“ปึก!”เสียงเฆี่ยนตีอันหนักหน่วงดังขึ้น“อ้าก!”เฉินเจียงรู้สึกเจ็บปวดที่ใบหน้าสุดขีด เจ็บปวดจนเขาแทบจะหมดสติไปหากมิใช่เฉินฝานกังวลเรื่องท้องของโอวหยางน่าหลัน เกรงว่าตอนนี้แส้หางม้าคงจะฟาดหน้าเขาเป็นครั้งที่สองไปแล้ว“หลันเอ๋อร์ อย่าก่อความวุ่นวาย”เฉินฝานสาวเท้ารุดหน้ามาแย่งแส้หางม้าในมือโอวหยางน่าหลัน“ข้าก่อความวุ่นวายที่ไหนกัน ก็เห็นอยู่เจ้าคนผู้นี้ปากเสีย ปากเสียเช่นนี้หากมิเฆี่ยนตีจะปล่อยไว้เพื่ออันใด?”โอวหยางน่าหลันที่เป็นหญิงแกร่งดั่งเหล็กกล้า มิชอบพูดเรื่องเหตุผล ขอเพียงฝ่ายตรงข้ามทำผิด ก็จะลงมือทันที“เขาน่ารังเกียจจนต้องเฆี่ยนตีก็จริง ทว่ามิใช่เจ้าที่ต้องตี” เฉินฝานชี้ไปที่ท้องใหญ่โตมโหฬาร “ระวังลูกในท้องด้วยสิ”หลังจากที่เฉินฝานกล่าวจบ จู่ ๆ โอวหยางน่าหลันบนหลังม้าก็หยุดนิ่งทันที“เป็นอันใดไป?” เฉินฝานกล่าวถามด้วยความกังวล เขารู้นิสัยโอวหยางน่าหลันดี นางคงจะมิได้ยอมเชื่อฟังเพียงเพราะประโยคเดียวของเขาหรอก หรือว่า...เฉินฝานมองท้องใหญ่โตของโอวหยางน่าหลัน “เจ้าคงจะมิได้...”“อื้อ~” โอวหยางน่าหลันพยักหน้าอย่างว่าง่าย ใบหน้าอันงดงามขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับเด็กที่ทำ
“แต่ว่าให้ท่านคลอดลูกในสภาพแวดล้อมทรุดโทรมธรรมดาเช่นนี้ รู้สึกสงสารท่านนักและมันก็ไม่ค่อยปลอดภัยเท่าใด”“ไม่ต้องสงสารข้า ไม่ต้องสงสารข้าแม้แต่น้อย!” ถ้อยคำนี้โอวหยางน่าหลันไม่ได้โกหกแม้แต่น้อย ช่วยเฉินฝานหลุดจากสถานการณ์ตึงเครียด ช่วยแคว้นต้าชิ่งกำจัดคนชั่ว นางรู้สึกภาคภูมิใจยิ่งนัก“สุขภาพร่างกายของข้าแข็งแรง สภาพแวดล้อมทรุดโทรมไปหน่อย ทว่าไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด หากท่านไม่ตามใจข้า เช่นนั้นข้าก็จะไม่ตั้งใจคลอดลูกแล้ว”โอวหยางน่าหลันที่ใกล้คลอด ปวดท้องแทบแย่แล้ว แต่ยังฝืนล้อเฉินฝานเล่นเฉินฝานส่ายหน้าด้วยความจนปัญญา “ไม่อาจเถียงท่านได้จริงๆ!”เป็นเช่นนี้ ห้องคลอดของโอวหยางน่าหลัน คือพื้นกว้างด้านอกโรงเตี๊ยม ซึ่งใช้เพียงฉากกั้นปิดล้อมเอาไว้ภายในฉากกั้น เสียงคลอดลูกด้วยความเจ็บปวดของโอวหยางน่าหลันดังขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยังดังถี่ขึ้นอย่างต่อเนื่องนอกฉากกั้น เฉินฝานกังวลจนหายใจไม่ทั่วท้อง หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบถลนออกมาจากตาบรรดาสาววิ่งเข้าวิ่งออก ยกเลือดออกมากะละมังแล้วกะละมังเล่า“เลือดไหลมากเช่นนี้ เกรงว่าคงใช่ทารกน้อยตัวใหญ่เกินไปจึงคลอดยาก เลือดจึงไหลทะลักระมัง”“จากสถานการณ์แ
“ท่านอัครเสนาบดี ท่านกำลังทำสิ่งใด หากชนเข้ากับนายน้อยจะทำเช่นไรเจ้าคะ?”เฉินฝานไม่ทันได้ฟังว่าหมัวมัวพูดสิ่งใด ตอนนี้เขาคิดถึงแต่โอวหยางน่าหลันเพียงคนเดียวเท่านั้น เขาผลักหมัวมัวออกห่างแล้วเดินเข้าไปด้านใน “หลันเอ๋อร์ หลันเอ๋อร์”“ท่านอัครเสนาบดี ท่านไม่อาจเข้าไป บุรุษเห็นเลือดเป็นเรื่องอัปมงคล!”หมัวมัวไล่ตามหลังเฉินฝานพร้อมกับพูดด้วยความร้อนใจตอนอยู่ข้างนอก เฉินฝานไม่สนใจเรื่องงมงายเหล่านี้ นับประสาอะไรกับตอนนี้ที่เข้ามาแล้ว เขายิ่งไม่สนใจ“ขวางท่านใต้เท้าเอาไว้!”สาวใช้คนสนิทของโอวหยางน่าหลันรีบวิ่งไปขวางเฉินฝานทันที ส่วนสาวใช้คนอื่นๆ รีบโยกย้ายฉากกั้น ปิดห้องคลอดจนแน่นหนา ไม่เหลือช่องว่างให้เฉินฝานมองเข้าไปแม้แต่น้อย“เวลานี้แล้ว เหตุใดพวกเจ้าจึงยังเชื่อเรื่องพวกนี้ ข้าไม่ไปดูอาการองค์หญิงต่างหาก ที่จะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น!”“ถอยไปให้หมด!” เฉินฝานโมโหมากจริงๆ เขาตะคอกพร้อมคิดที่จะฝ่าทุกคนอีกครั้ง“แต่ว่า...ท่านพี่ ข้าเชื่อเจ้าค่ะ!” เสียงอ่อนแรงทว่าอ่อนโยนดังมาจากด้านหลังฉากกั้นเฉินฝานนิ่งงันอยู่นานกว่าจะดึงสติกลับมาได้ เขาดีใจจนสองมือสั่นเทา มองฉากกั้นตรงหน้าแล้วพูดด้ว
“ไม่ใช่แค่คนเดียว? ความหมายของหม่าหมัวมัวคือองค์หญิงโอวหยางคลอดลูกครั้งนี้ไม่ใช่แค่คนเดียว?”หม่าหมัวมัวยังพูดไม่จบ ก็มีคนพูดแทรกหลังจากมีคนพูดแทรก หม่าหมัวมัวโมโหอย่างมาก นางเกลียดคนพูดขัดนางที่สุด จึงด่ากราดทันที“เจ้าถามคำถามไร้สาะอะไรกัน เจ้าไม่เคยมีลูก แต่ก็น่าจะเคยได้ยินมาก่อนกระมัง คลอดหลายคนในคราเดียวไม่ใช่เรื่องที่พบเจอบ่อยๆ หรือ?”“จากเสียงร้องไห้ข้าก็รู้แล้วว่า ครั้งนี้องค์หญิงโอวหยางให้กำเนิดทารกสี่คน นอกจากนี้ทั้งสี่คนล้วนพกมีดมาด้วยตนเอง!”ตอนหม่าหมัวมัวบอกว่าสี่คน ทำให้ทุกคนตกใจมากแล้ว นอกจากนี้ล้วนพกมีดมาเองทุกคน ยิ่งเป็นเรื่องเยี่ยมยอดยิ่งนัก“หม่าหมัวมัว ท่านไม่ได้พูดผิดกระมัง องค์หญิงโอวหยางให้กำเนิดลูกสี่คน ทั้งยังเป็นเด็กผู้ชายทั้งสี่คน?”หม่าหมัวมัวตอบ แต่เสียงของนางถูกอีกเสียงหนึ่งที่ดังกว่ากลบทันที“มีเรื่องน่ายินดีแล้ว มีเรื่องน่ายินดีแล้ว!”หมัวมัวคนสนิทของโอวหยางน่าหลันเดินออกมาจากฉากกั้นพร้อมสาวใช้สี่คนสาวใช้ทั้งสี่คน อุ้มทารกคนละหนึ่งคน“แม่นางทั้งหลาย เผยไข่ทองคำของนายน้อยให้ทุกคนได้เห็น”เสียงของหมัวมัวจบลง ทุกคนเปิดเสื้อของทารกน้อยทันที‘ช
“อันตรายยิ่งนัก พวกเราเกือบทำร้ายใต้เท้าเฉิน ใต้เท้าเฉินอยากให้พกวเรามีลูกชายกันจริงๆ”ชาวบ้านต่างเริ่มโทษตัวเอง หลี่ซานที่แฝงตัวอยู่ท่ามกลางชาวบ้านพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขาพูดเสียงดัง “ทั้งหมดนี้เป็นแผนของเสิ่นหมิงหยวน เขาเป็นคนวางแผนให้ไป่ชงซานวางยาลงในแหล่งน้ำแล้วป้ายสีใต้เท้าเฉิน”“หลังจากใต้เท้าเฉินรู้ความจริง เสิ่นหมิงหยวนส่งเฉินเจียงออกมาทันที กล่าวหาใต้เท้าเฉินด้วยคำโกหกแสนร้ายกาจว่าใต้เท้าเฉินนั้นไร้น้ำยา ลอบบอกทุกคนว่าใต้เท้าเฉินมีแรงจูงใจไม่บริสุทธิ์ในการนำแหล่งน้ำเข้ามา เสิ่นหมิงหยวนพยายามใช้แผนนี้ในการบรรเทาโทษของตนเอง รอให้ใต้เท้าเฉินเก็บกระเป๋ากลับบ้านเพราะไม่มีหน้าพบปะผู้คนเรื่องไร้น้ำชา เขาก็จะกลับมาผงาดอีกครั้ง”“อ่อ” คนข้างหลี่ซานสีหน้าของเขาฉายความเข้าใจทันที “หลังจากฟังที่ท่านพูด ข้าเข้าใจแล้ว ช่างร้ายกาจจริงๆ หลังจากรอให้ใต้เท้าเฉินฝานทิ้งตำแหน่งของตน เสิ่นหมิงหวนต้องอาศัยโอกาสนี้กลับเข้าสู่ราชสำนักอย่างแน่นอน”หลี่ซานพยักหน้า “ถูกต้อง อีกทั้งความสงสัยที่เรามีต่อใต้เท้าเฉิน และการหัวเราะเยาะของเรา คือหมากที่เสิ่นหมิงหยวนใช้ในการโค่นล้มใต้เท้าเฉิน!”ชาวบ้านที
วิธีการนี้ของเสิ่นหยวนเลี่ยงอำมหิตยิ่งนัก เขารู้ว่าด้วยวรยุทธ์ของนางเหอ แม้กระทั่งทหารม้าทมิฬก็ไม่สังหารนางได้ ดังนั้นเขาจึงใช้วิธีต่ำช้าเช่นนี้สตรีในยุคสมัยนี้เสียความบริสุทธิ์ ทั้งยังเสียความบริสุทธิ์ให้กับผู้ชายหลายคนในเวลาเดียวกัน แม้จะเป็นสตรีที่เข้มแข็งเพียงใดก็ไม่อาจรับได้ จบเรื่องนี้ได้เพียงวิธีการเดียวซึ่งก็คือปลิดชีพตนเองนางเหอไม่รู้ว่าตนถูกวางยา นางรู้สึกเสียใจต่อเสิ่นหยวนเลี่ยงที่ตนทำงานล้มเหลว จึงไปดื่มสุราที่ร้านอาหารถูกบุรุษขืนใจ นางเข้าใจมาโดยตลอดว่าเป็นเพราะตนดื่มสุรามากเกินไป ทำให้พวกบุรุษชั่วเหล่านั้นสบโอกาสหวงหวั่นเอ๋อร์จับตัวคนชั่วเหล่านั้นมาตรงหน้านางเหอที่กำลังจะฆ่าตัวตาย หลังจากฟังคำสารภาพของพวกเขา นางเพิ่งรู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นแผนการของเสิ่นหยวนเลี่ยงนางเหอที่รู้ความจริง แม้จะเกลียดและแค้นเสิ่นหยวนเลี่ยงมาก แต่คนที่นางเกลียดและแค้นมากยิ่งกว่าคือเฉินฝาน เพราะนางรู้สึกว่าเฉินฝานเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดหากไม่มีเฉินฝาน เสิ่นหยวนเลี่ยงก็ไม่มีทางวางแผนทำร้ายนาง นางที่ได้รู้ความจริง บ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม ขอเพียงมีโอกาสเล็กน้อยก็คิดที่จะลอบสังหารเฉินฝานแต
ท่ามกลางฝูงชนมีสตรีเริ่มพูดคุยกัน“ว้าว ใต้เท้าเสี่ยวเสิ่นไม่เพียงรูปหล่อ ยังหนุ่มยังแน่นก็เป็นขุนนางใหญ่แล้ว นอกจากนี้ยังรักภรรยายิ่งนัก การได้เป็นภรรยาของเขา ถือเป็นความโชคดีสามชาติสามภาพ”“ใช่ หากเป็นข้า ข้าไม่มีทางดื้อรั้นอย่างแน่นอน”“เฮ้อ คนบางคนไม่เห็นค่าสิ่งที่ตนได้รับ!”ตอนได้ยินบทสนทนาของพวกหญิงสาว ในที่สุดสีหน้านิ่งสงบของนางเหอก็มีอารมณ์แล้ว เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาเย็นชามองไปที่หญิงสาวพวกนั้นนางเหอเป็นคนฝึกวรยุทธ์ อีกทั้งวรยุทธ์ของนางใกล้เคียงกับหวงหวั่นเอ๋อร์ ดังนั้นแววตาของนางจึงแตกต่างจากหญิงสาวทั่วไปวินาทีที่สบตากับนางเหอ สตรีเหล่านั้นรู้สึกหนาวไปทั้งตัว พวกนางก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัว“หวังว่าอนาคตสามีของพวกเจ้า ก็อ่อนโยนและรักจริงเช่นนี้!”อ่อนโยนและรักจริงถ้อยคำนี้ นางเหอกัดฟันพูดเน้นเสียง ความแค้นที่ตายไปจากหัวใจ ก่อตัวขึ้นมาช้าๆ แล้วค่อยแผ่ซ่าน มือที่ซ่อนอยู่ในชายเสื้อกำหมัดแน่นอีกครั้งหากไม่ใช่เถียนเสี่ยวอวี่บอกว่า คนที่ออกบวชแล้วอย่างพวกนางไม่อาจตัดสินโทษผู้อื่น นางคงตบอีกฝ่ายไปนานแล้ว นางจะทำลายหน้ากากจอมปลอมนี้นางเหอมองไปอีกทาง สายตาของนางหยุ
ชิงหนิง หากเจ้าสังหารเขา สวรรค์ไม่อาจต้อนรับเจ้าอย่างแน่นอน เจ้าไม่อาจเป็นแม้กระทั่งแม่ชี รีบปล่อยเขาเร็วเข้า!”เถียนเสี่ยวอวี่คอยเกลี้ยกล่อมอยู่ข้างๆ ทว่าเหอเสี่ยวเยี่ยนไม่ยอมรับฟังสิ่งที่นางพูด นางต้องการให้เสิ่นหยวนเลี่ยงตายเฉินฝานหันกลับมา โน้มลำตัวให้หวงหวั่นเอ๋อร์ที่อยู่บนหลังคาเล็กน้อย “แม่นางหวง รบกวนท่านด้วย”หวงหวั่นเอ๋อร์มองเฉินฝานปราดหนึ่ง “ช่วยท่านเป็นครั้งสุดท้าย!”มวยเมฆสีน้ำเงินถลาตัวลงมาจากบนหลังคา“นายท่าน เหตุใดต้องช่วยเสิ่นหยวนเลี่ยงด้วย เสิ่นหยวนเลี่ยงสมควรตาย!”ฉินเย่ว์เจียวพูดด้วยความขุ่นเคือง“เสิ่นหยวนเลี่ยงย่อมต้องตาย แต่ต้องไม่ตายเช่นนี้” เฉินฝานกล่าวหากเสิ่นหยวนเลี่ยงตายไปเช่นนี้ เช่นนั้นการตายของเขาก็ต้องเกี่ยวพันกับเหอเสี่ยวเยี่ยนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เสิ่นหมิงหยวนสามารถที่จะยอมรับความผิดทั้งหมดแต่เพียงลำพัง เพื่อให้เสิ่นหยวนเลี่ยงบุตรชายของตนรอดเป้าหมายของเฉินฝานในวันนี้ไม่ใช่แค่เสิ่นหมิงหยวนกับเสิ่นหยวนเลี่ยง แต่เป็นอำนาจทั้งหมดของตระกูลเสิ่น เพียงโค่นล้มอำนาจทั้งหมดของตระกูลเสิ่นสำเร็จ ตระกูลเสิ่นก็ไม่อาจผงาดกลับมาได้อีกครั้ง“ท่านเกลียดผู้ชา
“ท่านอาจารย์ ไม่ค่อยเหมาะสมกระมัง ถึงอย่างไรที่นี่ก็เป็น...”“ใต้เท้า ข้ารู้ว่าท่านกังวลสิ่งใด ทว่าพุทธศาสนามีหลักธรรมเมตตาต่อสรรพชีวิต ตอนนี้คงอันกำลังจะตาย พระพุทธต้องเข้าใจแน่นอน หากพระพุทธองค์พิโรธ เช่นนั้นข้าจะขอรับผิดชอบสิ่งที่ตามมาเอง”“ท่านผู้ดูแล ท่านผู้ดูแล!”เสียงร้อนรนดังมาจากในวัดตามด้วยร่างของคนๆ หนึ่งปรากฏตัวด้วยความเร็วสูง“ใต้เท้า!”นางพุ่งตัวออกมาแล้วหยุดตรงหน้าเฉินฝานคนคนนี้คือชิงหนิง นางคุกเข่าบนพื้น “โปรดช่วยท่านผู้ดูแลด้วย”ชิงหนิงไม่รอเฉินฝานรับปาก นางลุกขึ้นก่อน “ใต้เท้า ล่วงเกินแล้ว!”พูดจบ นางคว้าแขนของเฉินฝาน วิ่งเข้าไปในสำนักชิงเมี่ยวด้วยความเร็วสูงรอเฉินฝานดึงสติกลับมาได้ เขาก็อยู่ในห้องของเถียนเสี่ยวอวี่แล้ว“ปั้ง!”“ใต้เท้า โปรดช่วยท่านผู้ดูแลด้วยเจ้าค่ะ”“ใต้เท้า โปรดช่วยคงอันด้วย”ด้านนอก เสียงของชิงหนิงและหลิงอวี้ ดังขึ้นตามๆ กัน“ปั้ง!”เฉินฝานล้มลงบนพื้นเถียนเสี่ยวอวี่ที่เดิมทีอยู่บนเตียง ไม่รู้ว่านางอยู่ข้างกายเขาตั้งแต่เมื่อใด นางกระโจนเข้าไปหาเฉินฝาน เขาไม่ทันตั้งตัว จึงไม่อาจทรงตัวได้ทำให้ล้มลงกับพื้นเถียนเสี่ยวอวี่ไม่มีสติ
เฉินฝานเปิดม่านรถม้ามองใบหน้าแดงก่ำของเฉินฝาน แววตาจางหย่งเชาฉายความตกตะลึง เขาย่อมทราบเรื่องที่สวี่ซื่อเจี๋ยวางแผนสวี่ซื่อเจี๋ยยังบอกเขาอีกว่า หากเฉินฝานมาถึงเมืองหรงตู เช่นนั้นหมายความว่าแผนการของสวี่ซื่อเจี๋ยสำเร็จแล้ว รอเฉินฝานมาถอนคำสั่งเนรเทศเท่านั้นจางหย่งเชามองใบหน้าแดงก่ำของเฉินฝาน รวมถึงดวงตาแดงจัดที่ผ่านการอดกลั้นอย่างแรงกล้า เขารู้สึกทันทีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นย่อมไม่ธรรมดาเฉินฝานกวาดมองเขาด้วยแววตาเย็นชา “จางหย่งเชาเจ้าช่างเก่งจริงๆ ข้ายังไม่ได้ส่งคนมาแจ้ง เจ้าก็รู้ล่วงหน้าแล้วว่าข้าจะมา”“ใต้เท้า” ตัวของจางหย่งเชาสั่นเทาเล็กน้อย “มีทหารมารายงานว่า ท่านออกจากสำนักชิงเมี่ยวแล้ว”“ช่างใจกล้ายิ่งนัก ถึงขนาดกล้าส่งคนไปสะกดรอยข้า”“ใต้เท้า!” จางหย่งเชารีบอธิบาย “ข้าเปล่าขอรับ ข้าเปล่า ข้าเพียงเป็นห่วงความปลอดภัยของใต้เท้า ดังนั้นจึงส่งพวกเขาไปคุ้มกันความปลอดภัยของใต้เท้าที่สำนักชิงเมี่ยว”“คุ้มกันหรือจับตาดู เจ้ารู้ดีแก่ใจ!”เฉินฝานไม่เปลืองน้ำลายกับจางหย่งเชา เหยียบแผ่นหลังของเขาลงจากรถม้า แล้วตรงไปยังรถคุมขังสวี่ซื่อเจี๋ยสวี่ซื่อเจี๋ยเฝ้ารอเฉินฝานด้วยความมั่นใจเต
คำพูดของคงจิ้งทำให้เฉินฝานโอบเถียนเสี่ยวอวี่ไว้แน่นโดยไม่รู้ตัวราวกับคนจมน้ำเจอขอนไม้ เถียนเสี่ยวอวี่ตะเกียกตะตายขึ้นมาความร้อนในร่างกายแทบจะเผาทำลายสติของนางจนหมดสิ้นเถียนเสี่ยวอวี่ดีดดิ้นในอ้อมกอดของเฉินฝาน นางหงุดหงิดเสื้อผ้าที่เฉินฝานสวมใส่ จึงฉีกเสื้อของเฉินฝาน วินาทีที่ริมฝีปากของเถียนเสี่ยวอวี่ประทับลงบนตัวเขา เฉินฝานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ลูกกระเดือกของเขากลิ้งไปมา ร่างกายของเขารู้สึกราวถูกมดนับหมื่นตัวกัดเฉินฝานกัดฟันแน่น ยกมือขึ้นประคองศีรษะของเถียนเสี่ยวอวี่ ล็อกศีรษะของนางเอาไว้แน่นเวลานี้ คงจิ้งเดินเข้ามาแล้ว“สมกับเป็นท่านอัครเสนาบดีจริงๆ เจอข้าก็ไม่แปลกใจแม้แต่น้อย ใต้เท้า...” คงจิ้งหยุดชะงักครู่หนึ่ง น้ำเสียงเบาลงมาก“พวกข้าไม่ได้อยากทำให้ท่านลำบากใจ ขอเพียงท่านปล่อยตัวท่านอาของข้า ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในเมืองหรงตูอีก เรื่องระหว่างท่านกับคงอัน จะถือว่าไม่เคยมีเรื่องนี้เกิดขึ้น”“หากใต้เท้าไม่ยอม เช่นนั้นเราคงต้องตายกันไปข้างหนึ่ง!” ถ้อยคำประโยคนี้ คงจิ้งพูดไม่ดังนัก แต่เปี่ยมไปด้วยพลังเฉินฝานไม่ตอบคงจิ้ง เขาอดทนกับความร้อนในร่างกาย เอาตัวเถียนเสี่ยวอวี่ไปใ
“ใต้เท้า!”“เสี่ยวอวี่...” เฉินฝานมองเถียนเสี่ยวอวี่ที่แนบชิดเขาด้วยแววตาตกตะลึงเถียนเสี่ยวอวี่ที่ไร้วรยุทธ์ ตั้งแต่เตียงมาถึงจุดที่เฉินฝานยืนอยู่ ความเร็วของนางเทียบเท่าชิงหนิงที่มีวรยุทธ์“ใต้เท้า ข้า...ข้า...อยาก...”เช่นเดียวกับเหตุการณ์ครั้งนั้นที่เกิดขึ้นกับเฉินฝาน นางถูกวางยาที่คล้ายคลึงกัน เถียนเสี่ยวอวี่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับตนเอง นางอยากให้เฉินฝานช่วยนาง แต่นางก็กลัวว่าจะเป็นการทำลายเฉินฝานร่างกายและความคิดย้อนแย้งกันอย่างมาก ทำให้เถียนเสี่ยวอวี่ดูทรมานมากยิ่งขึ้นนางผละออกจากเฉินฝานหลายครั้ง แล้วกลับมาแนบชิดเขาอีกหลายครา“ใต้เท้า พวกเขา...พวกเขาช่างอำมหิตยิ่งนัก ยาครั้งนี้ รุนแรงกว่าของท่านพ่อมาก”เถียนเสี่ยวอวี่กัดฟันแน่นแล้วผละออกมาจากเฉินฝาน นางพยายามผลักเฉินฝานไปไกล “ใต้เท้า ท่านรีบไปเร็วเข้า ไม่ต้องสนใจข้า”เฉินฝานก้มหน้ามองเถียนเสี่ยวอวี่ที่ผละจากเขา แล้วกัดมือตนเองอย่างแรง พยายามห้ามไม่ให้ตนแนบชิดเฉินฝานอีกครั้งปลายจมูกและพวงแก้มของนางแดงระเรื่อ ผิวขาวในเวลานี้อมชมพู ผิวเปล่งประกาย ริมฝีปากอวบอิ่มและชุ่มฉ่ำราวกับกลีบดอกกุหลาบพรมน้ำร่างกายที่ร้อนระอ
มีชายสองคนปรากฎตัวขึ้นกะทันหันโชคดีที่เฉินฝานผ่านการฝึกอย่างหนักในยุคปัจจุบัน หลังจากเดินทางทะลุมิติมาเขาก็ยังคงฝึกฝนด้วยตนเอง แม้จะถูกวางยา ก็ไม่ถูกใครจับได้ง่ายๆ ยิ่งไปกว่านั้นเรือนหลังนี้อยู่ไม่ห่างจากเรือนของหลิงอวี้เฉินฝานหนีเข้าไปในเรือนของหลิงอวี้ได้สำเร็จเพิ่งเข้าไปในเรือนของหลิงอวี้ ชายทั้งสองคนก็ชะงักฝีเท้าเพราะชิงหนิงเดินมาเมื่อวานชิงหนิงแสดงความสามารถของนางให้เห็นแล้ว ชิงซีไม่กล้าให้ชายทั้งสองคนบุ่มบ่ามเข้าไป“ใต้เท้า เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับท่านเจ้าคะ?”ชิงหนิงที่อยู่ไกลๆ สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของเฉินฝาน“ใต้เท้า เหตุใดหน้าท่านถึงแดงก่ำเช่นนี้? เป็นไข้หรือเจ้าคะ?”“อย่างแตะต้องข้า!”เฉินฝานปัดมือของชิงหนิงที่จะพยุงเขาทิ้งตอนนี้ไม่อาจให้สตรีคนใดแตะต้องตัวเขาได้ ความรู้สึกที่อัดแน่นในร่างกาย อยู่ในจุดที่ใกล้จะสูญเสียการควบคุมแล้ว“ใต้เท้า?”ชิงหนิงเบิกตากว้าง มองเฉินฝานด้วยความงุนงงเฉินฝานไม่มีแรงอธิบายให้ชิงหนิงฟัง เขาเพียงพูดไม่หยุด “ข้าร้อน! น้ำ ข้าต้องการน้ำเย็น น้ำเย็นจำนวนมาก!”“เจ้าค่ะๆ! ข้าจะรีบไปเตรียมให้เดี๋ยวนี้!”ตอนเฉินฝานบอกว่าร้อน ชิงหนิงเข้
“ข้าจะบอกพวกเจ้าให้นะ ข้าขอบอกไว้เลยว่า หากวันนี้ใต้เท้าก้าวออกไปจากเรือนหลังนี้ ข้าจะส่งพวกเจ้าทุกคนไปหุบเขาพยัคฆ์”เดิมทีเมื่อแม่ชีได้ยินคำพูดของเฉินฝาน ก็ไม่ได้แนบชิดกลับเฉินฝานขนาดนั้นแล้ว แต่ทว่า เมื่อชิงซีพูดขึ้นเช่นนี้ แววตาของพวกนางเริ่มเปี่ยมไปด้วยความหวาดผวา กลับมาแนบชิบเขาอีกครั้งด้วยความหวาดกลัว พวกนางเริ่มถอดเสื้อผ้าของเฉินฝาน แห่กันเข้าไปยั่วยวนเฉินฝานด้วยท่าทีเก้กังเฉินฝานบีบรัดจนแทบระเบิดแล้ว มือทั้งสองข้างของเขาจับเตียงแน่น ไม่ให้ตนมีท่าทีใดๆเวลานี้ แม้แต่นิ้วมือเพียงนิ้วเดียวของตนเอง เขาก็ไม่อาจควบคุมได้แล้วเขาไม่ใช่คนหัวโบราณ ตบแต่งภรรยาได้หลายคน ทว่าเขาไม่อาจทำอะไรแม่ชีได้จริงๆ มนุษย์ไม่อาจทำลายหลักการพื้นฐานของตนได้เขาลืมตาที่ตอนนี้พร่ามัวไปหมด มองไปทางชิงฮวนที่อยู่บนตัวเขา “ชิงฮวน ข้าขอถามเจ้า เจ้าไม่กลัวจริงๆ หรือ?”ชิงฮวนที่ก้มหน้าจูบและเลียเฉินฝาน ตัวสั่นเทาเล็กน้อย“ก่อนหน้านี้ใต้เท้าคนนั้นก็พูดกับพี่เซียงเช่นนี้ สุดท้ายใต้เท้าคนนั้นก็หลับนอนกับหญิงอื่น ส่วนพี่เซียงก็ไปหุบเขาพยัคฆ์”“ท่านรู้หรือไม่? เดิมทีหุบเขาพยัคฆ์ไม่ได้มีชื่อว่าหุบเขาพยัคฆ์ หลา
เขารู้สึกมีแรงกระตุ้นอย่างไม่คาดคิดเฉินฝานรู้สึกตัวทันทีว่ายิ่งเขาอยากควบคุมตนเองมากเพียงใดก็ยิ่งควบคุมสติไม่อยู่เพียงนั้นเขากระชับเสื้อผ้าขึ้นลุกขึ้นยืน อาจเป็นเพราะในเรือนร้อนเกินไป เขาจึงอยากออกไปสูดอากาศด้านนอกไฉนเลยจะรู้ว่า เพิ่งจะลุกขึ้นยืนไม่นาน เท้าเดินโซซัดโซเซขาอ่อนแรงทั้งสองข้าง“ใต้เท้า ท่านเป็นอันใดไปเจ้าคะ?”ชิงฮวนรีบรุดหน้าไปพยุงเฉินฝาน“เจ้าหลบไป!” เฉินฝานผลักชิงฮวนออกอย่างสุดแรง“ใต้เท้า ไม่สบายงั้นรึ? ชิงฮวนเจ้ารีบพยุงใต้เท้าไปพักที่เตียง”ด้วยคำสั่งของชิงซี ชิงฮวนไม่เพียงแต่ไม่ออกไป แถมยังพยุงอย่างแนบชิดมากกว่าเดิม“เร็วเข้า พวกเจ้าก็รีบมาช่วยกันพยุงใต้เท้าไปที่เตียง”เมื่อได้ยินเสียงของชิงซี ก็มีแม่ชีน้อยอีกสามคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับชิงฮวนเดินออกมาเฉินฝานชำเลืองมองเล็กน้อย รีบหลับตาลงทันทีแม่ชีน้อยสองสามคนนั้น คิดไม่ถึงว่าจะสวมชุดที่บางเฉียบเช่นนี้พวกนางแนบชิดร่างกายเขาเย้ายวนด้วยท่าทางเก้ ๆกัง ๆเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว มีเพียงบุรุษเท่านั้นจึงเข้าใจว่าเกิดอันใดขึ้นเฉินฝานผลักแม่ชีน้อยสี่คนที่ล้อมเขาออกอย่างสุดกำลัง “ชิงฮวน เจ้าช่างกล้ายิ่งน
ของตกแต่งภายในเรือนประณีตและภายนอกเรือนมีลักษณะที่เรียบง่ายสวยงาม แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงผ้าคลุมบนโต๊ะและเก้าอี้ สีสว่างเปล่งประกาย ด้านบนมีลายปักที่ประณีตเตียงที่อยู่ไม่ไกล มีผ้าห่มที่นุ่มสบายและม่านมุ้งที่ลอยละล่องบนโต๊ะมีผลไม้นานาชนิด ถึงขั้นมีผลไม้บางชนิด เป็นผลไม้ที่ไม่สามารถปลูกในเมืองหรงตูได้มีกาน้ำชาที่ประณีตวางไว้ด้านข้างผลไม้ ใบชาในกาน้ำชา ดูแล้วคงจะราคาแพงเช่นกันหากไม่ใช่ว่าชิงซีส่งเสียงออกมาทันเวลา เฉินฝานคงคิดว่าตนเองออกมาจากสำนักชีชิงเมี่ยวแล้ว“ที่แห่งนี้เป็นที่พักที่สำนักชีชิงเมี่ยวจัดไว้ให้ผู้ศรัทธาคนสำคัญ เจ้าอาวาสกล่าวว่าท่านอัครเสนาบดีเป็นผู้ศรัทธาคนสำคัญที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งสำนักชีชิงเมี่ยวมา จะให้ใต้เท้าลำบากไม่ได้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”จู่ ๆ ชิงซีก็พูดเสียงดัง “มีแขกคนสำคัญมา ยังไม่ออกมาประเคนชาอีกรึ?”พูดจบไม่นาน ก็มีสตรีนางหนึ่งเดินมาจากห้องข้าง ๆไม่สิ หากจะกล่าวให้ถูกต้อง ไม่ใช่สตรีนางหนึ่ง แต่เป็นเด็กสาวคนหนึ่งเสียมากกว่าเด็กสาวสุดสวมชุดแม่ชีสีอ่อน ความเยาว์วัยและความนุ่มเด้งบนใบหน้ายังคงมีอยู่ ดูแล้วคงจะไม่เกินอายุสิบสามสิบสี่ปีอายุไล่เลี่ย
เถียนเสี่ยวอวี่ก็พยักหน้าเช่นกัน “ถูกต้องแล้ว ปกติแล้วประตูบานนั้นจะไม่เปิดออก และยังล็อกกลอนไว้ด้วย จู่ ๆก็บังเอิญ...” เถียนเสี่ยวอวี่หยุดพูดทันที สีหน้าค่อย ๆ มืดมนลง“หรือว่าคนจงใจเปิดออกงั้นรึ? มีคนที่ไม่อยากเจ้าอาวาสพูดต่อ ดูแล้ว อาของคงจิ้งจะต้องทำเรื่องหายนะอย่างใหญ่หลวงเป็นแน่”“เสี่ยวอวี่!” เฉินฝานหยุดชะงักฝีเท้าทันที สีหน้าเคร่งเครียด “สวี่ซื่อเจี๋ยเป็นผู้ว่าการมณฑลเมืองหรงตู เป็นขุนนางขั้นหกระดับสูงในราชสำนัก เรื่องนี้จะคาดเดาส่งเดชไม่ได้”“ใต้เท้า ข้า...”“พอเถอะ ช่างเรื่องนี้ก่อน”เฉินฝานพูดตัดบทเถียนเสี่ยวอวี่อย่างไม่เกรงใจหลิงอวี้ไม่ให้เถียนเสี่ยวอวี่รู้เรื่องของสวี่ซื่อเจี๋ย ก็เพื่อที่จะปกป้องนางเรื่องบางเรื่อง ไม่รู้จึงปลอดภัยที่สุดเฉินฝานอยากรักษาความพยายามที่หวังดีของหลิงอวี้ให้คงอยู่ต่อไปไม่ว่าสวี่ซื่อเจี๋ยจะทำเรื่องอันใด จะเกี่ยวข้องกับเถียนเสี่ยวอวี่หรือไม่ เฉินฝานก็ไม่ยอมให้นางเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่ดี“ชิงหนิง พานางกลับเรือนไปพักผ่อนเถอะ”“เจ้าค่ะ!”ชิงหนิงรีบหิ้วตัวเถียนเสี่ยวอวี่ที่ไม่ยอมกลับจากไปทันที นางคิดเหมือนกับเฉินฝานคือ ไม่อยากให้เถียนเสี่