวซื่อในแววตาแฝงรอยยิ้ม “เป็นเจตนาของฮองเฮา”ถึงแม้จะมิรู้ว่า ฮองเฮาทรงทำเช่นนี้ มีจุดประสงค์อื่
เจิ้งจีร้อนใจดั่งไฟสุม“ท่านแม่ เช่นนั้นทำอย่างไรดี! เป็นผู้ใดกันแน่ เป็นผู้ใดที่คิดร้ายพวกเรา!“จักต้องเป็นคนที่อิจฉาพวกเรา ถึงวิ่งโร่ไปพูดให้ร้ายต่อหน้าท่านป้า!”สีหน้าของหลิวอิ๋งดูเย็นชา เผยให้เห็นความมีไหวพริบของคนทำการค้าการขาย“มิใช่ผู้ใด เป็นฮองเฮา”“ฮองเฮา?” เจิ้งจีประหลาดใจยิ่งนักนางซักถามมารดา “เหตุใดฮองเฮาต้องการสืบเรื่องของพวกเรา? พวกเราก็มิเคยล่วงเกินนาง?”หลิวอิ๋งก็แค่คาดเดาเท่านั้น ทว่าก็มีความเป็นไปได้อย่างมาก“หลังจากท่านป้าเจ้าออกมาจากในวัง ก็มาซักถามข้าเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีต จักต้องเป็นฮองเฮาที่บอกเรื่องนี้กับนางเป็นแน่”เจิ้งจีตระหนักขึ้นมาในทันทีใช่แน่!นอกจากฮองเฮา ก็ไม่มีผู้ใดอีกแล้ว!“ท่านแม่ ท่านป้าว่าอย่างไรบ้าง? ท่านป้าก็มิสนใจพวกเราอีกแล้วหรือ?”หลิวอิ๋งแค่นเสียงเย็นชา“ข้าเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของนาง เป็นญาติเพียงคนเดียวของครอบครัวมารดานาง ความสัมพันธ์ของพวกเรา มิใช่ผู้ใดจะสามารถยุยงได้อย่างง่ายดาย“ไม่มีผู้ใดเข้าใจนางดีไปกว่าข้า นางเป็นคนใจอ่อน”วันนี้คุกเข่าต่อหน้าท่านพี่ ซ้ำยังหลั่งน้ำตาออกมามากมายเช่นนั้น คงเพียงพอที่จะกระทบจิตใจนางแล้ว
จวนพลทหารหลิวอิ๋งคุกเข่าลงกับพื้น ร่ำไห้สะอึกสะอื้น“ท่านพี่หญิง ตอนนั้นข้าวู่วามเกินไป และเอาแต่ใจเกินไป“ข้าอิจฉาที่ท่านมีโอกาสได้แต่งเข้าจวนตระกูลเฟิ่ง ข้ามิอาจยอมรับได้ เห็นกันอยู่ว่าข้ารู้จักกับเฟิ่งหลินมาก่อน และเห็นกันอยู่ว่าข้ากับเขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน ขาดก็แต่เพียงการแต่งงาน แต่ในวันที่เขามาทาบทามสู่ขอ จู่ ๆ กลับเปลี่ยนใจ และหันไปขอแต่งงานกับท่าน“ท่านจะให้ข้ายอมรับเหตุการณ์พลิกผันใหญ่โตเช่นนี้ได้อย่างไร?“ในตอนนั้นข้าเพิ่งเข้าสู่วัยสาว ยังเป็นที่รักใคร่หวงแหนของคนในครอบครัวอย่างท่านพ่อท่านแม่และพี่หญิง ย่อมมิอาจยอมรับเรื่องทำนองนี้ได้เลย!“และข้าก็ชอบเขาจริง ๆ ดังนั้น...ดังนั้น ข้าจึงทำเรื่องเช่นนั้นด้วยความขาดสติ”นายหญิงเฟิ่งฟังอย่างนิ่งเงียบ หัวใจคล้ายกับถูกมีดกรีดตอนอาอิ๋งยังเล็ก ก็เป็นเด็กที่ได้รับความเอ็นดูจากครอบครัวเป็นที่สุด ปรารถนาสิ่งใดก็จะได้สิ่งนั้น ทุกคนต่างก็รักใคร่นางคนประเภทนี้ อยู่ ๆ ก็ถูกทอดทิ้งและถูกหักหลัง ย่อมต้องทำเรื่องโง่เขลาอย่างเลี่ยงไม่ได้นางไม่ผิด อาอิ๋งก็ไม่ผิดเช่นกันคนที่ผิดคือเฟิ่งหลินเป็นเฟิ่งหลินที่ทำร้ายพวกนางสองพี่
จวนพลทหารนายหญิงเฟิ่งฟื้นเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนหน้า นางปฏิเสธข้อเสนอของฝ่าบาทและฮองเฮา——เรื่องพักฟื้นในวังเพราะว่า มีบางเรื่อง นางต้องพูดกับอาอิ๋งให้ชัดเจนนายหญิงเฟิ่งถูกหมัวมัวในวังพามาส่ง สีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไรนักโจวซื่อผู้เป็นลูกสะใภ้ประคองนางนั่งลงบนเตียง ใบหน้าแสดงความห่วงใยไม่น้อย“ท่านแม่ ร่างกายของท่านเป็นอย่างไรบ้าง? ยังเจ็บอยู่หรือไม่?”นางได้ยินองครักษ์พูดว่า ท่านแม่เป็นลมหมดสติไปในวังการเข้าวังในครั้งนี้ มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่? นายหญิงเฟิ่งตบหลังมือของลูกสะใภ้ “ไม่มีอะไร ประเดี๋ยวจะมีแขกมาหา เจ้าพานางเข้ามาได้เลยนะ”“เจ้าค่ะ”ไม่นาน หลิวอิ๋งก็มาถึงโจวซื่อโค้งให้หลิวอิ๋งเล็กน้อย จากนั้นก็พูดกับนายหญิงเฟิ่งอย่างเหมาะเจาะ “ท่านแม่ ข้าขอไปดูเฉียวเอ๋อร์ก่อนนะ”เฉียวเอ๋อร์คือลูกสาวของนางกับเฟิ่งเหยียนเฉิน อายุสองขวบ อยู่ในช่วงวัยที่กำลังติดคนนายหญิงเฟิ่งพยักหน้าให้โจวซื่อ “อืม ไปเถอะ ฝากปิดประตูด้วยนะ”หลังจากปิดประตู ภายในห้องก็เหลือแค่สองพี่น้องหลิวอิ๋งนั่งลงข้างนายหญิงเฟิ่ง ถามอย่างร้อนใจ“ท่านพี่ ฮองเฮาทรงว่าอย่างไรบ้าง?”ถึงแม้จะถามออกไปเช่นนี้ แ
อารมณ์ของนายหญิงเฟิ่งซับซ้อนอย่างมาก พลันน้ำตาไหลพรากออกมากลับได้ยิน หยวนเส่ากล่าวต่อ“แม้นหลิวอิ๋งจะตั้งท้องลูกของคุณชาย ฮูหยินเฒ่ายังไม่ยอมดังเดิม“นางให้เงินตระกูลหลิวไปก้อนหนึ่ง เพื่อให้พวกเขาได้กินอยู่อย่างสุขสบาย แต่มีข้อแม้อยู่สองอย่าง อย่างแรกคือให้หลิวอิ๋งเอาเด็กออก และอย่าได้คิดที่จะเข้ามาในจวนตระกูลเฟิ่ง ส่วนอีกอย่างคือ…”นางมองนายหญิงเฟิ่ง “ต้องตัดความสัมพันธ์กับท่าน”นายหญิงเฟิ่งไม่คิดเลยว่า เรื่องมันจะเป็นเช่นนี้คำพูดต่อมา เฟิ่งจิ่วเหยียนเป็นคนเล่าเอง“เงินเหล่านั้น เดิมทีมากพอให้ตระกูลหลิวมีกินมีใช้ แต่น่าเสียดายที่บุตรชายของพวกเขาไม่เอาไหน เอาแต่เที่ยวกินติดพนัน จนกิจการตระกูลล่มจมหมดตัว“ส่วนน้าหญิง นางไม่ได้ทำแท้งตามที่ตระกูลเฟิ่งบอกในตอนนั้น แต่พาลูก พร้อมสินสมรสมากมาย ไปแต่งงานกับพ่อค้าผู้หนึ่ง ณ ที่ห่างไกล“ยามที่ตระกูลหลิวอับจนหนทาง เพราะหนี้สิน เคยไปขอความช่วยเหลือที่เจียงโจว แต่กลับถูกปฏิเสธไล่ตะเพิดออกมานอกประตู”นี่คือเรื่องที่นางส่งคนไปสืบที่เจียงโจวเมื่อนายหญิงเฟิ่งรู้ต้นสายปลายเหตุทั้งหมด บริเวณหน้าอกพลันบีบรัด ในหูมีเสียงอื้ออึงดังขึ้นมาไม่หย
นายหญิงเฟิ่งไม่สามารถยอมรับได้ในขณะนั้น น้องสาวแท้ ๆ ของตัวเอง แอบตั้งท้องกับเฟิ่งหลิน!นางรับได้ที่น้องสาวจะแต่งงานกับเฟิ่งหลินในตอนนี้ แต่กลับรับไม่ได้ที่พวกเขาโกหกนาง และทรยศนาง!เจิ้งจีอายุเท่าเหยียนเฉินหากสิ่งที่จิ่วเหยียนพูดมาคือความจริง เช่นนั้น ช่วงที่นางกับเฟิ่งหลินเพิ่งแต่งงานกันใหม่ ๆ อาอิ๋งก็คง…นายหญิงเฟิ่งหายใจอย่างเจ็บปวด ออกแรงจับกุมมือของเฟิ่งจิ่วเหยียนไว้ มองบุตรสาวอย่างมีความหวัง“จิ่วเหยียน มันคือเรื่องจริงหรือ? พวกเขา…”ความเจ็บปวดระยะยาวไม่เท่าความเจ็บปวดระยะสั้นเฟิ่งจิ่วเหยียนพยักหน้าอย่างจริงจัง“ใช่ ข้าไม่เอาเรื่องแบบนี้มาโกหกท่านหรอก”การฟังความเพียงข้างเดียว อาจทำให้ท่านแม่เชื่อได้ยากนางจึงหาพยานหลักฐานมาด้วยหนึ่งชั่วยามต่อมา อู๋ไป๋ก็พาหญิงชราคนหนึ่ง มาที่ตำหนักหย่งเหอหญิงชราผู้นั้นผมหงอก ก้าวเดินอย่างโซเซอู๋ไป๋ยืนอยู่นอกตำหนัก ปล่อยให้นางเข้าไปเองคนเดียวหญิงชราโค้งคำนับให้เฟิ่งจิ่วเหยียน การสั่งสอนที่ฝังลึกอยู่ในร่างกาย ทำให้นางทำความเคารพได้อย่างถูกต้อง“ข้าน้อย ถวายบังคมฮองเฮา”หญิงชราอายุราว ๆ เจ็ดสิบแปดสิบ ฟันหลุดไปแล้วหลายซี่ทว่
นายหญิงเฟิ่งรู้สึกผิดต่อน้องสาวมาก หลายปีมานี้ นี่เป็นครั้งแรกที่อาอิ๋งมาขอความช่วยเหลือจากนาง นางอยากเข้าร่วมงานเลี้ยงเทศกาลไหว้พระจันทร์ในวัง นางคิดว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องทำให้อาอิ๋งสมปรารถนาให้ได้วันรุ่งขึ้น นางเข้าวังขอเข้าพบฮองเฮาภายในตำหนักหย่งเหอสองแม่ลูกนั่งอยู่ด้วยกัน มีเพียงหว่านซิวอยู่รับใช้เพียงคนเดียว ไม่มีเรื่องต้องห้ามอะไรนายหญิงเฟิ่งพูดอย่างจริงจัง“ฮองเฮา ทางบ้านของแม่เหลือเพียงท่านน้าของเจ้าแล้ว“นางเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของข้า หลายปีมานี้ ข้าไม่ได้ดูแลนางให้ดี“สามีของนางจากไปเร็ว เด็กกำพร้ากับหญิงหม้าย ใช้ชีวิตอย่างลำบาก...”เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่รู้สึกสงสาร ถามนางอย่างตรงไปตรงมา“ท่านอยากจะพูดอะไร?”คำพูดของนายหญิงเฟิ่งถูกขัดจังหวะ จึงยิ่งอ้ำ ๆ อึ้ง ๆนี่เป็นบุตรสาวแท้ ๆ ของนางก็จริง ทว่าด้วยเหตุที่ไม่ได้เลี้ยงจนโตด้วยตนเอง หรืออาจเป็นเพราะบุตรสาวคนนี้อยู่ในค่ายทหารมาหลายปี บนร่างจึงเจือด้วยรังสีฆ่าฟัน มีนิสัยทำอะไรเด็ดขาด ตนจึงรู้สึกกลัวนางอยู่บ้างนายหญิงเฟิ่งหลุบตาลงและค่อย ๆ พูดว่า“ข้า...ข้าได้ยินว่าใกล้จะถึงงานเลี้ยงเทศกาลไหว้พระจันทร์ในวังแล้ว ท่านน้
เฟิ่งจิ่วเหยียนกวาดตามองเหล่าทหารใหม่หลายร้อยนายนั้น แล้วหันไปสั่งการอู๋ไป๋“คะแนนสอบกลศึกของทหารเหล่านี้ ไม่ให้แต้มแม้แต่แต้มเดียว”อู๋ไป๋ยืดคอตั้งตรง เผยให้เห็นความหยิ่งยโสอยู่หลายส่วน“พ่ะย่ะค่ะ!”ทหารหลายร้อยนายเหล่านั้นเบิกตากว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมการสอบประเมินทหารใหม่ที่เพิ่งเข้าค่ายทหารนั้น ครอบคลุมไปถึงกลศึก การขี่ม้ายิงธนู และการวาดแผนที่เป็นต้นคะแนนสอบที่สูงหรือต่ำนั้น ใช้ตัดสินว่าพวกเขาจะได้เป็นทหารทัพไหนทัพกลางดีที่สุดทัพซ้ายและขวา สองทัพนี้รองลงมาที่แย่ที่สุดคือกองเสบียง กองดูแลอาวุธ ที่อนาคตไม่มีโอกาสได้เข้าสู่สนามรบยามนี้แค่คำพูดเดียวของฮองเฮา ก็ทำให้คะแนนกลศึกของพวกเขากลายเป็นศูนย์ ใช้อำนาจรังแกคนชัด ๆ!“ฮองเฮา เพราะเหตุใดพ่ะย่ะค่ะ!”เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่ได้อธิบายให้มากความ“ในเมื่อรู้ว่าสตรีเป็นทหารไม่ง่าย ก็ต้องเห็นคุณค่าของโอกาสในตอนนี้ของพวกเจ้าให้ดี“พอถูกสตรีนำหน้า ก็อับอายจนโมโห ทำไม อยากให้ข้าชมพวกเจ้าว่ามีอนาคตยาวไกล จะต้องเอาชนะกองทัพสตรีได้แน่อย่างนั้นรึ?“ทหารทุกนาย วิ่งรอบค่ายร้อยรอบ!”เหล่าทหารใหม่ที่ถูกกดขี่บีบบังคับได้แต่ทำ