วันต่อมา
หญิงสาวสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาในช่วงสายของวัน ทั้งร่างปวดร้าวไปหมดโดยเฉพาะช่วงล่าง เธอหน้าเบ้ย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อวาน ก็ต้องหน้าร้อนผ่าว ไม่รู้ว่าเกิดจากความอายหรือโมโหมากกว่ากันที่ถูกประธานหนุ่มย่ำยีตลอดคืน เธอไม่แน่ใจว่าเขาจากไปตอนไหน แต่ช่วงฟ้าสางเขายังไม่หยุดด้วยซ้ำ!
สมเพชและหงุดหงิดตัวเองที่เผลอคล้อยตามไปกับสัมผัสเร่าร้อนนั้น สาบานว่าจะไม่ยอมให้เขาล่วงเกินเธออีกแล้ว
เรียวแขนเล็กเต็มไปด้วยรอยแดงจากการถูกมัดพยายามหยัดตัวขึ้นมา ร่างกายเธอบอบช้ำไม่ต่างจากถูกรุมโทรม เนื้อตัวเปล่าเปลือย มีเพียงผ้าห่มสีขาวห่อคลุมร่างเอาไว้ ความโกรธแล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นรอยหยดเลือดบนผ้าปูเตียง
เธอเพิ่งมีโอกาสได้สำรวจห้องเป็นครั้งแรก มันดูเหมือนห้องพักในโรงแรมทั่วไป ขนาดไม่ใหญ่มาก มีเตียงขนาด 6 ฟุตวางอยู่กลางห้อง ด้านข้างเป็นตู้เสื้อผ้าติดกระจกเงา ปลายเตียงมีโทรทัศน์ขนาด 50 นิ้วติดผนัง ส่วนข้างๆ นั้นเป็นประตูที่เธอคิดว่าคงเป็นห้องน้ำ
ใบหน้าสวยเหยเกเมื่อลองขยับตัว ส่วนสงวนเจ็บแปลบขึ้นมาจนต้องชะงักค้าง เธอสูดหายใจเป่าปากกลั้นใจลุกต่อ แต่ความเจ็บปวดก็ตรงเข้าเล่นงานอีก ไม่กล้ามองสภาพเลยว่าส่วนอ่อนไหวเธอจะบอบช้ำแค่ไหน
ระยะทางจากเตียงไปยังประตูห้องน้ำอยู่ห่างเพียง 2 เมตร เธอกลับใช้เวลาเกือบ 5 นาที เหงื่อเย็นผุดขึ้นตามกรอบหน้าท้องน้อยจุกหน่วงเป็นระยะ แพรวาใช้แขนยันกับเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าหินอ่อน น้ำตาไหลพรากเมื่อเห็นเงาสะท้อนของตัวเอง
ผิวกายขาวละเอียดแดงเป็นปื้น รอยสีกุหลาบเล็กๆ กระจายเต็มทั่วลำคอ เนินอก หน้าท้อง เรียกว่าได้ว่าไม่มีสักตารางนิ้วเดียวที่โอนิกซ์ไม่ได้สัมผัสมัน
เสียงสะอื้นดังอยู่เกือบ 10 นาที เมื่อสิ่งที่เธอหวงแหนถูกพรากไปโดยคนที่เธอไม่ต้องการ หลังมือปาดคราบน้ำตาออกลวกๆ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคร่ำครวญ เธอควรจะรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
คิดได้ดังนั้นแพรวาก็กลั้นใจตรงไปอาบน้ำ ชำระสัมผัสหยาบโลนที่ชายหนุ่มทิ้งไว้ตามตัว ร่องสาวบวมแดงช้ำยังมีคราบน้ำคาวของอีกฝ่ายเปรอะเปื้อนทั่วเรียวขา เธอฟอกสบู่ขัดถูมันด้วยความรังเกียจแม้ในสมองยังจดจำได้แม่นถึงทุกสัมผัสก็ตาม
ใช้เวลาไม่นานแพรว่าก็ออกมาจากห้องน้ำ คว้าเสื้อผ้าที่หล่นกระจายเต็มพื้นขึ้นมาสวมใส่ดังเดิม แต่เสื้อสีขาวของเธอถูกชายหนุ่มกระชากขาดวิ่นจนไม่อาจสวมใส่ได้อีก เธอจึงหยิบเสื้อเชิ้ตขาวของคนใจร้ายมาใส่แทนอย่างไม่มีทางเลือก
ประตูห้องถูกแง้มออกช้าๆ แพรวากวาดสายตาไปทั่วเพนต์เฮ้าส์หรูอย่างระมัดระวัง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ที่นี่เธอก็ไม่รอช้าข่มความปวดร้าวก้าวลงบันได มุ่งตรงไปที่ประตูใหญ่ทันที
แอ๊ดดด~
ใบหน้าสวยซีดเผือด หัวใจเต้นระรัวด้วยความตกใจ แทบหยุดขาตัวเองไม่ทันเมื่อประตูเป้าหมายถูกเปิดสวนมากะทันหัน ก่อนจะปรากฏใบหน้าที่คุ้นเคย
"คุณไทเป!"
เธอร้องเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงดัง ดีใจที่ได้พบหน้าคนรู้จักบ้าง
มือขวาหนุ่มไล่มองการแต่งกายแปลกประหลาดของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า อีกทั้งท่าทางลนลานยืนเก้ๆ กังๆ อยู่หน้าประตู เขาคงรู้ว่าเธอกำลังคิดหนี แต่ก็ไม่ได้ตำหนิใดๆ
"อันนี้เป็นเสื้อผ้า ของใช้จำเป็น แล้วก็ถุงยาครับ" น้ำเสียงราบเรียบไม่ยินดียินร้ายเอ่ยขึ้น พลางยืนถุงกระดาษหลายใบให้
"ไม่จำเป็นค่ะ วาจะกลับแล้ว"
"เกรงว่าคุณแพรวาจะต้องอยู่ที่นี่จนกว่านายจะอนุญาตนะครับ"
"ได้ยังไงกัน! แบบนี้มันเรียกกักขังหน่วงเหนี่ยว"
"..."
"อะ...ไอ้บ้านั่น...มัน!"
น้ำตาแห่งความเจ็บใจเอ่อรื้นรอบดวงตาเมื่อคิดถึงสิ่งที่โอนิกซ์กระทำกับเธอ เธอไม่มีทางยอมอยู่ใกล้เข้าอีกแน่ ตอนนี้อารมณ์เธอมันแปรปรวนสับสนไปหมด ทั้งหวาดกลัว โมโห เสียใจ ผิดหวัง และอีกสารพัด
"อึก ขอร้อง ปล่อยวาไปเถอะ วาไม่รู้เรื่องจริงๆ วาบอกทุกอย่างไปแล้ว"
ตอนนี้เธอใกล้สติแตกเต็มทน ไทเปคือคนเดียวที่เธอพอจะขอร้องอ้อนวอนได้บ้าง เพราะหากโอนิกซ์กลับมาคงหมดโอกาสออกไปได้แน่นอน
"ผมไม่มีอำนาจตัดสินใจเรื่องนั้น"
"ของวาล่ะ กระเป๋า มือถือ?" หากมีมือถือเธอยังพอโทรขอความช่วยเหลือจากคนอื่นได้
"ของนั่นไม่จำเป็นต้องใช้หรอกครับ"
คำพูดของไทเปเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้าย โอนิกซ์ตั้งใจกักขังเธอ ปิดกั้นไม่ให้เธอได้ติดต่อกับใคร นี่ไม่จากเธอติดคุกแม้แต่น้อย
"วาไม่ใช่นักโทษนะ ไม่ได้ทำอะไรผิด! ไม่มีทางยอมติดอยู่ที่นี่แน่ แบบนี้ไม่ต่างจากลักพาตัวมาเลย สาบานถ้าออกไปได้วาจะลาออกแล้วแจ้งตำรวจมาลากคอเจ้านายคุณเข้าคุก!"
อารมณ์โมโหโกรธเคืองแล่นพล่านทั่วร่าง ในเมื่อพูดกันดีๆ ไม่ได้ เธอก็ไม่จำเป็นต้องไว้หน้าใครอีกแล้ว
สีหน้าอีกฝ่ายดูเหนื่อยใจไม่น้อย ที่เห็นเธอปรี๊ดแตก โวยวายเสียงดังเช่นนี้ ไทเปถอนหายใจเบาๆ แต่ก็ไม่ได้โอนอ่อนตามหรือเห็นใจเธอสักนิด
"ในเมื่อคุณแพรวาคิดว่าตัวเองไม่ผิด ก็ควรอยู่เฉยๆ แล้วทำตามที่นายบอกดีกว่า เพราะการที่คุณยังมีชีวิตอยู่แม้หลักฐานทุกอย่างจะชี้มาทางคุณ ผมถือว่านายใจดีมากแล้วครับ"
"มะ...หมายความว่ายังไง"
"ก็ตามที่คุณเข้าใจ นายไม่ใช่คนใจดี โดยเฉพาะกับคนที่คิดจะหักหลัง...ถ้าอยากออกไปจากที่นี่แบบมีลมหายใจ ก็อย่าทำอะไรโง่ๆ ครับ"
หญิงสาวเริ่มหน้าเสีย ยังจำได้แม่นถึงความรู้สึกตอนอยู่ในห้องใต้ดิน เธอคิดว่าตนเองจะไม่มีชีวิตรอดมาถึงวันนี้แล้ว
"เรื่องการหาหลักฐานเป็นหน้าที่ของทางผม เห็นแก่ที่เรารู้จักกันมาหลายปี ผมแนะนำว่าระหว่างที่คุณอยู่ที่นี่ อย่าขัดใจและทำตามที่นายสั่งดีกว่า มันจะช่วยต่อลมหายใจคุณได้จนกว่าเราจะมั่นใจว่าคุณไม่ใช่คนร้าย"
"..."
ไทเปก้มหัวให้ก่อนจะหมุนตัวจากไป ปล่อยหญิงสาวยืนร้องไห้เงียบๆ โอกาสที่จะได้รับอิสระเลือนรางลงทุกที
หญิงสาวนั่งเหม่อลอยอยู่กับพื้นกลางเพนต์เฮ้าส์กว้าง หลังจากร้องไห้คร่ำครวญอยู่นาน ดวงตาแดงก่ำเหลือบมองไปทั่วห้องด้วยหัวสมองที่ว่างเปล่า การหนีออกไปดูไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดนัก ตามที่เห็นเมื่อวานทั้งตึกมีแต่ลูกน้องของโอนิกซ์ หากถูกเขาจับได้ก็มีแต่ตายเร็วขึ้น แต่เธอก็ไม่อาจทนอยู่เฉยๆ ได้
แพรวาสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ตั้งสติเรียกกำลังใจให้ตัวเอง วันนี้เธอจะลองคุยกับโอนิกซ์ดูอีกครั้ง เธอยังเชื่อว่าเขาเป็นคนมีเหตุผลมากพอ หากเธออธิบายเรื่องราวทุกอย่างให้เขาฟังเพิ่ม ชายหนุ่มอาจจะเข้าใจแล้วปล่อยเธอไปก็ได้
เมื่อรู้สึกดีขึ้นบ้าง กระเพาะก็ส่งเสียงประท้วงต่อทันที ทำให้เธอเพิ่งนึกได้ว่ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เมื่อวานเย็น เหลือบมองไปยังตู้เย็น หวังว่าจะพอมีอะไรให้เธอกินรองท้องได้บ้าง
หญิงสาวหอบร่างบอบช้ำลุกไปยังห้องครัว แล้วก็ต้องถอนหายใจโล่งอก เมื่อเห็นว่ามีของสดหลายชนิดอัดแน่นเต็มตู้ จึงเลือกทำเมนูง่ายๆ เธอถือวิสาสะใช้ห้องครัวสุดหรูของชายหนุ่ม ไม่ถึง 10 นาที ข้าวผัดหมูกลิ่นหอมก็พร้อมรับประทาน
ด้วยความหิวทำให้แพรวาจัดการอาหารตรงหน้าจนเกลี้ยงจาน และยังใจดีทำความสะอาดเก็บล้างจนเรียบร้อยอีกด้วย
ถุงยาถูกเปิดออกสำรวจ ใบหน้าเล็กร้อนผ่าวเมื่อพบยาคุมในนั้น ยาคุมฉุกเฉินเธอพอเข้าใจ แต่แผงยาคุมรายเดือนเป็นสิ่งที่เธอรับไม่ได้! ร่างเล็กก่นด่าคนหื่นในใจ
นอกจากนั้นยังมียาแก้อักเสบและยาแก้ฟกช้ำ แพรวาจัดการกินยาทั้งหมดโดยดี ไม่อยากประชดประชันโดยการทำร้ายตัวเองไปมากกว่านี้ ในเมื่อเขายังมีเมตตาเธอก็ควรรับไว้
คิ้วได้รูปขมวดเป็นปมขณะนั่งทาแผลตามข้อมือข้อเท้า ความแสบกลางกายสาวเป็นอุปสรรคใหญ่ในการทำแผลทีเดียว เพราะเมื่อเธอต้องยกขาขึ้นมาทายา ร่างก็เจ็บแปลบจนน้ำตาเล็ด
เธอรวบรวมข้าวของที่ไทเปมอบให้ขึ้นมายังห้องเดิม โดยไม่ลืมโยนแผงยาคุมรายเดือนทิ้งถังขยะ เป็นการประกาศชัดเจนว่าจะไม่ยอมให้เขาล่วงเกินเธออีกแล้ว!
บริษัท JRV LOGISTICSการทำงานของบริษัทใหญ่แทบจะเรียกได้ว่าหยุดชะงัก เมื่อขาดเลขาคนเก่งอย่างแพรวา หลังจากโอนิกซ์ประกาศว่าหญิงสาวลาพักร้อนชั่วคราวทุกคนก็หน้าซีด เอกสารมากมายถูกประธานตีกลับหมดเมื่อเขาพบความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย รังสีอันตรายบ่งบอกถึงพื้นอารมณ์ที่ไม่ปกติ ทำให้ไม่มีใครกล้าเสนอหน้าขึ้นไปส่งงานที่ชั้นบนอีกเลยตลอดบ่ายห้องทำงานกว้างชั้นบนสุดของอาคาร ใบหน้าของประธานหนุ่มเคร่งเครียดฉายแววหงุดหงิด จนเหล่าพนักงานต่างเข้าหน้ากันไม่ติด กองเอกสารมากมายที่เขาหยิบจากโต๊ะเลขากองเป็นพะเนิน การทำงานโดยไม่มีผู้ช่วยสาวดูเหมือนจะเป็นเรื่องหนักหนากว่าที่คาด ปกติก่อนเอกสารจะถึงมือเขาจะผ่านการคัดกรอง ตรวจสอบมาแล้ว แต่เมื่อไม่มีสิ่งเหล่านั้น คนรักความสมบูรณ์แบบถึงกับกุมขมับ เหลือบมองยอดตัวเลขค่าใช้จ่ายถูกคำนวณผิดความอดทนสุดท้ายขาดผึ่ง เมื่อใบสัญญาสะกดผิดแม้กระทั่งชื่อบริษัทลูกค้า!โอนิกซ์ปิดแฟ้มหนาด้วยอารมณ์เดือดดาล เห็นทีเขาต้องเข้มงวดกับพนักงานให้มากกว่านี้แล้ว ที่ผ่านมาแพรวาเป็นคนคอยเคลียร์ปัญหายิบย่อย ตรวจเช็กความถูกต้องทุกอย่าง ทำให้เขาไม่เคยเห็นถึงความชุ่ยของคนในองค์กร
"ว่ามี เธอมีอะไรจะพูด"โอนิกซ์ถามขึ้นพลางเลื่อนจานเปล่าออกห่าง สายตาคมจ้องมองนิ่งๆ แต่หญิงสาวกลับรู้สึกกดดันจนหายใจแทบไม่ออก"ฉัน...ไม่อยากจะอยู่ที่นี่ ถ้ามีอะไรที่ยังสงสัยก็ถามมาได้เลย ฉันจะตอบทุกอย่างจนคุณพอใจ""..."เธอใช้สายตาจริงใจมองกลับ เพื่อแสดงถึงความบริสุทธิ์ใจ ลุ้นระทึกให้เขายอมคล้อยตาม"เอาสิ ฉันก็มีเรื่องสงสัยอยู่พอดี"แพรวาค่อยหายใจโล่งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเขายอมเปิดโอกาสให้เธอพูด พยักหน้ารับแข็งขัน"ฉันลองสืบประวัติเธอมาแล้ว แต่ไม่มีข้อมูลช่วงวัยเด็กของเธอเท่าไร...ทำไม""..."ร่างเล็กชะงักค้างไปครู่หนึ่ง กลีบปากบางเม้มเข้าหากันอย่างใช้ความคิด ไม่น่าเชื่อว่าเพียงวันเดียวเขาสามารถหาข้อมูลมาได้แล้ว"คำถามแรกก็ตอบไม่ได้แล้วเหรอ" น้ำเสียงเย้ยหยันจากร่างสูงทำให้เธอหลุดออกจากห้วงความคิด ส่ายหน้าปฏิเสธ"เปล่าค่ะ ฉันจะตอบ""...""ฉันเป็นเด็กกำพร้า ไม่เคยรู้จักพ่อแม่ที่แท้จริง ตอนที่พอจะรู้ความก็อาศัยอยู่ที่สถานสงเคราะห์แล้ว ทำให้ไม่มีข้อมูลตอนเกิด""แล้วยังไง ถูกรับเลี้ยง""ค่ะ โชคดีที่วันหนึ่งฉันก็ถูกรับเลี้ยงโดยครอบครัวแสนอบอุ่น ได้รับความรักความเมตตาและโอกาสในชีวิตอย่างที
แพรวากลับขึ้นไปยังห้องนอนด้านบนเพื่อล้างหน้าล้างตา เธอนั่งลงที่ปลายเตียงเรียกสติที่แตกกระจายตามคำสั่งของโอนิกซ์ แม้จะไม่อยากอยู่ที่นี่สักแค่ไหน แต่ในเมื่อตอนนี้ไม่มีทางเลือก การขัดขืนต่อต้านดูเป็นการกระทำที่โง่สิ้นคิดจริงๆ รู้ซึ้งแล้วว่าอีกฝ่ายสามารถปลิดลมหายใจเธอได้เพียงปลายนิ้ว การโอนอ่อนผ่อนตามจึงกลายเป็นทางออกเดียวให้เธอมีชีวิตรอด"เอาน่า สู้ๆนะ อยู่ที่นี่ก็ยังดีกว่าโดนขังคุก"หญิงสาวสูดหายใจเข้าเต็มปอด พยายามคิดแง่บวก เรียกขวัญกำลังใจให้ตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะกลับลงไปเผชิญหน้ากับคนใจร้ายเธอเริ่มจากเก็บกวาดข้าวของในครัว ล้างจานจนสะอาด ก่อนจะเริ่มไปจัดการกับส่วนอื่นๆ ซึ่งโอนิกซ์ได้อธิบายหมดแล้วว่าอุปกรณ์อะไรอยู่ตรงไหนบ้าง ก่อนจะปล่อยเธอทำงานต่อแม้เพนต์เฮ้าส์จะมีขนาดใหญ่ แต่เนื่องจากปกติมีแม่บ้านมาคอยเก็บกวาดอยู่แล้ว ทำให้เธอไม่ต้องเหนื่อยอย่างที่คิดโอนิกซ์ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกเพื่อความคล่องตัว เดินไปยังโซนครัวเพื่อหยิบน้ำดื่ม โดยมีแพรวาก้มๆ เงยๆ เก็บข้าวของในห้องนั่งเล่นให้เป็นระเบียบ พลางใช้ผ้าขี้ริ้วเช็ดโต๊ะเตี้ยหน้าโซฟาสายตาไม่รักดีเหลือบมองเรียวขาขาวโดยไม
ก่อนหน้านั้นโอนิกซ์อาบน้ำชำระล้างร่างกาย ก่อนจะใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดไปตามร่างกายกำยำอัดแน่นด้วยมัดกล้าม ซับหยดน้ำที่เกาะพราวทั่วผิว กางเกงนอนขายาวถูกหยิบมาสวม ท่อนบนเปลือยเปล่าโชว์แผงอกกว้างที่มีรอยสักประดับไว้ เขาทิ้งตัวลงกับเตียงที่ตั้งเด่นกลางห้อง หยิบหนังสือบนโต๊ะเล็กที่อ่านค้างไว้ขึ้นมาเปิดอีกครั้งหวังว่าเมื่อได้อาบน้ำจนรู้สึกสดชื่นแล้วจะมีสมาธิกับการอ่านยิ่งขึ้นเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงแม้จะเปิดหนังสือไปได้หลายหน้า แต่ข้อความในนั้นกลับไม่เข้าหัวสักนิด ร่างสูงถอดแว่นนวดคลึงขมับเบาๆ พลางถอนหายใจอย่างหงุดหงิดงุ่นง่านตอนนี้ในหัวเขามีแต่จินตนาการแสนเร่าร้อนดุเดือด กลางกายแข็งขืนตุงเป้ากางเกงจนนูนเมื่อคิดถึงร่างเย้ายวนของหญิงสาวที่อยู่ห้องข้างๆเขาไม่ใช่คนบ้าเซ็กซ์อย่างเพื่อนคนอื่น ตั้งแต่โตมาเคยมีสัมพันธ์กับผู้หญิงแค่ 2-3 คนเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดเป็นการจ่ายเงินจ้างแล้วจบ ไม่สานต่อ เขาไม่หมกมุ่นเรื่องทางกาย ทำงาน ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ และหมกตัวอยู่กับสิ่งที่สนใจก็ดึงเวลาในแต่ละวันไปหมดแล้ว แต่ครั้งนี้ดูเหมือนร่างกายเขาจะโหยหามันโอนิกซ์นอนหลับตา สูดหายใจเข้าออกลึกๆ พยายามทำหั
วันต่อมาครืด ครืด ครืด"มีอะไร"น้ำเสียงงัวเงียกรอกเสียงผ่านโทรศัพท์ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกรบกวนการพักผ่อน"นาย รถเตรียมไว้พร้อมแล้วนะครับ""กูจะเข้าบริษัทตอนบ่าย""อ้าว ไหนเมื่อวานนายบอกมีประชุมเช้า""...""เอ่อ...ครับๆ""แค่นี้นะ"ว่าจบร่างสูงก็วางสาย กดปิดเสียงมือถือก่อนจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง ปล่อยให้ลูกน้องปลายสายมึนงง ไม่รู้เพราะเหตุผลใดที่ทำให้คนบ้างานอย่าง โอนิกซ์โดดประชุมสำคัญแบบนี้เขาเพิ่งได้หลับไปตอนรุ่งสาง การใช้แรงตลอดคืนทำให้ค่อนข้างเพลียจนขี้เกียจไปทำงาน เอาไว้ช่วงบ่ายค่อยแวะเข้าไปจัดการเอกสารแทนผ่านไปหลายชั่วโมงแพรวาสะลึมสะลือตื่นขึ้นมามองแสงแดดด้านนอกก็ตาเบิกกว้าง เมื่อรับรู้ว่าเกือบจะเที่ยงแล้ว สะดุ้งเฮือกรีบไปอาบน้ำล้างหน้า หวั่นในใจว่าจะถูกโอนิกซ์ตำหนิที่ละเลยหน้าที่เตรียมอาหารเช้าตั้งแต่วันแรก แต่ก็เป็นเพราะเขานั่นแหละที่รบกวนการพักผ่อนตอนกลางคืนไม่นานแพรวาก็ก้าวลงบันไดอย่างรีบร้อน เพนต์เฮ้าส์กว้างเงียบเชียบ เธอถอนหายใจพรืดใหญ่คาดว่าอีกฝ่ายคงออกไปทำงานแล้ว จึงเปลี่ยนท่าทีเดินช้าๆ ตรงไปยังห้องครัว เตรียมอาหารง่ายๆ รองท้องสำหรับตัวเองเท่านั้นไข่ดา
โกดังสินค้าเสียงพูดคุยหยอกล้อเงียบลง เมื่อบุคคลคนสุดท้ายเปิดเข้ามาในห้องประชุม โดยลีออนแขวะขึ้นเป็นคนแรก"เป็นคนนัดพวกกูมา แต่ตัวเองเสือกมาช้าสุดเนี่ยนะ""..."โอนิกซ์ไม่ได้ใส่ใจคำพูดเพื่อน เลือกทิ้งตัวลงบนโซฟากว้างที่ว่าง"เข้าเรื่องเถอะ กูต้องรีบเข้าร้านด้วย""ร้านมึงไม่หายหรอก ไม่น่าต้องรีบ" วิคเตอร์หันไปแซวไคโร"ใช่ร้านมันไม่หาย แต่น้องมิลินอาจจะหาย ต้องรีบไปเฝ้า"ลีออนและวิคเตอร์หัวเราะร่าเมื่อเห็นไคโรมีอาการหงุดหงิด ก่อนจะหันกลับมาให้ความสนใจเพื่อนผู้เงียบขรึมในที่สุด"แล้วนี่แขนมึงไปโดนอะไรมาว่ะ" ลีออนมาเฟียปากไวเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นร้องทักขึ้น ทำให้สายตาทุกคู่หันมาจ้องที่ท่อนแขนกำยำเป็นตาเดียว"แมวข่วน""..."ทั้งห้องเงียบนิ่งราวกับใบ้ไปชั่วขณะ ต่างมีสีหน้าประหลาดใจกับคำตอบของอีกฝ่าย ไม่ยักรู้ว่าผู้ชายเย็นชาอย่างโอนิกซ์จะมีมุมมุ้งมิ้งน่ารักหยอกล้อกับแมวร่างสูงนั่งนิ่งไม่เผยพิรุธแม้แต่น้อย แต่ในใจกำลังนึกคาดโทษไปยังแมวสาวตัวเล็กในห้องที่ทิ้งรอยเล็บเอาไว้ซะทั่วตัวเขาเลย เพราะแขนนี้เรียกว่ายังน้อยถ้ายังไม่ได้เห็นแผ่นหลังของเขา"อะว่ามา มีอะไรถึงนัดพว
เช้าวันต่อมาโอนิกซ์แต่งกายเรียบร้อยดูสุขุมเช่นเดียวกับทุกวัน นั่งนิ่งมองวิวนอกหน้าต่างรถเป็นระยะขณะรถยนต์เคลื่อนตรงไปยังบริษัทใจกลางเมือง ภายนอกดูนิ่งขรึม สงบเยือกเย็น แต่ภายในกลับอารมณ์ดีแปลกๆ เมื่อคิดถึงฉากเร่าร้อนเมื่อคืนร่างสูงส่ายหัวระอา อุตส่าห์รวบข้อมือเล็กไม่ให้สร้างบาดแผลบนตัวเขาเพิ่มแล้ว แต่ยัยแมวตัวโตกลับกัดเขาแทน!ต้นคอภายใต้ปกเชิ้ตเต็มไปด้วยรอยแดงและรอยฟัน ใครจะเชื่อว่าเลขาแสนเฉิ่มเวลาอยู่บนเตียงจะร้อนแรงไฟลุกได้ขนาดนี้ไทเปลอบมองเจ้านายผ่านกระจกส่องหลัง เมื่อเห็นมาเฟียหนุ่มเดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวถอนหายใจบริษัท JRV LOGISTICSประธานหนุ่มเดินตรงไปยังห้องทำงานโดยมีลูกน้องคนสนิทก้าวตามหลัง ดวงตาเย็นเฉียบใต้กรอบแว่นหรี่ลง เมื่อเห็นหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่งในชุดพนักงานรัดรูปอวดสัดส่วนเย้ายวนอย่างจงใจ ยืนรออยู่หน้าห้องทำงาน เขาตวัดสายตาไปมองคนสนิทข้างกาย แต่อีกฝ่ายก็ส่ายหน้าเตือนสติ"นี่คุณน้ำหนึ่ง จะมาเป็นเลขาชั่วคราวให้นายครับ""สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้ร่วมงานกับประธานนะคะ""..."หญิงสาวฉีกยิ้มหวานส่งสายตาระยิบระยับให้อีกฝ่าย แต่เหมือนชายหนุ่มจะมองเมินมันไป และผลักประตูเข
สถานที่รกร้างเขตนอกเมือง ทั่วบริเวณไร้บ้านเรือนทำให้บรรยากาศเงียบวังเวง แสงพระจันทร์ดวงกลมโตเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยส่องสว่างให้บริเวณนี้ ไม่ไกลกันนั้นมีแม่น้ำสายเล็กไหลเอื่อย สายลมพัดเป็นระยะพอช่วยให้คลายร้อนได้บ้างชายฉกรรจ์สองกลุ่มพร้อมด้วยรถบรรทุกคันใหญ่ กำลังก้มๆ เงยๆ ท่ามกลางความมืด ส่วนรถที่นำของมาลงถูกขับออกไปก่อน ลังไม้ถูกวางไว้บนพื้น เปิดตรวจเช็กสิ่งของภายใน ก่อนจะช่วยกันยกลังไม้ขนาดใหญ่ขึ้นท้ายรถในขณะที่การแลกเปลี่ยนดูเหมือนจะราบรื่น เสียงปืนก็ดังขึ้น สร้างความแตกตื่นให้ทุกคนในบริเวณนั้นทันทีปัง! ปัง!กลุ่มคนร้ายจำนวนมาก วิ่งลงจากรถตู้ตรงเข้าปิดล้อมการซื้อขาย"หยุด! ถ้าพวกมึงไม่อยากตาย ก็อย่าขัดขืน" เสียงทุ้มตะโกนลั่น ใช้ปืนชี้ตรงไปยังฝ่ายตรงข้ามท่าทางข่มขู่ลูกน้องตัวแข็งไม่กล้าต่อต้านเมื่อเห็นจำนวนที่มากกว่า ก่อนที่กลุ่มผู้ร้ายจะใช้ปืนจ่อบังคับให้เร่งขนของขึ้นรถตามแผน และทำการชิงรถไป"พวกมึงเป็นใคร! กล้ามากนะที่เข้ามาวุ่นวาย"ชายร่างสูงที่ดูเหมือนหัวหน้าถามเสียงลอดไรฟัน สายตาดุดันแค้นเคือง"ไม่ต้องเสือก เฮ้ยจับพวกมันมัดเอาไว้"ไม่นานเหล่าลูกน้องของโอนิกซ์ก็ถูกจับมัดรวมก
เพนต์เฮ้าส์โอนิกซ์โอนิกซ์ส่งยิ้มพลางยื่นนิ้วมือไปหาลูกน้อยในอ้อมแขน ซึ่งอัศวินก็หัวเราะร่าพยายามยื่นมือมาคว้ากำนิ้วบิดาเอาไว้ เขาพยายามบีบๆ คลายๆ อยู่หลายครั้ง และมักจะส่งเสียงโต้ตอบบ้างเวลาผู้เป็นพ่อพูดคุยด้วยแม้จะยังไม่รู้ความก็ตามไม่แปลกใจเลยทำไมเพื่อนเขาถึงอยากพาลูกชายตัวเล็กของตนกลับบ้านไปด้วย อัศวินเลี้ยงง่ายและอารมณ์ดี บางครั้งเขาก็มักจะเพลินกับการหยอกล้อกับลูกจนลืมเวลาไป"เล่นพอยังคะตัวเล็ก หม่ามี๊พาไปอาบน้ำดีกว่า""คิก คิก คิก"อัศวินหัวเราะคิกคักขณะดวงตากลมโตบ้องแบ๊วมองมารดาและยิ้มจนตาหยี"กวนปะป๊านานแล้วนะคะ ไปกัน"โอนิกซ์ส่งยิ้มอ่อนโยนให้ภรรยา ประคองทารกให้หญิงสาวรับไปอุ้มต่อ สายตาอบอุ่นสื่อความหมายสบมองกัน แม้ไม่มีคำพูดใดๆ ออกมา แต่ทั้งคู่ก็มีความสุขมากในทุกช่วงเวลาแพรวาอุ้มอัศวินเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ ส่วนโอนิกซ์ก็หยิบโน้ตบุ๊กมานั่งเคลียร์งานที่คั่งค้างต่ออีกนิดหน่อยมุมปากหยักยกยิ้มเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะดังแววออกมาจากห้องน้ำ จนอดใจไม่ไหวต้องวางโน้ตบุ๊กบนตักลงแล้วเดินไปดูสองแม่ลูกแทนแพรวานำอ่างอาบน้ำสำหรับเด็กมาตั้งไว้บนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน
3 เดือนต่อมาบริษัท JRV LOGISTICSประธานหนุ่มเจ้าของบริษัทโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ ก้มอ่านเอกสารร่างสัญญาฉบับใหม่ มือขวาควงปากกา มือซ้ายก็ประคองร่างของลูกชายตัวเล็กโยกกล่อมให้หลับภายในห้องทำงานเต็มไปด้วยอุปกรณ์เลี้ยงเด็ก ทั้งเปลที่นอน และคอกกั้นบุนวมอย่างดี พร้อมตุ๊กตาของเล่นขนาดต่างๆ จนไม่เหลือคราบห้องของประธานบริษัทแม้แต่น้อยแพรวาเปิดประตูเข้ามา หลังจากคลอดลูกน้อยรูปร่างเธอก็กลับสู่สภาพเดิมอย่างรวดเร็ว แทบจะดูไม่ออกว่าเคยผ่านการตั้งครรภ์มาก่อนใบหน้าสวยดูเปล่งประกายความงามชัดเจน ผิวขาวเนียนตัดกับเส้นผมสีดำสนิทยาวจรดแผ่นหลัง เธอสวมชุดเสื้อสูทสีครีมคู่กับกระโปรงเอวสูงสีเดียวกัน ราศีภรรยาประธานบริษัทจับทุกระเบียบนิ้วมุมปากที่ทาทับด้วยลิปสติกสีนู้ดยกยิ้มขึ้น จรดฝีเท้าเงียบเชียบไม่ให้รบกวนการนอนหลับของลูกน้อยโอนิกซ์เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร สายตาใต้กรอบแว่นดูอ่อนโยนเมื่อมองผู้มาใหม่ วางปากกาในมือลง"นี่เอกสารประชุมอาทิตย์หน้าค่ะ""เหนื่อยไหมครับ""นิกซ์ต่างหาก วินดื้อไหมเอ่ย""เล่นเสร็จ เพิ่งหลับไปเมื่อกี้"สายตาอ่อนโยนมองใบหน้าหลับใหลของลูกชายที่ถอดแบบมาจากเขาแทบจะพิมพ์เดียวกัน ยก
2 เดือนต่อมาโรงพยาบาลแพรวานั่งๆ นอนๆ อยู่แต่บนเตียงคนไข้ โอนิกซ์ย้ายเธอมาที่โรงพยาบาลได้สองวันแล้วเพื่อรอวันคลอด ตอนนี้แพรวายังไม่ค่อยรู้สึกตื่นเต้นเท่าไร ต่างจากคนเป็นสามีที่ดูตื่นตัวพร้อมทุกสถานการณ์ เขาจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับทารกแรกเกิดไว้พร้อมสรรพ รวมถึงจัดการออกแบบตกแต่งห้องนอนรับแขกเก่าที่แพรวาเคยนอนเป็นห้องเด็กอ่อน แม้ลูกยังต้องนอนห้องเดียวกับพวกเขาอีกหลายปีก็ตามท้องเธอโตเสียแทบเดินไม่ไหว จะลุกจะนั่งต้องมีโอนิกซ์คอยช่วยพยุงวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ห้องพักของเธอครึกครื้น"พี่วาเอาแอปเปิลไหม คลีปอกให้" คลีโอและลีโอหอบกระเช้าผลไม้มาเยี่ยมว่าที่คุณแม่ตั้งแต่เช้า"ได้จ้ะ ขอบคุณนะ""ค่า เดี๋ยวคลีไปล้างก่อน"คลีโอเดินไปยังส่วนครัวของห้องพักซึ่งไม่ต่างจากโรงแรมดีๆ มีอุปกรณ์ช่วยอำนวยความสะดวกครบครัน แถมยังมีแยกโซนสำหรับคนไข้และญาติเวลามาเยี่ยมไว้ด้วย ห้องรับแขกก็กว้างขวาง แบ่งเป็นสัดส่วนจึงไม่รบกวนการพักผ่อนของคนไข้"ปอกเป็นเหรอไง เอามีดมานี่ พี่ทำเอง" ลีโอที่แทบทนดูไม่ไหว ดึงมีดคมออกจากมือแฟนสาว และดันตัวเธอไปข้างๆ ก่อนจะจัดการแอปเปิลสีแดงด้วยตัวเองชายหนุ่มจัดการป
ย่านใจกลางเมืองเหล่ามาเฟียสี่คน ยืนหน้าเครียดมองประตูร้านขนมหวานด้วยความไม่แน่ใจ ก่อนจะหันกลับมามองเพื่อนที่เป็นคนเสนอความคิด"เอาจริงดิ พาพวกกูมาคุยงานในร้านขนมเนี่ยนะ" ลีออนเอ่ยขึ้นมาอย่างอดไม่ได้"แล้วยังไง""ดูหน้าแต่ละคนก่อน แล้วค่อยถามว่ายังไง""มึงก็รู้กูห่างเมียนานไม่ได้ มันปวดหัวอยากจะอ้วก ถ้าอยากคุยงานก็คุยที่นี่" โอนิกซ์ตอบกลับเสียงเรียบ ก่อนจะจูงมือภรรยาสาวที่ท้องโตเข้าไปในร้านเป็นคนแรก"แน่ใจเหรอวะ" ลีออนหันมาขอความเห็นจากเพื่อนที่เหลือ ซึ่งวิคเตอร์ก็ทำได้เพียงถอนหายใจ ส่วนไคโรและลีโอก็ส่ายหน้าไม่ได้ตอบคำถาม และพาแฟนตัวเองเข้าไปในร้านด้วยเช่นกัน"เชี่ย พวกกูสองคนมาทำห่าอะไรเนี่ย นึกว่านัดเดทคู่""กูยอมให้มึงควงได้วันหนึ่ง แต่ถ้าเริ่มลวนลามกูเมื่อไร กูถีบมึงแน่""ถุย! กูเนี่ยนะ จะลวนลามมึง พูดจาน่าถูกกระสุนฝังหัวจริงๆ""หึ"วิคเตอร์ทำเพียงแค่แค่นหัวเราะ และเดินตามคนอื่นเข้าไปในร้าน สุดท้ายเพื่อนผู้เรื่องมากก็หมดข้อโต้แย้ง ยืนกระฟัดกระเฟียดอยู่ครู่หนึ่งก็ยอมตามเข้ามาโอนิกซ์แยกโต๊ะระหว่างกลุ่มสาวๆ ในนั่งริมหน้าต่างร้าน ส่วนกลุ่มเขาแยกมาอีกโต๊ะก่อ
คฤหาสน์ตระกูลโอนิกซ์แพรวาคลี่ยิ้มละลายใจ ขณะผลักร่างสูงของผู้เป็นสามีลงบนเตียงกว้างในห้องนอนของเขา โอนิกซ์หอบหายใจเข้าออกหนักหน่วงด้วยความตื่นเต้น เฝ้ามองหญิงสาวค่อยๆ คลานขึ้นมาคร่อมร่างด้วยท่าทางยั่วเย้าชวนคลั่งคอเสื้อเว้าลงมา จนสามารถมองเห็นเนื้อนุ่มคู่สวยใต้ชุดเดรสน้ำเงิน ความกระสันทำช่วงล่างปวดหนึบ ดุนดันเป้ากางเกงขึ้นเป็นลำคนตัวเล็กยกยิ้มอย่างคนมีอำนาจเหนือกว่า มือน้อยลูบไล้ลำกายแข็งขืนผ่านกางเกง เฝ้ามองคนข้างใต้พยายามบดเบียดช่วงล่างเข้าหามือเธอ"จะให้รางวัลอะไรนิกซ์ครับ" เขาถามเสียงกระเส่า ความรู้สึกตื่นตัววูบหวิวทรมานเหมือนตนกำลังโดนทำโทษมากกว่า"รอดูสิคะ ใจร้อนจัง""อ่า เมียขี้ยั่วจัง"มือซุกซนเริ่มทำการปลดตะขอกางเกงพร้อมดึงมันลง โอนิกซ์ก็ยกสะโพกช่วยให้เธอจัดการกับกางเกงเกะกะโดยง่าย ท่อนเอ็นร้อนแข็งแทบชี้หน้า แต่ก็ยังมี บ็อกเซอร์อีกตัวปกปิดเอาไว้แพรวานั่งคุกเข่าอยู่กลางหว่างขา ใช้มือสัมผัสความใหญ่โตผ่านเนื้อผ้าอย่างยั่วยวนใจเย็น แต่คนที่นอนหอบหายใจกลับจะเป็นฝ่ายทนไม่ไหวเสียเอง รูดชั้นในลง โยนทิ้งออกไปในที่สุดท่อนเอ็นใหญ่ขนาดเท่าข้อมือหญิงสาวปรากฏสู่สาย
หลังมื้ออาหารจบลง งานประมูลสินค้าเพื่อร่วมบริจาคเงินให้แก่เด็กด้อยโอกาสจึงเริ่มขึ้น แขกที่มาร่วมงานทยอยเดินไปยังโซนหน้าเวทีโอนิกซ์โอบเอวภรรยาคนสวยไว้ตลอดทาง ระมัดระวังทุกย่างก้าวจนเธอนั่งลงข้างไปรยาเรียบร้อย เขาจึงนั่งขนาบข้าง ไม่นานไฟในห้องจัดเลี้ยงก็ถูกหรี่ลง พร้อมเสียงพิธีกรดำเนินงานดังขึ้น"สวัสดีครับ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่งานประมูลเพื่อการกุศลครั้งที่ 4 รายได้จากการประมูลทั้งหมด หลักหักค่าใช้จ่ายแล้วจะนำไปช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสยังพื้นที่ห่างไกล ของที่นำมาร่วมประมูลในวันนี้มีมูลค่ารวมกันเกือบ 50 ล้านบาทเลยทีเดียว ขอให้ทุกท่านสนุกไปกับงานในครั้งนี้นะครับ"แขกที่มาร่วมงานต่างปรบมือเสียงดัง ตื่นเต้นที่จะได้ชมของล้ำค่ามากมาย และยังได้โอกาสอวดบารมีและเงินในบัญชีให้คนอื่นรับรู้ด้วย"ของชิ้นแรก เปิดกันมาด้วยแจกันเครื่องลายครามจากราชวงศ์ชิง ของประเทศจีนโบราณ พร้อมใบรับประกัน ขอเปิดการประมูลที่ หนึ่งล้านบาทครับ"เมื่อพิธีกรให้สัญญา ผู้ร่วมงานก็ชูป้ายขานราคากันอย่างสนุกสนาน แพรวาตกใจกับราคาที่สูงลิ่วของของแต่ละอย่าง ความคิดที่อยากจะร่วมงานเพื่อช่วยเหลือเด็กน้อยต้องถูกหยุดไว้ชั่วคร
ครืด ครืด ครืดโอนิกซ์ล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมา ก็ต้องขมวดคิ้ว เมื่อเห็นชื่อมารดาปรากฏที่หน้าจอ ก่อนจะต้องกดรับสายอย่างไม่มีทางเลือก(ลูก วันนี้อย่าลืมมางานเลี้ยงการกุศลที่โรงแรม คาเรน ฮิลล์ นะ)"ผมบอกตอนไหนว่าจะไปครับ"(ไม่ต้องบอก เพราะแม่ไม่ให้ทางเลือกจ๊ะ)"วาเขาเหนื่อย แม่ยังจะให้ลูกสะใภ้ไปเดินร่อนในงานอีกเหรอครับ"(หนูวาโอเค เธอรับปากแม่เมื่อวานเรียบร้อยจ้า แต่งตัวมาหล่อๆ สวยๆ แล้วเจอกัน 1 ทุ่ม รักลูกจ้า)"เดี๋ยว! แม่ครับ"โอนิกซ์ร้องเรียกมารดาเสียงดัง แต่คุณหญิงไปรยาก็ไม่อยู่รอฟังคำบ่นจากปากลูกชาย กดวางสายไปเสียก่อน โอนิกซ์จึงทำได้เพียงถอนหายใจ"วาไปรับปากแม่เหรอ ว่าจะไปงานเลี้ยงอะไรนั่น""ค่ะ คุณแม่โทรหาเมื่อวาน อยากให้เราสองคนไปร่วมงานด้วย""เฮ้อออ~ วาน่าจะปฏิเสธไป งานพวกนี้น่าเบื่อจะตาย ทำวาเหนื่อยเปล่าๆ""ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณแม่บอกเป็นงานประมูลเพื่อนำเงินช่วยเหลือไปมอบให้เด็กด้อยโอกาส เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ถ้าวาช่วยได้ก็อยากจะช่วย" หญิงสาวอธิบายเพิ่มทำให้ผู้เป็นสามีหมดทางแย้งดูเหมือนมารดาจะจับทางถูก เข้าหาแพรวาก่อนเพื่อมัดมือชกให้เขาเข้าร่วมงานไปด้วย"เอาเถอะ
หลายวันต่อมาบริษัท JRV LOGISTICSภาพประธานหนุ่มแสนหล่อเหลาโอบประคองเอวบางของสาวสวยผมดำประบ่าเดินเคียงคู่กันเข้ามาในบริษัท สร้างความแตกตื่นให้กับเหล่าพนักงานเป็นอย่างมาก ทุกคนต่างพยายามแย่งกันชะโงกดูใบหน้าหญิงสาวผู้โชคดีว่าเธอคือใครโอนิกซ์ไม่ได้เข้าบริษัทมาหลายเดือน แต่เมื่อกลับมาอีกทีก็พกสาวสวยมาด้วย จึงเป็นที่สนใจใคร่รู้ของพนักงานทุกคน"ใครอ่าแก สวยจังเลย""แฟนประธานหรือเปล่า ใช่คนเดียวกับที่มีคนเคยไปเจอไหม""ฉันว่าฉันคุ้นๆ หน้าผู้หญิงนะ เหมือนเคยเห็นที่ไหน ใช่ดารา นางแบบหรือเปล่า""แกดูที่เขามองกันสิ ขนาดยืนอยู่ตรงนี้ยังเห็นประกายความรักเลย""เฮอะ จะอยู่ได้นานแค่ไหน คนก่อนก็โผล่มาแป๊บเดียว ก็หายไปแล้ว""ยัยนี่! ประธานเราไม่ค่อยวุ่นวายกับผู้หญิงก็รู้กันอยู่ ฉันว่าคนนี้จริงจัง"เสียงซุบซิบแสดงความเห็นของกลุ่มพนักงานดังขึ้น หลังจากทั้งคู่ผ่านบริเวณนั้นไปแล้ว แม้จะอยากรู้ใจแทบขาด ว่าหญิงสาวคนนั้นคือใคร แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปถาม ได้แต่คาดเดากันไปต่างๆ นานาทั้งสองขึ้นลิฟต์ตรงไปยังชั้นบนสุดของตึกสำนักงานหรู เพียงออหญิงสาววัยกลางคนลุกขึ้นจากโต๊ะด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลนเมื่อเห็นสองหนุ
ทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดลง ริมฝีปากนุ่มทั้งสองก็พุ่งเข้ามาหากัน ชายหนุ่มรวบร่างเล็กเข้ามาในอ้อมกอด บดจูบร้อนแรงใส่เธอไม่หยุดหย่อน แพรวาก็ไม่น้อยหน้า ท่อนแขนเล็กโอบลำคอหนา เผยอริมฝีปากตอบกลับอย่างเร่าร้อนดุเดือดฝ่ามือร้อนไล่ตามแผ่นหลังลงไปบีบขยำสะโพกกลมกลึงของเธอหนักหน่วง พร้อมบดเบียดแก่นกายร้อนผ่าวที่แข็งดุนกางเกงออกมาเป็นลำชิดกายสาวเรียวลิ้นเปียกชื้นกระหวัดเกี่ยวพันสลับบดจูบดูดเม้ม ส่งผลให้น้ำลายสีใสไหลเลอะมุมปาก แต่อารมณ์ปรารถนาที่พุ่งสูงทำให้สองหนุ่มสาวที่ตกอยู่ในห้วงตัณหาไม่ได้ใส่ใจมันสักนิดติ๊ง~เสียงลิฟต์ดังขึ้นเมื่อถึงชั้นเป้าหมาย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ทั้งคู่ยอมแยกจากกัน โอนิกซ์ดึงคนตัวเล็กออกมาโดยที่ริมฝีปากทั้งคู่ไม่ละห่างกันแม้เพียงเสี้ยววิมือน้อยสอดเข้าไปขยุ้มกลุ่มเส้นผมดกหนา แทรกลิ้นเข้าไปโพรงปากคนตัวสูง ดูดดุนปลายลิ้นสาก พลางลากมืออีกข้างสัมผัสกล้ามหน้าอกแกร่งใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มโอนิกซ์เหลือบตามองหมายเลขห้อง โชคดีที่ทั้งชั้นมีเพียงไม่กี่ห้องจึงไม่มีลูกค้าอื่นสัญจรเดินผ่านไปมาขัดจังหวะคนทั้งคู่คีย์การ์ดสีขาวในกระเป๋าเสื้อถูกล้วงออกมา แตะเข้าที่แผงวงจรประตูก็ได