แชร์

บทที่ 5 พร่าผลาญใจ03

ผู้เขียน: r.mustang
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-04-04 19:00:56

“ช่วยดูแลป่าน”

นั่นอาจจะไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริง

บนโครงหน้าของคนฟังปรากฏรอยยิ้มอย่างสะใจ เพราะมันแสดงว่าปวริศามีค่าเพียงเท่าใด หล่อนพึงพอใจที่สุดหากลูกชายจะเกลียดและทำให้ปวริศานั้นเจ็บเหมือนที่เธอได้ประสบมา

“ยังไงแม่ก็ไม่ยอมรับ ไม่มีใครเหมาะกับธรเท่าหนูนิอีกแล้ว”จีบปากจีบคอพูดและมองยังคนที่ช่วยประคองหล่อนในตอนนี้ สายตามีความเอ็นดู ทว่าหนึ่งในนั้นก็คือความละโมบแทรกอยู่ด้วย

“เธอไม่เหมาะกับผม เพราะผมไม่ได้รักเธอ”

ประโยคแรกทำเอาคุณิตาหน้าชา ประโยคต่อมานั้นยิ่งกว่า ไม่ต่างจากถูกลากไปตบกลางสี่แยก เพราะทั้งรู้สึกเจ็บและอายจนอยากจะวิ่งหนี

“ถอยเถอะ ถ้าไม่อยากลงข่าวว่าแย่งสามีคนอื่น”

“ธร”

ภคนันท์เรียกชื่อลูกเสียงเขียวด้วยความไม่พอใจ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความกรุ่นโกรธ

“จะให้ผมไปส่งไหมครับ”

“ธรไล่แม่” ผู้เป็นแม่ช้อนสายตามองอย่างตัดพ้อและน้อยใจ

“แม่ควรพักผ่อน ผมก็ด้วย” คนพูดไม่ได้ปฏิเสธ แต่ที่ทำเพราะอยากจะจบปัญหา

“นิพาคุณแม่กลับได้ค่ะ” คุณิตาพูดเสียงสั่น เธอมีความรู้สึกไม่ต่างจากภคนันท์ หล่อนทั้งน้อยใจและโกรธในเวลาเดียวกัน ตลอดมาเฝ้าหวังจะให้พี่ชายคนนี้ปรายตามามองกันบ้าง แต่ก็ไม่เคยมีสักครั้ง

“งั้นฝากด้วย”

พูดจบก็เดินไปอย่างไม่มีเยื่อใยกับหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน

ปล่อยให้คุณิตาน้ำตาแทบเล็ด ส่วนภคนันท์รีบปลอบฉับไวและถึงแม้ว่าวันนี้หล่อนจะถอยทัพ แต่เชื่อเถอะว่าเรื่องนี้เธอไม่มีทางให้มันจบลงแบบนี้แน่

เวลาประมาณยี่สิบเอ็ดนาฬิกา ก๊อก ๆ ๆ

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นสามครั้ง ทำให้เจ้าของห้องผละจากการพับเสื้อผ้าที่เพิ่งเสร็จจากการรีดแล้วเดินไปเปิดประตูนั้น พอได้เห็นว่าใครคือคนที่มาหน้าห้อง ปวริศาก็คอตก

นี่ดึกป่านนี้แล้ว เขายังจะตั้งใจทำลายความรู้สึกกันอีกหรือ แต่จะไม่เปิดออกไปเผชิญหน้า หล่อนก็เชื่อเช่นกันว่าสุดท้ายเขาก็จะหาทางเข้ามาจนได้

ร่างบอบบางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วเปิดประตูไปประจันหน้ากับเจ้าของบ้าน

ภาธรกลับยังไม่ยอมพูด เขาเงียบมาร่วมสามนาทีแล้ว หญิงสาวสงสัย แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่เขาทำให้ใจของหญิงสาวเรรวนอย่างหวั่นเกรง

นั่นคือการแย้มยิ้มบนใบหน้า แถมต่อจากนั้นภาธรยังเดินรุกเข้ามาหาจนหญิงสาวถอยเท้าหนี ก่อนประโยคร้ายๆจะหลุดออกมา

“นอนด้วยสิ คืนนี้ป่านไม่สะดวก”

คนฟังเม้มปากขณะที่ใจเริ่มสะท้าน เนื่องจากไม่คิดเลยว่าเขาจะร้ายได้ถึงขนาดนี้

“จะเหยียบหัวใจหวานไปถึงไหน จะเลวแบบนี้จริงๆใช่ไหมคะ”

“อื้ม มาดนี้ก็สนุกดีนี่” บุรุษตัวโตตอบอย่างไม่แคร์อะไร

คำตัดพ้อและความเสียใจผุดขึ้นมาในหัวสมองมากมาย แต่ปวริศาก็เลือกที่จะไม่พูดมันออกไป เพราะคงไม่เข้าไปถึงจิตสำนึกของคนตรงหน้า แถมในตอนนี้หัวใจดวงนั้นคงกลายเป็นหินไปแล้วกระมัง จึงกล้าพูดแบบนี้

“เห็นใจคุณป่านเธอเถอะค่ะ ไม่งั้นเห็นใจหวานก็ยังดี” ท้ายประโยคนี้มีน้ำเสียงขอร้องปะปน

“ก็เห็นใจอยู่นี่ กลัวจะเหงา” ภาธรพูดไปก็เดินรุกเข้าไปเรื่อยๆกระทั่งปวริศาจนมุม หลังไปติดกับผนังของห้องเรียบร้อยแล้ว เจ้าหล่อนยกมือขึ้นมาผลักอกกว้างทว่ามันกลับไม่สัมฤทธิผล ซ้ำมือที่ผลักยังถูกเขารวบขึ้นติดกับกำแพง

“หวานไม่เหงา หวานอยู่คนเดียวได้” หญิงสาวบอกเสียงแข็งและเชิดหน้าสู้กับเขา ถึงการต่อต้านจะไม่เป็นผล แต่จะไม่ให้เขารู้ว่ากำลังกลัวหรือว่าเจ็บปวดแน่

ภาธรร้องเฮอะออกจากลำคอ ก่อนจะพูดสวนตอบโต้

“น่าจะทำตั้งแต่สองปีที่แล้ว”

จากนั้นดวงหน้าของหญิงสาวก็ต้องเศร้าและเจือนลงอย่างรู้ซึ้งถึงความผิดนั่น

“พรุ่งนี้ไปทำงานพร้อมฉัน ถ้าไม่ทำ…เขาจะรู้”

ชายหนุ่มคิดว่าคนตรงหน้ารู้ดีว่าตนหมายถึงสรวิศ คนที่ปวริศาเทิดทูนนักหนา พลางผละออกห่างและเดินกลับออกมามุ่งไปยังห้องที่เป็นที่พักกายพักใจของตัวเองมาหลายคืน ซึ่งในนั้นก็มีเขาเพียงผู้เดียว

ปล่อยให้ปวริศาหวนนึกไปถึงอดีต เพราะมันถูกต้องตามคำพูดของชายหนุ่ม หากเมื่อสองปีที่แล้วเธอเข้มแข็งและมั่นคงในความถูกต้องมากกว่านี้ เรื่องราวต่างๆ ที่วุ่นวายอยู่ในตอนนี้ก็อาจไม่เกิดขึ้น มาติกาก็ไม่ต้องทุกข์ และเขาก็คงจะได้ลงเอยกับคนที่รัก

เผลอๆ ป่านนี้ก็คงจะมีลูกที่น่ารักด้วยกันไปแล้ว

เพราะฉะนั้นคนผิดคือเธอผิดที่ให้คำว่าบุญคุณมาอยู่เหนือความถูกต้อง และไม่เข้มแข็งพอที่จะปฏิเสธความต้องการของผู้มีพระคุณ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทที่เกี่ยวข้อง

  • เจ้าสาวในรอยชัง   บทนำ

    บทนำ “พรุ่งนี้แล้วสินะที่ฉันจะหลุดพันธะนี้”เจ้าของเสียงอย่างภาธรก้าวเข้ามายืนอยู่ข้างกายคนที่พูดด้วย ซึ่งนั่นก็คือ ปวริศา ภรรยาที่ได้มาด้วยความไม่เต็มใจหญิงสาวเม้มปากแน่น พร้อมกับต้องกลั้นน้ำตาเอาไว้ หล่อนรู้ถึงสิ่งที่ภาธรกำลังจะบอกดี ในเมื่อวันพรุ่งนี้คือ วันที่เขาและเธอจะหย่าขาดจากกันปวริศาเหลือบมองใบหน้าของคนพูด ก่อนก้อนสะอื้นจะวิ่งมาจุกอยู่ที่คอ เพราะทั้งน้ำเสียงและแววตาของภาธร มันสื่อได้ว่าเขาดีใจที่ได้เปลี่ยนสถานะเป็นวิวาห์ร้างไม่ได้มีความลังเลอยู่เลยสักนิดหญิงสาวยกยิ้มอย่างชอกช้ำ และเจ็บไม่ต่างจากมีฝูงมดมารุมกัดกิน ก่อนจะตอบเสียงสั่น“ค่ะ”“ยังอยากจะทำหน้าที่เมียอีกไหม ฉันจะได้ทนทำให้คืนนี้” พูดจบก็มีรอยยิ้มจางๆ ปรากฏที่มุมปาก พร้อมกับสายตาเบนไปที่เตียงหญิงสาวส่ายศีรษะปฏิเสธพร้อมกัดปากแน่นกว่าเดิมจนรู้สึกได้ถึงความเจ็บ นั่นคงไม่ได้เจ็บมากไปกว่าหัวใจซึ่งบีบรัดตัวอย่างรุนแรง เพราะรู้ว่าเขากำลังสื่อถึงอะไร ทั้งแววตาและน้ำเสียงมันมีแต่ความเหยียดหยาม“ทำไมล่ะ ไม่ชอบหรือ หน้าที่นั้น”“คุณธรอย่าใจร้ายกับหวานสักวันจะได้ไหมคะ”“ใจร้าย…ฉันเคยทำแบบนั้นหรือหวาน…” ไม่เพียงพูดน้ำเสีย

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-03-19
  • เจ้าสาวในรอยชัง   บทที่ 1 แสนชัง

    บทที่ 1แสนชัง“ลาออก?”หลังจากอ่านรายละเอียดในจดหมายที่ถูกยื่นมาจากมือของปวริศา ภาธรก็ร้องถามและเลิกคิ้วขึ้น สีหน้าไม่ได้ดูตระหนกตกใจราวกับคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้ต้องเกิดขึ้น“ค่ะ”“ไม่อยากอยู่ข้างฉันแล้วหรือหวาน” ชายหนุ่มถามอีกประโยคก่อนจะลอบยิ้มออกมา แววตาคมกริบฉายความร้าย“อีกไม่นานคนของคุณจะมาเริ่มงาน”เสียงสั่นตอบไปตามจริงและรู้ว่าชายหนุ่มรู้ถึงสิ่งที่หล่อนจะหมายถึง หญิงสาวไม่อยากอยู่ใกล้ให้ใจเจ็บ เพราะการถูกแทนที่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครจะทำใจได้ในเร็ววัน และการถอยห่างให้เขามีความสุขมันก็ถูกต้องแล้วที่สำคัญไม่คิดจะเรียกร้องอะไรจากชายหนุ่ม แม้กระทั่งหัวใจ เพราะรู้ว่าแม้ข้างๆ ใจของเขาก็ไม่ได้มีไว้ให้“กลัวจะบาดใจ?”ปวริศาเงียบ เพราะเขาพูดถูกเธอกลัวจะทนรั้งใจให้ไม่อิจฉาไม่ไหวตลอดสองปีที่อยู่ข้างเขาได้รับความเย็นชาและเงียบขรึม มันว่าเจ็บมากแล้ว ยิ่งตอนนี้ไร้สถานะ มันคงไม่ต่างจากไร้ตัวตน คงเหมือนมีมีดมาปักกลางอก“ฉันอนุมัติให้ไม่ได้หรอก แล้วใครจะสอนงานคนของฉันล่ะ”“หวานรู้ว่าคุณธรไม่ได้อยากให้หวานสอนงาน แต่จะทำให้หวานเจ็บ” หล่อนสบตาคู่คมกริบเพราะอยากมองให้เห็นถึงความจริงพานใ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-03-19
  • เจ้าสาวในรอยชัง   บทที่ 1 แสนชัง02

    เสียงที่หลุดออกมาจากริมปากหยักได้รูป ทำให้ภาธรกระตุกยิ้มอย่างได้ใจไม่นานอาภรณ์ที่อยู่บนตัวของปวริศาก็ค่อยๆหลุดออกมาจากตัวทีละชิ้น แม้จะต่อต้าน ก็ไม่เคยทำได้สำเร็จครั้งนี้ก็เหมือนกัน เธอดันไหล่กว้างให้ออกห่าง กลับถูกแนบชิดมากกว่าเก่าเสียงจากริมฝีปากเล็กถูกปล่อยออกมาไม่หยุด ไม่ต่างจากภาธรที่หลุดคำรามออกมาเสียงต่ำเมื่อได้เข้าชิดจนเป็นหนึ่งการแสดงออกของเขามันเร่าร้อนราวกับต้องการเผาร่างเล็กให้ไหม้เป็นจุณ สะโพกยังขยับเคลื่อนไหวอยู่ตลอด มันร้ายยิ่งกว่าพายุทอร์นาโด หยาดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้าของคนทั้งคู่ถึงมันจะอบอวลด้วยความหอมหวานในบางขณะ แต่บางครั้งก็อยากจะร้องไห้ เนื่องจากบทรักของเขามันร้าย ที่สำคัญมันดึงศักดิ์ศรีของหล่อนให้พังพินาศลงไปหมดในวินาทีนี้ความเสียใจจึงคืบคลานเข้าหาและปวริศาไม่รู้ว่าพายุลูกนี้จะจบลงอย่างไรกว่าเปลือกตาบางจะกะพริบถี่และเปิดขึ้นก็เป็นช่วงสายของเช้าวันใหม่ ในห้องนี้เหลือไว้แต่ความมืดเพราะม่านสีทึบยังถูกปิดและทิ้งกลิ่นจางๆของควันบุหรี่ ซึ่งคงมาจากเขา“ฮึก…”ปวริศาริมฝีปากสั่นระริกอย่างคนพ่ายแพ้ น้ำตาที่เหือดแห้งไปมันกลับมาอีกหน ครั้งนี้หนักกว่าเก่า เพราะในครั้

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-03-19
  • เจ้าสาวในรอยชัง   บทที่ 1 แสนชัง03

    ดวงตาของปวริศาฉายแววตัดพ้อ แต่ก็ไม่ได้หันกลับไป เพราะมันคงไม่สามารถแทงทะลุทะลวงเข้าไปข้างในใจของภาธรได้ ปวริศาเลือกที่จะเดินต่อไปแถมยังก้าวเร็วๆภาธรกดยิ้มร้ายก่อนจะหมุนตัวกลับไปมองยังนอกหน้าต่างอีกหน พร้อมความเครียดที่ผ่านเข้ามาในหัวให้ต้องคิดทบทวนอีกรอบถึงแม้ภาธรจะยอมรับข้อตกลงแล้ว ปวริศาก็ยังอดกังวลไม่ได้ เนื่องจากกลัวว่าเขาจะไม่มา หญิงสาวมาชะเง้อคอยที่หน้าบ้าน ในตอนนี้อาหารทุกอย่างได้ปรุงเสร็จอย่างเรียบร้อยแล้วรอยยิ้มบางๆผุดขึ้นเมื่อเห็นเขาก้าวเข้ามาในบ้านแล้ว ยอมรับว่าโล่งใจเป็นที่สุด แต่มันก็เป็นแค่เปลาะแรกเท่านั้น“ทำไมวันนี้ไม่รับโทรศัพท์พ่อเลยเจ้าธร”ใบหน้าของสรวิศมีรอยยิ้มขณะเข้าไปทักทายลูกชาย แม้ประโยคที่ถามจะน้อยใจ มันก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะรู้ดีว่าเขาไม่มีสิทธิ์ จากความสัมพันธ์พ่อและลูกที่ไม่ได้คืบหน้าภาธรไม่ตอบได้แต่วางสีหน้าเรียบเฉยด้วยไม่อยากให้สถานการณ์ตึงเครียด ผู้เป็นพ่อจึงหยุดการซักถาม “ไปกินข้าวกันเถอะ วันนี้หนูหวานทำของโปรดของแกไว้ให้”บทสนทนาบนโต๊ะอาหารมีไม่มากนัก ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสรวิศที่พูดอยู่คนเดียว มีภาธรขานรับในบางคำถามเท่านั้นส่วนปวริศาก็ภาวนา

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-03-19
  • เจ้าสาวในรอยชัง   บทที่ 2 เงา

    “มีอะไรมาแลกเปลี่ยนล่ะ หัวใจเธอไม่เอาแล้วนะ มันไม่มีราคา” ถ้อยคำนี้ยิ่งกว่ามีคนเอาค้อนมาทุบศีรษะเสียอีก เขากำลังเปรียบว่าหัวใจเธอไร้ค่าสินะ“อยากได้อะไร หวานให้หมด”ภาธรนึกขันยิ่งนัก การยื้อเวลามันเปล่าประโยชน์ บุรุษตัวโตถอยห่างโดยไม่ได้ตอบอะไร พร้อมนึกสนุกกับสิ่งที่ร่างบางคิดจะทำเมื่อถึงเวลากลับ สรวิศก็เดินมาส่งลูกชายถึงหน้าบ้าน“ถ้าเป็นเยอะไปหาหมอนะเจ้าธร อย่าปล่อยไว้” ถึงจะวางสีหน้าเรียบ ครั้งนี้ภาธรขานรับ“ครับ”แล้วคนสูงอายุที่สุดก็หันไปหาลูกสะใภ้“หนูหวานจะอยู่ค้างที่นี่หรือ” เพราะแทนที่จะไปยืนข้างลูกชาย เจ้าหล่อนกลับมายืนข้างๆเขาแทนเหมือนมายืนส่ง“ค่ะ”“ไม่ต้องอยู่เป็นเพื่อนลุงหรอก กลับไปดูแลเจ้าธรที่บ้านเถอะ”ถึงอยากจะแย้ง ทว่าดูจากสถานการณ์แล้วทำตามคงดีที่สุด เพื่อไม่ให้ท่านสงสัยได้ หญิงสาวเดินตามภาธรมาขึ้นรถและนั่งเงียบจนใกล้จะถึงที่หล่อนต้องการลง“หวานจะขอลงตรงปากซอย” เพราะตอนนี้ไม่ได้อาศัยอยู่ที่บ้านหลังนั้นอีกแล้ว ที่สำคัญมันก็ไม่มีเหตุผลให้ต้องทนนั่งอึดอัดไปตลอดทาง และเธอก็ไม่อยากให้เขารู้ที่อยู่ปัจจุบันด้วย“ไม่อยากจะกลับบ้านฉันแล้วหรือ…ไปทำหน้าที่ที่พ่อฉันอยากให้ทำ”“

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-03-27
  • เจ้าสาวในรอยชัง   บทที่2เงา 02

    “เสร็จแล้วก็กลับไป”แทนที่ได้รับเอกสารนั้นคืนแล้วจะกลับ ปวริศากลับยังไม่ยอมขยับเท้า ตอนนี้เขาต้องการจะล้มตัวลงนอนเป็นที่สุด เพราะใกล้จะพยุงตัวเองไม่ได้แล้วที่ปวริศายังไม่ไป เพราะใจเจ้ากรรมดันอยากจะถามถึงอาการเขาเสียงนั้นก็ต้องกลืนหายไปในลำคอเพราะมีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมา ทำเอาใจเซล้ม“ใครมาหรือคะธร”“พนักงานเอาเอกสารมาให้เซ็นครับ” ถึงภาธรจะไม่เอ่ยชื่อ เสียงที่หวานปานระฆังแก้วแบบนี้หล่อนจำได้แม่นว่าคือ มาติกา…อดีตคนที่เขารักและคงยังรักจนถึงปัจจุบันเนื้อตัวและหัวใจของหญิงสาวชาไปทั่ว พร้อมกับคำสบถที่ก่อขึ้นในใจ เธอยังเจ็บไม่จำ อยากจะไปห่วงหาเขาทั้งที่เขาไม่เคยต้องการ เธอมันโง่เองไม่ได้เจ็บแค่นั้น สถานะที่เขาให้ก็เจ็บไม่แพ้กัน พนักงานส่งเอกสารหรือ...“หรืออยากจะเข้ามา” ไม่พูดเปล่า ภาธรยังคว้าข้อมือเล็กทำท่าจะดึงให้เข้าห้อง สีหน้าแววตาของเขาดูกรุ้มกรุ่มด้วยความร้ายอย่างไม่อาจจะคาดเดาได้“หวานไม่เข้า”หล่อนสะบัดมือออกแล้วรีบเดินหนี เธอก้าวไปให้ไว้ที่สุดและทันทีที่พ้นจากสายตาเขา หญิงสาวก็เกือบจะทรงตัวไม่อยู่เจ้าหล่อนก็สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วบอกตัวเองว่าอย่าให้เขาชนะ เพราะรู้ว่าบุรุษใจร้ายต้อง

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-03-27
  • เจ้าสาวในรอยชัง   บทที่2เงา 03

    “ในเมื่อเลือกจะทำให้หวานเจ็บแล้ว ก็ช่วยดูแลตัวเองดีๆ หน่อยได้ไหมคะ”“ห่วงฉัน อยากให้ฉันหาย?” เขาถามพร้อมเลิกคิ้วขึ้น และคำตอบก็คือการพยักหน้าของปวริศาไม่นานนัยน์ตาดำขลับของภาธรก็วาวขึ้น ก่อนจะก้มลงไปแนบชิดใบหน้าหวานละมุนแต่ติดเศร้าพร้อมกับกระซิบที่ข้างหูของเจ้าหล่อน“งั้นช่วยเป็นป่านให้ฉันสักวันสิ”ไม่พอยังจงใจยิ้มยั่ว ซึ่งประโยคนี้มีพลังทำลายล้างได้เป็นอย่างดี“จะทำลายหัวใจของหวานไปถึงไหน” แทบน้ำตาไหล ดีที่ห้ามมันอยู่“จนกว่าจะมอดไหม้” ภาธรสวนกลับอย่างไม่ไยดียิ่งเงยหน้าสบตาปวริศาก็ยิ่งเจ็บลึก บางทีก็นึกอยากจะเอามีดมากรีดแหวกหัวใจภาธรดูว่ายังเต้นหรือไม่ ทำไมถึงใจร้ายเยี่ยงนี้“เลือกมา ไม่งั้นก็กลับไป”“ถ้านี่คือการชดใช้ คืนนี้หวานจะเป็นคุณป่านให้คุณ”“ตกลง”เพียงจบคำ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-03-28
  • เจ้าสาวในรอยชัง   บทที่ 3 ใจปลิว

    “หวานขอโทษที่ยังอยู่ให้เห็นค่ะ”ตะกอนอารมณ์นั้นคงเป็นเพราะเธอ พร้อมกับเร่งชักเท้าเดินตรงไปที่ประตู ภาธรกลับมาขวาง แถมพอขยับหนีก็ถูกเขารวบตัวไว้“จะทำอะไรหวานคะ ปล่อยหวานนะ หวานไม่เป็นคุณป่านให้คุณแล้ว” ปวริศาต่อต้านและทำสุดความสามารถที่จะหลุดจากอ้อมกอดที่มีแต่ทำให้เจ็บ“แสลงใจ?” เสียงเข้มร้องถาม สีหน้าวาววับไปด้วยเล่ห์กล แต่ก็มีความเยาะหยันออกมาให้เห็น“ค่ะ”เธอไม่คิดจะปฏิเสธในเมื่อมันคือความจริง ใครบ้างหากเจอเหตุการณ์แบบนี้แล้วจะไม่แสลงใจ “ถ้าพอใจคำตอบแล้วปล่อยหวานด้วยค่ะ การเป็นตัวแทนของหวานมันจบลงแล้ว”“ฮือ จบหรือ ไม่จบหรอก…ถ้าฉันยังไม่ยอม”“แต่หวานไม่เล่นด้วยแล้ว ปล่อยหวานค่ะ หวานจะกลับ” คราวนี้หล่อนเสียงแข็ง เพราะรู้แล้วว่าใช้ไม้อ่อนหรือน้ำเสียงวอนขอยังไง คนอย่างภาธรก็ไม่มีทางเห็นใจ“ก่อนกลับ ฟังอีกข่าวก่อนนะ งานแต่งกำลังถูกเลื่อนขึ้นให้เร็วกว่าเดิม” ถ้อยคำยืดยาวนี้เองที่ทำให้ร่างเล็กหยุดกึกไม่ต่างจากสวิตช์ไฟที่ถูกปิด

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-03-29

บทล่าสุด

  • เจ้าสาวในรอยชัง   บทที่ 5 พร่าผลาญใจ03

    “ช่วยดูแลป่าน”นั่นอาจจะไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริงบนโครงหน้าของคนฟังปรากฏรอยยิ้มอย่างสะใจ เพราะมันแสดงว่าปวริศามีค่าเพียงเท่าใด หล่อนพึงพอใจที่สุดหากลูกชายจะเกลียดและทำให้ปวริศานั้นเจ็บเหมือนที่เธอได้ประสบมา“ยังไงแม่ก็ไม่ยอมรับ ไม่มีใครเหมาะกับธรเท่าหนูนิอีกแล้ว”จีบปากจีบคอพูดและมองยังคนที่ช่วยประคองหล่อนในตอนนี้ สายตามีความเอ็นดู ทว่าหนึ่งในนั้นก็คือความละโมบแทรกอยู่ด้วย“เธอไม่เหมาะกับผม เพราะผมไม่ได้รักเธอ”ประโยคแรกทำเอาคุณิตาหน้าชา ประโยคต่อมานั้นยิ่งกว่า ไม่ต่างจากถูกลากไปตบกลางสี่แยก เพราะทั้งรู้สึกเจ็บและอายจนอยากจะวิ่งหนี“ถอยเถอะ ถ้าไม่อยากลงข่าวว่าแย่งสามีคนอื่น”“ธร”ภคนันท์เรียกชื่อลูกเสียงเขียวด้วยความไม่พอใจ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความกรุ่นโกรธ“จะให้ผมไปส่งไหมครับ”“ธรไล่แม่” ผู้เป็นแม่ช้อนสายตามองอย่างตัดพ้อและน้อยใจ“แม่ควรพักผ่อน ผมก็ด้วย” คนพูดไม่ได้ปฏิเสธ แต่ที่ทำเพราะอยากจะจบปัญหา“นิ

  • เจ้าสาวในรอยชัง   บทที่ 5 พร่าผลาญใจ02

    “ท่านบอกไว้แล้ว ยังไงท่านก็ต้องรู้ รับมือให้ไหว” ภาธรไม่ได้แสดงความตกใจ เพราะข้อความที่ถูกส่งมาก็คือข้อความจากมารดาที่บอกถึงจุดประสงค์ที่จะเข้ามาที่นี่ประโยคท้าย ภาธรเน้นหนักเพราะอยากให้ทำให้ได้ และไม่ได้บอกเพียงมาติกาเท่านั้น ชายหนุ่มจงใจจะบอกพร้อมกับปวริศาด้วยสิ้นวาจา ทั้งมาติกาและปวริศาก็กำมือแน่น เพราะการรับมือกับท่านไม่ใช่เรื่องง่ายความเกลียดชังที่มีในใจของภคนันท์ มันคือตัวการที่ทำให้ต้องหวาดหวั่นซึ่งพวกเธอต่างเคยสัมผัสฤทธิ์ความร้ายของภคนันท์มามากแล้วปวริศาสูดหายใจเข้าปอดลึก ถึงจะกลัวแต่มันคือความจริงอย่างที่ภาธรว่า เธอต้องรับมือให้ได้ เจ้าหล่อนจึงแสร้งทำตัวให้เป็นปกติที่สุดทันทีที่ก้าวเข้าไปในบ้านประตูบ้านยังไม่ถึงสามก้าวด้วยซ้ำ เสียงตวาดก็ดังลั่น ทำเอาความเข้มแข็งที่มีแทบจะร่วงไปที่พื้น“ยัยป่าน นังหวาน ทำไมแกสองคนมากับลูกชายฉัน” อีกฝ่ายว่าพร้อมกับเดินเข้าไปหวังประชิดตัวคล้ายจะหาเรื่อง ภาธรกลับมาขวางเอาไว้“ตาธรอธิบายแม่มา แกเอานังสองคนนี้มาด้วยทำไม แม่บอกแกแล้วว่าวันนี้แม่จะเอาคนของแม่มา&rdqu

  • เจ้าสาวในรอยชัง   บทที่ 5 พร่าผลาญใจ

    ปวริศาเร่งเดินตามกลุ่มของเพื่อนร่วมงาน และพอหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ที่ร้านประจำทุกคนก็หันมามองพร้อมกับสายตามีคำถามกันทุกคน เพียงยังไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถามออกมา เนื่องด้วยกลัวกระทบความรู้สึก“หวานหย่าแล้วค่ะ คุณธรเป็นอิสระ” ร่างบางพูดออกไป ไม่จำเป็นต้องมีใครถามออกมา แค่มองตาก็พอรู้ได้ พร้อมกับต้องยิ้ม เพราะมันคือการให้กำลังใจตัวเองที่ดีของหล่อน“ไหวหรือเปล่า พวกพี่ยินดีให้หวานระบายนะ” หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นมาอย่างเห็นอกเห็นใจ ขนาดได้ใช้นามสกุลร่วมกัน ก็ยังแทบจะไม่ให้ความสำคัญ ตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงว่าปวริศาจะต้องเจอกับอะไร“หวานไหวค่ะ” ใบหน้าเคล้าความเศร้า ปวริศาไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วงไปมากกว่านี้ ที่สำคัญภาธรจะไม่ได้เห็นน้ำตาเม็ดร้อนๆ หรือดวงตาที่อ่อนไหวอีก“แล้วคุณท่าน…” ผู้หญิงคนเดิมถามต่อ“ยังไม่ทราบ หวานขอให้คุณธรยังไม่บอก หวานจะหาเวลาเหมาะ ๆ บอกเอง” ตอนนี้ก็ได้แต่ไปสอบถามอาการของสรวิศจากนางพยาบาลเป็นระยะ เธออยากให้ท่านดีขึ้นไวๆ แม้ว่าหนึ่งในความห่วงใยนั้นจะมีความอยากเป็นอิสระจ

  • เจ้าสาวในรอยชัง   บทที่ 4 บีบหัวใจ

    บทที่ 4บีบหัวใจหลายวันผ่านมา...เช้าวันนี้ปวริศาเร่งออกจากบ้านเพื่อไปที่ทำงาน เธอหวังว่าอย่างน้อยการหลีกเลี่ยงเจอหน้าของภาธรสักระยะ คงจะทำให้เธอคลายทุกข์ไปบ้าง แม้รู้ว่าวิธีนี้ไม่ใช่ทางแก้ไขไม่ถึงยี่สิบนาทีจากเวลาเริ่มงาน ความหวังของปวริศาก็พังทลายลง เพราะตอนนี้ภาธรมายืนอยู่ตรงหน้ากันแล้ว แถมข้างกายก็มีมาติกายืนอยู่ด้วย“ผมพาพนักงานใหม่มาแนะนำ”ภาธรบอกจุดประสงค์ที่มายังแผนกนี้ ส่วนมาติกานั้นพนมมือทั้งสิบขึ้นแล้วไหว้อย่างมีมารยาทกับทุกคน พร้อมกับโปรยรอยยิ้ม“คุณป่านนั่งตรงนี้นะครับ เดี๋ยวผมจะสอนงานให้เองครับ”ศรันย์หัวหน้าของแผนกออกไปรับพร้อมบอกตำแหน่งโต๊ะทำงานของมาติกาที่ถูกจัดให้ไว้แล้ว ทุกคนมองด้วยความประหลาดใจและอึ้งๆ เพราะไม่คาดคิดว่าพนักงานใหม่จะเป็นอดีตคนที่เจ้านายรัก พวกเธอคิดกันว่าคือคนของมารดาภาธรเสียอีกเสียงเข้มที่สั่งออกมาไม่ต่างจากคำประกาศิตทำให้ศรันย์หยุดชะงัก“ปวริศาต้องเป็นคนสอนงาน”“เอ่อ...คือ”ศรันย์ทำสีหน้ารู้สึกแย่เพราะรู้ดี

  • เจ้าสาวในรอยชัง   บทที่ 3ใจปลิว 03

    “ใครว่าจะลงมาส่ง จะช่วยเก็บของ”“เก็บของทำไมคะ หวานไม่ได้จะไปไหนและไม่ไปด้วย” หญิงสาวกลัวว่าเขายังจะลากเธอไปทำร้ายความรู้สึกอีก“ป่านจะย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้าน ไม่มีคนดูแลป่าน ช่วยไปดูแลหน่อย”“เกมของคุณธรควรจบได้แล้วและหวานจะไม่เป็นตัวแทนให้ใครอีกแล้ว” ปวริศาสวนกลับไปพร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธ ดวงตาก็ดูกระด้างขึ้นแต่นั่นเธอปั้นเพื่อหลอกเขา“ยังไงเธอก็ไม่มีสิทธิ์เป็นตัวแทนแล้วละหวาน เพราะฉันมีตัวจริงแล้ว แต่เกมของเรายังจบง่ายๆไม่ได้หรอก ชดใช้ให้ฉันต่ออีกหน่อยสิ แค่นี้ฉันยังไม่พอใจเลย จนกว่าจะจบงานแต่งแล้วกัน” ภาธรพูดเหมือนทุกเรื่องเป็นเรื่องง่ายหญิงสาวรู้ว่าบุรุษคนนี้ตั้งใจจะบีบหัวใจกันให้แหลก การเข้าไปที่นั่นทำให้แผลขยายกว้างด้วยฝีมือเขา คงไม่มีทางบรรเทาได้ การที่จะคุกเข่าอ้อนวอนเขาเธอไม่คิดจะทำและเขาเองก็ไม่มีวันเห็นใจ“ถ้าคุณธรอยากได้แบบนั้นหวานจะเข้าไปเก็บเอง แต่รู้เอาไว้ว่าหวานก็จะรอเวลาที่เป็นอิสระใจจะขาด” หญิงสาวเชื่อว่าความชังของเขาที่มีต่อกันคงมากมายเท่าภูเขาลูกโต“ดี” เขาว่าสั้นๆ แถมยังยักไหล่“อย่าร้องไห้ด้วยล่ะ ฉันไม่ว่างเช็ดน้ำตาให้”“ถ้าหวานร้อง หวานก็มีมือเช็ดน้ำตาเองได้” ดวง

  • เจ้าสาวในรอยชัง   บทที่ 3ใจปลิว 02

    “ธร…”ส่วนมาติการ้องค้านเสียงสั่น พร้อมส่ายศีรษะเพื่อหยุดยั้งความคิดของภาธร เพราะรู้ว่าภาธรถ้าจะดีก็ดีหมดใจ ถ้าร้ายก็ร้ายจนน่าเข็ดขยาด“กังวลแต่เรื่องของตัวเองพอครับ ไม่ต้องไปกังวลเรื่องของคนอื่น” เพราะรู้ว่ามาติกากำลังร้องห้ามสิ่งที่เขากำลังคิดจะทำ และเน้นคำว่าคนอื่นเสียงดังมาติกายังยืนนิ่งและส่ายหน้าเช่นเดิม ให้กังวลแต่เรื่องของตัวเองได้อย่างไร ในเมื่อกำลังจะบีบหัวใจผู้หญิงอีกคนให้แหลก หากยังเมินเฉยต่อคงไม่ต่างจากคนเลว ซึ่งเธอไม่อยากเป็น“ขึ้นไปรอผมข้างบนครับ เราตกลงกันแล้ว” ดวงตาของชายหนุ่มขรึมขึ้นและทำให้มาติกาไม่กล้าปฏิเสธ เพราะข้อตกลงบางอย่างได้ถูกกำหนดแล้ว“ต้องเอาคืนหวานถึงขนาดนี้เลยหรือคะคุณธร หวานไม่อยากขึ้นไป” เธอคิดว่าเจ้าสาวของเขาคือคนของภคนันท์เสียอีก“ได้สิ แต่เธอต้องโทร.ไปบอกความจริงพ่อฉันตอนนี้”เมื่อเขาขู่ด้วยวิธีนี้ หล่อนก็หมดหนทางที่จะต่อต้าน แต่เชื่อเถอะว่าเธอจะไม่ให้เขาใช้มันตลอด หล่อนขอแค่ผู้มีพระคุณอาการดีขึ้นกว่านี้แล้วการเป็นลูกเบี้ยของเขามัน

  • เจ้าสาวในรอยชัง   บทที่ 3 ใจปลิว 01

    “ดีแล้ว งั้นลุงไม่กวน”พอปวริศากดวางสาย ภาธรก็โพล่งออกมา “ทำไมไม่บอกพ่อฉันไปล่ะ ว่าเธอมาเลือกชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างหาก” ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ยินมันทั้งหมด แต่เขาเชื่อว่าคิดถูกปวริศาเลือกไม่ตอบใดๆและกำลังจะเบี่ยงตัวหนีเพื่อเข้าไปเปลี่ยนเป็นชุดเดิมเพราะตอนนี้สิ่งที่เขาต้องการเธอทำให้แล้ว เขาได้สมใจกับการที่อยากเห็นเธออยู่ในชุดเพื่อนเจ้าสาว โดยตลอดเวลาที่ลองชุด เขาเอาแต่ทำร้ายจิตใจกันคนที่กำลังเดินหนีกลับต้องหยุดแล้วหันไปมองเขาอย่างฉับไวจากคำพูดหนึ่งของภาธร“พรุ่งนี้เก็บเสื้อผ้าเตรียมไว้สักชุด”“จะให้หวานไปไหน”“ปางไม้สิวาลัย”คนฟังใจร่วงหล่นไปที่พื้น เพราะนั่นคือที่อยู่ของมาติกา นี่ผู้ชายตรงหน้าคิดจะทำอะไรอีก จะพาไปที่นั่นทำไม หรือว่าต้องการจะทำอะไรเพื่อให้เธอเจ็บอีก“จะพาหวานไปที่นั่นทำไมคะ” เธอระงับอาการสั่นและถามสวน

  • เจ้าสาวในรอยชัง   บทที่ 3 ใจปลิว

    “หวานขอโทษที่ยังอยู่ให้เห็นค่ะ”ตะกอนอารมณ์นั้นคงเป็นเพราะเธอ พร้อมกับเร่งชักเท้าเดินตรงไปที่ประตู ภาธรกลับมาขวาง แถมพอขยับหนีก็ถูกเขารวบตัวไว้“จะทำอะไรหวานคะ ปล่อยหวานนะ หวานไม่เป็นคุณป่านให้คุณแล้ว” ปวริศาต่อต้านและทำสุดความสามารถที่จะหลุดจากอ้อมกอดที่มีแต่ทำให้เจ็บ“แสลงใจ?” เสียงเข้มร้องถาม สีหน้าวาววับไปด้วยเล่ห์กล แต่ก็มีความเยาะหยันออกมาให้เห็น“ค่ะ”เธอไม่คิดจะปฏิเสธในเมื่อมันคือความจริง ใครบ้างหากเจอเหตุการณ์แบบนี้แล้วจะไม่แสลงใจ “ถ้าพอใจคำตอบแล้วปล่อยหวานด้วยค่ะ การเป็นตัวแทนของหวานมันจบลงแล้ว”“ฮือ จบหรือ ไม่จบหรอก…ถ้าฉันยังไม่ยอม”“แต่หวานไม่เล่นด้วยแล้ว ปล่อยหวานค่ะ หวานจะกลับ” คราวนี้หล่อนเสียงแข็ง เพราะรู้แล้วว่าใช้ไม้อ่อนหรือน้ำเสียงวอนขอยังไง คนอย่างภาธรก็ไม่มีทางเห็นใจ“ก่อนกลับ ฟังอีกข่าวก่อนนะ งานแต่งกำลังถูกเลื่อนขึ้นให้เร็วกว่าเดิม” ถ้อยคำยืดยาวนี้เองที่ทำให้ร่างเล็กหยุดกึกไม่ต่างจากสวิตช์ไฟที่ถูกปิด

  • เจ้าสาวในรอยชัง   บทที่2เงา 03

    “ในเมื่อเลือกจะทำให้หวานเจ็บแล้ว ก็ช่วยดูแลตัวเองดีๆ หน่อยได้ไหมคะ”“ห่วงฉัน อยากให้ฉันหาย?” เขาถามพร้อมเลิกคิ้วขึ้น และคำตอบก็คือการพยักหน้าของปวริศาไม่นานนัยน์ตาดำขลับของภาธรก็วาวขึ้น ก่อนจะก้มลงไปแนบชิดใบหน้าหวานละมุนแต่ติดเศร้าพร้อมกับกระซิบที่ข้างหูของเจ้าหล่อน“งั้นช่วยเป็นป่านให้ฉันสักวันสิ”ไม่พอยังจงใจยิ้มยั่ว ซึ่งประโยคนี้มีพลังทำลายล้างได้เป็นอย่างดี“จะทำลายหัวใจของหวานไปถึงไหน” แทบน้ำตาไหล ดีที่ห้ามมันอยู่“จนกว่าจะมอดไหม้” ภาธรสวนกลับอย่างไม่ไยดียิ่งเงยหน้าสบตาปวริศาก็ยิ่งเจ็บลึก บางทีก็นึกอยากจะเอามีดมากรีดแหวกหัวใจภาธรดูว่ายังเต้นหรือไม่ ทำไมถึงใจร้ายเยี่ยงนี้“เลือกมา ไม่งั้นก็กลับไป”“ถ้านี่คือการชดใช้ คืนนี้หวานจะเป็นคุณป่านให้คุณ”“ตกลง”เพียงจบคำ

สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status