“นายเชื่อสิ่งที่เธอบอกไหมเต”
“ไม่ครับบอสผมว่าคงไม่มีใครลงทุนมาทำงานเป็นแม่บ้านเพื่อจะเอาข้อมูลไปเขียนนิยายเหรอครับ มันฟังดูไม่เมคเซนต์เท่าไหร่”
“แต่ถ้าหากว่านายสืบแล้วว่าเธอไม่มีความเกี่ยวข้องกับคนของลุงสมบูรณ์ก็น่าจะเบาใจได้ เอาละนายไปทำงานของนายเถอะ เย็นนี้ไม่ต้องเข้าไปดูที่ผับก็ได้นะ”
“ทำไมล่ะครับหรือว่าบอสจะเข้าไปดูเอง”
“ฉันว่าจะเข้าไปดูเองสักหน่อย”
“ผมเตรียมคนขับรถให้แล้ว ส่วนเบอร์โทรศัพท์ของเลขาเดี๋ยวผมส่งให้บอสทางไลน์นะครับ”
“ขอบใจนะเต ถ้าฉันไม่ได้นายช่วยงานที่เมืองไทยฉันคงแย่แน่”
เมื่อผู้ช่วยมือซ้ายออกจากห้องไปแล้วบอริสก็นั่งอ่านข้อมูลของบริษัทที่ให้คนของตนเองรวบรวมมาเปรียบเทียบกับรายงานที่ ลุงสมบูรณ์ส่งให้ซึ่งมันค่อนข้างแตกต่างกันมากและเขาจะไม่ยอมให้มันเป็นแบบนี้ต่อไป ชายหนุ่มปิดแฟ้มลงด้วยความโมโหจากนั้นก็กดอินเตอร์คอมเพื่อเรียกเลขา
“โรสเข้ามาหาผมหน่อย”
“ค่ะบอส”
ไม่ถึงห้าวินาทีเลขาหน้าสวยก็เข้ามายังห้องของเจ้านายด้วยความรวดเร็ว
“บอสมีอะไรจะใช้โรสคะ”
“แฟ้มไปดูถึงไหนแล้ว”
“คือโรสเพิ่งดูได้ไม่กี่หน้าเองค่ะ แต่โรสว่าตัวเลขมันค่อนข้างแปลกๆ ค่ะแต่โรสยังไม่แน่ใจเดี๋ยวจะขอทบทวนดูให้ดีว่ามันมีข้อผิดพลาดตรงไหน”
“เรื่องนี้อย่าเพิ่งบอกใครนะ”
“แต่ฝ่ายบัญชีเขาอาจจะลงตัวเลขผิดถ้าเราไปบอกเขาให้แก้ไขให้มันถูกต้องก็น่าจะดีกว่านะคะบอส”
“เธอคิดว่าพนักงานบัญชีในบริษัทใหญ่แบบนี้มันควรจะมีข้อผิดพลาดเหรอโรส ถ้าเป็นเธอล่ะ เธอจะปล่อยให้งานมันผิดพลาดแบบนี้ไหม”
“โรสเพิ่งเรียนจบและยังไม่เคยมีประสบการณ์ทางด้านบัญชีมาก่อน แต่โรสคิดว่าข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นมันก็น่าสงสัยอยู่เหมือนกันค่ะ มันอาจจะเป็นเพียงจุดเล็กๆ ถ้าบอสกวาดสายตามองผ่านก็แทบจะมองไม่เห็นเลย แต่ตอนเรียนอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเขาเคยสอนให้พวกเรามองทุกอย่างให้ละเอียดรอบคอบ ตัวเลขที่ลักษณะคล้ายกันถ้าเรามองมันผ่านบางทีมันก็ไม่ได้มีอะไรแปลกจุดเล็กน้อยเพียงนิดแต่พอมันมารวมกันมันก็จะเป็นจุดผิดพลาดที่ ค่อนข้างจะใหญ่อยู่เหมือนกันค่ะ” เธออธิบายให้เจ้านายฟังตามที่ได้เรียนมา
“เพราะแบบนี้ไงฉันถึงต้องให้เธอช่วยตรวจอีกครั้ง”
“แล้วบอสจะทำยังไงต่อคะ”
“เธอพักกับใครเหรอโรส”
“โรสพักอยู่หอกับเพื่อนค่ะ บอสมีอะไรหรือเปล่า” จู่ๆ บอริสก็เปลี่ยนเรื่องคุยจนรติรสตั้งตัวแทบไม่ทัน
“เดี๋ยวฉันจะให้ใจเตวิชญ์จัดที่พักให้เธอ ระหว่างที่ตรวจเอกสารเกี่ยวกับบัญชีทั้งหมด ฉันไม่อยากให้ใครเห็น”
“แต่เพื่อนของโรสไว้ใจได้นะคะและเขาก็ไม่ได้ทำงานที่นี่และไม่ได้รู้จักใครที่นี่เลยค่ะ”
“นี่มาเป็นเลขาฉันวันแรกเธอก็ขัดใจฉันแล้วเหรอโรส”
“เปล่านะคะ ก็โรสพูดจริงๆ นันท์ไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกค่ะ”
“แล้วถ้าความลับมันรั่วไหลออกไปหรือมีคนอื่นรู้เธอคิดว่าจะรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดไหวไหมล่ะ”
“คือว่า...”
รติรสมีท่าทางคิดหนักเพราะจำนวนตัวเลขที่มันต่างกันไม่ใช่หลักหน่วยหรือหลักสิบแต่มันเป็นหลักล้านซึ่งเธอคงรับผิดชอบไม่ไหวแน่ๆ ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูคนอื่น
“แล้วบอสจะให้โรสไปพักอยู่ที่ไหนล่ะคะ”
“คอนโดใกล้ๆ แหละ เธอนั่งรถไฟฟ้ามาทำงานได้ไหมล่ะ”
“ได้ค่ะ”
“ฉันให้เวลาเธอเก็บของสองวันนะ วันมะรืนจะให้เตวิชญ์ตามเธอไปเก็บของที่ห้องพักและไปอยู่คอนโดตกลงไหม”
“บอสคะถ้าโรสไม่ตกลงได้ไหม เพราะว่าโรสจะมาทำงานเป็นเลขาชั่วคราวเท่านั้นเองนะคะ”
“ฉันว่าเธอต้องเป็นเลขาของฉันจนกว่าเรื่องทุกอย่างมันจะลงตัว”
“หมายความว่ายังไงคะบอส”
“ก็หมายความว่าตัวเลขทั้งหมดที่เธอเห็นมันถือว่าเป็นความลับและฉันก็ไม่อยากให้คนอื่นรู้มากกว่านี้”
“ให้โรสทำงานด้านบัญชีพอได้ แต่ถ้าให้เป็นเลขาโรสก็กลัวทำงานไม่ถูกใจบอส”
“ฉันไม่ใช่คนเรื่องมากอะไรหรอก หรือเธอคิดว่างานมันยากเกินไปทำไม่ไหวล่ะ แต่เด็กจบใหม่สมัยนี้ก็แบบนี้แหละ ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยสู้งานสำนวนไทยเขาว่าอะไรนะ” บอริสทำท่าทางคิดก่อนจะดีดนิ้ว
“ฉันรู้แล้วแม่ฉันเคยพูดว่าเป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ”
“โรสไม่ใช่คนแบบนั้น ถ้าบอสอยากให้โรสทำงานกับบอสโรสก็จะทำค่ะ” เพราะไม่ชอบให้ใครมาดูถูกรติรสเลยตกลงจะเป็นเลขาของเขาและจะทำตามคำสั่งของเขาด้วยการย้ายเข้ามาอยู่คอนโดซึ่งเธอเองก็ยังไม่รู้ว่าคอนโดที่เขาพูดถึงนั้นมันอยู่ตรงไหน
“ตกลงเธอจะทำงานนี้ต่อใช่ไหม”
“ใช่ค่ะแต่โรสขอถามอะไรอย่างหนึ่งได้ไหม”
“ว่ามา”
“แฟ้มสองแฟ้มทำไมข้อมูลมันต่างกันมากคะ แฟ้มไหนคือความจริงกันแน่”
“แฟ้มสีน้ำเงินเป็นแฟ้มที่เขาทำรายงานส่งให้ฉันอ่าน ส่วนอีกแฟ้มหนึ่งเป็นแฟ้มที่คนของฉันดึงข้อมูลดิบออกมาสรุปอีกที”
“ตัวเลขและข้อมูลบางอย่างมันต่างกันมากจริงๆ ค่ะ โรสว่าบริษัทของบอสน่าจะมีคนโกงดู และเหมือนเขาจะโกงไปค่อนข้างเยอะเลยนะคะ แบบนี้บอสไม่คิดจะแจ้งตำรวจเหรอคะ”
“เพราะเขาเป็นคนในครอบครัวไงล่ะฉันจึงไม่อยากแจ้งตำรวจ”
“แต่แบบนี้มันเท่ากับเป็นการเอาเปรียบบริษัทชัดๆ เลยนะคะยิ่งเป็นญาติกันน่าจะต้องช่วยเหลือกันดูแลบริษัทไม่ใช่มาโกงแบบนี้โรสว่าใช้ไม่ได้เลย”
“แล้วถ้าเป็นเธอล่ะเธอจะจัดการยังไง”
“โรสไม่ใช่เจ้าของบริษัทรถให้คำตอบไม่ได้หรอกค่ะ แต่ถ้าสมมุติโรสเจอญาติแบบนี้โรสขอตัดขาดดีกว่าค่ะ”
“ฉันก็อยากจะทำแบบเธอนะโรส แต่บางครั้งการจะตัดใครสักคนออกจากวงโคจรของชีวิตมันก็ค่อนข้างยากเพราะมันเกี่ยวพันกันหมดเขาไม่ใช่ญาติฉันเพียงคนเดียวเพราะเขายังเป็นญาติของแม่ฉันอีกด้วยทุกอย่างก็เลยต้องทำให้รอบคอบ”
“บอสคิดว่าหาหลักฐานมาแบบนี้จะทำยังไงต่อกับหลักฐานเหรอคะ”
“เธอคิดว่าไงล่ะ”
“คำตอบเหมือนเดิมค่ะ แจ้งความ”
“แต่ฉันคิดว่าถ้าเราได้หลักฐานที่แน่นหนาพอจะเรียกเขามาคุยและซื้อหุ้นคืนทั้งหมดจากเขา”
“เขาโกงไปขนาดนั้นบอสยังจะให้อภัยและเรียกเขามาคุยอีกเหรอคะ แล้วยังจะซื้อหุ้นคืนอีก ใจดีเกินไปแล้วถ้าเป็นโรสนะโรสจะยึดหุ้นคืนทั้งหมดและให้เขาชดใช้ค่าเสียหายค่ะ”
“เธอโหดเหมือนกันโรส”
“เพราะไม่ใช่เรื่องของโรส โรสเลยโหด แต่โรสเข้าใจบอสนะคะ เป็นญาติกันด้วยทำอะไรมากไม่ได้”
“เพราะอย่างนี้ฉันเลยต้องมาดูแลงานที่นี่ยังไงล่ะ แต่ก่อนพ่อกับแม่ฉันช่วยกันดูแลบริษัท แต่พอพ่อกับแม่แยกทางกันพ่อก็ยกให้แม่ดูแล และพี่ชายของแม่ก็เข้ามาวุ่นวายจนแม่ฉันเรียกให้ฉันกลับมาจัดการเรื่องนี้ไงล่ะ” บอริสอธิบายให้เลขาฟังและคอยสังเกตปฏิกิริยาของเธอไปด้วย แต่เขาก็ไม่พบความผิดปกติอะไรเพราะถ้ารติรสเป็นคนของลุงสมบูรณ์ก็คงไม่บอกให้เข้าไปแจ้งความแน่ๆ
นอกจากจะทำหน้าที่เป็นเลขาคอยช่วยงานบอริสแล้วอีกหน้าที่หนึ่งที่รติรสจะต้องรับผิดชอบมันก็คือการคอยสับรางให้เจ้านาย เพราะตั้งแต่เขาเข้ามาทำงานที่นี่ก็มีผู้หญิงแวะเวียนเข้ามาหาเขาอยู่หลายคน แต่ละคนก็ทั้งสวยทั้งเซ็กซี่แต่คนที่รติรสคิดว่าเจ้านายน่าจะชอบที่สุดน่าจะเป็นผู้หญิงที่ชื่อมินนี่เพราะทุกครั้งที่ผู้หญิงคนนี้มาเจ้านายกับเธอจะเดินตามกันออกไปแล้วจะไม่กลับเข้ามาที่บริษัทอีกเลยแต่ไม่รู้ว่าผู้หญิงพวกนี้ชอบเจ้านายของเธอที่หน้าตาหรือชอบเพราะเงินของเขากันแน่ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรรติรสก็รู้สึกอิจฉาผู้หญิงพวกนั้นนิดๆ เพราะได้ควงกับหนุ่มหล่อซึ่งคนอย่างเธอคงไม่มีโอกาสแบบนั้นรติรสไม่อยากจะยอมรับเลยว่าตั้งแต่มาทำงานกับบอริสได้หนึ่งเดือนหญิงสาวจะรู้สึกชอบเขาเอามากๆ เพราะเขาเป็นเจ้านายที่ทำงานเก่งและใจดีมากแม้ว่าเธอจะเป็นเลขาที่ทำหน้าที่ได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่เคยดุหรือใช้อำนาจของความเป็นเจ้านายทำให้เธอรู้สึกอึดอัดเลยสักนิดบางครั้งเธอก็ตามเขาออกไปคุยงานกับลูกค้าเขาก็ปฏิบัติกับเธออย่างดี มันทำให้ความรู้สึกในใจของรติรสคิดกับเขามากกว่าเจ้านายจนลืมเรื่องที่ตัวเองเข้ามาทำงานที่นี่เพราะอะไร
ในบ่ายวันศุกร์หลังจากที่รติรสทานอาหารกลางวันเสร็จแล้วเธอก็ขึ้นมานั่งทำงานอยู่หน้าห้องของบอริสอย่างเคย เจ้านายกดอินเตอร์คอมบอกให้เธอเข้าไปหาในห้อง หญิงสาวก็เข้าไปพร้อมกับ แฟ้มที่หัวหน้าฝ่ายบุคคลเอามาฝากเธอไว้เมื่อครู่“แฟ้มจากแผนกบุคคลค่ะ”“ด่วนหรือเปล่าโรส”“ไม่ค่ะคุณนงลักษณ์บอกว่าขอรับก่อนวันจันทร์บ่าย”“ถ้าอย่างนั้นฉันเซ็นไปเลยก็แล้วกันนะ ไม่รู้ว่าวันจันทร์จะเข้าบริษัทหรือเปล่า”“บอสจะไปไหนคะ ถ้ามีคนติดต่อมาโรสจะได้บอกถูก”“มีธุระส่วนตัวจะต้องทำนิดหน่อยน่ะที่ฉันเรียกเธอเข้ามาวันนี้ก็เพื่อจะบอกว่าวันจันทร์ฉันอนุญาตให้เธอลางานได้หนึ่งวันนะ”“ทำไมล่ะคะ”“เพราะฉันเองจะไม่เข้าบริษัท”“โรสขอมาทำงานได้ไหม” เพราะถ้าเขาไม่มาเธอก็จะได้อู้งานและไปคุยกับคนแผนกอื่นเพื่อสืบเรื่องของมารดาที่ละเลยมาเกือบเดือน“เธอเป็นเลขาของฉันเจ้านายไม่มาแล้วเธอจะมาทำไมล่ะ”“โรสก็อยากมาเคลียร์งานให้มันเรียบร้อยไงคะ บอสให้โรสเก็บเอกสารทุกอย่างลงคอมพิวเตอร์ตั้งเยอะแยะ โรสยังไม่ได้จัดเป็นหมวดหมู่เลยค่ะ”“ถ้าอยากจะมาทำงานก็ตามใจ แล้วมีอีกอย่างหนึ่งข้อนี้สำคัญมาก”“อะไรคะบอส”“ต่อไปนี้ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนจะเข้ามาหาฉัน เธ
ปกติแล้วบอริสจะมาตรวจงานที่ผับของตนเองอาทิตย์ละครั้ง แต่ช่วงไหนที่เขาไม่อยู่เมืองไทยเตวิชญ์ก็จะเป็นคนทำงานแทนทั้งหมดเขานั่งอยู่บริเวณชั้นสองมองลงมาทางด้านล่างที่ตอนนี้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้ามาใช้บริการกันค่อนข้างหนาแน่นเนื่องจากเป็นคืนวันศุกร์ของต้นเดือน“ปกติแล้วช่วงต้นเดือนคนจะเยอะแบบนี้ใช่ไหมพล” บอริสถามพีรพลผู้จัดการร้านที่ทำงานมาตั้งแต่สมัยที่บิดาของตนเองยังเป็นคนคุมกิจการอยู่ที่นี่“ครับบอสช่วงต้นเดือนคนก็จะมาใช้บริการเยอะหน่อย แต่ถ้าช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนก็จะมีชาวต่างชาติครับ เพราะพวกเขามาเที่ยวกันจริงๆ ไม่ใช่คนไทยที่มาเที่ยวเฉพาะช่วงเงินเดือนออก” พีรพลอธิบายให้เจ้านายฟัง“แล้วร้านอื่นก็เป็นแบบนี้ด้วยใช่ไหม” เขาหันมาทำเตวิชญ์“ก็จะประมาณนี้ครับบอส” พีรพลคุยกับเจ้านายไม่นานก็ขอตัวไปทำงานของตนเองต่อตอนนี้บริเวณชั้นสองจึงเหลือแค่บอริสกับเตวิชญ์ขณะที่กำลังคุยกับลูกน้องคนสนิทสายตาของบอริสก็สำรวจไปทั่วบริเวณผับซึ่งคืนนี้คนเข้ามาใช้บริการเยอะมาก แล้วสายตาของเขาก็สะดุดอยู่กับผู้หญิงสองคนที่นั่งดื่มด้วยกันบริเวณด้านข้างเวทีการแต่งกายของเธอก็เหมือนนักท่องเที่ยวท
หลังจากกลับมาจากผับและอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนแล้วรติรสก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองเรื่องจะถามบอริสเกี่ยวกับมารดาของตนเองเพราะเมื่อตอนเย็นเธอมีโอกาสได้คุยกับแม่บ้านคนหนึ่งที่ทำงานในบริษัทนี้มานาน หญิงสาวถามพนักงานคนนั้นถึงมารดาของตนเองแม่บ้านคนนั้นก็บอกให้เธอมาถามกับบอริสเพราะคิดว่าชายหนุ่มน่าจะให้คำตอบกับเธอได้ดีที่สุดแม้จะรู้ว่าตอนนี้เป็นเวลาดึกมากแล้วแต่ใจก็อยากจะถามเขาให้รู้เรื่องเพราะถ้าต้องรอเจอกับชายหนุ่มในวันองคารเธอคงต้องอกแตกตายแน่ๆหญิงสาวรีบออกจากห้องทั้งที่ยังสวมชุดนอน เธอหยิบคีย์การ์ดที่ใช้สำหรับเปิดลิฟต์ซึ่งบอริสให้เธอไว้กรณีที่มีความจำเป็นเมื่อประตูลิฟต์เปิดออกรติรสก็รีบเดินไปหน้าห้องของเจ้านายและกดออดอยู่นานกว่าเจ้าของห้องจะเดินออกมาเปิด“มีอะไรหรือเปล่าโรสนี่มันดึกมากแล้วนะ”“โรสมีเรื่องจะคุยกับบอสค่ะ”“แต่ฉันว่าเธอกำลังเมานะ เอาไว้คุยวันอื่นดีไหม”“โรสไม่เมาค่ะ กินเหล้าไปแค่นิดเดียวเองแล้วโรสก็มีเรื่องสำคัญจริงๆ นะคะ ขอโรสเข้าไปคุยข้างในได้ไหมล่ะ”“แต่ฉันว่าเธอกำลังเมานะ หายเมาค่อยคุยกันดีไหม”“โรสจะคุยตอนนี้”“ถ้าเรื่องที่เธอคุยมันไม่สำคัญหายเมาเมื่อไหร่ฉันจัดการเธอแน่ๆ”“
ริมฝีปากร้อนขบเม้มไปบนริมฝีปากบางสร้างความวาบหวามและความตื่นเต้นให้กับรติรสเป็นอย่างมาก หญิงสาวไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนร่างกายเธอโอนอ่อนไปตามเกมสวาทที่เขากำลังปลุกเร้า“บอริส...”หญิงสาวรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะขาดอากาศเมื่อเขาจูบลงมาอย่างหนักหน่วงและเร่าร้อนจนเธอทรงตัวแทบไม่อยู่ทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วหญิงสาวรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ถูกอุ้มมาวางบนเตียงนอนก่อนที่เขาจะคร่อมทับและก้มหน้าลงมาใกล้จนเธอเห็นสายตาที่มองเธอด้วยความหื่นกระหาย“ฉันไม่ได้บังคับเธอใช่ไหมโรส”บอริสถามย้ำขณะเกลี่ยปลายนิ้วไปบนใบหน้าเนียนอย่างแผ่วเบาหญิงสาวส่ายหน้าเขายิ้มอย่างพอใจกับคำตอบที่ได้รับเขาจูบลงบนริมฝีปากเธออีกครั้งขณะมือใหญ่ก็ถอดชุดนอนของเธอออกจนตอนนี้ร่างกายหญิงสาวเหลือแค่บราเซียร์ตัวบางกับแพนตี้ตัวจิ๋วปกปิดอยู่เท่านั้นริมฝีปากของเขาขบเม้มไปบนซอกคอและติ่งหูทำให้หญิงสาวขนลุกไปทั่วทั้งตัว มือใหญ่กอบกุมสองเต้ากระตุ้นอารมณ์ของหญิงสาวให้แตกกระเจิง“อือ..บอริส”เธอเสียงสั่นกระเส่าเพราะรู้สึกเสียวซ่านกับสัมผัสร้อนของมือใหญ่“เธอสวยนะโรส ฉันอยากจะรู้จริงๆ ว่าถ้าไม่ใส่อะไรเลยมันจะสวยมากแค่ไหน”เขาเอื้อมมือไปปลดตะขอ
พรวด!!!“กรี๊ดดดด....”เมื่อห้ามตัวเองไม่ได้บอริสก็กดกระแทกแก่นกายเข้าไปในโพรงสวาทของหญิงสาวครั้งเดียวจนมันทะลุผ่านเยื่อบางๆ เข้าไปจนสุดความยาวเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของรติรสทำดึงสติของชายหนุ่มให้กลับมาอีกครั้ง“เจ็บมากใช่ไหม ฉันขอโทษนะฉันไม่รู้ว่าเธอไม่เคย”“เจ็บค่ะ”ความเจ็บปวดทำให้สติของเธอกลับมาอยู่กับตัวอีกครั้ง“มันจะเจ็บนิดเดียวนะโรส เดี๋ยวมันจะดีขึ้น”“ไม่ไหวค่ะ ปล่อยโรสนะคะ โรสเจ็บจริงๆ”“เธอเจ็บแต่ฉันทรมานมากรู้ไหม เธอทั้งตอดทั้งรัดจนฉันแทบจะคลั่งแล้วนะโรส ขอฉันขยับนะโรส ฉันสัญญาว่าเธอทำให้เธอมีความสุข”เขาไม่ฟังเสียงร้องขอหญิงสาวเลยสักนิดเพราะแรงตอดรัดในกายของเธอเหมือนกำลังทำให้เขาแทบคลั่ง ถ้าหากยังนิ่งค้างอยู่แบบนี้คงได้ปลดปล่อยออกมาทั้งที่เพิ่งสอดเข้าไปแน่ๆริมฝีปากร้อนของเจ้านายหนุ่มลากมาตามผิวนุ่ม ดูดกินเต้าอวบอิ่มลมและดึงให้เธอจมดิ่งลงในไฟตัณหาอีกครั้งสะโพกขยับเป็นจังหวะช้าๆ มือใหญ่ก็บีบอกอิ่มไปตามอารมณ์ที่มันกำลังพุ่งสูง เสียงหวานเริ่มครางแผ่วเบาเมื่อความเสียวซ่านกำลังแทนที่ลงบนความเจ็บปวด ยิ่งเขาดูดดุนเม็ดเชอร์รี่เข้าปากความเสียวซ่านมันก็แล่นพล่าน หลงลืมความเจ
กรี๊ดดดดดเสียงกรีดร้องในยามสายของวันเสาร์ทำให้บอริสที่กำลังหลับอยู่บนเตียงสะดุ้งตื่น เขามองคนที่นั่งกรี๊ดอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาไม่พอใจเป็นอย่างมาก“บอสมานอนในห้องของโรสได้ยังไงออกไปเดี๋ยวนี้นะ” หญิงสาวทุบลงบนแผงอกของเขาเมื่อพบว่าตนเองตื่นขึ้นมาแล้วมีผู้ชายนอนเปลือยกายอยู่ข้างๆ“เกิดอะไรขึ้นทำไมเธอต้องกรี๊ดจนแสบแก้วหูแบบนี้นะ”“ก็บอสมานอนในห้องของโรสทำไม มาทำแบบนี้กับโรสทำไมออกไปจากห้องโรสเดี๋ยวนี้นะ ถ้าไม่อย่างนั้นโรสจะแจ้งความ” หญิงสาวทุบใบบนแผงอกของเขาอีกหลายครั้ง เมื่อยิ่งดิ้นผ้าห่มก็ยิ่งหลุดออกมาแต่เธอก็ไม่ได้สนใจเลยสักนิดเพราะตอนนี้อยากให้เจ้านายหนุ่มออกไปจากเตียง“จะบ้าไปกันใหญ่แล้วโรส” เขารวบข้อมือของเธอทั้งสองข้าง ไว้ก่อนที่เธอจะทุบเขามากไปกว่านี้“บอสมาว่าโรสแบบนี้ได้ยังไง ดูบอสสิทำอะไรโรส” หญิงสาวก้มมองตัวเองแล้วใบหน้าแดงซ่านเมื่อ พบว่าร่างกายที่โผล่พ้นผ้าห่มมานั้นปีจากรอยแดงทั่วเนินอกและตอนนี้ผ้าห่มก็เลื่อนต่ำลงจนเกือบจะเห็นยอดอก“ปล่อยโรสนะ ปล่อยเดี๋ยวนี้แล้วออกไปจากห้องโรส”“ตั้งสติก่อนสิโรส ดูดีๆ ว่านี่มันห้องใคร” รติรสหยุดโวยวายและกวาดสายตาไปรอบๆ ห้องใบหน้าเธอซีดเผือดเมื
เมื่อกลับมาถึงห้องก็รีบเข้าห้องน้ำและอาบน้ำอย่างรวดเร็ว รติรสพยายามทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนจำได้รางๆ ว่าตัวเองไปเคาะประตูห้องของเขาจริงๆหญิงสาวร้องไห้อยู่ใต้ฝักบัวเพราะไม่คิดเลยว่าตนเองจะกลายเป็นของเล่นอีกหนึ่งชิ้นของเจ้านายเธอยอมรับว่าชอบเขาเอามากๆ แต่ก็ไม่เคยถึงขั้นจะมอบกายให้เขาแบบนี้ เรื่องเมื่อคืนมันเป็นความผิดพลาดอย่างมาก ถ้าหากเธอไม่เมาแล้วขาดสติก็คงไม่เสียสิ่งที่หวงแหนที่สุดให้กับผู้ชายที่ไร้หัวใจอย่างบอริสแน่ๆหญิงสาวอาบน้ำอยู่นานเกือบชั่วโมงเพราะอยากจะให้สายน้ำขับไล่ความรู้สึกผิดออกไปจากตัวแต่มันก็ไม่ได้ผลเลยเธอออกจากห้องน้ำจากนั้นก็แต่งตัวด้วยชุดสบายๆ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แล้วก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่าอีกสามวันเธอก็จะเป็นรอบเดือนว่าปัญหาเรื่องท้องจะไม่เกิดขึ้นแต่ปัญหาเรื่องที่เขาเป็นเจ้านายและเรื่องคลิปที่เขาพูดถึงมันทำให้เธอหนักใจเอามากๆถ้าหากจะหนีไปตอนนี้ก็กลัวว่าเขาจะเอาคลิปนั้นออกมาปล่อยให้คนอื่นรู้ถึงแม้เธอจะไม่ใช่คนมีชื่อเสียงอะไรแต่ถ้าเรื่องนี้มันแดงขึ้นมาคนที่ต้องเสียใจก็คงจะเป็นครอบครัวของเธอรติรสจมอยู่กับความคิดจนกระทั่งเวลา 13.00 น.ท้องของ
เกือบเดือนแล้วที่รติรสกลับมาทำงานที่สวนส้มเธอยังติดต่อกับมารดาที่รัสเซียแต่ไม่ได้บ่อยสักเท่าไหร่ การได้คุยกับมารดามันทำให้เธอคิดถึงบอริสมากขึ้น ส่วนเขาก็พยายามโทรหาเธออยู่หลายครั้งแต่เกือบครึ่งเดือนแล้วที่ไม่มีมิสคอลหรือข้อความจากบอริส เธอคิดว่าป่านนี้เขาก็คงจะลืมเธอไปแล้ว“ลุงเรืองคะที่ข้างสวนส้มของเรามีคนซื้อไปแล้วเหรอคะ”“ใช่จ้ะ คนที่ซื้อเขาบอกว่าจะทำสวนส้มเหมือนเราน่ะ เขาติดต่อลุงมาเหมือนกันว่าจะขอมาศึกษาวิธีการทำสวนและอาจจะขอจ้างคนงานของเราไปทำไปช่วยเขาทำด้วยเขาไม่มีประสบการณ์ด้านนี้”“แล้วป้าวรรณเคยเจอเขาไหมคะ” หญิงสาวหันมาถามป้าของตนเองบ้าง“ป้ายังไม่เคยเจอเขาแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นลุงที่ไปคุยกับเขา”“ดูท่าทางเขาก็มีเงินมากๆ เลยนะคะ”“ก็คงอย่างนั้น ฉันว่าเราชวนเขามากินข้าวที่บ้านเราจะได้ทำความรู้จักกันไว้” วรรณาหันไปถามสามี“ได้สิเดี๋ยวผมจะลองชวนเขาดู แต่ช่วงนี้รู้สึกว่าเขาจะไม่อยู่นะเห็นว่ามีงานที่ต่างประเทศต้องบินไปดูแลด้วย”“เขามีงานต่างประเทศแล้วยังจะมาซื้อสวนส้มทำไมคะ หนูว่ามันแปลกๆ"“ลุงก็คิดว่ามันแปลกก็เลยถามเขา เขาบอกว่าจะปรับปรุงที่ทำสวนส้มแล้วยกให้ภรรยาในอนาคตของเขานะ”“โ
วันนี้บอริสต้องเดินทางกลับไปทำงานที่รัสเซียอีกครั้ง เขาไม่อยากจะไปเลยเพราะอยากจะอยู่กับรติรสแบบนี้ไปอีกนานๆ ชายหนุ่มรู้สึกว่าช่วงนี้รติรสจะน่ารักช่างอ้อนและเอาอกเอาใจมากๆ มันทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างของเขาและกำลังเปิดรับหญิงสาวเข้ามาในหัวใจทีละนิดความรู้สึกที่มีให้กับรติรสไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน ไม่รู้จะเรียกว่าความรักได้หรือเปล่า แต่เขารู้สึกดีที่อยู่ใกล้ๆ รู้สึกสบายใจ รู้สึกว่าเธอคือทุกสิ่งทุกอย่างของเขาบอริสคิดว่าจะบอกเรื่องนี้กับรติรสหลังจากที่เขากลับมาจากรัสเซียในอาทิตย์หน้าชายหนุ่มอยากจะขึ้นไปเจอกับครอบครัวของหญิงสาวที่เชียงใหม่อยากจะขอโทษแทนบิดามารดาเรื่องน้าอรสาและจะถือโอกาสขออนุญาตคุณป้าของเธอคบหากับหญิงสาวอย่างจริงจัง บอริสไม่อยากให้เธอเป็นเพียงแค่คู่นอนแบบที่เธอชอบพูดอีกต่อไปแล้ว“ฉันคงคิดถึงเธอมากๆ แน่เลยโรส”“อดทนค่ะบอสแค่อาทิตย์เดียวเอง”“แล้วเธอจะคิดถึงฉันไหมล่ะ”“แน่นอนค่ะโรสจะคิดถึงคุณทุกวัน เดินทางปลอดภัยนะคะ”“ฉันไม่อยากไปเลยนะโรส รู้สึกใจหายยังไงก็ไม่รู้”“อย่างอแงเป็นเด็กสิคะบอส บอสต้องไปทำงานนะ ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองโรสก็จะทำหน้าที่ของโรสให้ดีที่สุด
บอริสประกบจูบไปบนเรียวปาก แทะเล็มเรียวปากบางอย่างหลงใหลรติรสเผยอปากรับด้วยความเต็มใจ สองลิ้นเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อ บอริสไล้มือไปตามสีข้างสอดเข้าใต้เสื้อตัวบาง บีบคลึงความอวบอิ่มจนหญิงสาวรู้สึกร้อนราวกับเปลวไฟ สะโพกกลมกลึงบดเบียดกายเข้าหาเจ้านายหนุ่มอย่างเชิญชวน“บอริสขา สัญญาได้ไหมว่าจะมีโรสแค่คนเดียว”เสียงหวานอ้อนเธออยากให้เขามีความสุขกับเธอแค่คนเดียว แม้รู้ว่ามันเป็นไปได้ยากแต่ก็อยากได้ยินจากปากเขา“ก็เธอน่ารักแบบนี้ฉันจะไปมีคนอื่นได้ยังไงล่ะโรส ฉันจะมีแค่เธอคนเดียวนะ”เมื่อได้ยินคำตอบรติรสเลยสลัดความอายทิ้งไปจนหมด หญิงสาวไม่สนสักนิดว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในห้องรับแขก เธอรู้แค่อยากร่วมรักกับเขาอยากมอบความสุขให้เขา เมื่อบอริสถอดชุดนอนออกเธอก็ให้ความร่วมมือด้วยความเต็มใจ“เธอสวยไปทั้งตัวเลยโรส สวยจนฉันลืมผู้หญิงทุกคนที่เคยนอนด้วย”บอริสมองด้วยสายตาหื่นกระหายตั้งแต่เดินทางไปอเมริกาและบินต่อไปที่รัสเซียเขากับเธอก็ยังไม่ได้นอนด้วยกันเลยสักครั้งเพราะเขารู้ว่าเธอมีเรื่องให้ต้องคิดเลยไม่อยากจะกวนใจทั้งที่ร่างกายของเขามันต้อการเธอจนแทบคลั่งฝ่ามือร้อนของบอริสนวดคลึงหน้าอกอย่างหนักหน่วง ร่างกายถูก
เมื่อกลับมาถึงเมืองไทยรติรสก็โทรศัพท์ไปปรึกษาป้าวรรณนาว่าจะเอายังไงต่อกับเรื่องมารดาของตนเอง“หนูลองบอกป้ามาสิโรสว่าตอนนี้หนูคิดจะทำยังไงต่อ”“หนูคิดว่าตอนนี้แม่ดูมีความสุขมากเลยค่ะป้าวรรณ หนูกลัวว่าถ้าบอกเรื่องในอดีตอาจจะทำให้แม่ปวดหัวและคิดมาก ป้าวรรณจะว่าอะไรไหมถ้าหนูจะยอมให้แม่อยู่ที่นั่นแล้วใช้ชีวิตอย่างมีความสุข”“แล้วหนูไม่เสียใจใช่ไหมโรส” วรรณาถามหลานสาวด้วยความเห็นใจ“เสียใจสิคะ เสียใจมากๆ ที่หนูไม่ได้อยู่ใกล้แม่ แต่หนูไม่อยากทำลายความสุขของแม่ค่ะ ถ้าป้าวรรณได้เจอแม่ได้เห็นใบหน้าและรอยยิ้มของแม่หนูคิดว่าป้าวรรณจะต้องคิดเหมือนหนูแน่ๆ” รติรสมั่นใจว่าป้าของเธอต้องเหมือนเธอแน่ๆ“เท่าที่หนูส่งรูปกับวิดีโอมาให้ป้าดู ป้าก็พอจะรู้แล้วว่าตอนนี้อรสาเขามีความสุขมากจริงๆ ถ้าหนูคิดว่าตัวเองทำใจได้ ป้าก็ไม่ว่าอะไร หนูยังมีป้ายังมีลุงเรืองและพี่ฤทธิ์นะ กลับมาอยู่เชียงใหม่กับป้าดีไหมโรส มาอยู่กันเป็นครอบครัวที่นี่”“ได้ค่ะป้าวรรณ อีกไม่กี่วันก็หยุดยาวแล้วหนูจะยื่นจดหมายลาออกช่วงนั้นค่ะ”“การลาออกมันต้องลาออกล่วงหน้าหนึ่งเดือนหรือเปล่าโรส”“ใช่ค่ะ แต่นั่นในกรณีที่เราจะไม่อยากเสียประวัติในการท
แม้จะได้นอนไม่กี่ชั่วโมงแต่เช้านี้รติรสก็มีสีหน้าสดชื่นมากหญิงสาวตื่นนอนตั้งแต่เช้าจากนั้นชงกาแฟและเอาบราวนี่มานั่งทานอย่างละเอร็ดอร่อย“กินด้วยกันมั้ยคะบอส”“ไม่ล่ะเมื่อวานฉันกินไปหลายชิ้นแล้ว ฉันไม่อยากแย่งเธอกิน”“ฝีมือแม่อร่อยมากๆ เลยค่ะ โรสคิดถึงแม่จัง”“อดทนอีกนิดนะโรสไม่ถึงสิบวันฉันก็จะพาเธอไปเจอแม่ แล้วเธอจะเสียใจไหมถ้าแม่จำเธอไม่ได้”“โรสก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าจะเสียใจไหมแต่เท่าที่โรสเห็นคลิปของแม่หลายคลิปเราก็รู้สึกว่าตอนนี้แม่มีความสุขมากจริงๆ”“ใช่แม่เธอมีความสุขมาก เธอเป็นรอยยิ้มของพ่อฉันนะ เหมือนกับเธอที่เป็นรอยยิ้มของฉัน”“ใครเป็นรอยยิ้มของบอสกันค่ะ โรสไม่อยากเสียเวลาคุยด้วยแล้วค่ะ โรสจะไปทำงาน แล้ววันนี้บอสเข้าบริษัทไหมคะ”“ฉันจะเข้าไปช่วงบ่ายๆ นะ ช่วงเช้าขอเคลียร์งานต่ออีกนิด”“บอสงานยุ่งอย่างนี้แล้วจะมาทำไมคะ”“ก็บอกแล้วงัยว่าคิดถึง”“แล้วจะกลับไปที่โรสเสียอีกหรือเปล่า”“ฉันจะอยู่กับเธอที่นี่สองวันจากนั้นก็จะกลับไปประชุมก่อนจะกลับมาอีกครั้ง”“เดินทางแบบนี้คงเหนื่อยแย่”“เหนื่อยแต่มันก็คุ้ม ฉันได้กลับมาอยู่กับเธอได้กลับมากอดเธอเหนื่อยแค่นี้ฉันทนได้”“โรสว่าบราวนี่มันห
รติรสนั่งดูคลิปที่มารดาของตนเองทำบราวนี่เราก็ยิ้มเมื่อเห็นว่าตอนนี้มารดาของตนเองนั้นมีความสุขมากๆ เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยระหว่างบอริสและมารดาทำให้หญิงสาวมองว่าเขาปฏิบัติกับมารดาของเธออย่างดีถึงแม้จะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ก็ตามเธอเปิดคลิปเป็นอีกหลายคลิปที่เขาส่งมาก่อนหน้าและดูไปหลายรอบ จากนั้นก็เก็บโทรศัพท์และเตรียมเข้านอนวันนี้บอริสโทรศัพท์มาหาเธอไม่คุยกันไม่ถึงสิบนาทีเพราะเขาบอกว่ามีงานจะต้องไปจัดการต่อ แต่เธอก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะแค่ส่งคลิปมาให้ดูเธอก็รู้สึกอบอุ่นใจมากๆ แล้วความโกรธที่มีต่อครอบครัวของบอริสเริ่มลดน้อยลงทีละนิด เมื่อเห็นว่ามารดาของตนเองอยู่อย่างสุขสบาย อีกไม่ถึงสองอาทิตย์ เธอก็จะได้เจอกับมารดา ไม่รู้ว่าท่านจะจำได้หรือเปล่าแต่รติรสก็ไม่อยากคิดอะไรเพราะสิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่การให้มารดามาอยู่ด้วยเธอแค่ต้องการดูมารดาได้มีความสุขแค่นั้นก็พอรติรสหลับไปในเวลาห้าทุ่มและตกใจตื่นในเวลากลางดึก เมื่อรู้สึกว่าตอนนี้ภายในห้องไม่ได้มีเธออยู่คนเดียว“ใครน่ะ” หญิงสาวตะโกนถามเพราะรู้สึกว่าตอนนี้มีใครบางคนกำลังอยู่ในห้องน้ำ“ออกมาเดี๋ยวนี้นะถ้าไม่ออกมาฉันจะโทรเรียกรปภ. ออกมาจากห้องน้ำเดี๋ย
บอริสโทรศัพท์มาหารติรสตั้งแต่เช้าแต่หญิงสาวก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์อีกและก็ไม่ยอมอ่านไลน์ของเขา ชายหนุ่มรู้สึกว่ามันผิดปกติมาก เขาจึงรอเวลาให้เธอมาถึงที่ทำงานจากนั้นก็โทรศัพท์เข้ามาที่บริษัท“สวัสดีค่ะ”“โรสทำไมไม่รับโทรศัพท์ฉัน เธอเป็นอะไรหรือเปล่า ไม่สบายหรือแม่ฉันพูดอะไรไม่ดีหรือทำอะไรไม่ดีกับเธอ” เขารีบถามมาอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นห่วง“เปล่าค่ะ แม่บอสไม่ได้ทำอะไรโรส บอสมีธุระอะไรถึงโทรมาหาโรสแต่เช้าคะ”“ฉันจะโทรหาเธอฉันต้องมีธุระอะไรด้วยเหรอ”“ถ้าไม่บอสมีธุระอะไร โรสก็ขอตัวทำงานก่อนนะคะ มีงานอีกเยอะเลยที่ต้องจัดการ”“อย่าพึ่งวางสายจากฉันนะโรส” เขาสั่งเสียงเข้ม“ก็บอสบอกว่ามีถ้าไม่มีธุระแล้วจะให้โรสคุยกับบอสทำไม”“การคุยกับฉันมันต้องมีธุระด้วยเหรอโรส”“ใช่ค่ะ”“ที่เป็นแบบนี้เพราะเธอรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้วใช่ไหม”“ใช่ค่ะ บอสใจร้ายมากที่รู้เรื่องทั้งหมดแล้วไม่ยอมเล่าให้โรสฟัง” เธอพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อและน้อยใจเป็นอย่างมาก“ฉันก็เพิ่งรู้เรื่องตอนมาถึงรัสเซียนี่แหละ และฉันก็คิดว่าจะกลับไปเล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอฟัง แต่ไม่คิดว่าแม่จะชวนเธอไปทานข้าวที่บ้านและบอกความจริงกับเธอก่อน แล้วเธอคิดว่
รติรสรติรสมาถึงบ้านหลังใหญ่ของเจ้านายในเวลาเกือบจะหนึ่งทุ่มเพราะเย็นนี้รถติดมากๆ เมื่อหญิงสาวมาถึงก็พบว่าตอนนี้เจ้าของบ้านนั่งรออยู่แล้วในบริเวณห้องรับแขก เธอยกมือไหว้มารดาคงเจ้านายซึ่งครั้งหนึ่งก็เคยเป็นประธานบริษัทที่เธอทำงานอยู่“สวัสดีคุณน้า”“สวัสดีจ้ะ เธอมาทำงานที่นี่ได้เกือบสองเดือนแล้วแต่เราเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก”“โรสขอโทษนะคะที่ไม่ได้มากราบสวัสดีคุณน้าเลย”“ไม่เป็นไรหรอกว่าแต่ทำงานที่บอริสเป็นยังไงบ้าง”“ก็ดีค่ะเขาสอนโรสทำงานในหลายๆ อย่าง”“หิวหรือยังล่ะ”“นิดหน่อยค่ะ”“ถ้างั้นกินไปคุยไปดีกว่านะ”คุณบุญฑริกาพารติรสไปทานอาหารระหว่างนั้นก็ชวนหญิงสาวคุยเรื่องทั่วๆ ไป รติสมีใบหน้าคล้ายกับอรสามากๆ ยิ่งเห็นแบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกเห็นใจหญิงสาวที่ไม่ทราบข่าวคราวของมารดาตนเองมานานถึงสองปีหลังจากทานอาหารเสร็จคุณบุญฑริกาก็ชวนแล้วรติรสมานั่งในห้องนั่งเล่น“วันหลังเธอมากินข้าวที่บ้านฉันอีกได้นะ ฉันคุยกับเธอแล้วรู้สึกหายเหงาไปได้บ้าง”“ค่ะคุณน้า อาหารบ้านคุณน้าอร่อยมากค่ะ แต่วันนี้โรสรบกวนน้ามานานแล้ว ขอตัวกลับก่อนนะคะ”“เดี๋ยวสิโรส ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ”“เรื่องอะไรคะ”“เรื่องที่ฉันพูดมันอา
เมื่อคุยกับบิดาแล้วบอริสก็กลับเข้ามายังห้องทำงานของตนเองจากนั้นก็ต่อสายหามารดาของที่เมืองไทย“ว่ายังไงบ้างบอริสคุยกับพ่อแล้วพ่อเขาว่ายังไงบ้าง”“พ่อเขาเรื่องเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังหมดแล้วครับแม่“แล้วลูกคิดจะทำยังไงกับเรื่องนี้ต่อ จะบอกความจริงกับเลขาของลูกมั้ย”“ผมอยากจะถามแม่ก่อนครับว่าแม่อยากจะให้ผมเล่าความจริงให้โรสฟังไหม”“แม่รู้นะว่าเรื่องนี้แม่ผิดมากที่เป็นคนไปทำร้ายร่างกายของอรสา แล้วก็ผิดมากเข้าไปอีกเมื่อไม่ได้ติดต่อไปบอกทางครอบครัวของเธอ สองปีมานี้แม่ใช้ชีวิตอยู่ในความรู้สึกผิดมาตลอด ลูกคิดว่าถ้าแม่บอกเรื่องนี้กับเลขาของลูกเธอจะให้อภัยแม่ได้ไหม”“ผมไม่แน่ใจเหมือนกันครับแม่ ถ้าแม่ลำบากใจแม่จะไม่บอกความจริงกับโรสก็ได้นะครับ ผมเคารพการตัดสินใจของแม่”“แม่ไม่เคยนอนหลับสนิทเลยบอริส แม่อยากจะบอกเธอเพราะยิ่งเก็บความลับนี้ไว้มันก็ยิ่งอึดอัด ลูกจะกลับมาเมืองไทยเมื่อไหร่”“อาทิตย์หน้าครับแม่ เอาไว้ผมกลับไปผมก็ชวนเธอมากินข้าวที่บ้าน แล้วค่อยบอกความจริงตอนนั้นก็ได้ หรือถ้าแม่ไม่บอกจะให้ผมเป็นคนบอกเธอก็ได้นะครับ”“เรื่องนี้แม่เป็นคนผิดไม่ควรจะพูดกับเธอเอง”“แม่จะไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ ถ้