“ถ้าคุณคิดว่าทำอย่างนั้น แล้วสบายใจผมก็ไม่ว่าอะไร? ผมยินดีให้บริการคุณทุกที่ ทุกเวลาด้วยความเต็มใจ โดยไม่ขอรับค่าตัวเพิ่มหากคุณจะบริการผมกลับมาบ้าง”ปลายฟ้าสะดุ้งร่างเมื่อได้ยินคำตอบของร่างใหญ่ ที่พูดออกมาราวกับแฝงอะไรเอาไว้แบบสองแง่สองง่าม แต่เธอก็ตีเนียนตามน้ำกลับไปด้วยการกอดแขนเขาไว้ แล้วพูดออกไปว่า“ได้สิคะ...”คำตอบรับที่อีกฝ่ายเองก็ยังคาดไม่ถึง โดยเฉพาะตอนที่หญิงสาวช้อนสายตาวาวหวาน ขึ้นไปประสานกับเจ้าของร่างใหญ่ตอนที่พูดด้วยกัน“ปลายจะไม่ขัดใจคุณเลย”คิมหันต์มองสบตาเธอนิ่งๆ เมื่อหญิงสาวพูดประโยคนี้จบลง เขาเลื่อนสายตาลงมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากบางสีเชอร์รี่ของเธอ ที่เผยอขึ้นท้าทายเชิงยั่วยวนเขาอยู่ในที โดยที่ชายหนุ่มก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ และจบหัวข้อการสนทนาลง แค่เพียงเท่านั้นอย่างคนที่รู้กันดีจูลี่เห็นภาพบาดตาบาดใจ นอกจากจะทำอะไรไม่ได้ เธอยังต้องจำใจฝืนทนยืนมองเห็นคิมหันต์ ยอมให้ผู้หญิงที่เป็นนายจ้างคนนั้นเข้าใกล้และได้กอดแนบชิด ทำตัวสนิทสนมราวกับมีอะไรกันมามากกว่านั้น ทั้งที่ปกติแล้วคิมหันต์ เป็นคนที่ค่อนข้างจะหวงเนื้อหวงตัวมาก จากที่จูลี่เคยสังเกตุตอนที่ได้อยู่ในองค์กรด้วยกัน คิมหันต
“เราจะย้อนกลับไปที่นั่นบ่อยๆ ไม่ได้แล้วนะคะ พี่เองก็รู้นี่ว่าอาจมีคนของพวกนั้นแอบซุ่มดูเราอยู่” จูลี่รีบพูดขึ้นมาทันทีหลังจากที่ได้ฟังประโยคนี้“นั่นสินะ” คิมตอบรับจูลี่กลับไปอย่างเห็นตามกัน ก่อนจะหันมาบอกกับแป้งร่ำด้วยเหตุผล“อาจจะเป็นเพราะลุงเอง ที่รีบร้อนจนเกินไป ถึงทำให้เตรียมของมาให้หนูไม่ครบ แต่ไม่เป็นไรนะ ถ้าเราขาดเหลืออะไร เอาไว้จังหวะดีๆ เราค่อยข้ามฟากไปซื้อด้วยกันดีไหม?”“ดีค่ะ!...เพราะนานมากแล้ว ที่หนูไม่เคยได้ออกไปไหนมาไหนเลย”ว่าจบคนเป็นเด็กก็มีสีหน้าสลดลง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังพูดประโยคต่อไปอีกว่า“ทุกวันหนูอยู่แต่ในบ้านกับตุ๊กตาแล้วก็คนรับใช้ หนูอยากมีเพื่อนเล่นเหมือนกับคนอื่นๆ บ้างได้ไหม?”คำพูดของแป้งร่ำที่สารภาพความในใจ ทำให้คิมหันต์มองปลายฟ้าคล้ายกับใช้มันถามเธอด้วยสายตา แต่ตัวของปลายฟ้ากลับไม่คิดจะมองตอบสายตาของเขา เธอเลือกที่จะดึงเอาตัวลูกสาวเข้ามากอดเบาๆ พร้อมกับพูดจาโน้มน้าว ให้เด็กหญิงเห็นดีเห็นงามตามไปด้วยกัน“ก็ตอนนั้นหนูป่วยบ่อยนี่คะ น่าจะเป็นเพราะกรรมพันธุ์ ที่มันไม่ได้ดีมาตั้งแต่ทีแรก เอาไว้ให้คุณแม่มีเวลาอีกสักหน่อย คุณแม่จะจัดคอร์สพาหนูออกกำลังกาย หนูจ
และเมื่อเขาได้มองไปที่คนเป็นน้องสาวของเพื่อนรัก ชายหนุ่มก็ชักจะเริ่มรู้สึกกังวลใจ คล้ายกับว่ากำลังจะมีคลื่นใต้น้ำ ที่ได้เห็นเค้าลางมาแต่ไกลเสียงหวานใสของปลายฟ้า ทำให้ชายหนุ่มพุ่งความสนใจ กลับมาที่หญิงสาวต่อจากนั้น“คุณแม่คะ เดี๋ยวพอเรากินข้าวกันเสร็จแล้ว หนูจะพาแป้งร่ำไปเดินย่อยอาหาร แถวบริเวณด้านหน้าริมชายหาดนี่นะคะ”ปลายฟ้าบอกคนเป็นมารดา แต่ทว่าท่านกลับไม่เห็นด้วย“ไม่ดีหรอกลูก นี่มันก็มืดค่ำแล้วนะ อีกเดี๋ยวทั้งยุงและตัวลิ้นมันก็จะยิ่งขึ้นมา แม่อยากให้หลานไปอาบน้ำอาบท่า แล้วเข้านอนเลยดีกว่า”“แต่หนูอยากไปกับคุณแม่นะคะคุณยาย”เสียงใสเล็กของเด็กหญิงแป้งร่ำ ทำให้คิมหันต์เลื่อนสายตามามอง ก่อนจะยิ้มขำรับกับคำพูดของเธอในประโยคต่อไป“อย่างอแงนะคะคุณยาย เดี๋ยวหนูจะกลับมาเล่านิทาน ก่อนนอนให้คุณยายฟัง...เอาเรื่องอะไรดีน้า”เด็กน้อยทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะยิ้มรับกับคำตอบของตน จากนั้นจึงเอ่ยกับคนเป็นยาย“กระต่ายกับเต่า ว้า...โบราณสุดๆ”เจ้าตัวหยุดพูด ก่อนจะเลื่อนสายตามองหน้าแต่ละคน ที่กำลังตั้งใจรอฟังเธออย่างใจจดใจจ่อ“ของคุณยาย จะต้องเป็นนิทานธรรมะเท่านั้นค่ะ...แล้วหนูก็จำได้หมดทุกเรื่องเลยด้วย..
แม้กระทั่งคืนวันยาวนานที่ผ่านมาหลายปี จูลี่ก็พยายามจะแทรกเข้ามาอยู่ในหัวใจของคิมหันต์นั่นแหละ แต่ก็ไม่เคยทำได้เลยสักครั้ง สำหรับเขาเธอคงเป็นได้แค่น้องสาว หรือมากไปกว่านั้นก็คือ ของที่เอาไว้ดูต่างหน้าแทนตัวของเพื่อนรัก ทั้งที่เธอเองก็อยากจะให้มันเป็นมากกว่านั้น“งั้นเราก็ไปกันเลยนะคะ แต่คุณช่วยจูงมือฉันหน่อยได้มั้ย? วันนี้ฉันรู้สึกมีอาการไม่ค่อยจะสู้ดี เพราะเหนื่อยจากการเดินทางมาทั้งวัน อยากจะพักผ่อนด้วยนั่นแหละ แต่ฉันไม่อยากจะขัดใจยายหนูแค่นั้น”คิมหันต์ไม่ได้พูดอะไรนอกเสียจาก ยื่นฝ่ามือออกไปให้เธอจับตามที่ร้องขอ พอฝ่ามือบางวางลงมาบนฝ่ามือกว้างของตนเท่านั้น คิมหันต์จึงสัมผัสได้ถึงคืนวันที่เคยห่างหาย เขาบอกไม่ถูกว่าเป็นเพราะอะไร จึงเผลอกุมมือบางข้างนั้นของเธอเอาไว้แน่นภาพนั้นทำให้อีกคนที่มองจ้องทั้งสองอย่างไม่วางตา รู้สึกร้อนรุ่มจนคุมอาการไม่อยู่ จูลี่รีบสะบัดหน้าหนีไปทางอื่น เพราะฝืนทนดูต่อไปไม่ไหว ก่อนตัดสินใจเดินหายไปอีกทาง“จะไปกันได้หรือยังละ? หรือว่าจะต้องรอให้องครักษ์ พิทักษ์หัวใจของคุณย้อนกลับมาซะก่อน”ปลายฟ้าจงใจแขวะ และคิมหันต์เองก็รู้อยู่แก่ใจ ว่าที่แท้แล้วมันก็เป็นแค่การ
“พาคุณหนูกลับไปได้เลย เดี๋ยวพี่จะขอเดินอยู่ที่นี่ กับคุณปลายฟ้าอีกสักพัก เพราะเรายังมีเรื่อง ที่ต้องซักซ้อมกันอีกหลายเรื่อง เกี่ยวกับการกลับเข้าไปทำงานในเมืองอาทิตย์หน้า”“แต่เราไปคุยกันที่บ้านก็ได้นี่คะ”จูลี่แย้งกลับไปอย่างรู้สึกอิจฉา เมื่อเห็นสายตาของคิมหันต์ ขณะมองไปที่ปลายฟ้าในเวลาที่พูดถึงเธอร่างสูงกดหว่างคิ้วพลางนิ่วหน้า ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทว่าจริงจัง“นี่เป็นคำสั่ง และต้องการให้เธอปฏิบัติตามเท่านั้น”จูลี่หน้าถอดสีเมื่อได้ฟัง อีกทั้งยังรู้สึกเสียหน้าเมื่อเห็นสายตาเชิงเย้ยหยัน ของอีกคนที่ยืนอยู่ข้างกันนั่นก็ด้วย และมันก็ช่วยไม่ได้ในเมื่อสถานะของทั้งสองคนมันต่างกันมากเกินไปสุดท้ายจูลี่ไม่อาจฝืนทน ยืนดูภาพบาดตาบาดใจของสองคนนั่นได้ หญิงสาวจึงเอ่ยปากชักชวนให้เด็กหญิงแป้งร่ำ เดินตามเธอกลับไปพร้อมกันทีแรกปลายฟ้าก็ไม่คิดจะปล่อยให้ลูกสาว ได้อยู่กับผู้หญิงที่มองเห็นว่าเธอเป็นศัตรูของหัวใจ แต่เมื่อเธอทำท่าจะเดินตามสองคนนั่นไป กลับถูกเจ้าของร่างใหญ่รั้งข้อมือของเธอไว้ พร้อมกับเอ่ยคำรับรองให้กับคนของตนเอง“คุณไม่ต้องกังวลใจมากจนเกินไปนัก จูลี่มีความเป็นมือโปรมากพอ เธอ
คิมหันต์ทำให้เธอรู้สึกเสียวซ่านได้อย่างต่อเนื่อง จนฟังไม่รู้เรื่องว่าเขากำลังพูดอะไรอยู่ ไม่รู้ตัวกระทั่งตอนที่เขาล้วงดึงเอากางเกงชั้นในออกไปจากบั้นท้าย มารู้ตัวอีกครั้งตอนที่สัมผัสได้ว่า มีอะไรบางอย่างที่กำลังแข็งตึงถูไถไปมา ตรงจุดอ่อนไหวช่วงกลางหว่างขา ก่อนจะถูกรุกล้ำเข้ามาโดยไม่บอกกล่าว อย่างที่เจ้าตัวเขาชอบทำเฮือก!“อ๊ะ!...อร้ายคิมหันต์...ฮึก..คนบ้า! เอามันออกไปนะ...ฮึก...คุณทำฉันจุก”ปลายฟ้าทุบกำปั้นลงไปบนบ่าหนา พร้อมกับออกปากต่อว่าเขาเสียงฉุน“ โดนไปตั้งหลายครั้งละ ยังไม่ชินอีกหรือไง..หื้ม”“ก็เมื่อก่อนคุณไม่ได้เป็นแบบนี้นี่...”“เมื่อก่อนคุณก็ไม่ได้ดื้อ...อื้อ~~อ๊ะ!อย่าเกร็งสิ”เขาบอกก่อนกระตุกสีหน้าตอนพูด พร้อมกับเริ่มขยับเอวสอบเข้าออก อย่างเนิบนาบแต่ทว่าหนักหน่วง ในท่วงทำนองที่เขาต้องการทำให้เธอเริ่มจะคุ้นชิน จนกลายเป็นความคุ้นเคยกันได้ไม่ยากนักเขาอยากจะให้เธอได้รู้จักกับการตั้งรับ และสนองเขากลับมาในลักษณะเดียวกัน และคนใต้ร่างของคิมหันต์ก็ทำได้ดีจนเกินความคาดหมาย สายตาคมก้มมองแล้วยกยิ้มอย่างพอใจ ในผลงานของตนที่ทำให้คนด้านใต้ ลืมเลือนกระทั่งความอายที่ตัวเองควรจะมีในเวลาแบบน
ประโยคออดอ้อนเชิงร้องขอของชายหนุ่ม ทำให้ปลายฟ้าหน้าร้อนขึ้นมาทันควัน แต่คิมหันต์คงไม่เห็น นั่นอาจเป็นเพราะแสงของดวงจันทร์ ที่มันมีความสว่างนั่นแหละแต่คงไม่มากนักปลายฟ้าขบเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ในตอนที่รู้ตัวว่าฝ่ามือหนา ที่กำลังลูบไล้ไปมาบริเวณช่วงเอวบาง เริ่มขยับเป็นจังหวะเพื่อนำทางให้เธอได้ไปต่อ...เชิงร้องขอหรือคล้ายกับบังคับเธอกลายๆ“อื้อ~~คิม”เสียงหวานครางหนักในลำคอ พอๆ กับแรงอารมณ์ เมื่อคนที่อยู่ด้านบนเริ่มขยับเคลื่อนไหวร่างกาย โดยที่ไม่รู้ตัวว่าเธอกำลังทำมันได้ด้วยตัวเอง หรือว่าคนด้านใต้ ที่เป็นคนบังคับให้เธอทำ“อ่า...ปลาย...”เสียงทุ้มครางต่ำตอนที่เห็นว่า เจ้าของร่างบางกำลังเต้นระบำ อยู่บนตัวตนของเขาอย่างเร่าร้อน อีกทั้งยังเซ็กซี่โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องชี้นำ ท่ามกลางแสงสว่างของดวงจันทร์ ที่เขาสามารถมองเห็นเธอได้เต็มสองตา กิจกรรมร้อนๆ ที่ปลายฟ้ากำลังทำให้เขาดูในตอนนี้ เหมือนจะอยู่เหนือการควบคุม เมื่อหญิงสาวยกฝ่ามือของเธอทั้งสองข้าง ขึ้นมาบีบเค้นหน้าอกของเธอเล่น ไปพร้อมๆ กับขยับเคลื่อนไหวร่างกายของเธอไม่หยุด และทำให้อีกฝ่ายสะดุดลมหายใจของตัวเองไปชั่วขณะ กับจังหวะเร่งเร้าที่ถ
“ผม...ขออีกที”“นี่มันจะสว่างแล้วนะคิม ไม่เอาแล้ว!”ปลายฟ้าตอบทั้งที่ยังหอบอยู่นั่นแหละ แต่ก็ยังเถียงเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า “คุณมันบ้าแล้วก็เจ้าเล่ห์มาก...”เขายกยิ้มรับ พลางกดริมฝีปากซุกไชร้ พร้อมกับตวัดปลายลิ้นหยอกเย้ากับสองเต้าราวกับเด็กหิวนมก็ไม่ปาน จากนั้นความรู้สึกเสียวซ่าน ก็แล่นพล่านไปทั่วทั้งร่างกาย ถึงอย่างนั้นเจ้าของร่างบาง ก็ยังปฏิเสธเขากลับไปเหมือนอย่างทุกที“อย่ามาทำเรื่องทุเรศแบบนี้กับฉันอีกนะคิมหันต์ คุณไม่เคยคิดป้องกัน และฉันจะไม่ยอมปล่อยให้คุณทำมันอีกเด็ดขาด แค่นี้ฉันก็ถือว่ามันเป็นเรื่องที่ผิดพลาดมาก ทางที่ดีคุณควรเอาเวลาต่อจากนี้ ไปอยู่กับคนที่เขากำลังรอคุณน่าจะดีกว่า”“ผมรู้แค่ว่าผมกำลังรอใคร แล้วมันคงไม่ผิดใช่ไหม ถ้าผมจะสานต่อความรู้สึกนี้ให้มันจบลง”เขาบอก ขณะถอดเสื้อของตัวเองออกแล้วโยนทิ้งไว้แถวนั้น เพราะเริ่มรู้สึกว่ามันเกะกะ“หรือคุณอยากจะให้ผมหิ้วคุณ ไปต่อที่อื่นอีกก็ได้นะผมไม่ติด อีกทั้งยังไม่คิดค่าบริการนอกสถานที่ เพราะผมถือว่านี่เป็นบริการหลังการขายให้กับคุณไง”หญิงสาวยกมือขึ้นทุบเข้าไปที่แผงอกกว้างอย่างรู้หมั่นไส้ จนไม่รู้ว่าจะทำยังไง นอกซะจากออกปากไล่กับ
เมื่อกลับมาถึงบ้านตอนช่วงหัวค่ำ ทั้งสองคนจึงเดินไปส่งแป้งร่ำที่ห้องนอน ก่อนจะอยู่เป็นเพื่อนลูกสาวสักพัก จนเจ้าตัวหลับไปแล้วนั่นแหละ ทั้งสองคนถึงได้พากันกลับมาที่ห้องเพราะคิมหันต์ต้องการทำให้ปลายฟ้าเซอร์ไพรส์ เขาจึงตีเนียนหน้าตาย หลังจากที่เก็บงำความลับนี้ไว้กับตัวมาหลายวัน“คุณไปอาบน้ำพักผ่อนก่อนเถอะ เหนื่อยกับลูกมาทั้งวัน ผมว่าจะไปดูความเรียบร้อยด้านล่างนั่นสักหน่อย เดี๋ยวผมมา”หญิงสาวทำเป็นเมิน ก่อนเดินจ้ำเท้าเข้าห้องไปโดยไม่พูดอะไรออกมาเลยสักคำหลังจากอาบน้ำชำระร่างกาย ปลายฟ้าก็มานั่งแปรงผมอยู่หน้ากระจกเงาราวชั่วโมงกว่าๆ แต่ก็ไม่เห็นทีท่าว่าคนเป็นสามีจะเข้ามาในห้องไวเท่าความคิดเมื่อได้ยินเสียงของลูกบิดประตู ที่ถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับคนเป็นสามีและเมื่อได้เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ถูกกักเก็บเอาไว้ก็ตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง แต่อีกคนก็ยังไม่รู้ตัวงอนผัว!...แล้วเขาจะรู้ตัวตอนกี่โมง?ด้วยความหมั่นไส้หญิงสาวจึงทำท่าจะเดินหนีเขาไปอีกทาง แต่ถูกเจ้าของร่างใหญ่คว้าตัวมากอดไว้ได้จากทางด้านหลัง“คุณกำลังงอนผมอยู่ใช่มั้ย?” เขาฝังจมูกโด่งไล้ลงตามข้างแก้มของเธอเบาๆ ตอนถาม ส่วนห
ห้องรับรองแขกชัญญ่ายอมคายความลับของพี่ชายให้ปลายฟ้าได้รับรู้ทุกอย่าง กระทั่งสถานะของตนซึ่งรวมไปถึงเหตุผลของการมาที่เกาะปลาดาวแห่งนี้ด้วยเช่นเดียวกัน“ฉันก็แค่อยากเห็นหน้าพี่สะใภ้ ว่าตัวจริงจะสวยงามตามที่พี่คิมเขาเล่าให้ฉันฟังมากแค่ไหน ฉันไม่อยากเห็นพี่ปลายแค่รูปถ่ายนี่นา พอดีว่าพี่คิมเขาอยากได้งาน เขาจึงวางแผนการให้ฉันได้มาที่นี่ ถ้าพี่ปลายจะโกรธพี่คิมก็โกรธไปสิคะ แต่พี่อย่าโกรธฉันเลยนะ...ฉันขอโทษ ”เมื่อโบ้ยความผิดให้คนเป็นพี่ชายเสร็จสรรพ เจ้าตัวก็ขยับเข้าไปใกล้คนที่เรียกว่าพี่สะใภ้ทีละนิดๆ แถมยังเรียกชื่อกันซะสนิทเชียว“แน่ใจนะว่าเป็นแผนของคิมหันต์แค่เพียงคนเดียว เธอไม่ได้มีเอี่ยวด้วยน่ะ” ปลายฟ้าเหลือบมองอีกฝ่ายด้วยหางตาตอนถาม เพราะยังไม่อยากจะเชื่อชัญญ่าตามนั้น“พี่ปลายยังไม่รู้อะไร พี่คิมน่ะเขาเป็นคนเจ้าแผนการจะตายไป พี่คิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือไง ที่พี่คิมเขายอมมาเป็นคนคุ้มกันให้กับพี่ ทั้งที่มีผู้ว่าจ้างแถบตะวันออกกลาง ยอมจ่ายค่าตัวให้พี่คิมเขาต่างหาก ซึ่งมันมากถึงเก้าหลักเลยนะพี่ปลาย แต่พี่คิมเขาก็ไม่เอา...”เรื่องนี้คิมหันต์ไม่เคยเล่าให้ปลายฟ้าฟัง อีกทั้งเธอเองก็ยังอยากจะร
เมื่อได้ยินคำถามนั่นชัญญ่าถึงกับทำหน้าตาเลิ่กลั่ก จากนั้นจึงหันซ้ายแลขวาซึ่งดูทีท่าแล้วไม่ค่อยน่าไว้วางใจ ปลายฟ้าต้องการจับคนทั้งคู่ให้มั่น แล้วคั้นให้ตายไปพร้อมกันเลยทั้งสองคนเพราะสิ่งที่เธอกำลังกังวลใจ มันน่าจะมีความเป็นไปได้มากกว่าครึ่ง ซึ่งไม่มีวันที่เธอจะยอมปล่อยผ่านมันไปง่าย ๆ“คุณก็รู้อยู่แก่ใจว่าเรื่องที่พวกคุณแอบไปกินกันลับหลังฉันมันเป็นเรื่องผิด แล้วทำไมพวกคุณยังคิดที่จะทำ เคยนึกถึงความถูกต้องกันบ้างมั้ย อายุขนาดนี้แยกแยะชั่วดีกันไม่ได้เลยหรือไง”ยิ่งได้ว่าออกไปมันก็ยิ่งทำให้ปลายฟ้า ของขึ้นเสียจนอยากจะฆ่าทั้งสองคนให้ตกตายตามกันไป“เดี๋ยวนะคะ ในเมื่อมันเป็นเรื่องงาน ทำไมคุณจะต้องโกรธขนาดนั้นด้วยละคะ คุณไม่ดีใจเหรอที่สามีของคุณทำหน้าที่ของเขาได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง”ชัญญ่ามองใบหน้าของปลายฟ้า ที่แสดงความเจ็บปวดผ่านทางสายตาออกมาให้เห็น เช่นเดียวกันกับคำพูดของเธอซึ่งฟังดูแล้วมันคล้ายกับกำลังดูหนังคนละม้วน ชวนพูดคนละเรื่องเดียวกันยังไงยังงั้นเลย...แล้วชัญญ่าก็ยังไม่คิดที่จะเฉลยให้อีกฝ่ายได้ฟัง ว่ากำลังเข้าใจอะไรผิดๆ และคงปล่อยให้ปลายฟ้าคิดไปเองตามนั้น“เอาแบบนี้ดีกว่านะคะคุณปล
เช้าวันต่อมาคิมหันต์ตื่นนอนตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่าง เพราะเขามีงานบางอย่างที่จำเป็นต้องไปจัดการ และทำให้เสร็จทันก่อนที่จะถึงวันสำคัญของตัวเอง“เดี๋ยวผมขอตัวเข้าไปทำธุระที่ฝั่งโน้นสักหน่อยนะ สัญญาว่าจะรีบกลับมาให้ทันมื้อค่ำของเรา”คิมหันต์บอกกับปลายฟ้า ที่ยังไม่ทันจะหายจากอารมณ์หงุดหงิด แต่แล้วสามีก็ยังคิดจะทิ้งเธอกับลูกไป ทั้งที่งานสำคัญจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้“คุณจะไปที่ไหน? กับใคร? แล้วธุระที่ว่านั่นมันคือธุระอะไร? และสำคัญกับคุณแค่ไหนเหรอ? ”เธอซักไซ้เขาราวกับว่าอีกฝ่าย ได้กลายเป็นนักโทษที่อยู่ในเรือนจำ ทำเอาเจ้าตัวถึงกับไปไม่เป็น “อ่า...ผมแค่จะไปคุยธุระกับคนที่รู้จักกันแค่นั้นเอง” คิมหันต์ตอบไม่ตรงประเด็น และปลายฟ้าก็เห็นว่าเขาไม่ยอมสบตากับเธอตอนพูด“ไม่ต้องห่วงเรื่องงานในวันพรุ่งนี้นะ เดี๋ยวผมจะให้ออแกไนซ์มาคุยรายละเอียดเรื่องงานกับคุณ เธอชื่อ ชัญญ่า ผมฝากคุณด้วยละกัน”เขาฝากฝังปลายฟ้าเรื่องงาน หรือฝากให้เธอดูแลออแกไนซ์นั่นกันแน่...แถมเรียกแม่นั่นว่า ชัญญ่า อย่างสนิทสนมเจอกันแค่เพียงวันเดียว แต่สามีกลับฝากฝังผู้หญิงคนนั้น ไว้กับเธอได้อย่างหน้าตาเฉย เธอก็เลยตอบเขากลับไปว่า“ได้ค
เช้าวันรุ่งขึ้นคิมหันต์มองเรือลำใหญ่ที่วิ่งออกมาจากชายฝั่งผ่านกล้องส่องทางไกล จนกระทั่งเรือลำนั้นได้เข้ามาจอดเทียบท่าที่เกาะปลาดาวซึ่งคนที่อยู่บนเรือลำดังกล่าว ก็คือคณะที่มาจากบริษัทจัดทำออแกไนซ์ และเวลานี้ทุกคนต่างก็ช่วยกันขนของ ทยอยลงมาจากเรือลำที่เขาเป็นคนส่งให้ไปรับมาจากอีกฝั่งรูปร่างบอบบางของหญิงสาวเชื้อสายจีน-อิตาลี ได้ก้าวเท้าลงมายืนอยู่ที่บนพื้นทราย ขณะกวาดสายตามองหาใครบางคน จนได้พบกับเป้าหมายจากนั้นจึงเดินเข้าไปหาเจ้าของร่างใหญ่ พร้อมกับกล่าวคำทักทายซึ่งคล้ายกับคนคุ้นเคย“สวัสดีค่ะรุ่นพี่ สบายดีไหมคะ?”“สบายดีแล้วเราล่ะชัญญ่า ไม่เจอกันนานโตขึ้นเยอะเลยนะเรา” คิมหันต์เอ่ยทักและถามอีกฝ่ายกลับไปเช่นเดียวกัน“ฉันสบายดีค่ะ แล้วก็มีบางอย่างที่ฉันตั้งใจจะเอามาฝากพี่ด้วยนะ ไม่รู้ว่าพี่จะสนใจไหม?”ประโยคบอกเล่ากึ่งคำถามทำให้อีกคนต้องหันซ้ายแลขวา เหมือนกับกลัวว่าใครจะเห็นเข้าจากนั้นเจ้าของร่างสูงก็เดินจูงมือหญิงสาวปริศนา แล้วพาไปพูดคุยกันในมุมลับตาแต่ไม่ว่าคิมหันต์จะขยับตัวไปทางไหน มันก็ยังอยู่ในสายตาของใครบางคน ปลายฟ้าได้เห็นการกระทำของคนทั้งคู่จากบนอาคารที่อยู่สูงสุด เธอถึงกับส
เกาะปลาดาวช่วงต้นเดือนกุมภาพันธุ์ครอบครัวของปลายฟ้า ก็มักจะพากันมาจัดงานรำลึกถึงผู้วายชนม์ นั่นก็คือคนเป็นบิดาของเธอในทุกๆ ปี และสถานที่จัดงานก็คือเกาะปลาดาวเหมือนที่ผ่านมาแต่ปีนี้ปลายฟ้าต้องการทำบรรยากาศของงานให้มีความสนุกครึกครื้นเพิ่มขึ้นมาบ้าง ซึ่งระยะหลังก็สามารถทำใจกันได้แล้วนั่นแหละส่วนตัวของคิมหันต์เองก็ได้กลายเป็นคุณพ่อติดลูก ซึ่งความผูกพันธ์อันนี้ที่ทำให้เขาตัดสินใจ ลาออกจากองค์กรของบอดี้การ์ดและนักฆ่า ซึ่งเขาคิดว่าคงจะไม่กลับเข้าไปทำอาชีพนั้นอีกแล้วคิมหันต์ไม่ต้องการเสี่ยงอันตราย แล้วทำให้คนในครอบครัว ต้องมาคอยเป็นห่วงเป็นใยในตัวเขาเหมือนที่ผ่านมาการจัดงานครั้งนี้คิมหันต์จึงเสนอปลายฟ้า ให้เธอว่าจ้างบริษัทที่รับจัดงานออแกไนซ์ แล้วหลังจากที่ตกลงกันได้ เขาจึงนำโบชัวร์มาให้เธออ่านถึงรายละเอียดต่างๆ พลางปล่อยให้เธอเลือกเอา ตามที่ใจของเธอต้องการหญิงสาวนั่งอ่านมันอย่างขะมักเขม้น ก่อนเหลือบไปเห็นคนเป็นสามีจ้องมองมาที่เธอ ด้วยสายตาที่เจ้าตัวอ่านเขาได้ไม่ยากนักหากแต่ทำเป็นสนใจกับเอกสารตรงหน้า ขณะที่สายตาก็คอยชำเลืองมองสามีของตัวเองเป็นระยะๆ“คุณกำลังคิดอะไรอยู่เหรอคะ?”ก็รู้แห
คิมหันต์เคยผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านความเป็นความตายมาแล้วนับครั้งไม่ได้ เรื่องความเจ็บปวดมากมายที่เคยได้รับ มันไม่เท่ากับความเจ็บปวดในครั้งนี้ หากเขาจะต้องพลัดพราก จากคนที่รักมากไปถึงสองคนถ้าเขายอมปล่อยมือจากเธอไป เขาคงเจ็บปวดเจียนตาย ถึงแม้จะอยู่ได้ แต่มันก็เหมือนกับคนที่ตายทั้งเป็น“ผมไม่อยากไปไหน ผมอยากอยู่กับคุณและลูกของเรา ผมอยากสัมผัสกับคำว่าครอบครัวที่ผมไม่เคยมี ผมจะไม่ยอมเป็นผู้ชายหน้าโง่คนนั้นอีกแล้ว และผมจะทำทุกวิถีทาง เพื่อให้คุณกับแป้งร่ำได้อยู่กับผมตลอดไป ต่อให้ผมต้องขังคุณไว้ ผมก็จะทำ!...”มันเป็นคำง้องอน เชิงข่มขู่ที่ดูแข็งกระด้าง อย่างที่ไม่น่าให้อภัย แต่มันก็ทำให้ปลายฟ้า เผลอยิ้มออกมาได้ทั้งน้ำตาเลยนั่นหละคิมหันต์หยัดตัวลุกขึ้นยืน พร้อมกับอุ้มลูกสาวเอาไว้ข้างหนึ่งจากนั้นจึงรั้งร่างของปลายฟ้าเข้ามากอดเอาไว้แนบกาย ก่อนจะเช็ดน้ำตาออกให้พ่อแม่ลูก...จึงได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง...“คุณห้ามทำให้ฉันเสียใจแล้วก็ผิดหวังอีกนะคะ เพราะฉันไม่ใช่ผู้หญิงปัญญาอ่อน ที่จะยอมให้ผู้ชายอย่างคุณมาหลอกครั้งแล้วครั้งเล่า ถ้ามีครั้งต่อไปฉันจะหาผู้ชายคนใหม่ ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนดีก
เมื่อคิมหันต์มองผ่านทะลุกระจกบานกว้าง ก็ได้เห็นว่าปลายฟ้ากำลังพาลูกสาวขึ้นไปนั่งบนรถโดยสาร เพื่อมุ่งหน้าไปยังเครื่องบินที่กำลังจอดรออยู่ไม่ไกล พอเห็นอย่างนั้นคิมหันต์จึงรีบพุ่งตัว วิ่งตามออกไปทันที โดยที่ไม่สนใจว่า ประตูทางฝั่งขาเข้ากำลังจะปิดลงเจ้าของร่างสูงวิ่งตามรถมินิบัสที่บรรทุกผู้โดยสาร ขณะเดียวกันเขาก็พยายามโบกมือไปมา เพื่อร้องขอให้รถคันนั้นหยุดรอ พอเป็นอย่างนั้น แป้งร่ำที่มองเห็นคนเป็นลุงกำลังวิ่งไล่ตามมาในระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกล เธอจึงรีบทุบกระจกบานใส ที่กั้นอยู่ทางด้านหลังของคนขับ พร้อมกับตะโกนออกไปว่า “จอดรถก่อนได้มั้ยคะ? คนลุงของหนูมาตามหนูแล้ว ช่วยจอดรถให้คุณลุงหนูก่อนได้ไหมคะ?...หนูขอร้อง...ฮึกๆ ”“แป้งร่ำ! หนูอย่าพูดอย่างนั้นนะ เขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรา ทำไมหนูจะต้องเป็นห่วงใยเขาขนาดนั้นด้วยลูก”“ไม่ห่วงได้ยังไงละคะ ในเมื่อคุณยายบอกกับหนูว่า คุณลุงเป็นพ่อของหนู...ฮื่อๆ ”เด็กหญิงรีบแย้งกลับไป พร้อมกับร้องไห้ออกมาตามประสาหัวใจของปลายฟ้าร่วงลงไปกองรวมกันอยู่ที่ตาตุ่มทันทีที่ได้ยินที่แท้แล้วพ่อและแม่ของเธอรู้เรื่องนี้ มาตั้งนานแล้วนั่นแหละ แต่กลับไม่มีใครยอมบอกเธอน
เสียงสะอื้นไห้ของคนเป็นมารดา ทำให้แป้งร่ำรู้สึกเสียใจไม่ต่างกัน สองวันแล้วที่ปลายฟ้า พาแป้งร่ำมานอนอยู่ที่บ้านพักตากอากาศในแถบชานเมือง เพราะไม่ต้องการให้แป้งร่ำรู้เรื่องรู้ราวของพวกผู้ใหญ่ เธอจึงไม่ได้บอกอะไรลูกสาว ทำได้ก็แค่ร้องไห้ออกมาราวใจจะขาด กับภาพบาดตาบาดใจ ที่ปลายฟ้าได้เห็นว่าจูลี่ กำลังนั่งคร่อมอยู่บนตัวตน ของอีกคนที่นั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาแถมใบหน้าของคนทั้งคู่ ก็คล้ายกำลังจูบกันอยู่ อีกทั้งมือใหญ่ก็ยังสอดเข้าไปรั้งเอวบางเข้ามากอดแนบกาย นั่นยิ่งทำให้ปลายฟ้ามั่นใจว่าความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ ไม่ใช่แค่เพียงคนรู้จักกันในแบบธรรมดา ทั้งที่หญิงสาวควรจะเชื่อตัวเองให้มากกว่าใคร แต่กลับปล่อยตัวปล่อยใจให้ต้องเจ็บช้ำเพราะน้ำมือของเขา เธอรู้สึกสมน้ำหน้าตัวเองเอามากๆ ที่ไม่รู้จักหลาบจำได้สักที“ทำไมคุณแม่ต้องร้องไห้หนักขนาดนี้ด้วยละคะ ตอนที่คุณแม่เดินเข้าไปในบ้าน แล้วรีบวิ่งออกมาคุณแม่ไปเจออะไรเข้าหรือคะ?”แป้งร่ำเอ่ยถามคนเป็นมารดา ด้วยความอยากรู้ตามประสา แต่ปลายฟ้าก็รีบปฏิเสธกลับไปว่า“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะลูก ไม่ต้องสนใจแม่หรอกนะ แม่มันโง่เอง แต่ตอนนี้แม่รู้แล้วว่าความรักความภักดีมันไม่มีอยู