เมื่อเรียนรู้งานกับคุณสุรีย์พรอย่างเร่งรัดมาเกือบสัปดาห์รติรสก็มีความมั่นใจในการจะทำงานในตำแหน่งเลขามากขึ้น วันนี้เป็นวันที่หญิงสาวจะได้เจอกับเจ้านายเป็นครั้งแรก เธอไม่รู้ว่าเขาจะเป็นคนยังแบบไหน แต่หญิงสาวก็คิดว่าจะต้องทำงานที่ตัวเองได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด
เธอมาถึงถึงบริษัทในเวลา 8.30 น.ซึ่งเป็นเวลาก่อนเข้างานครึ่งชั่วโมง แล้วตอนนี้บริเวณหน้าห้องทำงานของเจ้านายคนใหม่ก็มีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่
หญิงสาวยิ้มก่อนจะสวัสดีทักทายเพราะดูแล้วเขาน่าจะอายุมากกว่าตนเอง
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับคุณคือคุณรติรสใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ แล้วคุณคือ...”
“ผมชื่อเตวิชญ์ครับ เป็นผู้ช่วยของคุณบอริส”
“อ้าว...เจ้านายก็มีลูกน้องอยู่แล้วทำไมยังจะต้องการเลขาอีกล่ะคะ” หญิงสาวถามด้วยความไม่เข้าใจเพราะถ้าหากเขามีคนทำงานอยู่ก่อนแล้วเธอก็ไม่อยากจะเข้าไปก้าวก่าย
“ผมดูแลในส่วนของธุรกิจฝั่งคุณพ่อบอสครับ ส่วนคุณจะมาดูเป็นเลขาในบริษัทนี้”
“อ๋อ...”
หญิงสาวพยักหน้าเข้าใจเพราะคุณสุรีย์พรเล่าให้ฟังแล้วว่าเจ้านายที่เธอจะต้องทำงานด้วยนั้นนอกจากจะมีธุรกิจนำเข้าเครื่องจักรอุตสาหกรรมแล้วยังมีธุรกิจผับบาร์และโรงแรมอีกหลายแห่งซึ่งเป็นธุรกิจที่ชายหนุ่มเข้ามาดูแลแทนบิดา
“แล้วเจ้านายเขามาถึงเมืองไทยหรือยังคะ” เธอมองไปทางห้องทำงานตรงหน้า
“มาถึงแล้วแต่อาจจะยังปรับเวลาไม่ทัน วันนี้น่าจะเข้ามาประมาณเที่ยง เช้านี้ผมก็เลยเข้ามาเจอคุณก่อน จะได้คุยกันถึงรายละเอียดที่จะต้องรับผิดชอบและแบ่งแยกหน้าที่กันอย่างชัดเจน”
“ได้ค่ะ”
“ถ้างั้นเชิญคุณเข้าไปในห้องของเจ้านายเลยครับ”
“ได้ค่ะ”
ในห้องของเจ้านายมีโต๊ะอยู่สองตัวโต๊ะหนึ่งดูก็รู้ว่าเป็นของเจ้านายส่วนอีกตัวหนึ่งน่าจะเป็นของผู้ช่วยที่ชื่อเตวิชญ์
“การทำงานกับบอสไม่ยากหรอกครับ เขาเป็นคนเข้าใจอะไรง่ายๆ ถ้าคุณมีปัญหาไม่เข้าใจหรืออยากรู้อยากถามอะไรคุณสามารถถามเขาได้ตรงๆ หรือจะถามที่ผมก็ได้ เดี๋ยวผมจะทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้ส่วนเรื่องอาหารเรื่องที่พักอะไรพวกนี้คุณไม่ต้องรับผิดชอบเพราะผมจะรับผิดชอบเอง คุณดูแลแค่งานบริษัทที่นี่แค่นั้นก็พอ”
“ค่ะ แล้วจะให้ฉันเรียกเจ้านายว่าบอสเหมือนคุณหรือเปล่า”
“ครับเรียกเขาว่าบอสและแทนตัวเองด้วยชื่อก็ได้”
“แล้วฉันจะเรียกคุณว่าอะไร”
“คุณเรียกผมว่าพี่เตก็ได้ผมน่าจะอายุมากกว่าคุณอยู่หลายปี แล้วคุณมีชื่อเล่นไหน”
“ค่ะพี่เต พี่เรียกฉันว่าโรสก็ได้ ขอบคุณนะคะที่ให้คำแนะนำ”
หลังจากทานอาหารกลางวันแล้วรติรสก็เข้าห้องน้ำเติมหน้าอีกนิดหน่อยก่อนจะมานั่งหน้าห้องเจ้านายเพื่อรอเวลาที่จะเจอเขา
เมื่อเสียงลิฟต์ดังขึ้นหญิงสาวก็มองไปยังประตูลิฟต์ที่อยู่ห่างออกไป ชายหนุ่มชาวต่างชาติรูปร่างสูงเดินออกมาจากประตูลิฟต์โดยมีเตวิชญ์เดินตามมาข้างหลัง หญิงสาวรู้รีบยืนขึ้นและยกมือไหว้
“สวัสดีค่ะบอส”
“สวัสดีเธอชื่ออะไรนะ”
“รติรสค่ะบอสเรียกโรสก็ได้”
“เข้ามาในห้องหน่อยสิ”
“ค่ะบอส”
หญิงสาวรู้สึกใจเต้นแรงเอามากๆ เพราะไม่คิดว่าเจ้านายของตัวเองจะทั้งหนุ่มและหล่อขนาดนี้ เพียงแค่เห็นไม่ถึงหนึ่งนาทีเธอก็รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนที่มีเสน่ห์เอามากๆ รูปร่างเขาสูงใหญ่มากกว่ามาตรฐานคนเอเชีย ผิวสองสีดวงตาคมโตสีเทาควันบุหรี่นั่นทำให้รู้สึกน่าค้นหา
รติรสรีบสลัดความคิดชื่นชมเจ้านายออกจากหัวก่อนจะเดินตามเขาเข้าไปในห้อง
“นั่งก่อนสิ”
“ขอบคุณค่ะบอส”
บอริสมองหน้าหญิงสาวเขารู้สึกแปลกๆ เหมือนกับเคยเห็นหน้าเธอที่ไหนมาก่อนแต่ก็นึกไม่ออก
“เราเคยเจอกันที่ไหนหรือเปล่าโรส”
“โรสคิดว่าไม่น่าจะเคยเจอบอสนะคะ”
“แต่ฉันรู้สึกคุ้นหน้าเธอจริงๆ นะ เธอเที่ยวกลางคืนหรือเปล่าแล้วส่วนใหญ่จะเที่ยวที่ไหน”
“โรสเคยเที่ยวกลางคืนบ้างค่ะ แต่ส่วนใหญ่จะเที่ยวกับเพื่อนที่เชียงใหม่ เพราะเพิ่งลงมาอยู่กรุงเทพได้ไม่ถึงสองอาทิตย์”
“ถ้างั้นฉันน่าจะไม่เคยเจอเธอจริงๆ เอาละเตวิชญ์บอกแล้วใช่ไหมว่าจะต้องทำอะไรบ้าง”
“บอกแล้วค่ะ”
“แล้วเขาบอกหรือเปล่าว่างานทุกอย่างที่เป็นงานของฉันเธอห้ามพูดหรือเล่าให้ใครฟังเป็นอันขาด นอกจากฉันเตวิชญ์และแม่ของฉัน”
“ค่ะ พี่เตบอกแล้ว”
สรรพนามที่เธอเรียกเตวิชญ์ทำให้เขามองหน้าผู้ช่วยแล้วรู้สึกแปลก เพราะดูเหมือนทั้งสองคนจะสนิทกันเร็วมากกว่าที่เขาคิดไว้
“เธอเคยเจอแม่ของฉันหรือยัง”
“ยังค่ะ โรสเคยเจอแต่คุณสุรีย์พรเลขาของท่านค่ะ”
“ไม่นานเธอก็คงจะได้เจอ ถ้างั้นเธอออกไปทำงานข้างนอกได้แล้ว เอาเอกสารทั้งหมดนี้ไปช่วยดูให้หน่อยนะ ฉันเพิ่งได้มาจากแผนกบัญชี เตวิชญ์บอกว่าเธอจบบัญชีมาด้วยใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ”
“ช่วยดูให้หน่อยว่ามีอะไรผิดปกติหรือตัวเลขไม่ตรงไหม ถ้าเจอจุดผิดปกติแจ้งฉันกับเตวิชญ์ไม่ต้องบอกคนอื่นเข้าใจไหม”
“เข้าใจค่ะ โรสขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ”
เมื่อหญิงสาวเดินออกจากห้องไปแล้วบอริสก็มองหน้าเตวิชญ์ก่อนจะถามขึ้น
“นายคิดว่าหน้าเธอเหมือนใครไหม”
“ผมรู้สึกคุ้นๆ เหมือนกันนะครับบอสแต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก”
“นั่นสิ ตอนแรกฉันก็คิดว่าน่าจะเป็นผู้หญิงที่ฉันเคยควง แต่เธอบอกว่าเพิ่งลงมากรุงเทพได้สองอาทิตย์”
“บางทีบอสอาจจะยังไม่ชินกับหน้าผู้หญิงไทยหรือเปล่าครับ ก็เลยมองดูคล้ายกันไปหมด”
“มันก็น่าจะใช่นะเพราะฉันไม่ค่อยได้มาอยู่เมืองไทยเท่าไหร่ นายดูประวัติของเธอแล้วใช่ไหม”
“ใช่ครับ เธอมาสมัครในตำแหน่งแม่บ้านและบอกกับฝ่ายบุคคลว่าที่มาสมัครตำแหน่งนั้นเพราะอยากได้ข้อมูลเพื่อเขียนนิยาย แต่ผมดูแล้วเธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้จักกับใครที่อยู่ใกล้ตัวคุณสมบูรณ์เลย ผมว่าน่าจะไว้ใจได้”
“แล้วคนที่จะเข้ามาทำงานเดือนหน้าล่ะ”
“คนนั้นผมสืบแล้วครับเป็นคุณของคุณสมบูรณ์”
“โยกเธอไปทำงานตำแหน่งอื่นก่อน เผื่อคนนี้ทำงานไม่ได้เรื่องจะได้ให้เธอเข้ามาทำงาน แต่ถ้าเป็นไปได้ฉันก็ไม่อยากทำงานร่วมกับคุณของลุงสมบูรณ์หรอกนะ”
“ถ้ามันยากนักเราก็ใช้เงินซื้อตัวเธอมาสิครับบอส”
“แต่ฉันว่ามันจะดีกว่าถ้าเราได้คนที่ไม่รู้จักใครเลยมาทำงาน ดูผู้หญิงที่ชื่อโรสยังไม่เคยมีประสบการณ์การทำงานที่ไหนมาก่อนฉันว่าดีทีเดียวที่จะดึงเธอมาเป็นพวก อีกอย่างเธอก็เรียนจบมาทางด้านบัญชี”
“ครับบอสผมว่าเธอดูใสซื่อดีครับ”
“นายเชื่อสิ่งที่เธอบอกไหมเต”“ไม่ครับบอสผมว่าคงไม่มีใครลงทุนมาทำงานเป็นแม่บ้านเพื่อจะเอาข้อมูลไปเขียนนิยายเหรอครับ มันฟังดูไม่เมคเซนต์เท่าไหร่”“แต่ถ้าหากว่านายสืบแล้วว่าเธอไม่มีความเกี่ยวข้องกับคนของลุงสมบูรณ์ก็น่าจะเบาใจได้ เอาละนายไปทำงานของนายเถอะ เย็นนี้ไม่ต้องเข้าไปดูที่ผับก็ได้นะ”“ทำไมล่ะครับหรือว่าบอสจะเข้าไปดูเอง”“ฉันว่าจะเข้าไปดูเองสักหน่อย”“ผมเตรียมคนขับรถให้แล้ว ส่วนเบอร์โทรศัพท์ของเลขาเดี๋ยวผมส่งให้บอสทางไลน์นะครับ”“ขอบใจนะเต ถ้าฉันไม่ได้นายช่วยงานที่เมืองไทยฉันคงแย่แน่”เมื่อผู้ช่วยมือซ้ายออกจากห้องไปแล้วบอริสก็นั่งอ่านข้อมูลของบริษัทที่ให้คนของตนเองรวบรวมมาเปรียบเทียบกับรายงานที่ ลุงสมบูรณ์ส่งให้ซึ่งมันค่อนข้างแตกต่างกันมากและเขาจะไม่ยอมให้มันเป็นแบบนี้ต่อไป ชายหนุ่มปิดแฟ้มลงด้วยความโมโหจากนั้นก็กดอินเตอร์คอมเพื่อเรียกเลขา“โรสเข้ามาหาผมหน่อย”“ค่ะบอส”ไม่ถึงห้าวินาทีเลขาหน้าสวยก็เข้ามายังห้องของเจ้านายด้วยความรวดเร็ว“บอสมีอะไรจะใช้โรสคะ”“แฟ้มไปดูถึงไหนแล้ว”“คือโรสเพิ่งดูได้ไม่กี่หน้าเองค่ะ แต่โรสว่าตัวเลขมันค่อนข้างแปลกๆ ค่ะแต่โรสยังไม่แน่ใจเดี๋ยวจะขอทบทวนดูให้ด
นอกจากจะทำหน้าที่เป็นเลขาคอยช่วยงานบอริสแล้วอีกหน้าที่หนึ่งที่รติรสจะต้องรับผิดชอบมันก็คือการคอยสับรางให้เจ้านาย เพราะตั้งแต่เขาเข้ามาทำงานที่นี่ก็มีผู้หญิงแวะเวียนเข้ามาหาเขาอยู่หลายคน แต่ละคนก็ทั้งสวยทั้งเซ็กซี่แต่คนที่รติรสคิดว่าเจ้านายน่าจะชอบที่สุดน่าจะเป็นผู้หญิงที่ชื่อมินนี่เพราะทุกครั้งที่ผู้หญิงคนนี้มาเจ้านายกับเธอจะเดินตามกันออกไปแล้วจะไม่กลับเข้ามาที่บริษัทอีกเลยแต่ไม่รู้ว่าผู้หญิงพวกนี้ชอบเจ้านายของเธอที่หน้าตาหรือชอบเพราะเงินของเขากันแน่ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรรติรสก็รู้สึกอิจฉาผู้หญิงพวกนั้นนิดๆ เพราะได้ควงกับหนุ่มหล่อซึ่งคนอย่างเธอคงไม่มีโอกาสแบบนั้นรติรสไม่อยากจะยอมรับเลยว่าตั้งแต่มาทำงานกับบอริสได้หนึ่งเดือนหญิงสาวจะรู้สึกชอบเขาเอามากๆ เพราะเขาเป็นเจ้านายที่ทำงานเก่งและใจดีมากแม้ว่าเธอจะเป็นเลขาที่ทำหน้าที่ได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่เคยดุหรือใช้อำนาจของความเป็นเจ้านายทำให้เธอรู้สึกอึดอัดเลยสักนิดบางครั้งเธอก็ตามเขาออกไปคุยงานกับลูกค้าเขาก็ปฏิบัติกับเธออย่างดี มันทำให้ความรู้สึกในใจของรติรสคิดกับเขามากกว่าเจ้านายจนลืมเรื่องที่ตัวเองเข้ามาทำงานที่นี่เพราะอะไร
ในบ่ายวันศุกร์หลังจากที่รติรสทานอาหารกลางวันเสร็จแล้วเธอก็ขึ้นมานั่งทำงานอยู่หน้าห้องของบอริสอย่างเคย เจ้านายกดอินเตอร์คอมบอกให้เธอเข้าไปหาในห้อง หญิงสาวก็เข้าไปพร้อมกับ แฟ้มที่หัวหน้าฝ่ายบุคคลเอามาฝากเธอไว้เมื่อครู่“แฟ้มจากแผนกบุคคลค่ะ”“ด่วนหรือเปล่าโรส”“ไม่ค่ะคุณนงลักษณ์บอกว่าขอรับก่อนวันจันทร์บ่าย”“ถ้าอย่างนั้นฉันเซ็นไปเลยก็แล้วกันนะ ไม่รู้ว่าวันจันทร์จะเข้าบริษัทหรือเปล่า”“บอสจะไปไหนคะ ถ้ามีคนติดต่อมาโรสจะได้บอกถูก”“มีธุระส่วนตัวจะต้องทำนิดหน่อยน่ะที่ฉันเรียกเธอเข้ามาวันนี้ก็เพื่อจะบอกว่าวันจันทร์ฉันอนุญาตให้เธอลางานได้หนึ่งวันนะ”“ทำไมล่ะคะ”“เพราะฉันเองจะไม่เข้าบริษัท”“โรสขอมาทำงานได้ไหม” เพราะถ้าเขาไม่มาเธอก็จะได้อู้งานและไปคุยกับคนแผนกอื่นเพื่อสืบเรื่องของมารดาที่ละเลยมาเกือบเดือน“เธอเป็นเลขาของฉันเจ้านายไม่มาแล้วเธอจะมาทำไมล่ะ”“โรสก็อยากมาเคลียร์งานให้มันเรียบร้อยไงคะ บอสให้โรสเก็บเอกสารทุกอย่างลงคอมพิวเตอร์ตั้งเยอะแยะ โรสยังไม่ได้จัดเป็นหมวดหมู่เลยค่ะ”“ถ้าอยากจะมาทำงานก็ตามใจ แล้วมีอีกอย่างหนึ่งข้อนี้สำคัญมาก”“อะไรคะบอส”“ต่อไปนี้ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนจะเข้ามาหาฉัน เธ
ปกติแล้วบอริสจะมาตรวจงานที่ผับของตนเองอาทิตย์ละครั้ง แต่ช่วงไหนที่เขาไม่อยู่เมืองไทยเตวิชญ์ก็จะเป็นคนทำงานแทนทั้งหมดเขานั่งอยู่บริเวณชั้นสองมองลงมาทางด้านล่างที่ตอนนี้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้ามาใช้บริการกันค่อนข้างหนาแน่นเนื่องจากเป็นคืนวันศุกร์ของต้นเดือน“ปกติแล้วช่วงต้นเดือนคนจะเยอะแบบนี้ใช่ไหมพล” บอริสถามพีรพลผู้จัดการร้านที่ทำงานมาตั้งแต่สมัยที่บิดาของตนเองยังเป็นคนคุมกิจการอยู่ที่นี่“ครับบอสช่วงต้นเดือนคนก็จะมาใช้บริการเยอะหน่อย แต่ถ้าช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนก็จะมีชาวต่างชาติครับ เพราะพวกเขามาเที่ยวกันจริงๆ ไม่ใช่คนไทยที่มาเที่ยวเฉพาะช่วงเงินเดือนออก” พีรพลอธิบายให้เจ้านายฟัง“แล้วร้านอื่นก็เป็นแบบนี้ด้วยใช่ไหม” เขาหันมาทำเตวิชญ์“ก็จะประมาณนี้ครับบอส” พีรพลคุยกับเจ้านายไม่นานก็ขอตัวไปทำงานของตนเองต่อตอนนี้บริเวณชั้นสองจึงเหลือแค่บอริสกับเตวิชญ์ขณะที่กำลังคุยกับลูกน้องคนสนิทสายตาของบอริสก็สำรวจไปทั่วบริเวณผับซึ่งคืนนี้คนเข้ามาใช้บริการเยอะมาก แล้วสายตาของเขาก็สะดุดอยู่กับผู้หญิงสองคนที่นั่งดื่มด้วยกันบริเวณด้านข้างเวทีการแต่งกายของเธอก็เหมือนนักท่องเที่ยวท
หลังจากกลับมาจากผับและอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนแล้วรติรสก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองเรื่องจะถามบอริสเกี่ยวกับมารดาของตนเองเพราะเมื่อตอนเย็นเธอมีโอกาสได้คุยกับแม่บ้านคนหนึ่งที่ทำงานในบริษัทนี้มานาน หญิงสาวถามพนักงานคนนั้นถึงมารดาของตนเองแม่บ้านคนนั้นก็บอกให้เธอมาถามกับบอริสเพราะคิดว่าชายหนุ่มน่าจะให้คำตอบกับเธอได้ดีที่สุดแม้จะรู้ว่าตอนนี้เป็นเวลาดึกมากแล้วแต่ใจก็อยากจะถามเขาให้รู้เรื่องเพราะถ้าต้องรอเจอกับชายหนุ่มในวันองคารเธอคงต้องอกแตกตายแน่ๆหญิงสาวรีบออกจากห้องทั้งที่ยังสวมชุดนอน เธอหยิบคีย์การ์ดที่ใช้สำหรับเปิดลิฟต์ซึ่งบอริสให้เธอไว้กรณีที่มีความจำเป็นเมื่อประตูลิฟต์เปิดออกรติรสก็รีบเดินไปหน้าห้องของเจ้านายและกดออดอยู่นานกว่าเจ้าของห้องจะเดินออกมาเปิด“มีอะไรหรือเปล่าโรสนี่มันดึกมากแล้วนะ”“โรสมีเรื่องจะคุยกับบอสค่ะ”“แต่ฉันว่าเธอกำลังเมานะ เอาไว้คุยวันอื่นดีไหม”“โรสไม่เมาค่ะ กินเหล้าไปแค่นิดเดียวเองแล้วโรสก็มีเรื่องสำคัญจริงๆ นะคะ ขอโรสเข้าไปคุยข้างในได้ไหมล่ะ”“แต่ฉันว่าเธอกำลังเมานะ หายเมาค่อยคุยกันดีไหม”“โรสจะคุยตอนนี้”“ถ้าเรื่องที่เธอคุยมันไม่สำคัญหายเมาเมื่อไหร่ฉันจัดการเธอแน่ๆ”“
ริมฝีปากร้อนขบเม้มไปบนริมฝีปากบางสร้างความวาบหวามและความตื่นเต้นให้กับรติรสเป็นอย่างมาก หญิงสาวไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนร่างกายเธอโอนอ่อนไปตามเกมสวาทที่เขากำลังปลุกเร้า“บอริส...”หญิงสาวรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะขาดอากาศเมื่อเขาจูบลงมาอย่างหนักหน่วงและเร่าร้อนจนเธอทรงตัวแทบไม่อยู่ทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วหญิงสาวรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ถูกอุ้มมาวางบนเตียงนอนก่อนที่เขาจะคร่อมทับและก้มหน้าลงมาใกล้จนเธอเห็นสายตาที่มองเธอด้วยความหื่นกระหาย“ฉันไม่ได้บังคับเธอใช่ไหมโรส”บอริสถามย้ำขณะเกลี่ยปลายนิ้วไปบนใบหน้าเนียนอย่างแผ่วเบาหญิงสาวส่ายหน้าเขายิ้มอย่างพอใจกับคำตอบที่ได้รับเขาจูบลงบนริมฝีปากเธออีกครั้งขณะมือใหญ่ก็ถอดชุดนอนของเธอออกจนตอนนี้ร่างกายหญิงสาวเหลือแค่บราเซียร์ตัวบางกับแพนตี้ตัวจิ๋วปกปิดอยู่เท่านั้นริมฝีปากของเขาขบเม้มไปบนซอกคอและติ่งหูทำให้หญิงสาวขนลุกไปทั่วทั้งตัว มือใหญ่กอบกุมสองเต้ากระตุ้นอารมณ์ของหญิงสาวให้แตกกระเจิง“อือ..บอริส”เธอเสียงสั่นกระเส่าเพราะรู้สึกเสียวซ่านกับสัมผัสร้อนของมือใหญ่“เธอสวยนะโรส ฉันอยากจะรู้จริงๆ ว่าถ้าไม่ใส่อะไรเลยมันจะสวยมากแค่ไหน”เขาเอื้อมมือไปปลดตะขอ
พรวด!!!“กรี๊ดดดด....”เมื่อห้ามตัวเองไม่ได้บอริสก็กดกระแทกแก่นกายเข้าไปในโพรงสวาทของหญิงสาวครั้งเดียวจนมันทะลุผ่านเยื่อบางๆ เข้าไปจนสุดความยาวเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของรติรสทำดึงสติของชายหนุ่มให้กลับมาอีกครั้ง“เจ็บมากใช่ไหม ฉันขอโทษนะฉันไม่รู้ว่าเธอไม่เคย”“เจ็บค่ะ”ความเจ็บปวดทำให้สติของเธอกลับมาอยู่กับตัวอีกครั้ง“มันจะเจ็บนิดเดียวนะโรส เดี๋ยวมันจะดีขึ้น”“ไม่ไหวค่ะ ปล่อยโรสนะคะ โรสเจ็บจริงๆ”“เธอเจ็บแต่ฉันทรมานมากรู้ไหม เธอทั้งตอดทั้งรัดจนฉันแทบจะคลั่งแล้วนะโรส ขอฉันขยับนะโรส ฉันสัญญาว่าเธอทำให้เธอมีความสุข”เขาไม่ฟังเสียงร้องขอหญิงสาวเลยสักนิดเพราะแรงตอดรัดในกายของเธอเหมือนกำลังทำให้เขาแทบคลั่ง ถ้าหากยังนิ่งค้างอยู่แบบนี้คงได้ปลดปล่อยออกมาทั้งที่เพิ่งสอดเข้าไปแน่ๆริมฝีปากร้อนของเจ้านายหนุ่มลากมาตามผิวนุ่ม ดูดกินเต้าอวบอิ่มลมและดึงให้เธอจมดิ่งลงในไฟตัณหาอีกครั้งสะโพกขยับเป็นจังหวะช้าๆ มือใหญ่ก็บีบอกอิ่มไปตามอารมณ์ที่มันกำลังพุ่งสูง เสียงหวานเริ่มครางแผ่วเบาเมื่อความเสียวซ่านกำลังแทนที่ลงบนความเจ็บปวด ยิ่งเขาดูดดุนเม็ดเชอร์รี่เข้าปากความเสียวซ่านมันก็แล่นพล่าน หลงลืมความเจ
กรี๊ดดดดดเสียงกรีดร้องในยามสายของวันเสาร์ทำให้บอริสที่กำลังหลับอยู่บนเตียงสะดุ้งตื่น เขามองคนที่นั่งกรี๊ดอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาไม่พอใจเป็นอย่างมาก“บอสมานอนในห้องของโรสได้ยังไงออกไปเดี๋ยวนี้นะ” หญิงสาวทุบลงบนแผงอกของเขาเมื่อพบว่าตนเองตื่นขึ้นมาแล้วมีผู้ชายนอนเปลือยกายอยู่ข้างๆ“เกิดอะไรขึ้นทำไมเธอต้องกรี๊ดจนแสบแก้วหูแบบนี้นะ”“ก็บอสมานอนในห้องของโรสทำไม มาทำแบบนี้กับโรสทำไมออกไปจากห้องโรสเดี๋ยวนี้นะ ถ้าไม่อย่างนั้นโรสจะแจ้งความ” หญิงสาวทุบใบบนแผงอกของเขาอีกหลายครั้ง เมื่อยิ่งดิ้นผ้าห่มก็ยิ่งหลุดออกมาแต่เธอก็ไม่ได้สนใจเลยสักนิดเพราะตอนนี้อยากให้เจ้านายหนุ่มออกไปจากเตียง“จะบ้าไปกันใหญ่แล้วโรส” เขารวบข้อมือของเธอทั้งสองข้าง ไว้ก่อนที่เธอจะทุบเขามากไปกว่านี้“บอสมาว่าโรสแบบนี้ได้ยังไง ดูบอสสิทำอะไรโรส” หญิงสาวก้มมองตัวเองแล้วใบหน้าแดงซ่านเมื่อ พบว่าร่างกายที่โผล่พ้นผ้าห่มมานั้นปีจากรอยแดงทั่วเนินอกและตอนนี้ผ้าห่มก็เลื่อนต่ำลงจนเกือบจะเห็นยอดอก“ปล่อยโรสนะ ปล่อยเดี๋ยวนี้แล้วออกไปจากห้องโรส”“ตั้งสติก่อนสิโรส ดูดีๆ ว่านี่มันห้องใคร” รติรสหยุดโวยวายและกวาดสายตาไปรอบๆ ห้องใบหน้าเธอซีดเผือดเมื
เกือบเดือนแล้วที่รติรสกลับมาทำงานที่สวนส้มเธอยังติดต่อกับมารดาที่รัสเซียแต่ไม่ได้บ่อยสักเท่าไหร่ การได้คุยกับมารดามันทำให้เธอคิดถึงบอริสมากขึ้น ส่วนเขาก็พยายามโทรหาเธออยู่หลายครั้งแต่เกือบครึ่งเดือนแล้วที่ไม่มีมิสคอลหรือข้อความจากบอริส เธอคิดว่าป่านนี้เขาก็คงจะลืมเธอไปแล้ว“ลุงเรืองคะที่ข้างสวนส้มของเรามีคนซื้อไปแล้วเหรอคะ”“ใช่จ้ะ คนที่ซื้อเขาบอกว่าจะทำสวนส้มเหมือนเราน่ะ เขาติดต่อลุงมาเหมือนกันว่าจะขอมาศึกษาวิธีการทำสวนและอาจจะขอจ้างคนงานของเราไปทำไปช่วยเขาทำด้วยเขาไม่มีประสบการณ์ด้านนี้”“แล้วป้าวรรณเคยเจอเขาไหมคะ” หญิงสาวหันมาถามป้าของตนเองบ้าง“ป้ายังไม่เคยเจอเขาแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นลุงที่ไปคุยกับเขา”“ดูท่าทางเขาก็มีเงินมากๆ เลยนะคะ”“ก็คงอย่างนั้น ฉันว่าเราชวนเขามากินข้าวที่บ้านเราจะได้ทำความรู้จักกันไว้” วรรณาหันไปถามสามี“ได้สิเดี๋ยวผมจะลองชวนเขาดู แต่ช่วงนี้รู้สึกว่าเขาจะไม่อยู่นะเห็นว่ามีงานที่ต่างประเทศต้องบินไปดูแลด้วย”“เขามีงานต่างประเทศแล้วยังจะมาซื้อสวนส้มทำไมคะ หนูว่ามันแปลกๆ"“ลุงก็คิดว่ามันแปลกก็เลยถามเขา เขาบอกว่าจะปรับปรุงที่ทำสวนส้มแล้วยกให้ภรรยาในอนาคตของเขานะ”“โ
วันนี้บอริสต้องเดินทางกลับไปทำงานที่รัสเซียอีกครั้ง เขาไม่อยากจะไปเลยเพราะอยากจะอยู่กับรติรสแบบนี้ไปอีกนานๆ ชายหนุ่มรู้สึกว่าช่วงนี้รติรสจะน่ารักช่างอ้อนและเอาอกเอาใจมากๆ มันทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างของเขาและกำลังเปิดรับหญิงสาวเข้ามาในหัวใจทีละนิดความรู้สึกที่มีให้กับรติรสไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน ไม่รู้จะเรียกว่าความรักได้หรือเปล่า แต่เขารู้สึกดีที่อยู่ใกล้ๆ รู้สึกสบายใจ รู้สึกว่าเธอคือทุกสิ่งทุกอย่างของเขาบอริสคิดว่าจะบอกเรื่องนี้กับรติรสหลังจากที่เขากลับมาจากรัสเซียในอาทิตย์หน้าชายหนุ่มอยากจะขึ้นไปเจอกับครอบครัวของหญิงสาวที่เชียงใหม่อยากจะขอโทษแทนบิดามารดาเรื่องน้าอรสาและจะถือโอกาสขออนุญาตคุณป้าของเธอคบหากับหญิงสาวอย่างจริงจัง บอริสไม่อยากให้เธอเป็นเพียงแค่คู่นอนแบบที่เธอชอบพูดอีกต่อไปแล้ว“ฉันคงคิดถึงเธอมากๆ แน่เลยโรส”“อดทนค่ะบอสแค่อาทิตย์เดียวเอง”“แล้วเธอจะคิดถึงฉันไหมล่ะ”“แน่นอนค่ะโรสจะคิดถึงคุณทุกวัน เดินทางปลอดภัยนะคะ”“ฉันไม่อยากไปเลยนะโรส รู้สึกใจหายยังไงก็ไม่รู้”“อย่างอแงเป็นเด็กสิคะบอส บอสต้องไปทำงานนะ ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองโรสก็จะทำหน้าที่ของโรสให้ดีที่สุด
บอริสประกบจูบไปบนเรียวปาก แทะเล็มเรียวปากบางอย่างหลงใหลรติรสเผยอปากรับด้วยความเต็มใจ สองลิ้นเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อ บอริสไล้มือไปตามสีข้างสอดเข้าใต้เสื้อตัวบาง บีบคลึงความอวบอิ่มจนหญิงสาวรู้สึกร้อนราวกับเปลวไฟ สะโพกกลมกลึงบดเบียดกายเข้าหาเจ้านายหนุ่มอย่างเชิญชวน“บอริสขา สัญญาได้ไหมว่าจะมีโรสแค่คนเดียว”เสียงหวานอ้อนเธออยากให้เขามีความสุขกับเธอแค่คนเดียว แม้รู้ว่ามันเป็นไปได้ยากแต่ก็อยากได้ยินจากปากเขา“ก็เธอน่ารักแบบนี้ฉันจะไปมีคนอื่นได้ยังไงล่ะโรส ฉันจะมีแค่เธอคนเดียวนะ”เมื่อได้ยินคำตอบรติรสเลยสลัดความอายทิ้งไปจนหมด หญิงสาวไม่สนสักนิดว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในห้องรับแขก เธอรู้แค่อยากร่วมรักกับเขาอยากมอบความสุขให้เขา เมื่อบอริสถอดชุดนอนออกเธอก็ให้ความร่วมมือด้วยความเต็มใจ“เธอสวยไปทั้งตัวเลยโรส สวยจนฉันลืมผู้หญิงทุกคนที่เคยนอนด้วย”บอริสมองด้วยสายตาหื่นกระหายตั้งแต่เดินทางไปอเมริกาและบินต่อไปที่รัสเซียเขากับเธอก็ยังไม่ได้นอนด้วยกันเลยสักครั้งเพราะเขารู้ว่าเธอมีเรื่องให้ต้องคิดเลยไม่อยากจะกวนใจทั้งที่ร่างกายของเขามันต้อการเธอจนแทบคลั่งฝ่ามือร้อนของบอริสนวดคลึงหน้าอกอย่างหนักหน่วง ร่างกายถูก
เมื่อกลับมาถึงเมืองไทยรติรสก็โทรศัพท์ไปปรึกษาป้าวรรณนาว่าจะเอายังไงต่อกับเรื่องมารดาของตนเอง“หนูลองบอกป้ามาสิโรสว่าตอนนี้หนูคิดจะทำยังไงต่อ”“หนูคิดว่าตอนนี้แม่ดูมีความสุขมากเลยค่ะป้าวรรณ หนูกลัวว่าถ้าบอกเรื่องในอดีตอาจจะทำให้แม่ปวดหัวและคิดมาก ป้าวรรณจะว่าอะไรไหมถ้าหนูจะยอมให้แม่อยู่ที่นั่นแล้วใช้ชีวิตอย่างมีความสุข”“แล้วหนูไม่เสียใจใช่ไหมโรส” วรรณาถามหลานสาวด้วยความเห็นใจ“เสียใจสิคะ เสียใจมากๆ ที่หนูไม่ได้อยู่ใกล้แม่ แต่หนูไม่อยากทำลายความสุขของแม่ค่ะ ถ้าป้าวรรณได้เจอแม่ได้เห็นใบหน้าและรอยยิ้มของแม่หนูคิดว่าป้าวรรณจะต้องคิดเหมือนหนูแน่ๆ” รติรสมั่นใจว่าป้าของเธอต้องเหมือนเธอแน่ๆ“เท่าที่หนูส่งรูปกับวิดีโอมาให้ป้าดู ป้าก็พอจะรู้แล้วว่าตอนนี้อรสาเขามีความสุขมากจริงๆ ถ้าหนูคิดว่าตัวเองทำใจได้ ป้าก็ไม่ว่าอะไร หนูยังมีป้ายังมีลุงเรืองและพี่ฤทธิ์นะ กลับมาอยู่เชียงใหม่กับป้าดีไหมโรส มาอยู่กันเป็นครอบครัวที่นี่”“ได้ค่ะป้าวรรณ อีกไม่กี่วันก็หยุดยาวแล้วหนูจะยื่นจดหมายลาออกช่วงนั้นค่ะ”“การลาออกมันต้องลาออกล่วงหน้าหนึ่งเดือนหรือเปล่าโรส”“ใช่ค่ะ แต่นั่นในกรณีที่เราจะไม่อยากเสียประวัติในการท
แม้จะได้นอนไม่กี่ชั่วโมงแต่เช้านี้รติรสก็มีสีหน้าสดชื่นมากหญิงสาวตื่นนอนตั้งแต่เช้าจากนั้นชงกาแฟและเอาบราวนี่มานั่งทานอย่างละเอร็ดอร่อย“กินด้วยกันมั้ยคะบอส”“ไม่ล่ะเมื่อวานฉันกินไปหลายชิ้นแล้ว ฉันไม่อยากแย่งเธอกิน”“ฝีมือแม่อร่อยมากๆ เลยค่ะ โรสคิดถึงแม่จัง”“อดทนอีกนิดนะโรสไม่ถึงสิบวันฉันก็จะพาเธอไปเจอแม่ แล้วเธอจะเสียใจไหมถ้าแม่จำเธอไม่ได้”“โรสก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าจะเสียใจไหมแต่เท่าที่โรสเห็นคลิปของแม่หลายคลิปเราก็รู้สึกว่าตอนนี้แม่มีความสุขมากจริงๆ”“ใช่แม่เธอมีความสุขมาก เธอเป็นรอยยิ้มของพ่อฉันนะ เหมือนกับเธอที่เป็นรอยยิ้มของฉัน”“ใครเป็นรอยยิ้มของบอสกันค่ะ โรสไม่อยากเสียเวลาคุยด้วยแล้วค่ะ โรสจะไปทำงาน แล้ววันนี้บอสเข้าบริษัทไหมคะ”“ฉันจะเข้าไปช่วงบ่ายๆ นะ ช่วงเช้าขอเคลียร์งานต่ออีกนิด”“บอสงานยุ่งอย่างนี้แล้วจะมาทำไมคะ”“ก็บอกแล้วงัยว่าคิดถึง”“แล้วจะกลับไปที่โรสเสียอีกหรือเปล่า”“ฉันจะอยู่กับเธอที่นี่สองวันจากนั้นก็จะกลับไปประชุมก่อนจะกลับมาอีกครั้ง”“เดินทางแบบนี้คงเหนื่อยแย่”“เหนื่อยแต่มันก็คุ้ม ฉันได้กลับมาอยู่กับเธอได้กลับมากอดเธอเหนื่อยแค่นี้ฉันทนได้”“โรสว่าบราวนี่มันห
รติรสนั่งดูคลิปที่มารดาของตนเองทำบราวนี่เราก็ยิ้มเมื่อเห็นว่าตอนนี้มารดาของตนเองนั้นมีความสุขมากๆ เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยระหว่างบอริสและมารดาทำให้หญิงสาวมองว่าเขาปฏิบัติกับมารดาของเธออย่างดีถึงแม้จะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ก็ตามเธอเปิดคลิปเป็นอีกหลายคลิปที่เขาส่งมาก่อนหน้าและดูไปหลายรอบ จากนั้นก็เก็บโทรศัพท์และเตรียมเข้านอนวันนี้บอริสโทรศัพท์มาหาเธอไม่คุยกันไม่ถึงสิบนาทีเพราะเขาบอกว่ามีงานจะต้องไปจัดการต่อ แต่เธอก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะแค่ส่งคลิปมาให้ดูเธอก็รู้สึกอบอุ่นใจมากๆ แล้วความโกรธที่มีต่อครอบครัวของบอริสเริ่มลดน้อยลงทีละนิด เมื่อเห็นว่ามารดาของตนเองอยู่อย่างสุขสบาย อีกไม่ถึงสองอาทิตย์ เธอก็จะได้เจอกับมารดา ไม่รู้ว่าท่านจะจำได้หรือเปล่าแต่รติรสก็ไม่อยากคิดอะไรเพราะสิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่การให้มารดามาอยู่ด้วยเธอแค่ต้องการดูมารดาได้มีความสุขแค่นั้นก็พอรติรสหลับไปในเวลาห้าทุ่มและตกใจตื่นในเวลากลางดึก เมื่อรู้สึกว่าตอนนี้ภายในห้องไม่ได้มีเธออยู่คนเดียว“ใครน่ะ” หญิงสาวตะโกนถามเพราะรู้สึกว่าตอนนี้มีใครบางคนกำลังอยู่ในห้องน้ำ“ออกมาเดี๋ยวนี้นะถ้าไม่ออกมาฉันจะโทรเรียกรปภ. ออกมาจากห้องน้ำเดี๋ย
บอริสโทรศัพท์มาหารติรสตั้งแต่เช้าแต่หญิงสาวก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์อีกและก็ไม่ยอมอ่านไลน์ของเขา ชายหนุ่มรู้สึกว่ามันผิดปกติมาก เขาจึงรอเวลาให้เธอมาถึงที่ทำงานจากนั้นก็โทรศัพท์เข้ามาที่บริษัท“สวัสดีค่ะ”“โรสทำไมไม่รับโทรศัพท์ฉัน เธอเป็นอะไรหรือเปล่า ไม่สบายหรือแม่ฉันพูดอะไรไม่ดีหรือทำอะไรไม่ดีกับเธอ” เขารีบถามมาอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นห่วง“เปล่าค่ะ แม่บอสไม่ได้ทำอะไรโรส บอสมีธุระอะไรถึงโทรมาหาโรสแต่เช้าคะ”“ฉันจะโทรหาเธอฉันต้องมีธุระอะไรด้วยเหรอ”“ถ้าไม่บอสมีธุระอะไร โรสก็ขอตัวทำงานก่อนนะคะ มีงานอีกเยอะเลยที่ต้องจัดการ”“อย่าพึ่งวางสายจากฉันนะโรส” เขาสั่งเสียงเข้ม“ก็บอสบอกว่ามีถ้าไม่มีธุระแล้วจะให้โรสคุยกับบอสทำไม”“การคุยกับฉันมันต้องมีธุระด้วยเหรอโรส”“ใช่ค่ะ”“ที่เป็นแบบนี้เพราะเธอรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้วใช่ไหม”“ใช่ค่ะ บอสใจร้ายมากที่รู้เรื่องทั้งหมดแล้วไม่ยอมเล่าให้โรสฟัง” เธอพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อและน้อยใจเป็นอย่างมาก“ฉันก็เพิ่งรู้เรื่องตอนมาถึงรัสเซียนี่แหละ และฉันก็คิดว่าจะกลับไปเล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอฟัง แต่ไม่คิดว่าแม่จะชวนเธอไปทานข้าวที่บ้านและบอกความจริงกับเธอก่อน แล้วเธอคิดว่
รติรสรติรสมาถึงบ้านหลังใหญ่ของเจ้านายในเวลาเกือบจะหนึ่งทุ่มเพราะเย็นนี้รถติดมากๆ เมื่อหญิงสาวมาถึงก็พบว่าตอนนี้เจ้าของบ้านนั่งรออยู่แล้วในบริเวณห้องรับแขก เธอยกมือไหว้มารดาคงเจ้านายซึ่งครั้งหนึ่งก็เคยเป็นประธานบริษัทที่เธอทำงานอยู่“สวัสดีคุณน้า”“สวัสดีจ้ะ เธอมาทำงานที่นี่ได้เกือบสองเดือนแล้วแต่เราเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก”“โรสขอโทษนะคะที่ไม่ได้มากราบสวัสดีคุณน้าเลย”“ไม่เป็นไรหรอกว่าแต่ทำงานที่บอริสเป็นยังไงบ้าง”“ก็ดีค่ะเขาสอนโรสทำงานในหลายๆ อย่าง”“หิวหรือยังล่ะ”“นิดหน่อยค่ะ”“ถ้างั้นกินไปคุยไปดีกว่านะ”คุณบุญฑริกาพารติรสไปทานอาหารระหว่างนั้นก็ชวนหญิงสาวคุยเรื่องทั่วๆ ไป รติสมีใบหน้าคล้ายกับอรสามากๆ ยิ่งเห็นแบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกเห็นใจหญิงสาวที่ไม่ทราบข่าวคราวของมารดาตนเองมานานถึงสองปีหลังจากทานอาหารเสร็จคุณบุญฑริกาก็ชวนแล้วรติรสมานั่งในห้องนั่งเล่น“วันหลังเธอมากินข้าวที่บ้านฉันอีกได้นะ ฉันคุยกับเธอแล้วรู้สึกหายเหงาไปได้บ้าง”“ค่ะคุณน้า อาหารบ้านคุณน้าอร่อยมากค่ะ แต่วันนี้โรสรบกวนน้ามานานแล้ว ขอตัวกลับก่อนนะคะ”“เดี๋ยวสิโรส ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ”“เรื่องอะไรคะ”“เรื่องที่ฉันพูดมันอา
เมื่อคุยกับบิดาแล้วบอริสก็กลับเข้ามายังห้องทำงานของตนเองจากนั้นก็ต่อสายหามารดาของที่เมืองไทย“ว่ายังไงบ้างบอริสคุยกับพ่อแล้วพ่อเขาว่ายังไงบ้าง”“พ่อเขาเรื่องเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังหมดแล้วครับแม่“แล้วลูกคิดจะทำยังไงกับเรื่องนี้ต่อ จะบอกความจริงกับเลขาของลูกมั้ย”“ผมอยากจะถามแม่ก่อนครับว่าแม่อยากจะให้ผมเล่าความจริงให้โรสฟังไหม”“แม่รู้นะว่าเรื่องนี้แม่ผิดมากที่เป็นคนไปทำร้ายร่างกายของอรสา แล้วก็ผิดมากเข้าไปอีกเมื่อไม่ได้ติดต่อไปบอกทางครอบครัวของเธอ สองปีมานี้แม่ใช้ชีวิตอยู่ในความรู้สึกผิดมาตลอด ลูกคิดว่าถ้าแม่บอกเรื่องนี้กับเลขาของลูกเธอจะให้อภัยแม่ได้ไหม”“ผมไม่แน่ใจเหมือนกันครับแม่ ถ้าแม่ลำบากใจแม่จะไม่บอกความจริงกับโรสก็ได้นะครับ ผมเคารพการตัดสินใจของแม่”“แม่ไม่เคยนอนหลับสนิทเลยบอริส แม่อยากจะบอกเธอเพราะยิ่งเก็บความลับนี้ไว้มันก็ยิ่งอึดอัด ลูกจะกลับมาเมืองไทยเมื่อไหร่”“อาทิตย์หน้าครับแม่ เอาไว้ผมกลับไปผมก็ชวนเธอมากินข้าวที่บ้าน แล้วค่อยบอกความจริงตอนนั้นก็ได้ หรือถ้าแม่ไม่บอกจะให้ผมเป็นคนบอกเธอก็ได้นะครับ”“เรื่องนี้แม่เป็นคนผิดไม่ควรจะพูดกับเธอเอง”“แม่จะไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ ถ้