“ลูกหมายความว่าอย่างไร”“ไม่มีอะไรท่านแม่ ข้าพูดไปอย่างนั้นเอง เพียงแต่ข้าคิดว่าเรื่องของข้ากับท่านหญิงเผ่าวิหค ยังดูห่างไกลนัก”องค์หญิงจือเยว่ขมวดคิ้ว ท่าทางของบุตรชายดูเหมือนมีบางอย่างแอบแฝงอยู่ในใจ“ลูกโตแล้ว ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่ใช่เร็วๆ นี้ ท่านตาของลูกตอบทางนั้นไปว่า ลูกเพิ่งสำเร็จการศึกษา ยังต้องเรียนรู้อีกมาก และหลินเฟยก็ยังศึกษาอยู่ที่สำนักซ่างเซียน รอให้นางออกมาช่วยงานเผ่าวิหค และทั้งสองต่างก็เป็นผู้ใหญ่ ดูแลรับผิดชอบตนเองและผู้อื่นได้ ถึงตอนนั้นจึงนับว่าเหมาะสมที่จะมีคู่ครอง”“ถึงเวลานั้น นางอาจพอใจผู้อื่นก็เป็นได้”เทียนเหวินตั้งใจปัดอย่างชัดเจน“ลูกกับหลินเฟยเคยพบเจอกันแล้วใช่หรือไม่”สบตาบุตรชายชั่วอึดใจ องค์หญิงจือเยว่ก็ถามต่อ แม้อีกฝ่ายไม่ตอบก็รู้ว่าใช่“ท่านพ่อได้รับรายงานจากห้าวอี้แล้ว ผู้ที่ติดตามเขาไปยังดินแดนมนุษย์ มีลูกกับท่านหญิงจากเผ่าวิหคด้วย ทำไมหรือ พบหน้าแล้วลูกไม่พอใจนางอย่างนั้นหรือ นิสัยนางเป็นอย่างไร ลูกจึงมีทีท่าราวไม่อยากผูกสัมพันธ์กับเผ่าวิหค”ชายหนุ่มถอนหายใจ หากก็ตอบมารดาตามตรง“ลูกกับนางไม่ค่อยได้พูดคุยกันนัก นิสัยแท้
“มีอะไรเทียนเหวิน เสียงดังไปถึงข้างนอกทีเดียว”เฟยอวี้เทพสงครามซึ่งกลับมายังตำหนักถามขึ้น เพราะเขากับชายาจะพาบุตรชายไปยังขุนเขามังกร ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาในอุทยานพร้อมองค์หญิงจือเยว่“นั่นสิ ปกติลูกไม่เคยดุใครเช่นนี้ นางทำผิดใดหรือ”ผู้เป็นมารดาถามอย่างสงสัย“นางไม่ใส่ใจหน้าที่ตนเอง ลูกเห็นว่าไม่ควรให้นางอยู่ที่นี่อีก”เทียนเหวินเสียงเข้มอย่างไม่มีผ่อนปรน“ท่านชายโปรดเมตตา ลงทัณฑ์บ่าวเช่นไรก็ได้ แต่อย่าให้บ่าวไปจากที่นี่เลย...องค์หญิง ได้โปรดเมตตาบ่าวเถิดเพคะ”ภูตรับใช้รีบคุกเข่าลงพร้อมน้ำตาคลอ แล้วหันมาขอร้ององค์หญิงจือเยว่ ไม่คิดว่าความผิดตนจะร้ายแรงเช่นนี้“เทียนเหวิน เรื่องร้ายแรงจนถึงขั้นต้องขับไล่เชียวหรือ นางอยู่ที่นี่มานาน แม่ก็เห็นว่าดูแลความเรียบร้อยในอุทยานได้ดี”“เรียบร้อยดี ลูกเห็นว่านางไม่ใส่ใจดูแลต้นไม้ดอกไม้ในอุทยานนี้อย่างจริงจังเลยสักนิด”น้ำเสียงของท่านชายสวรรค์ทั้งไม่พอใจและประชดประชัน“เจ้าเองเถิด มีเวลามาใส่ใจต้นไม้ดอกไม้ในอุทยานนี้หรือ ถึงมาต่อว่านาง”ผู้เป็นบิดาถามด้วยเห็นว่าปัญหาในอุทยานไม่ใช่สิ่งที่บุตรชายตนจะต้องโมโหโทโสถึงเพียงนี้“หน้าที่ของเจ้าคือต้องบำเพ
ดวงดาวประกายแสงอันสว่างไสวของท่านชายสวรรค์ในยามนี้ปรากฏดาวดวงเล็กอ่อนแสงเคียงข้างเทพชะตายืนมองท้องฟ้าพลางตรวจดูอย่างถี่ถ้วน พินิจอย่างละเอียดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้นี้แล้วก็ส่ายหน้ากับตนเองท่านชายเทียนเหวินมีคู่หมายเป็นท่านหญิงจากเผ่าวิหค ทว่าในยามนี้ดวงดาวประจำตัวของนางอยู่ห่างไกลจากท่านชายนัก และเป็นเช่นนี้มานานแล้ว นี่คือเหตุผลเมื่อเผ่าวิหคถามไถ่เรื่องงานหมั้นแต่งของทั้งสอง จักรพรรดิสวรรค์มักจะปัดไปก่อนเสมอ ด้วยตนตรวจดูดวงชะตาของทั้งสองแล้ว จะอย่างไรก็ไม่เคลื่อนมาใกล้กันเลยสักครั้งมาครั้งนี้ ท่านชายสวรรค์ไปบำเพ็ญเพียรสามพันปีแล้ว และท่านหญิงจากเผ่าวิหคก็สำเร็จการศึกษาจากสำนักซ่างเซียน เผ่าวิหคแจ้งข่าวมายังสวรรค์ให้องค์จักพรรดิทราบทันที ราวเร่งรัดให้มีการจัดงานโดยเร็ว แต่เพราะท่านชายยังบำเพ็ญตนที่หุบเขามังกร แม้จักรพรรดิสวรรค์จะมีคำตอบให้กับเผ่าวิหค หากก็รับสั่งให้ตนมาตรวจดูดาวชะตาของทั้งคู่อีกครั้ง“ยังไม่ใกล้เคียงเลยฝ่าบาท”เทพชะตามาเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิ เมื่อตรวจดูดาวชะตาอย่างชัดเจนแล้วจักรพรรดิจิ่นลี่ได้ฟังคิ้วเข้มก็ขมวดมุ่น“ข้าควรทำเช่นไร”เพราะตนได้ครองคู่กับผู้
“ลูกอยากรู้เรื่องบัวสวรรค์”ผู้เป็นมารดานิ่งไปครู่หนึ่งด้วยเวลาผ่านไปนานจนลืมไปแล้ว แต่ก็จดจำได้ว่าบุตรชายฝากเรื่องตามหาบัวสวรรค์ที่หายไปกับตน“เรื่องนั้นแม่สอบถามทุกคนที่เข้ามาในอุทยาน ทั้งเข้ามาพบแม่หรือแม้แต่เดินผ่าน ไม่มีผู้ใดหยิบจับบัวในสระทั้งนั้น”“แต่บัวหายไป”ชายหนุ่มยังพึมพำ สีหน้าดูเหมือนไม่อยากเชื่อว่าอยู่ๆ บัวในสระจะหายไปได้“เทียนหวิน บอกแม่ได้หรือไม่ ว่าบัวนั่นสำคัญกับลูกอย่างไร เป็นเพียงบัวทั่วไปหรือไม่ใช่”พร้อมถามองค์หญิงจือเยว่ก็สบตาบุตรชายอย่างต้องการรู้ว่าอีกฝ่ายมีเรื่องอื่นใดปิดบังตนอยู่เทียนเหวินเงียบไปนานครุ่นคิดหนัก สีหน้าเหมือนลังเลก่อนจะตอบ“สำคัญมาก ลูกไม่รู้จะอธิบายกับท่านแม่อย่างไร แต่ลูกต้องช่วยดอกบัวนั่นให้ได้ ต่อให้หายไปลูกก็จะหาให้เจอ”“ช่วยอย่างนั้นหรือ หมายความว่าดอกบัวนั่นไม่ใช่ดอกบัวธรรมดา”ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะยอมบอกเรื่องราวก่อนหน้านี้“ในนั้นมีดวงจิตวิญญาณของภูตที่ร่างดั้งเดิมเป็นดอกบัวอยู่ นางช่วยลูกไว้ตอนที่ไปตามจับศิษย์ของสำนักที่ขโมยคัมภีร์จันทรา ลูกก็เลยอยากช่วยให้นางกลับมามีกายทิพย์อีกครั้ง ได้บำเพ็ญเพียรเพื่อเป็นเซียนอีกครั้ง”ได้ฟั
“ท่านแม่ ข้าขอตัวออกไปคุยกับห้าวอี้นะขอรับ”เทียนเหวินที่นั่งนิ่งๆ อยู่นานเริ่มเบื่อ เพราะนั่งบำเพ็ญตบะมานานแล้ว และไม่อยากดื่มให้มากนัก ในเมื่อวันพรุ่งนี้ต้องตามบิดากลับไปรายงานตัวยังค่ายทหารสวรรค์“เฟยอวี้”องค์หญิงจือเยว่แตะมือหนาของสวามีเป็นการเอ่ยขอแทนบุตรชาย เทพสงครามจึงพยักหน้า เข้าใจดีว่าเวลานี้บุตรชายคงอยากฝึกทหารมากกว่านั่งอยู่กับที่เมื่อได้รับอนุญาตร่างสูงใหญ่ก็เดินออกจากงานเลี้ยงมา ในตอนแรกคิดว่าจะเข้าไปนั่งร่วมกับห้าวอี้ที่ติดตามบิดาตนมา ซึ่งได้ทักทายกับตนแล้ว แต่เห็นว่าเจ้าตัวกำลังดื่มอย่างสนุกสนานกับเหล่าทหารผู้ใหญ่ ตนที่เป็นท่านชายเข้าไปอาจทำให้แต่ละคนเกรงใจได้ จึงเลี่ยงไปทางด้านอื่นแทนอุทยานสวรรค์กว้างขวาง แม้สวนดอกไม้ซึ่งมีดอกไม้สวรรค์นานาพันธุ์เป็นสถาณที่จัดงานเลี้ยงชมบุปผาจะกว้างใหญ่ รับรองผู้คนได้มากมาย ทว่ายังมีสวนสวยในอุทยานบางส่วนที่ว่างเปล่าร้างผู้คนท่านชายสวรรค์เดินมือไพล่หลังทอดสายตามองความสวยงามของต้นดอกท้อที่กำลังเบ่งบานทั่วบริเวณแล้วก็ถอนหายใจ แม้ไม่ย่อท้อ หากก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะตามหาเสี่ยวเหลียนเจอหรือเขาควรจะไปหาเทพชะตาให้ช่วยตามหาดาวชะตาของเสี่ย
“เสี่ยวเหลียน!”ชายหนุ่มเผลอเรียกอีกฝ่ายอย่างเคยชิน ทว่านางไม่สนใจ สะบัดเขาทิ้ง แล้วตะเกียกตะกาย ดำผุดดำว่ายวนหาป้ายชื่อที่เจ้าตัวอ้างว่าหายไป เมื่อเห็นว่าหญิงสาวว่ายน้ำได้ เขาก็ถอนหายใจ แต่สีหน้าวิตกกังวลของอีกฝ่ายทำให้เขาจำต้องช่วยนาง ดำลงไปหาด้วยอีกแรงแม้จะยังไม่รู้ว่าป้ายชื่อที่เจ้าตัวบอกหน้าตาเป็นอย่างไรทว่าแม้น้ำจะไหลแรงแต่ก็ใสมองเห็นทุกสิ่งอย่าง หากไม่มีสิ่งใดที่ดูเหมือนจะเป็นป้ายชื่ออยู่บริเวณนี้เลย“แย่แล้ว หากหาไม่เจอ ข้าถูกอาจารย์ลงโทษแน่ๆ”เจ้าของร่างบอบบางเหนื่อยหอบ ว่ายมาหยุดยืนริมลำธารเมื่อไม่เจอสิ่งที่ต้องการ ส่วนเจ้าหมูน้อยที่ก่อเรื่องเดินดมนั่นนี่อยู่ใกล้ๆ เหมือนจะหายตกใจแล้ว“อาจารย์หรือ ป้ายนั่นสำคัญนักหรือ”เทียนเหวินมาหยุดข้างๆ คนที่เปียกโชกทั้งตัวเช่นเดียวกับตน“สำคัญสิ หากหายไป คนสองคนที่ต้องพานพบ ก็จะไม่อาจพานพบ ควรรักก็ไม่อาจรักได้ทีเดียว”ชายหนุ่มคิดเพียงเล็กน้อยก็เอ่ยขึ้น“เจ้าหมายถึงป้ายชื่อผูกชะตาคู่รักอย่างนั้นหรือ”“ก็ใช่น่ะสิ”“เจ้าเป็นใคร ไยเจ้าจึงมีป้ายชะตาคู่รัก”เขาพินิจพลางมองหญิงสาว เห็นแววตาของอีกฝ่ายมีเพียงความห่างเหิน ทั้งมองเขาราวเป็นคนประหล
เวลานี้ผู้อาวุโสทำได้เพียงส่ายหน้า ปวดหัวหนักจนต้องถอนหายใจกับความชอบเล่นสนุกของศิษย์ของตน แม้จะมีไหวพริบเฉลียวฉลาด ทว่าก็ยังมีความอยากรู้อยากเห็น ติดชอบเที่ยวตามประสาอายุยังน้อย ถึงจะต้องตำหนิบ้างแต่นางไม่เคยก่อเรื่องให้หนักใจมากมาย หากครั้งนี้นับเป็นเรื่องใหญ่มากชะตาชีวิตของคนคู่หนึ่งอาจเปลี่ยนไปจากเดิมเมื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งผิดที่ผิดทาง สิ่งรอบข้างก็จะได้รับผลกระทบไปด้วยอย่างแน่นอน“เป็นเช่นนี้ อย่างไรก็ต้องหาทางให้ทั้งสองคนลงเอยให้จงได้”ผู้เฒ่าจันทราเอ่ยน้ำเสียงเครียด“ข้าจะหาทางเองอาจารย์ ข้าจะจัดการให้พวกเขาลงเอยกันให้ได้”หญิงสาวรีบบอกเพราะความจริงแล้วเป็นตนเองที่เถลไถลจนเกิดเรื่องขึ้น“ลำพังเซียนน้อยเช่นเจ้าจะจัดการอย่างไรได้”น้ำเสียงของผู้เฒ่าจันทราดูอ่อนแรง ทั้งยังคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าที่ลูกศิษย์ของตนจะแก้ไขได้“เรื่องนี้ข้ามีส่วนเกี่ยวข้อง ข้าจะช่วยนางเอง”ผู้เฒ่าจันทรามองท่านชายสวรรค์ด้วยสายตาคาดไม่ถึงที่อีกฝ่ายอาสาช่วย“ข้าไม่อาจให้ท่านชายต้องมายุ่งยากกับเรื่องที่ศิษย์ของข้าก่อขึ้น”“ข้าบอกแล้วว่าต้นเหตุเป็นเพราะข้า ท่านผู้เฒ่าอย่าได้เกรงใจ”“แต่...”“หากท่านลำบาก
“หึ เจ้าเองเลือดครึ่งหนึ่งก็เป็นเผ่าวิหค สวรรค์เห็นใจเผ่าจิ้งจอกจริงหรือ”แม้จะไม่ได้เอ่ยเสียงดังนัก หากห้าวอี้ที่ยืนอยู่ไม่ห่างนักก็ได้ยิน นึกโมโหคนพูดครามครัน“ท่านชายระวังคำพูดด้วย”หลี่ไห่ฉินเหลือบมองขุนพลสวรรค์โดยไม่เกรงใจ แล้วเดินเลี่ยงไปดื้อๆ ทำเอาห้าวอี้ขุ่นใจกับท่าทางนั้น จะก้าวตามไปเอาเรื่อง ทว่าเทียนเหวินห้ามไว้“ช่างไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเอาเสียเลย”ผู้เป็นขุนพลสวรรค์ถึงกับกัดฟันพูด เขาใจเย็นเสมอ ทว่าท่านชายเผ่าจิ้งจอกผู้นี้ไม่เคยให้เกียรติท่านชายของตนเลย ทั้งที่มีเกียรติและศักดิ์สูงกว่า“ช่างเถิด อย่างไรข้าก็สนใจเพียงต้องรีบหาผู้ลอบสังหารให้ได้โดยเร็ว”เวลานี้เทียนเหวินมีเพียงเรื่องของเสี่ยวเหลียนในความคิด อยากกลับไปสวรรค์โดยเร็ว ไม่แน่ใจว่าหญิงสาวจะไปจัดการเรื่องชะตาของคู่รักที่หายไปเรียบร้อยหรือยัง ทว่าแต่ละดินแดนช่วงเวลาต่างกัน ระหว่างที่เขาเดินทางมายังดินแดนจิ้งจอก หากนางไปโลกมนุษย์เวลาจะผ่านไปเร็วหลังจากตรวจสอบร่องรอยที่เกิดขึ้นในที่เกิดเหตุแล้วดูคล้ายพลังเพลิงวิหคจริง ทั้งเทียนเหวินและห้าวอี้ก็สำรวจพื้นที่ซึ่งเป็นเส้นทางไปสักการะบรรพชน โดยหลี่ไห่ฉินเป็นผู้นำทาง ด้ว
ต่างฝ่ายต่างแตะต้องกันและกัน มือกระด้างบีบนวดผิวบางในทุกสัดส่วน มือนุ่มก็เคล้นไปตามกล้ามแน่น ทั้งแขนกำยำ แผงอกกว้าง หน้าท้องแกร่ง รวมถึงต้นขาชายหนุ่มที่แข็งแรงชวนให้ต้องกลืนน้ำลาย ยิ่งยามที่มืออุ่นทาบทับแนบดอกไม้แสนงาม หญิงสาวก็เกาะกุมตัวตนแกร่งร้อนไว้ในมือตนเช่นกันสองหนุ่มสาวแบ่งปันห้วงอารมณ์วาบหวาม เร่งเร้านำพาให้ร่างกายทั้งคู่ค่อยๆ พลุ่งพล่านขึ้น ตาสบตา ขณะที่ต่างก็หอบหนัก เอินเอินรู้สึกได้ว่ามือตนแทบไหม้ทีเดียว อึดใจต่อมาร่างสูงใหญ่จึงขยับมาชิดบดเบียดเรือนกายเสียดสีเร้าใจเปลือกตาบางปิดลงพร้อมครางเสียงหวานข้างใบหูชายหนุ่ม สองแขนเรียวกอดร่างหนา กางกรงเล็บเล็กเกาะเกี่ยวข่วนบางเบาบนแผ่นหลังอีกฝ่าย ทั้งฟันเล็กยังกัดใบหูชายหนุ่มยั่วเย้า“อา คนดีของข้า เจ้าทำให้ข้าร้อนยิ่งกว่าร้อนแล้วในตอนนี้”เทียนเหวินเสียวสยิวไปทั้งกาย เพราะร่างที่แนบชนิดทั้งหอมกรุ่นและนุ่มนิ่ม ทั้งเจ้าตัวยังรู้ดีว่าต้องปลุกเร้าตนเช่นไร นานวันที่ได้ร่วมรัก เอินเอินสั่งสมประสบการณ์มาอย่างโชกโชน เขากระตุ้นนาง นางก็กระตุ้นกลับไม่แพ้กัน หากนั่นก็ทำให้ชายหนุ่มยิ่งพอใจในคนรักของตน เพราะหญิงสาวเร่าร้อนได้ถึงเพียงนี้ก็เพื่อ
ณ ศาลาริมสระน้ำตำหนักเทียนหลันอีกหมื่นปีต่อมาปลายนิ้วเรียวงามกรีดไปตามเส้นสายบรรเลงพิณตามที่ผู้เป็นเจ้าของตำหนักชี้แนะอย่างช้าๆ ด้วยความตั้งใจ ดวงหน้างามมีความจริงจังจนคิ้วขมวดมุ่น ริมฝีปากอิ่มเม้มจดจ่อร่างสูงใหญ่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนกอดอกพิงต้นไม้ใหญ่ห่างออกมา ทอดสายตามองภาพที่คล้ายตนเคยฝันถึง ทว่าในเวลานั้นเทพธดาจันทราผิงเชี่ยนบรรเลงพิณได้ไพเราะยิ่ง ขณะที่เอินเอินไม่เคยแตะต้องมาก่อน เวลานี้หญิงสาวกำลังเรียนรู้ในสิ่งที่มารดากับท่านยายของเขาสอนสั่งเอินเอินต้องฝึกฝนตนให้เหมาะสมกับที่กำลังจะเป็นสตรีที่เคียงข้างทายาทสวรรค์ ด้วยอีกไม่นานองค์จักรพรรดิสวรรค์จะแต่งตั้งเทียนเหวินขึ้นเป็นรัชทายาท เนื่องจากชายหนุ่มอุทิศตนในหน้าที่ของตนมาตลอดหมื่นปีมานี้จนกระทั่งได้ตำแหน่งหนึ่งในแม่ทัพสวรรค์ นับว่าเป็นเวลาเหมาะสมแล้วที่ชายหนุ่มจะเข้าไปช่วยงานราชกิจของเทพสงครามกับองค์จักรพรรดิเต็มตัวและงานอภิเษกขององค์รัชทายาทก็จะตามมา แม้จะไม่เร็ววันนี้ก็ตาม เพราะเอินเอินสำเร็จเซียนขั้นสูงแล้ว หญิงสาวจึงฝึกหัดสิ่งที่สตรีชาววังสรรค์ต้องสามารถทำได้ไปพลางยืนมองจนพอใจแล้วเทียนเหวินก็ก้าวเข้าไปที่ศาลา และผู้
“ข้าต้องการเจ้า”ชุดบางลอยเหนือผิวน้ำแทบไม่ปกปิดร่างกายงดงาม เทียน เหวินเองก็ใส่เพียงกางเกงตัวเดียว สองเรือนกายแทบเปลือยเปล่า เมื่อโอบกอดเสียดสี ความรุ่มร้อนย่อมก่อเกิด แรงบดเคล้าจากตัวตนเบียดสะโพกอวบ มือกร้านกระด้างวนเวียนเหนือเกสรอ่อนบางทำเอาร่างอรชรอ่อนระทวยแทบทรงกายไม่ได้เพียงอึดใจต่อมาแรงแทรกลึกก็ล่วงล้ำอย่างรวดเร็ว เสียงหวานครางแผ่วอย่างหมดแรงต้านทาน จิตใจหญิงสาวหวั่นไหวไปพร้อมกับหัวใจที่เต้นระทึกกับสถานที่อันแปลกใหม่ ได้เพียงรับกายแกร่งไว้ยามอีกฝ่ายส่งตัวตนดุนดันแนบสะโพก สองมือหนาย้ายมาโอบตระกองปทุมถันคู่งามราวโอบร่างเล็กไว้กลายๆทว่ายิ่งเบียดเร้าหญิงสาวยิ่งขาอ่อนแรงจนตัวลอย ชายหนุ่มจึงกอดเอวเล็กไว้แล้วพาไปยืนชิดโขดหินก้อนใหญ่ ให้เจ้าตัวได้เกาะพยุงกาย ก่อนปลายนิ้วแกร่งจะกลับมาระรานเกสรดอกไม้แสนงาม บดขยี้พร้อมแรงรักจากสะโพกหนาภายในกายเอินเอินกำลังถูกพายุอารมณ์ร้อนแรงบ้าคลั่งพัดโหมอยู่ภายใน ความเสียวสยิวพุ่งสูงละลิ่วรวดเร็วจนกระตุกรุนแรงกะทันหัน“อื้อ”หญิงสาวครวญครางเสียงพร่าด้วยสุดจะทานทน เรือนร่างงามสั่นรัวพร้อมหอบหนัก เอนอิงพิงหลังกับแผ่นอกหนาขณะเดียวกันนั้นเทียนเหวินปลดชุ
สองร้อยปีในดินแดนมนุษย์ของเทียนเหวินกับเอินเอินผ่านไป ทว่าความหวานชื่นของคู่สามีภรรยากลับไม่ลดลง ทั้งสองดำรงชีวิตด้วยการลงไปขายของป่า และไม่ได้ต้องการทรัพย์สมบัติเงินทองมากไปกว่านี้ พอใจที่จะอยู่เพียงบนภูเขา ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบแต่การที่ลงไปในตัวเมืองก็จำต้องพานพบผู้คน ในบางครั้งความงดงามของเอินเอินก็เป็นปัญหา เมื่อขายผักผลไม้ป่าตามลำพัง ในยามที่เทียนเหวินไปซื้ออาหารหรือข้าวของบางอย่างเพราะเขาไม่ต้องการให้นางลำบากดอกไม้งามย่อมมีภมรเข้ามาดอมดม เอินเอินก็ย่อมมีบุรุษเข้ามาเกี้ยวพา“แม่นาง เจ้าจะลำบากอยู่กับสามีที่ยากจนไปไย นายท่านของข้ายินดีรับเจ้าเป็นอนุ พาไปอยู่ในจวนอย่างสุขสบาย รับรองว่าเจ้าไม่ต้องนั่งตากแดดขายของป่าทั้งวันให้เหนื่อยยากเช่นนี้”“ใช่ นายท่านของพวกข้าสามารถมอบให้เจ้าได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเครื่องประทินโฉม หรือชุดสวยงาม เจ้าเพียงแต่งเนื้อแต่งตัวให้งดงาม ยิ้มหวานรอปรนนิบัติพัดวียามนายท่านกลับมาที่จวนก็เพียงเท่านั้น”บางครั้งผู้ที่เข้ามาถามไถ่พูดคุยก็ไม่รู้ว่านางสามีแล้ว ด้วยกาลเวลาที่ผ่านไปนาน หากก็มีบ้างที่รู้แก่ใจ ทว่ายังไม่วายตามตอแย ภูเขาที่เทียนเหวินกับเอินเอิน
“ข้าอยากแตะต้องเจ้า”“สุดแล้วแต่ท่านต้องการ ข้าไม่ได้ห้าม”บอกแล้วเอินเอินก็กลับมาจูบซ้ำเหนือริมฝีปากได้รูป ครั้งนี้ปลายลิ้นเล็กไล้เย้ายวนตามมาด้วย แน่นอนว่าชายหนุ่มย่อมต้องเปิดรับหญิงสาว ทั้งสองรวบรัดเกี่ยวกระหวัดปลายลิ้นอย่างเร่าร้อน ขณะที่มือหนาเริ่มเคลื่อนไล้ไปตามเนื้อตัวหญิงสาว สัดส่วนงดงามกับผิวเนียนน่าสัมผัสทำให้เขาไม่อาจอยู่นิ่งได้ฝ่ามือกระด้างไต่ข้างเอวบางกับสะโพกอวบ ส่วนอีกข้างเคล้าคลึงหน้าอกหน้าใจนุ่มหยุ่น เอินเอินเริ่มกายอ่อยระทวยกับความเร่าร้อนที่ตนเป็นฝ่ายจุดชนวน และชายหนุ่มสานต่ออย่างเร้าใจ หญิงสาวทรุดกายลงช้าๆ พร้อมมือบางก็ลูบไล้แผงอกหนาขณะริมฝีปากอิ่มขยับลงจูบคางแกร่ง แตะแผ่วไซ้ลำคอหนาและได้ยินเสียงเครางเข้มในลำคอเทียนเหวินปลายนิ้วเรียวเกลี่ยสะกดเหนือยอดอกที่แข็งเป็นไตของชายหนุ่ม ขณะที่เขายังบีบเคล้นหน้าอกตน มือบางอีกข้างวางยันต้นขาแกร่งเพื่อพยุงกาย โดยลืมคิดไปว่านั่นเป็นการกระทำสุดล่อแหลม ยิ่งทำให้เจ้าของร่างสูงใหญ่ถอนหายใจแรง ทว่าที่ทำเอาเขาต้องครางเสียงเข้มต่ำก็เพราะริมฝีปากนิ่มจูบเม้มยอดอกสีเข้ม“อืม”เหมือนเอินเอินจะค่อยๆ รับรู้ได้ว่าตนต้องทำอย่างไรให้ชายหนุ่มพ
หลังจากช่วยกันขนย้ายข้าวของมายังกระท่อม โดยที่เทียน เหวินยกของหนักเสียเป็นส่วนใหญ่จนเสร็จ ทั้งยังใจดีตักน้ำมาให้เอินเอินอาบในส่วนที่เขาล้อมไม้ไผ่กั้นแบ่งด้านหลัง แม้นางจะเกรงใจบอกว่าไปอาบที่น้ำตกเช่นเดิมได้ หากชายหนุ่มก็ยืนยัน“ข้าตั้งใจทำไว้ให้เจ้า...”ใบหน้าขาวคมขยับมาใกล้พร้อมส่งสายตาวาววามพร้อมเอ่ยเสียงกระเส่าทำเอาใจสาวหวิว“กับข้าลงอาบในถังด้วยกัน”หลังปลายนิ้วแกร่งไล้แก้มนวล ทว่าสีหน้าแววตากลับเปลี่ยนไปเป็นแสนเสียดายแทน“แต่วันนี้เจ้าอาบคนเดียวเถิด ข้ายังต้องไปหาอาหารด้วย คงอาบจากที่น้ำตกมาเลย”เพราะวันนี้ค่อนข้างวุ่นวาย เร่งมือสร้างกระท่อมเสร็จ พาเอินเอินมาที่นี่แล้วก็ขนของ ชายหนุ่มจึงยังไม่ได้จัดการเรื่องอาหารเย็น“ลำบากท่านแล้ว หรือข้าไปช่วยท่านดีกว่า”“อย่าเลย เจ้าเหนื่อยขนของขึ้นลงทางลาดชันหลายรอบแล้ว อาบน้ำพักให้สบายใจเถิด”“ท่านเหนื่อยกว่าข้าเสียอีก”“เถิดน่า หากข้าอยู่ด้วยเจ้าคงไม่ได้อาบน้ำเสร็จง่ายๆ”สุดท้ายเอินเอินก็เชื่อฟัง เพราะหาคำมาแย้งไม่ได้ จำต้องพยักหน้ารับอย่างเขินอายค่ำคืนมาเยือนหลังจากทานอาหารมื้อเย็น เทียนเหวินก็นอนเอนกายรับลมเย็นที่ระเบียง สองมือยกขึ้นรองใ
ช่วงเวลาในดินแดนมนุษย์นั้น ราวเป็นชีวิตที่เทียนเหวินต้องการมากกว่าการเป็นทายาทสวรรค์ แม้ต้องทำทุกอย่างด้วยสองมือ ต้องหาเงินเพื่อดำรงชีวิต ทว่าเขากลับพึงพอใจที่ได้อยู่กับเอินเอิน ทำมาหากินเช่นบุรุษหนึ่งคนที่ต้องดูแลภรรยาให้สุขสบายในช่วงแรกที่ทำงานด้วยตนเอง มือหนาแทบจะแตกยับเลยทีเดียว หากก็ได้เอินเอินหาสมุนไพรมาทาและพันผ้าให้อย่างห่วงใยใส่ใจ เห็นใบหน้างามหมองลงทั้งน้ำตายังเอ่อคลอหน่วยตา ก็เป็นเทียน เหวินที่ต้องเป็นฝ่ายปลอบหญิงสาว‘อย่ามองข้าด้วยสายตาสงสารเช่นนั้น ข้าภูมิใจในตัวเองที่จับปลา ขุดหน่อไม้มาได้ เจ้าได้อิ่มท้องด้วยสองมือของข้า ข้าอยากให้เจ้าภูมิใจในตัวข้าเช่นกัน’เอินเอินพยักหน้ารับ ทว่ากลับน้ำตารินเจ้าตัวก็รีบเช็ดแล้วยิ้มหวานให้เขา นั่นทำให้เทียนเหวินอดใจไม่อยู่ เคลื่อนใบหน้าไปจูบแก้มนุ่มชื้นด้วยน้ำตา ทำเอาหญิงสาวตกใจหน้าแดงเรื่อ เขินอายหากก็ไม่ได้โกรธเคืองเขาแต่อย่างใดยิ่งได้ใช้ชีวิตร่วมกันนานวัน สองหนุ่มสาวก็ยิ่งผูกพันใจ ความลำบากทำให้ต่างช่วยเหลือกันและกัน ห่วงใยกัน ในบางวันที่ชายหนุ่มหาปลากลับค่ำมืดเอินเอินก็กระวนกระวายนั่งไม่ติด เดินไปเดินมาหน้าถ้ำด้วยความกังวล กระทั่ง
“เมื่อครู่ ในหัวข้าเห็นคู่รักคู่หนึ่งปรากฏขึ้น พวกเขามีใบหน้าเหมือนท่านกับ...ข้า”ชายหนุ่มรู้ได้ในทันใดว่าคือซีอวิ๋นกับผิงเชี่ยน“นั่นคืออดีตของเจ้ากับข้า”เทียนเหวินยินดีบอกกล่าวให้อีกฝ่ายได้รับรู้ความสัมพันธ์อันแสนลึกซึ้งที่ผูกพันตนกับเอินเอินเอาไว้“เดิมทีข้าเองก็ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อน แต่เพราะก่อนนี้เจ้ากำเนิดเป็นเสี่ยวเหลียน ภูตรับใช้ของหลินเฟย เราบังเอิญได้พบกัน ข้าช่วยเจ้าไว้ และเจ้าเสียสละตนเองช่วยข้ากับคนอื่นๆ ข้าจึงรักษาดวงจิตวิญญาณของเจ้าไว้ในดอกบัวสวรรค์ หวังว่าสักวันจะช่วยเจ้าให้กลับมามีกายทิพย์อีกครั้ง”เอินเอินเข้าใจถึงสายตาราวคุ้นเคยทว่าเจ็บปวดเพราะตนของหลินเฟยก็ในตอนนี้นั่นเอง“แล้วข้าก็ฝันถึงเทพฤดูกาลซีอวิ๋นกับเทพธิดาจันทราผิงเชี่ยนที่มีความรักต่อกันมากมายในครั้งบรรพกาลทุกค่ำคืน จนวันสุดท้ายของทั้งสองที่ต้องจากกันด้วยความเจ็บปวดเพราะความรัก ข้านำบัวสวรรค์มาฝากไว้ยังตำหนักเทียนหลันของท่านแม่ เพราะต้องทำหน้าที่ทหารสวรรค์ ไม่อาจนำดอกบัวติดตามไปทุกที่ได้ แต่แล้ววันหนึ่งเจ้าก็หายไป ต่อจากนั้นก็เช่นที่เจ้ารู้มาก่อนหน้านี้”หญิงสาวไม่คิดเลยว่าเรื่องราวชีวิตตนจะมีเบื
“ท่านพี่”“อย่าได้กลัว ข้าจะสัมผัสเจ้าอย่างอ่อนโยนที่สุด”ลมร้อนรินรดทำเอามือบางจิกปลายนิ้วลงบนบ่ากำยำ ทว่าร่างบางกลับต้องกระตุกเบาๆ จากปลายลิ้นอุ่นที่ลากไล้ก่อนบดจูบเร่าร้อนดื่มด่ำกับรสชาติหวานล้ำเต็มคำ แต่ผู้ที่ทรมานคือเอินเอิน หญิงสาวหอบหายใจแรง ริมฝีปากฝีปากอิ่มถูกขบกัดด้วยเจ้าตัวพยายามข่มบางอย่างที่ปะทุไต่ระดับสูงขึ้น หากจนแล้วจนรอดก็ไม่อาจกลั้นเสียงครวญครางไว้ได้ จำต้องเปล่งเสียงจากอาการเสียดเสียวขั้นสุดที่แล่นปราดทั่วร่าง ชนิดที่ทำเอาปลายเท้าหงิกงอด้วยไม่เคยรับรู้ถึงอาการเช่นนี้มาก่อนแม้จะรู้ว่าคนตัวเล็กก้าวข้ามที่สุดแห่งความสุขสันต์แล้ว ถึงอย่างนั้นเทียนเหวินก็ยังจุมพิตกลีบกุหลาบงาม ลิ้มรสชาติแสนพิสุทธิ์ด้วยความพึงพอใจ ขณะที่อารมณ์หนุ่มก็ทะยานสูงไปด้วยพร้อมกัน กายแกร่งเคร่งเครียดขึงขัง ทว่าเขายังไม่อยากรีบร้อนจนเกินไปร่างอรชรเริ่มคลายอาการเกร็งลง เมื่อริมฝีปากแกร่งผละห่าง แต่แล้วก็ต้องครางฮือในทั้งครั้งที่รอยจูบอุ่นชื้นฝากฝัง จุมพิตบางเบาเคลื่อนไล้จากต้นขาขาวลงต่ำเรื่อยไปถึงปลีน่องจรดปลายเท้า แล้ววกกลับมาอีกข้างไล่สูงขึ้นมาตามเรียวขางาม มือหนาลูบไล้สลับไปมาระหว่างขาสองข้างไม