กว่าที่คนในห้องส่วนตัวจะทานอาหารเสร็จก็เลยเวลาหนึ่งทุ่มไปครึ่งชั่วโมงแล้ว จ้านเกาเห็นว่าค่ำมากแล้ว เขาจึงเดินออกไปส่งซูหนิงจิง กู่ซิงและซูหนิงเซียวที่ประตูห้างด้านข้าง ก่อนที่บอดี้การ์ดของซูหนิงจิงที่ตามมาวันนี้จะเข้าไปรับช่วงต่อหลังจากพวกเขาร่ำลากันเพียงเล็กน้อย
หลังจากแยกกันแล้ว ซูหนิงจิงพาซูหนิงเซียวกับกู่ซิงไปขึ้นรถที่จอดอยู่ชั้น 4 ส่วนจ้านเกาก็กลับไปพร้อมบอดี้การ์ด เค่อหานเองก็แยกกับจ้านเกาแล้วกลับบ้านเขา เพราะพรุ่งนี้เขายังมีงานต้องทำอีกมากที่บริษัท
ซูหนิงจิงกลับถึงบ้านเกือบสามทุ่ม เธอรีบบอกให้ลูกและกู่ซิงแยกย้ายกันไปพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้พวกเธอจะอยู่บ้านเพื่อติดตามออแกไนซ์ว่าเตรียมงานไปถึงไหน รวมทั้งสอบถามเรื่องแขกกับเจิ้งเหลียงฮวาอีกครั้ง ส่วนเรื่องคดีนั้น ซูหนิงจิงปล่อยให้ทนายฮวงไหลจัดการเหมือนเช่นทุกครั้งที่เธอเคยใช้บริการเขามาตลอดหลายปีขณะยังบริหารงานบริษัทเมื่อ 10 กว่าปีก่อน เธอเชื่อมั่นในฝีมือของเขามาตลอดว่าคดีนี้เธอจะชนะอีกครั้งและได้นำเงินจากพวกเด็กรวยไปบริจาคให้เด็กยากไร้ด้วย
ระหว่างทางที่ซูหนิงจิงกับกู่ซิงเดินกลับเข้าไปห้องรับแขกเพื่อรอเวลาทำพิธี พวกเธอกลับพบคุณนายหานกับคุณนายโจวที่มาพร้อมเด็ก ๆ จึงแวะทักทายกัน“ไม่คิดว่าจะได้พบคุณซูกับคุณกู่ที่งานนี้นะคะ”“ในการ์ดเชิญไม่ได้บอกเหรอคะว่าจ้านเกาหมั้นกับใคร พอดีดิฉันกับพี่กู่ยุ่งอยู่กับการดูแลออแกไนซ์เลยไม่ได้ถามเหลียงฮวาน่ะค่ะ”“ไม่ได้บอกนะคะ ว่าแต่คุณซูรู้ไหมคะว่าคุณจ้านจะหมั้นกับผู้หญิงที่ไหน ทำไมพวกเราไม่เคยได้ข่าวว่าเขาคบหากับผู้หญิงคนไหนมาก่อนคะ”“คุณป้าคะ หนิงเซียวมาด้วยหรือเปล่าคะ”“มาสิจ๊ะ หนิงเซียวนั่งอยู่กับคุณตา คุณยายของจ้านเกาน่ะ”“อืม ถ้าอย่างนั้นหนูรอให้จบพิธีก่อนค่อยชวนหนิงเซียวมานั่งด้วยกันดีกว่าค่ะ”“อ่า ป้าลืมบอกไปว่าหนิงเซียวเป็นคนที่กำลังจะหมั้นกับจ้านเกาน่ะจ๊ะ คงไม่สะดวกที่จะนั่งกับพวกหนูนักนะจ๊
เมื่อทุกคนเห็นว่าเด็กทั้งสองกลับมาแล้ว พวกเขาจึงเริ่มทานข้าวร่วมกันอย่างอบอุ่น ระหว่างมื้ออาหารทุกคนคุยกันอย่างออกรสเหมือนกับเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างแท้จริง หลังจากร่วมทานอาหารกันเสร็จแล้ว ทีมออแกไนซ์เดินแจกของชำร่วยที่เป็นแก้วน้ำสกรีนรูปจ้านเกาและซูหนิงเซียว ซึ่งอยู่ในแพ็คเกจของอ้ายหลิว แต่ละตระกูลที่ได้รับแก้วคู่ต่างยิ้มให้กับของชำร่วยน่ารัก ๆ ทั้งที่นี่เป็นแค่งานหมั้นเท่านั้น แต่ในเมื่อเจ้าภาพจัดให้ พวกเขาก็รับเอาไว้ด้วยรอยยิ้มจ้านเกาพาซูหนิงเซียวที่ทานอิ่มแล้วเดินไปหาเพื่อนทั้งสองของเธอที่โต๊ะ เขาแยกออกมาคุยกับนายใหญ่ของแต่ละตระกูลเรื่องธุรกิจของเขา เพื่อให้ซูหนิงเซียวได้คุยกับเพื่อนสนิทของเธอ ส่วนซูหนิงจิงก็ตามจ้านเกากับลูกสาวมาเช่นเดียวกัน เธอรู้ดีว่าพวกคนตระกูลใหญ่อยากรู้เรื่องโครงการของเธอที่กำลังสร้างไม่น้อย กู่ซิงที่ว่างอยู่จึงนั่งคุยกับคุณตา คุณยายของจ้านเกาเป็นเพื่อนพวกเขาแทน เจิ้งเหลียงฮวากับสามีเดินตามซูหนิงจิงออกไปด้วยเช่นกัน พวกเขาเคยชินกับการเข้าร่วมงานเลี้ยงอยู่แล้ว ทั้งสองคนทักทายแขกคนอื่น ๆ อย่างสนิทสนมและแยกเป็นก
จ้านเกากับซูหนิงเซียวที่เพิ่งส่งแขกกลับหมดแล้ว จูงมือกันเดินไปนั่งร่วมกับพวกผู้ใหญ่ที่ห้องรับแขก“เหนื่อยไหมเด็ก ๆ”“ผมไม่เหนื่อยครับ คุณตา น้องหนิงเซียวเหนื่อยไหม”“นิดหน่อยค่ะ เพราะวันนี้หนูใส่รองเท้าส้นสูงเดินมากไป นั่งพักสักหน่อยก็หายค่ะ”“ตอนนี้เราก็เหมือนครอบครัวเดียวกันแล้วนะ แม่หนูซูถ้ามีอะไรให้จ้านเกาช่วยบอกเขาได้เลยนะ ยายกับตาพร้อมที่จะสนับสนุนแม่หนูซูกับหนิงเซียวจ๊ะ”“ขอบคุณทุกคนนะคะที่ต้อนรับเราสองแม่ลูก ตอนนี้หนูยังไม่มีอะไรให้จ้านเกาช่วยค่ะคุณยาย แต่หลังจากโครงการเสร็จสิ้น จ้านเกาน่าจะเหนื่อยหน่อยตอนเปิดขายห้องนะคะ ป้าฝากดูแลด้วยนะจ้านเกา”“อ้อ โครงการของแม่หนูซู ตากับยายพอรู้บ้าง จ้านเกาหลานอย่าลืมซื้อไว้สัก 20 ห้องแล้วค่อยปล่อยขายทีหลังด้วยล่ะ”“ครับคุณตา คุณยาย ป้าซูไม่ต้องกังว
ข่าวการหมั้นหมายของจ้านเกาถูกปิดบังจากสื่อเอาไว้เป็นอย่างดี แต่ตระกูลหลงที่มีหลงเอ้อหลางบอกกล่าวว่าทำไมเขาถึงถูกจับกลับรู้ดีว่าตอนนี้จ้านเกามีคู่หมั้นเป็นลูกสาวของซูหนิงจิงผู้เก่งกาจแล้ว หลงฮ่าวโมโหที่ลูกชายไม่ยอมเชิญเขาไปร่วมงานหมั้นที่มีแต่ตระกูลเก่าแก่เข้าร่วมด้วย แถมลูกชายคนรองยังก่อเรื่องใหญ่ขึ้นมาให้เขาปวดหัวอีก ถึงเขาจะต่อว่าลูกยังไงก็ไม่มีประโยชน์ ในเมื่อจ้านเกาไม่เคยเรียกเขาว่าพ่อตั้งแต่ที่เมียเก่าเขาตายไป ส่วนหลงเอ้อหลางก็มีเจียวจูเมียใหม่เขาคอยให้ท้ายอยู่ ทำให้หลงเอ้อหลางไม่ยอมเรียนหนังสือให้จบแล้วมาช่วยงานเขาสักที แต่กลับมั่วสุมอยู่กับกลุ่มเพื่อนเกเรทั้งที่ตัวเองมีคู่หมั้นเป็นตัวเป็นตนแล้วเจียวจูเห็นสามีโกรธลูกชายตัวเองก็ยิ่งเข้าข้างลูกและโทษว่าเป็นความผิดของซูหนิงจิงกับซูหนิงเซียวที่ทำให้ลูกชายเธอต้องถูกจับในครั้งนี้“คุณก็ดีแต่โทษคนอื่นอาจู คุณไม่รู้นิสัยลูกชายคุณหรือยังไง”“เอ๊ะ เอ้อหลางก็ลูกคุณเหมือนกันนะ คุณจะมาพูดแบบนี้ได้ยังไง อีกอย่างที่ฉันพู
“ส่วนใหญ่น้องใหม่จะมากับผู้ปกครองเป็นส่วนใหญ่นะ มีไม่กี่คนหรอกที่มาลงทะเบียนคนเดียว พวกเธอลองดูนั่นสิ เห็นไหมว่าน้องใหม่มากับผู้ปกครอง”“อ๋อ พวกเราเข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นเราจะไปทำงานก่อนนะ วันนี้ไม่น่าจะมีรุ่นพี่มาลงทะเบียนกันแล้วมั้ง น่าจะมีแต่เด็กใหม่ทั้งหมด”“นั่นสิ ไปกัน ๆ ฉันตื่นเต้นจังเลย ว่าแต่เพื่อนที่จะรับช่วงต่อจากเรามากันหรือยังเนี่ย”“น่าจะมาแล้วนะ ดูสิ พวกเขายืนรอกันอยู่ที่ทางเดินไปห้องทะเบียนน่ะ”“ถ้าอย่างนั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ ยิ่งสายคนน่าจะยิ่งเยอะนะ ไม่รู้วันนี้จะมีรุ่นน้องกี่คนเข้ามาลงทะเบียน พวกเราต้องคอยมารับน้องกันทั้งสัปดาห์เลยนะเนี่ย”“เอาน่า เรามีหน้าที่อะไรก็ทำไปก่อนเถอะ เธอจะบ่นทำไมกันเสี่ยวเซียน”“พวกเธออย่าเพิ่งทะเลาะกันสิ เดี๋ยวรุ่นน้องก็ตกใจหมดหรอก พวกพี่นั่งรอที่โต๊ะได้นะคะ พวกหนูมีงานที่ต้อ
ณ คฤหาสน์ครอบครัวจ้าวในเมืองหลวงวันนี้ซูหนิงจิงไปรับลูกสาวกลับจากโรงเรียนในตอนเย็น เมื่อกลับมาถึงบ้านเธอกลับพบว่าสามีพาผู้หญิงสวยคนหนึ่งพร้อมกับเด็กชายหญิงอีกสองคนนั่งรอเธอกับลูกอยู่ที่ห้องรับแขก ซูหนิงจิงบอกให้ลูกขึ้นไปรอที่ห้องก่อน“แม่คะ หนูจะอยู่กับแม่”“แม่ไม่เป็นไรลูก ลูกขึ้นไปรอแม่อยู่ในห้องดี ๆ ก่อน แล้วเดี๋ยวแม่จะเล่าให้ฟังทีหลัง”“ก็ได้ค่ะ แม่ดูแลตัวเองด้วยนะคะ”“แม่รู้จ๊ะลูก ไม่ต้องเป็นห่วงแม่ รีบไปเถอะ”จ้าวหนิงเซียวได้แต่หันมองแม่ของเธอระหว่างที่เดินกลับขึ้นไปยังห้องของตนเองที่อยู่บนชั้นสองของบ้านด้วยความเป็นห่วง เธอไม่ใช่เด็กที่ไม่รู้ความ สิ่งที่เธอเห็นก่อนหน้านี้เธอพอจะเดาได้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของเธอซูหนิงจิงเดินไปนั่งที่เก้าอีกอีกตัวที่ว่างอยู่ เธอมองสามีด้วยสายตาเย็นชา ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากพูดในสิ่งที่เธอไม่คิดมาก่อนว่าจะได้ยินจากคนที่เป็นสามีและคนที่ช่วยกันสร้างบริษัทขึ้นมาจนมีฐานะร่ำรวยอยู่ในทุกวันนี้“นี่หลิวอ้ายโหรวภรรยาอีกคนของผม ส่วนเด็กสองคนนั้นก็เป็นลูกของผมเช่นกัน บ้านหลังนี้ไม่ใช่เล็ก ๆ ผมอยากให้เธอกับลูกเข้ามาอยู่ที่นี่ด้วย คุณคิดว่ายังไง
ซูหนิงจิงเดินไปถึงห้องอาหารแล้วก็เห็นว่าแม่บ้านตั้งโต๊ะพร้อมแล้ว ในบ้านหลังใหญ่นี้มีแม่บ้านอยู่ไม่น้อย เพียงแต่พวกเธอจะไม่ยุ่งเรื่องของเจ้านายมาแต่ไหนแต่ไร จึงทำให้สามารถทำงานอยู่ที่นี่ได้นานเกือบสิบปีตั้งแต่ที่ซูหนิงจิงกับจ้าวไห่ถังซื้อบ้านหลังนี้มาเมื่อแปดปีก่อน“พวกคุณออกไปก่อนเถอะ เดี๋ยวคุณหนูก็ลงมาแล้ว ค่อยมาเก็บทีหลังก็แล้วกัน”“ค่ะ คุณผู้หญิง”แม่บ้านทั้งสามคนที่ทำงานครัวออกจากห้องอาหารไปอย่างรู้งาน ช่วงหลายปีหลังมานี้คุณผู้ชายไม่เคยกลับมากินข้าวที่บ้านเลย จะมีก็แต่คุณผู้หญิงกับคุณหนูเท่านั้นที่กลับมาอยู่ที่นี่ตลอด แต่พวกเธอก็ไม่กล้าสอบถามอะไรให้ถูกไล่ออกเพราะสอดรู้สอดเห็นเรื่องเจ้านายไม่นานนักจ้าวหนิงเซียวก็มาถึงห้องอาหาร เธอนั่งลงที่เก้าอี้ประจำแล้วคอยตักอาหารใส่ถ้วยข้าวให้แม่อย่างเอาใจใส่ ซูหนิงจิงเองก็คอยตักอาหารให้ลูกสาวเช่นเดียวกัน สองแม่ลูกต่างมีรอยยิ้มมอบให้กันถึงแม้จะเพิ่งผ่านเรื่องราวหนักหนาสาหัสมาได้ไม่นาน นี่เป็นเพราะซูหนิงจิงที่มั่นใจในตัวเองมากและวางแผนอนาคตเอาไว้เสมอไม่ว่าจะเกิดเรื่องดีหรือร้ายเข้ามา อย่างน้อยตอนนี้บริษัทที่เธอกับจ้าวไห่ถังสร้างมาก็ทำกำไรต่อปีได
เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว ซูหนิงจิงเรียกให้แม่บ้านมาช่วยยกกล่องกระดาษขึ้นไปยังห้องของเธอและลูกโดยแบ่งกล่องกันคนละครึ่งจากที่ซื้อมา ส่วนเทปติดกล่องก็แบ่งกันคนละครึ่งเช่นเดียวกัน แม่บ้านไม่สอบถามอะไรมากมายเช่นเคย พวกเธอช่วยคุณผู้หญิงกับคุณหนูยกกันคนละไม้คนละมือขึ้นไปที่ห้องของเจ้านายแต่ละคน หลังจากยกขึ้นไปแล้ว ซูหนิงจิงก็บอกให้พวกเธอออกไปก่อน แล้วค่อยเตรียมอาหารเย็นให้เธอกับลูกทีหลัง แม่บ้านทั้งสามรับคำของคุณผู้หญิงก่อนจะออกจากห้องไปทำหน้าที่อย่างอื่นก่อนถึงเวลาทำอาหารเย็นให้พวกเธอซูหนิงจิงมองภาพห้องนอนที่มีสิ่งของต่าง ๆ มากมายของเธอพร้อมกับถอนหายใจยาว ในเมื่อตัดสินใจแล้ว ซูหนิงจิงก็จะไม่คิดถึงวันเวลาที่แย่ ๆ อีกต่อไป เธอเริ่มเก็บเสื้อผ้าทั้งหมดลงในกล่องและเหลือไว้เพียงชุดที่จะใส่พรุ่งนี้เท่านั้น ซูหนิงจิงเปิดเซฟที่มีเครื่องประดับที่เธอสะสมเอาไว้เก็บใส่กล่องกระดาษทั้งหมด ถ้าไปถึงที่ก้านโจวแล้วเธอค่อยหาซื้อตู้เซฟใหม่มาเก็บเอาไว้ทีหลัง โชคดีที่จ้าวไห่ถังไม่แอบเอาเครื่องประดับของเธอไปให้ผู้หญิงคนนั้นด้านซูหนิงเซียวเองก็เก็บหนังสือเรียนของเธอลงกล่องจนหมด แล้วจึงเริ่มเก็บเสื้อผ้ามากมายที่แม่ซื้
“ส่วนใหญ่น้องใหม่จะมากับผู้ปกครองเป็นส่วนใหญ่นะ มีไม่กี่คนหรอกที่มาลงทะเบียนคนเดียว พวกเธอลองดูนั่นสิ เห็นไหมว่าน้องใหม่มากับผู้ปกครอง”“อ๋อ พวกเราเข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นเราจะไปทำงานก่อนนะ วันนี้ไม่น่าจะมีรุ่นพี่มาลงทะเบียนกันแล้วมั้ง น่าจะมีแต่เด็กใหม่ทั้งหมด”“นั่นสิ ไปกัน ๆ ฉันตื่นเต้นจังเลย ว่าแต่เพื่อนที่จะรับช่วงต่อจากเรามากันหรือยังเนี่ย”“น่าจะมาแล้วนะ ดูสิ พวกเขายืนรอกันอยู่ที่ทางเดินไปห้องทะเบียนน่ะ”“ถ้าอย่างนั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ ยิ่งสายคนน่าจะยิ่งเยอะนะ ไม่รู้วันนี้จะมีรุ่นน้องกี่คนเข้ามาลงทะเบียน พวกเราต้องคอยมารับน้องกันทั้งสัปดาห์เลยนะเนี่ย”“เอาน่า เรามีหน้าที่อะไรก็ทำไปก่อนเถอะ เธอจะบ่นทำไมกันเสี่ยวเซียน”“พวกเธออย่าเพิ่งทะเลาะกันสิ เดี๋ยวรุ่นน้องก็ตกใจหมดหรอก พวกพี่นั่งรอที่โต๊ะได้นะคะ พวกหนูมีงานที่ต้อ
ข่าวการหมั้นหมายของจ้านเกาถูกปิดบังจากสื่อเอาไว้เป็นอย่างดี แต่ตระกูลหลงที่มีหลงเอ้อหลางบอกกล่าวว่าทำไมเขาถึงถูกจับกลับรู้ดีว่าตอนนี้จ้านเกามีคู่หมั้นเป็นลูกสาวของซูหนิงจิงผู้เก่งกาจแล้ว หลงฮ่าวโมโหที่ลูกชายไม่ยอมเชิญเขาไปร่วมงานหมั้นที่มีแต่ตระกูลเก่าแก่เข้าร่วมด้วย แถมลูกชายคนรองยังก่อเรื่องใหญ่ขึ้นมาให้เขาปวดหัวอีก ถึงเขาจะต่อว่าลูกยังไงก็ไม่มีประโยชน์ ในเมื่อจ้านเกาไม่เคยเรียกเขาว่าพ่อตั้งแต่ที่เมียเก่าเขาตายไป ส่วนหลงเอ้อหลางก็มีเจียวจูเมียใหม่เขาคอยให้ท้ายอยู่ ทำให้หลงเอ้อหลางไม่ยอมเรียนหนังสือให้จบแล้วมาช่วยงานเขาสักที แต่กลับมั่วสุมอยู่กับกลุ่มเพื่อนเกเรทั้งที่ตัวเองมีคู่หมั้นเป็นตัวเป็นตนแล้วเจียวจูเห็นสามีโกรธลูกชายตัวเองก็ยิ่งเข้าข้างลูกและโทษว่าเป็นความผิดของซูหนิงจิงกับซูหนิงเซียวที่ทำให้ลูกชายเธอต้องถูกจับในครั้งนี้“คุณก็ดีแต่โทษคนอื่นอาจู คุณไม่รู้นิสัยลูกชายคุณหรือยังไง”“เอ๊ะ เอ้อหลางก็ลูกคุณเหมือนกันนะ คุณจะมาพูดแบบนี้ได้ยังไง อีกอย่างที่ฉันพู
จ้านเกากับซูหนิงเซียวที่เพิ่งส่งแขกกลับหมดแล้ว จูงมือกันเดินไปนั่งร่วมกับพวกผู้ใหญ่ที่ห้องรับแขก“เหนื่อยไหมเด็ก ๆ”“ผมไม่เหนื่อยครับ คุณตา น้องหนิงเซียวเหนื่อยไหม”“นิดหน่อยค่ะ เพราะวันนี้หนูใส่รองเท้าส้นสูงเดินมากไป นั่งพักสักหน่อยก็หายค่ะ”“ตอนนี้เราก็เหมือนครอบครัวเดียวกันแล้วนะ แม่หนูซูถ้ามีอะไรให้จ้านเกาช่วยบอกเขาได้เลยนะ ยายกับตาพร้อมที่จะสนับสนุนแม่หนูซูกับหนิงเซียวจ๊ะ”“ขอบคุณทุกคนนะคะที่ต้อนรับเราสองแม่ลูก ตอนนี้หนูยังไม่มีอะไรให้จ้านเกาช่วยค่ะคุณยาย แต่หลังจากโครงการเสร็จสิ้น จ้านเกาน่าจะเหนื่อยหน่อยตอนเปิดขายห้องนะคะ ป้าฝากดูแลด้วยนะจ้านเกา”“อ้อ โครงการของแม่หนูซู ตากับยายพอรู้บ้าง จ้านเกาหลานอย่าลืมซื้อไว้สัก 20 ห้องแล้วค่อยปล่อยขายทีหลังด้วยล่ะ”“ครับคุณตา คุณยาย ป้าซูไม่ต้องกังว
เมื่อทุกคนเห็นว่าเด็กทั้งสองกลับมาแล้ว พวกเขาจึงเริ่มทานข้าวร่วมกันอย่างอบอุ่น ระหว่างมื้ออาหารทุกคนคุยกันอย่างออกรสเหมือนกับเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างแท้จริง หลังจากร่วมทานอาหารกันเสร็จแล้ว ทีมออแกไนซ์เดินแจกของชำร่วยที่เป็นแก้วน้ำสกรีนรูปจ้านเกาและซูหนิงเซียว ซึ่งอยู่ในแพ็คเกจของอ้ายหลิว แต่ละตระกูลที่ได้รับแก้วคู่ต่างยิ้มให้กับของชำร่วยน่ารัก ๆ ทั้งที่นี่เป็นแค่งานหมั้นเท่านั้น แต่ในเมื่อเจ้าภาพจัดให้ พวกเขาก็รับเอาไว้ด้วยรอยยิ้มจ้านเกาพาซูหนิงเซียวที่ทานอิ่มแล้วเดินไปหาเพื่อนทั้งสองของเธอที่โต๊ะ เขาแยกออกมาคุยกับนายใหญ่ของแต่ละตระกูลเรื่องธุรกิจของเขา เพื่อให้ซูหนิงเซียวได้คุยกับเพื่อนสนิทของเธอ ส่วนซูหนิงจิงก็ตามจ้านเกากับลูกสาวมาเช่นเดียวกัน เธอรู้ดีว่าพวกคนตระกูลใหญ่อยากรู้เรื่องโครงการของเธอที่กำลังสร้างไม่น้อย กู่ซิงที่ว่างอยู่จึงนั่งคุยกับคุณตา คุณยายของจ้านเกาเป็นเพื่อนพวกเขาแทน เจิ้งเหลียงฮวากับสามีเดินตามซูหนิงจิงออกไปด้วยเช่นกัน พวกเขาเคยชินกับการเข้าร่วมงานเลี้ยงอยู่แล้ว ทั้งสองคนทักทายแขกคนอื่น ๆ อย่างสนิทสนมและแยกเป็นก
ระหว่างทางที่ซูหนิงจิงกับกู่ซิงเดินกลับเข้าไปห้องรับแขกเพื่อรอเวลาทำพิธี พวกเธอกลับพบคุณนายหานกับคุณนายโจวที่มาพร้อมเด็ก ๆ จึงแวะทักทายกัน“ไม่คิดว่าจะได้พบคุณซูกับคุณกู่ที่งานนี้นะคะ”“ในการ์ดเชิญไม่ได้บอกเหรอคะว่าจ้านเกาหมั้นกับใคร พอดีดิฉันกับพี่กู่ยุ่งอยู่กับการดูแลออแกไนซ์เลยไม่ได้ถามเหลียงฮวาน่ะค่ะ”“ไม่ได้บอกนะคะ ว่าแต่คุณซูรู้ไหมคะว่าคุณจ้านจะหมั้นกับผู้หญิงที่ไหน ทำไมพวกเราไม่เคยได้ข่าวว่าเขาคบหากับผู้หญิงคนไหนมาก่อนคะ”“คุณป้าคะ หนิงเซียวมาด้วยหรือเปล่าคะ”“มาสิจ๊ะ หนิงเซียวนั่งอยู่กับคุณตา คุณยายของจ้านเกาน่ะ”“อืม ถ้าอย่างนั้นหนูรอให้จบพิธีก่อนค่อยชวนหนิงเซียวมานั่งด้วยกันดีกว่าค่ะ”“อ่า ป้าลืมบอกไปว่าหนิงเซียวเป็นคนที่กำลังจะหมั้นกับจ้านเกาน่ะจ๊ะ คงไม่สะดวกที่จะนั่งกับพวกหนูนักนะจ๊
กว่าที่คนในห้องส่วนตัวจะทานอาหารเสร็จก็เลยเวลาหนึ่งทุ่มไปครึ่งชั่วโมงแล้ว จ้านเกาเห็นว่าค่ำมากแล้ว เขาจึงเดินออกไปส่งซูหนิงจิง กู่ซิงและซูหนิงเซียวที่ประตูห้างด้านข้าง ก่อนที่บอดี้การ์ดของซูหนิงจิงที่ตามมาวันนี้จะเข้าไปรับช่วงต่อหลังจากพวกเขาร่ำลากันเพียงเล็กน้อยหลังจากแยกกันแล้ว ซูหนิงจิงพาซูหนิงเซียวกับกู่ซิงไปขึ้นรถที่จอดอยู่ชั้น 4 ส่วนจ้านเกาก็กลับไปพร้อมบอดี้การ์ด เค่อหานเองก็แยกกับจ้านเกาแล้วกลับบ้านเขา เพราะพรุ่งนี้เขายังมีงานต้องทำอีกมากที่บริษัทซูหนิงจิงกลับถึงบ้านเกือบสามทุ่ม เธอรีบบอกให้ลูกและกู่ซิงแยกย้ายกันไปพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้พวกเธอจะอยู่บ้านเพื่อติดตามออแกไนซ์ว่าเตรียมงานไปถึงไหน รวมทั้งสอบถามเรื่องแขกกับเจิ้งเหลียงฮวาอีกครั้ง ส่วนเรื่องคดีนั้น ซูหนิงจิงปล่อยให้ทนายฮวงไหลจัดการเหมือนเช่นทุกครั้งที่เธอเคยใช้บริการเขามาตลอดหลายปีขณะยังบริหารงานบริษัทเมื่อ 10 กว่าปีก่อน เธอเชื่อมั่นในฝีมือของเขามาตลอดว่าคดีนี้เธอจะชนะอีกครั้งและได้นำเงินจากพวกเด็กรวยไปบริจาคให้เด็กยากไร้ด้วย
ซูหนิงจิงพอพาทุกคนไปถึงร้านนาฬิกาแบรนด์ดังแล้ว เธอสอบถามพนักงานโดยตรงว่ามีนาฬิกาแบบลิมิเต็ดบ้างหรือไม่ทันที เธอไม่สนใจว่าราคาจะแพงแค่ไหน เธอแค่ต้องการสะสมนาฬิกาเท่านั้น กู่ซิงที่เพิ่งหันมาสนใจเรื่องนาฬิกาเพราะเธอยังคงตามติดซูหนิงจิงว่าวันนี้เธอจะซื้อนาฬิกาแบบไหนและราคาเท่าไหร่ ถ้าหากกู่ซิงมีเงินอีกมากสักหน่อยก็คงจะซื้อไปสะสมเหมือนซูหนิงจิงเช่นกันส่วนจ้านเกานั้น เขาพาซูหนิงเซียวไปเดินดูนาฬิกาน่ารัก ๆ เหมาะกับวัยของเธอที่อีกด้านหนึ่งแทน เขาอยากซื้อนาฬิกาให้ว่าที่คู่หมั้นสักเรือนเช่นกัน หลังจากที่เขาได้นาฬิกาจากเธอและแม่มาก่อนหน้านี้“พี่จ้านแน่ใจเหรอคะว่าจะซื้อให้หนูน่ะ นี่นาฬิกาของหนูก็มีแล้วนะ แพงมากด้วย”“พี่แน่ใจครับ น้องหนิงเซียวลองเลือกมาไว้ใส่สลับกับเรือนที่ป้าซูซื้อให้สักเรือนนะ พี่อยากให้น้องหนิงเซียวใส่นาฬิกาของพี่จะได้คิดถึงพี่บ้างเวลาดูนาฬิกา”ซูหนิงเซียวไม่คิดว่าจ้านเกาจะพูดจาหวาน ๆ เป็นกับเขาด้วย เธอถึงกับหน้าแดงก่ำข
ซูหนิงจิงกับกู่ซิงใช้เวลาไม่นานในการเดินหาร้านที่ซูหนิงเซียวอยู่ จ้านเกาที่ยืนยิ้มรอซูหนิงเซียวจ่ายค่าเข็มกลัดเนคไทที่เธอเลือกให้เขาหันกลับไปมองประตูร้าน เพราะเค่อหานมากระซิบบอกเขาว่าซูหนิงจิงกับกู่ซิงมาถึงแล้ว“น้องหนิงเซียวรอที่นี่ก่อนนะครับ พี่จะไปทักทายป้าซูกับป้ากู่สักครู่”“ได้ค่ะ หนูจ่ายเงินเสร็จจะตามไปนะคะ พี่พาแม่กับป้ากู่นั่งรอที่หน้าร้านได้เลยค่ะ”“ครับผม”จ้านเกาเดินออกห่างจากซูหนิงเซียวไปหาซูหนิงจิงกับกู่ซิง เขาทักทายทั้งคู่ก่อนที่จะเชิญทั้งสองคนไปนั่งรอตามที่ซูหนิงเซียวบอก“ป้าซูกับป้ากู่มาถึงเร็วจังเลยครับ น้องหนิงเซียวเพิ่งเลือกของให้ผมได้ไม่นานนี้เอง”“เฮ้อ ป้าเป็นห่วงหนิงเซียวน่ะ กลัวว่าน้องจะคิดมากถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเลยรีบมากัน”“อ้อ ที่จริงป้าซูไม่ต้องห่วงน้องมากขนาดนี้ก็ได้ครับ น้องอย
ทั้งสองคนต่างไล่ดูแหวนคู่ตั้งแต่ด้านล่างจนขึ้นมาถึงชั้นบน ตอนนี้พวกเขามีแหวนที่เล็งเอาไว้แล้วสองสามคู่ แต่พอไล่ดูแหวนชั้นบนได้ไม่นาน ซูหนิงเซียวเห็นมีแหวนทองคำขาวประดับเพชรเม็ดไม่ใหญ่นักสำหรับแหวนผู้ชายแต่น้ำเพชรที่เธอดูนั้นมีประกายวาวมากจนดูโดดเด่นกว่าแหวนวงอื่น แหวนผู้หญิงเป็นทองคำขาวเช่นเดียวกัน แต่รูปร่างของแหวนจะเล็กกว่าและมีเพชรแถวเรียงกัน 4 เม็ด ประกายวาวที่สะท้อนกับแสงไฟในตู้ทำให้ซูหนิงเซียวชอบมากจริง ๆส่วนจ้านเกาที่ดูแหวนแถวบนเช่นกัน เขาชอบแหวนทองคำขาวประดับเพชรสีชมพูน้ำงามเล็ก ๆ กลางตัวเรือน แหวนผู้หญิงเป็นรูปกลีบดอกไม้ที่มีเพชรสีชมพูประดับอยู่ทั้งหมด 5 เม็ดกลายเป็นดอกไม้เล็ก ๆ เขารู้ว่าซูหนิงเซียวชอบเพชรสีชมพู แต่เธอคงคิดว่าราคาน่าจะแพง เขาจึงไม่เห็นเธอสนใจแหวนคู่นี้มากนัก“น้องหนิงเซียวเลือกได้หรือยังครับว่าจะเอาคู่ไหนขึ้นมาลอง”“พี่จ้านคิดว่าคู่นี้เป็นยังไงบ้างคะ” เธอชี้ไปที่แหวนคู่ที่เธอมองเอาไว้“ที่น้องเลือ