Share

บทที่ 1101

Penulis: อี้ซัวเยียนอวี่
ภายในห้อง นายท่านเฟิ่งพลิกตัว และนอนตะแคงหันหลังให้เมิ่งฉวี ไม่ต้องการจะคุยกับเจ้าเฒ่าผู้นี้แม้แต่ประโยคเดียว

ยามนี้เขาเหมือนกับเด็กดื้อรั้น ไม่ยอมฟังอะไรทั้งสิ้น

เมิ่งฉวีต้องอดกลั้น เอ่ยออกมาด้วยความจนใจ

“สหาย อายุปูนนี้แล้ว เหตุใดต้องทำเช่นนี้ด้วยเล่า

“ข้ารู้ว่า เพราะเรื่องของบุตรสาวทั้งสองคน เจ้าถึงไม่พอใจข้า

“มีบางเรื่อง ข้ายอมรับ เช่นว่า จิ่วเหยียนบุตรสาวคนนี้ ข้ากับฮูหยินเลี้ยงดูมานานกว่าสิบปี มองนางเป็นบุตรสาวแท้ ๆ มาแต่แรกแล้ว ในตอนนั้นพวกเจ้าไม่ต้องการ...”

“พวกเราไม่ใช่ไม่ต้องการนาง!” นายท่านเฟิ่งแก้ตัวด้วยอารมณ์เดือดดาล

เขาทำเช่นนั้นเพราะจนใจไม่มีทางเลือก

เมิ่งฉวีย้อนถาม

“พวกเจ้าส่งจิ่วเหยียนมาให้ตระกูลเมิ่ง ฝากพวกเราสามีภรรยาเลี้ยงดู คงไม่ผิดกระมัง? นั่นไม่ใช่เป็นการส่งนางมาให้พวกเรา ให้นางมาเป็นบุตรสาวของพวกเราหรอกหรือ?”

ครานี้นายท่านเฟิ่งถึงกับพูดไม่ออก

เมิ่งฉวีนั่งลง แววตาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า

“ไม่ว่าจะเอ่ยอย่างไรก็ตาม บุตรของพวกเรา ก็มีเพียงเด็กคนนี้เท่านั้น เวยเฉียงก็เป็นเพราะจนใจไม่มีทางเลือก เพียงนำชื่อมาเกี่ยวโยงกับตระกูลเมิ่งของพวกเรา ในใจนางยังคงเป็น
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terkait

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1102

    เมิ่งฉวีจ้องมองไปที่นายท่านเฟิ่งทันที “เจ้ามีเบาะแสอะไร?”นายท่านเฟิ่งจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ พลางเอ่ยด้วยท่าทีจริงจัง“หลายวันมานี้ ข้าได้รับคำสั่งให้สืบหาคนที่หายตัวไปให้แน่ชัด ทว่างานนี้สหายร่วมงานก็ทำจนใกล้จะสำเร็จแล้ว ข้าจึงคิดหาหนทางใหม่ ๆ ...”เมิ่งฉวีร้อนใจจนจะหมดความอดทน“รีบบอกมา เจ้าสืบพบอะไรบ้าง!”นายท่านเฟิ่งเห็นเขาดูร้อนใจ ในใจก็รู้สึกสะใจอยู่บ้างทว่า มันก็เป็นคนละเรื่องกันเมิ่งสิงโจวเป็นเด็กดี ถูกคนทำร้ายจนตาย ก็ถือว่าน่าเสียดายนายท่านเฟิ่งจึงเอ่ยต่อ“ข้าตรวจสอบคนที่มาจากนอกพื้นที่ หลังผ่านการตรวจเทียบ ก็คัดกรองคนกลุ่มหนึ่งออกมาได้ คดีที่คนเจียงโจวหายตัวไปนั้น เพิ่มจำนวนมากขึ้น ล้วนเกิดขึ้นหลังจากที่คนกลุ่มนี้เข้ามา ดังนั้น ในจำนวนคนกลุ่มนี้ จะต้องมีคนที่น่าสงสัย”เมิ่งฉวีคิดว่ามีเหตุผลทว่า...เขามองนายท่านเฟิ่งด้วยความสงสัย และเอ่ยถาม: “เรื่องใหญ่เพียงนี้ เหตุใดจึงไม่กราบทูลฝ่าบาท?”นายท่านเฟิ่งคิ้วขมวดปม“เจ้ามายุ่งอะไรกับข้า!”ที่จริง เขาคิดจะใช้โอกาสมอบของขวัญวันเกิดในวันนี้ กราบทูลฮ่องเต้กับฮองเฮาถึงเรื่องนี้ เพื่อผลงานที่ยิ่งใหญ่จะได้เป็นที่จดจำท

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1103

    เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้จักบิดาแท้ ๆ ของตนเองน้อยมากนางแทบไม่รู้ว่า เขายังมีความสามารถในการอ่านได้ทีละหลายบรรทัด และดูแค่ผ่านตาก็จำได้แม่นยำตามสิ่งที่เขาพูด ตั้งแต่เด็กเขาก็มีพรสวรรค์นี้ทว่าตามหมอดูทำนาย คนที่ฉลาดเกินไปจะส่งผลเสียต่อตนเองดังนั้น เขาต้องเก็บงำพรสวรรค์ น้อยครั้งจะแสดงออกต่อหน้าคนอื่นขอเพียงเขามีสมาธิเพียงพอ ก็สามารถจดจำทุกสิ่งที่เคยเห็นได้“สิบกว่าปีมานี้ คนต่างถิ่นทุกคนที่เข้ามาเมืองเจียง พวกเขาชื่อเสียงเรียงนามใด เข้าเมืองมาทำอะไร อยู่นานเพียงใด กระหม่อมจำได้หมดทุกคน“เบื้องต้นก็คัดกรองกลุ่มคนที่มาเป็นครอบครัว คนชรา คนป่วย และคนพิการออกไป คนเหล่านี้มาเจียงโจว ส่วนใหญ่มาเพื่อเยี่ยมเยือนญาติสนิทมิตรสหาย หรือบากหน้ามาขอความช่วยเหลือ“ต่อมาก็ค่อยคัดกรองกลุ่มคนที่มีคนรู้จักอยู่ที่เจียงโจวออกมา ทุกคนต่างก็บอกว่ากลุ่มค้ามนุษย์โอสถกระทำการอย่างระมัดระวัง จึงต้องเดินทางไปมาเพียงลำพัง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดตามมา...”นายท่านเฟิ่งพูดมามากมาย ก็มีเหตุผลในระดับหนึ่งท้ายที่สุดแล้ว เป็นเขาที่มีความจำดี สามารถจดจำจำนวนมาก ๆ ได้ จากนั้นจึงค่อยไปสำรวจตรวจสอบทีละคนคน

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1104

    พ่อค้าไก่เหล่านั้นถูกทรมานจนหน้าตาเปลี่ยนรูปไปหมดพวกเขาจึงสารภาพตามความจริง“ไว้ชีวิต...ไว้ชีวิตด้วย! พวกเราไม่รู้จริง ๆ ว่า การซื้อขายไก่เหล่านั้น มีจุดประสงค์ใด“มีคนเสนอราคาสูง ๆ ให้พวกเราทำเช่นนี้ พวกเราก็เลยทำ”เลี่ยอู๋ซินหาใช่ผู้ที่สังหารคนโดยไร้เหตุผล ในเมื่อพวกเขาบอกความจริงแล้ว เขาก็หยุดมือทันทีเขาจึงผลักประตูออกมา ก็เผชิญกับสายตาของเซียวจั๋วคนหลังยังคงรออยู่ด้านนอก และได้ยินคำพูดของพ่อค้าไก่เหล่านั้นที่อยู่ด้านในองครักษ์ลับที่ฮ่องเต้ส่งมาให้เขาเหล่านั้น ถึงแม้จะมีวิธีการบางอย่าง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้พ่อค้าไก่นั้นหวาดกลัวเลี่ยอู๋ซินกลับแตกต่าง เขาแค่ไปยืนตรงนั้น ก็ราวกับปีศาจคลานออกมาจากคุกอันโหดเหี้ยมเห็นชัดอยู่ว่าเป็นวันที่แสงแดดเจิดจ้า แต่ทำให้คนเหมือนย้อนกลับไปยังฤดูหนาวอันเยือกเย็นเซียวจั๋วยิ้มอย่างนุ่มนวลพลางเอ่ย“ชัดเจนแล้วว่า พวกเขาก็เป็นแค่เครื่องมือ”เลี่ยอู๋ซินก็เห็นด้วยกับการสันนิษฐานเช่นนี้เขาเช็ดคราบเลือดออกจากมือทั้งสองข้าง แล้วโยนผ้าเช็ดหน้านั้นทิ้งไปโดยไม่สนใจ “ที่จริงพวกเขาก็เป็นแค่กุ้งฝอย ถามไปก็ไม่ได้เบาะแสที่เป็นประโยชน์”ไม่รู้ว

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1105

    เฟิ่งจิ่วเหยียนมั่นใจว่าที่ทำการหลักของกลุ่มค้ามนุษย์โอสถอยู่ในเมืองหลวง ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่คำพูดลอย ๆ นางหยิบแผนที่แคว้นหนานฉีขึ้นมา อธิบายให้เซียวอวี้ฟัง“ต้องถูกบีบจนมุม ถึงจะเห็นความผิดปกติเพคะ”“หลายเมืองที่เกิดเหตุ พิจารณาจากตำแหน่ง ระยะทาง สามารถคำนวณได้ว่า คำสั่งนั้นมาจากที่ใดเพคะ”บนแผนที่ ได้มีการทำเครื่องหมายจุดที่พบแหล่งค้ามนุษย์โอสถหลายแห่งอาศัยเส้นทาง เวลา รวมทั้งเส้นทางที่เปลี่ยนระหว่างทางที่ใช้ในการขนส่งมนุษย์โอสถ สามารถหาที่ตั้งของที่ทำการหลักได้นี่คือทักษะที่จำเป็นสำหรับแม่ทัพในสนามรบ ความเข้าใจในเวลาและระยะทางจะทำให้สามารถระบุตำแหน่งที่ตั้งกระโจมหลักของกองทัพศัตรูได้ชัดเจนจากนั้นจึงสามารถโจมตีกระโจมหลักได้เซียวอวี้ได้ยินที่นางพูดแล้วก็ขมวดคิ้ว“ที่แท้ก็อยู่ในเมืองหลวงหรือ”นั่นช่างเป็นการซ่อนภัยใกล้ตัว……ระหว่างเดินทางกลับเมืองหลวง ผ่านหมู่บ้านจู๋ซานฮ่องเต้ฮองเฮาแวะไปเยี่ยมเซียวจั๋วดวงตาทั้งคู่ของเซียวจั๋วได้รับบาดเจ็บ หลังจากหมอให้การรักษา อาการบาดเจ็บก็ไม่ดีขึ้น อาจถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นได้เซียวอวี้ตัดสินใจ พาเขากลับเมืองหลวง ให้หมอหลวงรั

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1106

    จักรพรรดิทรงนั่งบนราชบัลลังก์ กวาดมองเหล่าขุนนาง ด้วยสายตาเฉียบคม“เราไปจากเมืองหลวงแค่ไม่กี่เดือน พวกเจ้ากลับยิ่งอยู่ยิ่งละหลวม!” เหล่าขุนนางหวาดหวั่น ไม่กล้าสบตาความน่าเกรงขามของจักรพรรดิเซียวอวี้ถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ราชสำนักมีคำสั่ง ให้ตรวจสอบคดีมนุษย์โอสถ ในทุกเมืองทุกพื้นที่“ตอนนี้ เราถามพวกเจ้า เกี่ยวกับคดีนี้ พวกเจ้ารู้เรื่องมากน้อยเพียงใด?”สีหน้าขุนนางส่วนใหญ่ตกตะลึง ต่างมองหน้ากันไปมา เรื่องสืบคดี ไม่ใช่หน้าที่ของขุนนางแต่ละพื้นที่หรือ?พวกเขาต่างควรทำหน้าที่ของตนเองไม่ใช่หรือ?แต่ก็มีขุนนางส่วนน้อยไม่กี่คน คำตอบของพวกเขาเป็นที่น่าพอใจพอสมควร“ฝ่าบาท ตามที่ข้าน้อยทราบ คดีมนุษย์โอสถนั้นเกี่ยวข้องกับพิษมนุษย์โอสถ พิษนี้ทำให้คนไร้สติ ไม่กลัวความเจ็บปวด ปีนั้นพรรคเทียนหลงก่อกบฏ ก็เคยมีกองทัพมนุษย์โอสถจำนวนหนึ่งปรากฏตัว การสืบสวนเรื่องนี้ต้องทำอย่างเข้มงวดพ่ะย่ะค่ะ!”“ฝ่าบาท ข้าน้อยได้ยินมาว่า แคว้นตงซานกำลังสร้างมนุษย์โอสถอยู่อย่างลับ ๆ ดูเหมือนกำลังพยายามขยายกองทัพมนุษย์โอสถ พิษมนุษย์โอสถนั้น อาจจะมาจากแคว้นตงซานพ่ะย่ะค่ะ!”เซียวอวี้มองเหล่าขุนนางที่ยังคงไม่รู้

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1

    “แม่ทัพน้อย สารด่วนที่สุด! คุณหนูใหญ่ได้รับความอัปยศจนปลิดชีพตัวเอง นายหญิงต้องการให้ท่านกลับโดยเร็วที่สุด เพื่ออภิเษกสมรสแทนคุณหนูใหญ่!”ชายแดนแคว้นหนานฉี เกือกม้าย่ำผ่านลำธารที่เพิ่งละลาย หยดน้ำกระเซ็นซ่านเฟิ่งจิ่วเหยียนควบม้านำอยู่หน้าสุด นางสวมอาภรณ์เรียบง่ายแขนสอบสีดำ ใช้ปิ่นไม้อันเดียวรวบผมดำขลับ เส้นผมและชายชุดสะบัดพลิ้ว ในความองอาจเหนือคนนั้นแฝงไว้ซึ่งอารมณ์อันคุกรุ่นนางกับเฟิ่งเวยเฉียงน้องสาวเป็นฝาแฝดกัน แต่เนื่องจากการมีฝาแฝดไม่เป็นมงคล นางจึงถูกเลี้ยงดูอยู่ข้างนอกมาตั้งแต่เล็กเวยเฉียงมีนิสัยอ่อนโยนอ่อนหวาน ไม่เคยผูกความแค้นกับใครนางไม่เข้าใจเลย ใครจะทำร้ายคนที่บริสุทธิ์ดีงามเช่นนั้นนางจะจับคนผู้นั้นมาถลกหนังเลาะกระดูก สับเป็นชิ้น ๆ ป้อนให้สุนัขกินเสีย!องครักษ์เห็นว่าจะตามไม่ทันความเร็วของนางแล้วจึงตะโกนว่า“แม่ทัพน้อย ตอนนี้ควบม้าตายไปสองตัวแล้ว ข้างหน้ามีโรงเตี๊ยม แวะพักก่อนดีหรือไม่...”เฟิ่งจิ่วเหยียนสะบัดแส้ม้า“ตามไม่ทันก็ไสหัวกลับค่ายทหาร! ย่าห์!”โง่เง่า! มีเวลามาพักผ่อนเสียที่ไหน!สิ่งที่นางแบกรับอยู่ตอนนี้คือหนึ่งร้อยกว่าชีวิตในตระกูลเฟิ่ง!องคร

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 2

    เฟิ่งจิ่วเหยียนที่อยู่ในห้องหรี่ดวงเนตรงามลงเล็กน้อยวันนี้ไม่ว่าผลตรวจร่างกายเป็นเช่นไร ก็ล้วนแต่ไม่เป็นผลดีต่อตระกูลเฟิ่งทั้งสิ้นหวงกุ้ยเฟยจะต้องตัดสินว่าบุตรีตระกูลเฟิ่งไม่บริสุทธิ์เป็นแน่ จากนั้นก็ใช้เหตุนี้สร้างเรื่องตามมาถ้าคนที่มาสวมรอยแทนอย่างนางถูกตรวจร่างกายได้ผลว่ายังบริสุทธิ์ ถึงจะสามารถป้องกันแผนร้ายของหวงกุ้ยเฟย แต่ก็คงจะทำให้หวงกุ้ยเฟยนึกสงสัยขึ้นมาทันทีที่เรื่องสวมรอยแต่งงานมีพิรุธปรากฏ ถึงยามนั้นโทษฐานหลอกลวงเบื้องสูงก็เพียงพอให้ตระกูลเฟิ่งประสบหายนะได้แล้ว!สายตาเฟิ่งจิ่วเหยียนมองตรงไปข้างหน้า ใช้มือที่จับทวนมาจนชินนั้นแต้มบุปผาตรงหว่างคิ้วของตนเองอย่างหนักแน่นสิ่งที่อาจารย์สั่งสอนนางมีเพียงหลักพิชัยสงครามและหลักการเป็นขุนนางอาจารย์หญิงเคยสอนหลักการครองเรือนให้นาง ในนั้นย่อมมีธรรมเนียมปฏิบัติในวังหลวงด้วยเช่นกัน ยามนั้นแม้นางได้เรียนรู้ แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้นำมาใช้งานเพราะปณิธานของนางอยู่ที่ใต้หล้า ไม่ต้องการถูกคุมขังไว้ในเรือน เป็นเพียงภรรยาตัวน้อยที่โอนอ่อนผ่อนตามสามีคิดไม่ถึงว่าคนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิตนอกห้องขันทีผู้นั้นเดินนำนางกำนัลจากในวังหลวงตรงมา

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 3

    ณ ตำหนักฉือหนิง ที่ประทับของไทเฮาไทเฮาได้ยินเรื่องที่จวนตระกูลเฟิ่งแล้วก็มีสีพระพักตร์แช่มชื่น กล่าวกับกุ้ยหมัวมัวที่ปรนนิบัติอยู่ข้างกายว่า“ตอนงานวันเกิดของข้าปีที่แล้ว เคยเห็นเฟิ่งเวยเฉียงผู้นั้น นิสัยนางอ่อนโยนเกินไป เวลานั้นข้าก็รู้สึกว่านางยากจะรั้งตำแหน่งฮองเฮาได้“เรื่องในวันนี้กลับแปลกใหม่นัก ถึงกับโต้แย้งคนของหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ต่อหน้าธารกำนัล“ข้าต้องมองนางใหม่เสียแล้ว”กุ้ยหมัวมัวเป็นคนเก่าคนแก่ข้างกายไทเฮา เข้าใจความซับซ้อนในวังอย่างลึกซึ้ง นางรินน้ำชาร้อนกรุ่นให้ไทเฮา“แต่ดูจากความโปรดปรานที่ฝ่าบาทมีต่อหวงกุ้ยเฟย แม้ฮองเฮาจะปราดเปรื่องกล้าหาญเพียงไหนก็ยากจะรับมือท่านที่อยู่ตำหนักหลิงเซียวผู้นั้นได้ คืนนี้ ยากจะรับประกันว่าหวงกุ้ยเฟยจะไม่ก่อเรื่องนะเพคะ”เห็นได้ชัดว่านางมีความเห็นแตกต่างจากไทเฮา ไม่คิดว่าฮองเฮาจะมีความสามารถถึงเพียงนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าไทเฮาสลายไป“เจ้าพูดถูก ข้ายังจำได้ว่า วันที่ซิ่วหว่านเข้าวัง เดิมนั้นฝ่าบาทตั้งใจจะไปหานาง ผู้ใดจะคาดคิดว่าหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ผู้นั้นจะเข้ามาขัดขวาง เชิญฝ่าบาทไปหา“น่าสงสารก็แต่ซิ่วหว่านเด็กคนนั้น แม้แต่อาหญิงอย่างข้าก

Bab terbaru

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1106

    จักรพรรดิทรงนั่งบนราชบัลลังก์ กวาดมองเหล่าขุนนาง ด้วยสายตาเฉียบคม“เราไปจากเมืองหลวงแค่ไม่กี่เดือน พวกเจ้ากลับยิ่งอยู่ยิ่งละหลวม!” เหล่าขุนนางหวาดหวั่น ไม่กล้าสบตาความน่าเกรงขามของจักรพรรดิเซียวอวี้ถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ราชสำนักมีคำสั่ง ให้ตรวจสอบคดีมนุษย์โอสถ ในทุกเมืองทุกพื้นที่“ตอนนี้ เราถามพวกเจ้า เกี่ยวกับคดีนี้ พวกเจ้ารู้เรื่องมากน้อยเพียงใด?”สีหน้าขุนนางส่วนใหญ่ตกตะลึง ต่างมองหน้ากันไปมา เรื่องสืบคดี ไม่ใช่หน้าที่ของขุนนางแต่ละพื้นที่หรือ?พวกเขาต่างควรทำหน้าที่ของตนเองไม่ใช่หรือ?แต่ก็มีขุนนางส่วนน้อยไม่กี่คน คำตอบของพวกเขาเป็นที่น่าพอใจพอสมควร“ฝ่าบาท ตามที่ข้าน้อยทราบ คดีมนุษย์โอสถนั้นเกี่ยวข้องกับพิษมนุษย์โอสถ พิษนี้ทำให้คนไร้สติ ไม่กลัวความเจ็บปวด ปีนั้นพรรคเทียนหลงก่อกบฏ ก็เคยมีกองทัพมนุษย์โอสถจำนวนหนึ่งปรากฏตัว การสืบสวนเรื่องนี้ต้องทำอย่างเข้มงวดพ่ะย่ะค่ะ!”“ฝ่าบาท ข้าน้อยได้ยินมาว่า แคว้นตงซานกำลังสร้างมนุษย์โอสถอยู่อย่างลับ ๆ ดูเหมือนกำลังพยายามขยายกองทัพมนุษย์โอสถ พิษมนุษย์โอสถนั้น อาจจะมาจากแคว้นตงซานพ่ะย่ะค่ะ!”เซียวอวี้มองเหล่าขุนนางที่ยังคงไม่รู้

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1105

    เฟิ่งจิ่วเหยียนมั่นใจว่าที่ทำการหลักของกลุ่มค้ามนุษย์โอสถอยู่ในเมืองหลวง ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่คำพูดลอย ๆ นางหยิบแผนที่แคว้นหนานฉีขึ้นมา อธิบายให้เซียวอวี้ฟัง“ต้องถูกบีบจนมุม ถึงจะเห็นความผิดปกติเพคะ”“หลายเมืองที่เกิดเหตุ พิจารณาจากตำแหน่ง ระยะทาง สามารถคำนวณได้ว่า คำสั่งนั้นมาจากที่ใดเพคะ”บนแผนที่ ได้มีการทำเครื่องหมายจุดที่พบแหล่งค้ามนุษย์โอสถหลายแห่งอาศัยเส้นทาง เวลา รวมทั้งเส้นทางที่เปลี่ยนระหว่างทางที่ใช้ในการขนส่งมนุษย์โอสถ สามารถหาที่ตั้งของที่ทำการหลักได้นี่คือทักษะที่จำเป็นสำหรับแม่ทัพในสนามรบ ความเข้าใจในเวลาและระยะทางจะทำให้สามารถระบุตำแหน่งที่ตั้งกระโจมหลักของกองทัพศัตรูได้ชัดเจนจากนั้นจึงสามารถโจมตีกระโจมหลักได้เซียวอวี้ได้ยินที่นางพูดแล้วก็ขมวดคิ้ว“ที่แท้ก็อยู่ในเมืองหลวงหรือ”นั่นช่างเป็นการซ่อนภัยใกล้ตัว……ระหว่างเดินทางกลับเมืองหลวง ผ่านหมู่บ้านจู๋ซานฮ่องเต้ฮองเฮาแวะไปเยี่ยมเซียวจั๋วดวงตาทั้งคู่ของเซียวจั๋วได้รับบาดเจ็บ หลังจากหมอให้การรักษา อาการบาดเจ็บก็ไม่ดีขึ้น อาจถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นได้เซียวอวี้ตัดสินใจ พาเขากลับเมืองหลวง ให้หมอหลวงรั

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1104

    พ่อค้าไก่เหล่านั้นถูกทรมานจนหน้าตาเปลี่ยนรูปไปหมดพวกเขาจึงสารภาพตามความจริง“ไว้ชีวิต...ไว้ชีวิตด้วย! พวกเราไม่รู้จริง ๆ ว่า การซื้อขายไก่เหล่านั้น มีจุดประสงค์ใด“มีคนเสนอราคาสูง ๆ ให้พวกเราทำเช่นนี้ พวกเราก็เลยทำ”เลี่ยอู๋ซินหาใช่ผู้ที่สังหารคนโดยไร้เหตุผล ในเมื่อพวกเขาบอกความจริงแล้ว เขาก็หยุดมือทันทีเขาจึงผลักประตูออกมา ก็เผชิญกับสายตาของเซียวจั๋วคนหลังยังคงรออยู่ด้านนอก และได้ยินคำพูดของพ่อค้าไก่เหล่านั้นที่อยู่ด้านในองครักษ์ลับที่ฮ่องเต้ส่งมาให้เขาเหล่านั้น ถึงแม้จะมีวิธีการบางอย่าง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้พ่อค้าไก่นั้นหวาดกลัวเลี่ยอู๋ซินกลับแตกต่าง เขาแค่ไปยืนตรงนั้น ก็ราวกับปีศาจคลานออกมาจากคุกอันโหดเหี้ยมเห็นชัดอยู่ว่าเป็นวันที่แสงแดดเจิดจ้า แต่ทำให้คนเหมือนย้อนกลับไปยังฤดูหนาวอันเยือกเย็นเซียวจั๋วยิ้มอย่างนุ่มนวลพลางเอ่ย“ชัดเจนแล้วว่า พวกเขาก็เป็นแค่เครื่องมือ”เลี่ยอู๋ซินก็เห็นด้วยกับการสันนิษฐานเช่นนี้เขาเช็ดคราบเลือดออกจากมือทั้งสองข้าง แล้วโยนผ้าเช็ดหน้านั้นทิ้งไปโดยไม่สนใจ “ที่จริงพวกเขาก็เป็นแค่กุ้งฝอย ถามไปก็ไม่ได้เบาะแสที่เป็นประโยชน์”ไม่รู้ว

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1103

    เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้จักบิดาแท้ ๆ ของตนเองน้อยมากนางแทบไม่รู้ว่า เขายังมีความสามารถในการอ่านได้ทีละหลายบรรทัด และดูแค่ผ่านตาก็จำได้แม่นยำตามสิ่งที่เขาพูด ตั้งแต่เด็กเขาก็มีพรสวรรค์นี้ทว่าตามหมอดูทำนาย คนที่ฉลาดเกินไปจะส่งผลเสียต่อตนเองดังนั้น เขาต้องเก็บงำพรสวรรค์ น้อยครั้งจะแสดงออกต่อหน้าคนอื่นขอเพียงเขามีสมาธิเพียงพอ ก็สามารถจดจำทุกสิ่งที่เคยเห็นได้“สิบกว่าปีมานี้ คนต่างถิ่นทุกคนที่เข้ามาเมืองเจียง พวกเขาชื่อเสียงเรียงนามใด เข้าเมืองมาทำอะไร อยู่นานเพียงใด กระหม่อมจำได้หมดทุกคน“เบื้องต้นก็คัดกรองกลุ่มคนที่มาเป็นครอบครัว คนชรา คนป่วย และคนพิการออกไป คนเหล่านี้มาเจียงโจว ส่วนใหญ่มาเพื่อเยี่ยมเยือนญาติสนิทมิตรสหาย หรือบากหน้ามาขอความช่วยเหลือ“ต่อมาก็ค่อยคัดกรองกลุ่มคนที่มีคนรู้จักอยู่ที่เจียงโจวออกมา ทุกคนต่างก็บอกว่ากลุ่มค้ามนุษย์โอสถกระทำการอย่างระมัดระวัง จึงต้องเดินทางไปมาเพียงลำพัง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดตามมา...”นายท่านเฟิ่งพูดมามากมาย ก็มีเหตุผลในระดับหนึ่งท้ายที่สุดแล้ว เป็นเขาที่มีความจำดี สามารถจดจำจำนวนมาก ๆ ได้ จากนั้นจึงค่อยไปสำรวจตรวจสอบทีละคนคน

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1102

    เมิ่งฉวีจ้องมองไปที่นายท่านเฟิ่งทันที “เจ้ามีเบาะแสอะไร?”นายท่านเฟิ่งจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ พลางเอ่ยด้วยท่าทีจริงจัง“หลายวันมานี้ ข้าได้รับคำสั่งให้สืบหาคนที่หายตัวไปให้แน่ชัด ทว่างานนี้สหายร่วมงานก็ทำจนใกล้จะสำเร็จแล้ว ข้าจึงคิดหาหนทางใหม่ ๆ ...”เมิ่งฉวีร้อนใจจนจะหมดความอดทน“รีบบอกมา เจ้าสืบพบอะไรบ้าง!”นายท่านเฟิ่งเห็นเขาดูร้อนใจ ในใจก็รู้สึกสะใจอยู่บ้างทว่า มันก็เป็นคนละเรื่องกันเมิ่งสิงโจวเป็นเด็กดี ถูกคนทำร้ายจนตาย ก็ถือว่าน่าเสียดายนายท่านเฟิ่งจึงเอ่ยต่อ“ข้าตรวจสอบคนที่มาจากนอกพื้นที่ หลังผ่านการตรวจเทียบ ก็คัดกรองคนกลุ่มหนึ่งออกมาได้ คดีที่คนเจียงโจวหายตัวไปนั้น เพิ่มจำนวนมากขึ้น ล้วนเกิดขึ้นหลังจากที่คนกลุ่มนี้เข้ามา ดังนั้น ในจำนวนคนกลุ่มนี้ จะต้องมีคนที่น่าสงสัย”เมิ่งฉวีคิดว่ามีเหตุผลทว่า...เขามองนายท่านเฟิ่งด้วยความสงสัย และเอ่ยถาม: “เรื่องใหญ่เพียงนี้ เหตุใดจึงไม่กราบทูลฝ่าบาท?”นายท่านเฟิ่งคิ้วขมวดปม“เจ้ามายุ่งอะไรกับข้า!”ที่จริง เขาคิดจะใช้โอกาสมอบของขวัญวันเกิดในวันนี้ กราบทูลฮ่องเต้กับฮองเฮาถึงเรื่องนี้ เพื่อผลงานที่ยิ่งใหญ่จะได้เป็นที่จดจำท

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1101

    ภายในห้อง นายท่านเฟิ่งพลิกตัว และนอนตะแคงหันหลังให้เมิ่งฉวี ไม่ต้องการจะคุยกับเจ้าเฒ่าผู้นี้แม้แต่ประโยคเดียวยามนี้เขาเหมือนกับเด็กดื้อรั้น ไม่ยอมฟังอะไรทั้งสิ้นเมิ่งฉวีต้องอดกลั้น เอ่ยออกมาด้วยความจนใจ“สหาย อายุปูนนี้แล้ว เหตุใดต้องทำเช่นนี้ด้วยเล่า“ข้ารู้ว่า เพราะเรื่องของบุตรสาวทั้งสองคน เจ้าถึงไม่พอใจข้า“มีบางเรื่อง ข้ายอมรับ เช่นว่า จิ่วเหยียนบุตรสาวคนนี้ ข้ากับฮูหยินเลี้ยงดูมานานกว่าสิบปี มองนางเป็นบุตรสาวแท้ ๆ มาแต่แรกแล้ว ในตอนนั้นพวกเจ้าไม่ต้องการ...”“พวกเราไม่ใช่ไม่ต้องการนาง!” นายท่านเฟิ่งแก้ตัวด้วยอารมณ์เดือดดาลเขาทำเช่นนั้นเพราะจนใจไม่มีทางเลือกเมิ่งฉวีย้อนถาม“พวกเจ้าส่งจิ่วเหยียนมาให้ตระกูลเมิ่ง ฝากพวกเราสามีภรรยาเลี้ยงดู คงไม่ผิดกระมัง? นั่นไม่ใช่เป็นการส่งนางมาให้พวกเรา ให้นางมาเป็นบุตรสาวของพวกเราหรอกหรือ?”ครานี้นายท่านเฟิ่งถึงกับพูดไม่ออกเมิ่งฉวีนั่งลง แววตาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า“ไม่ว่าจะเอ่ยอย่างไรก็ตาม บุตรของพวกเรา ก็มีเพียงเด็กคนนี้เท่านั้น เวยเฉียงก็เป็นเพราะจนใจไม่มีทางเลือก เพียงนำชื่อมาเกี่ยวโยงกับตระกูลเมิ่งของพวกเรา ในใจนางยังคงเป็น

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1100

    นายท่านเฟิ่งมาที่นี่ในวันนี้ ก็เพราะเป็นวันเกิดของบุตรสาวเขาคิดว่า ในฐานะบิดา ก็ควรแสดงออกบ้างไม่มากก็น้อยดังนั้นจึงเลือกสรรอย่างพิถีพิถัน และซื้อหยกหนึ่งชิ้นมาเป็นของขวัญวันเกิดเจียงหลินบอกกับเขา“พวกเขาออกไปล่องเรือกันแล้ว คงไม่กลับมาเร็วนัก หากท่านซือหม่าเชื่อใจข้า ก็ฝากของขวัญวันเกิดนี้ไว้ ข้าจะเป็นตัวแทนท่านมอบให้กับฮองเฮา”นายท่านเฟิ่งจับกล่องผ้าไว้แน่น ๆ ทันที ท่าทางดูระแวดระวังอย่างมากเจียงหลิน: เขาดูเหมือนคนชั่วร้ายหรือ?“ข้าจะมาใหม่อีกภายหลัง” ในใจลึก ๆ ของนายท่านเฟิ่งดูหมิ่นชาวยุทธภพที่วันวันไม่มีอะไรทำเหล่านี้จิ่วเหยียนมีนิสัยเหมือนเช่นทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเจ้าเมิ่งฉวีผู้นั้นสั่งสอนมาผิด ๆ อีกส่วนหนึ่งคือใกล้ชิดกับคนไม่ดีนายท่านเฟิ่งไม่รู้จักตัวตนของเจียงหลิน และไม่คิดจะถามด้วยซ้ำเขาเข้าใจว่าตนเองฉลาด ในเมื่อรู้ว่าฮ่องเต้กับฮองเฮาทรงกำลังล่องเรือ เขาก็ตรงไปหาพวกเขาเลยก็สิ้นเรื่องเจียงโจวแห่งนี้มีภูเขามาก ทะเลสาบที่จะล่องเรือได้ก็มีเพียงแห่งเดียวนายท่านเฟิ่งรู้แล้วว่าจะไปหาพวกเขาได้ที่ใดทว่า เมื่อเขามาถึง กลับเห็นฉากที่เจ็บปวดใจอย่างยิ่งเห็นเร

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1099

    “ไปชายแดนเหนือ?” เซียวอวี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย หันไปมองเฟิ่งจิ่วเหยียนทันที อยากรู้ว่านางตัดสินใจเช่นนี้จริงหรือไม่เขานึกถึงความเป็นไปได้หลายอย่าง แต่ไม่คิดเลยว่านางจะไปดูแลครรภ์ที่ชายแดนเหนือหากเป็นเช่นนั้น พวกเขาสามีภรรยาจะไม่ต้องแยกจากกันหรอกหรือ?ฮูหยินเมิ่งก็กังวลเรื่องนี้เช่นเดียวกันหากสามีของจิ่วเหยียนเป็นเพียงบุรุษธรรมดา เรื่องนี้ก็คงไม่มีอะไรเป็นปัญหา แต่สามีของนางเป็นกษัตริย์ของแว่นแคว้นทั้งในวังยังมีสนมเหล่านั้นเขาจะทนความเหงาได้อย่างไร?เรื่องราวในโลกยากจะคาดเดา ใจคนก็ยากจะหยั่งถึงนางไม่อยากให้จิ่วเหยียนต้องเสียใจในภายภาคหน้าใจของบุรุษก็เหมือนดั่งว่าว จะปล่อยให้เชือกว่าวเส้นนั้นขาดไม่ได้ ทันทีที่ปล่อยให้ลอยไป คิดจะดึงกลับมาอีกก็คงยากแล้วฮูหยินเมิ่งเสนอตัวเอ่ยโน้มน้าว“หากพระนางจะเสด็จไปดูแลครรภ์ที่ชายแดนเหนือ พวกเราสองสามีภรรยาย่อมต้องดูแลเป็นอย่างดี อีกทั้งก็ยินดีที่จะทำสิ่งนั้น ทว่าท้ายที่สุดแล้วนี่ก็เป็นแค่แผนการเฉพาะหน้า หารือกับฝ่าบาทก่อนจะไม่ดีกว่าหรือ?”จากปฏิกิริยาของฮ่องเต้ก็พอจะมองออกว่า เขาไม่รู้ถึงการตัดสินใจนี้ด้วยซ้ำเฟิ่งจิ่วเหยียนยิ้มเล็กน

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1098

    ภายในเรือสำราญ สุราดีอาหารเลิศรสเตรียมไว้พร้อมล่วงหน้าแล้วเซียวอวี้ไม่ได้ตั้งกฎระเบียบอะไร แค่ถือว่าเป็นมื้ออาหารครอบครัวธรรมดา ทั้งสี่คนนั่งโต๊ะเดียวกันเรือสำราญลำใหญ่ ถูกเขาเหมาทั้งลำเรือ ไม่มีคนนอกมารบกวนได้เฟิ่งจิ่วเหยียนยกจอกสุราขึ้น “อาจารย์ อาจารย์หญิง ข้าขอดื่มคารวะให้ท่านทั้งสองก่อน เดินทางมาไกล คงเหน็ดเหนื่อยมาก”พวกเขาเลี้ยงดูนางมาสิบกว่าปี นางกลับไม่สามารถทำหน้าที่ลูกกตัญญูให้พวกเขาได้ รู้สึกละอายใจอย่างมากช่วงหลายวันมานี้ นางเอาแต่กังวลกับเรื่องอื่น ๆ จึงไม่ได้เขียนจดหมายไปถามสารทุกข์สุกดิบพวกเขา และไม่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้ของพวกเขาเป็นอย่างไรบ้างขณะที่นางกำลังจะดื่มหมดจอก เซียวอวี้จับข้อมือนางไว้ และหยิบสุรามาจากมือของนาง“สุรานี้ เราขอดื่มแทนฮองเฮา”พูดจบเขาก็ดื่มรวดเดียวหมดสองสามีภรรยาตระกูลเมิ่งรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้างฮูหยินเมิ่งถามด้วยความเป็นห่วงทันที: “ฮองเฮาทรงได้รับบาดเจ็บทางร่างกายหรือไม่?”มิเช่นนั้นเหตุใดถึงไม่สามารถดื่มสุราได้?เมิ่งฉวีก็มีสีหน้าเป็นกังวลเช่นกัน“หรือว่าตอนที่สืบคดีของมนุษย์โอสถ...”เขาไม่ให้นางเข้าไปยุ่งเกี่ยวในตอนแรก ก็เพ

Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status