รถกระบะขับตามรถบัสไปเรื่อยๆ เสียงคนในรถเงียบลง มีแต่เสียงเพลง สองสาวหลังจากกินกาแฟไปแล้ว ก็ยังเอาไม่อยู่หลับอยู่เบาะหลังด้วยความเพลียเพราะตื่นเต้นกันตั้งแต่เช้า"มองเค้าตาละห้อยเลยเพื่อน " คนขับรถมองคนข้างๆ แล้วแซวออกมา"ป่าวเลย " แผ่นดินปฏิเสธ เหลือบไปมองอีกที นอนยังน่ารักมากๆ เลย"งานหินนะ ไอ้พี่บอยแม่งกั้ก ถ้ามึงไม่ออกหน้าแสดงตัว รับรอง มันวอแวไม่จบ "คนที่ดูสนุกสนานเฮฮาไปวันๆ วิเคราะห์ปัญหาให้เพื่อน แผ่นดิน เป็นคนดี ดีแบบเนื้อแท้เลย จาก1ปีที่รู้จักมา เพียงพอที่จะเตือนกันได้"คนกลางเค้าไม่เอาอยู่แล้ว ยังหน้าด้านหน้าทนมาวอแวอีก กูว่า งานนี้ มึงต้องรุกเลย "อาคารเรียนข้างหน้าเป็นปูนเปลือยก่อยังไม่ได้ฉาบ สภาพเก่าทรุดโทรม แต่บริเวณที่ว่าง มีเหล็ก ปูน หินทราย กองเอาไว้รออยู่แล้ว เต็นท์ผ้าใบและห้องน้ำที่ขัดจนสะอาด พร้อมที่อาบน้ำที่สร้างเอาไว้ชั่วคราว ก็พร้อมสรรพสำหรับนักศึกษาเกือบสี่สิบคนที่มาในวันนี้" ขอบคุณพ่อผู้ใหญ่มากนะครับ ที่ช่วยดูแลทุกอย่าง " ประธานนักศึกษาบอกด้วยความเกรงใจ ที่ทุกอย่างพร้อมแล้ว" ไม่ใช่เลยครับ มีผู้ใหญ่ใจดีจากบริษัทขนส่ง กรุณาขนของมามอบให้ จัดทุกอย่างเอาไว้อย่างด
เสียงเพลงยังก้องอยู่ในหู สายตาของแผ่นดินชัดเจนมาก เค้าบอกรักเธอ ผ่านเสียงเพลง เพลงที่ตั้งใจจะร้องไห้ฟัง แต่ยังหาโอกาสไม่ได้ เพลงนี้ เป็นเพลงที่คิดว่า มันตรงที่สุด ภาพตอนกลางคืนที่แอบไปหาที่หอใน ยังติดในใจ อยากบอกมานานแล้ว ว่า ชอบทรายเหลือเกิน แต่ไม่กล้าสองสาวยืนแปรงฟันคุยกันตรงที่อาบน้ำชั่วคราวที่อยู่ด้านหลัง แสงพระจันทร์ส่องลงสว่างไสว ภาพแบบนี้ ไม่มีที่กรุงเทพให้ได้เห็น" ไม่น่าเชื่อเลย ว่าอีตาดินจะหวานได้ขนาดนี้ ถ้ากี้เป็นทรายนะ คงมุดหน้าลงไปแล้ว มันเขิน “เพื่อนสาวออกอาการเกินเรื่องไปมาก นัยตาระยิบระยับ อย่างมีความสุข" ดีใจด้วยนะจ๊ะที่มีแฟน อย่างแผ่นดิน สำหรับเสิร์ฟ กี้ก็ไม่แน่ใจว่าดินจะดีพอ สำหรับทรายหรือเปล่า แต่กี้อยากให้ทรายลองเชื่อมั่นคนตรงหน้าดู เติบโตไปด้วยกัน อนาคตข้างหน้า ใครจะไปรู้ แผ่นดินอาจจะเป็นพ่อบ้าน ล้างจานทำกับข้าว เลี้ยงลูก แล้วให้คุณภรรยา ออกไปทำงานหาเงิน " “ดีนะ ถ้าเค้ายอม เค้าจะยอมมาเป็นพ่อบ้านให้ไหมล่ะ” สองสาวเดินคุยกันมา ก่อนจะนิ่งไป เมื่อเห็นคนที่ถูกนินทา ยืนหน้าเครียดอยู่" คุยกันไปก่อนเลย กี้ขอตัวก่อน " คนที่รู้หน้าที่ชิ่งไปพร้อมกับอุปกรณ์แปรงฟัน ปล่อยให
อาหารกลางวันหมดเกลี้ยงสมใจคนทำ ทุกคนที่ได้กินเอ่ยปากชมเชยฝีมือการปรุงอาหารของสาวๆ ที่น้อยคน แต่มากความสามารถ คนที่หั่นผัก เด็ดพริก ยิ้มกว้าง รับคำชมไปด้วย" โน่น เค้าชมคนปรุง ไม่ได้ชมคนเด็ดกะเพรา " เค้าบอกยิ้มๆ วางมือตัวเองลงบนศีรษะแล้วลูบเบาๆ มันดีทำให้รู้สึกดีมาก" แล้วรู้ได้ไง ว่าทรายเด็ดผัก ทำไมไม่คิดว่า ทรายเป็นคนผัดกะเพรา ทอดไข่ บ้างละ "" ก็เพราะมองอยู่ไง ถึงรู้ " แผ่นดินตอบแล้วนั่งลงข้างๆ มองแก้มแดงๆ แล้วอยากจะจิ้มเล่น แต่กลัวสายตาคนอื่นจะมองไม่ดีชาวบ้านที่มาช่วยงาน เริ่มงานในช่วงบ่ายกันแล้ว ลูกมือทั้งหมดจึงเฮละโลกันลงไปอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุในช่วงบ่ายจานชามและแก้วน้ำวางเรียงรายอยู่ในกะละมัง รอการทำความสะอาด รุ่นพี่สองสามคน ติดรถป้าๆ เข้าไปในหมู่บ้าน เพื่อซื้อหาผักสด มาปรุงอาหารในช่วงเย็น ขนมแห้งขนมปังที่เตรียมมา มากเกินพอที่จะต้องซื้อเพิ่ม ดังนั้น ขาดแต่ผักสดที่ต้องหาแบบวันต่อวัน" ทรายกับกี้ ล้างจานได้ไหม คนอื่นเค้าจะได้เตรียมอาหารเย็นต่อ "สองสาวมองจานนับร้อยใบ กับแก้วน้ำและหม้อใบใหญ่ที่วางอยู่ข้างๆ ก้อกน้ำ แล้วตอบรับพร้อมกัน" สบายมากจ้า " สองสาวเปิดเ
" วันนี้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ขอบใจทุกคนมากที่ช่วยกันคนละไม้คนละมือ พรุ่งนี้ ต้องเริ่มงานก่อฉาบแล้ว คงต้องยกทราย ยกหินกันหนักหน่อยทำได้ใช่ไหม " ประธานนักศึกษาที่เป็นหัวหน้าทีมครั้งนี้ บอกเสียงสุภาพ" ดิน พรุ่งนี้ช่วยคุมเรื่องผสมปูนได้ไหม เอาให้ทันกับความต้องการนะ จะดึงคนมาช่วยอีกสักสองสามคนก็ได้ " พี่บอยบอกในที่ประชุม เหมือนเป็นการมอบหมายงานแบบปกติ แต่คนที่รู้กัน มองหน้าแล้วถอนหายใจ" งั้น เดี๋ยวพวกผมสี่คน ช่วยแผ่นดินเอง รับรองว่าทัน " ทินยกมือขึ้นในที่ประชุม ชี้เพื่อนอีก3คนที่นั่งด้วยกัน ก็ตอนแรกบอกให้สองสามคน รวมกันก็เป็นห้าคน ใครจะทำไมแผ่นดิน พยักหน้าให้เพื่อน อย่างเข้าใจกันดี" โอเคครับ ตกลงตามนี้ แยกย้ายกันพักผ่อนนะครับ ยังมีงานรออีกเยอะมาก "พี่บอยปิดการประชุม หลายคนแยกย้ายไปคุยกันเอง เหลือเพียง4-5คนที่ยังนั่งอยู่" ดิน มึงโดนซะแล้ว แบกขนไม่เท่าไหร่ ผสมปูนนี่แหละงานหนักปวดไปหมดทั้งตัว " คนที่เคยทำแล้ว บอกยิ้มๆ" มึงอย่าไปกลัวเราตั้ง5คน สลับกันช่วยกันทำ แป๊บเดียวก็ได้แล้ว แม่งกวนประสาท ขี้แพ้กวนตีน ชิบหาย " " เค้ามีแต่ขี้แพ้ชวนตี " หมอยาค้อนแล้วแก้สำนวน" มันกวนตีน ไม่ใช่ชวน
เสียงปรบมือขอบคุณดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ นักศึกษากว่าสี่สิบชีวิตและผู้ใหญ่ในพื้นที่ที่ช่วยกันทำงาน ยิ้มให้กับภาพตรงหน้า ห้องสมุดและห้องน้ำ ที่เสร็จสมบูรณ์ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน เพราะความสามัคคีของทุกคนที่นี่ ทำให้ทุกอย่างเรียบร้อย โดยไร้ปัญหา แม้บางคนจะบาดเจ็บจากการทำงาน แต่ก็ยังยิ้มสู้กันทุกคน ขนมและเครื่องเขียนที่ขนกันมาเต็มท้ายรถกระบะถูกแจกจ่ายให้เด็กๆ ในพื้นที่ ได้กินได้ใช้ระหว่างปิดภาคเรียน หนังสือ สมุดและเครื่องเขียน ที่ผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม ส่งมาให้1คันรถ ทำให้ทุกคนยิ้มกว้าง น้ำใจที่คนไทยช่วยเหลือกันเอง เป็นสิ่งที่ทำให้คนในพื้นที่ไม่รู้สึกว่าตัวเอง ถูกทอดทิ้ง เพราะยังมีคนดีในสังคมอีกมาก ที่พร้อมจะหยิบยื่น ความหวังดี ส่งต่อความช่วยเหลือมาให้ ภาพหมู่ที่ถ่ายรวมกันกว่าเจ็ดสิบคน นับสิบภาพ ทั้งชาวบ้านและนักศึกษาจับไม้จับมือกัน ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป "เราเหนื่อยกันมามากแล้ว บ่ายนี้ก็พักผ่อนกันตามสบาย ข้างในหมู่บ้าน มีน้ำตกเล็กๆ ให้เที่ยวชม ถ้าใครจะไป ก็เตรียมตัวให้พร้อมเลย " พี่บอยบอกทุกคนที่นั่งพักเหนื่อย ไม่มองมาทางที่เธอนั่งอีกแล้ว หลังจากที่ดินและเพื่อนช่วยกันทำงานหนักอย่างไร้
สองสาวเดินจูงมือกันเดินมาตามทางที่เดินเข้าไปเที่ยวชมธรรมชาติ เล่นน้ำตกกันนานหลายชั่วโมง ร่างกายเปียกปอนกันออกมา แต่ใบหน้ากลับยิ้มแย้มอย่างมีความสุข"รีบไปอาบน้ำสระผมด้วยนะ เดี๋ยวจะป่วย"แผ่นดินบอกสองสาวที่เดินกลับมาถึงอาคารที่พัก ก่อนตะวันตกดินเล็กน้อย ต้องรีบกลับมาทำอาหารมื้อเย็นด้วย เตาถ่านติดรอเอาไว้แล้วสำหรับมื้อค่ำ แม่ครัวลงมือปรุงอาหารไปบางส่วนแล้ว คนที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เดินมาช่วยเก็บกวาดพื้น แล้วเตรียมตั้งโต๊ะอาหารในช่วงค่ำ หนุ่มๆ เดินมาที่โรงอาหารยกหม้อ ยกจาน เตรียมน้ำวางเอาไว้อย่างเรียบร้อย ทุกคนรู้หน้าที่กันหมดไม่เกี่ยงงาน นี่คือข้อดี ที่พี่บอยสามารถวางระบบ และเลือกเพื่อนร่วมงาน ที่มีความรับผิดชอบได้อย่างดี เรื่องนี้ ต้องให้เครดิตเค้าจริงๆอาหารมื้อเย็นจบลงอย่างรวดเร็วเพราะทุกคนเหนื่อยงานและเล่นน้ำกันจนเย็น แทบหมดแรง " ไปพักกันได้เลยนะคะ เดี๋ยวทรายกับกี้ ล้างจานให้เอง" วันนี้สองสาวมาช้ากว่าคนอื่น จึงอาสาล้างจานให้อีกรอบ " ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราช่วย " เพื่อนปี1อีก2คนอาสาช่วยกัน ทั้ง4คนจึงนั่งล้างจาน กันอย่างสนุกสนาน เสียงพูดคุยดังเป็นระยะ โดยที่อีกมุมหนึ่ง หนุ่มๆ
ภายในห้องมืดมิดเพราะต่างคนต่างหลับ โทรศัพท์สั่นอยู่บนโต๊ะ ทำให้คนที่หลับสนิท ตื่นขึ้นมาเปิดไฟที่โคมหัวเตียง หรี่ตาให้ปรับแสง แล้วยิ้มออกมา เมื่อเห็นคนที่นอนขดตัวอยู่ที่พื้น แม้จะมีผ้าห่มปู แต่อากาศก็ยังเย็นอยู่มาก " ค่ะ มี๊ " ลูกสาวรับสายแล้วเดินไปคุยที่หลังห้องยิ้มกว้างออกมา เมื่อเห็นของที่ขนกลับมา ถูกเก็บอย่างเป็นระเบียบ หน้าร้อนผ่าวเมื่อเห็นถุงชุดชั้นในที่ใส่แล้ว ยังอยู่ในถุงเช่นเดิม แต่อยู่ในตะกร้าเล็ก ไม่ใช่ที่พื้น แสดงว่าเค้าหยิบมาวางเอาไว้ในนี้ " สนุกไหมลูก ไปออกค่ายมา " มี๊ถามด้วยความเป็นห่วง" สนุกมาก แต่ก็เหนื่อยมากค่ะมี๊ "" ระวังจะป่วยนะพี่ทรายไปตากแดด เล่นน้ำตกอีกต่างหาก " มี๊บอกเหมือนรู้ว่าลูกจะป่วย " พี่ทรายกลับมาถึง อาบน้ำกินยา นอนหลับเพิ่งตื่นค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะมี๊ ขออยู่ห้องอีกสัก2วัน แล้วจะรีบกลับไปให้กอดเลยค่ะ "หม่ามี๊ยิ้มกว้างกับโทรศัพท์"อย่าลืมนัดเพื่อนให้มาเจอป๊ากับมี๊นะลูก ป๊าเค้าเตรียมตัวรอแล้ว "หม่ามี๊หัวเราะชอบใจกับลูกสาว ชุดชั้นในหลายตัวถูกนำออกจากถุงเอามาแช่ใส่กระป๋องเล็กทันที ของแบบนี้ เป็นของส่วนตัวที่ควรจะต้องทำเอง ยายยายก็ให้หม่ามี๊ทำเองด้วยเหม
คนที่ครอบครัวอบอุ่นมาตลอด ไม่เคยขาดตกบกพร่องใดใด น้ำตาไหลพราก แผ่นดินของเธอต้องเจ็บปวดแค่ไหน เธอไม่อาจรับรู้ได้เลย ภาพที่คนอื่นสัมผัส คือแผ่นดินผู้เงียบเฉย เย็นชา ไร้หัวใจ เก็บตัว แต่กับเธอ เค้าเป็นผู้ชายที่น่ารักที่สุด จริงใจ ตรงไปตรงมา และใส่ใจเธอที่สุดเช่นกัน " ทรายจะไม่ไปไหน สัญญา "เธอกอดเค้าเอาไว้แน่นน้ำตาของลูกผู้ชายไหลออกมา นาทีนี้ เธอรู้ได้อีกอย่างว่า แผ่นดินรักเธอมากเหลือเกิน " นอนพื้นหลับสบายดีไหม " เจ้าของห้องเปลี่ยนเรื่อง ดันตัวเองออกจากอ้อมอกของเค้า " สบาย ถ้าได้นอนทุกคืนจะดีมาก " เค้าเช็ดน้ำตา แล้วมองคนที่ร้องไห้ตาม บีบจมูกแดงเบาๆ " สงสารดินหรอ ถึงร้องไห้ตาม " เธอส่ายหน้า " รักดินมากต่างหากละ " แผ่นดินก้มลงนอนหนุนตักของแฟนสาว จับมือขึ้นมาจูบเล่น " อยากอยู่แบบนี้ทั้งวันเลย ไม่ต้องทำอะไร " เค้าอ้อนเธออีกครั้ง แต่เจ้าตัวส่ายหน้า " ลุกขึ้น แล้วกลับหอไปอาบน้ำแต่งตัว แล้วค่อยกลับมาใหม่ คุณตาจะมารับทรายที่นี่ แล้วดินจะต้องไปกับทราย " เสื้อยืดที่แขวนในตู้ ถูกหยิบออกมาทาบที่ลำตัวหลายชุด รองเท้าผ้าใบคู่ใหม่ยังไม่ได้ใส่อยู่ในกล่อง แต่เสื้อที่มีมันดูไม่ค่อยเรียบร้อยเท
คนไข้ที่มารับการตรวจรักษามองหน้านักศึกษาแพทย์ที่มาเข้าร่วมการตรวจในวันนี้ด้วยรอยยิ้ม ทุกคนหน้าเคร่งเครียดจดรายละเอียดกันเป็นมือระวิงตามที่อาจารย์พูด " การตรวจวันนี้ เป็นการออกตรวจวันแรกของนักศึกษา ทุกคนต้องสรุปเคสที่ตัวเองสนใจ 5เคสให้จบภายในวันนี้ ส่งรายงาน ก่อนกลับบ้าน "อาจารย์หมอบอกด้วยน้ำเสียงสุภาพ มองนักเรียนแพทย์รุ่นใหม่ของตัวเอง แล้วเริ่มการตรวจคนไข้ทันที เกือบทั้งบ่ายที่อาจารย์ออกตรวจ ทำให้ทราบว่า คนไข้ในโรงพยาบาลของรัฐบาลมีปริมาณมากเหลือเกิน " เคสที่สรุป จะบอกตัวตนของเรา "เพื่อนร่วมกลุ่มบอก วันนี้การตรวจคนไข้นอกของโรคทั่วไป ทำให้นักศึกษารู้ได้อย่างชัดเจน ว่าชอบแพทย์เฉพาะทาง ด้านใดเป็นพิเศษ โรงอาหารของโรงพยาบาลเป็นที่ทำงานของนักศึกษาชั้นปีที่4ที่ต่างคนต่างทำงานของตัวเอง ไม่สนใจใคร อาจารย์บอกเดทไลน์ด้วยว่า ต้องส่งก่อน5โมงเย็น ทิวเขามองดูตัวหนังสือของตัวเอง แล้วแกะทีละตัว โค้ทลับที่จดเอาไว้อย่างย่อ เพื่อให้ทันกับที่อาจารย์บอก คนข้างๆ ขยับเข้ามาในระยะประชิดทำให้สะดุ้งขึ้น " เฮ้ย " เพื่อนผู้ชายก็สะดุ้งไม่แพ้กัน ไม่คิดเลยว่าทิวเขาจะตกใจแรง " ขอโทษจริงๆ ทิว " เพื่อนหมอที
ร่างกายบอบบางของม่อน ทำเอาทิวเขาใจเต้นรัว ดูน่ารักน่าทะนุถนอมเหลือเกิน คนที่สวมกางเกงขาสั้น เสื้อยืดของเจ้าของห้องเดินออกมาจากห้องนอน เตรียมอุ่นอาหารมื้อดึกให้ แล้วนั่งลงเคียงข้าง" แฟนทิวทำไมน่ารักจังครับ " ทิวเขาจับมือขึ้นมาจูบ ยอมรับอย่างเต็มใจว่า คลั่งรักหนักมาก " รีบกิน จะได้รีบนอน " คนที่ทั้งเพลียทั้งง่วง ซบไหล่ของอีกคนที่กำลังทานโจ๊กอยู่ ทิวเขาลูบผมคนข้างๆ เบาๆ " อ้อนแบบนี้ ทิวอ่านหนังสือไม่ได้แน่เลย " เค้าบอกเสียงหวาน แล้วก้มลงไปจูบปากบางเบาๆ " อะไร เที่ยงคืนกว่าแล้ว ไม่นอนหรอ " " นอนได้ไง เพิ่งอิ่มด้วย ต้องอีกสักสองสามชั่วโมง " คุณหมอบอกยิ้มๆ ตักอาหารใส่ปาก " ง่วงก็ไปนอนเถอะ ทิวชินแล้ว " เค้าบอกถึงกิจวัตรประจำวันของตัวเองที่นอนดึกมาก พักผ่อนน้อยมาตลอด " อิ่มแล้วครับ ไป ทิวพาไปส่งที่เตียง "ทิวเขาจูงมือคนข้างๆ เดินเข้ามาในห้อง ฉีดสเปรย์ให้กลิ่นหอมละมุน แล้วดึงผ้าห่มคลุมเตียงออก ดันตัวม่อนให้นั่งลง " นอนนะครับ พักผ่อน ทิวไปอ่านหนังสือก่อน แล้วจะรีบกลับมานอน "เค้าบอกเสียงหวาน ดันตัวให้นอนลง ห่มผ้าให้แล้วจูบหน้าผาก ก่อนจะปิดไฟ คนที่ล้มตัวนอนใจเต้นรัว ใครจะคาดคิดว่า ผ
กระเป๋าเป้และหนังสือเรียนถูกวางเอาไว้บนโต๊ะ คนที่เรียนหนักมาตลอดทั้งวัน นั่งหลับตาบนโซฟา ก่อนที่น้ำเย็นๆ จะมาแนบที่แก้ม " เหนื่อยใช่ไหม "คนที่เพิ่งมาห้องคนอื่นแค่สองครั้ง เดินวนเวียนเหมือนห้องตัวเอง น้ำเย็นที่หยิบออกมาถูกยื่นให้ " ครับ เหนื่อย "ทิวเขารับน้ำมาดื่มแล้ววางเอาไว้ที่โต๊ะมองคนที่มาหาตัวเอง แล้วยิ้มออกมา ม่อนสวมกางเกงขาสั้น กับเสื้อยืดธรรมดา แต่ทำไมน่ารักแบบนี้ " คิดถึงทิวหรอ " คุณหมอถามแล้วดึงมือมาจูบเบาๆ ไอ้การทำอะไรแบบนี้ มันโคตรดีเลย " ก็เป็นห่วง เป็นยังไง กินอะไรหรือยัง" ม่อนบอกเสียงเบาแล้วเตรียมจะเดินมานั่งข้างๆ แต่เค้ากลับดึงให้นั่งลงที่ตัก " อะไร " คนที่ถูกดึงตัวลงไปไม่ทันตั้งตัว " เปล่า แต่อยากกอดครับ " เสียงอ้อนแบบนี้ ทำเอาใจเต้นรัว มองอีกคนที่อยู่ห่างไม่ถึงคืบ " ทำไมอ้อนเก่งขนาดนี้ครับ " คนที่นั่งตักถามแล้วขยับตัวให้แนบชิด ร่างกายเสียดสีกัน" ทิวคิดถึงม่อนมากนะรู้มั้ย อยากจูบปากแดงๆ นี้จะแย่แล้ว "เค้าประคองใบหน้าเอาไว้ แล้วจูบเบาๆ ที่ริมฝีปาก ก่อนจะกดย้ำลงไปอีกที " ชื่นใจหายเหนื่อย " เค้าบอกเสียงอ้อน รู้สึกดีเหลือเกิน ที่ได้ใช้เวลาด้วยกันแบบนี้
นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่4กลุ่มใหญ่ เดินลงมาจากห้องเรียนพร้อมกับใบหน้าเคร่งเครียด การเรียนยากขึ้น ยากขึ้นทุกวัน การเรียนรู้ไม่มีจบไปง่ายๆ " กินข้าว เสร็จแล้วไปเรียน เรียนเสร็จ ลงมา อ่านหนังสือ " คนที่นั่งหน้ายุ่ง ทำหน้าเครียด เพราะเวลามันบีบคั้นไปหมด " พูดเยอะนะ ไปซื้อข้าว กินข้าวแล้วไปเรียน " ทุกคนต้องทำเวลาของตัวเอง ก่อนจะเดินแยกย้ายไปหาซื้ออาหารกลางวัน @ม่อน@หน้าบึ้งเชียว @ม่อน@แต่น่ารักอยู่ คนที่เพิ่งได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดอ่านข้อความที่เค้าส่งมา แล้วอมยิ้มก่อนจะเดินไปต่อแถว ซื้ออาหารกลางวัน " ไข่เจียวกับหมูทอดครับ " นักเรียนแพทย์สั่งอาหาร ก่อนจะสะดุ้ง เมื่อรู้สึกถึงสัมผัสเบาๆ ที่เอว " อ้าวตกใจอะไร " คนที่สวมเสื้อช้อปสีเลือดหมู ยืนอยู่ข้างหลัง สวมเสื้อยืดข้างในสีดำ อมยิ้มอยู่ " มาได้ไง " เค้าถามเสียงเบา แล้วรับอาหารตรงหน้า " เอาเหมือนกันอีกจานครับ "ทิวเขาเดินเลี่ยงมาที่โต๊ะเครื่องปรุง เทซอสพริก แล้วหยิบช้อนมา2คู่ เดินนำมาที่โต๊ะที่มีเพื่อนกลุ่มใหญ่นั่งอยู่ " อ้าว " เค้กที่ตั้งใจจะไปนั่งกับทิวเขามองเพื่อนต่างคณะ แล้วยิ้มให้ " เพื่อนทิว ชื่อ ม่อน " เค้าแนะ
" ม่อนเป็นเมียทิวนะครับ " คนตรงหน้าถามย้ำอีกที แล้วจูบที่ริมฝีปากบางเบาๆ สัมผัสของร่างกายเปลือยเปล่าเสียดสีกัน อวัยวะของคนสองคนแนบชิด แม้จะเป็นความไม่คุ้นเคยแปลกใหม่ แต่ไม่น่ารังเกียจสักนิด แต่กลับยิ่งกระตุ้นอารมณ์ทางเพศที่ไม่เคยได้รับรู้มาก่อน ให้มีชีวิตมีพลัง มือเรียวยาวที่เคยจับแต่ปากกา สัมผัสอวัยวะของคนตรงหน้า อาวุธอวบใหญ่ คงจะทำให้มีความสุขได้ ด้วยร่างกายบางอย่าง " ทิว " เสียงเรียกชื่อดังออกมา เมื่อปลายลิ้นอุ่นร้อน สัมผัสที่ปลายยอดของอาวุธประจำกาย คนที่นอนอยู่ใจสั่นรัว ปากแดงๆ ใบหน้าหล่อเหลา ดูดชิมร่างกายของตัวเองอย่างไม่รังเกียจ มือที่ว่างอยู่ ลูบผมเอาไว้แล้วร้องเสียงหวานออกมา สัมผัสแบบนี้ไม่ใช่เพิ่งเคยเกิดขึ้น แต่มันสุขยิ่งกว่าครั้งไหน เมื่อได้รับสัมผัสจากทิวเขาที่มอบให้มา ลิ้นอุ่นตวัดชิมลงมาข้างล่างเลียไล้อย่างไม่รังเกียจ ก่อนจะใช้มือขยับรูด สัมผัส ร่างกายถูกปลุกเร้าอย่างเต็มที่จนนอนอยู่ไม่ได้ต้องลุกขึ้นมานั่ง แล้วปล่อยให้เค้าใช้มือทำให้ต่อ ริมฝีปากอ่อนนุ่มจูบกันแลกเปลี่ยนน้ำลายอย่างไม่มีใครรังเกียจ กลิ่นฟีโรโมนฟุ้งกระจายไปทั่ว ก่อนที่ปากของทิวเขาจะไล่ลงมาที่คอขาว ดูดทำ
" ทิว " เสียงเรียกชื่อสั่นไหว ร่างกายมันถูกปลุกเร้าแปลกๆ คนตรงหน้ามีเสน่ห์เกินต้าน แต่เพราะความไม่เคย ทำให้ต้องหยุดนิ่ง " รังเกียจหรอ " ทิวเขาถามออกมา หยุดการกระทำ มองใบหน้าของคนตรงหน้าใจสั่นรัว " ม่อนไม่เคย " เค้าบอกออกมา ตามตรง ทิวเขาลุกขึ้นยืน จับมือของคนที่นั่งอยู่ แล้วพาเดินมานั่งที่โซฟา " ทิว ก็ไม่เคยเหมือนกัน " เค้าบอกเสียงสั่น แต่เพราะหัวใจมันสั่งให้ทำ คนตรงหน้า น่ารักมีเสน่ห์เย้ายวน จนแทบทนไม่ไหว มือที่ลูบแก้มสัมผัสเบาๆ ที่คอขาว ไ่มาที่กระดูกไหปลาร้า แล้วลูบตรงเสื้อยืด ที่สวมอยู่ " ถอดได้ไหม "เค้าถามแบบไม่ต้องการคำตอบ ทิวเขาลุกขึ้นยืน ถอดเสื้อของคนตรงหน้า แล้วนั่งลงที่พื้นหน้าโซฟา เลียริมฝีปากของตัวเอง กลืนน้ำลายลงคอ อย่างยากลำบาก มือที่ลูบไล้ที่ขาเล็ก ที่มีกางเกงขายาวสวมอยู่ ก่อนจะขยับตัวเข้าไป ประคองใบหน้าของคนตรงหน้าเอาไว้ ม่อนน่ารักเหลือเกิน ใบหน้าเล็ก จมูกโด่ง ปากแดง นิ้วโป้งที่อยู่ตรงหน้า ไล้ไปที่ริมฝีปากแดงเบาๆ " ม่อนครับ ทิวจูบม่อนนะ "เค้าไม่รอแล้ว ริมฝีปากบางสัมผัสเบาๆ กับคนตรงหน้า แว่นตาที่สวมอยู่ถูกถอดออก แล้ววางบนโต๊ะ ความจริงก็ไม่ได้สายตาสั้นอะไร
" ว่าไง " คนที่สวมกางเกงนอนขายาว เสื้อยืด เดินมาทางด้านข้าง ในมือมีไอแพดติดมือมาเครื่องเดียว " ไหนบอกจะมาอ่านหนังสือ " เจ้าของห้องถามแล้วกดลิฟต์กลับขึ้นไปห้องตัวเอง บรรยากาศในลิฟต์ทำเอาอึดอัด ทิวเขา ยืนอยู่ด้านหน้า โดยที่คนที่มาหา อยู่ข้างหลัง " สูงเท่าไหร่ " เค้าถามออกมา " 185 " คำตอบที่บอกออกไป แล้วหันกลับกักตัวเค้าให้ชิดผนัง " เฮ้ย " คนที่ตกใจที่อยู่ดีดีคนตรงหน้าก็หันมากักตัวเองเอาไว้ ระยะห่างแค่คืบเดียว " แล้วคุณละ สูงเท่าไหร่ " ทิวเขาย้อนถาม อมยิ้มกับภาพคนตรงใจ หน้าแดงไปหมด ยิ่งน่ารักน่าแกล้ง " 178 ขยับออกไปด้วย อึดอัด " " อึดอัด หรือ อาย " คนขี้แกล้งถาม แล้วเดินออกจากลิฟต์เดินมาที่ห้องของตัวเอง ห้องวีไอพีขนาดใหญ่ แอร์เย็นฉ่ำทันทีที่เปิดเข้าไป รองเท้าสลิปเปอร์วางอยู่หน้าประตู พร้อมกับที่เจ้าของห้อง วางรองเท้าคู่ใหม่ให้คนที่มา " จะมาอ่านหนังสือใช่ไหม ไม่ใช่มากวนนะ "คนที่อยากอ่านหนังสือของตัวเองถามเสียงดุ เปิดตู้เย็นหยิบน้ำเปล่าออกมาส่งให้ " อือ เอาหนังสือคุณมา ผมยืมก่อน แล้วจดลงไอแพด "เค้าบอกแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ของโต๊ะกินข้าว มองรอบๆ ห้อง ที่จัดตกแต่งอย่างสวย
@ทิวเขา@ ผมจีบม่อนได้ไหมล่ะ@ม่อน@ บ้าหรอ ตั้งใจเรียนนะ ไม่คุยแล้ว คนที่อ่านข้อความเขินจัด จีบบ้าจีบบออะไร วิศวะต้องจีบหมอสิวะ ทำไมหมอต้องมาจีบ ไอ้หมอบ้า คนที่อ่านข้อความไปมาเพียงไม่กี่บรรทัด แต่อมยิ้มออกมา จนเพื่อนถาม" อะไรรับไอ้ม่อน มึงคุยกับใครทำไมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แบบนั้น สารภาพมา "เพื่อนเสียงดังลั่น เมื่อเห็นคนหล่อที่สุดในกลุ่มอมยิ้มอยู่คนเดียวกับโทรศัพท์" ป่าว มึงบ้าบออะไร กูป่าวยิ้ม " เสียงหนุ่มๆ ที่นั่งอยู่โห่เสียงดังลั่น " เฮ้ย มึงเบาๆ พวกหมอเค้าเรียนกันอยู่ " เพราะไม่อยากตกเป็นเป้าสายตา และเกรงใจนักเรียนแพทย์กลุ่มใหญ่ จึงได้แต่ปรามเพื่อน นักเรียนแพทย์หันมามองทางวิศวะเป็นตาเดียว คนที่กำลังรู้สึกอะไรบางอย่าง ฟุบหน้าลงทันที จะมองทำไมไอ้บ้าทิว ม่อนบ่นกับตัวเอง ทิวเขาเอากระดาษในมือปิดหน้าแล้วอมยิ้มป่านนี้เขินแย่แล้วมั้ง " มีอะไรหรือเปล่าทิว " เค้กถามแล้วมองคนข้างๆ " เปล่า ไม่มีอะไร " เค้าตอบกลับไป ชำเลืองมองอีกคนที่โผล่หน้าขึ้นมา ใบหน้าขาวแดงจัด แล้วก็แอบหลบต่อไปอีก เสียงบรรยายโรคต่างๆ ของเพื่อนที่ทำสรุปมา แล้วนำมาแยกโรคด้วยกันอีกครั้ง สมาธิของคนตรงหน้า โฟกัสที่เสียงเ
อาคารเรียนรวมวันนี้ มีจำนวนนักศึกษามากเป็นพิเศษ คนที่ลงวิชาตามเพื่อนไม่ทันจำใจต้องเรียนวิชาที่ตัวเองไม่ได้ชอบ ใบหน้าบึ้งตึง ในเสื้อช้อปสีเลือดหมู เดินตรงมาที่ห้องเรียน นักศึกษาชั้นปีที่4นับร้อยคนนั่งอยู่ในห้องเรียนรวม กันเต็มห้อง และทุกคนมีเพื่อนของตัวเองมาด้วยทั้งนั้น ใบหน้าขาวใสสวมแว่นสายตานั่งอยู่ข้างหลังสุด ชุดนักศึกษาที่เป็นเสื้อแขนยาวสีขาว กับกางเกงสีดำ ถูกระเบียบเรียบร้อยทุกอย่าง คนใจเต้นรัว เดินเข้าไปนั่งข้างๆ มุมในสุด ทีเอที่เป็นรุ่นพี่เพียงไม่กี่ปี เดินเข้ามาทักทายรุ่นน้อง แล้วเรียกชื่อตามลำดับ " เดี๋ยวพี่ขอเช็คชื่อก่อน น้องๆ ขานรับ แล้วรบกวนบอกคณะให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกันนะครับ เพราะว่า วิชาเรียนรวม วิชานี้ อาจารย์ให้จับคู่กันเรียน เนื่องจากจำนวนนักศึกษาค่อนข้างมาก เกือบร้อยคน ดังนั้น เมื่อจับคู่กัน งานและคะแนนจะเท่ากัน ถ้าไม่อยากให้เพื่อนอีกคนเดือดร้อน เราต้องรับผิดชอบทุกอย่างให้ดีที่สุด "ทีเอบอกรายละเอียดคร่าวๆ แล้วเริ่มทันที เกือบทั้งหมดในคลาสนี้เป็นนักศึกษาคณะ มนุษยศาสตร์ บัญชี เศรษฐศาสตร์ มีเพียง " ทิวเขา " “แพทยศาสตร์ครับ" มานนท์ " " วิศวะครับ "สองชื่อที่ด